ค้นหา :

ผลการค้นหา "DSI"

ปากท้องร้องทุกข์
08 ส.ค. 60

ผู้เสียหายร้อง dsi ถูกร้านพรีออเดอร์ดังใน ig โกงเสียหายร่วม 10 ล้าน

กลุ่มผู้เสียหาย ประมาณ 10 คน รวมตัวกันไปที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของร้านขายสินค้าแบรนด์เนมออนไลน์ ฐานฉ้อโกงประชาชน หลังมีผู้เสียหายจำนวนมาก สั่งสินค้าประเภทรองเท้า และกระเป๋า จากร้านดังกล่าว ที่ลงขายใน instagram แบบพรี-ออเดอร์ แต่ปรากฎว่าโอนเงินไปแล้วไม่ได้ของ ผู้เสียหายรวมแล้วกว่า 180 คน เสียหายรวมเกือบ 10 ล้านบาท   ตัวแทนผู้เสียหายเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ร้านดังกล่าวเปิดขายมาแล้วหลายปี มีผู้ติดตาม Instagram ของร้านเป็นจำนวนมาก เนื่องจากร้านนี้ ลงขายสินค้าแบรนด์เนม โดยเฉพาะรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังๆ ที่กำลังได้รับความนิยม ในราคาถูกกว่าร้านอื่นๆ อ้างว่านำเข้าจากต่างประเทศ   ที่สำคัญคือ มีดารา และเน็ตไอดอล สั่งสินค้าจากร้านนี้แล้วได้รับสินค้าจริงๆ  จึงมีการลงรูปสินค้าแล้ว แท็ก Instagram ทางร้านเพื่อให้เครดิต จนมีคนแห่เข้าไปสั่งสินค้าตามเป็นจำนวนมาก   พฤติการณ์ของทางร้าน เมื่อลูกค้าไปสั่งสินค้า เช่น รองเท้าผ้าใบยี่ห้อดัง ในราคาประมาณ 2 หมื่นบาท หรือกระเป๋าแบรนด์เนม ราคาหลายหมื่นบาท ทางร้านบอกว่าเป็นสินค้าพรีออเดอร์ ต้องรอสินค้าประมาณ 15 วัน  สามารถโอนเงินแค่ครึ่งเดียวก่อน แล้วค่อยโอนส่วนที่เหลือเมื่อสินค้ามาถึงไทยก็ได้   แต่หากยินดีโอนเต็มจำนวนตั้งแต่แรก ก็จะได้ราคาพิเศษ ที่ถูกกว่าร้านอื่นๆหลายพันบาท   แต่ปรากฎว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องได้รับของ ลูกค้าหลายรายไม่ได้รับสินค้าตามที่ตกลงกัน ทางร้านมักจะอ้างว่า ติดปัญหาเรื่องการนำเข้า ทำให้สินค้าล่าช้า สุดท้ายก็เงียบหาย ขาดการติดต่อ  จนกระทั่งมีคนเข้าไปคอมเม้นต่อว่า ใน Instagram ของทางร้าน นำไปสู่การรวมตัวกันของผู้เสียหาย พบว่ามีผู้ที่เจอปัญหาเดียวกันรวมแล้วกว่า 180 คน บางรายเป็นร้านค้า ที่มาสั่งของไปขายต่อ เสียหายรายเดียวเกือบ 7 แสนบาท  มูลค่าความเสียหายรวมๆแล้วเกือบ 10 ล้านบาท   ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เสียหายเคยรวมตัวไปแจ้งความไว้ กับทั้งกองปราบปราม และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ทั้งสองหน่วยงานรับเรื่องไว้ โดยมีการเรียกตัวเจ้าของร้านดังกล่าวมาสอบสวน พบว่าเป็นหญิงสาววัย 25 ปี ซึ่งก็มาให้การกับตำรวจตามที่ถูกเรียก อ้างว่าไม่ได้โกงลูกค้าอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ติดปัญหาบางอย่างทำให้ส่งสินค้าไม่ทัน ซึ่งตัวเองก็กำลังรวบรวมหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์อยู่   แต่หากทางร้านค้ามีหลักฐานยืนยัน เช่นใบสั่งซื้อสินค้าจากร้านต่างประเทศ ก็ขอให้นำออกมาแสดง เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ แต่หากไม่มี ทางผู้เสียหายยืนยันว่าจะเอาผิดตามกฎหมายให้ถึงที่สุด   ทั้งนี้ทางดีเอสไอได้รับเรื่องเอาไว้ และจะดำเนินการสืบสวน สอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bE3YogTZAfo    

 4,933
สังคม-อาชญากรรม
03 ส.ค. 60

dsi ตรวจสอบเบาะแส 'ธัมมชโย' ใช้ช่องทางธรรมชาติหนีไปยุโรป

พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามตัว พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี โดยเจ้าหน้าที่ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ได้มีการติดตามตัวเพื่อกลับมาดำเนินคดี   ซึ่งข้อมูลการข่าวล่าสุดที่ได้มานั้น พบว่า มีศิษยานุศิษย์ ลักลอบพาหนีออกนอกประเทศ โดยใช้ช่องทางธรรมชาติประเทศเพื่อนบ้านแถวชายแดน ก่อนที่จะเดินทางหลบหนีไปประเทศแถบทวีปยุโรป ซึ่งจากการตรวจสอบ ยังไม่พบข้อมูลยืนยันว่าเป็นความจริง   ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานต่างประเทศ ว่ามีบุคคลลักษณะคล้ายพระธัมมชโย เข้าไปในประเทศแถบทวีปยุโรปหรือไม่ ซึ่งทางดีเอสไอนั้น อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบ ทั้งนี้จากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยังไม่พบว่ามีรายชื่อของพระธัมมชโย เดินทางออกนอกประเทศแต่อย่างใด   ส่วนการดำเนินคดี ก็ยังคงเดินหน้าต่อไป ตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งขณะนี้มีทั้งหมด 15 คดี โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเช็กเงินสดกว่า 878 ฉบับ เพื่อติดตามนำเงินทั้งหมดกลับคืนมา พร้อมกับยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ยังคงวางกำลังติดตามความเคลื่อนไหวทั้งภายในและบริเวณนอกวัดพระธรรมกาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_w8J4ES8-eo    

 799
สังคม-อาชญากรรม
20 ก.ค. 60

'เณรคำ' กลับถึงไทย ยอมสละจีวร-สึกต่อหน้าพระ ชี้ไม่อุทธรณ์ศาลสหรัฐฯ อ้างคิดถึงบ้าน-ใช้เงินสู้คดีสูง

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ใช้เวลากว่า 1ชั่วโมงในการควบคุม นายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ ผู้ต้องหาใน 5 ข้อหา ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ หลังไม่อุทธรณ์คำสั่งส่งผู้ร้ายข้ามแดนของศาลแคลิฟอเนียร์ สหรัฐอเมริกา   ซึ่งใช้รถขบวนควบคุมตัวกว่า 14คันในการรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางอย่างเข้มงวด และเมื่อมาถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่า นายวิรพลหรืออดีตพระเณรคำ ยังอยู่ในสมณเพศสงฆ์ นุ่งห่มจีวรภิกษุ มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดใดต่อสื่อมวลชนก่อนที่พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวไปยังห้องประชุมชั้น1 เพื่อทำการตรวจร่างกาย ซักประวัติ และสอบปากคำ   ต่อมา พันตำรวจเอกไพสิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยว่าตลอด คืนนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ จะสอบปากคำ นายวิรพล หรือ อดีตพระเณรคำ ให้แล้วเสร็จ แต่ขั้นตอนแรกสำนักพระพุทธศาสนา จะอ่านคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษให้ทราบ ซึ่งเณรคำ ยินยอมที่จะสระจีวร มานุ่งชุดขาวห่มขาว เพื่อให้เกิดความสงบความเรียบร้อย และพร้อมเข้าสู่กระบวนการสอบสวน โดยอยู่ระหว่างประสานญาติ เข้าพบอดีตพระเณรคำ แต่ญาติยังไม่ประสงค์   ซึ่งหลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการสอบปากคำของพนักงานสอบสวน ที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ชุด ซึ่งตามขั้นตอนจะมีการตรวจร่างกาย ซักประวัติ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา 2 หมายจับ 6 ข้อกล่าวหา ฐานความผิด กระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่า15 ปี พรากผู้เยาว์ และฐานอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี ซึ่งหมดอายุความไปแล้วแต่พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้ผู้ต้งหารับทราบ   อีกคดีเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมฯ และฐานฟอกเงิน โดยพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้ ก่อนส่งตัว นายวิรพล หรืออดีตพระเณรคำ ให้อัยการดำเนินการส่งฟ้องศาลในช่วงเช้าต่อไป แต่ชั้นพนักงานสอบสวนได้ทำการคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี   ส่วนเหตุผลที่ นายวิรพล หรืออดีตพระเณรคำ ไม่ยื่นอุทธรณ์คดีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากคิดถึงบ้าน ต้องการกลับมาประเทศไทย เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ในการพิสูจน์ความจริง อีกทั้งการสู้คดีที่สหรัฐอเมริกาต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง   ส่วนการหลบหนีออกจากประเทศไทย ของอดีตพระเณรคำ ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีผู้ใดให้การช่วยเหลือ หรือให้การสนับสนุน ในการเดินทางออกนอกประเทศด้วยวิธีการใด ซึ่งจะต้องรอการสอบปากคำให้เสร็จสิ้นก่อน   ด้านทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่เชื่อเณรคำ ทำคนเดียว ขอ DSI ขยายผลเอาผิดทั้งขบวนการ และมีหลักฐานการแอบอ้างสถาบันฯ ชี้ต้องทำสำนวนให้รัดกุม หลังเณรคำ ส่งสัญญาณ พร้อมสู้คดีเต็มรูปแบบ เตรียมทนายมือดี 11 คน ช่วยคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mtwBsrwV8R4    

 13,950
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 60

จับตา dsi รับตัว 'เณรคำ' บินถึงไทยคืนนี้ เตรียมแจ้ง 5 ข้อหา ถ้าห่มจีวรมา โดนเพิ่มอีก 1

ดีเอสไอรับตัวเณรคำ ถึงประเทศไทย 19 กรกฎาคมนี้ เตรียมแจ้ง 5 ข้อหา ก่อนสอบสวนแต่ละคดี โดยมีสำนักพระพุทธศาสนาร่วมสอบด้วย   พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีการรับตัวนายวิรพล สุขผล หรืออดีตเณรคำ ประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย หลังศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกามีคำสั่งให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนข้อหาพรากผู้เยาว์ และกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปีว่า   ขณะนี้พ้นระยะเวลาในการอุทธรณ์คำสั่งศาลแล้ว พนักงานสอบสวนดีเอสไอ และอัยการต่างประเทศเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อรับตัวนายวิรพลแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงขั้นตอนการรับตัวเท่านั้น โดยจะเดินทางไปเปลี่ยนเครื่องที่ประเทศญี่ปุ่น และคาดว่าจะเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 19 กรกฎาคมเวลาประมาณ 22.00 นาฬิกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ส่วนพิเศษจะจัดขบวนไปรับ จากนั้นจะนำตัวมาสอบสวนต่อที่ดีเอสไอ โดยจะเร่งสอบสวนก่อนนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง ซึ่งผู้ต้องหาก็มีสิทธิ์ขอประกันตัว แต่ดีเอสไอจะค้านประกันเนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนี   ส่วนคดีพรากผู้เยาว์แม้จะหมดอายุความไปแล้ว แต่ก็ยังมีคดีอื่นที่มีหมายจับอยู่ ทั้งนี้คดีดังกล่าวดีเอสไอได้ขอศาลออกหมายจับเมื่อปี 2556 และได้ชี้แจงศาลแคลิฟอร์เนียผ่านทางอัยการต่างประเทศ ถึงเหตุจำเป็นในการนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีในประเทศไทย เนื่องจากผู้ต้องหากระทำผิดและได้หลบหนีไป   สำหรับขั้นตอนในการสอบสวนผู้ต้องหาจะติดต่อสำนักพุทธศาสนา ให้มาร่วมสอบด้วย เนื่องจากบางคดีเป็นการอาบัติปาราชิต ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ดำเนินการไปแล้ว โดยดีเอสไอออกหมายจับนายวิรพล หรือ เณรคำ 5 ข้อหา เมื่อปี 2556 ได้แก่ 1.พรากผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี 2.กระทำชำเราเด็กหญิง 3.ฉ้อโกงประชาชน 4.ความผิดฐานฟอกเงิน 5.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่หากพบว่ามีการแต่งกายสงฆ์กลับมา จะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.สงฆ์ มาตรา 43 เพิ่มอีก 1 ข้อหา หลังเจ้าตัวต้องอาบัติ ขาดจากความเป็นพระ ตั้งแต่ปี 56   ขณะที่ความเคลื่อนไหวที่ จ.ศรีสะเกษ โดยยายลอน เจ้าของที่ดินวัดปู่เณรคำ ได้กล่าวว่าได้อโหสิกรรมให้เณรคำ เผยปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ให้รับกรรมกันไปสวดมนต์แผ่เมตตาให้เณรคำทุกวัน ยีนไม่ยึดมั่นถือมั่นในตัวบุคคล แต่ว่าตนเชื่อมั่นในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   ด้านอดีตภรรยาของเณรคำ ซึ่งมีลูกชายด้วยกัน 1 คน ระบุอยากให้เณรคำรับผิดชอบค่าเลี้ยงดูลูกชาย อย่างอื่นไม่ต้องการอะไร ทุกวันนี้ตนกับลูกมีความเป็นอยู่ที่ลำบาก ค้าขายของชำเล็กๆ น้อยๆ อยู่ที่บ้าน ขายของไม่ได้มากมาย อยู่แบบหาเช้ากินค่ำ ส่งลูกเรียน ตอนนี้ลูกอายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เขาเรียนช้า เพราะย้ายไปย้ายมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FDYb6zDW7IE    

 8,077
สังคม-อาชญากรรม
20 มิ.ย. 60

'ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต' หอบหลักฐานให้ dsi ร่ำไห้ถูกอดีตลูกศิษย์ใส่ร้าย-ข่มขู่เรียกเงิน 11 ล้าน

ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต หอบเอกสารหลักฐาน มอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หลังถูกข่มขู่และเรียกเงิน 11 ล้านบาทผ่านเว็บไซต์   ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เชี่ยวชาญการสอนด้านจิตใต้สำนึกชื่อดัง และผู้เขียนหนังสือขายดีเข็มทิศชีวิต เข้ามอบเอกสารและเบาะแสเพิ่มเติม กรณีถูกขบวนการข่มขู่ เพื่อกรรโชกทรัพย์ 11 ล้านบาท จากครูอ้อย และบริษัท โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับมอบเอกสารเพิ่มเติม ทั้งคลิปเสียงที่มีการหารือกันเพื่อทำร้ายตัวเอง คลิปเสียงผู้ที่เคยเข้าขบวนการ และเบาะแสในขบวนการข่มขู่ ในกรณีที่ถูกกลุ่มบุคคลโจมตีด้วยการสร้างเว็บไซต์ขึ้นใส่ร้ายป้ายสี เรียกร้องเงิน 11 ล้านบาท ท่ามกลางลูกศิษย์กว่า 30 คน ที่นำดอกไม้มาร่วมให้กำลังใจ   โดยครูอ้อย ได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า จากเว็บไซต์ที่ข่มขู่ครูอ้อย เป็นข้อมูลที่ต้องการจะทำลายชีวิต เป็นขบวนการที่ใหญ่และซับซ้อนมาก ถึงขั้นข่มขู่ครูอ้อย ว่าจะต้องหายไปจากประเทศไทยให้ได้ พร้อมขู่เรียกเงิน 11 ล้านบาท ถึงจะหยุดการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ยังมีข้อเรียกร้องให้ครูอ้อย หยุดสอน หยุดชวนคนทำบุญ รวมถึงได้มีการอ้างอิงถึงผู้ใหญ่ในกรมสอบสวนคดีพิเศษอีกด้วย โดยครูอ้อย ยืนยันว่าขณะนี้ทราบแล้วว่ากลุ่มที่ทำมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่พอใจที่ครูอ้อย เคยตักเตือน และกลุ่มที่ไม่พอใจในคำสอนของครูอ้อย ทั้งในเรื่องการหยิบคำสอนของพระพุทธเจ้ามาสอน และในเรื่องอื่น ๆ โดยหนึ่งในนั้นที่เป็นคนข่มขู่ตนยืนยันว่า เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นคนที่คนในสังคมรู้จัก ที่เคยเข้าอบรมกับตนเอง   ครูอ้อย กล่าวต่อว่า ทุกวันนี้ทุกสิ่งที่ทำลายครูอ้อย ครูขออโหสิกรรมให้ แต่เรื่องของกฎหมายยังคงต้องดำเนินคดีต่อไป ส่วนชื่อคำว่า เข็มทิศชีวิต ที่มีการกล่าวอ้างว่า เป็นของบุคคลอื่นนั้นยืนยันว่าเป็นของตนเองและได้มีการจดลิขสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว   ด้านพันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มารับเอกสารเพิ่มเติม ที่ทางครูอ้อย เคยส่งมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษยังอยู่ระหว่างเสนอส่งคณะทำงาน คาดว่ากลางสัปดาห์นี้ จะทราบว่ารับกรณีนี้เข้าเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ามีการกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย ขณะนี้ทราบตามที่เป็นข่าวเพียงเท่านั้น และยังไม่พบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องหากทราบว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w9AWZuzNsYI    

 18,154
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 60

'ซินแสโจ้' โพสต์ฉะ 'ครูอ้อย' ขโมยชื่อหนังสือ 'เข็มทิศชีวิต'

ซินแสโจ้ นักโหราศาสตร์จีนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กต่อกรณีอ้างว่าถูก ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง ขโมยชื่อหนังสือเข็มทิศชีวิตของตนเอง และคุณพ่อนำมาใช้ โดยไม่ได้ขออนุญาต โดยระบุ   "โอกาสมาแล้วขอระบายอยากจะเล่าเรื่องผู้หญิงท่านนึงที่เป็นข่าว เรื่องเอาคนอื่นมาแอบอ้างในการอบรมของตนเอง ซึ่งตนเองไม่ชอบใจมานานแล้ว เพราะอะไรหรือ เนื่องจากผมและคุณพ่อเคยเขียนหนังสือชื่อ “เข็มทิศชีวิต” เมื่อปี 2545 จะ 15 ปีแล้ว วันนึงมีคนได้เอาหัวนี้ไปใช้ โดยไม่ขออนุญาต หรือแจ้งอะไรเลยทั้งสิ้น ก็ทำให้รู้สึกไม่รู้สึกพอใจ คิดจะฟ้อง แต่คุณพ่อได้ห้ามเอาไว้ และบอกว่า วิชาเราไม่ได้ยึดติดที่หัวหนังสือ เรายึดที่คำทำนายให้แม่นยำตามหลักวิชา เปลี่ยนแค่ชื่อหัวหนังสือ แต่ไม่เปลี่ยนหลักวิชาของครูบาอาจารย์ที่สอนเรามา เราจึงได้ยอมเปลี่ยนหัวมาเป็นชื่อ “ไขรหัสชีวิต” แทนตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้มันยิ่งตอกย้ำให้ผมมีความเชื่อขึ้นไปอีกว่า แค้นนี้ต้องชำระ 10 ปี ก็ยังไม่สาย คนไม่ดีที่เหยียบย่ำคนอื่นขโมยของคนอื่น โกงคนอื่นมา เอาเปรียบคนอื่น ฯลฯ วันนึงความจริงจะถูกเปิดเผย และได้รับกรรมที่ทำไว้ไปเอง   ด้านครูอ้อย เตรียมยื่นหลักฐานต่อ DSI ในเวลา 11.30 น. วันนี้ (19 มิ.ย.60) หลังถูกผู้ไม่หวังดีสร้างเพจปลอมให้ข้อมูลใส่ร้ายและเรียกค่าไถ่ 11 ล้านบาท โดยจะเป็นคลิปบันทึกเสียงของขบวนการดังกล่าว เพื่อให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GT3wfzVynmU    

 19,249
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 60

'บอย ยูนิตี้' โดนรวบฐานฉ้อโกง หลังยื่นฟ้อง dsi คดีรถหรูเสียหาย 100 ล้าน

นายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ บอย ยูนิตี้ กรรมการบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ได้เดินทางมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อนำหลักฐานยื่นฟ้องพันตำรวจเอกไพสิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กับพวกซึ่งเป็นรองอธิบดี และพนักงานสอบสวน รวม 12 คน ฐานปฎิบัติหน้าที่มิชอบ /บุกรุก / และแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อศาล   กรณีดีเอสไอสั่งปิดโชว์รูมรถยนต์ 2 แห่งและนำกำลังเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 24 24 พ.ค. พร้อมอายัดรถยนต์หรูรวม 34 คัน โดยกล่าวหาว่ามีรถภายในโชว์รูมบางส่วนถูกโจรกรรมมาจากประเทศอังกฤษ และมีการแจ้งสำแดงเท็จ ซึ่งศาลได้นัดฟังคำสั่งช่วงบ่ายวันที่ 27 มิ.ย.นี้ โดยมีการฟ้องแพ่งดีเอสไอฐานละเมิดปิดโชว์รูมไม่สามารถประกอบธุรกิจได้เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท   ในเวลาต่อมานายอินทระศักดิ์ ได้ขึ้นรถยนต์บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำ ป้ายแดง ออกจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จากนั้นได้มีรถกระบะ และรถจักรยานยนต์ ขับติดตามออกไปก่อนสกัดรถยนต์ของนายอินทระศักดิ์ บริเวณถนนนครไชยศรีและควบคุมตัวขึ้นรถ ซึ่งผู้ติดตามนายอินทระศักดิ์ ระบุว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ก่อนนำตัวไปยังกองบังคับการปราบปราม   ด้านนายอินทระศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจ และไม่เข้าใจที่ถูกจับแบบไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งเห็นว่าตำรวจสามารถออกหมายเรียกก่อนได้ ทั้งนี้ ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียดการจับกุม แต่ยินดีให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ   ขณะที่เจ้าหน้าที่กองปราบปรามได้ตรวจค้นรถยนต์และอายัดรถของนายนายอินทระศักดิ์ เพื่อเก็บไว้เป็นพยานหลักฐาน เบื้องต้นพบป้ายทะเบียนรถยนต์ และ เอกสารการเสียภาษีรถที่นายอินทระศักดิ์เคยนำเสนอต่อสื่อมวลชน ซึ่งขณะนี้ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จะได้รับการประกันตัวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fy9N-JoH1i4  

 14,876
สังคม-อาชญากรรม
14 มิ.ย. 60

'ตั๊ก บงกช' โพสต์เดือดซัด dsi ยัดเยียดข้อหาบ้านพักหรู 'เจ้าสัวบุญชัย'

ตั๊ก บงกช โพสต์จวก DSI ยัดเยียดข้อหา เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล บ้านหรูบนเขารุกพื้นที่ป่าใน จ.พังงา โดยระบุ   “อย่าหยาบคาย หลักฐานต้องมีถึงมาพูดได้ อย่ายัดเยียดข้อหา โดยใช้ตำแหน่ง คุณบุญชัย ไม่เคยเอาเงินใครไปทำบุญ เงินทุกบาททุกสตางค์ คุณบุญชัยหามาเอง แล้วจะทำบุญก็เรื่องของคุณบุญชัย DSI เอาผิดคนขายที่มั้ย ทำไมไม่ลงชื่อ ราชการที่เอาที่มาให้ขายง่ายๆ คุณบุญชัยเป็นคนที่คนรู้จัก ข่าวเลยง่ายต่อการเขียนชื่อคุณบุญชัยคนเดียว แล้วความยุติธรรมอยู่ไหน”   “นายกฯ คะ ตั๊กขอช่วยตรวจสอบทีว่าเป็นการทำให้ประชาชนเสียชื่อรึเปล่า (เราเชื่อว่าคุณบุญชัยไม่ได้ฟอกเงินแน่นอน หลักฐานมีการซื้อขายชัดเจนอย่าโยง อย่าว่าตามคนอื่น คนสร้างชื่อเสียงมา ต้องมาเจอแบบนี้เหรอ แล้วร่วมด้วยช่วยกัน มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิดล่ะ คุณบุญชัยทำอะไรให้สังคมตั้งเยอะเคยลงข่าวมั้ย คอมเมนต์อย่าหยาบคายสนุกปาก ข่าวเสนอข่าวอยากให้คนกดเข้าไปดู แต่ก็นึกถึงจรรยาบรรณด้วยว่าคนด้วยกันจะเสียหายมั้ย กรรมมันจะไปตกกับลูกหลานนะคะ ปล.อย่าคอมเมนต์โดยไม่รู้อะไรจริงๆ หาก DSI รู้จริง แถลงสิคะ อย่าให้ข่าวเขียนให้เราเน่าฝ่ายเดียว จากแม่ลูกอ่อน บงกช ###แชร์ด้วยค่ะ ใครก็ได้ อย่าให้เราถูกว่าอยู่ฝ่ายเดียว”   ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุดีเอสไอกำลังติดตามตัวพระธัมมชโยตามหมายจับที่มีอยู่ อยู่ในสถานะผูั้ต้องหาหนีคดี ส่วนจะพบเบาะแสที่ไหนก็จะดำเนินการตรวจค้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ดีเอสไอยังเชื่อว่าพระธัมมชโยไม่ได้อยู่ในวัดพระธรรมกายแล้วตามที่ดีเอสไอรายงาน ส่วนจะหลบหนีไปต่างประเทศหรือไม่นั้น พระธัมมชโยไม่มีหนังสือเดินทาง   ขณะนี้ดีเอสไอ อยู่ในระหว่างดำเนินการพิสูจน์ทราบว่าใครเป็นเจ้าของบ้านและที่ดินบนสันเขาซึ่งปลูกสร้างอย่างผิดกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hs65gLeGcJs  

 28,098
สังคม-อาชญากรรม
12 มิ.ย. 60

dsi จ่อเรียก 'เจ้าสัวบุญชัย' แจงที่มาบ้านพักหรูบนเขาในพื้นที่ป่าพังงา

ดีเอสไอ จ่อเรียกเจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล แจงที่มาบ้านพักหรูขนาดใหญ่ 2 หลัง บนเขาในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนโต๊ะหลาและป่าแหลมซำ ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง รวมทั้งการครอบครองที่ดิน หลังสอบผู้ดูแลบ้าน ให้การแต่เดิมเป็นของบุญชัย ต่อมามอบให้อดีตภรรยา ใช้ชื่อบริษัทแห่งหนึ่งถือครองแทน ต้องเรียกทั้งหมดมาชี้แจง พร้อมเสนอเป็นคดีพิเศษ ชี้กฎหมายที่ดินระบุชัดเจน ห้ามออกเอกสารสิทธิในที่เขา หรือภูเขา และในเขตที่สงวนหวงห้ามของรัฐ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NXZ3IiM7vNw  

 91,163
สังคม-อาชญากรรม
02 มิ.ย. 60

dsi เผยลูกชายอดีต ส.ส. ครอบครองรถหรูโจรกรรม 'บอย ยูนิตี้' โอดโดนอายัดรถกระทบธุรกิจ

ดีเอสไอ ให้กรมศุลกากรประเมินภาษีรถหรูเลี่ยงภาษีล็อตแรก 30 คัน เตรียมแจ้งข้อหาผู้นำเข้า พบลูกชาย อดีตส.ส.ครอบครอง รถลัมโบร์กินี่สีเขียวถูกโจรกรรมจากอังกฤษ จ่อชงรัฐบาลใช้มาตรา 44 แก้ปัญหารถหรู   พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีดีเอสไอมีแนวคิดจะเสนอให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหารถยนต์หรูลักลอบและหลีกเลี่ยงการชำระภาษีศุลกากร ว่า เรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องมีการพูดคุยในที่ประชุมของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด โดยเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมศุลกากรจะเป็นผู้เสนอใช้หรือไม่ใช้มาตรา 44 เอง   รายงานข่าวเปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์หรูลักลอบ และหลีกเลี่ยงการชำระภาษีศุลกากรที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าตรวจค้นโชว์รูม และบริษัทนำเข้าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า จากการที่หน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ประเทศอังกฤษ ยังได้ส่งข้อมูลมาให้กับดีเอสไอว่ามีรถยนต์ 42 คัน ที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษก่อนนำเข้ามาขายภายในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอพบแล้ว 10 คัน แบ่งเป็น 7 คัน อยู่ในโชว์รูมแห่งหนึ่ง มีผู้ซื้อไปครอบครองแล้ว 2 คัน อีก 3 คัน อยู่ในฟรีโซน กรมศุลกากรย่านบางบ่อ และอีก 1 คัน ในเขตพิเศษประกอบการค้าเสรี นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง รวมทั้งหมด 13 คัน   ขณะที่ บอย ยูนิตี้ กรรมการบริษัทเจ้าเอสทีที ออโต้คาร์ จำกัด และบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ย่านรัชดาภิเษก และสุขุมวิท 63 แถลงข่าวขอความเป็นธรรม หลังถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ อายัดไว้กว่า 30 วัน ชี้ทำให้ธุรกิจเสียหายหลายร้อยล้าน เพราะการกระทำดังกล่าวส่งผลให้บริษัทเสียชื่อเสียงและหมดความน่าเชื่อถือ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kw6F1q3INbQ    

 12,985
สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ค. 60

dsi ยันลัมโบร์กินีของ 'โดม' ไม่ได้ถูกขโมยจากอังกฤษ เจ้าตัวพ้อทำสังคมเข้าใจผิด

รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุ รถลัมโบร์กินี สีเขียว ของดารานักร้องหนุ่ม โดม ปกรณ์ ลัม ไม่ใช่รถที่ถูกโจรกรรม   พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนการนำเข้ารถยนต์หรู กล่าวว่า รถลัมโบร์กีนี สีเขียว ของโดม ปกรณ์ ลัม ดารานักร้อง ไม่ใช่รถที่ถูกโจรกรรมมาจากประเทศอังกฤษ จากการตรวจเลขคัชซีย์ และเลขตัวถังรถยนต์ ไม่ตรงกับที่แจ้งหายไว้ที่ประเทศอังกฤษ   ส่วนการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบกับผู้ประกอบการ รวมถึงผู้จำหน่ายแล้ว เบื้องต้นจะเรียกมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เข้ามาเกี่ยวข้องในการทุจริต อำนวยความสะดวก การนำเข้ารถหรู จากการตรวจสอบพบ มีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดทั้งหมด 9 คน โดย 1 ในนั้นเป็นรองอธิบดีกรมศุลกากร ซึ่งได้ประสานกับอธิบดีกรมศุลกากร ตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับราคารถ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามเรื่อง   ด้านนักร้องหนุ่ม ได้โพสต์ภาพตนเองคู่รถยนต์เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจอีกครั้ง แม้ DSI จะยืนยันว่ารถของโดมไม่ได้ผิดกฎหมาย พร้อมระบุว่า   “ก่อนนอนผมขออีกเรื่องนะครับ ผมว่ายุคนี้มันหมดสมัยแล้วครับ ที่จะสร้างเรื่อง ขายกระแสเพื่อเป็นผลประโยชน์ของตน ในยุคที่อินเตอร์เน็ตก้าวไกล ข้อมูลดาต้าเบสทุกอย่างมีอยู่อย่างครบถ้วน สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ครวดเร็วจนการที่เราจะสืบข้อมูลอะไร ทำได้โดยใช้เวลาไม่กี่นาที ..... ยกตัวอย่าง อย่างเรื่องรถยนต์ จะมีหมายเลขอยู่ชุดนึง ภาษาอังกฤษเรียกว่า VIN หรือภาษาไทยคือ หมายเลขตัวถัง เป็นเหมือนข้อมูลบัตรประชาชนของรถยนต์ในหมายเลข 17 หลัก ของหมายเลขตัวถังนั้น จะบอกข้อมูลทุกอย่างว่ารถคันนั้นผลิตจากที่ไหน ออกมาจากโรงงานไหนประเทศอะไร หรือแม้แต่ว่า รถคันนั้น ถูกขโมยมาหรือเปล่า!!! และที่สำคัญ!! ข้อมูลของรถที่ถูกขโมยมาของตำรวจสากล ไม่ได้ถูกเก็บเป็นความลับแต่อย่างใด แต่ถูกเปิดเผยเพื่อเป็นประโยชน์กับผู้เดือดร้อน ให้ได้ค้นหาข้อมูลรถของตัวเองในอินเตอร์เน็ตอย่างสะดวกครับ ...... #แล้วจะทำให้คลุมเครือทำไม #ซวย”          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/dmQUMpweHjA

 13,255
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ค. 60

โดมโล่ง ! ดีเอสไอยัน ลัมโบร์ฯที่ถูกโจรกรรม ไม่ใช่ของโดม แต่ขอให้นำเอกสารมายืนยัน อาจถือเป็นผู้เสียหาย

วันนี้ (29 พ.ค.) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบรถยนต์ลัมโบกินีถูกที่โจรกรรมจากประเทศอังกฤษ ซึ่งมีรายงานข่าวว่า อาจเป็นรถยนต์ของนายปกรณ์ ลัม หรือโดม นักร้อง-นักแสดงชื่อดัง   โดย พ.ต.ไพสิฐระบุว่า จากการตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์และหมายเลขตัวถังพบว่า รถยนต์ลัมโบกินีคันที่ถูกโจรกรรม ซึ่งดีเอสไอได้อายัดไว้ที่โชว์รูมเป็นคนละคันกับลัมโบกินีของนายปกรณ์    ส่วนการเข้าตรวจค้นโชว์รูมที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนพบสัญญาฝากขายรถของนายปกรณ์จริง แต่เบื้องต้นได้รับรายงานว่ารถยนต์ยังอยู่ในความครอบครองของนายปกรณ์ ไม่ได้นำมาจอดรอการขายที่โชว์รูม ดังนั้นหากนายปกรณ์นำรถยนต์พร้อมหลักฐานมาให้ตรวจสอบ ก็จะสามารถยืนยันได้ว่าเป็นรถยนต์คนละกันจริงๆ    อย่างไรก็ตาม หากนายปกรณ์ซื้อรถจากโชว์รูมแห่งนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องถูกตรวจสอบว่ามีการสำแดงการนำเข้าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องบริษัทผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบ ส่วนนายปกรณ์มีฐานะเป็นผู้ซื้อ จึงถือเป็นผู้เสียหาย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง      

 13,013
การเมือง
18 พ.ค. 60

dsi ออกหมายเรียก 'อนันต์ อัศวโภคิน' บิ๊กแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ฐานสมคบฟอกเงิน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ออกหมายเรียกนายอนันต์ อัศวโภคิน ผู้บริหารบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ตามมาตรา 5, มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542   หลังพบมีความเชื่อมโยงกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำที่ดินบริเวณใกล้เคียงวัดพระธรรมกายเนื้อที่ 46 ไร่ 3 งาน 56.2 ตารางวา ไปขายให้นายอนันต์ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ รวมเป็นเงิน 93,781,000 บาท ซึ่งราคาประเมินที่ดินขณะนั้นราคาตารางวาละ 15,000 บาท คิดเป็นราคาที่ดินประมาณ 281 ล้านบาท มีความแตกต่างและต่ำกว่าราคาประเมินถึง 3 เท่า อันทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย   ต่อมานายอนันต์ได้ขายที่ดินแปลงนี้ต่อให้บุคคลอื่นในราคา 492 ล้านบาทเศษ โดยนายอนันต์ได้นำเงินที่ได้จากการขาย จำนวนประมาณ 303 ล้านบาทบริจาคให้กับมูลนิธิคุณยายจันทร์ ขนนกยูง ซึ่งมีพระธัมมชโยเป็นองค์อุปถัมภ์     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j5RHy3oYn3o    

 17,304
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ค. 60

ดีเอสไอลงพื้นที่ ขอข้อมูลจากญาติเด็ก ป.4 กรณี คนอ้างเป็น เสธ.ดีเอสไอ ส่งข้อความข่มขู่

วันนี้ (9 พ.ค.) เวลา 10 .00 น ญาติของเด็กหญิง ป.4 ที่ถูกครูสาวหลอกให้ขโมยเงินมารดามาซื้อของนับแสนบาท เดินทางไปที่ สภ.นบพิตำ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ส่งข้อความมาข่มขู่คุกคาม ขอให้จบเรื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ จำนวน 3 นายเดินทางมารับทราบข้อมูลด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาสอบสวนในห้อง โดยไม่อนุญาตสื่อมวลชนเข้าทำข่าว ในขณะที่ญาติของเด็กหญิง ป.4 ยืนยันจะดำเนินคดีกับ ชายที่อ้างเป็นเสธ.เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ รายนี้ให้ถึงที่สุด ส่วนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่มาขอข้อมูลในวันนี้ กล่าวสั้นๆว่า ได้รับมอบหมายให้มารับทราบข้อมูลจากผู้ปกครองเด็ก เพื่อนำไปดำเนินการสอบสวนเกี่ยวความผิดวินัยต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 10,346
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 พ.ค. 60

สั่งสอบคนอ้างเป็น dsi ข่มขู่แม่เด็ก ป.4 ถูกครูหลอกขายของสูญเงินหลายแสน

จากกรณีเพจดังแชร์เรื่องราวเด็กหญิงชั้น ป.4 ถูกครูโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งหลอกให้ซื้อสินค้าออนไลน์ สูญเสียเงินกว่า 4 แสนบาท ต่อมามีการไกล่เกลี่ยค่าเสียหายไม่ลงตัว ทางฝั่งผู้ปกครองเด็กถูกคนอ้างเป็น จนท.ดีเอสไอ ซึ่งเป็นญาติของครู ข่มขู่ให้จบเรื่อง สร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวของผู้เสียหาย   ล่าสุดทางญาติของเด็กได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับครูคนดังกล่าว ข้อหาฉ้อโกงเด็กโดยใช้กลอุบายหลอกหลวงเด็กด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ได้มาทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามในส่วนของข้อหาข่มขู่คุกคาม ที่จะแจ้งความดำเนินคดีกับ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ มีการข่มขู่ผู้เสียหายให้เกิดความกลัวไม่ปลอดภัยนั้น ทางผู้เสียหายที่ถูกข่มขู่จะหารืออีกครั้งหนึ่งว่าดำเนินการแจ้งความหรือไม่ในภายหลัง ทั้งนี้ยังไม่สามารถติดต่อผู้ปกครองเด็กได้ เนื่องจากหวาดกลัว จนต้องหลบไปอยู่ที่อื่นชั่วคราว   ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่าตามที่มีบุคคลอ้างว่าชื่อเป็น จนท.ในสังกัดดีเอสไอนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานต่อไปว่าบุคคลรายนี้จะมีพฤติการณ์ตามที่มีเผยแพร่อยู่ในโซลเชียลมีเดียในเวลานี้หรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A_zxnxWAMmU    

 8,591

Top