ค้นหา :

ผลการค้นหา "อินเดีย"

ต่างประเทศ
09 พ.ย. 59

เปิดภาพสุดท้าย 2 ดาราบู๊อินเดีย ร่วมเฟรมถ่ายเซลฟี่ ก่อนแสดงฉากกระโดดจาก ฮ. จนเสียชีวิต

สำนักข่าว metro เผยแพร่ภาพถ่ายครั้งสุดท้ายของ 2 นักแสดงชายชาวอินเดีย Anil Kumar อายุ 31 ปี และ Raghav Uday  อายุ 28 ปี ก่อนทั้งคู่จะประสบอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทำฉากสำคัญในภาพยนตร์แอ็คชั่นภาษากันนาดาเรื่องใหม่ "Masthigudi" จนถึงแก่ชีวิต เมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา     สำหรับภาพถ่ายดังกล่าวนักแสดงผาดโผนทั้งสองคนได้ร่วมเฟรมถ่ายเซลฟี่กันอย่างครื้นเครงกับทีมงานคนอื่นๆ ใกล้กับเฮลิปคอปเตอร์ พาหนะที่จะพาพวกเขาบินขึ้นเหนืออ่างเก็บน้ำ เพื่อกระโดดลงมาและจมน้ำเสียชีวิตในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เหตุเพราะไม่ได้สวมเสื้อชูชีพไว้ข้างในเหมือนกับ Duniya Vijay นักแสดงที่สามารถรอดชีวิตมาได้เพียงคนเดียว     รายงานข่าวระบุว่า ภาพเหตุการณ์นาทีชีวิตแสดงให้เห็นว่านักแสดงชายทั้งสองคนต่างพยายามว่ายน้ำเอาชีวิตรอดและตะโกนขอความช่วยเหลือ ภายหลังกระโดดลงมาจากเฮลิปคอปเตอร์และว่ายต่อมาได้เพียง 50 เมตร ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า ก่อนการถ่ายทำฉากเสี่ยงตายนี้ Raghav Uday  ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เขาว่ายน้ำไม่แข็งและยังไม่เคยแสดงฉากแบบนี้มาก่อน ขณะที่คนในพื้นที่ระบุว่า อ่างเก็บน้ำที่เกิดเหตุมีความอันตรายมากเพราะลึกถึง 30-40 ฟุต และมีตะกอนใต้น้ำประมาณ 15-20 ฟุต ทั้งยังเต็มไปด้วยอวนจับปลาที่ถูกทิ้งร้าง     ด้านตำรวจเปิดเผยว่า จะทำการสอบสวนถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดและดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำการด้วยความประมาททุกคน ขณะที่เจ้าหน้าที่ของอ่างเก็บน้ำยืนยันว่ากองถ่ายได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำใกล้แม่น้ำ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เฮลิปคอปเตอร์หรือกระโดดลงในน้ำ   Raghav Uday - Anil Kumar    สำหรับทั้งคู่ถือเป็นนักแสดงที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในวงการภาพยนตร์อินเดียใต้ ซึ่งใช้ภาษากันนาดามาเป็นเวลานาน   Duniya Vijay รอดชีวิตมาได้   ข่าวเก่า  ช็อก! 2 นักแสดงชายอินเดียเสียชีวิตขณะถ่ายหนังบู๊ ฉากกระโดดจาก ฮ. ลงแม่น้ำ

 22,275
ต่างประเทศ
09 พ.ย. 59

ด.ช.อินเดียเกิดมาพร้อมศีรษะโตผิดปกติ ชาวบ้านเชื่อ 'พระพิฆเนศ' กลับชาติมาเกิด (ชมคลิป)

สำนักข่าว metro เผยแพร่ภาพของ Pranshu เด็กชายชาวอินเดีย จากรัฐปัญจาบ ที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติมีหน้าผากโตและดวงตาไม่เสมอกันจนเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ความผิดปกติของเขากลับทำให้คนในหมู่บ้านเชื่อว่าเป็น "พระพิฆเนศ" เทพเจ้าในศาสนาฮินดูกลับชาติมาเกิด     พ่อแม่ของเด็กชายจะพาเขาออกไปพบปะกับชาวบ้านทุกวันพฤหัสบดี เพื่อเปิดโอกาสให้ได้เข้ามาสักการะบูชา โดยเด็กชายจะให้พรกับทุกๆ คนมารอพบ จนกลายเป็นบุคคลศักดิ์สิทธิ์ของคนในหมู่บ้าน ซึ่งแม้แต่พ่อของเขาก็ยังเชื่อว่าลูกชายเป็นเทพมาเกิดจริงๆ เพราะมีร่างกายเหมือนองค์พระพิฆเนศ และกราบนมัสการเขาเหมือนกับที่ชาวบ้านคนอื่นๆ ทำ     ขณะที่เด็กชายบอกว่า เขาเกิดมามีร่างกายเหมือนกับพระพิฆเนศ ทำให้ชาวบ้านพากันเรียกขานตามนามเทพ ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อจริงๆ ของตน แต่เขาก็รู้สึกดี เพราะแม้แต่ครูที่โรงเรียนก็ยังให้ความเคารพบูชาตน ส่วนเพื่อนๆ ก็ไม่กล้าแกล้งหรือล้อเลียน เพราะเชื่อเหมือนกันว่าเขาเป็นเทพเจ้า ทั้งหมดนี้จึงทำให้เขามีความสุขที่จะมีชีวิตเช่นนี้ มีความสุขกับหัวและใบหน้าอันใหญ่โตที่เป็นมาตั้งแต่เกิด       ภาพจาก Ajay Verma / Barcroft Images

 135,253
ต่างประเทศ
08 พ.ย. 59

ช็อก! 2 นักแสดงชายอินเดียเสียชีวิตขณะถ่ายหนังบู๊ ฉากกระโดดจาก ฮ. ลงแม่น้ำ

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวช็อก กรณี Anil Kumar และ Raghav Uday  2 นักแสดงชายชาวอินเดีย ประสบอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทำฉากสำคัญในภาพยนตร์แอ็คชั่นภาษากันนาดาเรื่องใหม่ "Masthigudi" จนถึงแก่ชีวิต เมื่อช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ (7 พ.ย.)     รายงานข่าวระบุว่า พวกเขาได้กระโดดออกมาจากเฮลิปคอปเตอร์ที่บินต่ำเหนืออ่างเก็บน้ำ Thippagondanahalli ทางตะวันตกเมืองบังคาลอร์ ดิ่งลงสู่แม่น้ำที่อยู่ด้านล่าง แต่กลับเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเขาทั้งสองคนเสียชีวิต หลังว่ายไปต่อเพียง 50 เมตร ก่อนจะสามารถว่ายขึ้นสู่ผิวน้ำได้อีก ประกอบกับเรือกู้ภัยที่มาถึงตัวพวกเขาช้าเกินไป ซึ่งตามรายงานระบุว่าว่ายน้ำไม่แข็งทั้งคู่ แต่ยังโชคดีที่ Duniya Vijay นักแสดงอีกคนที่ร่วมถ่ายทำสามารถรอดชีวิตมาได้      ขณะที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า ทางกองถ่ายได้ละเมิดเงื่อนไขในการถ่ายทำภาพยนตร์ เพราะมีคำสั่งห้ามถ่ายทำทางอากาศ , พื้นที่ต้องห้าม รวมไปถึงในน้ำ ด้านตำรวจยังอยู่ในระหว่างทำการสอบสวนทางอาญากับผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่องนี้    Raghav Uday - Anil Kumar    สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ภาษากันนาดามีสาขาหลักตั้งอยู่ในบังคาลอร์ โดยเป็น 1 ในภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากคอหนังบอลลีวูด   Duniya Vijay รอดชีวิตมาได้    

 1,220,507
ต่างประเทศ
08 พ.ย. 59

สุดเศร้า! ด.ช.อินเดียพิการคอเอียง 180 องศา เสียชีวิตแล้ว หลังเพิ่งมีชีวิตใหม่ได้แค่ 1 เดือน

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวเศร้าของ Mahindra Ahirwar เด็กชายชาวอินเดีย วัย 13 ปี จากรัฐมหาราษฏระ ที่เกิดมาพร้อมความพิการศีรษะโค้งเอียงทำมุม 180 องศา ซึ่งมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่มีความอ่อนแอมาก แต่ล่าสุดเขาได้เสียชีวิตแล้ว หลังเพิ่งได้ใช้ชีวิตอย่างคนปกติเเพียงแค่เดือนเดียว     ย้อนไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เด็กชายเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขเพื่อให้ศีรษะตั้งตรงเหมือนคนปกติ จากการจัดตั้งแคมเปญระดมเงินค่ารักษาของ Julie Jones แม่ลูกสองจากเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยแม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งการผ่าตัดก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยฝีมือของ นพ.Rajagopalan Krishnan ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง จากโรงพยาบาลอพอลโลในกรุงนิวเดลี จนทำให้เขาสามารถไปโรงเรียนกับพี่น้องคนอื่นๆ ได้     พ่อแม่ของเด็กชายกล่าวด้วยหัวใจที่แตกสลายว่า พวกเขามีแผนต่างๆ มากมายเพื่อช่วยสานฝันของลูกชายให้กลายเป็นจริง แต่ตอนนี้มันพังไปหมดแล้ว พร้อมเล่าย้อนถึงเหตุการณ์สุดเศร้าว่าตอนนั้นลูกชายกำลังนั่งดูการ์ตูน ก่อนจะไอออกมา 2 ที และถูหน้าอก กระทั่งจากไปอย่างกะทันหันขณะพยายามจะไอออกมาเป็นครั้งที่3 ตอนนั้นพวกตนตกใจมากวิ่งไปออกไปบอกให้เพื่อนบ้านช่วยโทรตามหมอมา ผ่านไป 15 นาที หมอมาตรวจและบอกว่าเขาตายแล้ว ตอนนั้นพวกตนทำได้แต่ร้องไห้และกอดศพของลูกเอาไว้แนบอก      รายงานข่าวระบุว่า ทางครอบครัวได้ทำพิธีเผาศพให้เด็กชายตามพิธีกรรมของศาสนาฮินดูเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่มีใครคิดว่าจะมีวันนี้เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านั้นเขายังบอกกับแม่อย่างแข็งขันว่าตอนนี้เขาแข็งแรงดีมาก     ด้านแม่ของเด็กชายระบุว่า ลูกของเธอเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ ที่ได้รับความรักจากคนมากมาย ได้รับการรักษาจากแพทย์ที่เก่งที่สุดในประเทศ นพ.Rajagopalan Krishnan เป็นผู้พลิกชีวิตใหม่ของเขาให้ได้เห็นโลกจากมุมใหม่ๆ ไม่ได้ถูกจำกัดแค่บนเตียง แม้ชีวิตเขาจะแสนสั้น แต่ 8 เดือนที่ผ่านมาก็ถือเป็นความทรงจำที่ล้ำค่ามาก และเธอก็ได้แต่หวังว่าจะได้พบกับลูกในสักวันหนึ่ง     ขณะที่แพยท์ผู้ทำการผ่าตัดยอมรับว่ารู้สึกช็อกมากต่อการจากไปอย่างกะทันหันของอดีตคนไข้ แต่ยืนยันว่าสาเหตุการตายไม่ได้เกิดจากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวเนื่องกับการผ่าตัด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นเขาคงจะต้องเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อ 8 เดือนก่อนแล้ว แต่น่าจะเป็นเพราะสภาพร่างกายของเด็กชายไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวตั้งแต่แรก และการที่ศีรษะของเด็กชายกลับมาตั้งตรง อาจจะส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อหน้าอก แต่อย่างน้อยๆ เขาก็ได้มีช่วงชีวิตที่ปกติแบบคนอื่นเขา โดยสาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่จะมาจากภาวะแทรกซ้อนของหัวใจและปอด ซึ่งมักจะไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้รู้ตัว แต่ถึงเช่นนั้นเขาก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดีว่าเด็กชายได้จากทุกคนไปแล้ว เพราะเขาเป็นเด็กชายที่มีความกล้าหาญแม้ร่างกายจะผิดปกติ ตนรู้ดีว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการรักษาในครั้งนี้ต่างก็รู้สึกเจ็บปวด                     ข่าวเก่า หญิงอังกฤษพลิกชีวิต ด.ช.อินเดียคอเอียงผิดปกติ หลังระดมเงินช่วยจนผ่าตัดสำเร็จ   เผยภาพชีวิตใหม่ ด.ช.อินเดียพิการคอเอียง 180 องศา วันนี้ไปโรงเรียนได้แล้ว  

 127,976
ต่างประเทศ
04 พ.ย. 59

สะเทือนใจ! หญิงอินเดียถูกสามีกัดจมูกขาด ฉุนไม่ให้เงิน-แอบไปเรียนหนังสือ

       'Raj Kumari' วัย 21 ปี อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของอินเดีย ถูกอดีตสามีของเธอ 'Shiv Prasad' วัย 23 ปี กัดจมูกจนขาด หลังจากที่เธอไม่ให้เงินเขา และไม่ทำตามที่เขาต้องการ              เขาทั้งคู่เคยแต่งงานกันเมื่อ 2 ปีก่อน ก่อนกันอยู่หลังจากผ่านไปเพียง 1 ปีเท่านั้น แต่ฝ่ายชายยังคงพยายามรบกวนฝ่ายหญิง โดยการเรียกร้องเงินสินสอดจากเธออย่างต่อเนื่อง        'Raj Kumari' เล่าว่า "สามีทรมานฉันด้วยเรื่องสินสอดทองหมั้นตั้งแต่ช่วงที่เรากำลังจะแต่งงานกัน เขาและครอบครัวพยายามถามหาเงินจำนวนมากและรถจักรยานยนต์ราคาแพง ซึ่งครอบครัวของฉันไม่สามารถหามาให้ได้"       กระทั่งล่าสุด หลังจากทีเธอย้ายกลับมาอยู่กับครอบครัวของตัวเอง และกำลังเดินทางไปเรียนหนังสือในเช้าวันอังคารที่ผ่านมา (1 พ.ย.59) สามีได้วิ่งเข้ามาจากด้านหลังของเธอ ก่อนที่คว้าใบหน้าของเขา และกัดเข้าที่จมูกจนขาด       'Raj Kumari' เล่าว่า "พวกเขาทำร้ายร่างกายฉัน และหยุดฉันจากการเรียนหนังสือ ฉันจึงเดินทางกลับมาอยู่กับครอบครัว และปฏิเสธที่จะกลับไปหากว่าเขายังไม่ให้ฉันได้เรียน และนี่คือสิ่งที่ฉันถูกทำ"              แพทย์ที่ทำการรักษษาระบุว่า "บางส่วนของจมูกได้หายไป แผลต้องใช้เวลาในการรักษาที่นาน และจมูกของเธอจะไม่กลับมาเป็นปกติ บางทีเธออาจจะต้องทำศัลยกรรม แต่มันก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง"       ขณะที่ 'Shiv Prasad' ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม และต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ต่อความผิดที่ได้กระทำลงไป           ขอบคุณข้อมูลจาก www.mirror.co.uk

 20,093
ต่างประเทศ
03 พ.ย. 59

ชายอินเดียเตรียมผ่าตัดขาส่วนเกิน 2 ข้าง หลังมีน้ำหนักมากขึ้นจนยากที่จะก้าวเดิน

          'Arun Kumar' วัย 22 ปี อาศัยอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ เขาเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติทางร่างกาย เนื่องจากมีขาทั้งสิ้น 4 ขา โดยมี 2 ขาที่สามารถใช้งานได้เหมือนปกติ และอีก 2 ขาที่สั้นกว่าปกติ               ทั้งนี้ เขามีความผิดปกติทางร่างกายมาตั้งแต่แรกเกิดแล้ว โดยพ่อแม่ของเขาใช้เวลาตลอด 5 ปี พยายามพาเขาไปพบแพทย์ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ แต่ไม่มีแพทย์คนใดยินดีที่จะทำการผ่าตัดให้ โดยอ้างว่าเขายังคงเป็นเด็กเล็ก ในที่สุดพ่อแม่จึงพาเขากลับไปใช้ชีวิตอยู่ภายในหมู่บ้าน และเรียนรู้ที่จะอยู่กับขาทั้ง 4 ข้าง             แต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายของเขาเริ่มเจริญเติบโตมากขึ้น เช่นเดียวกับขาทั้ง 2 ข้างด้วย ทำให้มันเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเขา ที่แม้กระทั่งการก้าวเดินยังลำบาก                ล่าสุด ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลฟอร์ทิ เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย ยินดีที่จะใช้การช่วยเหลือเขา เพื่อผ่าตัดขาทั้ง 2 ข้างออก โดยได้เริ่มทำการตรวจร่างกายแล้วด้วย           'Arun Kumar' กล่าว่า "ถ้าผมได้ผ่าตัดนำ 2 ขา ออกไปจากร่างกาย ผมก็จะสามารถมีชีวิตเหมือนคนปกติ สามารถที่จะเคลื่อนย้ายและเดินได้เหมือนคนอื่น ๆ "             ขอบคุณข้อมูลจาก metro.co.uk ขอบคุณรูปภาพจาก Barcroft

 43,134
ต่างประเทศ
21 ต.ค. 59

สำนักงาน un ลดธงครึ่งเสา-ชาวอินเดียร่วมใจแสดงความอาลัยในหลวง ร.๙

สำนักงานสหประชาชาติ ณ นครต่างๆ ได้ลดธงของสหประชาชาติลงครึ่งเสา และได้นำธงชาติของทุกประเทศที่ตั้งอยู่ที่สำนักงานสหประชาชาติออกเพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านหอการค้าไทย-อินเดีย จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ที่อาคารหอการค้าไทย-อินเดีย โดยมีเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย และชาวอินเดียที่อาศัยในประเทศไทยเข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ภายในพิธีมีการขับร้องบทเพลงสรรเสริญพระบารมีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกัน และสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัย 2 นาที จากนั้นเป็นพิธีทางศาสนาพุทธ ฮินดู อิสลาม คริสต์ เชน และซิกข์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-lVvnxVM_lU

 3,733
ประมวลประวัติศาสตร์
21 ต.ค. 59

สำนักงาน un ลดธงครึ่งเสา-ชาวอินเดียร่วมใจแสดงความอาลัยในหลวง ร.๙

สำนักงานสหประชาชาติ ณ นครต่างๆ ได้ลดธงของสหประชาชาติลงครึ่งเสา และได้นำธงชาติของทุกประเทศที่ตั้งอยู่ที่สำนักงานสหประชาชาติออกเพื่อแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านหอการค้าไทย-อินเดีย จัดพิธีแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ที่อาคารหอการค้าไทย-อินเดีย โดยมีเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย และชาวอินเดียที่อาศัยในประเทศไทยเข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ภายในพิธีมีการขับร้องบทเพลงสรรเสริญพระบารมีเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกัน และสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัย 2 นาที จากนั้นเป็นพิธีทางศาสนาพุทธ ฮินดู อิสลาม คริสต์ เชน และซิกข์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-lVvnxVM_lU

 3,733
ต่างประเทศ
18 ต.ค. 59

ไฟไหม้ รพ.เอกชนในอินเดีย เสียชีวิต 23 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลเอกชนในเมืองภุพเนศวร เมืองเอกของรัฐโอริสสา ทางตะวันออกของอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน จากการสำลักควัน โดยเพลิงได้ลุกลามไปยังห้องซีซียู ก่อนที่ตำรวจดับเพลิงสามรถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาต่อมา ขณะที่สาเหตุเชื่อว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร นับเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมสะเทือนใจในประเทศอินเดีย 

 2,463
ต่างประเทศ
17 ต.ค. 59

อองซาน ซูจี-ผู้นำ 5 ชาติ ร่วมยืนไว้อาลัย ในหลวง ร.9 กลางที่ประชุมผู้นำ brics-bimstec

นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเมียนมา เยือนประเทศอินเดียเพื่อร่วมประชุมนอกรอบกับผู้นำชาติต่าง ๆ ในการประชุมผู้นำกลุ่มเศรษฐกิจ BIMSTEC-Retreat และ BRICS-BIMSTEC ที่รัฐกัว ทางตะวันตกของอินเดีย ซึ่งมีผู้นำจาก 5 ชาติ ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เข้าร่วม พร้อมผู้นำชาติอื่นๆ   โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ในฐานะเจ้าภาพ ได้กล่าวแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้คนไทย กรณีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย ก่อนร่วมกับผู้นำชาติต่างๆ ยืนไว้อาลัย 1 นาที ทั้งนี้ นางอองซาน ซูจี ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับคนไทยด้วย

 4,448
ประมวลประวัติศาสตร์
17 ต.ค. 59

อองซาน ซูจี-ผู้นำ 5 ชาติ ร่วมยืนไว้อาลัย ในหลวง ร.9 กลางที่ประชุมผู้นำ brics-bimstec

นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเมียนมา เยือนประเทศอินเดียเพื่อร่วมประชุมนอกรอบกับผู้นำชาติต่าง ๆ ในการประชุมผู้นำกลุ่มเศรษฐกิจ BIMSTEC-Retreat และ BRICS-BIMSTEC ที่รัฐกัว ทางตะวันตกของอินเดีย ซึ่งมีผู้นำจาก 5 ชาติ ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ เข้าร่วม พร้อมผู้นำชาติอื่นๆ   โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ในฐานะเจ้าภาพ ได้กล่าวแสดงความเสียใจและเป็นกำลังใจให้คนไทย กรณีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย ก่อนร่วมกับผู้นำชาติต่างๆ ยืนไว้อาลัย 1 นาที ทั้งนี้ นางอองซาน ซูจี ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับคนไทยด้วย

 4,448
ต่างประเทศ
14 ต.ค. 59

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย-อินเดีย-สิงคโปร์ โพสต์อาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

ผู้นำมาเลเซีย อินเดีย และสิงคโปร์ โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ของไทยสวรรคต     นายเตียว จี้เฮียน รักษาการนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โพสต์ข้อความบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ แสดงความเสียใจและไว้อาลัยต่อกรณีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศสวรรคต โดยนายเตียวกล่าวว่า ตนรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับประชาชนชาวไทยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ เป็นที่รักและอุทิศพระวรกายเพื่อชาวไทยมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังทรงเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างไทยกับสิงคโปร์อีกด้วย     ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลสาธารณรัฐสิงคโปร์รู้สึกเศร้าเสียใจอย่างหาประมาณมิได้ ที่ทราบข่าวกรณีการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการนี้รัฐบาลและประชาชนสิงคโปร์ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อราชวงศ์ รัฐบาลและประชาชนชาวไทย อันเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เป็นกษัตริย์ที่มีพระอัจฉริยะภาพโดดเด่นและเป็นที่เคารพรักของผู้คนทั่วไป ตลอดระยะเวลาการครองสิริราชสมบัติพระองค์ทรงงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย และยังเป็นพระมหากษัตริย์ที่ค้ำจุนความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์อีกด้วย พระองค์จึงจะยังอยู่ในความทรงจำ เป็นที่เคารพของประชาชนชาวไทยและผู้คนทั่วโลกต่อไป       นอกจากนี้ นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ยังโพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวแสดงความเสียใจกับพระบรมวงศ์และชาวไทยที่สูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รัก รวมทั้งทรงอุทิศพระองค์เพื่อประชาชนมาโดยตลอด

 4,687
ต่างประเทศ
11 ต.ค. 59

สุดสะพรึง! แพทย์อินเดียนำหนอน 80 ตัว ออกจากหูเด็ก 4 ขวบ หลังแมลงวันบินเข้าไปวางไข่

สำนักข่าว mirror เผยแพร่ภาพสุดสะพรึงของ Radhika Mandloi เด็กหญิงวัย 4 ขวบ จากหมู่บ้านเล็กๆ ใน รัฐมัธยประเทศของอินเดีย หลังแพทย์นำหนอนออกจากใบหูข้างซ้ายจำนวนถึง 80 ตัว โดยใช้เวลานานกว่า 90 นาที หลังมีอาการเจ็บปวดและคันหูซ้ายมานานหลายวันแต่พ่อแม่คิดว่าลูกสาวแกล้งทำเกินจริง ก่อนจะพาตัวไปโรงพยาบาลในที่สุดหลังลูกร้องไห้ไม่หยุด     ด้านแพทย์แผนกหู จมูก และคอของโรงพยาบาลมหาราช ยศวันเตรา ได้ตรวจอาการของเด็กหญิงอย่างละเอียด และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าภายในหูซ้ายมีแมลงวันหัวเขียวบินเข้ามาวางไข่จำนวนมหาศาลเป็นที่น่าขนลุก โดยตามปกติแล้วแมลงชนิดนี้จะถูกดึงดูดด้วยกลิ่นเหม็นและสุขลักษณะที่ไม่สะอาด ซึ่งหูและจมูกเป็นพื้นที่เสี่ยงที่สุดสำหรับการเข้ามาวางไข่ ก่อนหน้านี้เคยพบคนไข้มีแมลงวันมาวางไข่แค่ 2-3 ตัวเท่านั้น แต่ครั้งนี้มากที่สุดเท่าที่เคยรักษามา     เนื่องจากหนอนแมลงวันสามารถทำลายกระดูกหูหากมันมีการเคลื่อนไหวมากเกินไป ดังนั้นการรักษาจึงจะต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ อันดับแรกแพทย์จึงต้องฆ่าพวกมันเพื่อไม่ให้สามารถขยับตัวได้ระหว่างที่นำออกมา หลังจากการตรวจอย่างละเอียดก็พบว่ากระดูกและผิวหนังของเด็กได้รับความเสียหายบางส่วน เพราะเกิดอาการมานานนับสัปดาห์ แต่พ่อแม่กลับเพิกเฉย       ด้านแพทย์ผู้รักษาเปิดเผยอีกว่า เด็กหญิงยังต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลและจะต้องสังเกตอาการต่ออีก 7 วัน แต่ยังโชคดีมากเพราะสแกนสมองแล้วพบว่ายังไม่ถูกทำลาย แต่หากปล่อยไว้นานกว่านี้ก็อาจจะมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากมีกระดูกซึ่งบางมากอยู่ระหว่างหูและสมอง หากหนอนพวกนี้ผ่านเข้าไปได้ ก็จะไปกัดกินเนื้อสมอง จึงอยากเตือนให้คนตระหนักว่าไม่ควรเพิกเฉยหากรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นภายในหู เพราะทั้งหูและจมูกอยู่ใกล้กับสมอง จึงต้องรักษาความสะอาด ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าครอบครัวนี้มีความเป็นอยู่แบบที่ไม่ถูกต้องตามสุขลักษณะ จนทำให้เด็กหญิงต้องเจอกับเรื่องร้าย ในทางเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นปัญหาการจัดการของทางภาครัฐที่มีความล้มเหลว            

 41,188
ต่างประเทศ
11 ต.ค. 59

เผยภาพชีวิตใหม่ ด.ช.อินเดียพิการคอเอียง 180 องศา วันนี้ไปโรงเรียนได้แล้ว

สำนักข่าว mirror เผยแพร่ภาพชีวิตใหม่ของ Mahindra Ahirwar เด็กชายชาวอินเดียวัย 13 ปี จากรัฐมหาราษฏระ หลังได้รับการผ่าตัดศีรษะที่มีความผิดปกติโค้งเอียงทำมุม 180 องศา ซึ่งมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่มีความอ่อนแอมาก โดยได้รับความช่วยเหลือจากหญิงชาวอังกฤษซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน     Julie Jones แม่ลูกสองจากเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ จัดตั้งแคมเปญระดมเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาลที่ต้องใช้จำนวน 9 แสนรูปี หรือเกือบ 5 แสนบาท โชคดีที่การผ่าตัดเมื่อหลายเดือนก่อนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยฝีมือของ นพ.Rajagopalan Krishnan ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง จากโรงพยาบาลอพอลโลในกรุงนิวเดลี จนตอนนี้เขาสามารถไปโรงเรียนกับพี่น้องคนอื่นๆ ได้แล้ว     ด้านพ่อของเด็กชายเปิดใจว่า มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก ตอนนี้คอของลูกชายตั้งตรงได้แล้ว และพลิกชีวิตเขาให้เปลี่ยนไปจากเดิมแบบสิ้นเชิง จากเมื่อก่อนที่เป็นคนขี้อายเพราะรู้สึกไม่มั่นใจ แต่ตอนนี้เขากลับสามารถพูดจากับคนอื่นได้ปกติ และมีความสุขในการใช้ชีวิตมากๆ     ขณะที่แม่ของเขาบอกว่า มันคงจะดีกว่าหากลูกของเธอจากไปถ้าการผ่าตัดครั้งนี้ล้มเหลว เพราะเธอไม่อาจจะทนเห็นเขามีชีวิตแบบผิดปกติต่อไปได้ เขาทำได้แค่นั่งอยู่มุมห้อง นั่นมันไม่ใช่ชีวิตที่ควรจะเป็น เธอต้องอุ้มเขาไปในทุกๆ ที่ ซึ่งหากเธอไม่อยู่แล้วลูกจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร เธอจึงคิดว่าถ้าแพทย์ยังรักษาไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่พระเจ้าจะต้องเป็นผู้พาเขาไป   ข่าวเก่า หญิงอังกฤษพลิกชีวิต ด.ช.อินเดียคอเอียงผิดปกติ หลังระดมเงินช่วยจนผ่าตัดสำเร็จ

 131,194
ต่างประเทศ
06 ต.ค. 59

(คลิป) หนุ่มอินเดียตัดเนื้องอกลักษณะคล้ายหางทิ้ง หลังซุกซ่อนไว้นาน 18 ปี

        เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา หนุ่มวัย 18 ปี ตัดสินใจเดินทางเข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลในนาคปุระ ทางตะวันตกของประเทศอินเดีย เพื่อตัดเนื้องอกลักษณะคล้ายหางยาว 7 นิ้ว ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดบริเวณก้นกบทิ้ง       ในตอนแรกพ่อแม่บอกให้เขาซ่อนเนื้องอกไว้ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นสัญลักาษณ์แห่งเสน่ห์และความโชคดี แต่ต่อมาเนื้องอกได้สร้างความเจ็บปวด และความทุกข์ทรมานฃทางด้านจิตใจให้กับเขา เขาจึงตัดสินใจที่จะเอามันออกจากร่างกาย                Dr Pramod Giri หัวหน้าแผนกศัลยกรรม ระบุว่า "การผ่าตัดไม่ซับซ้อน แต่เราต้องระมัดระวัง เนื่องจากมันเชื่อมโยงกับเส้นประสาทไขสันหลังบางส่วน โชคดีที่ไม่มีกระดูกหรือเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อในเนื้องอกของเขา"        หลังจากที่ตัดเนื้องอกออกจากร่างกาย หนุ่มอินเดียคนดังกล่าวบอกว่าเขารู้สึกสะดวกสบายและมั่นใจมากขึ้น           ขอบคุณข้อมูลจาก metro.co.uk

 23,399

Top