ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชัยนาท"

สังคม-อาชญากรรม
20 ต.ค. 60

เปิดคลิปนาทีสุดท้าย ก่อนสาวการไฟฟ้าถูกแฟนหนุ่มยิงดับ ญาติเผยปมจากปัญหาความรัก

ชัยนาท-คืบหน้าคดียิงสาวการไฟฟ้าเสียชีวิตคาลานจอดรถ จากนั้นคนร้ายขับรถหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งไล่ล่า คาดเป็นฝีมือของแฟนหนุ่มที่แค้นเนื่องจากฝ่ายหญิงตีตัวออกห่าง ยกเลิกแผนแต่งงาน เพราะทนพฤติกรรมของฝ่ายชายที่มักติดเหล้า   ด้านน้องสาวของผู้ตายเล่าว่า สาเหตุใหญ่น่าจะเกิดจากผู้ชายไม่ยอมเลิก พี่สาวเบื่อเวลาผู้ชายเมาชอบอันธพาลชอบเอาข้าวของพี่สาวมาเผา ให้อะไรมาแล้วชอบทวงคืน   ครั้งแรกพี่สาวบรรจุทำงานที่สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดนครสวรรค์ ทำได้ 4 ปีกว่า จากนั้นได้ทำเรื่องขอย้ายมาอยู่จังหวัดชัยนาท และได้ย้ายมาเมื่อ 1 พฤษภาคม 2560 ส่วนฝ่ายชายก็ทำงานทำงานที่การไฟฟ้านครสวรรค์ และได้ย้ายไปทำงานที่การไฟฟ้าโกรกพระ จ.นครสวรรค์ ได้ประมาณ 1 เดือน เนื่องจากอยู่ใกล้บ้านเขา   ซึ่งหลังจากพี่สาวย้ายมาอยู่ที่ชัยนาท ผู้ชายได้ให้ทางพ่อแม่เขาโทรมาง้อ ให้กลับไปคืนดีกัน และพยายามให้แม่มารับพี่สาวกลับไปดูแลลูกชายเขา แต่พี่ไม่กลับ ดูเหมือนครอบครัวเขาเลี้ยงลูกแบบตามใจ พี่สาวอยากจะเลิกจากเขาแล้ว ซึ่งเดิมได้มีการวางแผนว่าจะแต่งงานกันโดยคุยกันเองระหว่างพี่สาวกับแฟนเขา แต่ยังไม่ได้มีการมาสู่ขอกับพ่อแม่ ตนเอง คือคนโตยังไม่ได้คุยกัน   สำหรับสถานภาพของพี่สาวยังไม่ได้แต่งงาน และตอนนี้พี่สาวไม่ได้มีผู้ชายอื่นมาติดพันแต่อย่างใด พี่สาวต้องการเลิกกับแฟนคนนี้มานานแล้ว ตนก็ปลอบว่าให้ทนไปก่อนเพราะยังไม่ได้ย้ายมาชัยนาท อดทนไปก่อนเผื่อเขาจะดี เขาอาจจะปรับตัวได้ โดยคุยกันว่าให้เลิกเหล้าเลิกบุหรี่ เขารับปากหลายครั้งแล้ว แต่ยังเป็นเหมือนเดิม คือพี่สาวให้โอกาสไปหลายครั้งแล้ว ประเด็นหลักที่ย้ายกลับมาทำงานชัยนาท คือต้องการกลับมาดูแลพ่อที่สูงอายุ และป่วยด้วยโรคประจำตัว อีกอย่างพี่สาวชอบอยู่บ้านไม่ชอบอยู่ที่อื่น ที่ไปเพราะจำเป็นต้องไปทำงานที่นครสวรรค์   ขณะเดียวกันได้มีหลักฐานกล้องวงจรปิดจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาท ที่ลานจอดรถ จุดเกิดเหตุ พบนาทีสุดท้ายของเหยื่อที่กำลังเดินถือถุงขนม และกระเป๋าถือไปที่รถของตนเอง ภายหลังจากเดินผ่านกล้องไปแค่ 2-3 นาที เกิดเสียงปืนดังขึ้น จน รปภ. และ พนักงานที่อยู่แถวนั้นรีบวิ่งไปดูที่เกิดเหตุ แล้วแจ้งตำรวจทันที แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน   ขณะที่ล่าสุดบิดาของคนร้าย ได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำการมอบตัวลูกชาย ที่ สภ.หนองปิง จ.นครสวรรค์ ซึ่งทาง ตร.ได้เฝ้าระวัง และติดตามตัว แต่ก็ยังไร้วี่แวว ซึ่งจะเร่งติดตามตัวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RrkXeuzEp00    

 142,014
ข่าวภูมิภาค
20 ต.ค. 60

กรมชลฯประกาศเตือน 3 จังหวัดเหนือเขื่อนเจ้าพระยา รับมือน้ำเอ่อล้นตลิ่ง

กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งคาดว่าจะทำให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 20 เซนติเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในเขต อ.เมือง อ.วัดสิงห์ และ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท รวมไปถึงพื้นที่ในเขต อ.เมือง จ.อุทัยธานี และ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์   ทางกรมชลประทาน ได้ส่งหนังสือแจ้งจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งฝ่ายปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ดังกล่าว ให้แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K1KAq9Sxhcc    

 7,244
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 60

สาวการไฟฟ้าถูกยิงดับคาลานจอดรถ คาดฝีมือแฟนหนุ่มแค้นยกเลิกงานแต่ง

ชัยนาท-เกิดเหตุ น.ส.ภัศนันท์ อ่องชุ่ม อายุ 34 ปี ตำแหน่งพนักงานช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยนาท ถูกยิงเสียชีวิต บริเวณลานจอดรถหลังสำนักงาน จากการตรวจสอบพบผู้ตายเพิ่งย้ายมาทำงานได้เพียง 4 เดือน มีแฟนหนุ่มเป็นพนักงานช่างไฟฟ้าอยู่ที่การไฟฟ้าโกรกพระ จ.นครสวรรค์   ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังจะเดินทางไปเรียนหนังสือที่จังหวัดนครสวรรค์ หลังได้ยินเสียงปืน 3 นัด เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต่างแตกตื่นวิ่งมาดูเหตุการณ์ พบว่าผู้ตายถูกยิงเสียชีวิตอยู่ท้ายรถ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ขณะที่มีคนเห็นรถเก๋งฮอนด้าสีขาวขับออกไปจากโรงแรมชัยนาทธานี อย่างรีบร้อน หลังเสียงปืนดังขึ้น   โดยเพื่อนร่วมงานเล่าว่า ระบุว่าผู้ตายมรแผนจะแต่งงานกับแฟนหนุ่มในเดือนมกราคม 2561 ที่จะถึงนี้ แต่หลังจากนั้นเห็นบอกว่าจะไม่แต่งงานแล้ว เพราะแฟนชอบดื่มเหล้า ถ้าไม่เลิกดื่มก็ไม่แต่งงานด้วย และเริ่มตีตัวออกห่าง จึงคาดว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็นฝีมือของแฟนหนุ่ม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามตัวมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ส่วนร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1pJNtyXUmSk    

 12,212
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

รวบโจรใจบาป แสร้งเป็นทำบุญ ก่อนขโมยเงินทอดผ้าป่า กลาง รพ.ชัยนาท

ชัยนาท-กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้าย ทำทีว่าจะมาทำบุญ ก่อนขโมยเงินทอดผ้าป่าบารมีธรรม ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ วัดผาณิดาราม จ.ฉะเชิงเทรา ไปจำนวน 2,000 บาท แล้วนำซองสีขาว ด้านในใส่เป็นกรวยน้ำกระดาษเสียบไว้แทน   ภายหลังจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดไม่กี่นาทีช่วงบ่ายวันนี้ มีพยาบาลแจ้งว่า พบชายต้องสงสัย ลักษณะคล้ายคนในภาพกล้องวงจรปิด กำลังลงจากลิฟต์ไปที่รถจักรยานยนต์พร้อมแฟนสาว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบไปควบคุมตัวเพื่อมาสอบถามเบื้องต้น โดยทางผู้ต้องสงสัยนั้น ให้การปฏิเสธและพูดวกวน ทางเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวกลับไปยัง สภ.เมืองชัยนาท เพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zKhwWMqoCmY  

 703
ข่าวภูมิภาค
17 ต.ค. 60

ปภ.ชัยนาท สรุปน้ำท่วมขัง 4 อ. บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 2,596 หลัง เสียชีวิตแล้ว 1 ราย

  นางปวีณ์นุช พุ่มพฤกษ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ปี 2560 จังหวัดชัยนาท ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัย ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2560 มีพื้นที่ประสบอุทกภัย และกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาทได้ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย(อุทกภัย) 8 อำเภอ 29 ตำบล 152 หมู่บ้าน 8,776 ครัวเรือน 21,731 คน และจังหวัดชัยนาทประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากอุทกภัยในเขตพื้นที่ 6 อำเภอ 13 ตำบล 45 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อำเภอมโนรมย์ 3 ตำบล อำเภอหนองมะโมง 1 ตำบล อำเภอเนินขาม 3 ตำบล อำเภอหันคา 1 ตำบล อำเภอเมือง 1 ตำบล และอำเภอสรรพยา 4 ตำบล    ขณะนี้ จังหวัดชัยนาทอยู่ระหว่างดำเนินการพิจารณาใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(ด้านการเกษตร) 2 อำเภอ คือ อำเภอเนินขาม และ อำเภอมโนรมย์ 6 ตำบล 19 หมู่บ้าน เกษตรกร 164 ราย 1,568.25 ไร่ เป็นเงิน 1,779,097.25 บาท    ล่าสุด สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดชัยนาท ยังมีน้ำท่วมขัง 4 อำเภอ (สรรพยา เมือง วัดสิงห์ มโนรมย์) รวม 14 ตำบล 65 หมู่บ้าน 2,596 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 ราย ได้แก่ นางมาลี แซ่ตั้ง อายุ 71 ปี บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 2,596 หลัง มีน้ำกัดเซาะตลิ่ง 2 จุด ถนนเสียหาย 1 จุด โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนางดำออก วัด 3 แห่ง ได้แก่ วัดไผ่ล้อม วัดสมอ และวัดมะปราง ถูกน้ำท่วม

 2,961
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 60

กรมชลฯแจงน้ำท่วมชัยนาท เหตุเป็นพื้นที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวของสื่อว่า กรมชลประทานให้ความมั่นใจปีนี้น้ำไม่มากเหมือนปี 54 แต่ชัยนาทจมแล้ว 42 หมู่บ้าน เดือดร้อนกว่า 1,700 ครัวเรือนนั้นว่า   บริเวณที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกคันกั้นน้ำในเขต อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ได้แก่ ต.โพนางดำออก หาดอาสา บางหลวง สรรพยา ตลุก โพนางดำตก และเขาแก้ว โดยได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที   ทั้งนี้ ก่อนที่จะเพิ่มการระบายน้ำแต่ละครั้ง กรมชลประทานได้รายงานแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้กับทาง จ.ชัยนาท และหน่วยงานท้องถิ่นทุกครั้ง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์และเตรียมการรับมือได้ทัน ส่วนพื้นที่ที่อยู่ในคันกั้นน้ำ ไม่มีพื้นที่ใดได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่งแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FcUGS_sgVyA  

 2,540
ข่าวภูมิภาค
14 ต.ค. 60

ชาวบ้านร้อยเอ็ด-ชัยนาท อ่วมหนัก น้ำทะลักท่วมสูง หลังเขื่อนเพิ่มการระบายน้ำ

ชาวบ้าน อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด ในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำชี ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังน้ำทะลักท่วมสูง 1-2 เมตร จนกลายสภาพเป็นเกาะ ภายหลังเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพิ่มการระบายน้ำ ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน  ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังคงระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำผ่านเป็น 2,593 ลบ.ม/วินาที ชาวบ้าน อ.สรรพยา ต้องอพยพออกมานอนริมถนนเนื่องจากไม่มีไฟฟ้าใช้ รวมทั้งทำกระสอบทรายกั้นน้ำและเร่งสูบน้ำออก ขณะที่สภาพอากาศในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรง            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/O9nekI3Hkgc

 7,004
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 60

ทั่วไทยอ่วม! พายุฝนถล่ม น้ำป่าไหลหลากท่วมสูงฉับพลัน

เมื่อวานนี้ (7 ต.ค.) เกิดฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมสูงฉับพลันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ได้แก่ ชลบุรี , เพชรบุรี , อุทัยธานี , ชัยนาท , ลำปาง  ฯลฯ เป็นเหตุให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนัก หลังบ้านเรือนและพื้นที่ทางการเกษตรถูกน้ำทะลักเข้าท่วมสูง วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือ            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/uRxo3fHRGwI

 2,016
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 60

แม่ร้องปวีณา ลูกชายถูกเพื่อน-รุ่นพี่ จับขังในห้องเก็บของ ก่อนฉีดยาฆ่าแมลง-จุดไฟเผาเจ็บสาหัส

นางสาวกชพรรณ บุญทอง อายุ 42 ปี พร้อมด้วยญาติ เข้ามาร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จากกรณี ด.ช.เอิร์ธ ลูกชาย ถูกเพื่อนกับรุ่นพี่ โรงเรียนเดียวกันจำนวน 3 คน แกล้งปิดประตูในห้องเก็บของ แล้วฉีดยาฆ่าแมลงเข้าไปจนไม่มีอากาศหายใจ จากนั้นก็จุดไฟแช็ค ทำให้เกิดเสียงดังคล้ายระเบิด แล้วก็เกิดไฟลุกท่วมห้องเก็บของที่ลูกชายอยู่ข้างใน ทำให้ลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานกว่า 15 วันแล้ว   ทางผู้ปกครองเปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า หลังเกิดเหตุตนได้รับแจ้งจากครูที่โรงเรียนบอกว่า ลูกชายเกิดอุบัติเหตุถูกไฟคลอก ตอนนี้ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล พอตนไปถึงพบว่าลูกชายที่ยังอยู่ในอาการไม่ได้สติ คาดว่าน่าจะเกิดจากฤทธิ์ยาฆ่าแมลง โดยแขนทั้งสองข้าง ขาข้างขวา และตามลำตัวเป็นแผลไหม้ พุพอง   ด้านลูกชายเล่าว่า ตอนนั้นกำลังจะนำหนังสือเรียนไปเก็บในช่องเก็บของ พบว่ามีรุ่นพี่และเพื่อนจำนวน 3 คน นั่งเล่นหมากเก็บอยู่  โดย 1 ใน 3 คน เอาหนังสือมาตีที่ศีรษะ แต่ลูกชายไม่เล่นด้วย จึงเดินหนีเข้าไปในช่องเก็บหนังสือ เด็กคนหนี่งก็ได้เดินมาปิดประตู แล้วเอากุญแจคล้องไว้ จากนั้นก็ได้ยินเสียงมีคนตะโกนบอกให้ไปเอายาฆ่าแมลงมา เพื่อฉีดยาฆ่าแมลงเข้ามาให้ช่องเก็บของ ซึ่งทำให้ลูกชายหายใจไม่ออก ก่อนที่จะจะการจุดไฟแช็ก ทำให้มีไฟพุ่งเข้ามาตามช่องประตู และมีเสียงระเบิด หลังจากนั้นเพื่อนจึงรีบเปิดประตู ฉีดน้ำดับไฟ   เบื้องต้นมีการตกลงกับผู้ปกครองของเด็กทั้ง 3 คน ให้ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลครั้งแรกเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท แต่ตนพึ่งได้รับมาเพียง 3 พันกว่าบาท โดยผู้ปกครองของเด็กอีกสองคนแจ้งว่าไม่มีเงิน และทางโรงเรียนก็ไม่ได้หยิบยื่นความช่วยเหลือแต่อย่างใด   พร้อมบอกว่าทาง ผอ. ขอไม่ให้ไปแจ้งความและจะช่วยเหลือเรื่องที่เกิดขึ้น หากไปแจ้งความทางโรงเรียนจะไม่ช่วย ซึ่งตอนแรกตนไม่ติดใจเอาความ เพราะตอนนั้นเป็นห่วงแต่ลูกชาย แต่ต่อมา ผอ.ยังมีการพูดถึงจำนวนเงิน 10,000 บาท ประมาณว่าเจ็บแค่นี้ จะเอาอะไรหนักหนา ซึ่งทำให้ตนไม่พอใจอย่างมาก เพราะอาการของลูกชายยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะยังเดินไม่ได้ และแขนข้างหนึ่งก็อาจจะพิการ จึงต้องแจ้งความ และเข้ามาร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาฯ   ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากครูหอนอนว่า ด.ช.เอิร์ธ ได้เข้าไปอยู่ในตู้เสื้อผ้า แล้วมีเพื่อนคนหนึ่งเรียกให้ออกมาแต่ไม่ยอมออก เพื่อนอีกคนจึงใช้ยาฆ่าแมลงฉีดเข้าไป ก่อนจะจุดไฟแช็ก ทำให้เกิดไฟลุกไหม้ ด.ช.เอิร์ธ หลังจากนั้นเพื่อนๆและครูก็ช่วยกันนำตัวไปส่งโรงพยาบาล   ซึ่งหลังเกิดเหตุทางโรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และไปเยี่ยมเด็กที่โรงพยาบาล พร้อมให้กำลังใจเด็กว่า ‘ไม่เป็นไรประเมินดูแล้วเดี๋ยวก็หาย’ แต่ผู้ปกครองเข้าใจผิดคลาดเคลื่อน หาว่า ผอ.ดูถูกเรื่องบาดแผล   ขณะที่ได้พบกับผู้ปกครองที่โรงพยาบาล ผู้ปกครองบอกว่า ผอ.อย่าดุว่าเด็กนะ ผู้ปกครองไม่ติดใจเอาเรื่องใดๆทั้งสิ้น ทำให้ตนรู้สึกสบายใจ แต่พอมาอีกวัน ผู้ปกครอง ด.ช.เอิร์ธ กลับไปแจ้งความ   ซึ่งทางโรงเรียน ได้เชิญทั้งสองฝ่ายเข้ามาเจรจากัน และได้ข้อสรุปว่าทางคู่กรณีจะจ่ายชดใช้เป็นเงิน 10,000 บาท ทุก 15 วัน จนกว่าแผลจะหาย แต่มีผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุ 2 คน ไม่สามารถหาเงินมาได้ทันเวลา ตนจึงคุยกับครอบครัวผู้เสียหายว่า 10,000 บาท มันมากเกินไปไหม สำหรับผู้ปกครองที่ไม่มีเงินมาก โดยเจตนาคือพยายามไกล่เกลี่ย และทุกวันที่ทางโรงเรียนไปเยี่ยม ก็ได้นำเงินที่รวบรวมจากครูและนักเรียนบางส่วนไปมอบให้ แต่ผู้ปกครองของ ด.ช.เอิร์ธ กลับบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับ   ผอ. ยังบอกอีกว่า จริงๆแล้วเด็กกลุ่มนี้มีความสนิทกันมาก เป็นเพื่อนรักกัน แต่หลังเกิดเหตุกลับมาบอกว่าไม่รู้จักกัน ทั้งๆที่เขาอยู่หอนอนเดียวกัน เล่นด้วยกันตลอด ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าเจตนาจริงๆ ของผู้ปกครองต้องการอะไร ตนสงสัยว่าทำไปผู้ปกครองไม่ยอมรับเงิน ตามข้อตกลง และผู้ปกครองของ ด.ช.เอิร์ธ ได้พูดขู่ว่าเดี๋ยวเจอกัน   ด้าน นายวีรภัทร ราโช ครูประจำเรือนนอน บอกว่า ตนเองเป็นครูหอ จะให้เข้าข้างใครคงไม่ได้ ทุกคนเป็นเหมือนลูกเรา ดูแลเขาทุกวัน รักเขาเหมือนลูก คนก่อเหตุก็เหมือนกัน ถามแล้วไม่มีเจตนาจะทำร้ายเพื่อน แม่เขาเข้าใจว่าเราเข้าข้าง ลำเอียง ว่าเด็กเจ็บขนาดนี้ทำไมไม่สนใจ ตนยืนยันว่าสนใจดูแลตลอด เลิกงานเที่ยงคืนตีหนึ่งก็ไปเยี่ยม เพราะสงสาร ด.ช.เอิร์ธ   ส่วนเด็กที่ก่อเหตุก็ยอมรับว่าเขาผิด ได้ไปขอขมาผู้ปกครองเด็กที่บาดเจ็บแล้ว เด็กๆไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ พวกเขาเครียดมากตอนนี้ หลังเกิดเหตุเด็กๆยังโมโหตัวเองเอาหัวโขกเสา หากผู้ปกครองมองว่าเป็นการเจตนาฆ่า ผมเถียงเด็ดขาดว่าไม่ใช่ 100% แต่ถ้าเรื่องกระทำเกินกว่าเหตุ ตนยอมรับ   ขณะที่ ร.ต.อ.พิสิฐ บุญมี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยนาท ที่เดินทางเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ทางผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับความเสียหาย เข้าไปแจ้งความเรื่องที่คู่กรณีไม่ชดใช้ค่าเสียหายตามที่ตกลง ไม่ได้มีการแจ้งความข้อหาพยายามฆ่าแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/80_MDSQLPsY  

 37,066
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 60

สะเทือนใจ ควายเผือกท้องแก่ถูกงูกัดตาย คนเลี้ยงนอนหนุนร่างร่ำไห้สลด

ชัยนาท-พบควายเผือกท้องแก่ ชื่อแม่อิ่ม ซึ่งเป็นควายที่ได้รับการบริจาค จากผู้ใจบุญที่ไถ่ชีวิตมาให้เลี้ยงไว้ภายในศูนย์เรียนรู้ชุมชน มูลนิธิบูรณะชนบท ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จังหวัดชัยนาท มาเป็นเวลา 5 ปี   แต่แล้วต้องมาสิ้นใจตายคาดว่าถูกงูกัดตาย คนเลี้ยงนอนร่ำไห้หนุนศพ บริเวณที่ว่างบริเวณฝายน้ำล้น ใกล้สำนักงานประกันสังคม ต.บ้านกล้วย อ.เมือง เพื่อรอคนมาช่วยเหลือนำไปฝัง โดยเจ้าของโรงสีที่อยู่ใกล้เคียงใจดีได้ใช้รถตักข้าวช่วยยกซากแม่อิ่มไปฝังให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WjglqldMsRk

 222,056
ข่าวภูมิภาค
01 ต.ค. 60

สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่ชัยนาทพังถล่ม คนงานเจ็บสาหัส3

เกิดเหตุสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่กำลังก่อสร้างเชื่อมต่อระหว่างเขตเทศบาลเมืองชัยนาทกับ ต.ท่าชัย อ.เมือง จ.ชัยนาท ของกรมทางหลวงชนบท เกิดพังถล่มลงมาทับรถปูน เป็นเหตุให้คนงานได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย   ด้าน นายประภณ บัวสร้าง วิศวกรบริษัทโชคดีวิศวภัณฑ์ ผู้ดูแลการก่อสร้าง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมีเสียงเหล็กลั่น จากนั้นตัวสะพานก็สไลด์ลงมาทับคนงานต่างด้าวเมียนมาซึ่งอยู่บนนั่งร้าน 3 คนได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีอีก 1 คน ที่อยู่ใกล้กันได้รับบาดเจ็บไม่หนักมาก   สำหรับงานก่อสร้างสะพานขณะนี้ได้ทำการเทปูนเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างเก็บงานให้เรียบร้อย แต่เกิดการถล่มลงมาก่อน หลังจากนี้จะต้องทำการตรวจสอบว่าเกิดความผิดพลาดที่จุดใด อย่างไรก็ตามขณะนี้งานก่อสร้างดำเนินไปแล้วกว่าร้อยละ 95 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในอีก 1 เดือน     ขณะที่ นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า จากการตรวจเบื้องต้นพบว่าสาเหตุที่ทำให้สะพานคอนกรีตถล่มลงมาเกิดจากนั่งร้านเหล็กที่ใช้ค้ำยันแผ่นคอนกรีตตัวสะพานเกิดทรุดตัวลงมา ทำให้สะพานคอนกรีตด้านบนถล่มลงมาด้วย แต่สาเหตุที่ทำให้ค้ำยันเหล็กทรุดตัวลงมานั้นแขวงกรมทางชัยนาทได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกิดจากความสะเพร่าของผู้รับเหมาหรือเกิดจากอุบัติเหตุ   เบื้องต้นได้สั่งให้ผู้รับเหมาหยุดงานก่อสร้างแบบไม่มีกำหนด พร้อมทั้งนำคอนกรีตที่ตกลงมาออกจากหน้างาน โดยขณะนี้ผู้อำนวยการสำนักก่อสร้างได้เดินทางลงไปยังที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งกรมจะต้องเชิญผู้ที่รับผิดชอบงานสร้างสะพานมาพูดคุยหารือเร่งด่วน ทั้งในส่วนของบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงาน และบริษัทผู้รับเหมา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและสรุปสาเหตุ หากเกิดจากความประมาทของผู้รับเหมา ผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบ             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/d90o4O7051I

 3,073
กีฬา
25 ก.ย. 60

ชัยนาท ฮอร์นบิล-แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล คัมแบ็กไทยลีกฤดูกาลหน้า

ศึกไทยลีก 2 ลีกพระรอง เข้าสู่ช่วงท้ายของฤดูกาลแล้วเช่นกัน โดยตอนนี้ ได้ 2 ทีมน้องใหม่ที่จะขึ้นมาเล่นในศึกโตโยต้าไทยลีกในฤดูกาลหน้าแล้ว 2 ทีม คือทีมชัยนาท ฮอร์นบิล หลังจากเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชัยนาทเฉือนเอาชนะลำปาง เอฟซี 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 63 คะแนน นำโด่งเป็นจ่าฝูง และทิ้งห่างทีมอ่างทอง เอฟซี ที่อยู่อันดับที่ 4 อยู่ 14 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 3 นัด ทำให้ชัยนาท ฮอร์นบิลคัมแบ็กกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดได้แน่นอนแล้ว      อีกทีมคือทีมของโค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ทีมอันดับ 2 แม้ว่าจะบุกไปเสมอกับ ม.เกษตรศาสตร์ 1-1 แต่ก็เพียงพอที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดเป็นทีมที่ 2

 781
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ย. 60

ระทึก! คนขับ 10 ล้อ สะเพร่าก้มหยิบของเงยหน้ามา รถพุ่งชนรถรับส่งนร. เจ็บระนาว 8 สาหัส 3

  ร.ต.ท. วัชรพล เนียมเนตร รองสว. (สอบสวน) สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเกิดเหตุรถบรรทุก 10 ล้อ ชนกับรถบัสรับ-ส่งนักเรียน บนถนนสาย 340 (สุพรรณบุรี – ชัยนาท) กม 157 บริเวณ หมู่ 2 ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแจ้งกู้ชีพโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร และอาสามูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาทเข้าช่วยเหลือ   ที่เกิดเหตุพบเด็กนักเรียนยืนอยู่ไหล่ทางจำนวนกว่า 40 คน ได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทก ศีรษะแตก ปากแตก และบาดเจ็บเล็กน้อยหลายรายจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลขัยนาทนเรนทร ส่วนด้านท้ายรถบัสรับ-ส่งนักเรียน สีน้ำเงิน   สภาพด้านท้ายถูกชนพังยับ มีนักเรียนติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงเร่งใช้เครื่องมือตัดถ่างและนำตัวเด็กนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที    ห่างกันประมาณ 1 เมตร ด้านท้ายรถบัส พบรถบรรทุก 10 ล้อ สีขาว สภาพด้านหน้าพังยับจอดอยู่ มีนายประสูติ หลวงศร อายุ 43 ปี อยู่จังหวัดพิษณุโลก เป็นคนขับรถบรรทุก ไม่ได้รับบาดเจ็บ ให้การว่าตนบรรทุกอาหารหมูกำลังจะไปส่งที่ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ขับมาด้วยความเร็วประมาณ 60-70 กม./ชม. แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุ ตนก้มลงเก็บของ พอเงยหน้าขึ้นมาก็เจอรถบัสพอดี จึงชนเข้าอย่างจัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวคนขับไปสอบปากคำต่อที่ สภ.เมืองชัยนาท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ด้านนายอภิรักษ์ พันที อายุ 30 ปี คนขับรถบัส เปิดเผยว่า ก่อนมาถึงที่เกิดเหตุ ตนชะลอรถเพื่อรอรับเด็กนักเรียน และทำการเปิดไฟสัญญาณเลี้ยวซ้าย พอใกล้จะจอดรถบรรทุกที่วิ่งตามหลังมา ได้พุ่งเข้ามาชนท้ายรถเข้าอย่างจัง ซึ่งในรถบัสคันนี้มีนักเรียนรวมแล้วประมาณ 45 คน ซึ่งเป็นนักเรียนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอสรรคบุรี จ.ชัยนาท โดยสารรถบัสเข้ามาเรียนในตัวเมืองชัยนาททุกวันจาก   ข้อมูลล่าสุดตรวจสอบที่โรงพยาบาลชัยนาทนเรนทรพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กนักเรียนทั้งชายและหหญิงถูกนำส่งทั้งหมด 9คนในนั้นเจ็บสาหัส 3 คนและเจ็บปานกลาง 6 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บในโรงพยาบาลอื่นอีก2คน โดยมีนักเรียนี่บาดเจ็บเล็กน้อยมีรอยฟกช้ำดำเขียวตามร่างกายอีกกว่า20คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวคนขับรถทั้งคู่ไว้สอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ข้อมูลบางส่วนจาก มติชน  

 3,698
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ค. 60

แบงค์ย่องมอบเงินเยียวยา 4 หมื่น หลังฝาก 8 หมื่นแต่เงินเข้าไม่ครบ แลกกับขอยอมความ-งดให้ข่าว

จากกรณีลูกจ้างร้านอาหารสัตว์ที่ จ.ชัยนาท นำเงินนายจ้างไปฝาก 8 หมื่น แต่เงินเข้าแค่ 4 หมื่นบาท เมื่อตรวจสอบวงจรปิด พบว่าสาวพนักงานธนาคารที่รับเงิน นำเงินปึกหนึ่งเข้าเครื่องนับ ส่วนอีกปึกหนึ่งดึงลงใส่ลิ้นชัก ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าอาจไม่โปร่งใส   ล่าสุดมีรายงานว่าทางธนาคารได้มอบเงินเยียวยาให้แก่เจ้าของร้าน 4 หมื่นบาท พร้อมนำเอกสารฉบับหนึ่งมาให้ทางหนุ่มลูกจ้างและเจ้าของร้านได้อ่านรายละเอียด และเซ็นยินยอมว่าต้องงดให้ข่าวกับสื่อมวลชน และต้องถอนแจ้งความ   ซึ่งทางเจ้าของร้านไม่สบายใจในเงื่อนไขที่ทางธนาคารกำหนดมา จึงติดต่อไปยังธนาคารดังกล่าว เพื่อขอยกเลิกสัญญา แต่ทางธนาคารไม่ยินยอม จากนั้น เจ้าของร้านจึงปรึกษาทนายความ ซึ่งทนายความได้ให้คำแนะนำว่า ให้นำเงินไปคืนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางตำรวจระบุว่ายังไม่มีผู้ใดนำเงิน 4 หมื่นมาฝากกับทางตำรวจ อย่างไรก็ตามเมื่อสอบไปทางเจ้าของร้านอาหารสัตว์ ก็ระบุว่าไม่ขอให้ข่าวใดๆเพิ่มเติม ส่วนทางหนุ่มลูกจ้างก็ขอปรึกษากับทนายก่อน ทั้งนี้ทาง ตร.ยืนยันว่าเป็นคดีลักทรัพย์เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ยอมความไม่ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zAU3hlxkGvw  

 58,086
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ค. 60

ปู่ข่มขืนหลานสาวโดนศาลชัยนาทสั่งจำคุก 218 ปี หลานยันคนทำตัวจริงคือพ่อเลี้ยง

ชัยนาท-ศาลจังหวัดชัยนาทตัดสินจำคุกปู่ข่มขืนหลานรวม 218 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายขณะอายุยังไม่เกินสิบสามปี และเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดาน จำคุก 10 ปี ฐานข่มขืนกระทำเชาเราผู้เสียหายขณะอายุยังไม่เกินสิบห้าปี และเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดาน จำคุกกระทงละ 8 ปี รวม 24 กระทง เป็นจำคุก 192 ปี ฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายขณะอายุเกินสิบห้าปี และเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดาน จำคุกกระทงละ 8 ปี รวม 2 กระทง รวมจำคุก 16 ปี รวมจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 218 ปี แต่กรณีความผิดกระทงที่หนักที่สุดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปีขึ้นไป จึงให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 50 ปี   ขณะที่ญาติได้ยื่นร้องต่อสำนักงานยุติธรรมจังหวัดชัยนาท ขอความช่วยเหลือใช้เงินกองทุนประกันตัว พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ของปู่รายนี้ว่าไม่ได้กระทำผิด ขณะนี้ถูกควบคุมตัวไว้ที่ศาลจังหวัดชัยนาท ระหว่างรอคณะกรรมการยุติธรรมพิจารณาอนุมัติเงินประกันตัว ซึ่งหากทางคณะอนุกรรมการฯอนุมัติ จะยื่นเรื่องไปยังศาลอุทธรณ์ เพื่ออนุญาตหรือไม่อนุญาต วงเงินในส่วนของจังหวัดอนุมัติได้ไม่เกิน 5 แสนบาท หากศาลอุทธรณ์ ขอวงเงินมากกว่านี้ต้องยื่นเรื่องไปยังกองทุนยุติธรรมส่วนกลาง เพื่อพิจารณาต่อไป   โดยหลานสาว ผู้ตกเป็นเหยื่อพร้อมด้วยญาติๆระบุ ปู่ไม่ได้กระทำผิด เพราะได้เลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เด็กๆ ส่วนผู้ที่กระทำผิดตัวจริงคือพ่อเลี้ยง ที่ตอนนี้ได้ประกันตัวออกไป จึงขอเรียกร้องความยุติธรรมให้กับปู่    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kf8W541eg4o    

 124,343

Top