ค้นหา :

ผลการค้นหา "แชร์ออฟเดอะเดย์"

แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ส.ค. 60

ท่าอาศยานดอนเมืองแจงปมอาจารย์ม.ดังโวยภรรยาติดตม. 5 ชม. ชี้เหตุเที่ยวบินดีเลย์

ความคืบหน้าจากกรณี ผศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า ภรรยาได้เดินกลับจากสิงคโปร์ แต่ต้องเสียเวลาอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นานเกือบ 5 ชั่วโมงนั้น         ล่าสุดทางท่าอากาศยานดอนเมือง ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้นผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก AOT Official ระบุว่า "ท่าอากาศยานดอนเมืองชี้แจงอาจารย์ ม.ดังโพสต์ เมียกลับจากสิงคโปร์ ติดด่านดรวจคนเข้าเมือง (ตม.) นาน 5 ชม. ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง         น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวเผยแพร่ว่า มีผู้โดยสารเดินทางมาจากสิงคโปร์ รอคิวผ่าน ตม. ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองตั้งแต่เที่ยงคืน ใช้เวลานานถึง 4 .20 ชั่วโมง นั้น         ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ใคร่ขอชี้แจงว่า ในวันที่ 5 ส.ค. 60 ตั้งแต่เวลา 00:00 - 05.00 น. ทดม. มีเที่ยวบินขาเข้าระหว่างประเทศ เที่ยวบินปกติ รวมทั้งสิ้น 21 เที่ยวบิน รวมกับมีเที่ยวบินที่ทำการบินล่าช้า (ดีเลย์) คือ เที่ยวบินจากสิงคโปร์ 2 เที่ยวบิน และเที่ยวบินจากฮ่องกง 1 เที่ยวบิน ประกอบกับมีเที่ยวบินพิเศษของสายการบินแอร์เอเชียทำการบินจากประเทศจีน อีก 1 เที่ยวบิน ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวมีเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 25 เที่ยวบิน มีจำนวนผู้โดยสารรวมประมาณ 4,977 คน ในขณะที่ปัจจุบันด้วยพื้นที่ที่จำกัดและจำนวนของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ ทดม. สามารถรองรับการบริการได้ประมาณ 1,000 คน/ชม. เท่านั้น จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการบริการดังกล่าว           น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวในตอนท้ายว่า ทดม. กำลังอยู่ระหว่างการยื่นแบบขออนุญาตจากกรมการบินพลเรือนในการปรับปรุงขยายพื้นที่ให้บริการด่านตรวจคนเข้าเมือง คาดว่าจะสามารถปรับปรุงขยายพื้นที่และเพิ่มช่องให้บริการ ตม. ได้ภายในเดือนกันยายนนี้ เมื่อปรับปรุงแล้วเสร็จจะสามารถรองรับการบริการผู้โดยสารป็น 1,800 คน/ชม. ซึ่งจะทำให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น การนี้ ทดม. ขอขอบคุณสำหรับข้อคิดเห็น และคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ ทดม. ได้นำไปปรับปรุงและพัฒนาในการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น และต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้   ทั้งนี้ หากท่านพบเห็นปัญหาการให้บริการ หรือ ปัญหาอื่นๆ สามารถติดต่อไปยัง AOT Contact Center 1722 หรือ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทดม. โทร. 0 2535 1192 ตลอด 24 ชั่วโมง"                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/im2EOp3RWFk

 7,140
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ส.ค. 60

'ปู พงษ์สิทธิ์' ไม่เอาเรื่อง 'พันจ่าอากาศ' ชักปืนจ่อกลางคอนเสิร์ต วอนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองคุมเข้มพกอาวุธ

ความคืบหน้ากรณีระทึก เหตุนักร้องเพื่อชีวิตชื่อดัง ปู-พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ ถูกชายฉกรรจ์ ทราบชื่อในเวลาต่อมา คือ พ.อ.อ.ภพไตร นาคสุวรรณ ชักปืนจ่อหน้าขณะเล่นคอนเสิร์ตในผับแห่งหนึ่งในเมืองอำนาจเจริญ เมื่อกลางดึกวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น    ล่าสุด ปู พงษ์สิทธิ์ ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Pu Pongsit Official แสดงความจำนงว่าไม่ต้องการเอาเรื่องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีใจความระบุว่า  "ผมปู ครับ ขอบพระคุณพี่ๆ น้องๆ มิตรสหายทุกท่านที่เป็นห่วงเป็นใย ผมสบายดีมีทุกข์มีสุขครับ ได้ส่งทนายไปแสดงความจำนงว่าไม่ต้องการเอาเรื่องครับ ที่เหลือก็แล้วแต่ลำดับการปกครอง วินัยของผู้บังคับบัญชาของเขา ขอความกรุณาผู้หลักผู้ใหญ่ได้ดูแลเรื่องเมืองไทยเต็มไปด้วยอาวุธ ซึ่งทำให้ต้องตั้งคำถามว่าอยู่ตรงไหนถึงจะปลอดภัย ตั้งต้นไปที่อื่นๆ แล้วครับ ผมต้องอยู่กลางแจ้งทุกวัน โอกาสเจอนักเลงอันธพาลก็เกิดขึ้นได้สูง แต่ก็เลือกไม่ได้ แล้วแต่ซวย เจอกันทุกที่เหมือนเดิมครับ"                   ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/PuKPBzjuZf4

 7,872
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ส.ค. 60

หนังคนละม้วน! คนขับเก๋งเผยวงจรปิดถูกบิ๊กไบค์ต่อยจนล้ม ก่อนชักมีดแทงป้องกันตัว

ความคืบหน้าจากกรณีหนุ่มบิ๊กไบค์โพสต์คลิป ถูกอาจารย์มหาวิทยาลัยดังขับเก๋งฮอนด้าซิตี้ไล่ชนท้าย เนื่องจากคิดว่าโดนเบิ้ลเครื่องใส่ แต่พอจอดรถเข้าข้างทาง ก็ถูกคู่กรณีใช้มีดพับแทงได้รับบาดเจ็บ กระดูกซี่โครงซี่ที่ 5 ทิ่มเข้าไปในปอด    ล่าสุด ผศ.ชัยบูรณ์ กังสเจียรณ์ อายุ 57 ปี อดีต อาจารย์สอนคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ได้นำคลิปวงจรปิดอีกมุมหนึ่งมาเปิดเผย พร้อมเล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุว่า ถูกบิ๊กไบค์ทำร้ายก่อนจนทนไม่ไหวนำมีดที่พกเอาไว้ในรถมาตอบโต้ ยืนยันว่าเป็นการป้องกันตัว แจงสาเหตุที่ต้องออกมาพูดเพราะครอบครัวถูกขู่คุกคาม           ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/V80LeIhxW3E

 126,862
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ส.ค. 60

'หมอล็อต' เบรกดราม่าคนวอนนำ 'เจ้าแก้ว' กลับมาเลี้ยงที่วัด แจงซึมเพราะฤทธิ์ยาสลบ

ความคืบหน้าเหตุ เจ้าแก้ว หมีควายเพศเมียของสำนักสงฆ์สวนสมุนไพรหลวงปู่ละมัย ฐิตมโน ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ทำร้ายชาวบ้านปางตาย และถูกย้ายไปดูแลต่อที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อนั้น พบว่าล่าสุดทางสำนักสงฆ์และชาวบ้านมีความต้องการอยากได้เจ้าแก้วกลับคืนมา เพราะว่ามีความผูกพันกับเจ้าแก้วมาก เนื่องจากเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กๆ   พระธเนศ ติขะญาโณ ผู้ดูแลสำนักสงฆ์ฯ เปิดเผยว่า ทั้งพระและชาวบ้านต่างก็มีความผูกพันกับเจ้าแก้วมาตั้งแต่เล็กๆ พร้อมยืนยันว่าเจ้าแก้วไม่มีความดุร้าย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่คืนหมีกลับสู่วัด เพราะเจ้าแก้วที่ถูกย้ายไปมีอาการซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด และหากได้หมีควายแก้วกลับคืนจะเสริมกำแพงให้มีความสูงมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นอีก   น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน หรือ หมอล็อต นายสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุืพืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้ออกมาแสดงความคิดถึงกรณีดังกล่าวว่า การนำเจ้าแก้วออกจากพื้นที่ถือเป็นโชคดีของชาวบ้านและพระ ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายจากเจ้าแก้ว หลังจากที่ทำร้ายคนจนสาหัส ซึ่งนั่นหมายความว่า สภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมและความเครียดที่สะสมมาเป็นเวลานาน การทำร้ายคนเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่า สัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่ากำลังกลับคืนมา ได้กัด ได้ขย้ำ ได้คาวเลือดแล้ว ต่อไปก็ไม่แยกว่าใครเป็นใคร ส่วนทางสำนักสงฆ์เองก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดหาค่าอาหารอีกต่อไป ทั้งยังเป็นโชคดีของผู้ประสบเหตุที่ไม่ถึงกับเสียชีวิต หรือหากมีการใช้วิธีการแบบในต่างประเทศ คือยิงสัตว์เพื่อรักษาชีวิตคนในขณะเกิดเหตุ ชายคนนี้คงเป็นจำเลยสังคม และแก้วเองก็คงไม่พ้นข้อกล่าวหานี้เช่นเดียวกัน       โดยยังถือเป็นโชคดีของเจ้าแก้วที่ไม่ถูกใช้วิธีการเดียวกับในต่างประเทศ ทั้งยังจะได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่มีพวกพ้องชนิดเดียวกัน อาจจะพบรักกับหมีคายสักตัวแทนที่จะเป็นฝูงหมูป่าอย่างที่เคย ทั้งยังได้รักษาตาและฟันที่ผุหลายซี่ จากการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม แต่หลังจากนี้จะได้รับการตรวจสุขภาพ เนื่องจากอยู่รวมกับหมูป่าที่เป็นสัตว์คนละชนิด เชื้อโรคเฉพาะตัวที่ติดต่อมาสู่หมีควาย ที่เริ่มมีอาการขนร่วง ขี้เรื้อน รวมไปถึงผู้ที่ดูแลและพระก็ควรจะตรวจสุขภาพเช่นกัน   ที่สำคัญเจ้าแก้วจะกลายเป็นหมีควายไอดอล ที่ทำให้วัดหรือสำนักสงฆ์หลายๆที่ตระหนักได้ว่าไม่ใช่ที่ที่สัตว์ป่าควรอยู่ สิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ และที่สำคัญ “ผิดกฎหมาย” แต่ทั้งหมดนี้กลับเป็นโชคร้ายของเจ้าหน้าที่ที่เมื่อทำตามหน้าที่กลับถูกต่อว่า อย่างเช่นตอนนี้ที่มีภาพแก้วนั่งซึมในห้อง ก็คิดไปว่า แก้วเหงา อยากกลับวัด ทั้งๆ ที่ซึมเพราะฤทธิ์ยาสลบยังไม่หมด หมดฤทธิ์ยังไงก็กิน และในพื้นที่ที่แก้วอยู่นั้น คือห้องกักและตรวจโรคสักระยะหนึ่ง การจะเอาไปใว้รวมกันกับหมีตัวอื่นๆอาจนำโรคติดสู่กันได้ กระบวนการและความรอบคอบนั้นมีตามหลักวิชาการ ขอแค่ทุกคนเข้าใจการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ “เขาก็จะโชคดีด้วยเช่นกัน              ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/af6hedhaV4U          

 19,229
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ส.ค. 60

วิจารณ์เดือด! ครูลงโทษ นร.ม.1 เอารองเท้าวางบนหัวก่อนสั่งให้กราบ - แม่รู้เรื่องร่ำไห้สงสารลูก

เพจดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” เผยแพร่คลิปวิดีโอที่เกิดเหตุในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ขณะครูฉุนจัดลงโทษนักเรียนชายชั้นม.1 อายุ 13 ปี ที่ใส่รองเท้าขึ้นมาบนอาคารเรือน ด้วยการนำรองเท้าวางไว้บนศีรษะหลังเด็กไม่ยอมคาบเอาไว้ในปาก ก่อนจะบังคับให้เด็กก้มกราบรองเท้า ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมชั้นจำนวนมากที่มามุงดู นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าครูในคลิปได้ข่มขู่นักเรียนห้ามนำคลิปไปโพสต์มิฉะนั้นจะให้ติดศูนย์ ขณะที่ชาวเน็ตพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำที่เกินกว่าเหตุของครูคนดังกล่าวอย่างดุเดือด ด้าน       สำหรับคำบรรยายของคลิปดังกล่าวระบุว่า “ครูฉุนนักเรียนวางรอบเท้าไม่เรียบร้อย บังคับเด็กคาบ เด็กไม่ยอม เลยเอารองเท้าวางบนศีรษะแล้วทำร้ายร่างกาย บังคับเด็กกราบรองเท้า   สวัสดีค่ะควีน คลิปนี้เป็นครูถีบนักเรียนค่ะน้องชายเราเอง น้องแค่วางรองเท้าไม่ถูกระเบียบ แล้วครูคนนี้มาเห็น ก็เข้ามาด่าว่าน้อง ให้น้องคาบรองเท้า แต่น้องไม่ทำ เค้าเลยเอารองเท้ามาวางบนหัวน้อง แล้วให้น้องกราบเท้าเค้า เค้าก็ทั้งเตะทั้งถีบน้องค่ะ มีคลิปที่เห็นข้างหน้า แต่เห็นหน้าน้อง เลยไม่อยากเอามาลง สงสารน้อง ตอนนี้น้องจนไม่กล้าไป รร. เหตุเกิดที่ จ.อุบลราชธานีค่ะ”      ด้านแม่ของเด็กนักเรียนคลิปหลังทราบเรื่องก็ถึงกับร่ำไห้ด้วยความสงสารลูก ก่อนจะพาลูกไปแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับครูคนดังกล่าวแล้ว ขณะที่สภาพจิตใจของเด็กย่ำแย่และไม่อยากไปโรงเรียนเพราะอับอายเพื่อนๆ                     ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/Qb9YSNIHoiY  

 20,721
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ก.ค. 60

สาวอ้างเป็นต้นเหตุดีเจเน็ตไอดอลทุบหน้าคู่กรณีเล่าเหตุการณ์อีกด้าน - ตร.เผยเจ้าตัวรับปากเข้ามอบตัวสู้คดี

ความคืบหน้าจากกรณี บิวตี้บล็อกเกอร์สาว อัดคลิปแฉน้องสาวถูกดีเจเน็ตไอดอลชื่อดังเข้ามาหาเรื่องก่อนจะใช้แก้วทุบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนเลือดไหลอาบทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แพทย์ต้องเย็บเกือบ 100 เข็ม และทำให้เป็นแผลเสียโฉมตลอดชีวิต โดยหลังจากเกิดเหตุก็ไม่มีคำขอโทษใดๆ จากอีกฝ่าย มีแค่ฝากคนมาบอกว่า "มีเงิน อยากเรียกเท่าไรก็เรียกมา ครอบครัวเขาคนจริง" นั้น   ล่าสุดจากการลงพื้นที่ผับที่เกิดเหตุ ซึ่งมีกลุ่มนักเที่ยวเป็นทอมดี้ ก็พบชายคนหนึ่งอ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุดีเจที่ถูกกล่าวหาไม่ได้มาทำหน้าที่เป็นดีเจ แต่มาเที่ยววันเกิดเพื่อน โดยฝ่ายดีเจเป็นคนเข้าไปหาเรื่องผู้บาดเจ็บก่อนจะใช้แก้วทุบที่หน้าของอีกฝ่าย พร้อมร้องตะโกนว่าไม่กลัวและไล่ให้ไปแจ้งความ ขณะที่ทางร้านได้ลงโทษพักงานแต่อีกฝ่ายได้ชิงประกาศลาออกไปก่อน    นอกจากนี้ยังมี น.ส.เอ ออกมาแสดงตัวว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ได้ออกมาเล่าเหตุการณ์อีกมุมหนึ่งระบุว่า ตนเองเข้าไปยืมบุหรี่ไฟฟ้าจากผู้บาดเจ็บโดยที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เข้ามาขอไอดีไลน์ ทำให้เพื่อนสาวที่มากับผู้บาดเจ็บไม่พอใจ เข้ามากระชากบุหรี่ไฟฟ้าออกไป ทำให้แฟนของดีเจอ้อนน้อยพูดปราม แต่ตัวผู้บาดเจ็บกลับไม่ยอมยังคงด่าทอดีเจอ้อนน้อยและแฟนสาว จนบานปลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต   ล่าสุด พ.ต.ท.เชสวฤทธิ์ เงินฉลาด รอง ผกก.สอบสวน สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ ดีเจอ้อนน้อย ผู้ก่อเหตุแล้ว ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส โดยหลังจากศาลอนุมัติหมายจับทางเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อถึงดีเจอ้อนน้อย โดยอีกฝ่ายรับปากจะเข้ามามอบตัวสู้คดี             ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/ttLwYN3Oij4

 35,786
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ก.ค. 60

อุทยานฯ แจงปมดราม่าตัดหัวกระทิง ชี้ป้องกันมือมืดลอบขโมย เหตุมูลค่าสูง

ดราม่า! เพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ โพสต์ภาพและข้อความจากเฟซบุ๊ก "ฮาลา บาลา" เล่าเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ กรณีทีมอาสาตชด.เข้าช่วยเหลือกระทิงแก่ ตกหล่มโคลน แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ แต่ต่อมากลับมีเจ้าหน้าที่อุทยานมาตัดหัวกระทิงตัวดังกล่าวกลับไป ถึงแม้จะพยายามคัดค้านแต่ก็ไม่เป็นผล ทำให้ต้องฝังร่างกระทิงโดยไร้หัว โดยได้ระบุข้อความว่า   "#ทีมอาสาตชดบ่นน้อยใจ #เข้าช่วยเหลือกระทิงแก่สุดท้ายไม่รอด #พอจะฝังถูกเจ้าหน้าที่อุทยานมาตัดหัวไปประดับสำนักงาน #วอนถามสังคมแบบนี้ทำได้ด้วยหรือ R.I.P แม่มะลิ .... ......วันนี้เราทุกคนช่วยเหลือเต็มที่แล้ว แต่ด้วยเป็นกระทิงที่อายุมาก เปรียบกับคนก็คงจะ อายุ 70-80 ออกลูกออกหลาน กระทิงในฮาลา สืบต่อรุ่น คงจะหลายตัวแล้ว ผมเองเห็นแม่มะลิ มาหลายปี จนปีหลัง แม่มะลิ ตามฝูงไม่ทัน ก็โดนทิ้งจากฝูง เป็นห่วงเพราะผอมลงมาก ดูก็ไม่ค่อยมีแรง จนสุดท้ายก็มาพบติดหล่มโคลน เพราะจะลงไปกินน้ำ   ตั้งแต่เข้าวันนี้ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่มาช่วยกันอย่างเต็มที่ แต่ในที่สุดก็ กระทิงก็ตายไปด้วยความสงบ เมื่อ เวลา 13.04 น. หลังจากกระทิงตาย ก็ได้มี จนท.อุทยาน ก็มาตัดหัวแม่มะลิกลับไป เพื่อ ประดับประดา สำนักงาน เราขอร้อง จนท.ก็ไม่เป็นผล ... ทุกคนที่มาช่วยกระทิง ตั้งแต่เช้า จะมีความรู้สึกในใจอย่างไร หลายเสียงบอกว่า อย่าตัดเลย ฝังมันทั้งหัวเถอะ ก็ไม่มีผล ผมเองมีความรู้สึกหดหู่ใจ ทำไมหนอ..? ทำไมเขาต้องตัดหัวกระทิงกลับไป ผมโง่ๆด้วย ใครทราบช่วยตอบผมทีครับ..   R.I.P. กระทิงแม่มะลิ ฮาลา...   (มีหลายคนแจ้งว่า เป็นการตัดศีรษะไปเพื่อกันมิจฉาชีพมาขุดเอาหัวกระทิงไปขายในตลาดมืด แต่ไงน่าจะอธิบายกลุ่มอาสา และคนที่ช่วยกัน เขาทุ่มเทกันแทบตาย เจอแบบนี้มันปวดหัวใจ ยังไงรอฟังคำเจ้าหน้าที่อีกทีจ้า)"     ล่าสุด นายสรรเสริญ เทพโอสถ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าอุทยานแห่งชาติบางลาง ได้ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของอุทยานได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยสาเหตุที่ต้องตัดหัวกระทิงเป็นเพราะต้องป้องกันโรคระบาดและป้องกันผู้ไม่หวังดีไม่ให้มาลักขโมยไปเนื่องจากหัวกระทิงมีมูลค่าสูง นอกจากนี้หัวกระทิงที่ถูกตัดมานั้นยังเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาอีกด้วย                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/IKQLlm3NJDM

 5,818
แชร์ออฟเดอะเดย์
30 ก.ค. 60

น้ำลดไส้เดือนโผล่! ชาวเน็ตโพสต์ภาพกองทัพไส้เดือนดินเกลื่อนถนน หลังน้ำท่วมสกลฯ

เพจเฟซบุ๊ก มหัศจรรย์สกลนคร โพสต์ภาพเรียกเสียงฮือฮา หลังพบกองทัพไส้เดือนดินจำนวนมหาศาลโผล่หนีน้ำท่วมขึ้นมาอยู่เกลื่อนผิวถนนในพื้นที่บ้านท่าก้อน อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร                        ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/nclqHiTG0qI

 23,077
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 ก.ค. 60

นศ.สาวในคลิปวงจรปิดเดินตกท่อ ชี้จุดเกิดเหตุพบฝาชำรุด-สนิมเขรอะ จี้เร่งแก้ไข

เฟซบุ๊ก “Jason R. Hofer” โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพขณะ น.ส.กัณฐกรณ์ อินทรประสิทธิ์ นักศึกษา ม.กรุงเทพ ชั้นปีที่ 1 วัย 18 ปี เดินตกท่อระบายน้ำที่ฝาปิดชำรุด บริเวณซอยพหลโยธิน 87 ทางเข้ามหาวิทยาลัยรังสิต ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ทำให้ขาซ้ายได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกประมาณ 15 ซม.     ด้านผู้บาดเจ็บเล่าว่า จากการตรวจสอบพบว่าฝาท่อระบายน้ำชำรุดและเป็นสนิมหลายอัน โดยวันเกิดเหตุตนไม่ได้สังเกตว่าฝาท่อระบายน้ำชำรุด จึงเดินตกลงไป พอตั้งสติได้ก็โทรหาเพื่อนให้มาช่วยนำส่งโรงพยาบาล เพราะเพิ่งเคยมาที่ซอยนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งภายหลังที่โพสต์ภาพไป ก็ได้รับการติดต่อจาก นายณรงค์ อู่ทรัพย์ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองคูคต ที่เข้ามาช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาล และบอกว่าเวลานี้ทางเทศบาลเมืองคูคต ได้รองบประมาณเพื่อนำมาซ่อมแซมฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่                   ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/Z2AxfDuuLSg

 6,048
แชร์ออฟเดอะเดย์
29 ก.ค. 60

บล็อกเกอร์สาวอัดคลิปแฉ น้องสาวถูกดีเจเน็ตไอดอลใช้แก้วทุบหน้าเละ - คู่กรณีโต้รอฟังความจริงอีกด้าน

https://youtu.be/tM-EYKc4eJ8ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น! เอิ๊ก บิวตี้บล็อกเกอร์สาว อัดคลิปแฉผ่านเฟซบุ๊ก Erk-Erk หลังน้องสาวถูกดีเจเน็ตไอดอลชื่อดังเข้ามาหาเรื่องก่อนจะใช้แก้วทุบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนเลือดไหลอาบทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แพทย์ต้องเย็บเกือบ 100 เข็ม และทำให้เป็นแผลเสียโฉมตลอดชีวิต โดยหลังจากเกิดเหตุก็ไม่มีคำขอโทษใดๆ จากอีกฝ่าย มีแค่ฝากคนมาบอกว่า "มีเงิน อยากเรียกเท่าไรก็เรียกมา ครอบครัวเขาคนจริง"     สำหรับข้อความในเฟซบุ๊กของบิวตี้บล็อกเกอร์สาวระบุว่า   "น้องสาวเอิ๊กถูกทำร้ายเย็บ2รอบที่ใบหน้าเกือบ 100 เข็ม เสียโฉมไปตลอดชีวิต ! จากดีเจอ้อนน้อยเน็ตไอดอลทอม ตั้งใจทุบแก้วเข้าใบหน้าเต็มแรง   มีผู้เกี่ยวข้องขู่อีกสองคน ขู่ทำร้าย และ หาเรื่องก่อนลงมือ ไม่มีคำว่าขอโทษใดๆ ฝากแค่คนมาบอกวันเกิดเรื่อง “ มีเงินพอ อยากได้เท่าไหร่ก็เรียกมา “ “ ครอบครัวเอาจริง ถ้าตีตีเลย“ “ อยากให้ไปโรงพักบอกพร้อมสารภาพ “ แต่ไม่เคยติดต่อมาด้วยทั้งที่รู้จะกัน”   เอิ๊กอดทนมาตลอด 6 วันด้วยความทุกข์ทรมาน จนวันนี้เมื่อรู้ว่ากฎหมายมีระยะเวลารอคอยที่ยาวนานของมัน มีช่องว่างมากมาย ไม่อาจทนได้อีกต่อไปกับสิ่งที่น้องสาวเรา ต้องถูกกระทำ พี่สาวคนนึงขอออกมาทำเพื่อน้องสาว ที่ตัวเองรักดังดวงใจ และ สู้อย่างถึงที่สุดให้ทุกคนได้รู้ว่า คนที่บอกว่าตัวเองมีอิทธิพลใช้กำลังรุนแรงจนเกิดอันตราย กับคนที่เรารักแล้วออกไปมีความสุขมัน ใช่สิ่งที่สังคมที่ควรจะเป็นใช่หรือเปล่า ?! เขาปะปนกับผู้คนโดยไม่มีใครรู้ ว่าวันก่อนเขาได้ทำร้ายใครซักคนมา และ อาจจะเกิดขึ้นต่อๆไปกับคนที่คุณรักอีกคนรึเปล่า !   วันที่ 23 กค. วันอาทิตย์ เอิ๊กทำงานที่บ้านเสร็จตอนตี 4 น้องโทรมาด้วยเสียงเครือบอกว่าโดนตีหัว   ได้ยินตอนแรกเย็บ 19 เข็ม !!!! เราตกใจมาก   เกิดอะไร รีบขับรถออกไป แล้วโทรถามอีกทีเรื่องเกิดที่ไหน เกิดข้างสถานที่เที่ยวแห่งหนึ่งที่เป็นเวลาปิดแล้ว กำลังจะกลับบ้าน ได้ยินแบบนั้น เราว่าน้องก่อนอันดับแรกเลย บอกแล้วใช่ไหม เนี่ยเป็นความผิดของเราส่วนหนึ่ง ออกไปเที่ยวไหนกลางคืนมันอาจจะสุ่มเสี่ยงได้ตลอด บอกตลอดทำไมไม่เชื่อ น้องบอกมี2คนมาหาเรื่อง แล้วอยู่ๆก็ตีมา กำลังจะกลับบ้าน ไม่ได้ทำอะไรผิด สาบานได้ เดี๋ยวรีบไป ขอให้ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว แผลที่หัวเดี๋ยวรักษากันได้ ก็พยายามคิดดีๆตอนขับรถไป   พอเห็นหน้าจริง น้องถูกเย็บแผล และ มีผ้าก๊อตปิดเต็มหน้าด้านบนทั้งหมด ตาช้ำม่วงจะปิด 1 ข้างมีห้อเลือดที่เปลือกตา ช็อคมาก ! จนบอกความจริง ว่าโดนแก้วตีหน้ามา เย็บทั้งหมด 49 เข็ม !!! หัวใจคนเป็นพี่สาวแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ในหัวตอนนั้นรู้สึกได้เลยว่าใจมันรู้สึกเจ็บมากๆ หัวใจสั่น ตัวสั่นเหมือนจะทะลุออกมา พยายามตั้งสติอยากทำอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด รู้สึกเจ็บมากที่ช่วยน้องไม่ได้ ไม่มีโอกาสได้ปกป้องน้องตรงนั้น รู้เลยเวลาหัวใจคนที่มันแหลกสลายเป็นยังไง คนที่เห็นคนที่ตัวเองรักเจ็บปวดจนเราอยากเจ็บแทนมันเป็นยังไง เราทำงานด้านนี้ เรารู้ว่า นอกจากความสาหัสที่เขาเจอ เขาจะต้องอยู่แบบตายทั้งเป็นกับแผลเป็นบนหน้าไปตลอดชีวิต ถึงแม้ศัลยกรรมแผลก็ไม่มีวันทำให้ผิวหนังบนหน้า กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม มันลึก มันฉีก หลายจุด ในขณะนั้นยังไม่เห็นแผลที่เย็บ   พยายามคิดบวก ซึ่งมันโคตรยาก ยอมรับเลย อย่างน้อยเขายังรอดชีวิตกลับมา เรายังมีโอกาสเห็นเขา อย่างน้อยเขาหลับตาทัน เขาจึงไม่ต้องลูกกระตาแตกเหมือนที่หมอบอก อย่างน้อยอวัยวะยังครบทุกชิ้น เอิ๊กตั้งสติได้ เอิ๊กก็รีบไปโรงพัก คุณตำรวจดีปลอบใจให้ใจเย็นๆ เขียนคำร้อง ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน ไม่ต้องรีบถ้าเรารู้ตัวคน รักษาจิตใจน้อง รักษาตัวน้องก่อนให้หาย ห่วงน้องก่อน ยังไงต้องรอน้องเป็นคนเจ็บหายแล้วมาแจ้งความเองจะรับเข้าคดี จึงรีบกลับมาดูน้อง ไม่กล้าย้ายห้องน้องไปห้องเดี่ยว น้องถูกขู่มา กลัวถูกทำร้ายเวลาที่ละสายตา บ้านเราเป็นคนธรรมดา ไม่รู้จักผู้มีอิทธิพล เราและน้องไม่เคยมีเรื่องกับใคร   ผู้เกี่ยวข้องอีกฝ่ายมีหลายคน หนึ่งคนข่มขู่ตลอดเวลา หนึ่งคนเดินมาหาเรื่อง แต่คนทุบแก้วเข้าที่หน้าก็คือดีเจอ้อนน้อยเพียงคนเดียว ..   [ 2 คนนี้รู้จักกันมานานแล้ว ]         สอบถามน้องสาว และ พยานเอกที่อยู่ในเหตุการณ์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซอกข้างๆสถานบันเทิงแห่งนึงย่านทาวน์อินทาวน์ซึ่งอยู่ในเวลาปิดร้านแล้ว ขณะที่น้องกำลังจะกลับบ้าน นั่งรอเพื่อนๆของตัวเอง กับ น้องผู้หญิงคนนึงข้างๆร้าน ก็มีผู้หญิงคนนึงเป็นเพื่อนสนิทกับดีเจอ้อนน้อยเดินมาคู่กัน (ตอนนี้ทราบชื่อผู้เกี่ยวข้องครบทุกคนแล้ว)   เดินมาหาโดยตั้งใจ คนที่เอ่ยทักทายก่อนคือผู้หญิงคนนึงที่เป็นเพื่อนสนิทกับดีเจอ้อนน้อย ทั้งที่ไม่รู้จักกับน้องสาวมาก่อน โดยดีเจอ้อนน้อยยืนอยู่ข้างๆ   ผู้หญิงคนนี้เดินเข้ามาลูบหน้าทักทายน้องสาว ทำนองว่า “เราเคยรู้จักกันมาก่อนไหม ?” แล้วน้องสาวเลยตอบไปว่า “รู้จัก ถามพี่อ้อนดูสิ พร้อมมองไปที่ดีเจอ้อนน้อย” ดีเจอ้อนน้อยตอบว่า “ ไม่รู้จัก “ แล้วผู้หญิงคนนี้ก็ถามซ้ำน้องสาวซ้ำอีกว่า “เราเคยรู้จักกันมาก่อนไหม ?” น้องสาวเลยตอบไปอีกทีว่า “รู้จัก ถามพี่อ้อนดูสิ ” ดีเจอ้อนน้อยตอบอีกครั้งว่า “ ไม่รู้จัก !! “ ผู้หญิงคนนี้ก็ถามอีกครั้งว่า “ เราเคยรู้จักกันไหม ? “ น้องสาวจึงตอบรอบที่สามอีกครั้งว่า “รู้จัก “ ในขณะนั้นดีเจอ้อนน้อยซึ่งสูง 170 ซม ก็เอาแก้วที่ถือในมือข้างขวาที่ถนัด ตั้งใจทุบเข้ามาที่จุดศูนย์กลางบนใบหน้าหน้าน้องสาวอย่างเต็มแรง ในขณะที่น้องกำลังนั่งอยู่ต่ำกว่า จนแก้วแตกคาหน้าเลือดค่อยๆไหลอาบตั้งแต่หัวจรดเท้า และ แก้วก็ได้บาดมือดีเจอ้อนน้อยเช่นกัน   น้องสาว กำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเห็นเลือด และ เพื่อนที่เห็นเหตุการณ์จึง รีบให้คนพยุงขึ้นแท็กซี่ไป แล้วน้องสาวก็ได้รถนั่งรถไปโรงพยายาลทันที   พยานคนที่สอง เห็นดีเจอ้อนน้อย เดินกลับเข้าไปในสถานที่เที่ยวแห่งนั้น มีเลือดหยดอยู่ในมือ และ อีกคนโวยวายตกใจ   บอกว่าบอกแล้วอย่าตีให้โดนตรงกลาง ให้ตีแฉลบๆ แล้วก็มีคนถามว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้ยินดีเจคนนี้พูดออกมาจากปากว่า ตีน้องสาวของเอิ๊ก แล้วเขาก็คุยกับกลุ่มของเขาหัวเราะกัน ภายในกลุ่มก็มีคนนึงบอกอย่าตีตรงกลาง ให้ตีเฉียงๆ ครอบครัวคนจริง ตีตีเลย ซึ่งก่อนหน้ามีขู่มารอบนึงแล้ว ว่าระวังมีเรื่อง ซึ่งน้องสาวเอิ๊กคิดว่าพูดเล่นหยอกเล่นๆ   ในขณะเดียวกัน เมื่อเพื่อนที่เหลือที่รออยู่พอทราบจึงขับรถตามมา ถึงโรงพยาบาลจึงรู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ ดวงตา ดั้งจมูก กระดูกโหนกแก้ม แก้ม หน้าผาก คิ้ว มีแผลลึก ฉีกขาดหลายส่วน   เศษแก้วละเอียดฝังอยู่บนใบหน้าหลายจุด กระจกแก้วตาข้างซ้ายถลอกเป็นแผลขนาดใหญ่ “ ทำให้ตามัว มองไม่ชัด น้ำตาไหลข้างเดียวตลอดเวลา คุณหมอบอกโชคดีมากที่หลับตา เพราะไม่อย่างนั้นลูกกระตาแตกแน่นอน ส่งผลต่อการถาเห็นแบบถาวรได้ ทำให้มีแผลเย็บทั้งหน้าส่วนบนบริเวณ 49 เข็ม   แต่สิ่งที่ได้รู้ อีกฝ่ายทั้งที่รู้จักกันมานาน ฝากแค่คนมาบอกว่า   “ มีเงินพอ อยากได้เท่าไหร่ก็เรียกมา “   “ อยากให้ไปโรงพักบอกพร้อมสารภาพ “   ซึ่งเราไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงจะรับสารภาพได้ง่ายๆขนาดนี้   [ จนได้ยินพยานคนนึงเล่าว่าพวกเขาทำแบบนี้ มาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีใครกล้าเอาเรื่อง ไม่รู้มีอีกมากแค่ไหนที่เขาโดนแล้วไม่ได้สู้ ]   ตำรวจแนะนำใจเย็น รอน้องหายเราจะเรียกเขามาสอบ เพราะเรารู้ตัวคนหาไม่ยากประวัติในออนไลน์ก็มี   หลายวันที่ต้องทนเงียบแล้วตั้งใจรวบรวมข้อมูลหลักฐาน รอเวลาที่น้องหายแล้วจะพาน้องไปแจ้งความ ทรมานมากตั้งสติตลอดพยายามอย่างมากลากตัวเองไปทำชีวิตให้ดี อย่าให้มันพังทั้งครอบครัว เราและน้องมีครอบครัวหลายคนต้องดูแล เราล้มไม่ได้ ใจนึก อยากทำแบบเดียวกันให้รู้สึก แต่เราทำไม่ได้ ใจของเรารู้ว่า   “ทุกคนมีคนที่เขารักรอเขาอยู่ที่บ้าน และ มันจะเจ็บหัวใจเขามากแค่ไหน ถ้าเขาต้องรู้ว่าคนที่เขารักถูกทำร้ายให้เสียใจ เจ็บตัว เสียโฉม หรือ แม้แต่เสียชีวิต”   ในขณะที่ครอบครัวของเรา ทุกคนเสียใจมาก ทุกข์ และ เศร้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวินาที อีกฝ่ายใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆวัน กลุ่มคนๆกลุ่มนึง ที่ทำตัวเหมือนคนอื่นไม่ได้เป็นคน และ ใช้อิทธิพลทางชื่อเสียงที่มีมากกว่า มีพวกมากกว่า มีกำลังมากกว่า กดคนอื่นทั้งคำพูด การกระทำให้เหมือนเป็นแค่ชิ้นเนื้อที่ไม่มีชีวิต และ การใช้ความรุนแรงให้ผู้อื่นได้รับอันตรายจนเสียหายต่อสภาพร่างกาย จิตใจที่เขาถือเป็นเรื่องปกติ   เราพยายามทำใจอยู่จนวันที่ขอให้พยาบาลเปิดแผลให้ดู วันที่ 3 ทุกจุดบนหน้าเป็นการ “เย็บแบบตะขาบทุกจุด” นาทีนั้น เหมือนหัวใจถูกหยิบมาขยี้ซ้ำด้วยเท้าคนทำอีกครั้ง   เอิ๊กรีบติดต่อคุณหมอผู้มีพระคุณที่รู้จัก   คุณหมอบอกว่าการเย็บแผล ไม่ใช่จากศัลยแพทย์ อาจทำให้คนไข้ มีแผลลักษณะ suture marks แผลเป็นตะขาบขนาดใหญ่บนใบหน้า ควรแก้ไขภายใน 3-5 วันก่อนมันจะแก้ยากเป็นตะขาบหนาหนักกว่านี้ ( เนื่องจากเข้ารพ. ตอนเวลาฉุกเฉิน จึงไม่ได้พบศัลยแพทย์ให้เย็บตั้งแต่แรกโดยตรง เข้าใจแพทย์ที่เย็บ ก็ทำอย่างดีที่สุดในตอนนั้น ) น้องเอิ๊กเป็นคีลอยด์ง่าย มันต้องเป็นฝันร้ายมากกว่าเดิมแน่นอน จึงขอร้องหมอโปรดช่วยน้องหนูด้วย น้องหนูไม่ได้ทำอะไรผิด คุณหมอกรุณามาก จึงได้ทำนัดอย่างเร่งด่วนเพื่อเปลี่ยนโรงพยาบาล เข้ารับการผ่าตัดแต่งแผล รื้อ และ เย็บใหม่ซ้ำอีกครั้ง และสุดท้ายพอเราได้คุยกับคนที่ทราบกฎหมายเชี่ยวชาญเรื่องนี้ เราก็พอจะได้เห็นโอกาสในการผ่อนปรน ถึงแม้ว่าโทษมีสิทธิได้รับจริง แต่การผ่อนผันที่ต้องเกิดขึ้น อาจทำให้คนที่ทำผิดขนาดนี้ไม่ได้รับโทษอย่างที่ควรจะเป็น เราถึงเข้าใจในข้อความแรกที่เค้าฝากคนมาบอกน้องเรา ตำรวจเรียกก็ให้เรียกมา   วินาทีนั้น ทำให้เรารู้ว่า เราตัน เราไม่มีที่ไปเลย .. มาอยู่จุดนี้ถึงเข้าใจคนไทยหลายคนที่ต้องรับสภาพ ในการที่คนในครอบครัวที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่มีการบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัสหรือแม้แต่การสูญเสีย คนในครอบครัวอย่างปัจจุบันทันด่วน หลายกรณีที่เรียกร้องกันยาวนานหลายปี และ หลายคนก็ยังเรียกร้องอะไรไม่ได้เลย ..   คุณหมอได้ให้ข้อคิด คุณทำยังไงก็ได้ให้แผลคุณออกมาดีที่สุดดีกว่า ตอนนั้นฉุกคิดได้อย่างเดียว โฟกัสในสิ่งที่เรามี พยายามเยียวยาจิตใจน้อง และบรรเทาแผลให้ดีที่สุดเท่าที่พี่สาวคนนึงจะหาทางให้เขาได้   ผลการผ่าตัดแผล รื้อและเย็บใหม่ ครั้งที่2 อีกเกินกว่า 50 เข็ม รวมแล้วเหยียบ 100 เข็ม ผลการผ่าตัดอาจาร์ยหมอบอกว่า “ ยังมีเศษแก้วจำนวนนึงอยู่ในหน้า กล้ามเนื้อใบหน้าบางส่วนฉีกขาดยังไม่ได้เย็บซ่อมแซม และบาดแผลตรงบริเวณจมูกลึกถึงซิลิโคนจมูก และกระดูกจมูกและกระดูกขอบเบ้าตาส่วนบนบางส่วน มีเนื้อเยื่อตายบางส่วน โชคดีของเราที่พาน้องมาพบอาจารย์ศัลยกรรม จากโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งทัน ซึ่งเราเลือกศัลยแพทย์เฉพาะทางสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งโดยเฉพาะ หมอได้บอกว่า คนไข้ลักษณะนี้ ที่บาดแผลฉีกขาดจากอุบัติเหตุ มีโอกาสที่เนื้อเยื่อช้ำ บาดเจ็บถึงเส้นเลือดเส้นประสาท กระดูก และ บ่อยครั้งมีสิ่งแปลกปลอมยังค้างอยู่ในบาดแผล และ ยิ่งบาดแผลบริเวณใบหน้า การเย็บซ่อมไม่ควรให้มีความตึง ดึงรั้งและเนื้อเยื่อช้ำ จึงจำเป็นต้องล้าง เย็บซ่อมทีละชั้น และ อาจต้องตัดตกแต่งแผลด้วย “   สงสารน้องมาก ตั้งแต่วันเกิดเรื่อง ก็ไม่เคยกล้าดูแผลในกระจก ยังรับไม่ได้ อาย ไม่ให้ใครมาเยี่ยม “ อย่าให้เขาดูกระจก ขอไม่ดู เขาทำใจไม่ได้ “ ได้แต่ร้องไห้จนตาบวมทุกวัน จากน้องที่เคยขี้แยง่ายๆ ในทุกครั้งที่พี่ไปเยี่ยมเข้มแข็งต่อหน้าพี่มาก จนได้รู้จากครอบครัวว่าร้องไห้หนักมากตลอดเวลาที่เอิ๊กไปทำหน้าที่ตัวเองอยู่   พอรู้ว่ามีแก้ว ยังอยู่หลายจุด แผลเย็บไม่สนิท เนื้อเยื้อตายหลายส่วนตอนนั้นรู้ทันทีเลยว่า เราจะออกมาปกป้องน้องในแบบวิธีของเราให้เต็มที่ที่สุด เดิมพันทั้งใจและทุกอย่างในชีวิตที่เรามี คนไม่ได้ผิด ทำไมต้องอาย กลัว และหนีไปตลอดชีวิต !   เราขอร้องน้อง เราอยากถามหาความยุติธรรม ในเมื่อฝ่ายเราไม่ได้หาเรื่องใครก่อน และ อยากโพสเตือนทุกคน ต้องบอกทุกคนที่เรารู้จักให้รู้ ให้เป็นอุทาหรณ์ เป็นการอุทิศตนในกรณีตัวอย่างที่เราต้องเจอ น้องสาวบอกไม่เป็นไร ให้ตัวเขาเป็น ไม่ใช่คนในครอบครัวเป็น เขาโอเค เขาไม่อยากให้ครอบครัวเราต้องเดือดร้อน และ เขากลัว (ขู่มาทำร้าย) เขาอายหน้าจากเพื่อนทุกคน คนเราถ้าจนตรอกมีอยู่ 2 ทาง ไม่สู้ก็ตาย (ทั้งเป็น) ให้พี่ได้ทำหน้าที่นี้ ไม่งั้นพี่จะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต ..   วันที่ 5 เอิ๊กเพิ่งกล้าดูรูป ดูคลิปคนที่ทำร้ายน้องเอิ๊ก ว่าเขาต้องเป็นยังไงเหรอ ใจเขาต้องเป็นแบบไหน เขาถึงมอบความรุนแรงฝังใจให้ครอบครัวนึงได้ถึงเพียงนี้ จากหนึ่งคลิปสัมภาษณ์ดีเจอ้อนน้อยเนตไอดอลพศ.นี้ ..   คุณอายุ 38 ปี เป็นโปรดิวซ์เซอร์รายการ เป็นดีเจ เป็นเนตไอดอลมีแฟนคลับมากมาย " น้องเรา 26 ต่างกัน 12 ปี โนเนมไม่มีใครรู้จัก พนักงานธรรมดา ไม่มีอิทธิพลลูกคนธรรมดามันไม่มีวิธีการที่ดีกว่านี้เหรอ ? "   คุณชอบการเป็นดีเจ เพราะชอบพบปะผู้คนมากมาย " น้องเราก็ชอบ แต่จากนี้ เขาอาจจะไม่กล้าใช้ชีวิตแบบเดิม คุณไม่คิดถึงใจคนอื่นบ้างเลยเหรอ ว่าคนๆนึงถ้าไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก เขาก็ไม่ได้ต่างจากตายทั้งเป็น ? "   คุณบอกคุณไม่ดื่มแอลกอฮอล์เวลาเป็นดีเจ " แสดงว่าคุณมีสติครบ 100% ที่จะตั้งใจทำถูกไหม ? "   คนบอกว่าคนรักคุณเยอะขนาดนี้ แฟนคลับเยอะ น้องสาวเราเป็นคนโนเนมธรรมดา หน้าตาธรรมดา ไม่มีแฟนคลับ " คนที่มีคนรักเยอะขนาดนี้แบบคุณ ต้องเลือกทางเดินแบบนี้ทุกคนเหรอ ? "   ครอบครัวคุณเป็นครอบครัวอบอุ่น มีความรักทุกอณูชีวิต " แต่คุณทำแบบนี้กับคนในครอบครัวคนอื่น คุณคิดไหม เขาและคนในครอบครัวเขาจะเป็นยังไงต่อจากนี้ ? "   คุณบอกว่าครอบครัวคุณรู้ว่าคุณเป็นคนรักดี รู้ว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี "ถ้าเป็นทอมแล้ว ก็ต้องเป็นทอมที่ดี อันนี้ใช่ตัวอย่างการเป็นทอมที่ดีจริงๆในโลกนี้จริงๆใช่ไหม ?"   คุณบอกทุกคนเห็นคุณเป็นตัวอย่างที่ดี สุภาพ ไม่เคยทำใครก่อน "นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ความสุภาพของคุณ ?"   คุณให้ค่ากับสิ่งที่มีค่าในตัวคุณเองอย่างรูปลักษณ์มาก " เหตุผลคุณคือคู่แข่งเยอะ คุณรักตัวเองเป็น คุณรักหน้าคุณ เพราะคุณคิดว่ามันมีค่าที่สุดในชีวิต คุณเลยทำลายหน้าคนอื่น เพราะคุณคิดว่าเขาจะได้เสียคุณค่าไปทั้งชีวิต ? "   คุณเป็นนักกีฬาบาสที่เก่งมากจนได้เรียนฟรี "แรงมือคุณเยอะมาก คุณจึงเลือกใช้วิธีนี้แค่เปลี่ยนเป็นแก้วของแข็ง ทุบกระแทกเข้าศูนย์กลางใบหน้าคนอื่น ทั้งที่รู้ว่ามันคือระบบการมองเห็น ระบบการหายใจ และ ระบบสมองส่วนหน้า เพื่อหวังให้เกิดอันตรายโดยตรงเลยใช่ไหม ?"   คุณเป็นคนสำคัญในการทำงานของคุณหลายตำแหน่ง ครีเอทีฟ ข้อมูล โปรดิวซ์ ดีเจ แล้วคุณไม่คิดบ้างเหรอ "น้องเราก็เป็นพนักงานหนึ่งคนที่มีความสำคัญในงานเค้าเช่นกัน ในขณะที่คุณทำงานมีเงินไหลเข้าออกตลอด น้องเราต้องรักษาตัว ไม่มีเงิน จะให้พ่อแม่เพื่อแสดงความกตัญญูอย่างที่ตั้งใจ คุณจะเข้าใจความรู้สึกนี้บ้างไหม ?"   “ คุณบอกคุณอยากปกป้องพี่สาวคุณ ถ้าคุณเจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน คุณอยากให้คนทำรับผิดชอบยังไง ? “   " สังคมจะเป็นแบบไหน ถ้าวันนึงคุณทำแบบนี้กับใครก็ได้ แล้วคุณก็เดินออกไปมีชีวิตที่ปกติสุขเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "   คุณไม่ได้แค่ทำร้ายแค่ร่างกายเขา หน้าเขา ทำลายชีวิตเขา แต่คุณทำลายชีวิตทุกคนในครอบครัว และ คนที่รักเขาทั้งหมด"       ล่าสุดเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้โพสต์ข้อความแชทของฝั่งดีเจที่ระบุว่า อย่าฟังความข้างเดียว ให้รอฟังอีกด้าน แล้วรบกวนช่วยแชร์คลิปด้วย                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/tM-EYKc4eJ8

 7,696
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ค. 60

สาวนั่งจยย.ซ้อน3 โวยโดนตร.ตั้งด่านตีแขนเหวอะเลือดอาบ

แม่ลูกสามโวยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง ที่ตั้งด่านตรวจแอลกอฮอลล์ บนถนนรถไฟสายเก่า บริเวณสะพานข้ามคลองพระโขนง ใช้วัตถุที่มีลักษณะแข็งตีที่แขนซ้ายจนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชนิน วัชรปราณีกูล ผกก.สน.พระโขนง เพื่อขอความเป็นธรรมแล้ว   ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. คืนเกิดเหตุ ตนและเพื่อนได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาด้วยกัน 3 คน เมื่อขับมาถึงช่วงสะพานข้ามคลองพระโขนง เพื่อนที่เป็นคนขับสังเกตเห็นด่านตรวจของตำรวจ จึงวนรถกลับมา ตอนนั้นตนกำลังแชทไลน์คุยกับเพื่อนๆ ก็มีตำรวจกระโจนออกมาแล้วใช้วัตถุลักษณะแข็งๆ ตีที่แขนซ้ายจนเลือดไหลอาบ จึงให้เพื่อนวนรถกลับเพื่อจะมาให้ตำรวจรับผิดชอบ แต่ก็พบว่าตำรวจได้ยกเลิกตั้งด่านแล้ว ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะเดินทางเข้าแจ้งความที่สน.พระโขนง แต่กลับถูกปฎิเสธ    ด้าน พ.ต.อ.ชนิน ระบุว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบและให้รายงานมาให้ตนทราบแล้ว ซึ่งในขณะเกิดเหตุผู้เสียหายเองก็ไม่สามารถจำหน้าคนที่ตีได้ เพียงแต่เห็นว่าแต่งกายชุดตำรวจ ซึ่งต้องขอเวลาให้มีการตรวจสอบที่ชัดเจนก่อน                         ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/2Pg2q48Znu8

 9,748
แชร์ออฟเดอะเดย์
23 ก.ค. 60

แพทย์แจง 'น้องนิว' ป่วยโรครุนแรงพบแค่ 5 ใน 1 ล้าน ยันช่วยเต็มที่แล้ว หลังชาวเน็ตจวกปล่อยให้รอจนตาย

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Nu-sajee Kornrawee” ได้โพสต์คลิปและข้อความ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี หลังน้องชายปวดท้องอย่างรุนแรงแต่ต้องรอหาหมอนานมากจนช็อกและเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบในเวลาต่อมาทราบชื่อเด็กชายที่เสียชีวิต คือ น้องนิว อายุ 15 ปี ภายหลังเสียชีวิตญาติได้นำศพประกอบพิธีทางศาสนา ณ วัดชะอำคีรี อ.ชะอำ    ด้านพี่สาวซึ่งเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวเปิดเผยว่า อยากให้เรื่องของน้องชายเป็นอุทาหรณ์ เพราะไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบเดียวกันอีก    ล่าสุด นพ.ประจักษ์ วัฒนะกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี และนพ.สาธิต รัตนศรีทอง ผอ.รพ.พระจอมเกล้าจังหวัดเพชรบุรี ได้เปิดแถลงข่าวขี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น    นพ.สาธิต ระบุว่า ผู้ป่วยถูกส่งตัวมาจากรพ.ชะอำ ถึง รพ.พระจอมเกล้าฯ เวลา 13.30 น. เข้าตรวจที่แผนกอายุรกรรม ต่อมาเวลา 14.04 น. แพทย์ส่งไปเอกซเรย์ในเวลา 14.30 น. ได้ฟิล์มส่งให้แพทย์วินิจฉัย ระหว่างรอผลเด็กเป็นลมหมอทำการเจาะเลือด ปฐมพยาบาล เวลา 14.45 น. จึงส่งมายังห้องฉุกเฉิน โดยเด็กมีอาการความดันตก แพทย์ตรวจให้น้ำเกลือเจาะเลือดจากนั้น เข้าทำซีทีสแกนตรวจคลื่นหัวใจ และทำซีทีสแกนซ้ำ เนื่องจากมีอาการผิดปกติ   เบื้องต้นแพทย์สงสัยเป็นเส้นเลือดใหญ่โป่งพองในช่วงอก ซึ่งเกินกว่าระดับการรักษาของ รพ.พระจอมเกล้า จึงประสานเตรียมส่งตัวไปรักษาต่อ แต่ปรากฏผู้ป่วยเริ่มกระสับกระส่าย ชีพจรหยุดเต้น แพทย์ปั๊มหัวใจและให้เลือด แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ เด็กเสียชีวิตใน 16.38 น. ช่วงห่างของเวลาเป็นช่วงที่รอฟิล์มเอกซเรย์และช่วงแพทย์ต้องวินิจฉัยโรค ยืนยันว่าแพทย์ พยาบาล ทำอย่างเต็มที่แล้ว ขอแสดงความเสียใจกับญาติด้วยความจริงใจ แต่กรณีนี้ผู้ป่วยเป็นโรคที่รุนแรง เกินระดับความสามารถในการรักษาของ รพ.พระจอมเกล้าฯ มาก    ด้าน นพ.ประจักษ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบผู้ป่วยเสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดใหญ่ในทรวงอกแตก ซึ่งโรคดังกล่าวเป็นโรคที่มีความรุนแรงอย่างมาก พบได้น้อย จากสถิติพบผู้ป่วยมีอาการนี้ในอัตรา 5 คนจาก 1,000,000 คน และส่วนใหญ่จะพบได้ในวัย 40-70 ปี สมมุติฐานเบื้องต้นของโรคก็ทำได้ยาก ต้องใช้เครื่องมือซีทีสแกน หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวจึงจะทราบได้   โรคนี้รักษายากในพื้นที่นี้มีเพียงรพ.ศิริราชเพียงแห่งเดียว ที่สำคัญเมื่ออาการกำเริบรุนแรงจะมีเวลาเพียง 3-5 นาที ในการรักษาเท่านั้น ขณะที่แพทย์รพ.จอมเกล้าฯพบผู้ป่วยก็เกิดอาการกำเริบสูงสุดกะทันหันจึงไม่สามารถส่งตัวรักษาได้ทัน   "ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องนิว เราพยายามเต็มที่แล้ว แต่เกินระดับความสามารถของแพทย์ และพยาบาลของโรงพยาบาลจริงๆ ส่วนการเยียวยาจะประชุมกับส่วนที่เกี่ยวข้องว่าจะสามารถดำเนินการได้เช่นไรบ้าง และจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่"    ขณะที่ญาติของผู้ตายเปิดเผยภายหลังแพทย์เปิดแถลงข่าวว่า รู้สึกเศร้าใจกับถ้อยแถลง ยืนยันไม่ติดใจกับการรักษาหรือความรุนแรงของโรค แต่ติดใจขั้นตอนการช่วยเหลือ ย้ำถูกปล่อยให้รอคอยอยู่นานไม่ใช่ได้รับการรักษาแบบทันทีตามที่แพทย์ระบุ    ทั้งนี้พบว่าในเฟซบุ๊ก ‘นิว หัวบ้านชะอำ’ ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของ น้องนิว ได้โพสต์ข้อความสุดท้ายระบุว่า “โรงเรียนก็อยากไป ทำไมป่วยบ่อยจังวะ” ในเวลา 06.47 น. วันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะเสียชีวิตในเวลา 16.30 น.    ขณะที่เพจ Drama-addict ได้โพสต์ภาพให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดแดงโป่งพอง ซึ่งเป็นโรคที่มีความอันตรายถึงแก่ชีวิต               ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/M_77TA9J0Eo

 70,618
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ก.ค. 60

สุดยื้อ! 'พี่เต่าสี่เลน' ถูกรถทับกระดองแตกสิ้นใจตายแล้ว หลังอวัยวะภายในบอบช้ำหนัก

ความคืบหน้าจากกรณี เต่า 4 เลน ถูกรถทับจนกระดองแตกบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะมีคนใจบุญช่วยนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุดเมื่อวานนี้ (21 ก.ค.) เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ – VMARC ก็ได้เผยข่าวร้ายระบุว่า พี่เต่าได้ต่อสู้มาจนถึงที่สุด ทีมสัตวแพทย์ช่วยกันรักษาอย่างเต็มที่ วันนี้พี่เต่าได้จากไปอย่างสงบแล้ว เนื่องจากบาดแผลจากการถูกรถชนสาหัสมาก เต่าถูกกระแทกอย่างรุนแรง กระดองแตก อวัยวะภายในฉีกขาด ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามาค่ะ RIP พี่เต่าสี่เลน 21/07/2560 06:15 น.     ด้านเฟซบุ๊ก Teerapon Tspeed Susilaporn พลเมืองดีที่ช่วยชีวิตเต่า 4 เลน ลได้โพสต์ข้อความระบุว่า “พี่เต่า สู้อย่างเต็มที่แล้วนะครับ วันนี้เขาได้จากพวกเราไปแล้ว ทุกๆคน ช่วยกันอย่างเต็มที่สุดความสามารถกันทุกคน พี่เต่าจากไปแต่ได้ทิ้งบุญกุศล ที่ พี่ๆน้องๆ ทุกๆคน ช่วยกันทำบุญมาให้พี่เต่าได้ช่วยเพื่อนพี่น้องเต่าด้วยกัน ขอให้บุญกุศลตรงนี้นำพาพี่เต่าไปสู่ภพภูมิที่ดีนะครับ ไม่ต้องทนเจ็บแล้วนะครับพี่เต่า เสียใจด้วยนะครับทุกๆคน”               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/sNQTrViQtpo

 1,857
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ก.ค. 60

แบบนี้ก็มีด้วย! ผู้โดยสารโวยโดนแท็กซี่ไล่ลงกลางทาง อ้างปากเหม็น แฉถูกบังคับกินลูกอม

ชาวเน็ตแห่แชร์เรื่องราวจากเฟซบุ๊กของสาวประเภทสองคนหนึ่ง หลังเจ้าตัวเล่าเหตุการณ์เตือนภัยถูกแท็กซี่ไล่รถจากรถ โดยอ้างว่าไม่ยอมกินลูกอม เพราะปากเหม็น      "เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลา 22.15. ตนได้ขึ้นรถแท็กซี่จากสถานีขนส่งหมอชิต ออกมาได้ครู่หนึ่งคนขับรถจอดและแวะซื้อลูกอม พร้อมกับยื่นให้ตน ซึ่งตนก็ปฏิเสธว่า “ไม่เป็นไรค่ะ” แต่คนขับกลับบอกว่า “กลิ่นปากไม่ใช่เรื่องตลก เหม็นมาก เหม็นจนจะอ้วก” โดยแสดงอาการโวยวายอย่างเกินจริง ทั้งที่ขณะนั่งมาในรถนั้นแทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรสักคำ เพียงบอกจุดหมายว่าจะไปลงที่ใดแค่เท่านั้นเอง ทั้งนี้ตนได้นั่งนิ่งเงียบไม่ยอมกินลูกอมตามที่คนขับต้องการ ซึ่งคนขับก็ยังจะบังคับให้ตนกินอยู่เป็นระยะ และพูดกับตนว่า “กินสิครับ!!! ถ้าไม่กินก็ลงรถเปลี่ยนคัน ทนไม่ไหวหรอกจะอ้วก”     “หนูก็งงมากๆ นะตอนนั้น เขาจอดให้หนูลง หนูก็ลงจากรถและยืนตัวสั่นไปหมด แล้วแท็กซี่เขาก็ยังมีหน้าลงจากรถ เพื่อที่จะเดินตามมาขอเบอร์หนู ซึ่งหนูก็ถามว่าจะเอาเบอร์โทรไปทำไม เขาก็โวยวายว่าเหม็นไม่พร้อมอย่ามาขึ้นรถ แล้วก็ขับรถไป คือเรื่องทั้งหมดหนูงงมาก กลัวมาก ฝากไว้เจอทะเบียนนี้อย่าขึ้นนะคะ”       ด้านผู้เสียหายเปิดใจว่า โชเฟอร์พูดโวยวายว่าตนปากเหม็นมากทั้งๆ ที่ตนเองก็ไม่ได้พูดคุยอะไร นอกจากพูดถึงปลายทางเพียงครั้งเดียว และสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมีอารมณ์โมโหที่ตนไม่ยอมกินลูกอม กระทั่งถูกไล่ลงจากรถตามที่โพสต์ในเฟซ     ล่าสุดกรมการขนส่งฯ ได้ลงโทษปรับเงินโชเฟอร์แท็กซี่คนดังกล่าวเป็นจำนวน 1,000 บาท พร้อมกับส่งตัวไปอบรม ฐานที่ละทิ้งผู้โดยสารกลางทาง              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5OTVWrPQ0Cs

 25,865
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ก.ค. 60

ผอ.แจงปมจัดสรรเงินเด็กพิการทีมวีลแชร์แดนซ์แชมป์ tgt4 ยันโปร่งใส จ่อฟ้องหมิ่นเพจดัง

ความคืบหน้ากรณีเพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ เผยเรื่องราวของ นายทัศนัย บุญมี หรือ น้องเต้ อายุ 15 ปี 1 ใน 8 เด็กนักเรียนพิการ แชมป์จากรายการ Thailand's Got Talent Season  ถึงการจัดการเงินรางวัลจำนวน 10 ล้านบาท ที่ทีมวีลแชร์แดนซ์ของเด็กนักเรียนพิการของโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ได้รับ เนื่องจากพบว่ามีการจัดการไม่เหมาะสมโดยจัดสรรให้เด็กนักเรียนในทีม 8 คน เพียงคนละ 5 แสนบาท       ล่าสุด นางพวงทอง ศรีวิลัย ผอ.โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า การจัดสรรเงินรางวัลเป็นไปตามมติของคณะกรรมการ เนื่องจากส่งทีมแข่งขันในนามมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ สาขาโรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่ โดยทางรายการได้มอบเงินรางวัล 10 ล้านบาทให้ทางมูลนิธิเพื่อไม่ต้องหักภาษี เพราะหากมอบให้กับบุคคลเงินรางวัลจะถูกหักภาษีถึง 4.7 ล้านบาท จะเหลือเงิน 5.3 ล้านบาท การมอบให้มูลนิธิทำให้ได้รับเงินเต็มจำนวน      โดยแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกมอบให้เด็กนักเรียนที่เข้าแข่งขัน 8 คน คนละ 5 แสนบาท แต่แบ่งจ่ายปีละ 1 แสนบาท ทุกวันที่ 18 ธันวาคม เพื่อให้ใช้เป็นทุนการศึกษา ส่วนที่ 2 นำเงิน 10 ล้านบาทไปซื้อสลากออมสิน ซึ่งจะได้ดอกเบี้ยร้อยละ 2.7 ต่อปี และกรรมการมูลนิธิกู้เงินออกมา 9.5 ล้านบาท นำเงินเข้ากองทุนสวัสดิการครูและบุคคลากรของภายใต้การดูแลของมูลนิธิ ให้สมาชิกกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 12 ต่อปี จะได้ดอกเบี้ยเงินกู้ราวปีละ 1 ล้านบาท และส่วนที่ 3นำรายได้จากดอกเบี้ยที่เหลือเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนพิการดรงเรียนศรีสังวาลย์ เพื่อใช้พัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ เช่นเดียวกับทีมวีลแชร์แดนซ์ที่ได้รับการส่งเสริมจากกองทุนนี้   โดยยังยืนยันว่า การบริหารเงินในลักษณะนี้จะทำให้เด็กพิการได้ประโยชน์ และเงิน 10 ล้านบาทยังคงอยู่ในรูปของสลากออมสิน และ เตรียมฟ้องหมิ่นประมาทเพจดังกล่าว รวมทั้งผู้ที่โพสต์หรือแชร์ข้อความที่ทำให้โรงเรียนเสียหายด้วย     ด้าน นางบัวทัน บุญมี อายุ 50 ปี และ นางวันนา ทิติดำรงเวทรช์ อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นแม่และป้า ของ น้องเต้  ที่เปิดเป็นร้านขายข้าวแกง 10 บาท อยู่ริมถนน พิษณุโลก – หล่มสัก อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า  ไม่ทราบเรื่องที่มีการนำเรื่องราวของน้องเต้ไปลงในเพจดังกล่าว แต่มีคนโทรมาจากเพจนี้ว่าจะดำเนินเรื่องอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ต้องถามน้องเต้ เพราะเท่าที่ทราบน้องยังตั้งใจอยากกลับเรียนอยู่ แต่ที่ไม่ได้กลับไปเรียนเพราะแผลกดทับที่บริเวณก้นไม่หาย ต้องคอยหมั่นไปรักษาและดูแล แต่หลังจากที่น้องไม่ได้ไปเรียนมา 3 ปี แล้วก็หวั่นว่าเงินที่ได้จากการแข่งขันที่เหลือจะได้ไม่ครบ                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/uRZ90g9JFYM  

 3,170

Top