ค้นหา :

ผลการค้นหา "สอบสวน"

สังคม-อาชญากรรม
09 ธ.ค. 60

สอบยิบ จนท.ดีเอสไอทำคดี 'ครูจอมทรัพย์' ชุดสอง

เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (บช.ภ.4) เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชุดทำหน้าที่ในการตรวจสอบหลักฐาน ทั้งทะเบียนรถและรถยนต์ที่เกี่ยวข้องในการรื้อฟื้นคดีของ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูจอมทรัพย์ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำและมอบเอกสารเกี่ยวกับการทำงานต่อ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 และคณะพนักงานสอบสวน      พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ชุดที่ 2 นี้ มีนายชาติชาย เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ได้เข้าให้ปากคำตามที่ได้รับหนังสือจากพนักงานสอบสวน บช.ภ.4 โดยเดินทางมาให้ปากคำพร้อมคณะรวม 5 คน ขณะที่อีก 2 คน ติดราชการที่ต่างประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ได้มอบเอกสารการรายงานการปฏิบัติหน้าที่ช่วงที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์มามอบให้ด้วย     การสอบสวนชุดที่ 2 จะเน้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้ร้องให้รื้อคดี เพราะเกือบทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงานจะเกี่ยวข้องกับผู้รื้อเกือบทั้งหมด ดังนั้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอชุดนี้ ต้องให้การโดยละเอียดทุกขั้นตอน เพราะเจ้าหน้าที่มีประเด็นสอบสวนครอบคลุมไว้ทั้งหมด และต้องตอบชัดเจนทุกประเด็น ซึ่งต้องตอบให้ได้ว่าเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนใดบ้าง และที่สำคัญคือการแสดงให้เห็นทราบว่า มีส่วนรู้เห็นหรือไม่อย่างไรกับคดีนี้     สำหรับทะเบียนรถยนต์เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ามี 2 แผ่นแน่นอน เพราะพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้ส่งตรวจที่ ศพฐ. ขณะที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ได้ส่งอีกแผ่นซึ่งเป็นทะเบียนที่ใหม่กว่าตรวจสอบเช่นกัน ดังนั้นในเรื่องนี้จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะมั่นใจว่าไม่ใช่แผ่นเดียวกัน เมื่อตรวจสอบชัดเจนก็จะนำมาซึ่งหลักฐานอีกชิ้นที่แสดงถึงขบวนการที่ไม่โปร่งใสในการรื้อฟื้นคดี เข้าข่ายแสดงหลักฐานเท็จต่อเจ้าพนักงาน และหากเป็นการสร้างหลักฐานเท็จก็ต้องตรวจสอบอีกว่า ใครเกี่ยวข้องบ้าง     โดยการสอบสวนเจ้าหน้าที่ดีเอสไอนั้น เชิญตัวมาสอบในฐานะพยาน ที่เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเท่านั้น ไม่ใช่การสอบผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหาแต่อย่างใด เมื่อการสอบสวนแล้วเสร็จตามขั้นตอน ก็จะมีการตรวจสอบสำนวนการสอบสวน เพื่อพิจารณาและดูเจตนาเป็นหลัก ทำงานกันแบบตรงไปตรงมา หากพบความผิดก็ต้องพิจารณาดูว่าเข้าข้อกฎหมายใดบ้าง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้สรุป     ทั้งนี้ตำรวจจะสรุปสำนวนการสอบสวนขบวนการรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ รวมทั้งการเข้ามาช่วยรื้อฟื้นคดีของเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมให้แล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 20 ธันวาคมนี้      ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติ่มอีก 2 ราย คือ น.ส.วาสนา เพชรทอง หลานสาวของครูจอมทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้รับเงินบริจาคจำนวน 1 ล้านบาทจาก มาร์ค พิทบูล                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/b-yWDOAJ4I0  

 5,210
ต่างประเทศ
13 ต.ค. 60

ช็อกวงการฮอลลีวูด! ตร.สหรัฐฯ-อังกฤษ ลุยสอบ 'ไวน์สตีน' หลังดาราสาวแห่แฉถูกล่วงละเมิดทางเพศ

ช็อกวงการบันเทิงฮอลลีวูด! เจ้าหน้าที่ตำรวจของสหรัฐฯ และอังกฤษ เริ่มทำการสอบสวน นายฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์คนดัง วัย 65 ปี หลังมีดารานักแสดงและพนักงานหญิง ออกมาแฉว่าถูกนายฮาร์วีย์ล่วงละเมิดทางเพศในหลายปีที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้มี แองเจลินา โจลี และ กวินเน็ธ พัลโทรว์ ที่ออกมาแฉพฤติกรรมสุดฉาวด้วย     ล่าสุด คาร่า เดเลวีน นางแบบและนักแสดงหญิงชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยว่า นายฮาร์วีย์พยายามจะจูบเธอขณะที่เธอกำลังจะออกจากห้องพักในโรงแรม   

 1,982
สังคม-อาชญากรรม
03 ก.ค. 60

'แพท ณปภา' รายงานตัวต่อศาลคดีฟอกเงิน อัยการสั่งสอบพยานเพิ่มหลังยื่นขอความเป็นธรรม นัดอีกครั้ง 14 ก.ค.นี้

  วันนี้(3 ก.ค.) ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก แพท-ณปภา ตันตระกูล ดาราสาว เดินทางมาพร้อมทนายความ เพื่อรายงานตัวต่อศาล ตามเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว หลังจากที่เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา  ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบเพื่อการฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน    ภายหลังการรายงานตัวตามขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ 10 นาที   แพท ณปภา ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เปิดเผยว่า ในวันนี้ตนมารายงานตัวตามขั้นตอน หลังครบกำหนดฝากขังผัดที่ 5 โดยศาลนัดให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 14 ก.ค. นี้    โดยส่วนตัว ตนยังไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าสบายใจหรือกังวลใจ ทุกอย่างยังเป็นไปตามกระบวนการ และไม่รู้ว่าแต่ละวันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดในแต่ละวัน   ส่วนคดีความของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ตนไม่ได้มีการพูดคุยหรือวางแผนในการยื่นขอประกันตัว เพราะเรื่องการสู้คดีตนแยกส่วนกันดูแล ทางครอบครัวของเบนซ์เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนตนก็สู้คดีของตัวเอง   ด้านนายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการแล้ว ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม ร้องขอให้พนักงานสอบสวนมีการสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งสำนักงานอัยการก็มีคำสั่งให้สอบพยานเพิ่มตามที่ร้องขอแล้ว โดยส่วนตัวมั่นใจในพยานหลักฐานที่ยืนยันความบริสุทธิ์ของแพท แต่พนักงานอัยการจะมีความเห็นอย่างไรนั้น ต้องเป็นไปตามขั้นตอน

 22,850
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.ค. 60

เร่งสอบปมอดีตครูเกษียณร้องใช้หนี้แทน ผอ. - ชาวเน็ตแชร์ว่อนภาพบ้านหรูต้องสงสัย

ความคืบหน้าจากกรณี ครูต้อย ครูเกษียณ ออกมาร้องเรียนว่าต้องรับใช้หนี้สินแทน ผอ.โรงเรียนเมืองลำปาง เป็นจำนวนมากถึง 10 กว่าล้านบาท และยังทุจริตเงินโรงเรียนไปมากกว่า 40 ล้านบาทนั้น   ล่าสุดลูกสาวของผู้เสียหายเปิดเผยว่า ภายหลังที่มีข่าวออกไปทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 ได้ติดต่อนัดหมายให้ผู้เสียหายทั้งหมดเข้าให้ถ้อยคำในวันวันจันทร์นี้ โดยยืนยันว่าจะดำเนินการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา     ขณะที่โลกออนไลน์ได้มีการโพสต์ภาพบ้านหรูหลังใหญ่ ที่สงสัยว่าเป็นบ้านของ ผอ.โรงเรียนคนดังกล่าว  โดยเป็นภาพถ่ายมุมสูง มีพื้นที่ร่วมๆ 10 ไร่ ในเขต อ.เมืองลำปาง ที่เพิ่งทำบุญขึ้นบ้านใหม่ไปเมื่อกลางเดือน ม.ค.60                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/4VXCrNVvbVg

 10,242
สังคม-อาชญากรรม
18 มิ.ย. 60

จเรตำรวจเรียก 10 นายตร.เมืองคอนสอบ ปมซื้อขายตำแหน่ง - 'วิทยา' ลั่น ผบ.ตร. รู้ข้อมูลดีที่สุด

ความคืบหน้ากรณี นายวิทยา แก้วภราดัย อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแฉว่ามีการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการตำรวจระดับสูงนั้น     ล่าสุด พล.ต.ต.ณัฐคมน์ พร้อมสันเที๊ยะ ผู้บังคับการกองตรวจ 8 จเรตำรวจ ได้เรียกนายตำรวจที่ได้เลื่อนตำแหน่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชจำนวน 10 นาย เข้าสอบปากคำเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่ง ซึ่งถ้าหากพบว่ามีความผิดจริงจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกจากราชการ โดยในวันนี้จะเชิญนายตำรวจจากจ.สุราษฎร์ธานี อีก 15 นายมาสอบปากคำอีกด้วย     ขณะที่นายวิทยา เปิดเผยว่า คนที่รู้ข้อมูลดีที่สุดก็คือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่หากมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับตนเอง ก็จะร้องขอไปยังนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้มาเป็นนายประกันตัว                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/QostQ5yZhQg

 8,574
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ค. 60

พล.ต.อ.ศรีวราห์ ลงพื้นที่ลุยคดีค้ากามแม่ฮ่องสอน สั่งสอบภาพหลุดคนหน้าคล้ายอดีตผู้ว่าฯ นัวเนียสาวสักนกฮูก

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผบ.ตร. เดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อตรวจดูการดำเนินคดี กลุ่มข้าราชการตำรวจและครูที่ถูกกล่าวหาพรากผู้เยาว์ รุมโทรมหญิง โดยมีตำรวจรายงานตัวตามหมายเรียก 5 นาย และ ครู 1 คน ได้แก่ 1.ร.ต.ท.อำนาจ กายะวิน 2.พ.ต.ท.มงคล ปันตี 3.ด.ต.บุญหลง วงศ์โท๊ะ 4.พ.ต.ท.พงษ์นรินทร์ พลนำ ผบ.ร้อย ตชด.336 5.ส.ต.ท.จิราวัฒน์ นามเมืองพรม 6.นายวิทยา ภูติรักษ์ หรือครูบอย ส่วนผู้ต้องหาหมายเลข 2.คือ พ.ต.ท.มงคล ปันตี รองผกก. อำนวยการ ภ.จว.มส. หลบหนีการจับกุม และได้ถือว่าเป็นการขาดราชการ   รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ข้าราชการตำรวจ 8 นายที่ถูกออกหมายจับ และหมายเรียกได้มาพบพนักงานสอบสวนแล้ว 7 นาย มีเพียงพันตำรวจโทมงคล ที่ลงบันทึกประจำวันว่าไปราชการตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่สอบถามผู้บังคับบัญชายืนยันว่า ไม่มีการสั่งการให้ไปปฏิบัติราชการใดๆ จึงเท่ากับว่าขาดราชการจึงสั่งการให้ ให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนวินัยกรณีขาดราชการด้วยนอกเหนือจากกรณีต้องคดีอาญาโดยสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน     สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนนั้น ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน  ซึ่งจากการนำพยานในคดีนี้เข้าเครื่องจับเท็จ 2 ราย ผลปรากฏว่าไม่ได้พูดโกหก แต่ไปขัดแย้งกับผลสอบของกระทรวงมหาดไทย ที่พบว่าผู้ว่าฯไม่มีความผิด ซึ่งตนจะประสานขอข้อมูลดังกล่าวจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อมาประกอบสำนวนการทำคดี และหาจุดขัดแย้ง พร้อมกับชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อดำเนินคดี หากพบว่ามีความผิดตามกฎหมายดังกล่าว ที่มีโทษจำคุกก็ต้องว่าให้สิ้นกระแสความ      ทั้งนี้ รอง ผบ.ตร.  ยังได้กล่าวถึงกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพชายสูงวัยหน้าตาคล้ายกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนถ่ายคู่กับหญิงสาวซึ่งมีรอยสักนกฮูกที่หน้าอกว่า ภาพในสื่อออนไลน์ใช้เป็นพยานศาลไม่ได้ แต่ตำรวจก็ใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบเรื่องนี้ได้เหมือนกัน โดยขณะนี้กำลังตรวจสอบลักษณะใบหน้า และเด็กหญิงที่ถ่ายภาพคู่ในรูปภาพ พร้อมกับตรวจสอบรอยสักนกฮูกที่หน้าอกหญิงในภาพว่าจะเป็นนกฮูกที่เป็นกลุ่มเดียวกับ รอยสักแก๊งนกฮูกน้ำเพียงดินหรือไม่ เรื่องนี้ต้องตรวจสอบโดยละเอียด เพราะภาพในสังคมออนไลน์บางครั้งก็เชื่อถือไม่ได้ เพราะทำตัดต่อภาพกันได้แนบเนียนมาก             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/izj7xU7rK-0

 35,637
สังคม-อาชญากรรม
14 เม.ย. 60

ตั้งกรรมการสอบแก๊งนายตำรวจ 191 พัวพันรีดไถประชาชน

ความคืบหน้ากรณี สตช. มีคำสั่ง ให้ 12 นายตำรวจสังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(สปพ.) หรือ 191 ที่พัวพันการเรียกรับผลประโยชน์ผู้ประกอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)   ล่าสุด พล.ต.ต.สุเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่ามีการทำความผิดจริงตามที่ถูกกล่าวอ้าง ก็ต้องดำเนินการเอาผิดทั้งวินัย และอาญา อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีความผิด ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้ง12 นายด้วย                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/nN4vgIN3bL8

 14,117
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 เม.ย. 60

ผู้การชุมพรสั่ง 'สารวัตร' โพสต์วิจารณ์ปมห้ามนั่งท้ายกระบะ ทำหนังสือแจง-จ่อตั้งกก.สอบ

จากกรณีรัฐบาลออกมาตรการบังคับใช้กฎหมายด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ให้ผู้โดยสารรถคาดเข็มขัดนิรภัย ห้ามนั่งท้ายกระบะ ห้ามนั้งในแคป จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ตลอดวันที่ผ่านมา โดย 1 ในนั้นมี พ.ต.ท.เอกราช หุ่นงาม สว.อก.สภ.สลุย อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร รวมอยู่ด้วย ซึ่งได้แสดงความคิดติงคำสั่งห้ามดังกล่าว ชี้ออกกฎหมายควรรับฟังคนทุกระดับ    "การออกกฎหมาย ไม่ควรก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับชีวิตคน ดังนั้น ควรรับฟังเหตุผลของคนทุกระดับชั้น ว่าออกแบบไหนเขารับได้หรือออกแบบไหนเขาจะเดือดร้อน เพราะถ้าคนชั้นสูงและร่ำรวยออกกฎหมายจะคิดไม่ถึงถึงความลำบากของคนจน และถ้าออกโดยคนจนล้วนๆก็จะไม่รู้ถึงภาพกว้างในสังคมระดับใหญ่ ที่สำคัญการออกกฎหมายควรกำหนดเป้าหมายความต้องการให้ชัดเจนหลายๆด้านแล้วนำมาประชุมหารือสรุปว่าจะเอาด้านไหนที่เหมาะสมที่สุดเช่น จะเอาเป็นผลประโยชน์ด้านทรัพย์สินเข้าส่วนรวม หรือจะเอาประโยชน์ด้านความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นหลัก เหมือนครั้งหนึ่งเคยบอกให้รวมๆกันไปรถคันเดียวหลายๆคนเพื่อนลดรถบนถนนจราจรจะได้ไม่ติดขัดและเป็นการประหยัดน้ำมันช่วยชาติ แต่ตอนนี้ห้ามนั่งรถเกินสี่คนต่อคันรวมถึงห้ามนั่งกระบะหลัง โดยมองถึงความปลอดภัย แต่ผมมองว่าความปลอดภัยน่าจะห้ามความเร็วมากกว่า เศรษฐกิจตอนนี้ควรผ่อนปรนกันแบบกลางๆจะมีความสุขกว่า ไว้เศรษฐกิจดีดีเมื่อไรค่อยทำก็ยังทัน ผมแค่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนคนหนึ่งเองนะครับ!!"   ล่าสุด พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.เอกราช ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงมายัง ภ.จว.ชุมพรทันที หาก ภ.จว.ชุมพรพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นการกระทำความผิดจริงตามที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ก็คงต้องมีการตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนทางวินัย เพราะข้าราชการตำรวจมีวินัยในการควบคุมดูแลอยู่ ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.เอกราช ระบุว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะประชาชนคนหนึ่ง แต่มาโพสต์ในเฟซบุ๊กที่เป็นสาธารณะทั้งที่ตนเองยังเป็นตำรวจอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/O8XxX1Boz40

 32,965
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ม.ค. 60

สั่งตั้งกรรมการสอบแล้ว ตร.จราจรฉาวใช้โชเฟอร์แท็กซี่ไปซื้อน้ำแทนจ่ายค่าปรับ

ความคืบหน้ากรณีชาวเน็ตวิจารณ์ โพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งแฉตำรวจจราจรมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมใช้โชเฟอร์แท็กซี่ให้ไปซื้อน้ำมาให้แลกกับการไม่ดำเนินคดี ขณะตั้งด่านกวดขั้นวินัยจราจรบนถนนวิภาวดีรังสิต   ล่าสุด พล.ต.ต.จิรสันต์  แก้วแสงเอก ผบก.จร. เปิดเผยว่าได้สั่งการให้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวโดยเร็วแล้ว หากพบว่ามีการกระทำความผิดจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทั้งตัวผู้กระทำความผิดและผู้บังคับบัญชาตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537  เรื่องมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ โดยระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจคนดังกล่าวมาประจำที่ ศปก.จร. ไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับงานจราจรจนกว่าจะสืบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/0jRJCKBadRg

 3,791
สังคม-อาชญากรรม
30 ม.ค. 60

พณ.ตั้งกรรมการสอบรองอธิบดีฯ ฉกภาพ - อัยการแจงเหตุทางการญี่ปุ่นไม่สั่งฟ้อง

ความคืบหน้ากรณี นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมในข้อหาลักทรัพย์เป็นภาพวาดในโรงแรมที่พักจำนวน 3 ภาพ มูลค่า 15,000 เยน หรือประมาณ 4,500 บาท หลังได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศไทยแล้วนั้น   ล่าสุด  นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว มีกรรมการครบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) สำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ถูกต้อง และได้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดทุกด้าน โดยตั้งเป้าตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะเสนอผลการตรวจสอบต่อผู้บังคับบัญชา และจะดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบราชการต่อไป  โดยทางกระทรวงฯ ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการคนดังกล่าว มาช่วยงานที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปพลางก่อน จนกว่าผลการตรวจสอบจะได้ข้อยุติ      ขณะที่ นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาอธิบายข้อกฎหมายกรณีที่อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องนายสุภัฒ หลังถูกนำไปเปรียบเทียบกับคดีอื่นที่เคยเกิดขึ้นกับคนไทยในโซเชียลมีเดียอย่างดุเดือดว่า คนไทยจำนวนมากอาจไม่เข้าใจและสงสัยว่าที่อัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนี้มาจากการเจรจากับทางการไทยที่เข้าไปช่วยเหลือ หรือว่ามีมูลเหตุมาจากเรื่องอื่น จนส่งผลให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ด้วยเรื่องนี้สังคมไทยอาจจะนำความรู้สึกมาเป็นประเด็นพิจารณาว่าผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการระดับสูง ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและชื่อเสียงของคนไทยโดยรวม แต่อาจไม่ได้พิจารณาว่า การที่อัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องรองอธิบดี เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายในเรื่องใด อย่างไร จึงมีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจหลักการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสั่งฟ้องคดีของอัยการญี่ปุ่น ซึ่งใช้หลักการฟ้องคดีอาญาโดยดุลพินิจ เช่นเดียวกับอัยการในประเทศฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา เเละตรงนี้จะทำให้อัยการญี่ปุ่นมีอิสระในการสั่งคดีและมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องคดีบางคดีได้ แม้จะมีหลักฐานเพียงพอควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดจริง แตกต่างจากหลักการฟ้องคดีโดยกฎหมาย เช่นที่อัยการของประเทศเยอรมนีและอิตาลี โดยในกรณีหลังนี้ หากอัยการเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิด อัยการต้องฟ้องคดีต่อศาล ประกอบกับประเทศญี่ปุ่นมีการบังคับใช้กฎหมายชะลอการฟ้องด้วย จึงทำให้อัยการญี่ปุ่นมีดุลพินิจในการสั่งคดีได้อย่างกว้างขวางภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด     นายธนกฤติ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญาเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับทฤษฎีอาชญาวิทยาสมัยใหม่ ที่ไม่ต้องการลงโทษผู้กระทำความผิดทุกคน แต่ต้องการให้โอกาสผู้กระทำความผิดที่ไม่ใช่ผู้กระทำผิดโดยสันดานได้ปรับปรุงแก้ไขความประพฤติของตนเพื่อกลับคืนเข้าสู่สังคม โดยไม่ต้องถูกสังคมตีตราว่าเป็นนักโทษที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกในเรือนจำมาก่อน และการที่ผู้กระทำผิดต้องเข้าไปรับโทษในเรือนจำแทนที่จะเป็นผลดีกับสังคม อาจกลับกลายเป็นผลร้าย จากการที่ผู้กระทำผิดได้รับการบ่มเพาะสิ่งไม่ดีจากนักโทษคนอื่นและจากสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำก็ได้ ญี่ปุ่นมีบัญญัติกฎหมายชะลอการฟ้องไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 248 โดยกำหนดว่า หากอัยการพิจารณาถึงบุคลิกลักษณะ อายุ สภาพแวดล้อมของผู้กระทำผิด ความร้ายแรงและพฤติการณ์ของการกระทำความผิด และสภาพการณ์ภายหลังการกระทำความผิด แล้วเห็นว่าการฟ้องคดีต่อศาลไม่มีความจำเป็น อัยการมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีได้ คดีลักทรัพย์ภาพวาดนี้ ตามกฎหมายญี่ปุ่นไม่ถือเป็นความผิดร้ายแรง     และตามข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชน อัยการญี่ปุ่นเห็นว่าไม่ได้สร้างความเสียหายแก่สังคม ประกอบกับผู้กระทำผิดไม่มีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน และผู้กระทำผิดได้สำนึกผิดแล้ว และยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด โรงแรมที่เป็นผู้เสียหายก็ยินยอมให้มีการชดใช้ค่าเสียหายและไม่ติดใจเอาความ ซึ่งเข้าองค์ประกอบตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาญี่ปุ่น มาตรา 248 บัญญัติไว้ดังกล่าว อัยการญี่ปุ่นจึงมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับหลักเกณฑ์พื้นฐานประกอบการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีตามมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญาหรือกฎหมายชะลอการฟ้องทั่วไป โดยไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นพิเศษ เพราะหากมีการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันและมีความเป็นไปของคดีแบบเดียวกันนี้ อัยการญี่ปุ่นก็ต้องมีหลักเกณฑ์ในการใช้ดุลพินิจสั่งคดีแบบเดียวกัน         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/JGi3mDJ9d0k

 3,384
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 60

ทอ.ตั้งคณะกรรมการสอบเหตุกริพเพนตก ชันสูตรเสร็จเตรียมมอบศพให้ญาติตั้งบำเพ็ญกุศลวันนี้

จากกรณีเครื่องบินขับไล่กริพเพนตกระหว่างบินโชว์ผาดโผนในงานวันเด็ก ที่กองบิน 56 อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา ส่งผลให้ นาวาอากาศตรี ดิลกฤทธิ์ ปัถวี นักบิน เสียชีวิตขณะเกิดเหตุนั้น ล่าสุด พลอากาศตรีสรกฤช มังสิงห์ ผู้อำนวยการสำนักงานนิรภัยทหารอากาศ และ นาวาอากาศเอกสมใจ ชัยวงศ์ ผู้บังคับการกองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้เครื่องบินตกนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ เพราะมีหลายปัจจัย จึงได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนและวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง เบื้องต้นคาดว่าต้องใช้เวลาสอบสวนไม่ต่ำกว่า 1 เดือน    ทั้งนี้ ร่างของ นาวาอากาศตรี ดิลกฤทธิ์ ได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อชันสูตร ก่อนจะมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลต่อไปในวันที่ 15 ม.ค.นี้   นอกจากนี้ พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังครอบครัวและญาติมิตรของ นาวาอากาศตรี ดิลกฤทธิ์ นักบินผู้บังคับเครื่องบิน ซึ่งทางกองทัพจะดูแลช่วยเหลือตามระเบียบราชการอย่างครบถ้วน รวมทั้งวิเคราะห์หาสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่เกิดเหตุขึ้นอีก       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Cjz_dsnEhdM

 5,709
สังคม-อาชญากรรม
05 ธ.ค. 59

พศ.ประสานเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีตรวจสอบ ปมวัดธรรมกายเปลี่ยนรักษาการเจ้าอาวาส

ความคืบหน้ากรณีการดำเนินการจับกุมตัว พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย   ล่าสุด ตำรวจภูธรคลองหลวง จ.ปทุมธานี เตรียมออกหมายเรียก พระราชภาวนาจารย์ หรือ พระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมาให้ปากคำ หลัง พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) เข้าแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้ต้องได้รับโทษ กรณีไม่นำตัวพระธัมมชโย ผู้ต้องหาบุกรุกป่า เข้ามอบตัวตามกำหนดวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งหากออกหมายเรียกแล้วมาให้ปากคำ จะขออนุมัติศาลออกหมายจับต่อไป     ด้าน นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้มอบหมายให้ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ปทุมธานี ประสานข้อมูลกับพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อขอรับทราบข้อมูลว่า ขณะนี้วัดพระธรรมกายมีพระสงฆ์รูปใดเป็นรักษาการเจ้าอาวาส และมีการเปลี่ยนตัวรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายจากพระราชภาวนาจารย์ หรือพระทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไปเป็นพระสงฆ์รูปอื่นหรือไม่  เนื่องจากการตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดเป็นอำนาจของเจ้าคณะผู้ปกครองเท่านั้น       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Kft43JBlfRI

 992
ต่างประเทศ
29 ต.ค. 59

'ฮิลลารี' มั่นใจ fbi สอบสวนปมใช้อีเมลส่วนตัวรอบใหม่ ไม่ส่งผลกระทบ

นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคเดโมแครต แสดงความเชื่อมั่นว่า การสอบสวนรอบใหม่ของเอฟบีไอ กรณีที่เธอใช้อีเมล์ส่วนตัว ในระหว่างที่ดำรงรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ จะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต่อผลตรวจสอบก่อนหน้านี้ เนื่องจากไม่ได้ทำผิดกฎหมายใดๆ พร้อมทั้งเรียกร้องให้เอฟบีไอ ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อชาวอเมริกัน เกี่ยวกับการสอบสวนรอบใหม่นี้ด้วย   

 1,020
สังคม-อาชญากรรม
11 ต.ค. 59

พบศพ ด.ช.6ขวบ ถูกฆ่าเปลือยหมกใต้ต้นมะขาม ญาติหวั่นถูกล่วงละเมิด เค้นสอบพระต้องสงสัย

ขอนแก่น-พบศพเด็กชายอายุ 6 ขวบ ใต้ต้นมะขาม ล้อมรอบด้วยต้นไม้กลางทุ่งนา จากการสอบถามผู้ปกครองพบว่าก่อนหน้าที่จะหายตัวไป เด็กไปเล่นกับเพื่อนๆที่วัด พระลูกวัดได้เรียกให้เข้าไปหาในกุฏิ จากนั้นตอนเย็นตาไม่เห็นหลานกลับไปกินข้าว จึงออกตามหาที่วัดและตามบ้านเพื่อน ไม่มีใครพบเห็น ก่อนจะพบเป็นศพดังกล่าว จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัวพระลูกวัดวัย 35 ปี ไปสอบสวน เพราะการสืบสวนพระรูปนี้เป็นผู้ต้องสงสัยที่สุด และเป็นคนเรียกเด็กเข้าไปหาในกุฏิ แต่พระยังให้การปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น ซ้ำยังบอกว่า เอ็นดูน้องเหมือนลูกหลาน มีขนมก็อยากให้กิน และไม่รู้เรื่องการตายด้วย ส่วนการตายของเด็กชาย สันนิษฐานเป็นการฆ่าจากจุดอื่นแล้วนำศพไปวางไว้ที่โคนต้นมะขาม หักกิ่งไม้ปิดเอาไว้ เชื่อว่าฆาตกรลงมือเพียงคนเดียว กักขังน้องไว้ในห้องพัก ส่วนจะมีการล่วงละเมิดทางทวารหนักหรือไม่นั้น รอการยืนยันจากแพทย์ นิติเวชอีกครั้ง ซึ่ง จนท.นำหลักฐานต่างๆที่ได้ ไปเทียบกับดีเอ็นเอของพระรูปดังกล่าวแล้ว ทางด้านญาติชี้การตายของหลานชายเป็นการฆาตกรรมอำพรางแน่นอน และเชื่อว่า หลานชายถูกละเมิดทางทวารหนักด้วย ญาติและชาวบ้านต่างก็รู้ดีว่า พระที่เป็นบุคคลต้องสงสัยนั้น มีประวัติทั้งข่มขืนคนแก่ มีเมียเป็นสาวประเภทสอง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพิสูจน์และสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xqnnDINWbzc

 24,388
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ต.ค. 59

ครูปกครองปัดทำร้าย นร.ม.5 หลังมีการแชร์ในโลกออนไลน์ ร.ร.สั่งตั้งกรรมการสอบ

ชัยนาท-นักเรียนหญิง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนแห่งหนึ่ง โพสต์ภาพแผลฟกช้ำ และรอยเล็บข่วนที่หน้าอก พร้อมข้อความที่อ้างว่าถูกอาจารย์ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายปกครองทำร้ายร่างกาย โดยถูกตบเข้าที่กกหูซ้ายและถูกกระชากคอเสื้อเข้าไปชกที่หน้าอกหลายครั้ง เนื่องจากมีปากเสียงกันเรื่องการขอเข้าไปส่งงานในวันสอบ    ล่าสุด ผอ.โรงเรียนดังกล่าว เปิดเผยว่า จากการสอบถามข้อเท็จจริงกับอาจารย์ฝ่ายปกครองและเด็กนักเรียน ทั้งสองฝ่ายต่างตอบไม่ตรงกัน โดยต่างอ้างว่าอีกฝ่ายลงมือทำร้ายก่อน แต่จากการสอบถามพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ มีความเป็นไปได้ว่าอาจารย์อาจจะลงมือทำร้ายนักเรียน จึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จึงจะทราบผล และหากผลสอบออกมาว่าครูมีความผิดไม่ร้ายแรงก็เป็นหน้าที่ของตนที่จะดำเนินการ แต่หากผิดวินัยร้ายแรงก็ต้องทำเรื่องเสนอหน่วยเหนือต่อไป   ด้านอาจารย์ฝ่ายปกครองคู่กรณี เข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสอบสวน ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำร้ายเด็กนักเรียนก่อน เพียงแค่เดินเข้าไปยกมือเพื่อจะปรามเพราะเด็กพูดจาไม่ให้เกียรติครู แต่เด็กกลับสวนเข้ามาทำร้ายตนก่อน จึงมีการยื้อยุดกันขึ้นทำให้เด็กมีรอยเขียวช้ำ ทั้งนี้ยังยืนยันอีกว่าตนไม่ได้ตบหรือต่อยเด็กแต่อย่างใด แต่ก็ยอมรับว่าตอนนั้นก็มีอารมณ์โมโหเหมือนกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/J2D8J9JFzNo      

 10,298

Top