ค้นหา :

ผลการค้นหา "สนามบินสุวรรณภูมิ"

สังคม-อาชญากรรม
25 มี.ค. 61

รวบผู้โดยสารปากพล่อยพูดถึง 'ระเบิด' ตอนเช็คอิน อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับกุมตัว นายณภัทช์ ขอสงวนนามสกุล อายุ 29 ปี หลังพูดถึง “ระเบิด”  ขณะกำลังเช็คอินในสนามบินสุวรรณภูมิ   ด้านนายณภัทช์เปิดเผยว่า ขณะเช็คอินและโหลดกระเป๋าได้สอบถามพนักงานสายการบินเกี่ยวกับตั๋วเครื่องบินขากลับ เนื่องจากมาทราบภายหลังว่าสายการบินเลื่อนไฟท์ โดยแจ้งผ่านทางอีเมล์ ซึ่งกว่าตนเองจะรู้ ก็วางแผนการเดินทางไม่ทัน จึงมีการต่อว่าการให้บริการนิดหน่อย หลังจากนั้นพนักงานได้ถามว่าจะโหลดกระเป๋าหรือไม่และในกระเป๋ามีของต้องห้ามหรือไม่ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์บวกกับอารมณ์หงุดหงิด  จึงพูดไปว่าสิ่งของต้องห้ามนั้นไม่มีหรอก มีแต่ระเบิด แต่เมื่อทราบว่ามีความผิดก็ความอนุโลมจากพนักงานแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล    ขณะที่นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า การพูดถึงระเบิดถือเป็นคำต้องห้ามใช้ในสนามบินทั่วโลก จึงอยากฝากเตือนผู้ที่จะใช้บริการว่าให้ศึกษาให้ดีและห้ามพูดอย่างเด็ดขาด                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Og7uPs9N_P4

 4,361
สังคม-อาชญากรรม
10 มี.ค. 61

รวบ 8 พนักงานโหลดอาหารสนามบินสุวรรณภูมิลักสินค้าดิวตี้ฟรี อ้างอยากใช้ของหรู

พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผู้บังคับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ แถลงจับแก๊งคนร้ายซึ่งเป็นกลุ่มพนักงานลำเลียงกระเป๋า 8 คน หลังก่อเหตุขโมยทรัพย์สินซึ่งเป็นสินค้าปลอดอากรที่จำหน่ายให้ผู้โดยสารบนเครื่องบิน โดยยึดของกลางเป็นนาฬิกา เครื่องสำอาง สุราต่างประเทศ และอื่นๆ 181 รายการ มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากสายการบินต่างชาติแห่งหนึ่งว่ามีทรัพย์สินสูญหายจำนวนมาก ด้านผู้ก่อเหตุอ้างอยากใช้ของหรูและบางส่วนก็นำไปขายต่อในเน็ต ก่อนถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน       ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/_DdxI8lnF7Q

 19,136
สังคม-อาชญากรรม
31 ม.ค. 61

รวบแล้ว พนง.ขนสัมภาระสนามบินสุวรรณภูมิ ฉกทองจากกระเป๋านักข่าว

รวบหนุ่มพนักงานขนสัมภาระ สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมของกลาง หลังลักทรัพย์สร้อยคอทองคำและเงินสด ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ขณะบินกลับจากปฏิบัติงานในเกาะสมุย   พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา แถลงการจับกุมนายธงชัย มานะ อายุ 26 ปี พนักงานขนถ่ายสัมภาระ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายหลังก่อเหตุลักทรัพย์ภายในประเป๋าเดินทางของผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ที่เดินโดยสารมากับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ PG104 จากสนามบินสมุยปลายทางสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา โดยทรัพย์สินที่สูญหายไปคือสร้อยคอทางคำ จำนวน 1 เส้น และเงินสดจำนวน 5,000บาทภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนจนสามารถจับกุมตัวนายธงชัย ได้เมื่อวันที่ 29 มกราคม ก่อนจะขยายผลและไปตรวจค้นบ้านพัก จนพบของกลางสร้อยคอทองคำ   จากการสอบปากคำ นายธงชัย รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ซึ่งในวันเกิดเหตุได้ ปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานขนถ่ายสัมภาระอยู่บริเวณข้างเครื่องด้านหลัง ของเที่ยวบินดังกล่าว ขณะที่ขนถ่ายสัมภาระได้เห็นกระเป๋าของผู้เสียหายมีช่องด้านหน้าเปิดอยู่และเห็นถุงใส่สร้อยคอทองคำสีแดงโผล่ออกมา จึงได้เปิดดูจนพบว่ามีสร้อยคอทองคำอยู่จึงลักทรัพย์ไป ก่อนที่จะนำกล่องใส่ทองไปทิ้งที่ห้องน้ำลงในชักโครก และนำทองของกลางห่อด้วยกระดาษทิชชู และเหน็บใส่รองเท้าเพื่อให้พ้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพนักงานรักษาความปลอดภัย   ทางด้านพล.ต.อ.วิระชัย ระบุว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีมีมาตรการในการป้องกันหลายมาตรการ และถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหามาได้โดยตลอด แต่ก็ยังคงเกิดขึ้นสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อประเทศไทย จึงต้องขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้บริการสายการบินต่างๆ ให้เก็บรักษาสิ่งของมีค่าติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วยเพื่อลดช่องโอากาสในการก่อเหตุของกลุ่มมิจฉาชีพ   ในส่วนของมาตรการป้องกันล่าสุดจากการพูดคุยกับทางการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และบริษัทที่รับช่วงในการจัดการสัมภาระทราบว่าต่อจากนี้จะมีมาตรการในการป้องกันทั้งในส่วนของการตั้งกองทุนความซื่อสัตย์ ภายในองค์กร พร้อมตรวจสอบหาช่องว่างต่างๆ ที่คนร้ายอาจจะใช้เป็นโอกาสในการก่อเหตุ เพื่อเตรียมหามาตรการในการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก   ขณะที่นายภูริภัทร บุญนิล ผู้เสียหาย ระบุว่าส่วนตัวมีความเชื่อมั่นอยู่แล้วว่าคนร้ายต้องเป็นคนคนในสายการบินเองและตำรวจจะสามารถติดตามตัวคนร้ายได้อย่างแน่นอน ถึงแม้จุดที่คนร้ายขโมยจะไม่มีกล้องวงจรปิดก็ตาม  ซึ่งเรื่องนี้สายการบินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ตัวของเจ้าหน้าที่เองที่ทุจริตต่ออาชีพทำให้สายการบินต้องได้รับความเสียหาย ส่วนหนึ่งก็เกิดจากความประมาทของตัวเองที่ไม่รอบคอบจนทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่กระเป๋าสัมภาระเป็นของเราและทรัพย์สินภายในก็เป็นของเรา ไม่ว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหนก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาตรวจค้นโดยที่เราไม่รู้และไม่ได้อนุญาต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AzXNmaT7AcY  

 4,571
สังคม-อาชญากรรม
13 ธ.ค. 60

ระทึกกลางสุวรรณภูมิ! ชาวต่างชาติปีนสลิงอาคารผู้โดยสารชั้น 6 ก่อนหมดแรงดิ่งตกใส่เบาะลมด้านล่าง

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 ธันวาคม 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีหญิงชาวต่างชาติปีนขึ้นไปห้อยตัวอยู่ที่สลิงยึดโครงสร้างตัวอาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 บริเวณจุดชมวิวเครื่องบินภายในอาคารผู้โดยสารขาออก หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เดินทางเข้าตรวจสอบ   ในที่เกิดเหตุพบหญิงชาวยุโรปไม่ทราบสัญชาติ อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อกรามสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขาสามส่วนสีน้ำเงิน ได้ห้อยตัวอยู่กับสลิงยึดตัวอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ของสนามบินโดยใช้ขาทั้งสองข้างเกี่ยวกับสายสลิงและห้อยโหนตัวเองไปมาอย่างหน้าหวาดเสียวสร้างความตื่นตกใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการภายในสนามบิน  โดยหญิงคนดังกล่าวมีการยกตัวสลับขึ้นไปเกี่ยวสายสลิงอีกครั้งคล้ายกับการแสดงกีฬายิมนาสติก เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานขอเบาะลมจากศูนย์ดับเพลิงสุวรรณภูมิ มากางรออยู่ด้านล่างเพื่อความปลอดภัย พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่เจรจาอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่หญิงคนดังกล่าวจะหมดแรงตกลงไปด้านล่าง โดยที่กลางแผ่นหลังกระแทกเข้ากับสายสลิงก่อนตกลงไปที่กลางเบาะลมที่เจ้าหน้าที่นำมากางเตรียมเอาไว้ด้านล่าง เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยและทีมแพทย์พยาบาลของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่เตรียมพร้อมอยู่ด้านล่างได้รีบเข้าให้ความช่วยเหลือ ก่อนจะเร่งนำตัวส่งไปรักษาโรงพยาบาลสมิติเวช แพทย์ให้การรักษาจนขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว   ด้านนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสายปฎิบัติการ 1 กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งว่ามีชาวต่างชาติปีนสลิงบนหลังคาของอาคารผู้โดยสาร ตนและนางฉฎาณิศา ชำนาญเวช รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฎิบัติการ 2 พร้อมทีมผู้บริหารได้รีบสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้เร่งจัดเตรียมกำลังพลและอุปกรณ์ต่างๆเข้าพื้นที่จุดเกิดเหตุ พร้อมกับเดินทางเข้าตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นหญิงชาวต่างชาติคาดว่าจะเป็นชาวยุโรป แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสัญชาติอะไร ได้ปีนขึ้นไปเกาะอยู่ที่สายสลิงเส้นต่างๆ ของโครงสร้างตัวอาคารบริเวณชั้น 6 ด้วยความสูงจากพื้นประมาณ 20 เมตร จึงสั่งการให้ใช้แผนรองรับมาตรการรักษาความปลอดภัยพร้อมยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพโดยด่วน และจัดทีมแพทย์ ทีมดับเพลิง และชุดกู้ภัยตัวอาคารและเบาะลมเข้ามายังที่เกิดเหตุ  พร้อมจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าเจรจาใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงการเจรจาก็ยังไม่เป็นผล แต่ยังโชคดีที่ผู้ก่อเหตุรายนี้ได้ปีนจากชั้น 6 ลงมายังชั้น 4 ทำให้ลดระดับความสูงจากพื้นได้มาก แต่จากการประเมินของเจ้าหน้าที่แล้วพบว่าไม่สามารถเข้าประชิดตัวหรือเข้าชาร์จได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยของหญิงคนดังกล่าวและเจ้าหน้าที่ จึงอาศัยจังหวะที่หญิงคนดังกล่าวเริ่มหมดแรงจนกระทั่งปลดตัวเองตกลงมาใส่เบาะลมด้านล่างที่กางรอไว้อย่างปลอดภัย    จากการตรวจสอบรายละเอียดผู้ก่อเหตุรายนี้ พบว่าช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ที่ผ่านมามีผู้พบเห็นสาวคนดังกล่าวเดินอยู่บนทางด่วนย่านพระราม 4 เจ้าหน้าที่การทางพิเศษจึงนำตัวลงมาส่งยังตำรวจท่องเที่ยวภายในสนามบินสุวรรณภูมิ และเชิญตัวมายังห้องรับรองเพื่อสอบถามเบื้องต้นแต่ไม่สามารถสื่อสารกันได้ อีกทั้งผู้ก่อเหตุไม่ยอมพูดจาอะไร จากการสังเกตพบว่ามีข้อความรอยสักที่แผ่นหลังคำว่า "โอลิมปิก 2014" เจ้าหน้าที่จึงหาน้ำและอาหารให้รับประทานเพื่อผ่อนคลาย จนกระทั่งมาช่วงสายของวันนี้มีพบเห็นว่าปีนขึ้นไปบนหลังคาแล้ว โดยหลังจากนี้จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือและดูแลอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะสามารถสื่อสารกันได้ จะได้ประสานสถานทูตของประเทศที่หญิงคนดังกล่าวเป็นพลเมืองเข้ามาดูแลต่อไป

 35,344
สังคม-อาชญากรรม
04 ธ.ค. 60

สนามบินสุวรรณภูมิแจงเหตุรูปปั้นยักษ์มีขวดน้ำแดงวาง ชี้ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ห้ามนำของมากราบไหว้บูชา

  จากกรณีที่มีผู้นำภาพขวดน้ำแดงซึ่งวางอยู่ตรงฐานประติมากรรมยักษ์สุริยาภพ ซึ่งตั่งอยู่ภายในห้องโถงอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ มาโพสต์เผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊ก จนกลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจในสื่อสังคมออนไลน์อยู่ในขณะนี้   ในเรื่องนี้หลังจากผู้เกี่ยวข้องของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณดังกล่าวแล้ว พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2560 เวลาประมาณ 17.08 น. ได้มีชายคนหนึ่งนำน้ำแดงมาวางไว้ที่ฐานของประติมากรรมยักษ์สุริยาภพ ตามภาพที่ปรากฎ ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้มาพบจึงได้เก็บขวดน้ำแดงดังกล่าวมาทิ้งและทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อย   สำหรับประติมากรรมยักษ์ ที่ตั้งอยู่ภายในห้องโถงอาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 มีทั้งหมด 12 ตน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้นำมาติดตั้ง เพื่อแสดงให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงศิลปะ เอกลักษณ์ความเป็นไทยเท่านั้น ไม่ใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด และไม่อนุญาตให้นำสิ่งของต่าง ๆ มาวางไว้ในลักษณะของการกราบไหว้บูชา ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ใคร่ขอความร่วมมือจากผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ อย่านำสิ่งของต่างๆ มาวางไว้บนฐานประติมากรรมรูปยักษ์ดังกล่าว เพื่อความเป็นระเบียบร้อยและเป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   (ภาพจาก : ข่าวสด)

 29,382
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ย. 60

ดิ้นไม่หลุด! รวบ 2 นทท.ชาวสวิตขโมยโน้ตบุ๊กกลางสุวรรณภูมิ หลังวงจรปิดจับภาพชัด

เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จับกุม นางแอนนา มิเคล่า กร็อบ อายุ 56 ปี และ นาย โรมาโน อเล็กซ์ กร็อบ อายุ 61 ปี นักท่องเที่ยวชาวสวิตเซอร์แลนด์ หลังก่อเหตุขโมยโน้ตบุ๊กที่ผู้เสียหายลืมเอาไว้เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบสามารถจับภาพขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน จึงขออนุมัติหมายจับในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ขโมยของในท่าอากาศยาน     เมื่อพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะเดินทางมาเช็คอินเพื่อเดินทางกลับประเทศ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและหมายจับ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ผู้อื่นในท่าอากาศยาน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/lQ9aGvC7nAc

 13,075
สังคม-อาชญากรรม
24 พ.ย. 60

งามหน้า! แท็กซี่สนามบินกรรโชกทรัพย์ นทท.เลบานอน จนต้องกระโดดหนีลงจากรถ

สมุทรปราการ-จับกุมนายสุนทร รอดทรัพย์ อายุ 45 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันกรรโชกนักท่องเที่ยวชาวเลบานอน วัย 32 ปี   สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 20 พ.ย. 2560 ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวเลบานอน ได้เดินทางมายังสนามบินดอนเมือง และจะเดินทางมาขึ้นเครื่องกลับประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ หลังจากที่ผู้เสียหายเดินออกมาจากอาคารผู้โดยสารที่อากาศยานดอนเมือง เพื่อมาเรียกรถแท็กซี่ให้มาส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ จังหวะนั้นนายสุนทร ซึ่งยืนรอรับผู้โดยสารอยู่ด้านหน้าสนามบินดอนเมือง ได้เดินมาประกบผู้เสียหายพร้อมแนะนำให้มาขึ้นรถแท็กซี่ ที่ตนเองที่มีนายวัชฤทธิ์ จันทร์อยู่ เป็นคนขับจอดรออยู่ โดยกำหนดราคาค่าโดยสารที่ 1 พันบาท ด้วยความที่ผู้เสียหายรีบเดินทางมาให้ทันเช็คอิน จึงได้ตอบตกลง   ในขณะที่ผู้เสียหายขึ้นนั่งบนรถแท็กซี่คันดังกล่าว นายสุนทร ได้ขึ้นมานั่งในรถด้วย ก่อนที่นายวัชฤทธิ์ จะขับรถออกมา ในระหว่างทาง นายสุนทร ได้มีการพูดคุยกับผู้เสียหายและทราบว่าผู้เสียหายต้องรีบทำเวลามาเช็คอิน นายสุนทร จึงขอเก็บค่าโดยสารเพิ่มจาก 1 พันบาทตามข้อตกลงในครั้งแรก มาเป็น 1,400 บาท นายสุนทร ยังได้ขู่ให้ผู้เสียหายส่งทรัพย์สินและของมีค่ามาให้ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว ในระหว่างที่แท็กซี่คันดังกล่าวกำลังวิ่งเข้าอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รถยังไม่ทันจอดสนิทผู้เสียหายได้ตัดสินใจเปิดประตูกระโดดลงจากรถ เพื่อหวังแจ้งตำรวจ แต่ถูกนายสุนทร วิ่งไล่ตามประกบมาก่อนจะกระชากเอาหูฟังของผู้เสียหายติดมือไปและวิ่งมาขึ้นรถแท็กซี่คันดังกล่าวหลบหนีออกจากสนามบินไป   ผู้เสียหายจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมตัวนายสุนทร เอาไว้ได้ ส่วนนายวัชฤทธิ์ ผู้ขับขี่รถแท็กซี่หลังก่อเหตุได้นำรถไปคืนอู่ที่เช่ามาก่อนจะหลบหนีไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำล่วงหน้าผู้เสียหายแล้ว เตรียมขออนุมัติหมายจับตัวนายวัชฤทธิ์ ส่วนนายสุนทร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกับพวกที่หลบหนีกรรโชก ก้อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนังกานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย   จากการตรวจสอบประวัติของผู้ก่อเหตุทั้งสองพบว่า เคยขับรถแท็กซี่รับผู้โดยสารในสนามบินสุวรรณภูมิและลงมือก่อเหตุในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง และถูกดำเนินคดีมาแล้ว โดยถูกสั่งห้ามเข้าพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยเด็ดขาด จึงหันกลับไปร่วมกันก่อเหตุในพื้นที่สนามบินดอนเมือง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xg35gg6VNok    

 20,284
พระราชสำนัก
25 ต.ค. 60

พระราชวงศ์-ผู้แทนต่างประเทศ เดินทางถึงไทย เข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ เจ้าชายแอนดูรว์ อัลเบิร์ต คริสเตียน เอดเวิร์ด , ดุ๊กแห่งยอร์ก , เอิร์ลแห่งอินเวอร์เนส และบารอนแห่งคิลลีเล (His Royal Highness Prince Andrew Albert Christian Edward, Duke of York, Earl of Inverness and Baron of Killyleagh) เฝ้าทูลละอองพระบาท ในโอกาสที่เสด็จแทนพระองค์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อทรงเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ 23 ถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2560   พร้อมกันนี้อาร์ชบิชอป กิอัมบัตติสตา ดีควัตโตร (H.E.Giambattista Diquattro) เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกัน ประจำสาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล เดินทางโดยเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 324 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับในนามรัฐบาลไทย ซึ่งการเยือนประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย   ต่อมาสมเด็จพระราชินีโซเฟีย ในสมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอส ที่ 1 แห่งราชอาณาจักรสเปน เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินของสายการบิน เอมิเรตส์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ อีเค 418 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เฝ้ารับเสด็จ ณ ห้องรับรองพิเศษ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมข้าราชการ เฝ้ารับเสด็จในนามรัฐบาลไทย สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย   นอกจากนี้ นายบาร์นาบาส ซิบูซิโว ดลามินี นายกรัฐมนตรีแห่งสวาซิแลนด์ เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยเครื่องบินของสายการบิน เอมิเรตส์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ อีเค 418 เช่นเดียวกัน มีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับในนามรัฐบาลไทย ในโอกาสเยือนประเทศไทย เพื่อร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   จากนั้น นายพัก จู-ซุน รองประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี เดินทางโดยเครื่องบินของสายการบิน ไชน่าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ ซีเอ 959 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การต้อนรับในนามรัฐบาลไทย ซึ่งการเยือนประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uA0WBkwRTFs  

 3,591
ประมวลประวัติศาสตร์
25 ต.ค. 60

พระราชวงศ์-ผู้แทนต่างประเทศ เดินทางถึงไทย เข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ เจ้าชายแอนดูรว์ อัลเบิร์ต คริสเตียน เอดเวิร์ด , ดุ๊กแห่งยอร์ก , เอิร์ลแห่งอินเวอร์เนส และบารอนแห่งคิลลีเล (His Royal Highness Prince Andrew Albert Christian Edward, Duke of York, Earl of Inverness and Baron of Killyleagh) เฝ้าทูลละอองพระบาท ในโอกาสที่เสด็จแทนพระองค์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อทรงเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ระหว่างวันที่ 23 ถึงวันที่ 27 ตุลาคม 2560   พร้อมกันนี้อาร์ชบิชอป กิอัมบัตติสตา ดีควัตโตร (H.E.Giambattista Diquattro) เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกัน ประจำสาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล เดินทางโดยเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เที่ยวบินที่ ทีจี 324 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับในนามรัฐบาลไทย ซึ่งการเยือนประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย   ต่อมาสมเด็จพระราชินีโซเฟีย ในสมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอส ที่ 1 แห่งราชอาณาจักรสเปน เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินของสายการบิน เอมิเรตส์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ อีเค 418 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เฝ้ารับเสด็จ ณ ห้องรับรองพิเศษ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมข้าราชการ เฝ้ารับเสด็จในนามรัฐบาลไทย สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย   นอกจากนี้ นายบาร์นาบาส ซิบูซิโว ดลามินี นายกรัฐมนตรีแห่งสวาซิแลนด์ เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยเครื่องบินของสายการบิน เอมิเรตส์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ อีเค 418 เช่นเดียวกัน มีนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับในนามรัฐบาลไทย ในโอกาสเยือนประเทศไทย เพื่อร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   จากนั้น นายพัก จู-ซุน รองประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี เดินทางโดยเครื่องบินของสายการบิน ไชน่าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ ซีเอ 959 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การต้อนรับในนามรัฐบาลไทย ซึ่งการเยือนประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uA0WBkwRTFs  

 3,591
สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 60

รวบชายออสเตรเลียขโมยกระเป๋าเดินทางกลางสุวรรณภูมิ หลังวงจรปิดมัดตัวแน่น

เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจับกุมตัว นายจอห์น ปีเตอร์ โรเบอท์สัน อายุ 54 ปี สัญชาติออสเตรเลีย หลังก่อเหตุขโมยกระเป๋าเดินทางของผู้เสียหายที่วางในรถเข็น ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้อย่างชัดเจน      จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ก่อเหตุมีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยบ่อยครั้งและเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และหัวหินประมาณ 12 ปี จนพูดจาภาษาไทยได้นิดหน่อย   ด้านผู้ต้องหาอ้างว่า กำลังจะเดินทางกลับบ้านเกิดที่ประเทศออสเตรเลีย โดยยอมรับว่าได้เข็นรถไปและเปิดกระเป๋าของผู้เสียหายจริง แต่ไม่มีเจตนาจะลักทรัพย์แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน พร้อมกับนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/H_wddVMo7FE

 5,460
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ย. 60

ไม่รอด! โปรดิวเซอร์ค่ายเพลงออสเตรเลียหิ้ว 'ไอโฟน 8' เลี่ยงภาษีเข้าไทย ถูกรวบคาสุวรรณภูมิ

เจ้าหน้าที่ศุลกากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ จับกุมตัว MR. HO WUN HOWARD LEE อายุ 38 ปี สัญชาติออสเตรเลีย โปรดิวเซอร์ค่ายเพลงแห่งหนึ่งในประเทศออสเตรเลีย ลักลอบนำเข้าโทรศัพท์ ไอโฟน 8 เลี่ยงภาษีเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ยึดของกลางไอโฟน 8 จำนวน 26 เครื่อง มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ขณะที่เดินผ่านเข้าในช่องเขียว ซึ่งเป็นช่องตรวจที่ไม่มีของต้องสำแดง ทางออก C อาคารผู้โดยสารขาเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ    ด้านผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า ซื้อไอโฟน 8 มาจากออสเตรเลีย เพื่อเอาไปขายให้เพื่อนๆ ที่สิงคโปร์ แต่ต้องมาต่อเครื่องที่ไทย แต่ไม่ทราบว่าการนำเข้าไอโฟน 8 เข้าประเทศไทยต้องผ่านขบวนการของศุลกากร และ กสทช. ยังไม่ประกาศอนุญาตให้นำเข้าหรือจำหน่ายหรือใช้งาน หากมีนำเข้ามาในประเทศไทยถือว่าผิดทางกฎหมาย    ขณะที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้แจ้งข้อหานำหรือพาของที่ยังมิได้ชำระค่าภาษีอากร หรือของต้องห้าม ต้องกำกัด หรือของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/gj_fhMKNw7s

 4,889
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ย. 60

จับได้แล้ว! โจรดอดฉกมือถือกลางสุวรรณภูมิ รับฉวยจังหวะเหยื่อเผลอลอบลงมือ

ความคืบหน้าจากกรณีผู้เสียหายแจ้งความกับตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังถูกคนร้ายขโมยโทรศัพท์มือถือราคา 18,000 บาทที่เสียบชาร์จเอาไว้ขณะรอญาติเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น     ล่าสุดตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถจับกุมตัว นายโชคเจริญ  แซ่อึ้ง อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว ขณะกำลังนอนหลับรออยู่ที่เก้าอี้โดยสารชั้น 1 ประตู 3  ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ    ด้านผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก่อเหตุจริง เพราะไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ทำงานรับจ้างรายวัน ขายของเล็กๆ น้อยๆ บนรถไฟจึงไม่พอใช้จ่าย ตัดสินใจมาขโมยมือถือที่ผู้โดยสารเสียบชาร์จ ฉวยจังหวะตอนเผลอลงมือ หลังทำสำเร็จเกิดติดใจย้อนมาอีกกระทั่งถูกรวบตัวได้                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/h_8rrMWe2NQ

 767
สังคม-อาชญากรรม
21 ก.ย. 60

วุ่นทั้งลำ! สามีภรรยาอินเดียเจอมือถือปริศนาสั่งห้ามปิดเครื่อง หวั่นจุดชนวนระเบิด ตรวจสอบแล้วไม่พบสิ่งต้องสงสัย

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เชิญตัวสองสามีภรรยาชาวอินเดีย มาสอบปากคำ หลังจากพบโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง ตกอยู่บนเบาะที่นั่งผู้โดยสารบนอากาศยานของสายการบิน เจ็ทแอร์เวย์ส เที่ยวบิน 9W 066 ที่บินมาจากท่าอากาศยานเดลลี มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงแจ้งพนักงานของสายการบินสายดังกล่าวทราบ   ก่อนพนักงานของสายการบินดังกล่าวจะนำโทรศัพท์ที่พบไปส่งมอบให้กัปตันของอากาศยานลำดังกล่าวทำการตรวจสอบพบว่าโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวเปิดอยู่และมีข้อความขึ้นที่หน้าจอว่าว่า ห้ามปิดเครื่อง ทำให้กัปตันของสายการบินดังกล่าวหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัยและอาจมีเหตุที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น จึงแจ้งมายังหอบังคับการบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อขอประกาศใช้แผนสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง   จากการสอบสวนเบื้องต้นไม่พบพิรุธสองสามีภรรยาชาวอินเดีย แต่อย่างใด ซึ่ง อาจเป็นการเข้าใจผิดด้านการสื่อสารกันไม่เข้าใจ และทางกัปตันคิดว่า หากปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าว อาจจะเป็นการจุดชนวนระเบิด จึงได้แจ้งมายังหอบังคับการการบินเพื่อขอใช้แผนฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทั้งหมด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระภายในอากาศยานและตรวจผู้โดยสารทั้งหมดอย่างละเอียดแล้ว ไม่พบสิ่งต้องสงสัยแต่อย่างใด   ส่วนข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์เท่าที่ดูร่วมกันหลายฝ่าย อาจเป็นข้อความที่ดาวน์โหลดมา เช่น ห้ามชัตดาวน์เครื่อง กัปตันอาจจะสงสัยประเด็นนี้จึงให้ตรวจสอบในเครื่องบินทั้งหมด แต่ไม่พบวัตถุต้องสงสัยแต่อย่างไรเหตุการณ์ทุกอย่างเป็นปกติ   ในส่วนของการเชิญตัวมาสอบปากคำเป็นทั้งสองสามีภรรยาชาวอินเดียเขาไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย แต่เขาเป็นผู้โดยสารที่มีเจตนาดี เมื่อพบโทรศัพท์บนเครื่องบิน ก็เอาโทรศัพท์ไปให้พนักงานหรือสจ๊วต และนำมาให้กัปตัน เพราะฉะนั้นเขาเป็นพลเมืองดี เขาเป็นผู้โดยสารที่เดินทางจากฮูลีนาดี จะเดินทางเข้าสุวรรณภูมิ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เป็นการตรวจสอบความปลอดภัยทั้งหมด เพราะในมาตรการความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิดีอยู่แล้ว มีเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง เจ้าหน้าที่ EOD ก็มีความพร้อม คือทุกอย่างเป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพราะฉะนั้นเวลานี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r2sATFPWsdg    

 872
ข่าวดีประเทศไทย
03 ส.ค. 60

สาวจีนปลื้มแท็กซี่น้ำใจงาม ส่งคืนกระเป๋าที่ลืมไว้ ลั่นจะกลับไปบอกเพื่อนว่า "ประเทศไทยน่าเที่ยวที่สุด"

ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งจากนายชีพ นิรันดร อายุ 31 ปี คนขับแท็กซี่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้นำกระเป๋าสตางค์แบบหนังสีดำ ซึ่งภายในมีเงินสดสกุลหยวนและเงินไทย คิดเป็นเงินไทยกว่า 2 หมื่นบาท พร้อมด้วยบัตรเครดิตและเอกสารต่าง ๆ อยู่ภายในกระเป๋า ซึ่งเป็นของผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ลืมไว้บนรถแท็กซี่มาส่งมอบให้เพื่อส่งคืนเจ้าของ ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเอกสารภายใน พบว่ากระเป๋าดังกล่าวเป็นของ Mrs.Peng Liwenjie นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ตั้งแต่เมื่อช่วงสาย เจ้าหน้าที่จึงได้โทรศัพท์แจ้งให้เจ้าของกระเป๋าใบดังกล่าวทราบ และเดินทางมาตรวจสอบทรัพย์สิน   โดยนายชีพ กล่าวว่า เมื่อช่วงสายของตนได้รับผู้โดยสารซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนจำนวน 2 คนจากโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มาส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่ส่งผู้โดยสารทั้งสองเสร็จ ก็ได้มีผู้โดยสารเป็นซึ่งเป็นชาวอาหรับ ได้ว่าจ้างให้ไปส่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งในซอยเพชรบุรี 19 ก่อนที่จะขับรถตระเวนเพื่อหาลูกค้า ในระหว่างที่ตนขับรถตระเวนหาลูกค้า ก็ได้รับแจ้งจากทางอู่แท็กซี่ที่ตนเช่ามาว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่ามีผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นหญิงชาวจีนลืมกระเป๋าสตางค์ไว้บนรถของตนซึ่งมีเอกสารสำคัญอยู่   ตนจึงได้จอดรถและลงมาตรวจสอบที่เบาะหลังแต่ไม่พบ และนึกขึ้นได้ว่าหลังจากส่งหญิงชาวจีนเสร็จ ได้มีชายชาวอาหรับว่าจ้างให้ไปส่งที่โรงแรม ซึ่งหลังจากนั้นตนก็ยังไม่ได้รับผู้โดยสารคนใด ตนจึงรีบขับรถกลับไปที่โรงแรมที่ไปส่งชายชาวอาหรับ ก่อนติดต่อกับเจ้าหน้าที่โรงแรมเพื่อขอพบลูกค้าคนดังกล่าว หลังจากพบนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวตนจึงได้เล่าเรื่องให้ ฟังซึ่งนักท่องเที่ยวชาวอาหรับก็ได้ถือกระเป๋าสตางค์ใบดังกล่าวลงมาด้วย พร้อมทั้งฝากตนไปส่งคืนให้เจ้าของด้วย ตนจึงรีบขับรถนำกระเป๋าสตางค์มาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อส่งคืนเจ้าของ   หลังนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนทั้งสองคนเดินทางมาถึงโรงพัก สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยความดีใจ และทำการตรวจดูทรัพย์สินภายในพบว่าทรัพย์สินยังอยู่ครบทั้งเงินสดและเอกสาร จึงได้แสดงความขอบคุณด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนที่จะมอบเงินสดให้แก่นายชีพ จำนวน 1 พันบาท เพื่อเป็นสินน้ำใจและเป็นค่าเสียเวลา โดย Mrs.Peng Liwenjie เจ้าของกระเป๋าสตางค์ใบดังกล่าวยังได้กล่าวผ่านลามว่า คนไทยใจดี หลังจากนี้ตนจะกลับไปบอกเพื่อนที่ประเทศจีนว่าคนไทยใจดีทุกคน และประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าเที่ยวที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pGMKD8_mraY      

 36,539
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ค. 60

บุกชาร์จ หนุ่มออสซี่คลั่ง ใช้มีดทำครัวปาดคอตัวเองเลือดท่วม กลางสนามบินสุวรรณภูมิ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีชายชาวต่างชาติคุ้มคลั่งใช้มีปาดคอตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในร้าน TATE CAFE ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 3 อาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ   ตรวจสอบเป็นชายสัญชาติ ออสเตรเลีย นั่งเลือดท่วมตัวแดงฉาน ในมือข้างซ้ายและขวายังถือมีทำครัวปลายแหลมยาวประมาณ 15 เซนติเมตรอยู่ในมือทั้งสองข้างรวม 2 เล่ม ที่ลำคอมีบาดแผลถูกมีดปาดจนเป็นแผลฉกรรจ์เลือดไหลไม่หยุด นั่งอยู่ซอกซึ่งเป็นที่เก็บสินค้าของร้านดังกล่าว ซึ่งเป็นสถานที่คับแคบ และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าเจรจาเพื่อเข้าช่วยเหลือแต่ชายคนดังกล่าวไม่ยินยอม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ละความพยายามได้เข้าต้องเจรจาหลอกล่ออยู่นาน เพื่อหาจังหวะให้ชายคนดังกล่าวเผลอ เนื่องจากการประเมินสถานการณ์แล้วพบว่าชายที่ก่อเหตุมีอาการเสียเลือดมากหากปล่อยไว้นานกว่านี้เกรงว่าจะเข้าช่วยชีวิตไว้ไม่ทัน   จนกระทั่งสบโอกาสที่ชายคนดังกล่าวมีอาการแย่ลง นั่งก้มหน้าอยู่ในซอกที่เก็บสินค้า ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการที่เสียเลือดมาก เจ้าหน้าที่จึงพุ่งเข้าชาร์จแยงมีดออกจากมือมาได้ทั้งสองเล่ม ก่อนที่ทีมแพทย์พยาบาลประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเข้าให้การปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วนและเคลื่อนย้ายนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมิติเวชเป็นการด่วน ท่ามกลางความแตกตื่นของผู้โดยสารที่มาใช้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุชายคนดังกล่าวได้เดินเข้ามาในร้านเพียงลำพังและเดินเข้าไปด้านในโดยไม่พูดจากับใครก่อนที่จะไปคว้ามีดทำครัวภายในร้านดังกล่าวจำนวน 2 เล่ม และวิ่งเข้าไปที่ซอกด้านในซึ่งเป็นที่เก็บสินค้าของร้านและใช้มีดปาดคอตัวเองถึง 2 ครั้งเลือดพุ่งออกมาแดงฉานแม้ว่าพนักงานในร้านและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จะพยามห้ามปรามแล้วแต่ชายคนดังกล่าวไม่ฟังได้ก่อเหตุดังกล่าวโดยไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ จึงรีบโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชายคนดังกล่าวเข้ามาก่อเหตุพยายามฆ่าตัวตายในร้านดังกล่าว ซึ่งจะได้เร่งสืบสวนหาสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามได้ประสานไปยังสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เข้าให้การช่วยเหลือชายคนดังกล่าวโดยเร็ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lpGk2ZPxgxA  

 3,850

Top