ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชัยนาท"

ข่าวภูมิภาค
07 ม.ค. 61

ตร.ชัยนาทเร่งไล่ล่าอดีตสามีหึงโหดยิงภรรยาเก่าดับ ลูกชายเหยื่อวอนโซเชียลฯ ช่วยล่าตัว

ความคืบหน้าคดีสามีเก่าหึงโหดบุกยิงอดีตภรรยาวัย 53 ปี เสียชีวิตคาบ้านพักซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำใน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท หลังขอดูโทรศัพท์แต่ผู้ตายไม่ให้ จนมีปากเสียงกัน ก่อนผู้ก่อเหตุจะชักปืนออกมากจ่อยิง แม้ผู้ตายจะพยายามร้องขอชีวิตแต่ไม่เป็นผล    ล่าสุดทางครอบครัวได้นำร่างของผู้เสียชีวิตมาประกอบพิธีศพ โดยลูกชายวัย 30 ปี วิงวอนให้ตำรวจเร่งจับกุมตัวคนร้ายให้ได้ รวมทั้งขอพลังโซเชียลฯ ช่วยกันล่าตัว  เพราะเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ ขณะที่ตำรวจ สภ.สรรคบุรี ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายจักกฤษ รักจันทร์ หรือตี๋ ผู้ก่อเหตุแล้ว           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wOzvI43eb1k

 8,813
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 61

หนุ่มหึงโหดบุกยิงอดีตภรรยาดับที่ชัยนาท ฉุนขอดูมือถือแต่ถูกปฏิเสธ

เกิดเหตุหนุ่มหึงโหดบุกยิงอดีตภรรยาเสียชีวิตคาบ้านพักซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำใน อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท     จากการสอบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังคุยอยู่กับเพื่อนๆ ก่อนที่สามีเก่าจะเข้ามาขอดูโทรศัพท์แต่ผู้ตายไม่ให้ จึงมีปากเสียงกัน แล้วชักปืนออกมากจ่อยิง แต่ผู้ตายได้โดดหนีก้มหลบร้องขอชีวิตแต่ไม่เป็นผล ถูกยิงเสียชีวิต ในสภาพที่ภายในมือยังกำโทรศัพท์ไว้แน่น ด้านตำรวจเร่งออกสกัดตามเส้นทางสถานที่ที่คาดว่าคนร้ายจะไปหลบซ่อน  คาดว่าจะได้ตัวในเร็ววัน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/XlkttoORIkc

 23,079
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 60

'ขนส่ง' คุมเข้ม ตรวจรถโดยสารสาธารณะ สร้างความมั่นใจคนเดินทางช่วงปีใหม่

         เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ประชาชนมักเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ สำนักงานขนส่งจังหวัดชัยนาท ได้ร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคชัยนาท จัดอาจารย์และนักศึกษาร่วมดำเนินการเข้มงวดตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถตามมาตรฐานความปลอดภัย              ที่บริเวณ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดชัยนาท สำนักงานขนส่งจังหวัดชัยนาทตรวจเข้มคนขับรถ โดยเน้นให้พนักงานขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ไร้สารเสพติด และแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ชั่วโมงการขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด สภาพตัวรถทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ต้องครบถ้วนและมีความปลอดภัยสูงสุด เช่น ระบบเบรก ยาง ล้อ เข็มขัดนิรภัย ประตูรถ ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก เป็นต้น            นอกจากนี้ยังมีการติดตามรถโดยสารสาธารณะทุกคันผ่านศูนย์บริหารจัดการ เดินรถด้วยระบบ GPS ตลอดช่วงเทศกาลแบบ realtime online เพื่อติดตามพฤติกรรมการขับรถ การใช้ความเร็วไม่เกินกฎหมายกำหนด ในส่วนของการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ได้มีการวางแผนสำรองเที่ยวรถ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนอย่างเพียงพอ ไม่ล่าช้า และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง พร้อมจัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดชัยนาท สำนักงานขนส่งจังหวัดชัยนาท และสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง

 8,974
แชร์ออฟเดอะเดย์
27 ธ.ค. 60

มือดีป่วนโพสต์รูปสาวเปลือยว่อนเน็ต อ้างเป็นครู-นร.เมืองชัยนาท ผอ.แจ้งความเอาผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ

เกิดเป็นกระแสในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ ชื่อ 'หมี ตัว M' ได้โพสต์ภาพหญิงสาวเปลือยกาย อ้างว่าเป็นภาพของครูประจำโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดชัยนาท ระบุชื่อว่า 'ครูหนิง' โดยภาพดังกล่าวถูกรีทวีตต่อกันไปเป็นจำนวนมาก   เรื่องดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับโรงเรียนอนุบาลชัยนาท ซึ่งเป็นโรงเรียนอนุบาลใหญ่ประจำจังหวัด  จนล่าสุด นายสมศักดิ์ จิตรเอื้อตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาท ออกมาปฏิเสธว่า ทางโรงเรียนไม่มีครูหน้าตาตามที่ปรากฎในภาพ และไม่มีครูชื่อหนิง ตามที่ถูกกล่าวอ้างแต่อย่างใด โดยผู้อำนวยการโรงเรียน เดินทางไปที่ สภ.เมืองชัยนาท พร้อมกับ นิติกร ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท เพื่อแจ้งความเอาผิดกับเจ้าของทวิตเตอร์ดังกล่าว   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการรวบรวมหลักฐาน ส่งต่อให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีกฎหมาย เกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ต่อไป   ในเวลาต่อมาทวิตเตอร์ หมี ตัว M อันเดียวกันนี้ ยังคงก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยมีการโพสต์ภาพ เด็กนักเรียนหญิง ผมสั้นทรงนักเรียน ถ่ายภาพโชว์ลักษณะเปลือยกาย และอ้างว่าเป็นภาพของ 'น้องแก้ม' นักเรียนของโรงเรียนอีกแห่งในจังหวัดชัยนาท ตัวย่อ ชนพ.   ผู้สื่อข่าว จ.ชัยนาท เดินทางไปพูดคุยกับ นายยงยุทธ์ พึ่งละออ รองผู้อำนวยการฝ่ายปกครองโรงเรียนชัยนาทพิทยาคม โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาประจำจังหวัด ได้รับการเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ ไม่ใช่ภาพของนักเรียนในโรงเรียนชัยนาทพิทยาคมอย่างแน่นอน เชื่อว่าผู้ที่นำไปเผยแพร่ มีเจตนาไม่ดีต่อโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมผู้บริหาร และรายงานต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5 เพื่อเตรียมไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยนาท หาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IQ3l1u4C1UQ    

 33,451
บันเทิง
09 ธ.ค. 60

'ตูน' ใจสู้! วิ่งถึงชัยนาทแล้ว ยอดบริจาคทะลุ 691 ล้าน - นายกฯ ยกย่องมีศรัทธาแรงกล้า

เมื่อเวลา 03.30 น. วันนี้ (9 ธ.ค.) ตูน บอดี้สแลม นำคณะเริ่มออกวิ่งในเซตแรกจากจุดเริ่มต้นที่ ปั้ม ปตท.เดิมบางนางบวช  จ.สุพรรณบุรี มุ่งหน้าไปยัง CP SEED ชัยนาท ระยะทาง 15 กิโลเมตร เซตที่ 2  จาก CP seed ถึงเทศบาลตำบลสรรคบุรี จ.ชัยนาท 12.8 กิโลเมตร ส่วนเซตที่ 3 จะเริ่มจากเทศบาลตำบลสรรคบุรี ถึง SHELL โชคเสถียร และ เซตที่ 4 SHELL โชคเสถียร ถึง หมวดทางหลวงชัยนาท โดยขณะนี้ตูนวิ่งเข้าพื้นที่ จ.ชัยนาทแล้ว ท่ามกลางประชาชนที่แห่เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมบริจาคเงินเป็นจำนวนมาก   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ออกรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยตอนหนึ่งได้กล่าวถึงโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของตูน บอดี้สแลม ว่านอกจากจะสานต่อพระราชดำริโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันทำในสิ่งดีๆ เพื่อบ้านเมืองของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังมีคุณประโยชน์แฝงอยู่ในโครงการของ ตูน อีกมาก เช่น 1.ความต้องการ“เงินบริจาคจำนวนน้อยๆ จากคนจำนวนมาก มากกว่าเงินบริจาคจำนวนมากจากคนส่วนน้อย” สะท้อนถึงความตั้งใจ โดยเขาจะเริ่มทำจากจุดเล็กๆ ที่ต้องการทำให้ดีที่สุด ส่วนผลที่ได้รับจะเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของคนไทยทั้งประเทศ โดยต้องการให้คนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด มากกว่าจำนวนเงินที่ได้รับบริจาค ซึ่งตูนก็ได้ฝากผม ให้ขอบคุณคนไทยทุกคน ที่มีส่วนร่วมด้วยในกิจกรรมครั้งนี้     2.เพื่อเป็นการสร้างรอยยิ้ม ให้กลับคืนมาสู่สังคมไทย เป็นสะพานเชื่อมสายใยแห่งความรัก ความสามัคคีของคนทั้งประเทศ จากทั่วทุกสารทิศ ให้จดจ่อในกิจกรรมเดียวกัน นับว่าเป็นการ “คืนความสุขให้กับคนในชาติ”อย่างแท้จริง ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกันได้ทั้งหมด   3.เป็นกิจกรรมที่ได้มากกว่า “เงินบริจาค” ก็คือการปลุกคนไทยให้หันมาสนใจ หันมาออกกำลัง เพื่อรักษาสุขภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก ต่อวงการสาธารณสุขของประเทศ เป็นมาตรการ “เชิงรุก” เน้นการป้องกัน มากกว่าการรักษาซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก เพราะการวิ่งนั้น การออกกำลังกายนั้น ลงแต่แรง ไม่ต้องลงทุน แต่ได้สุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจที่เข้มแข็ง เราที่หาซื้อไม่ได้ เราต้องทำเอง   ตนได้สัมผัสได้ถึงศรัทธา อันแรงกล้าของตูน ในการปฏิบัติภารกิจนี้ ให้สำเร็จลุล่วงโดยสวัสดิภาพ ตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ใช่สิ่งง่ายๆ วิ่งระยะทางไกลๆ มากขนาดนี้ ซึ่งคงจะเป็นพลังศรัทธาที่มีต่อประชาชนและชาติบ้านเมือง เป็นจุดหมายปลายทาง เหมือนกับสิ่งที่ผม รัฐบาล คสช. ได้พยายามดำเนินการมาแล้ว 3 ปี แตกต่างกันเพียงรูปแบบและวิธีการเท่านั้น แต่ความคาดหวัง ก็คือสิ่งที่สร้างมาในวันนี้ จะยังคงอยู่ และสร้างคุณประโยชน์แก่ส่วนรวมต่อไปในอนาคต เพราะประเทศชาติไม่อาจหยุดพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้     สำหรับการวิ่งโครงการก้าวคนละก้าว ระดมทุนบริจาค เพื่อให้กับโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศในโครงการก้าวคนละก้าว โดยเริ่มการวิ่งจาก อ.เบตง จ.ยะลา สู่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทางกว่า 2,191 กิโลเมตร โดยเริ่มวิ่งในวันที่ 1 พ.ย.60 เป็นวันแรกจาก อ.เบตง จ.ยะลา ล่าสุดยอดบริจาคอยู่ที่ 691 ล้านบาท           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/I8oK3ODPReM

 19,636
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 60

ผู้ว่าฯ ชัยนาท สั่งเก็บศาลเก่าอย่างด่วน! พลิกแผนจากเก็บเป็นขุดหลุมฝัง

  หลังจากมีการนำเสนอข่าว ว่าที่ถนนพระขรรค์ชัยศรี หมู่ 9 ต.นางลือ อ.เมือง จ.ชัยนาท บริเวณใกล้เคียงศาลเจ้าพ่อพระขรรค์ชัยศรี พบซากศาลพระภูมิเก่าจำนวนมาก คาดว่ามีกว่า 100 หลัง กองเรียงรายยาวตามแนวถนนระยะเกือบ 100 เมตร เจ้าของที่ได้พยายามเขียนป้ายห้ามทิ้ง แต่ไม่เป็นผล วอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยจัดการ เนื่องจากนับวันมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังพบว่า จู่ๆ มีชาวบ้านถูกเจ้าพ่อเข้าฝันบ่นมาว่าไม่มีที่อยู่แล้วมาอยู่กันเต็มไปหมด    ล่าสุด นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ประสานนายอำเภอเมืองชัยนาท ให้เร่งดำเนินการจัดเก็บโดยด่วน ทางพื้นที่โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้านจึงเร่งประสานชาวบ้าน รถไถใหญ่ และแบคโฮ และเจ้าพิธีเพื่อทำพิธีบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง ผีสางนางไม้ เพื่อดำเนินการเก็บกวาดทำความสะอาดพื้นที่ดังกล่าว   นางพรรณกาญจน์ สาเลิศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.นางลือ กล่าวว่า จากเดิมที่ได้กำหนดไว้ว่าจะระดมชาวบ้านจิตอาสา เพื่อเข้าทำความสะอาด ปรับภูมิทัศน์บริเวณศาลเจ้าพ่อพระขรรค์ชัยศรี ในวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนี้ แต่ปรากฏว่า ได้รับคำสั่งด่วนจากผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ให้ดำเนินการจัดเก็บโดยด่วน จึงประสานเครื่องจักร เครื่องมือ ชาวบ้าน ทหาร ตำรวจ พร้อมด้วยนายอำเภอเมืองชัยนาทเข้าดูแลกำกับอย่างใกล้ชิด เข้าดำเนินการทันที (เมื่อบ่าย3ธ.ค.60) โดยเชิญเจ้าพิธี (อ.หนิง) นำจุดธูปบอกกล่าว เจ้าที่เจ้าทาง สัตว์ และสิ่งชีวิตต่างๆในบริเวณนี้ให้ออกไปเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย จากนั้นได้ลงมือให้ชาวบ้านช่วยกันตัดต้นไม้ แล้วนำรถแบคโฮเข้าขุดหลุมขนาดใหญ่ลึกประมาณ 3-4 เมตร แล้วใช้ผานรถไถใหญ่ดันศาลพระภูมิลงในหลุม แล้วใช้ดินกลบจนมิด จากนั้นได้นำป้ายมาติด “ห้ามนำศาลพระภูมิเก่ามาทิ้งบริเวณนี้”    นางพรรณกาญจน์ กล่าวอีกว่า ช่วงที่ดำเนินการตัดต้นไม้ และขุดหลุม ไม่พบแม้แต่งู กระลอก กระแต เนื่องจากชาวบ้านเคยเห็นว่ามีงูใหญ่อาศัยอยู่บริเวณนี้ แต่กลับไม่พบแม้แต่ตัวเดียว และไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น แม้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานกันแล้วเสร็จจนพลบค่ำ ก็ตาม โดยทางหมู่บ้านได้คุยกันแล้วว่าจะตั้งกองผ้าป่าเพื่อระดมทุนเพื่อปรับภูมิทัศน์ บริเวณศาลเจ้าพ่อพระขรรค์ชัยศรี ให้สวยงามและจะสร้างศาลให้เจ้าพ่อใหม่ด้วยเนื่องจากเก่าแก่และชำรุดแล้ว และขอความร่วมมือทุกท่านอย่านำศาลพระภูมิเก่า ชำรุดมาทิ้งที่บริเวณนี้อีก    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,789
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 60

ตีบทแตก! คลิปเจ้างูเล่นใหญ่ ทำท่าแกล้งตาย เมื่อถูกกู้ภัยจับได้

ชัยนาท-กู้ภัยเข้าจับงูทางมะพร้าว หรืองูเห่าม้า ขนาดความยาวประมาณ 70 ซม. ซึ่งเป็นงูไม่มีพิษ หนีไปหลบอยู่ที่บริเวณมุมห้องร้านมนต์รักราเมง เมื่อเจ้าหน้าที่ใช้ไม้เคาะพื้นเพื่อสกัดการหลบหนี งูตัวดังกล่าวก็ทำสิ่งที่เจ้าหน้าที่ไม่คาดคิด ก็คือแกล้งตาย ด้วยการบิดตัวพลิกเอาด้านท้องขึ้นแล้วนอนอยู่นิ่งๆ ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ยืนดูได้ซักพักโดยยังไม่จับตัว เพื่อดูว่างูตัวดังกล่าวตายแล้วหรือไม่   ปรากฏว่าเมื่อเวลาผ่านไปจนเห็นว่าน่าจะปลอดภัยแล้ว งูตัวดังกล่าวก็พลิกตัวชูหัวขึ้นเตรียมเลื้อยหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงใช้มือที่สวมถุงมือป้องกันเขี้ยวจับตัวเอาไว้ ซึ่งเจ้างูตัวดังกล่าวก็แกล้งตายอีกครั้ง เป็นที่ขำขันแก่ผู้ที่พบเห็น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d_iJZwgsSp8    

 59,358
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ธ.ค. 60

นายกเล็กชัยนาทหวั่นอาถรรพณ์พ่อปู่ ไม่กล้าย้ายศาลพระภูมิเก่า สุดท้ายต้องวอนเจ้าอาวาสช่วยย้ายไปวัด

จากกรณีมีชาวบ้านนำศาลพระภูมิเก่าไปวางกองทิ้งไว้หน้าศาลเจ้าพ่อพระขรรค์ชัยศรี ถนนพระขรรค์ชัยศรี หมู่ 9 ต.นางลือ อ.เมือง จ.ชัยนาท แม้เจ้าของที่จะนำป้ายมาปักขอไม่ให้นำมาทิ้งแต่ก็ไม่เป็นผล รวมทั้งไม่มีใครกล้านำไปทิ้ง เพราะมีตำนานเล่าขานถึงอาถรรพณ์ของพ่อปู่    ด้าน นายพันท้าย จรูญวิทยา นายกเทศมนตรีตำบลนางลือ ยอมรับว่าตนเองไม่กล้าสั่งการให้ใครขนย้ายศาลพระภูมิเก่า เนื่องจากกลัวมีอันเป็นไป เพราะที่นี่แรงมาก เท่าที่เคยศึกษามาเรื่องนี้หากไม่จำเป็นอย่าไปแตะต้อง เพราะจะเข้าตัวและอาจลามไปถึงครอบครัวด้วย แต่ได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้าน ให้จัดทำป้ายไปติดตั้งไว้ว่าห้ามนำศาลเก่ามาทิ้งอีก ผู้ใหญ่บ้านได้ประสานไปยังวัดหนองจอก เพื่อดำเนินการขนย้ายไปไว้ที่วัดคาดว่าดำเนินการในสัปดาห์หน้า   ขณะที่ นางพรรณกาญจน์ สาเลิศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.นางลือ เปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ทางนายกเทศมนตรีตำบลนางลือไม่กล้าดำเนินการ จึงได้ติดต่อไปที่วัดหนองจอกธรรมาราม ซึ่งเจ้าอาวาสได้รับปากว่าจะนำศาลพระภูมิเก่าไปเก็บไว้ที่วัด โดยทางวัดแจ้งไว้ว่าจะเข้ามาดำเนินการให้ในสัปดาห์หน้า และเมื่อวัดหนองจอกนำศาลพระภูมิไปแล้ว        ด้าน พระครูวินัยธร ชาญณรงค์ เจ้าอาวาสวัดหนองจอกธรรมาราม เปิดเผยว่า ทางผู้ใหญ่บ้านได้มาขอร้องให้ช่วยขนย้ายศาลพระภูมิเก่าบริเวณศาลเจ้าพ่อพระขรรค์ชัยศรี โดยจะนำมาเก็บไว้ในที่เหมาะสมภายในบริเวณวัด จริงๆ แล้วเป็นหน้าที่ของทางเทศบาลตำบลนางลือ แต่ทางนายกบอกว่าไม่กล้าดำเนินการ พอดีชาวบ้านมาขอร้อง อาตมาช่วยได้ก็ช่วยเหลือกัน โดยเตรียมเข้าดำเนินการในสัปดาห์หน้า ถามว่าอาตมากลัวหรือไม่ เราทำความดีไม่ต้องกลัวอะไร ไปช่วยทำให้ดีขึ้น เราสร้างสรรค์ไม่ได้ทำลาย ไม่ได้ลบหลู่ดูถูกเขา               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/dNH9D9uImMQ

 15,423
ปากท้องร้องทุกข์
09 พ.ย. 60

คนเก็บหน่อไม้ร้องเรียน ช่วยคนถูกยิงกลางป่า สุดท้ายตกเป็นแพะฆ่าคนตาย

คนเก็บหน่อไม้ 2 รายร้องเรียน หลังเข้าช่วยคนเจ็บถูกยิงกลางป่า หลังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือว่าเกิดรถล้ม หัวฟาดก้อนหิน ต่อมาได้ลงจากเขาก็ถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบในฐานะพยาน และนำตัวไปตรวจหาคราบเขม่าดินปืน   ผ่านมา 2 เดือน กลับมาถูกตำรวจจับตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย โดยตำรวจอ้างว่าพบเขม่าดินปืนที่มือทั้ง 2 อย่างไรก็ตามทั้งคู่ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากเกิดมาไม่เคยมีปืนและยิงปืน คาดอาจเป็นลูกประทัดจุดไล่สัตว์ที่ไว้ให้หาของป่า ซึ่งล่าสุดได้ประกันตัวออกมาสู้คดี พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์   ด้านภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่าในวันเกิดเหตุที่ร้องขอความช่วยเหลือโดยอ้างว่ารถล้ม เพราะเข้าใจว่าอย่างนั้นจริงๆ ไม่ทราบว่าโดนยิง จึงไปตามคนมาช่วยเหลือ โดยไม่รู้ว่าใครยิง ทั้งนี้สามีได้มีปัญหากับคนร่วมหมู่บ้าน เรื่องการตัดหน่อไม้ แต่ยันไม่รู้จักหรือมีปัญหากับ 2 ผู้ต้องหาเป็นการส่วนตัว จึงอยากให้ตำรวจสอบสวนเพื่อหาคนร้ายตัวจริงที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NEr_qIneCFY    

 63,487
ข่าวภูมิภาค
04 พ.ย. 60

ประมวลภาพ ทั่วไทยจัดงานลอยกระทงสุดคึกคัก

ประมวลภาพบรรยากาศประเพณีลอยกระทงประจำปี 2560 ทั่วไทยจัดงานครึกครื้น โดยที่ จ.เชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวทั้งชายไทยและต่างชาติมาร่วมงานประเพณียี่เป็งกันอย่างเนื่องแน่น พร้อมปล่อยโคมลอยจำนวนกว่า 1,000 ลูก สว่างไสวทั่วท้องฟ้า   ขณะที่ พระเทพวิสุทธิญาณ (หลวงพ่อไพบูลย์ สุมังคโล) นำคณะศิษยานุศิษย์และชาวบ้านใน อ.เชียงของ จ.เชียงราย ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง เพื่อขอขมาพระแม่คงคา ส่วนที่ จ.ชัยนาท ชาวบ้านใช้อุโบสถมาดัดแปลงเป็นสถานที่ใช้ลอยกระทง เนื่องจากยังคงประสบกับน้ำท่วมสูงอยู่   ขณะที่ จ.สมุทรสงคราม ชาวบ้านใน อ.อัมพวา ร่วมลอยกระทงสายที่ทำมาจากกาบกล้วยแห่งเดียวในไทยจำนวนนับแสนใบที่วัดภุมรินทร์กุฎีทองสว่างไสวไปทั่วคุ้งน้ำแม่กลอง            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/oLVPuO3-LVw  

 8,347
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ย. 60

สถานการณ์น้ำที่ชัยนาทลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเขื่อนเจ้าพระยาลดการระบายน้ำแล้ว

สถานการณ์น้ำวันนี้ (3 พ.ย. 60) ที่สถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,674 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลงจากเมื่อวาน 45 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่มีน้ำจากอุทัยธานีไหลมา 19 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 12 กรมชลประทาน ผันน้ำเข้าคลอง ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา   ส่วนระดับน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เมื่อเวลา 06.00 น. ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดลง 10 ซม. อยู่ที่ระดับ 16.77 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง และระดับน้ำท้ายเขื่อน ลดลง 11 ซม. มาอยู่ที่ 15.59 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง มีการระบายน้ำ 2,499 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดลง 49 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที   ขณะที่ นายปริญญา โพธิสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดมะปราง และโรงเรียนวัดสมอ ตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ที่ถูกน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลท่วมนานกว่า 1 เดือน โดยสถานการณ์น้ำเริ่มลดระดับลงต่อเนื่องแต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในระดับ 10 - 30 เซนติเมตร ทั้งภายในบริเวณโรงเรียน และถนนทางเข้า   รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงเรียนวัดมะปราง และโรงเรียนวัดสมอ ได้มีกำหนดเปิดภาคเรียนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ยังมีน้ำท่วมโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง และได้ยื่นเรื่องขอเลื่อนเปิดภาคเรียน ไปอีก 2 สัปดาห์ เพื่อรอให้ระดับน้ำลดลงเป็นปกติ เข้าทำความสะอาดโรงเรียนและเตรียมความพร้อมสถานที่ ซึ่งจากระดับน้ำที่ลดลงคาดว่าจะแห้งสนิทภายใน 1 สัปดาห์ และกำชับให้ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาช่วยทำความสะอาดโรงเรียนและตรวจสอบความเสียหายทั้งหมด   "ท่านกำนันผู้ใหญ่บ้านระดมจิตอาสา ผู้ปกครอง กรรมการ ร่วมกันทำความสะอาดส่วนที่เสียหายเป็นโครงสร้างต่าง ๆ ก็ได้ให้เทศบาลเข้ามาร่วมสำรวจทำประมาณการเพื่อของบซ่อมแซมให้เด็กได้ใช้ทันในปีการศึกษานี้" นายปริญญาระบุ   ทั้งนี้ ปัจจุบันทั้งสองโรงเรียนได้เปิดชั้นเรียนพิเศษให้กับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 เพื่อชดเชย เวลาเรียนที่โรงเรียนปิดเนื่องจากน้ำท่วมก่อนหน้านี้

 3,696
ข่าวภูมิภาค
30 ต.ค. 60

จ.พิจิตร น้ำยมท่วมตลาดในพื้นที่เศรษฐกิจ ขณะที่ชัยนาท วัด-โรงเรีียนในอ.สรรพยายังมีน้ำท่วมสูง

อัพเดทสถานการณ์อุทกภัยที่พิจิตร แม่น้ำยมบ่าเข้าท่วมตลาดกลางไผ่ท่าโพ แม่ค้าต้องใช้โต๊ะรองสินค้า และใช้กระสอบทรายเรียงเป็นแนวยาวเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ด้าน จ.ชัยนาท สถานการณ์น้ำเริ่มลดลงขณะที่วัดและโรงเรียนวัดมะปรางยังมีน้ำท่วมสูง เบื้องต้นเลื่อนเปิดเทอมไป 1 สัปดาห์    สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตรยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ที่ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร แม่น้ำยมที่ล้นตลิ่งบ่าเข้าท่วมพื้นที่ตลาดบริเวณ ตลาดไผ่ท่าโพกลาง ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของตำบลไผ่ท่าโพ น้ำได้ท่วมบริเวณร้านค้าและถนนภายในตลาด ระดับน้ำ 15 ถึง 20 เซนติเมตร ผู้ประกอบการต้องนำโต๊ะมาตั้งเพื่อวางสินค้าป้องกันสินค้าเสียหายจากน้ำ และวางกระสอบทรายเป็นแนวยาวเพื่อเป็นทางเดินอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่จับจ่ายซื้อของ รวมไปถึงระมัดระวังเป็นพิเศษเรื่องของความสะอาดจากเศษสิ่งของจากสินค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าสด เช่น ผัก เนื้อ ปลา เป็นต้น   สำหรับน้ำจากแม่น้ำยมที่เอ่อท่วมตลาดไผ่ท่าโพ ขณะนี้ระดับน้ำทรงตัว แม้ว่าจะไม่มีฝนตกลงมา แต่เนื่องจากน้ำตอนบนยังมีปริมาณมากที่ไหลลงพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ ทำให้ตอนนี้บรรยากาศของตลาดเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นตลาดบกเหมือนกับตลาดทั่วไป แต่ปัจจุบันมีน้ำเข้าท่วมตลาดทำให้หลายคนเรียกติดปากว่าเป็นตลาดน้ำไผ่ท่าโพไปแล้ว   ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ชัยนาท ที่บริเวณหมู่ที่ 5 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท โรงเรียนวัดมะปราง และวัดมะปราง ยังถูกน้ำท่วมสูง 70-130 เซนติเมตร เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยายังคงการระบายน้ำอยู่ที่ 2,697 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนทางด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำผ่าน 2,839 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง    นางสาวอรอนงค์ ภูยาธร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดมะปราง เปิดเผยว่า โรงเรียนวัดมะปรางถูกน้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะนี้มีระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 70-105 เซนติเมตร จากการเข้าตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าประตูห้องเรียนชั้นล่างเริ่มบวมน้ำ ได้รับความเสียหาย คาดว่าต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีในส่วนของกระเบื้องข้างฝา และพื้นเริ่มหลุดล่อน เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นคาดว่าเสียหายบางส่วน ทั้งนี้ ได้ทำหนังสือขอเลื่อนการเปิดเทอมไป 1 สัปดาห์ จากเดิมกำหนดเปิดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 พร้อมแจ้งเหตุผลไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท และหากสถานการณ์น้ำยังไม่ลดลงจะทำหนังสือขอเลื่อนการเปิดเทอมไปอีกครั้ง 

 6,306
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 60

สถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยายังทรงตัว ด้านมหาสารคามน้ำทะลักเข้า รพ. ก่อกระสอบทรายวุ่น

สถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 17.47 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ลดลง 1 เซนติเมตร) ส่วนท้ายเขื่อนอยู่ที่ 16.03 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (เท่ากับเมื่อวาน) ส่วนปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,697 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ 3,014 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลดลง 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)    ขณะที่ บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ทหารจากศูนย์บรรเทาทุกข์ทหารอากาศ กองบิน 4 ตาคลี จ.นครสวรรค์ ประชาชนและนักโทษชั้นดีจากเรือนจำกลางชั่วคราวเขาพลอง อ.เมืองชัยนาท เร่งกรอกกระสอบทรายเพื่อนำไปวางตามพนังกั้นน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่ หมู่ 1 และ หมู่ 2 ของ ต.บางหลวง ที่ยังไม่ท่วมกว่า 400 หลังคาเรือน    ด้านนายจิรศักดิ์ เจริญศิลป์ นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยาปรับการระบายน้ำมาเป็น 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมสรรพกำลัง และใช้เรือท้องแบนที่ยืมมาจากป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท มาขนกระสอบทรายจากภาคพื้นดินไปวางเรียงตามพนังกั้นน้ำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวรถไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้นเพื่อจะวางกระสอบทรายเป็นแนวยาวกว่า 3 กม. โดยก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการวางไปแล้วแต่ตอนนี้ต้องวางเสริมขึ้นอีก เพราะระดับน้ำท้ายเขื่อนเริ่มสูงขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ทางเทศบาลตำบลบางหลวง ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้   ส่วนที่ จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบุ่งคล้า-ท่างาม ต.ลาดพัฒนา อ.เมือง จ.มหาสารคาม เร่งกรอกกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำชีล้นตลิ่ง หลังน้ำจากแม่น้ำได้เอ่อล้นเข้ามาท่วมภายในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลทั้งหมด รวมไปถึงบ้านพัก อาคาร และลานด้านหน้าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลระดับน้ำสูงประมาณ 5-15 เซนติเมตร โดยเจ้าหน้าที่ได้กรอกกระสอบทราย และใช้ปั๊มน้ำดูดน้ำออกเพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าภายในตัวอาคารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล    นางบุญอารีย์ แฝงเมือคุก ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบุ่งคล้า-ท่างาม เล่าว่า ตนและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลได้ร่วมกันกรอกกระสอบทรายเหลังแม่น้ำชีได้เอ่อล้นเข้ามาตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนทรายจาก อบต.ลาดพัฒนา วันนี้น้ำได้เพิ่มระดับสูงขึ้นจนเข้ามาในบริเวณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลทั้งหมด เนื่องจากอยู่ใกล้แม่น้ำชี ระดับน้ำสูงประมาณ 5-15 เซนติเมตร และมีแนวโน้มจะเพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ เกรงว่าจะเข้าท่วมภายในอาคารที่ใช้รักษาผู้ป่วย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วเมื่อปี 2554 ตอนนั้นน้ำได้ท่วมเข้าด้านในสูงถึง 90 เซนติเมตร

 7,767
ข่าวภูมิภาค
24 ต.ค. 60

กรมชลฯเตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา รับมือระดับเพิ่มสูงขึ้นจากการระบายน้ำ

กรมชลประทานแจ้งสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากปริมาณฝนตกกระจายในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางตอนล่าง ส่งผลให้แม่น้ำเจ้าพระยาที่อำเภอเมืองจังหวัดนครสวรรค์มีระดับสูงขึ้น ขณะที่กรมชลประทานได้ใช้พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาชะลอน้ำไว้ โดยคงการระบายในอัตรา 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมทั้งตัดยอดน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มทั้ง 2 ฝั่ง เข้าระบบเต็มศักยภาพ ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา สูงขึ้น +17.44 เมตร (รทก.)   ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดน้ำล้นคันกั้นน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา และทำให้เกิดน้ำท่วมขยายวงกว้าง จึงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณน้ำ ผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จากเดิม 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อีก 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะค่อยๆทยอยเพิ่ม   หากไม่มีฝนตกเพิ่มการระบายจะลดลงตามลำดับ โดยปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น ประกอบกับอิทธิพลน้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 23-27 ตุลาคม 2560 จะส่งผลให้ระดับน้ำเจ้าพระยาท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี มีระดับเพิ่มสูงขึ้น จากปัจจุบัน 20-25 เซนติเมตร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NN6gSjZErjk  

 8,514
ข่าวภูมิภาค
21 ต.ค. 60

ปภ.เตือน 3 จังหวัด 'นครสวรรค์-ชัยนาท-อุทัยธานี' เตรียมรับมือมวลน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูง

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่  จ.พิจิตร ยังคงวิกฤติ  โดยเฉพาะบ้านเกาะสาริกา ต.รังนก อ.สามง่าม หลังแม่น้ำยมเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำกว่า 20 หลังคาเรือนมานานกว่า 4 เดือนแล้ว ทำให้ชาวบ้านต้องสัญจรทางเรือได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยคาดว่าน้ำจะท่วมยาวนานไปจนถึงปลายปีนี้       ล่าสุดเช้าวันนี้ยังคงมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ อ.สามง่าม ด้านเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเรือไว้คอยให้ความช่วยเหลือชาวบ้านตลอดเวลา    ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด อาทิ จ.พิษณุโลก , นครสวรรค์ , พระนครศรีอยุธยา น้ำได้เอ่อล้นทะลักจากแม่น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายจุด   ส่วนที่ชุมชนบ้านท้องคุ้ง หมู่ 7 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรไปมา   ด้าน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำวัง แม่น้ำปิง เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไหลลงมาบริเวณตอนล่างของประเทศ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม   โดยเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี จ.นครสวรรค์ วัดได้ 2,849 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมาสมทบกับแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขา ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาที่ 16.98 ม.รทก. จากนั้นไหลเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งในอัตรา 588 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเต็มความสามารถที่รับน้ำได้ในขณะนี้ จึงมีความจำเป็นต้องใช้พื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาชะลอน้ำไว้   โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาอาจเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 0.20 เมตร อาจส่งผลกระทบในพื้นที่ จ.ชัยนาท (อำเภอเมืองชัยนาท อำเภอวัดสิงห์ และอำเภอมโนรมย์) จ.อุทัยธานี(อำเภอเมืองอุทัยธานี) จ.นครสวรรค์ (อำเภอพยุหะคีรี) โดยน้ำจะเอ่อล้นตลิ่งทั้งสองฝั่งเข้าพื้นที่การเกษตรและชุมชนริมน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำ ประมาณ 700 ครัวเรือน   ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ จึงได้ประสาน 3 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ นครสวรรค์ ชัยนาท และอุทัยธานี ศูนย์ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยเขต 8 กำแพงเพชร และเขต 16 ชัยนาท จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ชุดเคลื่อนที่เร็วให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/3zfJmGowCTU

 12,007

Top