ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงสาธารณสุข"

สังคม-อาชญากรรม
04 ธ.ค. 60

เผย 9 โรค สุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ! ลั่นไม่ควรขับรถเด็ดขาด

กระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ป่วยใน9 กลุ่มโรค เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ ไม่ควรขับรถเด็ดขาด หนึ่งในนั้นคือโรค ลมชัก   ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขได้มีข้อมูล นอกจากการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน จากกรณีเมาแล้วขับแล้ว ปัญหาด้านสุขภาพบางอย่างอาจส่งผลต่อความสามารถในการขับขี่และทำให้เกิดอุบัติเหตุ จากข้อมูลพบว่า โรคและปัญหาสุขภาพที่มีผลกระทบต่อสมรรถภาพการขับขี่และอาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ มีดังนี้   1.โรคที่เกี่ยวกับสายตา ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม ทำให้ขับรถในเวลากลางคืนแล้วมองไม่ชัด ส่วนคนเป็นต้อหินทำให้มุมสายตาแคบลง มองเห็นภาพส่วนรอบได้ไม่ดี และมองเห็นแสงไฟบอกทาง หรือไฟหน้ารถพร่าได้    2. โรคทางสมองที่ยังเป็นไม่มาก มีอาการหลงลืม ขับรถหลงทางในบางครั้ง การตัดสินใจช้าและสมาธิไม่ดี    3. โรคหลอดเลือดสมอง ทำให้แขนขาไม่มีแรงขับรถ เหยียบคันเร่ง เหยียบเบรกหรือเปลี่ยนเกียร์ บางคนมีอาการเกร็งจนขากระตุกเวลาเหยียบคันเร่งหรือเบรก บางคนประสานงานแขนกับขาไม่ดี หรือสมองสั่งให้แขนขาทำงานไม่ได้ดีเหมือนเดิม ความไวของการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ลดลง    4. โรคพาร์กินสัน มีอาการแข็งเกร็ง มือสั่น เท้าสั่น ทำอะไรช้าลง ทำให้ขับรถได้ไม่ดี    5. โรคลมชัก เมื่อมีอาการชักจะเกร็ง และกระตุกไม่รู้สึกตัว    6. โรคไขข้อ ข้อเสื่อม ข้ออักเสบต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อการขับรถ เช่น ข้อเข่าเสื่อม ทำให้เหยียบเบรกได้ไม่เต็มที่ ข้อเท้าอักเสบปวดจากโรคเก๊าต์ ทำให้ขยับลำบาก โรคกระดูกคอเสื่อม ทำให้ปวดคอ เอี้ยวคอดูการจราจรได้ลำบาก หรือมีอาการปวดหลังจากกระดูกหลังเสื่อม ทำให้นั่งขับรถได้ไม่นาน    7. โรคหัวใจ อาจมีอาการแน่นหน้าอก เมื่อขับรถนานๆ เครียดจากรถติด    8. โรคเบาหวาน ทำให้มีอาการ หน้ามืด ใจสั่น สมาธิไม่ดี ตาพร่า ถ้าน้ำตาลในเลือดต่ำลง    9. การกินยา ซึ่งบางคนกินยาหลายชนิด บางชนิดมีผลทำให้ง่วงซึม หรือง่วงนอน มึนงง สับสนได้เวลาขับรถ และทำให้การตัดสินใจ สมาธิ และความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ไม่ดี   ข้อมูลจากทางกรมการขนส่งทางบก สำหรับบุคคลที่จะทำการขออณุญาตยื่นขอใบขับบี่รถส่วนบุคคลนั้นจะต้องไม่เป็นโรคที่ระบุตามนี้  1.ไม่เป็นบุคคลพิการจนเห็นว่าไม่สามารถขับขี่รถยนต์ได้ , 2.ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต และ3.ไม่เป็นโรคที่แพทย์เห็นว่าไม่สามารถขับขี่รถยนต์ได้    เหตุนี้การสอบใบขับขี่รถส่วนบุคคลจึงจำเป็นต้องใช้ใบรับรองแพทย์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าบุคคลที่ยื่อขอใบอณุญาตขับขี่สามารถขับขี่รถบนท้องถนนได้จริง แต่สำหรับบุคคลที่จะขอใบอณุญาตขับขี่รถสาธารณะจะมีข้อห้ามดังนี้    1.ไม่เป็นโรคติดต่อเป็นที่รังเกียจ  2.ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต  3.ไม่ติดสุรา ยาเสพติด หรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท    สำหรับประชาชนทั่วไปการให้ความรู้ เรื่องโรคมีผลต่อการขับขี่ ต้องระมัดระวังและให้หลีกเลี่ยงต่อการขับขี่ยานพาหนะ การดื่มสุราและง่วงไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ รวมถึงประเด็นผู้สูงอายุ การเสื่อมสภาพของอวัยวะของร่างกายและโรคประจำตัวที่กล่าวมาข้างต้น ซึ่งก็ส่งผลต่อการขับขี่ยานพาหนะของผู้ขับขี่ได้เช่นกัน 

 12,966
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 60

'หมอยอร์น' รับผิดขับรถชน รปภ. ลากร่างไปไกล ยันไม่ได้หนี พยานเล่าเห็นยืนเซ-ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอลล์

จากกรณีนายแพทย์สาธารณะสุข ขับรถชน นายสมชาย ยามดี หรือนัท พนักงานรักษาความปลอดภัย(รปภ.) กระทรวงสาธารณสุข แล้วลากไปไกลกว่า 20 เมตร จนบาดเจ็บสาหัสและรักษาตัวอยู่ห้องไอซียู โรงพยาบาลพระนั่งเกล้านั้น   โดย นายแพทย์ยอร์น ยอมรับผิดว่า ในเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ตั้งใจ ที่จะให้เกิดขึ้น ซึ่งตนได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และยอมรับผิด ยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง ตนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องของการดื่มแอลกอฮอล์ นายแพทย์ยอร์น ไม่ได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว โดยบอกว่าได้ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว   แต่ยอมรับขณะขับรถมา ตนเองไม่ชินเส้นทาง เพียงต้องการใช้เป็นทางลัดออกไปยังอีกซอยหนึ่ง จนพุ่งชนประตูรั้วเป็นเหตุให้แอร์แบ็คทำงานจนปิดหน้า ซึ่งรถได้ลากร่าง รปภ. โดยที่ตนเองไม่รู้ตัว จนกระทั่งมีคนตะโกนบอก จึงได้ลงจากรถและรอเจ้าหน้าที่รถพยาบาลเข้าทำการช่วยเหลือ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ขับรถลาก รปภ. ที่ติดอยู่ใต้ท้องรถแต่อย่างใด   ส่วนของคดี ขอให้เป็นเรื่องของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนเองไม่ได้หลบหนีไปไหน ขณะนี้ได้เข้าพูดคุยกับทางญาติ ว่าตนเองจะเป็นผู้รับผิดชอบ   เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเหตุใดถึงไม่หยุดรถ นายแพทย์ยอร์น ถึงกับเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะอ้ำอึ้ง ตอบว่าตนไม่ได้เร่งที่จะไป และยืนยันว่าไม่ได้หลบหนี   ด้าน นายแพทย์สกล สุขพรหม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เปิดเผยว่า เผยหลังจากคนไข้ ได้เข้าทำการรักษา ซึ่งได้รับมาคนไข้มีอาการสมองบวม และเมื่อวันเสาร์ได้มีการรักษาตามอาการ พบว่าคนไข้มีอาการทรุดสมองช้ำมากขึ้น จึงได้รักษาโดยการเปิดกระโหลก ซึ่งขณะนี้คนไข้ยังอยู่ในภาวะวิกฤต ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลา แต่อาการขณะนี้มีอาการตอบสนองดีขึ้น ต้องรอดูว่าหากคนไข้สามารถหายใจเองได้ ให้ออกจากห้องไอซียูเพื่อทำการรักษาตามขั้นตอนต่อไป   ต่อมาเวลาประมาณ 19.30 น. นายแพทย์ยอร์น พร้อมด้วยครอบครัวและญาติ ของ รปภ. หนุ่ม ได้เดินออกมาจากห้องรับรอง หลังเจรจาการชดใช้ ก่อนที่ทางครอบครัวและญาติ จะขึ้นไปเยี่ยม นายสมชาย ที่อยู่ในห้องไอซียู   โดยทางคนในครอบครัวและญาติ ได้บอกกับทีมข่าวสั้นๆว่า เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับ นายแพทย์ยอร์น แล้ว ซึ่งเขาก็ยอมรับผิด และพร้อมที่จะรับผิดชอบ แต่จะมีการเยียวยาชดใช้อย่างไรบ้างนั้น ต้องรอคุยกันอีกที  ซึ่งทางครอบครัวและญาติๆ ก็ค่อนข้างพึงพอใจกับการรับผิดชอบของนายแพทย์คนดังกล่าว   ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่กระทรวงสาธารณสุข บริเวณ ประตู 2 ด้านโรงพยาบาลบำราศนราดูร ซึ่งเป็นจุดที่นายแพทย์ยอร์น ขับรถพุ่งชน นายสมชาย รปภ. พบกับ นายเอก(สงวนนามสกุล) รปภ. ตรงจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า นายสมชาย ประจำอยู่ประตู 3 เป็นเพื่อนสนิทกับตน คืนที่เกิดเหตุตนติดธุระออกตรวจภายในกระทรวง นายสมชายเห็นว่าเป็นเวลาที่จะต้องปิดประตูแล้ว จึงเดินจากป้อมประตู 3 มาปิดประตู 2 แทน ซึ่งตนไม่คิดว่าจะกลายเป็นเคราะห์ร้ายกับเพื่อน คนขับทั้งเมาทั้งเป็นถึงหมอใหญ่มีชื่อเสียง พวกตนก็หวังเพียงสิ่อจะช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย   ขณะที่ นายดำรงค์ฤทธิ์ จิตถาวรมณี คนขี่จักรยานยนต์รับจ้างในกระทรวงสาธารณสุข ที่ผ่านมาในช่วงที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า ตนเห็น รปภ. กำลังปิดประตู แล้วก็มีรถขับมาด้วยความเร็วสูงไม่ยอมเบรค จนชนทั้งคนและประตู แล้วลากไปอย่างที่เห็นในคลิป จากนั้นคนขับที่อยู่ในสภาพเมาก็ลงมาดู แล้วตำรวจก็มาที่เกิดเหตุ แต่คนขับพูดว่าเขามีสิทธิ์ไม่ให้เป่าแอลกอฮอลล์ และไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้รถ   ด้าน พันตำรวจเอกปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี บอกว่า หลังจากนี้จะต้องมีการสอบสวน และเรียกตัวผู้ขับขี่มาดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนการตรวจแอลกอฮอล์นั้น วันที่เกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เรียกให้ นพ.ยอร์น มาตรวจวัดแอลกอฮอล์ แต่ นพ.ยอร์น ปฎิเสธ โดยบอกว่าตนเองไม่ได้เมา  ซึ่งตามกฎหมายสันนิษฐานได้ว่า เมา                      เบื้องต้นเตรียมจะแจ้งข้อกล่าวหาฐาน ขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และ ขับขี่รถในขณะเมาสุรา แต่ที่ปรากฎตามคลิปมีการขับรถยนต์ทับร่าง ก็จะต้องมีการสอบสวนพยานเพิ่มเติม ถ้าพบว่ามีความผิดนอกจาก พรบ.จราจรทางบก หรือมีเจตนาอื่นๆ พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม   พันตำรวจเอกปัณณพัฒน์ บอกอีกว่า หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนกำลังจะแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ขับขี่ได้ขอไปตรวจรักษาตัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากแอร์แบ็คระเบิด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าเป็นผู้ที่ไม่หลบหนี และให้หลักฐานแสดงตัวไว้ จึงอนุญาตให้ไปรักษาตัว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KkXQ1YFaXzI    

 34,009
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 60

ซีพียอมถอยสั่งเลิกขายเบียร์สด ในเซเว่นฯ สธ.ชี้เข้าข่ายผิด กม. 2 มาตรา

กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันการจำหน่ายเบียร์สดในร้านสะดวกซื้อเข้าข่ายความผิด 2 มาตรา เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน เตรียมส่งข้อสรุปไปยัวสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ดำเนินการพิจารณาเอาผิดตามกฎหมายผู้เกี่ยวข้อง   นายบุญอยู่ ขอพรประเสริฐ ในฐานะโฆษกคณะอนุกรรมการพิจารณาการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2551 เปิดเผยหลังการประชุมว่า คณะอนุกรรมการฯ มีมติว่า การจำหน่าย เบียร์สดโดยเครื่องกด ภายในร้านสะดวกซื้อ เซเว่น อีเลฟเว่น เข้าข่ายการกระทำผิดตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 มาตรา 30 (1) ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีหรือลักษณะใช้เครื่องขายอัตโนมัติ และมาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่ออวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจ ให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม   เนื่องจากมีหลักฐานเป็นภาพที่ปรากฎในโลกออนไลน์อย่างชัดเจน โดยจะส่งข้อสรุปนี้ไปยัง สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ดำเนินการพิจารณาเอาผิดตามกฎหมายต่อไป ก่อนเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจง   ส่วนการขายเบียร์สดในร้านสะดวกซื้ออีกแห่ง ขณะนี้ยังถือว่าไม่มีความผิด เนื่องจากหลักฐานยังไม่ชัดเจน และอยู่ระหว่างรวบรวมเพิ่มเติม ซึ่งต้องดูว่าเครื่องจำหน่ายเบียร์สดในร้านดังกล่าว เข้าข่ายตู้อัตโนมัติและมีโฆษณายี่ห้อปรากฎหรือไม่ อย่างไรที่ประชุมได้มีข้อเสนอให้คณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมาย หรืออนุกรรมการบัญญัติตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปี 2551 พิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุมรูปแบบการขายตามที่ภาคประชาชนได้เสนอข้อเรียกร้อง เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไม่เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่าย ให้เป็นไปตาม พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์   ขณะที่สำนักบริหารการสื่อสารฯ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงเรื่อง การยุติโครงการทดลองจำหน่ายเบียร์สดระบุว่า ตามที่ฝ่ายการตลาด ซีพี ออลล์ ได้ดำเนินโครงการทดลองจำหน่ายเบียร์สดที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จำนวน 18 สาขา ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานั้น เนื่องจากมีคำแนะนำและความห่วงใยจากหลายๆภาคส่วน เมื่อฝ่ายบริหารของบริษัทรับทราบ จึงพิจารณาและมีคำสั่งให้ยุติโครงการทดลองดังกล่าวแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RTbkJVK7KyI  

 3,316
สังคม-อาชญากรรม
18 ส.ค. 60

เปิดตำรายาสัปดน ภูมิปัญญาสมุนไพรไทยช่วยหนุ่มๆฟิตปึ๋งปั๋ง

กระทรวงสาธารณสุขแถลงข่าวงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 14 จัดใหญ่เสน่ห์ไทย สมุนไพรไทย 4.0   ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.สุเทพ วัชรปิยานันทน์ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก พร้อมผู้บริหารฝ่ายต่าง ๆ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นมาเป็นปีที่ 14 แล้ว และในปีนี้จัดภายใต้แนวคิด เสน่ห์ไทย สมุนไพรไทย 4.0 เปิดมุมมองให้เห็นถึงการพัฒนาภูมิปัญญาองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยสู่ยุค 4.0   โดยภายในงานแถลงข่าว ทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้จัดนิทรรศการกิจกรรมและเปิดตัวตำราลับสุดยอดสมุนไพรผู้บ่าว พ่อเรือน ตำรับยาเสาเรือนคลอน เป็นยาสมุนไพรบำรุงร่างกาย โดยตำรับยานี้อยู่ในตำรายาสัปดน ที่เป็นยาสมุนไพรโบราณ ตัวยาจะประกอบด้วยสมุนไพร 5 ชนิด ได้แก่ ม้าถอนหลัก ไม้หลักปักคงคา ต้มผักหม ต้นตายแล้วปลายเป็น และแก่นลั่นทม โดยนำสมุนไพรทั้ง 5 ตัวมาต้มในอัตราส่วนที่เท่ากันคือ 1 กำมือ ต่อน้ำ 1 ลิตร รับประทานก่อนอาหาร 3 มื้อ ครั้งละ 150 ซีซี. จะช่วยให้เลือดลมในร่างกายไหลเวียนได้ดีและทำให้สมรรถภาพของร่างกายกลับมาดีเหมือนเดิม   นอกจากนี้ยังมีการนวดแก้กล่อน การนวดเท้ารักษาโรคจากรองเท้า และสารสกัดขมิ้นชัน แอนตี๊อ๊อก จากองค์การเภสัชกรรม โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม - 3 กันยายน ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ฮอลล์ 6 - 8 พบกับร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์กว่า 400 ร้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zxTZ4eu-oVM

 19,199
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ค. 60

สธ. ชี้บุหรี่ไฟฟ้าอันตราย เหมือนบุหรี่ทั่วไป เผยพบเยาวชนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ 6.6

          กระทรวงสาธารณสุข ชี้ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยคนเลิกสูบบุหรี่ได้ รวมถึงมีสารเสพติดและอันตรายเหมือนบุหรี่ทั่วไป ที่สำคัญยังเป็นจุดเริ่มต้นในการเสพติดบุหรี่หรือสารเสพติดประเภทอื่นๆ ในเด็กและเยาวชน พร้อมเผยผลสำรวจการบริโภคยาสูบล่าสุด พบเยาวชนชายสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึงร้อยละ 4.7 และเยาวชนหญิงร้อยละ 1.9               นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า  ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยคนเลิกสูบบุหรี่ได้ ที่สำคัญในบุหรี่ไฟฟ้าก็มีสารพิษต่างๆ โดยเฉพาะสารนิโคตินเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ปกติทั่วไป ซึ่งมีอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพเหมือนกัน ทั้งนี้ ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อสูดเข้าสู่ปอดแล้ว ไม่ใช่มีเพียงไอน้ำกับสารนิโคตินเท่านั้น แต่ยังมีสารเคมีอีกมากมายที่ใช้ในขบวนการผลิตและปรงุแต่งกลิ่นรส และสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย รวมทั้งมีสารก่อมะเร็ง              นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังเป็นจุดเริ่มต้นในการเสพติดบุหรี่หรือสารเสพติดประเภทอื่นๆ ในเด็กและเยาวชน จากผลสำรวจการบริโภคยาสูบในเยาวชนไทย อายุ 13-15 ปี             ครั้งล่าสุดในปี 2558 สำรวจพบว่าเยาวชนชายสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึงร้อยละ 4.7 และเยาวชนหญิงสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึงร้อยละ 1.9 ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้รัฐบาลปัจจุบัน จึงออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ ณ วันที่ 12 ธันวาคม 2557 เรื่อง กำหนดให้บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ซึ่งหากมีผู้ฝ่าฝืนนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามายังประเทศไทย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับเป็นเงิน 5 เท่าของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ริบสินค้าเหล่านั้นรวมถึงพาหนะที่ใช้บรรทุกสินค้านั้นด้วย และคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ฉบับที่ 9/2558 ห้ามขาย หรือห้ามให้บริการสินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีโทษสำหรับผู้ขาย ผู้ให้บริการ โดยจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้ผลิต ผู้สั่ง ผู้นำเข้าเพื่อขาย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10ปี ปรับไม่เกิน 1ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ             นายแพทย์สุเทพ กล่าวอีกว่า ประเทศไทย ได้ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ เพื่อเป็นกลไกในการควบคุมยาสูบของประเทศ และเสริมพลังความเข้มแข็งให้กับมาตรการต่างๆมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันใช้แผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับที่สอง พ.ศ.2559?2562 โดยสถานการณ์การบริโภคยาสูบในประเทศไทยล่าสุด ปี 2559 พบว่าประชากรตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป มีจำนวน 54.8 ล้านคน สูบบุหรี่ร้อยละ 19.9 ซึ่งเป้าหมายในการดำเนินงานปี 2560-2564 นี้ ความชุกของการสูบบุหรี่ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปต้องไม่เกินร้อยละ 16 หรือไม่เกิน 8.8 ล้านคน เพื่อให้อัตราการบริโภคยาสูบภาพรวมของประเทศไทยมีสถิติลดลงอย่างต่อเนื่อง

 2,880
สังคม-อาชญากรรม
06 มิ.ย. 60

สธ.ตั้งสอบ-พร้อมเยียวยาสาว 22 ตรวจเชื้อ hiv ผิดพลาด

สาวอายุ 22 ผู้เสียหายกรณีตรวจเชื้อเอชไอวีผิดพลาด ทั้งที่ไม่ได้มีการติดเชื้อจริง เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอให้พิจารณาช่วยเหลือเยียวยา พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทั้งนี้ทาง สธ.จะหารือขอให้พิจารณาช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย พร้อมขอให้ตั้งกรรมการ สอบสวนวินัยร้ายแรง แก่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ ระมัดระวังกันทั่วประเทศ มิให้เกิดขึ้นกับผู้เข้าตรวจเชื้อของโรงพยาบาลต่างๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E9x6kyJhq0g  

 17,427
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ค. 60

วีคซีนไข้หวัดใหญ่มาแล้ว ! พร้อมฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง "ฟรี" เริ่ม 1 มิถุนายนนี้

นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) กล่าวว่า โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่พบได้ตลอดทั้งปีแต่จะระบาดมากในฤดูฝน ซึ่งอาการป่วยจะส่งผลต่อสุขภาพ การทำงาน การเรียน และการใช้ชีวิต เพื่อลดอัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของบุคคลกลุ่มเสี่ยง การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จึงเป็นมาตรการที่จำเป็น โดยในปี 2560 นี้ สปสช.ได้เตรียมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฤดูกาลใหม่ 3.1 ล้านโดส ฉีดให้กับประชาชน 4 กลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิ คือ 1. หญิงมีครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป 2. เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี 3. ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจ หืด ไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน และ 4. ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี โดยสามารถรับวัคซีนได้ที่หน่วยบริการรัฐและเอกชนภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2560 เป็นต้นไป          ด้าน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการ สปสช.กล่าวว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฤดูกาลใหม่นี้ผลิตจากเชื้อตายชนิด 3 สายพันธุ์ คือ ชนิด A (H1N1), A (H3N2) และชนิด B ซึ่งคุ้มค่าปลอดภัยกว่าวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ ที่เพิ่งมีใช้ในภาคเอกชน เพราะมีประสบการณ์การใช้ในประเทศไทยยาวนานกว่า 10 ปี เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่พบบ่อยในไทยและทั่วโลก ซึ่งใช้ได้ผลดี ไม่มีปัญหากลายพันธุ์   ในปี 2559 การระบาดของไข้หวัดใหญ่พบว่า มีไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H1N1) เป็นสายพันธุ์ใหม่พบในมิชิแกน ส่วนชนิด A (H3N2) และชนิด B (วิคตอเรีย) มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกับที่ผ่านมา คือ ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด H3N2 ที่พบในฮ่องกง และชนิด B วิคตอเรีย พบในบริสเบน ดังนั้นปี 2560 องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงแนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ ประกอบของไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A (H1N1) สายพันธุ์ใหม่/มิชิแกนแทนแคลิฟอร์เนีย 2009, ชนิด A (H3, N2) สายพันธุ์เดิม/ฮ่องกง และไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด B สายพันธุ์ เดิม/วิคตอเรีย หากในปีนี้มีการแพร่ระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่ขนิด B/วิคตอเรียเพิ่มขึ้น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ก็จะป้องกันครอบคลุมได้ ส่วนวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์เป็นวัคซีนที่เพิ่มชนิด B/ยามากาตะ ซึ่งองค์การอนามัยโลกพิจารณาว่ามีโอกาสพบน้อยที่สุดของทั้งหมด มีความชุกไม่ถึงร้อยละ 5 ทางการแพทย์ถือว่าประสิทธิภาพครอบคลุมใกล้เคียง จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้วัคซีน 4 สายพันธุ์         อนึ่ง สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรครายงานว่าในปี 2559 พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งสิ้น 167,220 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 255.58 ต่อแสนประชากร เสียชีวิต 44 ราย จำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง และสูงกว่าปี 2558 ซึ่งมีผู้ป่วย 75,114 ราย เป็น 2 เท่า และในปีนี้ตั้งแต่ 1 มกราคม - 20 มีนาคม 2560 พบผู้ป่วย 16,754 ราย เสียชีวิต 2 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ A (H1N1), A(H3N2) และสายพันธุ์ B 

 4,688
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ค. 60

7 วิชาชีพทางการแพทย์ รวมตัวยื่นหนังสือกับปลัดสธ. เรียกร้องบรรจุเป็นข้าราชการ

เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข  กลุ่มเครือข่าย 7 วิชาชีพ ได้แก่ นักเทคนิคการแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักรังสีการแพทย์ นักจิตวิทยาคลินิก นักกิจกรรมบำบัด นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก และนักเวชศาสตร์สื่อความหมาย รวมตัวเรียกร้องให้มีการบรรจุข้าราชการวิชาชีพกายภาพบำบัดในกระทรวงสาธารณสุข หลังเคยยื่นหนังสือการร้องเรียนขอความเป็นธรรมเรื่องการบรรจุข้าราชการวิชาชีพกายภาพบำบัดต่อกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ไม่มีการตอบรับกลับมาแต่อย่างใด         โดยทางตัวแทนเครือข่าวระบุว่า ปัจจุบันมีบุคลากรใน 7 สาขาวิชาชีพฯ ที่ค้างบรรจุข้าราชการประมาณ 3,000 คน ทำให้กระทบต่อขวัญกำลังใจ เนื่องจากไม่มีความมั่นคง และพบว่ามีการจ้างงานแบบรายวัน 51 คน โดยได้ค่าจ้างประมาณวันละ 500 บาท สวัสดิการต่างๆก็ไม่มี ซึ่งที่ผ่านมามีการเรียกร้องและสะท้อนปัญหาให้ สธ.ฟังตลอด จึงไม่เข้าใจว่า เหตุใดตอนเสนออัตราข้าราชการตั้งใหม่จึงมีเพียงแค่พยาบาลวิชาชีพเท่านั้น ทั้งนี้ หากเรียกร้องแล้วไม่ได้รับการตอบสนอง ก็จะไปยื่นเรื่องที่ศูนย์ดำรงธรรม ทำเนียบรัฐบาลและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)     ด้าน นพ.โสภณ เมฆธน ปลัด สธ. กล่าวภายหลังร่วมประชุมกับตัวแทนชมรม 7 วิชาชีพฯ ว่า ชมรม 7 วิชาชีพฯ กังวลว่าตำแหน่งที่มีการจัดสรร 11,000 ตำแหน่งจะถูกนำไปบรรจุให้พยาบาลอย่างเดียว ตนจึงได้ชี้แจงว่า 11,000 ตำแหน่งนั้น พยาบาลได้ไป 1,000 ตำแหน่ง ส่วนวิชาชีพอื่นๆ เช่น 7 วิชาชีพฯ ก็ได้ตำแหน่งบรรจุประมาณ 170 ตำแหน่ง รวมกับการบริหารจัดการภายในที่มีอีก 50 ตำแหน่ง และยังมีผู้ที่เกษียณอายุอีกรวมแล้วปี 2560 ทั้ง 7 วิชาชีพฯ น่าจะได้บรรจุประมาณ 308 ตำแหน่ง ส่วนที่ค้างบรรจุ 3,000 ตำแหน่ง คงต้องค่อยๆ ทยอยบรรจุ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 7 วิชาชีพฯ จะบรรจุเป็นข้าราชการได้ 75% แต่ขณะนี้บางวิชาชีพมีอัตราข้าราชการเกินกรอบข้าราชการ ดังนั้น หากมีตำแหน่งว่างก็ต้องนำมาเกลี่ยให้กับวิชาชีพอื่นที่ยังไม่เข้าเกณฑ์เพื่อให้ได้สัดส่วนที่เท่าเทียมกัน             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/dVRh6x1v_yE    

 25,796
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.พ. 60

สธ. เตรียมแจกวิตามินแสนวิเศษให้คู่รักที่มาจดทะเบียนในวันวาเลนไทน์ หวังรณรงค์ให้คนไทยมีลูก

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จัดโครงการ 'สาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ' เตรียมแจกวิตามินเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก ให้แก่คู่รักที่มาจดทะเบียน ในวันที่ 14 ก.พ. 2560 หรือวันวาเลนไทน์ ทั่วประเทศ เพื่อรณรงค์ให้คนไทยมีลูก      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sVc2K-XMx58  

 8,315
สังคม-อาชญากรรม
08 ก.พ. 60

สธ.แนะโรงเรียนคัดกรองเด็กเป็นไข้หวัด หากป่วยหลายคนควรพิจารณาปิดโรงเรียนชั่วคราว

จากกรณีที่โรงเรียนสาธิจตุฬาฯ ประกาศปิดเรียนชั่วคราว เนื่องจากนักเรียนป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ หลายคน ล่าสุด โรงเรียนสาธิจตุฬาฯ ประกาศให้นักเรียนบางชั้นเรียนหยุดเพิ่มอีก 1 วัน และทางกระทรวงสาธารณสุขได้ขอความร่วมมือทุกโรงเรียนตรวจคัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากมีนักเรียนป่วยเป็นไข้หวัดหลายคน ควรพิจารณาสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราว   นอกจากนี้ยังแนะนำให้ใช้มาตรการตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด นั้นก็คือ ปิด ล้าง เลี่ยง หยุด และยังแนะนำให้ประชาชนดูแลตนเองด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และปรุงสุขใหม่ ใช้ช้อนกลาง และล้างมือบ่อย และให้สังเกตุอาการตนเอง หากมีไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และมีไข้สูง ควรรีบพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง   ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามและรายงานให้ตนได้รับทราบแล้ว ซึ่งปีนี้ถือว่ามีความรุนแรงกว่าปีก่อนถึงสองเท่า ซึ่งตนได้ย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการป้องกันโรคภัย ว่าให้ป้องกันตัวเองก่อนจะป่วยแล้วค่อยรักษา แต่หากพบว่ามีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์ทันที     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nTISeDrt24A    

 4,944
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 59

สธ.มอบของขวัญปีใหม่ ชวนคนไทยทุกคนตรวจสุขภาพฟรี 1-15 ม.ค.60

กระทรวงสาธารณสุขมอบสุขภาพดีเป็นของขวัญปีใหม่ ชวนคนไทยทุกคนตรวจสุขภาพฟรี 1-15 มกราคม 2560   ที่ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดี ทุกกรม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวโครงการของขวัญปีใหม่สำหรับประชาชน ประจำปี 2560 “กระทรวงสาธารณสุขห่วงใย ให้คนไทยสุขภาพดี รับปีใหม่ 2560” พร้อมมอบนโยบายการตรวจสุขภาพฟรีเป็นของขวัญปีใหม่ ผ่านระบบวีดีโอทางไกลกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุกระดับในสังกัดทั่วประเทศ   ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของคนไทย เป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง อาทิ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน พิการและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตถึงร้อยละ 73 ของประชาชนไทยที่เสียชีวิตทั้งหมด โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองในปี 2559 มีอัตราตายสูงสุด 27,069 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 3 คน และโรคหลอดเลือดหัวใจ พบอัตราตาย 18,922 คน เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หากไม่สามารถป้องกันหรือลดปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ จะส่งผลให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพและสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาลเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ   กระทรวงสาธารณสุข เล็งเห็นถึงปัญหาด้านสุขภาพดังกล่าวจึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมตรวจคัดกรองสุขภาพประชาชนเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อ และให้ความรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนได้ตื่นตัวและรับทราบปัญหาสุขภาพของตนเอง เพราะการป้องกันและดูแลสุขภาพด้วยตัวเองของประชาชนนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ตั้งแต่การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เลือกรับประทานอาหารหรือหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ออกกำลังกาย และมีองค์ความรู้ด้านสุขภาพเบื้องต้นที่ถูกต้อง อาทิ การเลือกใช้สมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรในการป้องกันและดูแลสุขภาพเบื้องต้น ที่เข้าถึงได้ง่าย ลดค่าใช้จ่าย ช่วยลดผลข้างเคียงและการใช้ยาที่ไม่สมเหตุผล ยังส่งเสริมและคงไว้ซึ่งภูมิปัญญาและพืชสมุนไพรไทยอีกด้วย นอกจากนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารและสินค้าบริโภค ให้มีความปลอดภัยได้มาตรฐานเพื่อให้ประชาชนมั่นใจและได้บริโภคอาหารที่มีความปลอดภัย ต่อสุขภาพ   ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โครงการกระทรวงสาธารณสุขห่วงใย ให้คนไทยสุขภาพดี รับปีใหม่ 2560 มีวัตถุประสงค์ ดังนี้    1.คัดกรองโรคสำคัญคือเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน อันนำไปสู่โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองซึ่งเป็นสาเหตุการตายและพิการที่สำคัญในประเทศไทย รวมทั้งให้ได้รับแนวทางและคำแนะนำในการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง    2.ให้ความรู้เบื้องต้นในการดูแลสุขภาพและการป้องกันโรคด้วยตัวเองแก่ประชาชนทั่วไป    3.ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เบื้องต้นที่ถูกต้องในเรื่องสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมถึงมีความเชื่อมั่น ในการใช้ในการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น  และ 4.เพื่อตรวจสอบอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพในท้องตลาดให้มีความปลอดภัยได้มาตรฐาน ให้ประชาชนมีความมั่นใจและมีความปลอดภัยในการบริโภค    ในวันที่ 1-15 มกราคม 2560 โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลชุมชน/โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะเปิดให้บริการประชาชนเพิ่มเติมจากการจัดบริการปกติ ใน 3 กิจกรรมหลักๆ ได้แก่    1.ตรวจคัดกรองสุขภาพป้องกันโรคไม่ติดต่อ อาทิ บริการตรวจวัดความดันโลหิต เจาะหาระดับน้ำตาลในเลือดทางปลายนิ้ว(DTX) ตรวจและคำนวณดัชนีมวลกาย(BMI) โดยจะแจ้งผลตรวจพร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวและดูแลสุขภาพด้วย    2.ให้ความรู้ด้านสมุนไพรโดยจัดแสดงมุมตัวอย่างสมุนไพรไทยพร้อมสรรพคุณ ณ จุดบริการ เช่น ประดับต้นสมุนไพรแทนต้นคริสต์มาส หรือใช้วิธีจัดแสดงตามแนวทางศาสนาหรือวิถีชุมชนของตน พร้อมทั้งแจกตัวอย่างยาสมุนไพรไทย อาทิ ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร มะขามป้อม เป็นต้น    3.ออกตรวจคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคในท้องตลาดและร้านค้าทั่วไป ขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคน พาคนที่ท่านรัก เข้ารับบริการตรวจสุขภาพได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้ฟรี เพื่อให้มีสุขภาพดีตลอดปี 2560 เป็นของขวัญจากใจชาวสาธารณสุขทุกคน  

 6,554
ต่างประเทศ
29 ส.ค. 59

สธ.สิงคโปร์แถลงพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาแล้ว 41 ราย

กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกา 41 คน โดย 34 คนหายป่วยแล้ว อีก 7 คนยังมีอาการ ทั้งหมดเป็นคนงานก่อสร้างต่างชาติ หรือผู้อาศัยในย่านอัลจูนี่ ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ คาดอาจจะได้รับเชื้อภายในประเทศ

 1,047
สังคม-อาชญากรรม
22 ส.ค. 59

สธ.เอาผิดโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฏหมาย สั่งปิดไปแล้ว 700 รายการ

สธ.จับมือ กสทช. ไอซีทีและ บก.ปคบ.แก้ปัญหา เฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฏหมาย ใช้มาตรการลงโทษสถานหนัก เผยตรวจสอบสื่อแล้วกว่า 20,000 รายการ สั่งปิดช่องรายการ –เว็บไซต์ และดำเนินคดีแล้วกว่า 700 รายการ ประชาชนมีส่วนช่วยพบเห็นแจ้งสายด่วน   ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า  กระทรวงสาธารณสุข เร่งรัดจัดการปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงหรือหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ ผ่านทางสื่อต่าง ๆ รวมทั้งหาทางแก้ไขปัญหาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ โดยบูรณาการร่วมมือกับ สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) บังคับใช้กฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน ตามแผนยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาโฆษณาที่ผิดกฎหมายของยา อาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ พ.ศ.2557-2561   ผลการดำเนินงาน มีดังนี้ 1.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ดำเนินการตรวจสอบโฆษณาสื่อ  รวมทั้งสิ้น 21,258 รายการ ประกอบด้วยโทรทัศน์ 3,362 รายการ  วิทยุ 640 รายการ  สื่อสิ่งพิมพ์ 15,654รายการ  และสื่ออินเตอร์เน็ต 1,602 รายการ  ดำเนินคดี 479 รายการ  2.กสทช.แจ้งระงับโฆษณา 170 รายและดำเนินคดี 96 ราย  3.กระทรวงไอซีทีสั่งปิดเว็บไซต์ 29 URL ดำเนินคดี 9 URL  และ4.ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค บก.ปคบ. ดำเนินคดีผลิตภัณฑ์ 150 รายการ จำนวนของกลาง 917 รายการ มีมูลค่า 140.8 ล้านบาท  เพื่อให้การดำเนินการตรวจสอบเฝ้าระวังครอบคลุม โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ตรวจสอบเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ทำผิดกฎหมายในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างเคร่งครัด โดยบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   นอกจากนี้ ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จะช่วยประสานและบูรณาการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ร่วมเฝ้าระวัง และบังคับใช้กฏหมายแบบบูรณาการอย่างเข้มงวด  ขยายเครือข่ายไปถึงระดับท้องถิ่น รวมทั้งพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเพื่อสร้างการเรียนรู้  ตระหนักถึงกฎหมายการโฆษณา จรรยาบรรณวิชาชีพ หลักสิทธิชุมชน มนุษยชน รวมทั้งการรู้เท่าทันสื่อในสถาบันการศึกษา   ทั้งนี้ ประชาชนหากพบเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์ สุขภาพโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงทางสื่อต่าง ๆ แจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Oryor Smart Application หรือสายด่วน กสทช. 1200 สายด่วนกระทรวงไอซีที 1212  สายด่วนรัฐบาล 1111 หรือสายด่วน บก.ปคบ. 1135 และที่สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ    

 2,401
สังคม-อาชญากรรม
08 เม.ย. 59

สธ.คุมเข้มความปลอดภัยช่วงสงกรานต์ ห่วงสถิติไทยเกิดอุบัติเหตุสูงสุดในเอเชีย

กระทรวงสาธารณสุขห่วงใยประชาชน ให้เดินทางกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย เมาไม่ขับ และได้เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ทุกจังหวัด ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมเปิดสถิติไทยเกิดอุบัติเหตุสูงสุดอันดับ 2 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vGpeRPVChfI  

 930
สังคม-อาชญากรรม
29 ม.ค. 59

ชัยนาท ฮอร์นบิล ปัดข่าวให้แฟนบอลพาลูกเทพชมเกมฟรี สธ.แนะคนเลี้ยงที่คุยกับลูกเทพได้ ควรพบแพทย์

แฟนเพจของ CHAINAT Football Club ของสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล แห่งไทยพรีเมียร์ลีก ออกแถลงยืนยันไม่เคยมีการระบุให้นำตุ๊กตาลูกเทพเข้าสนามฟรี ตามที่ตกเป็นข่าวแพร่สะบัด โดยระบุว่าภาพและข้อมูลดังกล่าวเป็นบุคคลอื่นจัดทำขึ้นมา ไม่ใช่มาทางสื่อหลักของสโมสร ด้าน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แนะผู้เลื่อมใสลูกเทพควรอยู่ในความเป็นจริง และความพอดี อย่าเกินเลย แต่ถ้าหมกมุ่นลงไปจนถึงขั้นเหมือนเกิดจิตหลอน คิดว่าสามารถพูดคุยโต้ตอบ หรือสื่อสารกับตุ๊กตาลูกเทพได้ ควรพบแพทย์    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9WVKBvjqOXY  

 1,136

Top