ค้นหา :

ผลการค้นหา "DSI"

สังคม
12 พ.ย. 62

เข้ามอบตัวแล้ว! หน.ชัยวัฒน์เดินทางไปดีเอสไอหลังโดนหมายจับคดี 'บิลลี่'

วันที่ 12 พฤศจิกายน เวลา 10.10 น. ที่กรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)   นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน  เดินทางมามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ หลังจากวานนี้ (11พ.ย.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ พร้อมพวก 3 คน นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ในคดีหายตัวไปของนายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ตามที่พันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว เป็นผู้ยื่นคำร้องและแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล   โดยขั้นตอนหลังจากนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะควบคุมตัวนายชัยวัฒน์ ไว้เพื่อทำการสอบปากคำได้ 48 ชม.ตามกฏหมาย หลังจากนั้นจึงจะนำตัวส่งศาลต่อไป   ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ในทุกข้อกล่าวหา พร้อมตัดพ้อว่า ตนเองนั้นรับราชการพิทักษ์ป่า ทำเพื่อแผ่นดิน แต่กลับถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้จนชีวิตราชการของตัวเองต้องพังลง รวมทั้งครอบครัว อย่างไรก็ตามจะให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ และจะออกมาแถลงข้อเท็จจริงในอีกมุมหนึ่ง หลังจากรับทราบข้อกล่าวกับทางดีเอสไอแล้วเสร็จ  

 3,360
อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

เข้ามอบตัวแล้ว! หน.ชัยวัฒน์เดินทางไปดีเอสไอหลังโดนหมายจับคดี 'บิลลี่'

วันที่ 12 พฤศจิกายน เวลา 10.10 น. ที่กรม สอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)   นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน  เดินทางมามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ หลังจากวานนี้ (11พ.ย.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติหมายจับนายชัยวัฒน์ พร้อมพวก 3 คน นายบุญแทน บุษราคำ, นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ในคดีหายตัวไปของนายพอละจี หรือ บิลลี่ รักจงเจริญ แกนนำประชาชนชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ตามที่พันตำรวจโทเชน กาญจนาปัจจ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าว เป็นผู้ยื่นคำร้องและแถลงข้อเท็จจริงต่อศาล   โดยขั้นตอนหลังจากนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะควบคุมตัวนายชัยวัฒน์ ไว้เพื่อทำการสอบปากคำได้ 48 ชม.ตามกฏหมาย หลังจากนั้นจึงจะนำตัวส่งศาลต่อไป   ทั้งนี้นายชัยวัฒน์ ยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ในทุกข้อกล่าวหา พร้อมตัดพ้อว่า ตนเองนั้นรับราชการพิทักษ์ป่า ทำเพื่อแผ่นดิน แต่กลับถูกดำเนินคดีในลักษณะนี้จนชีวิตราชการของตัวเองต้องพังลง รวมทั้งครอบครัว อย่างไรก็ตามจะให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ และจะออกมาแถลงข้อเท็จจริงในอีกมุมหนึ่ง หลังจากรับทราบข้อกล่าวกับทางดีเอสไอแล้วเสร็จ  

 3,360
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' ไม่กังวล ยันไม่หนี หลังถูกออกหมายจับ 6 ข้อหา พัวพันคดีบิลลี่ พร้อมมอบตัว 12 พ.ย.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ / นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ใน 6 ความผิด   1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้   2.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ   3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่งกายนั้นถึงแก่ความตาย   4.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ   5.ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป   6.ร่วมกันโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่จะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป                  โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงเช้าของวันนี้ (12 พ.ย.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป พร้อมกล่าวขณะรอรับมอบนโยบายด้านการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง จากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี   โดยนายชัยวัฒน์ ระบุว่า ไม่รู้สึกกังวลกับกระแสข่าว ที่ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพแศษ หรือ ดีเอสไอ จะขออนุมัติออกหมายจับตนเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบิลลี่ เพราะยังไม่เห็นเอกสารว่ามีการขอหมายจับจากศาลจริงหรือไม่ หรือหากออกหมายจับจริง ก็ยังไม่รู้ว่ามีชื่อตนเองหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบเป็นเพียงข่าวจากสื่อมวลชน   ขณะนี้ตนเองยังคงทำงานและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้หนีไปไหน มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งสามารถติดตามตัวได้ ตอนนี้ไม่กังวลหรือหนักใจใดๆ หากดีเอสไอจะออกหมายจับตนเองจริง ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยได้รับรายงานแล้ว ชัยวัฒน์ ถูก ดีเอสไอ ออกหมายจับกับพวกคดีบิลลี่ โดยกล่าวสั้นๆว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้นายชัยวัฒน์จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ยืนยันไม่มีใครช่วยใครได้ แม้จะรู้กับใครหรือจะมาบอกว่ารู้จักกับตน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WQ96Vf3ygGs

 1,062
สังคม
12 พ.ย. 62

'ชัยวัฒน์' ไม่กังวล ยันไม่หนี หลังถูกออกหมายจับ 6 ข้อหา พัวพันคดีบิลลี่ พร้อมมอบตัว 12 พ.ย.

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อนุมัติได้ออกหมายจับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน กับพวกรวม 4 คน ประกอบด้วย นายบุญแทน บุษราคำ / นายธนเสฏฐ์ หรือไพฑูรย์ แช่มเทศ และนายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ รวม 4 คน ใน 6 ความผิด   1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิด แต่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น เพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่น ที่ตนได้กระทำไว้   2.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้นและได้กระทำโดยมีอาวุธ   3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ในร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวถูกกักขังหรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่งกายนั้นถึงแก่ความตาย   4.ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็น ทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ   5.ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป   6.ร่วมกันโดยทุจริต เพื่ออำพรางคดีกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่จะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป                  โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินทางเข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษในช่วงเช้าของวันนี้ (12 พ.ย.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป พร้อมกล่าวขณะรอรับมอบนโยบายด้านการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง จากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ณ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี   โดยนายชัยวัฒน์ ระบุว่า ไม่รู้สึกกังวลกับกระแสข่าว ที่ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพแศษ หรือ ดีเอสไอ จะขออนุมัติออกหมายจับตนเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบิลลี่ เพราะยังไม่เห็นเอกสารว่ามีการขอหมายจับจากศาลจริงหรือไม่ หรือหากออกหมายจับจริง ก็ยังไม่รู้ว่ามีชื่อตนเองหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบเป็นเพียงข่าวจากสื่อมวลชน   ขณะนี้ตนเองยังคงทำงานและปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้หนีไปไหน มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งสามารถติดตามตัวได้ ตอนนี้ไม่กังวลหรือหนักใจใดๆ หากดีเอสไอจะออกหมายจับตนเองจริง ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เผยได้รับรายงานแล้ว ชัยวัฒน์ ถูก ดีเอสไอ ออกหมายจับกับพวกคดีบิลลี่ โดยกล่าวสั้นๆว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม แม้นายชัยวัฒน์จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ยืนยันไม่มีใครช่วยใครได้ แม้จะรู้กับใครหรือจะมาบอกว่ารู้จักกับตน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WQ96Vf3ygGs

 1,062
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

อวสาน movie2free ดีเอสไอบุกจับเว็บหนังเถื่อนเบอร์ 1 ในไทย ได้ค่าโฆษณา 5 ล้าน/เดือน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศไทย movie2free   โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวเจ้าของเว็บไซต์เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี เคยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ส่วนแอดมินผู้ดูระบบเว็บไซต์เป็นชายวัยรุ่น อายุ 22 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ   เจ้าหน้าได้เข้าค้นที่พักของแอดมินเมื่อต้นเดือน พ.ย.62 ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ขณะกำลังนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าดูแลเว็บไซต์ movie2free จากผลการปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้เว็บไซต์ movie2free ปิดตัวลง โดยขณะนี้ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเครือข่ายทั้งการดำเนินคดีอาญาและมาตรการทางภาษี   สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าวมีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนยากต่อการติดตามให้ถึงตัว โดยได้จัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไว้ที่ต่างประเทศ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบังหลอกไว้ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแกะรอยของเจ้าหน้าที่   โดยเว็บไซต์ movie2free จะมีรายได้ค่าโฆษณาจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ติดป้ายแบนเนอร์ในหน้าเว็บไซต์ และที่โฆษณาพนันออนไลน์แบบเป็นคลิปวิดีโอเล่นก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมประมาณ 25 เว็บไซต์ รวมรายได้ประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน   ผลการสอบสวนพบข้อมูลว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2557 โดยเมื่อประมาณต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000-900,000 IP Address ต่อวัน ยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว เป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย และอันดับต้นของโลก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jMlHQTovfzs  

 1,594
สังคม
08 พ.ย. 62

อวสาน movie2free ดีเอสไอบุกจับเว็บหนังเถื่อนเบอร์ 1 ในไทย ได้ค่าโฆษณา 5 ล้าน/เดือน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศไทย movie2free   โดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวเจ้าของเว็บไซต์เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี เคยมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ส่วนแอดมินผู้ดูระบบเว็บไซต์เป็นชายวัยรุ่น อายุ 22 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ   เจ้าหน้าได้เข้าค้นที่พักของแอดมินเมื่อต้นเดือน พ.ย.62 ที่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ขณะกำลังนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าดูแลเว็บไซต์ movie2free จากผลการปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้เว็บไซต์ movie2free ปิดตัวลง โดยขณะนี้ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเครือข่ายทั้งการดำเนินคดีอาญาและมาตรการทางภาษี   สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าวมีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนยากต่อการติดตามให้ถึงตัว โดยได้จัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไว้ที่ต่างประเทศ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบังหลอกไว้ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแกะรอยของเจ้าหน้าที่   โดยเว็บไซต์ movie2free จะมีรายได้ค่าโฆษณาจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ติดป้ายแบนเนอร์ในหน้าเว็บไซต์ และที่โฆษณาพนันออนไลน์แบบเป็นคลิปวิดีโอเล่นก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมประมาณ 25 เว็บไซต์ รวมรายได้ประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน   ผลการสอบสวนพบข้อมูลว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2557 โดยเมื่อประมาณต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000-900,000 IP Address ต่อวัน ยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว เป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย และอันดับต้นของโลก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jMlHQTovfzs  

 1,594
สังคม
07 พ.ย. 62

คอหนังฟรีอด ดีเอสไอบุกจับเว็บ "movie2free" พบมีรายได้ 5 ล้านต่อเดือน

วันที่ 7 พ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยผลการจับกุมเครือข่ายเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์รายใหญ่ของประเทศไทย movie2free   พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้สืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวเจ้าของเว็บไซต์เป็นชายไทยอายุประมาณ 30 ปี เคยอาศัยอยู่ต่างประเทศ ส่วนแอดมินผู้ดูระบบเว็บไซต์เป็นชายวัยรุ่น อายุ 22 ปี อาศัยอยู่ทางภาคเหนือ   เมื่อต้นเดือน พ.ย.62 เจ้าหน้าที่ได้เข้าค้นที่พักของแอดมินในบ้านเช่าหลังหนึ่ง ขณะกำลังนั่งทำงานหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าดูแลเว็บไซต์ movie2free จากผลการปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้เว็บไซต์ movie2free ปิดตัวลง ขณะนี้กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเครือข่ายทั้งการดำเนินคดีอาญาและมาตรการทางภาษี   สำหรับเว็บไซต์ดังกล่าวมีการกระทำในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ซับซ้อนยากต่อการติดตามให้ถึงตัว โดยได้จัดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายไว้ที่ต่างประเทศ และมีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายบังหลอกไว้ 2 ชั้น เพื่อป้องกันการแกะรอย   โดยเว็บไซต์ movie2free จะมีรายได้ค่าโฆษณาจากเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ติดป้ายแบนเนอร์ในหน้าเว็บไซต์ และโฆษณาพนันออนไลน์แบบคลิปวิดีโอเล่นก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมประมาณ 25 เว็บไซต์ รายได้โดยรวมประมาณ 5 ล้านบาทต่อเดือน   ผลการสอบสวนพบข้อมูลว่า เว็บไซต์ดังกล่าวมีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2557 โดยเมื่อประมาณต้นปี 2562 มีผู้เข้าชมประมาณ 800,000-900,000 IP Address ต่อวัน ยอดวิววันละประมาณ 10 ล้านวิว เป็นเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย และอันดับต้นของโลก   ขอขอบคุณข้อมูล : ข่าวสด

 12,376
สรุปข่าว
30 ต.ค. 62

แฟลชนิวส์ 30 ต.ค.62 ไฟไหม้ลานจอดรถ รพ.ศูนย์อุดรฯ - พายุพัดเสาไฟฟ้าล้ม 41 ต้น

-ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม นำผู้เสียหายจากการร่วมลงทุน Forex 3D จำนวนหนึ่ง แล้วไม่ได้รับค่าตอบแทน ร้องรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ให้เอาผิดกับเจ้าของโครงการ โดยขอให้ DSI รับเป็นคดีพิเศษ พบมีผู้เสียหายกว่า 3 หมื่นคน มูลค่าความเสียหายกว่า 4 หมื่นล้านบาท   -คืบหน้ากรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้จักรยานยนต์ 34 คัน รถยนต์ 1 คันในลานจอดรถโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เบื้องต้นเกิดจาก จยย.คันต้นเพลิงสตาร์ไม่ติด แล้วเกิดระเบิดขึ้น ทำให้มีประกายไฟลุกไหม้ ประกอบกับมีลมแรง เพลิงจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว   -เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจังหวัดเพชรบุรีเร่งซ่อมเสาไฟฟ้า 41 ต้น ถูกพายุพัดล้ม 

 446
สังคม-อาชญากรรม
28 ต.ค. 62

dsi เตรียมออกหมายเรียกแม่มณี หลังโกงแชร์หลายร้อยล้าน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมออกหมายเรียกแม่มณีมาสอบปากคำ หลังโกงค่าแชร์มูลค่าหลายร้อยล้านบาท พร้อมสอบมะนาว เจ้าสาวที่ถูกหลอกแต่งงาน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่   ผู้เสียหายจากแชร์แม่มณีทั่วประเทศกว่า 200 คน นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีกับนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณี หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเล่นแชร์ออนไลน์ เสียหายหลายร้อยล้านบาท   ตัวแทนผู้เสียหายเล่าว่า จุดเริ่มต้นคือการร่วมลงทุนแชร์แม่มณีผ่านเฟซบุ๊ก เริ่มจากเพื่อนชักชวน อ้างว่าได้ผลตอบแทนต่อเดือนสูงถึง 93% ของเงินลงทุนทั้งหมด เช่น ลงทุน 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาท รวมเป็น 1,930 บาท ที่หลงเชื่อเพราะมีการตรวจสอบโปรไฟล์พบว่า แม่มณีมีธุรกิจจำนวนมาก ทั้งร้านทอง บ้านพักพูลวิลล่า สถานบันเทิง รวมทั้งสนิทสนมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง อีกทั้งการลงทุนในระยะแรกได้ผลตอบแทนตรงไปตรงมา จึงเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้น และชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุน กระทั่งผ่านไป 2-3 เดือน กลับไม่ได้รับผลตอบแทน และไม่สามารถติดต่อได้อีก   ผู้เสียหายอีกคน เล่าว่า รู้จักแม่มณีผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อ-ขายเสื้อผ้าเด็ก ก่อนถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน ซึ่งตัวเองสนใจเพราะต้องหาเงินเลี้ยงลูกที่ป่วยเพียงลำพัง และต้องการซื้อเครื่องช่วยหายใจใหม่ให้กับลูก จึงเริ่มลงทุนจากเงิน 1,000 บาท ก่อนเพิ่มขึ้น และนำเงินเก็บก้อนสุดท้าย 30,000 บาท ไปลงทุน ด้านผู้อำนวยการกองธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ กล่าวว่า เตรียมตรวจสอบรวบรวมหลักฐาน เกี่ยวกับธุรกิจของแม่มณีทั้งหมด ว่ามีอยู่จริงและทำกำไรได้ถึง 93% หรือไม่ ก่อนจะออกหมายเรียกมาสอบปากคำในสัปดาห์หน้า โดยเชื่อว่ายังอยู่ในประเทศไทย ส่วนแม่ข่ายที่ชักชวนผู้อื่นร่วมลงทุน จะตรวจสอบเจตนาว่าเป็นการชักชวนโดยสุจริต หรือ จงใจหลอกให้ลงทุน   เบื้องต้นดีเอสไอพบว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 300 คน มูลค่าความเสียหายหลักร้อยล้านบาท ส่วนผู้ที่เสียหายสูงสุดมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ นางสาวจุฑาทิพย์ นิ่มนวล หรือ มะนาว เจ้าสาวที่ถูกหลอกแต่งงาน หรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อนเพราะยังไม่มีข้อมูล ทั้งนี้ดีเอสไอยืนยันว่าจะเร่งรัดดำเนินคดีให้เร็วที่สุด โดยจะประสานกับตำรวจเพื่อรับโอนคดีบางส่วนที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความก่อนหน้านี้ จากนั้นจะใช้มาตรการทางภาษีและการอายัดทรัพย์ของผู้กระทำผิดคืนให้ผู้เสียหายต่อไป  

 4,417
สังคม
28 ต.ค. 62

dsi เตรียมออกหมายเรียกแม่มณี หลังโกงแชร์หลายร้อยล้าน

กรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมออกหมายเรียกแม่มณีมาสอบปากคำ หลังโกงค่าแชร์มูลค่าหลายร้อยล้านบาท พร้อมสอบมะนาว เจ้าสาวที่ถูกหลอกแต่งงาน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่   ผู้เสียหายจากแชร์แม่มณีทั่วประเทศกว่า 200 คน นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ผู้อำนวยการกองธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ดำเนินคดีกับนางสาววันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือ แม่มณี หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเล่นแชร์ออนไลน์ เสียหายหลายร้อยล้านบาท   ตัวแทนผู้เสียหายเล่าว่า จุดเริ่มต้นคือการร่วมลงทุนแชร์แม่มณีผ่านเฟซบุ๊ก เริ่มจากเพื่อนชักชวน อ้างว่าได้ผลตอบแทนต่อเดือนสูงถึง 93% ของเงินลงทุนทั้งหมด เช่น ลงทุน 1,000 บาท จะได้รับผลตอบแทน 930 บาท รวมเป็น 1,930 บาท ที่หลงเชื่อเพราะมีการตรวจสอบโปรไฟล์พบว่า แม่มณีมีธุรกิจจำนวนมาก ทั้งร้านทอง บ้านพักพูลวิลล่า สถานบันเทิง รวมทั้งสนิทสนมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง อีกทั้งการลงทุนในระยะแรกได้ผลตอบแทนตรงไปตรงมา จึงเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้น และชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุน กระทั่งผ่านไป 2-3 เดือน กลับไม่ได้รับผลตอบแทน และไม่สามารถติดต่อได้อีก   ผู้เสียหายอีกคน เล่าว่า รู้จักแม่มณีผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กซื้อ-ขายเสื้อผ้าเด็ก ก่อนถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน ซึ่งตัวเองสนใจเพราะต้องหาเงินเลี้ยงลูกที่ป่วยเพียงลำพัง และต้องการซื้อเครื่องช่วยหายใจใหม่ให้กับลูก จึงเริ่มลงทุนจากเงิน 1,000 บาท ก่อนเพิ่มขึ้น และนำเงินเก็บก้อนสุดท้าย 30,000 บาท ไปลงทุน ด้านผู้อำนวยการกองธุรกิจการเงินนอกระบบ ดีเอสไอ กล่าวว่า เตรียมตรวจสอบรวบรวมหลักฐาน เกี่ยวกับธุรกิจของแม่มณีทั้งหมด ว่ามีอยู่จริงและทำกำไรได้ถึง 93% หรือไม่ ก่อนจะออกหมายเรียกมาสอบปากคำในสัปดาห์หน้า โดยเชื่อว่ายังอยู่ในประเทศไทย ส่วนแม่ข่ายที่ชักชวนผู้อื่นร่วมลงทุน จะตรวจสอบเจตนาว่าเป็นการชักชวนโดยสุจริต หรือ จงใจหลอกให้ลงทุน   เบื้องต้นดีเอสไอพบว่ามีผู้เสียหายมากกว่า 300 คน มูลค่าความเสียหายหลักร้อยล้านบาท ส่วนผู้ที่เสียหายสูงสุดมูลค่าประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ นางสาวจุฑาทิพย์ นิ่มนวล หรือ มะนาว เจ้าสาวที่ถูกหลอกแต่งงาน หรือไม่ ต้องตรวจสอบก่อนเพราะยังไม่มีข้อมูล ทั้งนี้ดีเอสไอยืนยันว่าจะเร่งรัดดำเนินคดีให้เร็วที่สุด โดยจะประสานกับตำรวจเพื่อรับโอนคดีบางส่วนที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความก่อนหน้านี้ จากนั้นจะใช้มาตรการทางภาษีและการอายัดทรัพย์ของผู้กระทำผิดคืนให้ผู้เสียหายต่อไป  

 4,417
สังคม-อาชญากรรม
03 ต.ค. 62

ดีเอสไอ ระบุ คดีฆาตกรรม ‘บิลลี่’ คืบหน้ากว่า 80% ยัน เสร็จตามกำหนดเวลา

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 3 ต.ค. 62 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางมาเป็นประธาน ในการกล่าวปฏิญานตน ข้าราชการ DSI ไร้ทุจริต เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษครบ 17 ปี   ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย โดยเผยว่า    ตอนนี้รูปคดีผ่านมาแล้วถึง 80% โดยเมื่อห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการมอบหมายให้ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หาหลังฐาน เก็บข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประชุม และแถลงผลในวันจันทร์นี้ (7 ต.ค.62)   พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า อีกทั้งยังคงต้องรอสำนวนจากทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท) ในส่วนของกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ในเรื่องการควบคุมตัวนายพอละจี อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ดีเอสไอจะทำคดีดังกล่าวให้เสร็จตามกำหนดเวลาอย่างแน่นอน   ส่วนผลการชันสูตรโครงกระดูกที่พบ ต้องให้เวลาทางสถาบันนิติวิทยาศาตร์ประมาณ 2 สัปดาห์ถึงจะทราบผลเพิ่มเติม ส่วนจะทันวันจันทร์นี้หรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานตามช่วงเวลาของเขา   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว        

 1,314
อาชญากรรม
03 ต.ค. 62

ดีเอสไอ ระบุ คดีฆาตกรรม ‘บิลลี่’ คืบหน้ากว่า 80% ยัน เสร็จตามกำหนดเวลา

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 3 ต.ค. 62 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางมาเป็นประธาน ในการกล่าวปฏิญานตน ข้าราชการ DSI ไร้ทุจริต เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษครบ 17 ปี   ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงโป่งลึก-บางกลอย โดยเผยว่า    ตอนนี้รูปคดีผ่านมาแล้วถึง 80% โดยเมื่อห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการมอบหมายให้ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หาหลังฐาน เก็บข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประชุม และแถลงผลในวันจันทร์นี้ (7 ต.ค.62)   พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า อีกทั้งยังคงต้องรอสำนวนจากทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท) ในส่วนของกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ในเรื่องการควบคุมตัวนายพอละจี อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ดีเอสไอจะทำคดีดังกล่าวให้เสร็จตามกำหนดเวลาอย่างแน่นอน   ส่วนผลการชันสูตรโครงกระดูกที่พบ ต้องให้เวลาทางสถาบันนิติวิทยาศาตร์ประมาณ 2 สัปดาห์ถึงจะทราบผลเพิ่มเติม ส่วนจะทันวันจันทร์นี้หรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ทำงานตามช่วงเวลาของเขา   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว        

 1,314
สรุปข่าว
18 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 18 ก.ย.62 พริตตี้สาวดับปริศนา-รัฐบาลรับบริจาคช่วยน้ำท่วม-ผวาหมูติดเชื้ออหิวาต์แอฟริกา

-ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วยผู้ประสบอุทกภัย ยอดบริจาครัฐบาลทะลุ 263 ล้านบาท นายกฯประเดิมช่วย 1 แสน นำครม.รับโทรศัพท์รับบริจาคเงิน ภาครัฐ-เอกชนร่วมคึกคัก นายกฯเผยประมินน้ำท่วมเสียหาย 2-3 หมื่นล้านบาท ขอบคุณทุกภาคส่วนรวมทั้งบิณฑ์ที่เข้าช่วยเหลือ ทำให้ตนมีความสุขที่ทุกคนมีส่วนร่วมทำงานกับรัฐบาล โต้เสียงวิจารณ์ไม่ได้คิดช้า แต่ขอให้เข้าใจว่าการช่วยเหลือส่วนใหญ่ต้องมาจากรัฐบาล อย่าบิดเบือนให้ร้ายกัน   โฆษกรัฐบาลรับเชิญบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มาร่วมงานรับบริจาคของรัฐบาล ยันไม่มีการขอให้รวมบัญชีบริจาคแต่อย่างใด ขณะที่บิณฑ์บินด่วนจากอุบลฯมาร่วมรายการรับบริจาคหลังได้รับคำเชิญทางโทรศัพท์ ยันมาด้วยใจไม่มีใครบังคับ ก่อนหน้าได้เบิกเงินสด 5 ล้านแจกผู้ประสบภัย 1 พันครอบครัวที่วารินชำราบ ยอดรวมบริจาคบัญชีบิณฑ์เฉียด 300 ล้านบาทแล้ว   ขณะที่สถานการณ์น้ำที่อุบลฯเริ่มลด กรมชลประทานเร่งระบายน้ำลงโขง ตั้งเครื่องสูบน้ำเป็น 260 เครื่อง เจอปัญหาศูนย์อพยพส้วมไม่พอใช้ ผู้ว่าฯประสานขอรถสุขาด่วนจากปทุมธานี สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิณฑ์' ยันมาด้วยใจ ไม่มีใครบังคับ ร่วมรายการรัฐบาลบริจาคช่วยน้ำท่วม 'บิ๊กตู่' รับโทรศัพท์เอง ยอดทะลุ 263 ล้าน   -2พี่น้องสารภาพแอบอ้าง ปลอมแปลงเลขบัญชีรับบริจาคน้ำท่วมบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ไปหลอกคนในโลกออนไลน์ บิณฑ์คุยสองสาวแต่ยังปฏิเสธ ก่อนเค้นถามขู่ถ้าไม่ยอมรับจะดำเนินคดีถึงที่สุด สุดท้ายยอมสารภาพทำจริง จะโอนเงินคืนให้ บิณฑ์ขอให้ลงเฟซบุ๊กขอโทษคนที่โอนเงินและคนที่เดือดร้อน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พี่น้องโบ้ยกันเอง แอบอ้างบัญชีบริจาคน้ำท่วม 'บิณฑ์' ต่อสายเค้นถึงยอมสารภาพ   -เปิดอภิปรายปมถวายสัตย์วันนี้ นายกฯบอกไม่ตื่นเต้นพร้อมตอบคำถามและรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์ จะอยู่ฟังในสภาให้นานที่สุด ฝ่ายกม.เตรียมข้อมูลให้ รวมทั้งความเห็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยศาล รธน. ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ไม่ตื่นเต้นศึกซักฟอกปมถวายสัตย์ ยันจะอยู่ฟังให้นานที่สุด   -ฝ่ายค้านเตรียม 15 ขุนพลอภิปราย นำโดยปิยบุตร, เสรีพิศุทธิ์ ด้านสุทิน คลังแสงระบุ หากอภิปรายครอบคลุมทุกประเด็น ทั้งการถามและการชี้แจงของนายกฯ และพรรคร่วมรัฐบาลไม่ประท้วงจนเกินไป อาจจบเร็วกว่ากำหนด แต่คาดว่ารัฐบาลจะยกคำวินิจฉัยศาลมาประท้วง หรืออาจหาเหตุขอประชุมลับ จนอภิปรายไม่ได้ ถ้ารัฐบาลตีรวนไม่มีเหตุผล ฝ่ายค้านอาจ walk out จากห้องประชุม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ปิยบุตร-เสรีพิศุทธ์' นำทีม 15 ขุนพลจัดหนักอภิปราย 'บิ๊กตู่' ปมถวายสัตย์วันนี้   -เสรีพิศุทธิ์ ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช.) มีมติตั้งอนุกรรมการ 2 คณะตรวจสอบคุณสมบัติ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ปมคดีที่ออสเตรเลียและวุฒิการศึกษา ป.เอก โดยจะเดินทางไปต่างประเทศหาข้อมูลและพยานหลักฐานทั้ง ออสเตรเลีย, สหรัฐฯ และวานูอาตู แม้จะมีข้อมูลดิบที่ประชาชนส่งมาให้แล้วจำนวนมาก ถ้ามีการปรับ ครม.ถูกต้อง กรรมาธิการก็จะยุติการตรวจสอบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสรีพิศุทธ์' ตั้งอนุ กมธ.ปราบโกง บิน 3 ประเทศ สอบปมฉาว 'ธรรมนัส'   -ธรรมนัสลาประชุม ครม.เข้า รพ.มีไข้สูงเจาะเลือดพบเป็นโรคชิคุนกุนยา ร่างกายอ่อนเพลียจาการลงพื้นที่ ยันไม่ได้ป่วยการเมือง ไม่กังวลมรสุมที่รุมเร้า ล่าสุดออกจากรพ.แล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ธรรมนัส' ป่วยชิคุนกุนยา ออก รพ.แล้วฟิตลุยงานทันที ยันไม่ได้ป่วยการเมือง   -คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติลดเงินเข้ากองทุนฯ อุ้มราคาน้ำมันเบนซิน 1บ./ลิตร ดีเซล 0.60 สต./ลิตร มีผล 18 ก.ย. 62 ทำให้เงินกองทุนน้ำมันหายไป 813 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นทดแทนซาอุฯ   หลังเรียกประชุมนัดพิเศษจากเหตุโจมตีโรงกลั่นน้ำมันที่ซาอุฯทำราคาน้ำมันโลกพุ่ง ใช้กลไกกองทุนดูแลราคาน้ำมันในประเทศไม่ให้ขยับ ด้านเอกชนเป็นห่วงน้ำมันแพงกระทบกำลังซื้อปชช.และ GDP ระยะยาว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กบง.รับมือวิกฤตซาอุฯ อุ้มราคาน้ำมัน ลดเก็บเงินเข้ากองทุนเบนซิน 1 บาท - ดีเซล 60 สต./ลิตร     -ดีเดย์ 15 ม.ค.63 เลิกใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ธปท.เผยมีบัตรแถบแม่เหล็กที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดมากถึง 20 ล้านใบทั่วประเทศ ย้ำให้ปชช.เปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยกว่า ป้องกันการปลอมแปลง การโจรกรรมข้อมูลนำไปทำบัตรปลอม ตั้งเป้าเปลี่ยนบัตรครบถ้วนภายในสิ้นปีนี้ หากไม่เปลี่ยนกดเงินไม่ได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แบงก์ชาติแจ้งเลิกใช้บัตรแถบแม่เหล็ก ต้องเปลี่ยนเป็นชิปการ์ด 15 ม.ค.63 ใครไม่เปลี่ยนกดเงินไม่ได้    -ยังหาสาเหตุการตายแพนด้าช่วงช่วงไม่ได้ ต้องรอผู้เชี่ยวชาญจากจีนผ่าชันสูตร จัดสถานที่ไว้อาลัย พนักงานใส่ชุดดำร่วมส่งวิญญาณช่วงช่วง ขณะแถลงข่าวสัตวแพทย์และพี่เลี้ยงร่ำไห้เหมือนสูญเสียลูกชาย ช่วงช่วงมีประกันชีวิต 15 ล้านบาท ขณะที่หลินฮุ่ยคู่รักยังใช้ชีวิตตามปกติ จะหมดสัญญาอยู่ไทย 12 ต.ค.2566 ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พี่เลี้ยงแต่งดำไว้อาลัย 'ช่วงช่วง' เศร้าเหมือนเสียลูกชาย เก็บร่างรอจีนร่วมชันสูตร ได้ประกันชีวิต 15 ล้าน    -ปศุสัตว์เชียงรายฉีดยาฆ่าหมู 200 ตัว ผวาติดเชื้ออหิวาต์แอฟริกา คุมเข้ม 8 อำเภอห้ามเคลื่อนย้ายหมู หากพบหมูป่วยต้องแจ้ง จนท. ประภัตร รมช.เกษตรยันอหิวาต์หมูยังไม่ระบาดไทย ส่วนหมูชายแดน 8 พันตัวส่งฆ่าทั้งหมด ตั้งด่านนับร้อยสกัดเคลื่อนย้าย ยอมรับกังวลหมูนำเข้าจากลาว สั่งลดปริมาฯการนำเข้าสู่ไทย กรมปศุสัตว์วอนอย่าตื่นตระหนก ยังกินหมูได้ปลอดภัย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ยันอหิวาต์แอฟริกาไม่ระบาดในไทย สกัดเข้มหมูชายแดน ชี้คนบริโภคเนื้อหมูปรุงสุกได้   -พริตตี้สาวลัลลาเบลดับปริศนาน้ำลายฟูมปากคาคอนโดย่านบุคคโล หลังรับงานด่วนชงเหล้าในงานสังสรรค์ที่บ้านพัก สอบหนุ่มพริตตี้บอยรับงานเดียวกัน อ้างผู้ตายเมามากจึงพาขึ้นรถพยุงขึ้นคอนโดก่อนเผลอหลับไป วงจรปิดจับภาพพริตตี้บอยขับรถมาจอดที่ลานจอดรถ ลากร่างลัลลาเบลเข้าลิฟต์ในสภาพไร้สติ ยันไม่ได้มอมยา แค่ดื่มเหล้ากันพร้อมพิสูจน์ความจริง แพทย์ระบุหัวใจล้มเหลว รอผลชันสูตรสารในร่างกายก่อนสรุปคดี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'น้ำอุ่น' ไม่รู้ 'ลัลลาเบล' ตายตอนไหน อุ้มลงลิฟต์แค่ตัวเย็น ชาวเน็ตแฉคลิปช็อคน้ำลายฟูมปาก อาจถูกมอมยา   -หนุ่มระยองทำลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หาย 3 ใบ 18 ล้าน โร่แจ้งความอายัดสลากป้องกันคนอื่นขึ้นเงิน มีภาพถ่ายสลากเป็นหลักฐานสำคัญ ตร.ระบุยังอายัดไม่ได้ เลขประจำฉบับไม่ชัด ต้องหาหลักฐานเพิ่ม ทำได้แค่รับเรื่องไว้ก่อน   -คืบหน้าคดีบิลลี่ DSI ตามประกบนาย ด. เอี่ยวชำแหละ จยย. ยันยังไม่มีการออกหมายเรียกหรือจับใครตามกระแสข่าว ขอเวลาเก็บพยานหลักฐานให้รัดกุมสมบูรณ์ เตรียมประชุมคณะสอบสวนพรุ่งนี้ แหล่งข่าวระบุ จนท.ทราบจุดทิ้งรถ จยย.บิลลี่แล้ว เตรียมนำตัวนาย ด.มาสอบปากคำเพิ่ม   -เปิดตัววันแรกละครลิขิตรักข้ามดวงดาว ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์โลก แฟนละครทึ่ง CG สมจริงเหมือนต้นฉบับเกาหลีเป๊ะ แห่ชมฝีมือการแสดงณเดชน์-แมท เคมีเข้ากัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ลิขิตรักข้ามดวงดาว' เปิดตัวตอนแรก ขึ้นเทรนทวิตเตอร์โลกอันดับ 1 แฟนละครทึ่ง cg สมจริง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3z6QmhA-7L8

 10,634
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ย. 62

'ดีเอสไอ' จ่อแจ้ง 3 ข้อหาแก๊งฆ่า 'บิลลี่' ฆ่าคนตาย-ปล้นทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว

คืบหน้าคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย มีแหล่งข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า ขณะนี้พยานหลักฐานในสำนวนคดีมีเพียงพอที่จะออกหมายเรียกผู้ต้องสัยมารับทราบข้อกล่าวหา   แต่ทางผู้บริหารของดีเอสไอต้องการความรัดกุมในทางคดี จึงสั่งการให้ชุดสอบสวนกระจายลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำพยานเพิ่มเติมและรอผลตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการจากทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมแจ้ง 3 ข้อหา ฆ่าคนตาย ปล้นทรัพย์ และกักขังหน่วงเหนี่ยว   นอกจากนี้คณะพนักงานสอบสวนที่มีอัยการสำนักการสอบสวนมาเข้าร่วมสอบสวน ได้เสนอให้ออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลมาที่เกี่ยวข้องมาแจ้งกล่าวหา หรือออกหมายจับได้แล้ว เนื่องจากพยานหลักฐานเพียงพอแล้ว แต่ทางดีเอสไอเห็นว่าบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่การงานและมีตำแหน่งราชการระดับสูง ตามขั้นตอนจึงควรจะออกหมายเรียกก่อน หากไม่มาพบพนักงานสอบสวนโดยไม่มีสาเหตุอันสมควร จึงจะขออนุมัติศาลออกหมายจับ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mb1OI6O-T_g

 20,053
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 62

dsi ประชุมลับคดี 'บิลลี่' ปัดเอี่ยวส่งคนขู่ จนท.ให้เป็นพยานรับสารภาพ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ มีการประชุมลับภายในเพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนปมเหตุฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพประชุม   ทั้งนี้ดีเอสไอได้ภาพจากกล้องวงจรปิด การเข้าออกอุทยานของกลุ่มคนต้องสงสัยและรถยนต์ของข้าราชการระดับสูงในช่วงเวลาที่นายบิลลี่หายตัวไปแล้วเช่นกัน ภายหลังการประชุม พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ ระบุว่าขณะนี้มีการสอบปากคำไปแล้วหลายปากเป็นพยานที่ มีหลายส่วนทั้งเห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อม แต่ยังไม่ขอเปิดเผยว่าหลักฐานทั้งหมดจะนำไปสู่การออกหมายเรียกบุคคลใดได้บ้าง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง   อย่างไรก็ตามมีแหล่งข่าวจากดีเอสไอ เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อประสานขอสำนวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการควบคุมตัวนายบิลลี่   หลังจากนี้ดีเอสไอจะสอบปากคำตำรวจภูธรภาค 7 และเจ้าหน้าที่ป.ป.ท. เพื่อนำคำให้การมาประกอบในสำนวนคดี เนื่องจากชุดสืบสวนของตำรวจภูธร ภาค 7 ได้สรุปว่า ไม่เคยมีการปล่อยตัวบิลลี่ เช่นเดียวกับอนุกรรมการไต่สวน ของป.ป.ท. ที่สรุปว่าไม่มีการปล่อยตัวบิลลี่เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวจะนำมาประกอบสำนวนการเสียชีวิตของนายบิลลี่   แหล่งข่าวเปิดเผยด้วยว่า ชุดสืบสวนดีเอสไอยังได้เร่งสืบค้นรถจักรยานยนต์ของบิลลี่ โดยสืบค้นจากจุดสุดท้ายที่พบเห็นว่าอยู่ในตำแหน่งใดของอุทยานฯซึ่งคาดว่ารถถูกขูดลบหมายเลขเครื่องยนต์แล้วนำไปชำแหละ ก่อนทิ้งทำลายซาก   ส่วนกรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี นำคลิปเสียงดาบเท่งข่มขู่ลูกน้องมาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนนั้น ไม่ทราบรายละเอียด เพราะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรา ทั้งนี้เรายังไม่ได้ประสานอะไรเลย เราทำหน้าที่ของเราไปตามปกติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iBcAcq205vc

 812

Top