ค้นหา :

ผลการค้นหา "คดี"

สังคม-อาชญากรรม
13 ม.ค. 59

ตร.เผยสำนวนคดีชูวงษ์คืบหน้ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจ สั่งฟ้องได้สิ้นเดือนนี้

รองผู้บังคับการปราบปรามเผยสำนวนคดีการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 2-3 ปาก มั่นใจส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องภายในสิ้นเดือนนี้   พ.ต.อ.ณษ เศวตเลข รองผู้บังคับการปราบปรามในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนการเสียชีวิตของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อดีตนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ปีที่ผ่านมา เรียกประชุมคณะทำงานฝ่ายสืบสวน สอบสวนทั้งหมดเพื่อติดตามความคืบหน้าในคดี โดยหลังมีการประชุมหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง พ.ต.อ.ณษ เปิดเผยว่า ล่าสุดทางคณะทำงานได้รับเอกสารผลการตรวจสอบการจำลองเหตุการณ์การเสียชีวิตจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียกลับมาจากกองพิสูจน์หลักฐานแล้ว หลังส่งให้ไปตีความทางวิชาการเกี่ยวกับผลการจำลองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา แต่เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปชี้ชัดว่าสาเหตุการตายของนายชูวงษ์เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุหรือไม่ เนื่องจากมีศัพท์ทางวิชาการและรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่างที่ยังไม่สามารถสรุปได้ รวมถึงผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติเวชกับผลการจำลองเหตุการณ์จากนักวิชาการยังมีความขัดแย้งกันอยู่หลายจุด จึงจำเป็นต้องสอบปากคำผู้เชี่ยวชาญและพยานเพิ่มเติม เพื่อให้หลักฐานทุกอย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน    แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังติดปัญหาเรื่องการนัดสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 2-3 ปาก ทำให้การสอบประเด็นที่สงสัยยังไม่ครบถ้วน แต่ก็คืบหน้ามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยคาดว่ารายละเอียดทั้งหมดจะครบถ้วนสมบูรณ์ในการประชุมอีกครั้งในวันพุธที่ 20 มกราคมนี้ และจะสามารถสรุปสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องได้ภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้    ส่วนประเด็นเรื่องดีเอ็นเอของลูกที่เกิดจากนางสาวกัญฑณา ศิวาธนพล พริตตี้สาวที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายชูวงษ์และมีการโอนหุ้นจำนวนกว่า 300 ล้านบาทให้นั้น ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ทราบเรื่องผลการตรวจดีเอ็นเอ แต่ไม่ว่าดีเอ็นเอจะตรงกับของนายชูวงษ์หรือไม่นั้น ก็ไม่มีผลต่อรูปคดี

 2,970
สังคม-อาชญากรรม
13 ม.ค. 59

สื่ออังกฤษตีข่าวพี่สาวเหยื่อคดีเกาะเต่าโพสต์ถูกคนไทยข่มขู่-ยัดเงินให้เรื่องเงียบ

สื่อประเทศอังกฤษ รายงานความคืบหน้าคดีเกาะเต่า ที่ล่าสุดพี่สาวของ ‘ฮันนาห์ วิทเธอร์ริจด์’ วัย 23 ปี นักท่องเที่ยวสาวชาวอังกฤษเหยื่อในคดีฆาตกรรมที่เกาะเต่า ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2557 โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวตำหนิทางการไทยว่าไม่ใส่ใจความโศกเศร้าของครอบครัว เจ้าหน้าที่ตำรวจและศาลใช้ถ้อยคำทำร้ายความรู้สึก นอกจากนี้เธอยังถูกถูกข่มขู่ถึงขั้นเอาชีวิต ทั้งยังมีมีผู้พยายามเสนอเงินชดเชยเพื่อให้เรื่องเงียบ โดยระบุ ‘มีความจำเป็นที่จะต้องบอกกล่าวให้ผู้คนรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย ประเทศที่ได้ชื่อว่า “สวยงามที่สุดในโลก” ทั้งที่จริงคนไทยบางส่วนเกลียดชาวตะวันตกและเห็นความสำคัญในชีวิตมนุษย์น้อยมาก “นับตั้งแต่ฮันนาห์เสียชีวิตก็มีคนเสียชีวิตอย่างน่าสงสัยที่เกาะเต่าอีกหลายราย บางทีคุณอาจไม่ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ใช่คนอังกฤษทั้งหมด การเสียชีวิตของคนเหล่านี้อาจถูกปกปิด ด้วยการทำให้เป็นเหตุฆ่าตัวตาย และอุบัติเหตุ สิ่งนี้อาจเกิดกับฮันนาห์ หากเธอไม่ได้ถูกฆ่าตายอย่างโหดร้ายทารุณเสียก่อน” ลอรา ระบุว่า ระหว่างที่ครอบครัวพยายามติดตามคดีของน้องสาว ตนเองได้รับคำขู่เอาชีวิตจากคนไทยหลายครั้ง โดยมีผู้ส่งรูปของเธอที่โดนฉีกใบหน้าออกมาให้ พร้อมข้อความว่า “ฆาตกรทำงานเสร็จไปแค่ครึ่งเดียว” ทั้งยังมีการส่งภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุที่น่าสยดสยองมาให้ ซึ่งทำให้เธอหวาดกลัวและฝันร้าย เธอยังเปิดเผยว่ามีคนไทยบางกลุ่มพยายามเสนอเงินชดเชยเพื่อให้ครอบครัวของเธอเลิกติดตามคดี แต่เธอรู้สึก “สะอิดสะเอียนอย่างยิ่ง” และบอกให้พวกเขาเอาเงินไปทิ้งเสีย โดยตลอดช่วงเวลาของการพิจารณาคดี ทั้งผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ศาลได้แสดงความเห็นที่ทำร้ายความรู้สึกของครอบครัววิทเธอร์ริดจ์เป็นอย่างยิ่งรวมทั้งถ้อยคำที่ว่า“ยังจะต้องวุ่นวายอะไรอีก? กลับบ้านไปเสีย ไปทำลูกใหม่อีกคนก็แล้วกัน อีก 30 วันเธอก็กลับมาเกิดใหม่แล้ว ชาติหน้าเธออาจจะโชคดีกว่านี้” ลอราบอกด้วยว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยส่วนใหญ่ทุจริต ทั้งยังหลอกให้ครอบครัวของเธอเข้าร่วมการแถลงข่าวโดยไม่เต็มใจ ทั้งที่ตอนแรกบอกว่าเป็นการเชิญไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ ครอบครัวของ น.ส.ฮันนาห์ วิทเธอริดจ์ เปิดเผยหลังรับทราบคำพิพากษาประหารชีวิตจำเลยชาวเมียนมาว่า ในช่วงปีที่ผ่านมาครอบครัววิทเธอริดจ์ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างเหลือเชื่อ โดยการติดตามกระบวนการพิจารณาคดีในไทยเป็นความยากลำบากอย่างยิ่ง ครอบครัวต้องอดทนกับทั้งความเจ็บปวดและกับการได้รับข่าวสารที่สับสน ขณะนี้จึงขอเวลาไตร่ตรองผลการพิพากษาในครั้งนี้อย่างรอบคอบ และใคร่ครวญดูว่าทางครอบครัวจะมีแถลงการณ์ที่เหมาะสมอย่างไรต่อไป’   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xnnywqb8sc0    

 3,894
การเมือง
29 ธ.ค. 58

นายกฯยันคดีเกาะเต่าเป็นไปตามระบบยุติธรรมไทย วอนอย่ากดดัน

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่สามารถทบทวนคำตัดสินคดีเกาะเต่าได้ แต่หากเมียนมา คิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ ยันไม่สามารถกดดันเปลี่ยนคดีได้เหมือนรัฐบาลชุดที่แล้ว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่ พลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศเมียนมา ส่งหนังสือถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอกสมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย ให้ทบทวนหลักฐานคดีเกาะเต่า ว่าประเทศมีกฏหมายและกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ต้องมองว่าศาลยุติธรรมมีคำตัดสินออกมาอย่างไร และขอให้ไปดูขั้นตอนตามกฏหมาย ซึ่งศาลชั้นต้นได้ตัดสินไปแล้ว แต่ยังสามารถอุทรณ์และฏีกาได้ จะให้มายกเลิกขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่สามารถทำได้     ชมยูทูปที่นี่ https://youtu.be/ieFl6UWoE44 

 1,495
สังคม-อาชญากรรม
29 ธ.ค. 58

รบ.ยันคดีเกาะเต่าเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เตรียมหาผู้อยู่เบื้องหลังปลุกปั่นยุยง

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ต่อกรณีคำตัดสินคดีของศาลจังหวัดเกาะสมุยต่อคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 คนที่เกาะเต่าว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง รายงานว่าล่าสุดในวันที่ 28 ธันวาคม ยังไม่มีเหตุประท้วงเพิ่มเติม อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูตยังคงติดตามสถานการณ์และประสานงานกับทางการพม่าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมถึงการดูแลให้มีการรักษาความปลอดภัยของสถานเอกอัครราชทูตด้วย ขณะเดียวกันจะเร่งสร้างความเข้าใจกับฝ่ายพม่าว่า การตัดสินคดีดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมไทยและตามหลักสากล อีกทั้ง กระบวนการยุติธรรมในคดียังไม่สิ้นสุด โดยในชั้นนี้ยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุประท้วงดังกล่าว นายเสขกล่าวว่า วันเดียวกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาว่า มีพระสงฆ์ชาวพม่า 72 รูปมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้กับผู้ต้องหาชาวพม่า ซึ่งผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตได้ออกมารับหนังสือไว้ ก่อนที่คณะสงฆ์ดังกล่าวจะเดินทางกลับอย่างสงบเรียบร้อย ด้านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันคำตัดสินของศาลในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าเป็นไปตามตามกระบวนการ และยังเหลือการพิจารณาของอีก 2 ศาลหากมีการอุทธรณ์และฎีกา และยังขอพระราชทานอภัยโทษได้ จึงขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ และศาล และหากยังมีข้อมูลใหม่ก็สามารถนำมาพิจารณาประกอบได้ แต่คงไม่สามารถรื้อคดีได้ เนื่องจากได้ดำเนินการสืบสวนและตัดสินแล้ว ทั้งนี้ การที่พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา ได้ส่งข้อความขอให้มีการทบทวนคดีนั้น พลเอกสมหมาย เกาฎีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยจะดำเนินการตอบกลับและชี้แจง โดยยืนยันว่าได้เขียนมาเพื่อขอความยุติธรรม ไม่ได้เป็นการก้าวล่วงหรือละเมิดกระบวนการยุติธรรมของไทย ส่วนการชุมนุมของชาวเมียนมานั้น ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีเบื้องหลังหรือไม่ เนื่องจากเป็นประชาชนของประเทศอื่น แต่ได้สั่งการให้ทหารเข้าไปตรวจสอบด้วยแล้ว พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว ภายหลังศาลจังหวัดเกาะสมุย มีคำพิพากษา ประหารชีวิต 2 ชาวเมียนมาผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานี ได้สั่งการให้ตำรวจสันติบาล ไปสืบสวนหาข้อมูลกลุ่มที่อยู่เบื้องหลัง สนับสนุนการเคลื่อนไหว คัดค้านผลการตัดสินของศาลในคดีเกาะเต่าแล้ว ซึ่งพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ระบุว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ชาวพม่าก่อเหตุหลายคดีในประเทศไทย เช่นการฆ่าหรือทำร้ายนายจ้างมากกว่า 120 คดี ตนไม่เห็นมีคนไทยออกมาเคลื่อนไหว และถ้าหากประเทศอื่น มีการพิพากษาชีวิต คนไทยจะต้องออกมาเคลื่อนไหวด้วยหรือไม่ ทั้งนี้พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ระบุว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้มอบหมายให้ตำรวจเฝ้าติดตามเหตุการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด   ชมยูทูปที่นี่ https://youtu.be/ineBfQh-XRY

 1,329
ปากท้องร้องทุกข์
07 ธ.ค. 58

ครอบครัวร้องทุกข์ 4ครูซี8 ถูกจำคุกคดีคนร้ายยิงครูดนตรีเสียชีวิตปี52

ครอบครัวร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อรองปลัดกระทรวงยุติธรรม กรณี 4 ครูผู้หญิง ข้าราชการระดับซี 8 โรงเรียนบึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 4 ปี จากคดีช่วยเหลือผู้อำนวยการโรงเรียนยิงครูสอนดนตรีเสียชีวิต เมื่อปี 2552 หลังศาลยกฟ้อง ผอ. ทั้ง 3 ศาล    ขณะทีมงานของกระทรวงยุติธรรมที่ลงพื้นที่เก็บข้อมูล ระบุว่า หลังเกิดเหตุ 7 ชั่วโมง พบว่าตำรวจค้นประวัติอดีตตำรวจซึงถูกให้ออกจากราชการและรับงานเป็นมือปืนติดต่อกันถึง 5 ครั้ง มีประวัติเคยยิงครูเสียชีวิต ลักษณะคล้ายกับที่เกิดขึ้น ล่าสุด ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 4 สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรื้อคดีและสอบสวนใหม่อีกครั้งแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/56fvuzK1pZk    

 39,165
ปากท้องร้องทุกข์
01 ธ.ค. 58

ตร.ขับเก๋งชน ด.ช.5 ขวบกะโหลกร้าวที่ศรีสะเกษเข้ามอบตัวแล้ว หลังเห็นข่าวตัวเองในทีวี

ศรีสะเกษ-ความคืบหน้ายายโวยเก๋งชนหลานชายวัย 5 ขวบ จนกะโหลกร้าว พบผู้ก่อเหตุเป็นร้อยตำรวจโท ผู้ขับขี่รถคันเกิดเหตุได้เข้ามอบตัวแล้ว หลังทราบข่าวจากรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 พร้อมขอขมาขอโทษญาติพี่น้องของคนเจ็บประกาศรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลจนอาการปกติ ด้าน ผกก.สภ.ภูสิงห์ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะที่เด็กชายยังคงอาการหนัก แพทย์ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/alm8yb4A2k8  

 13,265
สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ย. 58

แม่สามีจัดฉากฆ่าว่าที่ลูกสะใภ้เข้ามอบตัวแล้ว อ้างถูกใส่ร้าย ปัดตอบแกล้งตายหนีคดี

แม่ยายหนีศาลจัดฉากเสียชีวิต ในคดีจ้างวานฆ่าว่าที่ลูกสะใภ้เภสัชกรเข้ามอบตัวแล้ว ปฏิเสธไม่รู้เห็นอ้างถูกใส่ร้าย เจ้าหน้าที่เตรียมส่งตัวให้ศาลจังหวัดสงขลาดำเนินคดีต่อ พลตำรวจโทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการ ตำรวจสอบสวนกลางพร้อมพลตำรวจตรีอัคราเดช พิมลศรี ผู้บังคับการ แถลงการจับกุม นางจุรี จันทร์งาม อายุ 72 ปี ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดสงขลา ในความผิดฐานความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืน และมีพฤติกรรมหลบหนี จากกรณีที่ ผู้ต้องหาได้มีการจ้างวานมือปืนให้ลงมือยิง นางสาวริ้วแพร โชติการ อายุ 26 ปี เภสัชกร โรงพยาบาลควนเนียง ที่กำลังตั้งครรภ์ ได้ 3 เดือน เสียชีวิตพร้อมกับ นายอดิศร์ ประทีปทัศน์ พนักงานจัดยา เหตุเกิดที่คลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่งใน อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา ในช่วงปี 2550 และจากการสอบสวนยังพบว่า ผู้ตายกำลังจะแต่งงานกับนายวิกรม จันทร์งาม บุตรชายของนางจุรี แต่นางจุรี ไม่ยินยอมจึงเกิดการจ้างวานฆ่าเกิดขึ้น โดยคดีนี้ได้มีการดำเนินคดีจนถึงชั้นศาลหลังจากการจับกุมมือปืนได้ โดยเมื่อช่วงปี 2553 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตัดสิน ให้ประหารชีวิต นางจุรี ฐานจ้างวานฆ่าผู้อื่น และต่อมาในช่วงปี 2554 ศาลอุทธรณ์ก็ยื่นคำพิพากษาตามชั้นต้น แต่นางจุรี ได้มีการใช้หลักทรัพย์ จำนวน 5 ล้านบาทเพื่อประกันตัวสู้คดีในชั้นฏีกา แต่ต่อมาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2557 บุตรสาวนางจุรีได้มีการยื่นคำร้องต่อศาลว่านางจุรีถึงแก่ความตาย และได้มีการจัดงานศพและยื่นใบมรณะบัตรเป็นหลักฐาน แต่ทางอัยการมีความสงสัยในการตายจึงให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง จนทราบต่อมาว่านางจุรียังมีชีวิต และยังหลบหนี จึงได้ทำการเข้าตรวจค้น กดดันติดตามตัว จนต่อมานางจุรีติดต่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นางจุรี ชี้แจ้งในส่วนคดีตนเองถูกใส่ร้ายโดยยังคงยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้จ้างวานฆ่า แต่ถูกใส่ร้าย และในเรื่องที่มีข่าวว่าตนเองมีการจ่ายเงินจำนวน 2 ล้านบาทให้กับทางญาติผู้ตาย เพื่อให้ปิดคดี นางจุรียืนยันว่าไม่รู้เรื่อง ส่วนเรื่องการออกใบมรณะบัตรกับเรื่องการหลบหนี ไม่ขอพูดใดๆทั้งสิ้น เบื้องต้นเจ้าหน้ากองปราบปรามจะดำเนินการควบคุมตัวส่งให้ศาลจังหวัดสงขลาเพื่อส่งตัวนางจุรี ดำเนินคดีค่อไป ส่วนในเรื่องความผิดของญาติที่แจ้งว่านางจุรีเสียชีวิต ต้องสอบสวนก่อน หากพบว่าผู้ใดมีความผิดก็จะดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1YmSB6HCy_A    

 70,044
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 58

พล.ต.ท.ศรีวราห์ ส่งสำนวนฟ้องคดีหมิ่นเบื้องสูง คาดใช้เวลา 1 สัปดาห์

พลตำรวจโทศรีวราห์ หอบสำนวนคดีหมิ่นสถาบันกว่า 500 หน้า ส่งกองคดี คาดใช้เวลา 1 สัปดาห์สรุปส่งฟ้องอัยการ พลตำรวจโทศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะพนักงานสอบสวนคดีหมิ่นสถาบัน นำสำนวนคดีกว่า 500 หน้า ซึ่งเป็น 1 ใน 13 สำนวนคดี ส่งให้พันตำรวจเอกมนัส ศิกษมัต รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณา โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นกองคดีจะส่งสำนวนคดีให้กับคณะกรรมการหมิ่นสถาบันของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาว่าสำนวนสมบูรณ์หรือไม่ หากไม่มีข้อท้วงติง ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการส่งมอบให้กับพนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีต่อไป ทั้งนี้สำหรับคดีที่นำมาส่งในวันนี้ เป็นเพียง 1 ในสำนวนคดีจาก 13 สำนวนคดี ที่ทางกองทัพมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ส่วนอีก 12 สำนวนคดี วันนี้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้พิจารณาเป็นวันแรก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน ก็จะสามารถส่งให้กับกองคดีได้ ส่วน 3 สำนวนคดีใหม่ ยังไม่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามพลตำรวจโทศรีวราห์ ยืนยันว่า ในส่วนของโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ยังไม่มีบุคคลใดเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่ทั้งนี้มีบุคคลใดที่มีพยานหลักฐาน ก็สามารถแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qSy0KIapkB8    

 1,390
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ย. 58

ผบ.ตร.ยัน 2 ผู้ต้องหาหมิ่นเบื้องสูงเสียชีวิตไม่มีผลต่อรูปคดี

ผบ.ตร. ยืนยันการเสียชีวิตของผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงไม่มีผลต่อรูปคดี เชื่อพยานหลักฐานสมบูรณ์เกือบทั้งหมดแล้ว พร้อมเร่งติดตามตัวพันเอกคชาชาตที่หลบหนี พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ประชุมร่วมกับคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินคดีหลังนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ และพันตำรวจตรีปรากรม วารุณประภา 2 ผู้ต้องหาในคดีเสียชีวิตลง รวมทั้งมีการออกหมายจับพันเอก คชาชาต บุญดี นายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำกองทัพภาคที่ 3 โดยพลตำรวจเอกจักรทิพย์ เปิดเผยว่าการเสียชีวิตของผู้ต้องหาไม่มีผลต่อรูปคดี เนื่องจากได้สอบปากคำไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งให้การเป็นประโยชน์ โดยสำนวนคดีมีความสมบูรณ์เกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งการประชุมในวันนี้ได้เร่งรัดให้คณะพนักงานสืบสวนสรุปสำนวนส่งให้พิจารณา ภายในวันที่ 12 พฤสจิกายนนี้ ซึ่งเบื้องต้นเป็นสำนวนของผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุรวม 3 คนก่อน สำหรับพยานที่ให้ข้อมูลพาดพิงผู้ต้องหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างอุทยานราชภัค ขณะนี้ยังไม่มีการสอบสวนถึงชุดตำรวจยังดำเนินการเพียงผู้ต้องหา 3 คนที่จับกุมได้ตอนนี้ รวมทั้งขณะนี้ได้ส่งชุดติดตามพันเอกคชาชาต ที่หลบหนีอยู่และยังไม่พบเบาะแสว่าหลบหนีอยู่ที่ใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uBf8_CQJG18    

 1,941
กีฬา
05 พ.ย. 58

ตร.ฝรั่งเศส รวบ 'เบนเซมา' พัวพันคดีแบล็กเมล์เซ็กส์เทป

คาริม เบนเซมา นักเตะกองหน้าของรีล มาดริดของทีมชาติฝรั่งเศสถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหามีส่วนร่วมบันทึกเทปมีเพศสัมพันธ์เตรียมแบล็คเมล์คู่ขาชาวต่างชาติ 

 1,232
สังคม-อาชญากรรม
29 ต.ค. 58

เปิดรายละเอียด13 คดีหมิ่นเบื้องสูง 3 ผู้ต้องหา 'หมอหยอง-สารวัตรเอี๊ยด-จิรวงศ์'

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นำทีมแถลงความคืบคดีกลุ่มบุคคลแอบอ้างสถาบันเบื้องสูง เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ อันเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากผู้ต้องหา 3 ราย ทั้ง หมอหยอง-นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์,อาร์ท-นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ และ สารวัตรเอี๊ยด-พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา อดีตสารวัตร ปอท. ซึ่งเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัว   คดีที่ 1 เลขคดีที่ 96/2558 ประจำวัน ข้อ 4 เวลา 17.00 น. วันที่ 16 ตุลาคม 2558 ผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผู้ต้องหา คือ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ หมอหยอง พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ข้อหาที่ถูกดำเนินคดี ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สถานที่เกิดเหตุ หมู่ 17 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นบริษัทเอกชน พฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2558 และวันที่ 3 กันยายน 2558 ผู้ต้องหาดังกล่าวทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันแอบอ้างเป็นผู้แทนพระองค์ นำการ์ดขอบคุณไปมอบให้กับบริษัทเอกชน        คดีที่ 2 เลขคดีที่ 97/2558 ประจำวัน ข้อ 6 เวลา 18.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม ที่กองปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี พ.ต.ท.สหภูมิ สง่าเมือง พ.ต.ต.นฤทธิ์ ผูกจิตร ผู้ต้องหา คือ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา กับพวก ข้อหาคือ มีอาวุธปืน ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในความครอบครอง ตั้งสถานี มีและใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม สถานที่เกิดเหตุ คอนโดฯ ลาเมซอง แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ทางคดี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2558 เจ้าหน้าที่ทหารได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตำรวจทำการค้นคอนโดลาเมอซอง พบอาวุธ วิทยุ และรถยนต์ และสิ่งที่ผิดกฎหมาย อยู่ภายในห้องผู้ต้องหา        คดีที่ 3 คดีที่ 99/2558. ประจำวันข้อ 3 เวลา 14.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่กองปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พ.ต.ท.ปรเมษฐ์ แก้วนาค และบริษัท สามารถเทเลคอม กับพวก ข้อหา มีและตั้งวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต สถานที่เกิดเหตุ อาคารใบหยก 2 แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์คือ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2558 ได้มีการตรวจพบเครื่องรับ-ส่งวิทยุแบบรบกวนสัญญาณ ย่านความถี่ UHF ยี่ห้อโมโตโรลา รุ่นแควนตาร์ ของ พ.ต.ต.ปรากรม ติดตั้งอยู่บนชั้นที่ 84 ของอาคารใบหยก 2        คดีที่ 4 เลขคดีที่ 100/2558 ประจำวัน ข้อ 4 เวลา 15.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่กองปราบปราม ผู้กล่าวหา คือ พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี ผู้ต้องหาคือ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในความครอบครอง สถานที่เกิดเหตุ กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558 ได้มีการตรวจค้นรถโตโยต้า เวนจูรี่ ที่ยึดมาจากคอนโดฯ ลาเมซอง พบอาวุธปืน เอชเค 53 จำนวน 1 กระบอก พร้อมด้วยกระสุน 80 นัด        คดีที่ 5 คดีอาญาที่ 101/2558 ประจำวัน ข้อ 6 เวลา 16.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่กองปราบปราม ผู้กล่าวหา พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี ผู้ต้องหา คือ นายศุกร์โข ตามเสรี ข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เหตุเกิดที่แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ในทางคดี เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจรถ พบอาวุธปืนขนาด .38 ที่บ้านพักของผู้ต้องหาดังกล่าว        คดีที่ 6 คดีที่ 102/2558 ประจำวัน ข้อ 7 เวลา 16.30 น. วันที่ 27 ตุลาคม ที่กองปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พ.ต.ท.มนต์ชัย วงษ์ชาตรี ผู้ต้องหาคือ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา กับพวก ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สถานที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 89/364 หมู่ 3 ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2558 ผู้ต้องหา กับพวก ได้แอบอ้างสถาบันเบื้องสูงเรียกและรับผลประโยชน์จากภาคเอกชน        คดีที่ 7 เลขคดีที่ 103/2558 ประจำวัน ข้อ 8 เวลา 17.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผู้ต้องหา คือ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ข้อหาคือ ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สถานที่ สถานที่เกิดเหตุ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พฤติการณ์คือ ผู้ต้องหา กับพวก แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ขอรับการสนับสนุนจัดทำสิ่งของและได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าว เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท        คดีที่ 8 คดีที่ 104/2558 ประจำวัน ข้อ 9 เวลา 17.30 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่กองปราบปราม ผู้กล่าวหา คือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผู้ต้องหาคือ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สถานที่เกิดเหตุเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ในทางคดี เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ผู้ต้องหา กับพวก แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ขอรับการสนับสนุนจัดทำสิ่งของและได้นรับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 300,000 บาท         คดีที่ 9 คดีที่ 105/2558 ประจำวันข้อ 10 เวลา 18.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผู้ต้องหาคือ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สถานที่เกิดเหตุเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พฤติการณ์ในทางคดี เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ผู้ต้องหา กับพวก แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ขอรับการสนับสนุนจัดทำสิ่งของและได้นรับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท        คดีที่ 10 คดีที่ 106/2558 ประจำวันข้อ 11 เวลา 18.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผู้ต้องหาคือ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สถานที่เกิดเหตุเป็นบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พฤติการณ์ในทางคดี เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ผู้ต้องหา กับพวก แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ขอรับการสนับสนุนจัดทำสิ่งของและได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 300,000 บาท         คดีที่ 11 คดีที่ 107/2558 ประจำวันข้อ 12 เวลา 18.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผู้ต้องหาคือ นายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สถานที่เกิดเหตุเป็นบริษัทเอกชน จ.สมุทรปราการ พฤติการณ์คือ เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ผู้ต้องหา กับพวก แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ขอรับการสนับสนุนจัดทำสิ่งของและเรียกรับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท        คดีที่ 12 คดีอาญาที่ 108/2558 ประจำวันข้อ 13 เวลา 19.30 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผู้ต้องหาคือ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา กับพวก ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สถานที่เกิดเหตุ บริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ในทางคดี กล่าวคือ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2558 ผู้ต้องหากับพวก แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง ขอรับการสนับสนุนจัดทำสิ่งของและได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 4,700,000 บาท        คดีที่ 13 คดีที่ 109/2558 ประจำวันข้อ 14 เวลา 20.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2558 กองบังคับการตำรวจปราบปราม ผู้กล่าวหาคือ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง ผู้ต้องหาคือ พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา กับพวก ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย สถานที่เกิดเหตุ สำนักงาน กสทช. แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร พฤติการณ์ในทางคดี ระหว่างเดือนกันยายน 2558 ถึงเดือนตุลาคม ผู้ต้องหา กับพวก ได้แอบอ้างสถาบันเบื้องสูงขอรับการสนับสนุนหมายเลขโทรศัพท์เลขสวยจาก กสทช. รวมทั้งสิ้น 13 คดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vT3sKUpe3Tg    

 30,191
การเมือง
28 ต.ค. 58

ผบ.ตร.แจงเปลี่ยนตัวโฆษก สตช.ไม่เกี่ยวคดี ม.112

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน การเปลี่ยนแปลงทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เกี่ยวคดี 112 ส่วนพลตำรวจเอกประวุฒิ ถาวรศิริ ยังไม่ได้ลาออก และยังคงทำงานด้านการจราจร พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีคำสั่งแต่งตั้งเปลี่ยนแปลงโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชุดใหม่ ว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงตามรอบ ซึ่งทีมโฆษกชุดเก่าที่มีพลตำรวจเอกประวุฒิ ถาวรศิริ ที่ปรึกษา สบ.10 เป็นหัวหน้าชุดนั้นไม่ได้มีความบกพร่องอะไร แต่การแต่งตั้งทีมโฆษกชุดใหม่นั้น เพราะชุดเก่าทำงานมานานแล้ว และอยากให้พักผ่อน จึงแต่งตั้งชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่แทน ทั้งนี้ในส่วนของพลตำรวจเอกประวุฒิ ยังไม่ได้มีการลาออกจากตำรวจ และยังคงรับผิดชอบดูแลงานด้านจราจรเหมือนเดิม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้เป็นความคิดของตนเองซึ่งหากทีมโฆษกชุดใหม่ทำหน้าที่ได้ไม่สมบูรณ์ก็จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีก แต่ในส่วนตัวมองว่าพลตำรวจเอกเดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา เป็นผู้มีความสามารถ แต่จะมีวาทะสัมพันธ์ที่ดีได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการฝึกฝน พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ยังปฎิเสธกระแสข่าวว่าการเปลี่ยนแปลงทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/KweW2z43-RY    

 2,345
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 58

กรมราชทัณฑ์แถลง ผู้ต้องหา ม.112 ผูกคอเสียชีวิตในเรือนจำ

ความคืบหน้ากรณีที่มีกระแสข่าวลือว่า พ.ต.ต.ปรากรม วารุณประภา หรือสารวัตรเอี๊ยด ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฆ่าตัวตายภายในเรือนจำชั่วคราว มณฑลทหารบกที่ 11 แขวงถนนนครไชยศรี จ.นครปฐม เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น   ล่าสุดวันนี้ (24ต.ค.58) กรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงข่าวชี้แจงสื่อมวลชนต่อกรณีดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้   "แถลงข่าวกรมราชทัณฑ์   เรื่อง ผู้ต้องขังเสียชีวิต   กรมราชทัณฑ์ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2558 เวลาประมาณ 22.00 น. จากเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ว่า ข.ช.ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องขังระหว่างสอบสวนในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งได้รับตัวไว้ควบคุมตามหมายขังของศาลทหารกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2558 ได้พยายามฆ่าตัวตายด้วยการใช้ผ้าจากเสื้อผู้ต้องขังที่ทางเรือนจำจ่ายให้ตามระเบียบผูกคอตัวเองกับลูกกรงห้องขังภายในเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี โดยเวรรักษาการณ์กลางคืนในวันดังกล่าวได้ตรวจพบจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาและเปิดห้องขังเข้าไปให้การช่วยเหลือในทันที        ในเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องขังยังไม่เสียชีวิต จึงได้พยายามใช้เครื่องช่วยหายใจและให้การปฐมพยาบาล พร้อมกับนำตัวส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในทันที จนกระทั่งนำตัวส่งถึงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และได้รับแจ้งจากแพทย์ในเวลาต่อมาว่าผู้ต้องขังได้เสียชีวิตแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นมีดังนี้        1. ห้องขังที่เรือนจำชั่วคราว ไม่ใช่ห้องขังเหมือนเรือนจำปกติทั่วไป แต่ใช้อาคารที่ทำการของหน่วยทหาร ซึ่งมีประตูทึบผนังปูน 4 ด้าน ไม่สามารถมองตรวจตราจากภายนอกได้ ต้องเปิดประตูจึงจะมองเห็น ภายในห้องขังมีเครื่องหลับนอนผู้ต้องขัง ใช้ระบบขังเดี่ยว ผู้ต้องขังทั้งหมดไม่มีโอกาสพบกัน        2.การควบคุมผู้ต้องขังเวลากลางคืนจะมีเวรผลัดละ 1 คน คอยเดินตรวจตรา ซึ่งขณะนี้ เรือนจำชั่วคราวมีผู้ต้องขังรวม 5 คน ประกอบกับเป็นวันหยุดราชการ ไม่มีการสอบสวน ผู้ต้องขังถูกขังห้องเพียงลำพัง ไม่มีโอกาสพบคู่คดี จะมีการเดินตรวจเป็นระยะเท่านั้น        3.คดีนี้เป็นคดีสำคัญ ผู้ต้องขังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง อาจมีปัญหาในการปรับตัว เพราะเพิ่งรับตัวไว้เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2558        การเสียชีวิตของผู้ต้องขังในครั้งนี้ เป็นการเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงาน จึงต้องดำเนินการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และส่งศพให้สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานรายงานผู้บังคับบัญชาต่อไป   จึงแจ้งมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน        

 52,796
การเมือง
19 ต.ค. 58

'วิษณุ' โต้ 'จตุพร' ปม รบ.ไม่รื้อฟื้นคดี ปรส.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ระบุถึงการรื้อฟื้น 12 คดีของรัฐบาล แต่กลับไม่มีการรื้อคดี ปรส.และโรงพักทดแทน โดยนายวิษณุ กล่าวว่า 12 คดีเป็นเรื่องที่รัฐเป็นทั้งจำเลยและโจทก์ในการฟ้อง ส่วนเรื่อง ปรส.ไม่ทราบอยู่ที่ใด ยังไม่มีเรื่องโผล่เข้ามาที่รัฐ ข้อสำคัญ 12 คดี เป็นคดีแพ่ง ไม่มีคดีอาญา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vlGZZjgqbS0  

 2,521
สังคม-อาชญากรรม
05 ต.ค. 58

พล.ต.อ.พงศพัศ เร่งรัดคดีทุบหัว-ชิงทรัพย์ ลูกสาว อดีต รมช.

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งรัดสืบสวนสอบสวนติดตามคดีที่คนร้ายได้ทำร้ายร่างการ ลูกสาวคนโตของ ดร.สฤต สันติเมทนีดล อดีต รมช.ศึกษาธิการ สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2558 ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหาย เดินทางมาทำธุระที่ตึกชาญอิสสระทาวเวอร์ 1 เมื่อเสร็จธุระจึงเดินไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มบริเวณทางเข้า-ออกของอาคาร จากนั้นเดินไปซื้อยาที่ร้านขายยาจุฬาเภสัช ริมถนนพระราม 4 ระหว่างเดินทางกลับโรงแรมคราวน์ พลาซ่า ที่เจ้าตัวพักอยู่ ตรงบริเวณทางเชื่อมระหว่างโรงแรมกับตึกชาญอิสสระ มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 1 คน เดินเข้ามาใช้กำปั้นทุบไท้ทอย อย่างแรงจนสลบ ทรัพย์สินที่ได้มี กระเป๋าสะพายแบบสตรี ยี่ห้อโคช (Coach) ภายในมีโทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอส สีทอง 1 เครื่อง กระเป๋าสตางค์ยี่ห้อเคส สเปซ สีทอง 1 ใบ เงินสด 4,000 บาท และบัตรเอทีเอ็ม เอกสารสำคัญจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่า 42,722 บาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการติดตาม จนได้ภาพของคนร้าย แล้วได้นำไปโพสต์บนเฟสบุ๊คเพื่อให้ประชาชนได้ส่งเบาะแสเพิ่มเติ่ม แต่ก็ยังไม่คืบหน้า   พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร กล่าวว่าการที่นำรูปไปโพสต์ บนโลกออนไลน์ เป็นสิ่งที่ดี ในการใช้สื่อ เป็นกลไกลอีกช่องทางที่ใช้ตามหาจับคนร้าย เพราะประชาชนสามารถให้ความร่วมมือในการจับกุมคนร้ายได้ และยังได้เพิ่มรางวัลนำจับคนร้ายจาก 5,000 บาทเป็น 20,000 บาท นอกจากนี้ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. บางรัก ทำหน้าที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นนโยบายของ ผบ.ตร ที่อยากเห็นประชาชนมองว่าตำรวจไทยเป็นข้าราชการที่ดีและเก่ง อย่างตำรวจจราจรหากพบเห็นการกระทำผิดบนท้องถนน ให้ทำการลงโทษตามกฎหมายได้ทันที แต่หากพบในบางกรณีที่สามารถตักเตือนไม่ให้กระทำผิดในครั้งต่อไปได้ อยากให้ตำรวจตักเตือนก่อนที่จะลงโทษ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/lwNf1FDY6lA    

 4,337

Top