ค้นหา :

ผลการค้นหา "แชร์ออฟเดอะเดย์"

แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ธ.ค. 60

อ่วม4ข้อหา! แม่ไลฟ์สดนำลูก 3 ขวบร่วมวงมีเซ็กส์ ตร.เร่งสาวตัวคนจ้าง-สมาชิกกลุ่มไลน์ลับ

ความคืบหน้ากรณีสุดหดหู่ กรณีเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก เข้าพบและเชิญตัว นางสาวเอ อายุ 25 ปี แม่ค้าขายครีมออนไลน์ ชาวกรุงเทพ ที่หอพักแห่งหนึ่ง ใจกลางเมืองพิษณุโลก   สืบเนื่องจากนักสืบออนไลน์ช่วยกันพยายามตามหาและแจ้งเบาะแสเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเด็กชายอายุ 3 ขวบ หลังจากถูกแม่พาเข้าไปในไลฟ์สดของตนเองซึ่งกำลังมีเพศสัมพันธ์อยู่กับแฟนหนุ่มสร้างความหดหู่ใจให้แก่ผู้ที่พบเห็นและได้แชร์เรื่องราวส่งให้เพจดัง ช่วยกันตีแผ่เพื่อเร่งการให้ความช่วยเหลือเร็วที่สุด   เบื้องต้นนางสาวเอ ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ว่า เป็นคนในคลิปดังกล่าวจริง เพื่อแลกกับเงินไม่เกิน 400 บาทในแต่ละครั้ง จากการว่าจ้างของผู้ใช้ชื่อในสื่อสังคมออนไลน์ว่า เอ๋ ซึ่งใช้รูปโปรไฟล์เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ติดต่อผ่าน เฟซบุ๊ก พูดคุยเหมือนสนใจสินค้าทั่วไปจนสนิทกันจากนั้นจึงได้ชักชวนให้ไลฟ์สด เข้ากลุ่มลับเฉพาะ ซึ่งมีลูกค้าเป็นผู้ชายจำนวนมาก ที่จะต้องเสียค่าสมาชิกคนละ 1,000 บาท ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาในกลุ่มแล้วจะได้สิทธิ์ชมไลฟ์สดจากหญิงสาวแปลกหน้าทั่วประเทศ ซึ่งระหว่างโชว์ลูกค้าสามารถแจ้งความต้องการให้ผู้ที่โชว์อยู่ทำตามได้ตลอด ซึ่งในกลุ่มลับเฉพาะนี้มีหญิงสาวสวยวัยรุ่น หมุนเวียนเพิ่มเข้ามาโชว์หวิวในลักษณะเดียวกันให้ลูกค้าได้ชมได้พูดคุยกันเป็นจำนวนมาก   ล่าสุด พ.ต.อ.ทรงพล  สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีเพียง 1 คลิป ส่วนพ่อของเด็กอยู่ระหว่างเรียกตัวมาสอบสวน เตรียมขยายผลเอาผิดผู้รับซื้อคลิป รับถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน    ขณะที่เพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ ได้เผยคลิปเสียงของ เอ๋ หญิงสาวที่เป็นคนจ้างแม่เด็กให้ไลฟ์สดและตั้งกลุ่มไลน์ลับ โดยเป็นการออกมาแจ้งข่าวบอกสมาชิกให้เปลี่ยนกลุ่ม เนื่องจากคลิปฉาวดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของสมาชิกบางราย โดยขอความร่วมมือสมาชิกงดพูดถึงกลุ่มเดิม จะได้ไม่มีหลักฐานในการตรวจสอบ         เบื้องต้นแม่เด็กถูกตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา คือ กระทำชำเราผู้อื่น ยุยงส่งเสริมเด็กกระทำความผิด เผยแพร่ลามกอนาจารในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาค้ามนุษย์                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/khvsCAZ4FlU  

 33,672
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ธ.ค. 60

ลูกสาว 'เจ๊ไฝ' ปัดขึ้นราคาอาหารรับคว้าดาวมิชลิน หลังชาวเน็ตแชร์ภาพ 'ไข่เจียวปู' จานละ 1,000 บาท

ความคืบหน้าจากกรณีที่โลกออนไลน์มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ร้าน 'เจ๊ไฝ ประตูผี' ที่เป็นร้านอาหารริมทางของไทย ร้านแรกที่ได้ระดับดาวมิชลิน 1 ดาว ว่า หลังจากได้รับรางวัลแล้ว มีการปรับราคาอาหารเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไข่เจียวปู เมนูเด็ดของทางร้าน จาก 800 บาท ขึ้นไปเป็น 1,000 บาท    โดยเพจ Drama-addict ได้แชร์ลิ้งข่าวเรื่องการปรับราคาไข่เจียวปู พร้อมระบุข้อความว่า ‘พอเป็นข่าวว่าร้านเจ๊แกได้ดาวมิชลิน พ่อจ่าบ่นอยากไปชิม พลาดจริงๆ รู้งี้ไปกินก่อนเจ๊แกได้ดาวดีกว่า ปล. มีคนแจ้งว่า เจ๊แกขึ้นราคาซักระยะละ ไม่ได้ขึ้นหลังได้ดาวมิชลิน’   อีกทั้งยังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพไข่เจียวปู พร้อมเขียนข้อความลงในภาพว่า ‘ราคา 1,000 บาท’ ก่อนจะมีคนเข้ามาคอมเมนต์ว่า ‘ตอนออกรายการทีวีบอกว่าราคา 800 บาทนะ’ คนโพสต์ก็ตอบกลับว่า ‘แต่วันนี้ 1000 บาท’     ล่าสุดเมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) ทีมข่าวเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ลงไปดูที่ ร้านเจ๊ไฝ ประตูผี ริมถนนมหาไชย เพื่อจะสอบถามประเด็นดังกล่าว แต่ เจ๊ไฝ หรือ นางสุภิญญา จันสุตะ ไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ เพราะต้องทำอาหารให้ลูกค้า ทีมข่าวจึงได้พูดคุยกับ นางสาวยุวดี  จันสุตะ หรือ ฝ้าย ลูกสาวของเจ๊ไฝ ยืนยันว่าที่ร้านไม่ได้ขึ้นราคาอาหารทุกเมนู รวมถึง ‘ไข่เจียวปู’    นางสาวยุวดี บอกอีกว่า ไข่เจียวปูราคาอยู่ที่ 800 – 1,000 บาท ตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งจะแตกต่างกันตรงขนาดเนื้อปู ซึ่งปกติแล้วทางร้านก็จะสอบถามลูกค้าก่อนเสมอว่าจะรับราคา 800 หรือ 1000 บาท ส่วนที่มีประเด็นตนคาดว่าน่าจะเป็นเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ไข่เจียวในราคา 800 บาทหมด ทำให้เหลือแต่แบบ 1,000 บาท    ส่วน นายจักพรรดิ สุวรรณธรรมา ลูกค้าที่มาทานอาหารที่ร้านเจ๊ไฝ บอกว่า ตนสั่งไข่เจียว ในราคา 1,000 บาท ซึ่งตนก็มองว่าเนื้อปูที่ให้มาก็คุ้มค่ากับราคา ด้าน นายบุญยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในแง่ของกฎหมาย ถ้ามีการปรับขึ้นราคาจริง แล้วติดป้ายประกาศชัดเจน ประชาชนรับรู้ ถือว่าไม่มีความผิด ส่วนราคาแพงเกินไปหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจลูกค้า ถ้าลูกค้าคิดว่าอาหารไม่เหมาะสมกับราคาก็สามารถร้องเรียนเข้ามาที่กรมการค้าภายในได้                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/NYegylZ5Ri8  

 174,922
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ธ.ค. 60

เพจดังแฉธุรกิจอาหารเสริมหลอกขายฝัน - เหยื่อร่ำไห้เปิดใจสูญเงินนับแสน วอนอยากให้เห็นใจคนหาเช้ากินค่ำ

เพจดัง แหม่มโพธิ์ดำ โพสต์ข้อความจากเหยื่อธุรกิจขายอาหารเสริมลวงโลก แฉถูกหลอกด้วยกลยุทธ์ขายฝันสุดท้ายกลับโดนลอยแพ แฉไม่ได้มีขั้นตอนการขายสินค้าที่เป็นรูปธรรม แต่กลับสอนให้ไปหลอกคนอื่นมาสมัครตัวแทนต่อ   ด้านผู้เสียหายให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ว่า ตนเองสูญเงินไปแสนกว่าบาท การทำงานไม่ได้เป็นรูปธรรมแต่สอนให้ไปหลอกคนอื่น วอนหยุดทำธุรกิจหลอกลวงคนอื่น อยากให้สงสารเห็นใจคนที่หาเช้ากินค่ำที่มาหลงเชื่อ                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/cmS9kFrnkB8

 14,010
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ธ.ค. 60

คืบหน้าสาวแบงก์ตลบหลังแก๊งคอลฯ ตร.เผยยังดำเนินคดีเจ้าของบัญชีไม่ได้ ชี้ต้องให้ผู้เสียหายแจ้งความก่อน

จากกรณีที่ นางสาวมารีนา แสงฉาย พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง อัดคลิปคุยโทรศัพท์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรมาสอบปากคำ เนื่องจากพบว่าบัญชีธนาคารของผู้รับสาย เข้าไปพัวพันกับขบวนการฟอกเงิน และหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเข้าบัญชีของคนร้าย แต่เจ้าตัวรู้ทันจึงแกล้งทำเป็นหลงเชื่อ ยอมคุยกับมิจฉาชีพไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทราบบัญชีของคนร้าย และเตรียมจะใช้เป็นหลักฐานนำไปแจ้งความดำเนินคดีนั้น     ความคืบหน้าทางคดีล่าสุด พ.ต.อ.กฤษดา พันธ์เกษม ผกก.สภ.เมืองลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับ นายพูลสวัสดิ์ คำภิระแปง เจ้าของบัญชีได้ เนื่องจากต้องรอผู้เสียหายเข้าแจ้งความก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงจะมีการดำเนินคดีและสืบสวนหาคนที่จ้างวานให้มาเปิดบัญชีต่อไป                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wGkCXRLo7w8  

 44,970
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ธ.ค. 60

ฟังเพลิน! เผยคลิปถนนสายดนตรีแห่งแรกในไทย ขับรถผ่านแล้วเกิดเสียงเพลง 'แฮปปี้เบิร์ดเดย์'

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ กล้าหาญ ทารักษา โพสต์คลิปถนนดนตรีสายแรกในประเทศไทย หลังเจ้าหน้าที่เนรมิตลูกระนาดชะลอความเร็วบนถนนของทางหลวงชนบท สาย พช.2013 บ้านวังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ให้กลายเป็นเสียงดนตรี โดยความพิเศษจะอยู่ที่เมื่อขับบนแถบชะลอความเร็วก็จะเกิดเสียงดนตรีเป็นทำนองเพลง แฮปปี้เบิร์ดเดย์ (Happy Birthday) ด้วย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/9WRB8BJ67aI

 49,871
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ธ.ค. 60

แชร์สนั่น! คลิปหนุ่มเมากร่างแซวแฟนทอมกลางร้านอาหาร ก่อนปะทะคารมเดือด-ชักปืนขู่

ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น! หลังเพจ “แหม่มโพธิ์ดำ” โพสต์คลิปที่ชายเมากร่างถือปืนขู่ในร้านอาหาร กำลังเปิดฉากปะทะคารมกับสาวทอมที่พาแฟนไปนั่งกินข้าวในร้านเดียวกัน   ล่าสุด  พันตำรวจเอกธรรมนูญ บุญเรือง ผู้กำกับ สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร รวมถึงประเด็นที่ผู้เสียหายบอกว่า ชายในคลิปอ้างตัวว่าเป็นตำรวจ   ด้าน น.ส.เกด สาวทอมผู้เสียหายเปิดเผยกับทีมข่าวว่า ในวันนี้ (3 ธ.ค) เวลา 11.00 น. พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีได้เชิญตนเองพร้อมกับแฟนสาวเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติม                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/EaJXaGpq5YA    

 4,306
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ธ.ค. 60

สั่งรื้อแล้ว! ร้านอาหารตั้งกลางลำน้ำที่เชียงใหม่ หลังชาวเน็ตแห่แชร์ หวั่นกีดขวางทางน้ำ

ความคืบหน้าจากกรณีโลกโซเซียลฯ แชร์ภาพร้านอาหารตั้งร้านอยู่ในลำนำให้บริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เกรงว่าจะไปกีดขวางทางน้ำนั้น     ล่าสุด นายอำเภอแม่ริมได้สั่งการให้ปลัดอำเภอแม่ริมและฝ่ายปกครอง ออกตรวจตรา พบมีจำนวน 6 ร้านที่มีการบุกรุกลำน้ำและสร้างสิ่งกีดขวาง จึงแจ้งให้มีการปรับปรุงแก้ไข รื้อร้านอาหารที่ตั้งกลางลำน้ำแม่สา ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แล้ว                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/sqAeRZi23K0

 26,136
สังคม-อาชญากรรม
02 ธ.ค. 60

ฝากขังหนุ่ม 'มือปลาหมึก' ลวนลามเหยื่อสาวบนรถเมล์ ค้านประกันชี้พฤติกรรมเป็นภัยสังคม

เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ได้คุมตัว นายพีรพล ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้และเป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล มาขออำนาจศาลอาญาฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน หลังถูกตำรวจสืบสวน สน.บางซื่อ จับกุมได้ที่บ้านพักในจังหวัดปทุมธานี สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์พร้อมมอบหลักฐานเป็นคลิปวีดีโอ ขณะผู้ต้องหากระทำอนาจาร โดยพยายามจับหน้าอกผู้เสียหาย บนรถโดยสารประจำทาง สาย 8 ย่านสะพานควาย ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม ซึ่งจากการสอบปากคำผู้ต้องหายอมสารภาพว่าก่อเหตุมาแล้วถึง 30 ครั้ง                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/7b0_byg5b2w

 17,238
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ธ.ค. 60

ตร.ระยองเร่งล่าตัวหนุ่มบุกฉุดอดีตภรรยา แทงสามีใหม่บาดเจ็บ ล่าสุดฝ่ายหญิงติดต่อแม่แล้วเผยปลอดภัยดี

ความคืบหน้าจากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพเหตุการณ์ชายวัยรุ่นถูกแทงด้วยอาวุธมีดกลางถนนสุขุมวิท หน้าร้านขายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าปิยะ ตลาดมาบตาพุด และมีชายอีกคนที่เป็นมือมีด พยายามฉุดกระชากหญิงสาว ไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ข้างตึก บังคับให้ขึ้นรถจักรยานยนต์ แล้วขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยในคลิปมีเสียงร้องด้วยความตื่นตกใจพร้อมกับบอกให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ไว้นั้น     ล่าสุดเมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) นายนัฐพล บุญพิทักษ์ ชายที่ถูกแทงจนได้รับบาดเจ็บ ที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลระยอง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตสามีของภรรยา ซึ่งได้เลิกรากันไปแล้ว มากับพวกอีก 1 คน ดักซุ่มอยู่บริเวณร้านเสริมสวยของแม่ตน พอตนกับแฟนเดินออกมาจากร้าน ผู้ก่อเหตุก็ตรงเข้ามาทำร้าย ใช้ท่อนเหล็กเข้ามาตีตนกับแฟน โดยท่อนเหล็กถูกที่ศีรษะแฟนสาวจนแตก และเกิดการต่อสู้กัน ตนพยายามจะใช้ก้อนหินขนาดใหญ่ทุ่มใส่อดีตสามี แต่ว่าก้อนหินมีน้ำหนักมาก ทำให้เสียหลักลื่นล้ม ซึ่งจังหวะนั้นอดีตสามีก็ฉวยโอกาสใช้มีดแทงตน     หลังจากนั้นผู้ก่อเหตุก็พยายามจะฉุดกระชากฝ่ายหญิงไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่อีกฝั่งของถนน โดยใช้มีดขู่บังคับ บอกว่า ‘ถ้าไม่ยอมไปจะแทงให้ตาย’ ฝ่ายหญิงจึงต้องยอมจำใจขึ้นรถจักรยานยนต์ไปด้วย เพราะความกลัว ซึ่งหลังจากขับไปออกไปก็มีเพื่อนที่มาด้วยกัน นั่งประกบหลังไปอีกทีหนึ่งด้วย ก่อนจะพากันขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป    นายนัฐพล บอกอีกว่า หลังภรรยาเลิกรากับผู้ก่อเหตุ ก็ถูกตามราวีมาโดยตลอด ภรรยาจึงต้องหนีไปอยู่กับพ่อแม่ และมาอยู่กับตน ก็ยังคงถูกตามมาราวีอีก และการทำร้ายร่างกายครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 2 แล้ว ซึ่งตนเองก็พยายามระมัดระวังตัวตลอดเวลา จนกระทั่งมาถูกทำร้ายอีก   ขณะที่ นางนนทกร บุญพิทักษ์ มารดาของผู้บาดเจ็บ ก็บอกว่า ช่วงที่เกิดเหตุ ตนตกใจมาก และพยายามจะเข้าไปปกป้องลูก ไม่ให้ถูกคนร้ายแทง จนกระทั่งได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าทั้งสองข้าง หลังจากนั้นก็พยายามตะโกนให้คนช่วย จนกระทั่งคนร้ายพากันหลบหนีไป   ด้าน พันตำรวจเอก อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รองผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรมาบตาพุด บอกว่า เบื้องต้นได้ทำการออกหมายจับ นายธนกฤต สุขสงเคราะห์ อายุ 33 ปี ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนายนัฐพลแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้พยายามติดต่อญาติ ประสานบอกให้ นายธนกฤต มามอบตัวเพื่อรับโทษ แต่ถ้าหากไม่ยอมมามอบตัวก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมาย  จากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่า นายธนกฤต ยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง เพราะจากการสกัดจับ และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่หลบหนี ยังไม่พบว่าออกนอกพื้นที่ คาดว่าน่าจะรอเวลาเพื่อหลบหนีเข้ากรุงเทพมหานคร    พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ บอกอีกว่า นางสาวออย หรือหญิงที่ถูกฉุดขึ้นรถไป ได้ติดต่อกลับมาหาแม่ของนางสาวออยแล้ว โดยแม่ของนางสาวออย บอกว่า ลูกสาวปลอดภัยดี แต่ไม่ยอมเปิดเผยที่อยู่ว่าพักอยู่ที่ไหน                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/gGLDEzapCqc   

 29,133
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 พ.ย. 60

โซเชียลแห่แชร์ภาพ 'ฉลามหัวบาตร-ฉลามเสือดาว' สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ถูกนำไปทำซาซิมิที่ภูเก็ต

จากกรณีมีการส่งต่อภาพฉลามหัวบาตร และฉลามเสือดาว ถูกนำไปทำซาซิมิ หรือปลาดิบ ที่ร้านอาหารทะเลแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนหาดกะรน จ.ภูเก็ต นั้น   นายเพชร มโนปวิตร รองหัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อม องค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ(ไอยูซีเอ็น) เปิดเผยว่า ไม่เพียงแค่ฉลามหัวบาตร และฉลามเสือดาว เท่านั้น ที่ถูกวางขายเป็นเนื้อสดๆ อยู่ในตลาด จ.ภูเก็ต หลายครั้งยังมีกระเบนนก ปลานกแก้ว วางขายกันอย่างไม่แคร์สายตาใครทั้งสิ้น   โดยก่อนหน้านี้ทั้งนักวิชาการ และนักอนุนักษ์มีความพยายามที่จะขอให้มีการขึ้นบัญชีทั้งฉลามเสือดาว และฉลามหัวบาตรเข้าไปเป็นสัตว์สงวน ภายใต้พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 แต่โดนผู้เชี่ยวชาญบางคนคัดค้าน โดยอ้างว่ายังมีข้อมูลไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการล่า เนื่องจากมีข้อมูลว่าส่วนใหญ่แล้วสัตว์พวกนี้ติดเครื่องมือประมงของชาวประมงขึ้นมาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เรื่องนี้ตกไป    นายเพชร กล่าวต่อว่า แต่ข้อมูลที่นักดำน้ำต่างรูกันดีในเวลานี้คือ ทั้งฉลามเสือดาว และฉลามหัวบาตรนั้น เป็นสัตว์ที่หาดูได้ยากมากเวลานี้แทบจะไม่มีเลด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้นักดำน้ำจากทั่วโลกเดินทางมา จ.ภูเก็ตเพื่อมาดูฉลามวาฬ ฉลามเสือดาว และฉลามหัวบาตร แต่วันนี้ แทบจะไม่มีสัตว์เหล่านี้ให้ดู หรือนานๆ จะเห็น เรียกได้ว่าเมื่อก่อนลงไปกี่ไดร์ฟก็เจอ แต่มาวันนี้ลงไป 10 ไดร์ฟ อาจจะเจอสักครั้ง ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤตก็ว่าได้   โดยทางไอยูซีเอ็นจัดให้ฉลามเสือดาวอยู่ในกลุ่มเดียวกับเสือโคร่ง คือเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แล้วทั่วโลก มีประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว และถูกคุกคามอย่างหนักจากการประมง ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีกฏหมายคุ้มครอง แต่ผมเห็นว่าเวลานี้นักดำน้ำทั่วโลกต่างก็รู้ดีว่าสถานะการณ์ของทั้งฉลามเสือดาวและฉลามหัวบาตรเลวร้ายแค่ไหน หาดูได้ยากแค่ไหน ขณะเดียวกันพวกเขากลับมาเห็นสัตว์ 2 ตัวนี้ถูกจับห้อยหัว แล่เนื้อเอาไปให้นักท่องเที่ยวกินในประเทศไทย ถือเป็นภาพลักษณ์ของประเทศที่ไม่ดีเลย เราพยายามโปรโมทการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวทะเลประเทศไทย มาดำน้ำดูปลาดูปะการัง แต่สิ่งที่นักดำน้ำอยากดูที่สุดกลับไปอยู่ในร้านอาหาร   ด้าน ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า บางครั้งตนก็รู้สึกเหนื่อยมากที่ต้องออกมาพูดเรื่องแบบนี้บ่อยๆ แต่ก็ต้องพูด กรณีของฉลามเสือดาว และฉลามหัวบาตรนั้น เห็นหลายครั้งรู้สึกโกรธจนไม่รู้จะโกรธอย่างไรแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีกฏหมายคุ้มครอง แม้ก่อนหน้านี้จะมีความพยายามอย่างหนักที่จะผลักดันให้สัตว์พวกนี้ถูกขึ้นบัญชีเป็นสัตว์สงวนเหตุผลของเราคือ ฉลามพวกนี้ออกลูกน้อย และการคุ้มครองก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับใคร แต่อีกฝั่งก็โต้มาว่าข้อมูลน้อยเกินไป และไม่มีใครคิดจะล่าฉลามพวกนี้ แต่จะติดมากับเครื่องมือประมงเท่านั้น ประเด็นคือ ติดมาแล้วทำไมไม่คิดจะปลดทิ้งปล่อยลงทะเลไป เพราะติดเครื่องมือประมงมาทีไรก็ไปอยู่ในร้านอาหารตลอด   อย่าว่าแต่เรื่องฉลามเสือดาว และฉลามหัวบาตรเลยครับ แม้กระทั่ง วาฬบรูด้า วาฬโอมุระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง ที่เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้อนุมัติตามข้อเสนอของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และคณะกรรมการคุ้มครองสัตว์ป่า แล้วให้เข้าไปอยู่ในบัญชีของสัตว์สงวน โดยหลังจากครม.อนุมัติก็ได้ส่งไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา ปรากฏว่าจนบัดนี้แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆออกมาเลย เข้าใจว่ากฤษฎีกามีเรื่องต้องพิจารณามากมาย แต่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมคิดว่า ระหว่างที่เรารอคอยนั้นมีสัตว์พวกนี้หายไป ตายไป ถูกล่าและถูกทำลายไปกี่ตัว กว่ากฏหมายจะประกาศ อาจจะสูญพันธุ์ไปหมดแล้วก็ได้    ผศ.ธรณ์ กล่าวต่ออีกว่า นอกเหนือ จากการเสนอให้ วาฬบรูด้า วาฬโอมุระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง เข้าไปอยู่ในบัญชีสัตว์สงวน และรอคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตรวจสอบอยู่นั้น มีสัตว์น้ำ หายากใกล้สูญพันธุ์ อีก 16 ชนิดคือ   1) กระเบนแมนต้ายักษ์ 2) กระเบนแมนต้าปะการัง 3) กระเบนปีศาจ ครีบสั้น (คล้ายกระเบนแมนต้า) 4) กระเบนปีศาจหางหนาม 5) กระเบนปีศาจครีบโค้ง 6) กระเบนปีศาจแคระ 7) โรนิน กระเบนท้องน้ำ 8) โรนันเม็ด 9) โรนันหัวไทรจุดขาว 10) โรนันหัวไทร 11) โรนันหัวไทรยักษ์ 12) โรนันจมูกเรียบ 13) โรนันจุดขาว 14) โรนันจุดขาวใหญ่ 15) โรนันหัวจิ้งจก 16) โรนันจมูกกว้าง 17) ฉนากปากแหลม 18) ฉนากเขียว 19) ฉนากยักษ์ 20) กระเบนราหูน้ำจืด     ได้ถูกเสนอเข้าไปในบัญชี สัตว์คุ้มครอง แต่ถูกตีตกไปหมด ล่าสุดนั้น พบกระเบนปีศาจจำนวนมาก ถูกนำมาวางขายในตลาดหลายที่ของ จังหวัดชายฝั่งทะเล และเป็นที่รู้กันเช่นกันในหมู่นักท่องเที่ยวว่า กลุ่มกระเบน และโรนัน โรนินพวกนี้หาดูยากอย่างมาก                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/txZW5JPVCrA

 16,096
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 พ.ย. 60

หนุ่มส่งของโพสต์คลิป ชายสุดกร่างถือปืนขู่ ลั่น "ถ้าของไม่ครบจะยิงให้ตาย"

หนุ่มส่งของโพสต์คลิปบนเฟซบุ๊ก โดยเป็นเหตุการณ์ขณะนำสินค้าไปส่งที่บ้านลูกค้าใน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเมื่อสินค้ามาถึงตามขั้นตอนต้องมีการเซ็นรับและจ่ายเงิน ก่อนจะแกะของดูได้ แต่ครั้งนี้ผู้รับกลับแกะกล่องออกตรวจสอบจำนวนสินค้าที่สั่งว่าครบหรือไม่ ซึ่งเจ้าของคลิปก็ได้อธิบายว่าต้องเซ็นรับและจ่ายเงินก่อนถึงจะแกะกล่องได้ ทางภรรยาของชายเจ้าของบ้านก็เข้าใจและเซ็นเอกสารรวมถึงจ่ายเงินเรียบร้อย    แต่จู่ๆ ชายเจ้าของบ้านกลับแสดงความไม่พอใจ เพราะต้องการตรวจสอบสินค้าก่อนว่าครบหรือเปล่า แล้วไม่ให้ผู้โพสต์ไป เจ้าของคลิปพยายามอธิบาย แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมฟัง เดินเข้าไปในบ้านแล้วเดินออกมพร้อมกับอาวุธปืน พูดขู่ว่าถ้าของไม่ครบจะยิงให้ตาย ซึ่งผู้โพสต์ก็อธิบายว่าไม่ได้เกี่ยวอะไรกัน เพราะเป็นแค่คนส่งของเท่านั้น ไม่ได้รับรู้สินค้าในกล่องแต่อย่างใด กระทั่งตรวจสอบจนรู้ว่าสินค้าครบ ชายคนดังกล่าวก็ปล่อยให้ผู้โพสต์กลับไป หลังจากนั้นผู้โพสต์จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.วิรินชำราบ                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RSunVrUegKQ    

 22,486
แชร์ออฟเดอะเดย์
22 ต.ค. 60

รพ.พนมสารคามแจงปมญาติผู้ป่วยโพสต์ฉะ - เจ้าตัวขอโทษแล้ว รับไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์โพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง หลังออกมาตำหนิการทำงานของโรงพยาบาลพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ระบุว่า "ว่าด้วยเรื่องโรงพยาบาลพนมสารคาม คนเจ็บท้องน้ำเดินไปคลอด ช่วงเวลา 00.00 น. พยาบาลบอกไม่ทำคลอดให้ เพราะไม่มีหมอ..แม่ตัวใหญ่ คลอดเองไม่ได้ ต้องผ่า ผ่าก็ผ่า..พยาบาลบอกอีกรอบ ก็ไม่มีหมอ ให้ไปโรงพยาบาลอื่น...เรื่องของเรื่องต้องไปเอง โรงพยาบาลไม่ส่งตัวไปให้ ณ จุดนั้น น้ำเดิน น้ำคร่ำแตก ผลสุดท้ายขับรถไปคลอดลูกเองที่โรงบาลเมือง เด็กออกตอนตี 3 ช่วงเวลาที่คุยกับหมอที่ รพ.พนมฯ ก็เกือบครึ่งชม. ถ้าไม่มีหมอจะเปิดทำซากอะไร!! ถ้าคนใกล้จะคลอดจริงๆ หัวเด็กโผล่ออกมาแล้วจะทำไง (เป็นโรงพยาบาล ที่โคตร...มากๆๆ) สัญชาติญาณความเป็นผู้บริการไม่มี รู้เลยเพราะเจอมากับตัวเอง"   ก่อนที่ในเวลาต่อมา ทางผู้บริหารโรงพยาบาลพนมสารคาม ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงผ่านทางเฟซบุ๊กระบุว่า    1. ผู้โพสไม่ได้ไปกับผู้ป่วย และไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์   2. ไม่มีแพทย์ในโรงพยาบาล??? จากข้อความ “คนเจ็บท้องน้ำเดินไปคลอดลูกช่วงเวลา 00.00 น.พยาบาลบอกไม่ทำคลอดให้ เพราะไม่มีหมอ" ข้อเท็จจริง คือ ผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลเวลา 00.55 น. พยาบาลและเจ้าหน้าที่ห้องคลอดได้มีการซักประวัติและตรวจหน้าท้องและปากมดลูก และมีการรายงานแพทย์เวรมาตรวจประเมินซ้ำและรายงานอาการผู้ป่วยสูติแพทย์ เวลา 1.10 น. (จากภาพวงจรปิด แพทย์มาตรวจอาการระบุเวลา 1.03 น.) ซึ่งทางโรงพยาบาล "มีแพทย์เวรประจำตลอด 24 ชม." ซึ่งมีทั้งแพทย์เวรใน และแพทย์เวรปรึกษาเฉพาะทางด้าน สูติกรรม กุมารเวชกรรม ศัลยกรรม และอายุรกรรม   จากภาพวงจรปิด แพทย์เวรได้ไปตรวจรักษาคนไข้ และใส่ชุดกาวน์ขาว ปักชื่อแพทย์ ซึ่งเป็นชุดมาตรฐานสำหรับแพทย์อยู่แล้ว ซึ่งไม่น่าทำให้สับสนว่าไม่มีแพทย์ได้   3. ต้องผ่าตัดคลอด??? เป็นความต้องการของผู้ป่วยและสามี ซึ่งทางทีมแพทย์เวรและพยาบาลห้องคลอด ได้มีการประเมินความก้าวหน้าของการคลอด ซึ่งผู้คลอดเคยผ่านการ "คลอดเอง" มาแล้ว 3 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีคำสั่งการรักษาเพื่อตรวจเลือดสำหรับมารดาที่มีภาวะความดันโลหิตสูง (แรกรับผู้ป่วยความดัน 160/100 มิลลิเมตรปรอท) ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพอาการผู้ป่วยในขณะนั้น และการผ่าตัดต้องอยู่ในดุลยพินิจของสูติแพทย์ และสุดท้ายผู้ป่วยไปคลอดที่โรงพยาบาลพุทธโสธรด้วยการ "คลอดปกติทางช่องคลอด" ไม่ได้ผ่าตัดคลอดแต่อย่างใด และใช้เวลารอคลอดเพียงชั่วโมงเศษๆ   4. ไม่ส่งต่อ ต้องไปเอง??? ข้อความ “โรงบาลไม่ส่งตัวให้” “ผ่าก็ผ่า ก้อไม่มีหมอ ให้ไปโรงบาลอื่น เรื่องของเรื่อง ต้องไปเอง” ทั้งนี้ เนื่องจากแพทย์เวรได้ทำการอธิบายผู้คลอดและสามีแล้ว และจากการประเมินไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัด เนื่องจาก 3 ท้องแรกผู้ป่วยคลอดได้เอง และท้องนี้เป็นท้องที่ 4 ประเด็นนี้แพทย์เวรได้อธิบายสามีผู้คลอดแล้วว่าจะต้องรอดูอาการความก้าวหน้าเพื่อเข้าสู่ระยะของการคลอดเป็นระยะๆ และกรณีต้องใช้รถเพื่อส่งคนไข้ ต้องมี "ความสมเหตุสมผล" และมีความจำเป็นจริงๆ ที่โรงพยาบาลไม่สามารถให้การดูแลรักษาได้   ประกอบกับโรงพยาบาลต้องเตรียมรถส่งต่อไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินเร่งด่วน...ยกตัวอย่างเช่นถ้าโรงพยาบาลใช้รถส่งต่อตามความต้องการของผู้ป่วยหมด (โดยไม่สนข้อบ่งชี้) แล้วมีผู้ป่วยที่ต้องการใช้รถจริงๆเช่น อุบัติเหตุที่ต้องออกรับ ผู้ป่วยเจ็บแน่นหน้าอกที่ต้องออกรับ หรือผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดที่ต้องส่งต่อไปสวนหัวใจด่วน...โรงพยาบาลจะให้คำตอบกับกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้อย่างไร   อย่างไรก็ดีทางโรงพยาบาลพนมสารคาม นำโดยคณะผู้บริหารได้เชิญผู้โพสข้อความมาทำความเข้าใจ และชี้แจงข้อเท็จจริง เบื้องต้นผู้โพสได้ลบข้อความที่เป็นประเด็นปัญหาแล้ว และจะโพสขอโทษต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน ทั้งนี้โรงพยาบาลพนมสารคามเป็นโรงพยาบาลที่มุ่งเน้นพัฒนาการดูแลผู้ป่วย ให้มีศักยภาพ และผู้ป่วยได้รับความปลอดภัย แต่ก็ต้องอยู่ในความถูกต้องและมาตรฐานวิชาชีพ ถ้ามีความบิดเบือนใดๆ ที่จะทำให้โรงพยาบาล และ/หรือผู้ปฏิบัติงานเสื่อมเสีย ทางโรงพยาบาลก็จำเป็นต้องดำเนินงานแก้ไขให้ถูกต้อง ทั้งทางด้านการชี้แจง และทางกฎหมายถ้าจำเป็น (มีความเห็นหลายส่วนจากผู้ปฏิบัติงานว่าทำไมไม่แจ้งความ เหมือนกรณีของโรงพยาบาลปลวกแดง ซึ่งทางคณะทำงานเห็นว่า ถ้าชี้แจง-ทำความเข้าใจแล้วจบด้วยดีทุกฝ่ายก็ยังไม่อยากแจ้งความ)   อยากให้เป็นบทเรียนของผู้โพส และผู้ที่ใช้สื่อ online ว่า การลงข้อมูลใดๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีความรู้ ใส่อารมณ์ และบางครั้งตั้งใจบิดเบือน ตอนนี้หลักฐานเชิงประจักษ์หลายอย่าง อาทิเช่นกล้องวงจรปิด และมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่สามารถเอาผิดผู้ที่ลงข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และก่อความเสียหายกับบุคคล องค์กรได้   ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลฯ ได้เชิญผู้โพสต์ข้อความมาทำความเข้าใจ และชี้แจงข้อเท็จจริง เบื้องต้นผู้โพสต์ได้ลบข้อความที่เป็นประเด็นปัญหาแล้ว และจะโพสต์ขอโทษต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน จึงอยากให้เป็นบทเรียนของผู้โพสต์ และผู้ที่ใช้สื่อออนไลน์ว่า การลงข้อมูลใดๆ ที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ใส่อารมณ์ และบางครั้งตั้งใจบิดเบือน มีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่สามารถเอาผิดผู้ที่ลงข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และก่อความเสียหายกับบุคคลและองค์กรได้                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rDZuqzFmvfI

 18,602
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ต.ค. 60

ชาวเน็ตยกนิ้ว! ลุงแท็กซี่น้ำใจงามขับรถลุยน้ำท่วมกรุงไปส่งผู้โดยสาร เจ้าตัวลั่น "ไม่ต้องกลัว สบายมาก"

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม! ลุงแท็กซี่น้ำใจงามขับรถลุยน้ำท่วมไปส่งผู้โดยสาร หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก Ornut Sawangchuen โพสต์คลิปขณะนั่งรถแท็กซี่ สีชมพู ทะเบียน ทร 2815 กทม. ไปทำงาน จากดอนเมืองขึ้นโทลล์เวย์-ลงทางด่วนสุทธิสาร มายังถนนวิภาวดี ซึ่งขณะนั้นมีน้ำท่วมขังสูงมากและมีน้ำไหลเข้ามาในรถ แต่โชเฟอร์ก็ยืนยันว่าจะพาไปส่ง พร้อมกับบอกว่า "เมื่อเช้าลุงส่งผู้โดยสารผ่านมา 3 รอบแล้ว ไม่ต้องกลัว สบายมาก"       ด้านเจ้าของคลิประบุว่า จ่ายค่าโดยสารไป 137 บาท ค่าทางด่วน 70 บาท และให้ทิปลุงไปอีก 100 บาท เพราะรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของลุงท่านนี้เป็นอย่างมาก                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/t6V6dEFYQ-M

 6,273
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ต.ค. 60

หนุ่มอัดคลิปเจอเก๋งจอดนอนกลางถนน พบหลับสนิทเคาะกระจกเรียกยังไม่ตื่น

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “A Chang Yai” โพสต์คลิปหลังพบชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำวจจอดรถติดเครื่องยนต์นอนหลับสนิทอยู่กลางถนน บริเวณถนนสายดอยเต่า-ดงหลวง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นทางโค้ง ขณะที่เจ้าของคลิปพยายามปลุกด้วยการเคาะกระจกอยู่หลายครั้งก็ยังไม่ตื่น จึงตะโกนเรียกอยู่นานกว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัว             ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/n9RAlsiSALQ

 2,283
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ต.ค. 60

แม่ค้าผลไม้ในคลิปฟันเทศกิจแฉ ถูกเรียกเก็บเงินแต่กลับโดนไล่ที่เหมือนหมูเหมือนหมา

ชาวเน็ตวิจารณ์สนั่น คลิปนาทีแม่ค้าผลไม้ปะทะคารมเจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองนนทบุรี หลังเข้าไปตักเตือนที่ตั้งรถเข็นขายบนทางเท้า ก่อนฝ่ายแม่ค้าจะคว้ามีดปอกผลไม้ฟันเจ้าหน้าที่เทศกิจจนได้รับบาดเจ็บและยังปากระจกตู้ผลไม้ให้แตก เพื่อใช้เศษกระจกปาเข้าใส่เจ้าหน้าที่อีกด้วย     ด้านแม่ค้าผลไม้อ้างว่า วันที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ 2 คนมาไล่ให้ไปขายที่อื่น แต่ตนพยายามต่อรองแต่ไม่สำเร็จ ตนจึงโมโหคว้ามีดฟันแต่ไม่โดนตัวคู่กรณีและใช้มีดฟันกระจกแตก พร้อมกับแฉอีกว่าเทศกิจคนเก่าได้เรียกเก็บเงิน 500 บาทต่อเดือน ซึ่งต่อรองเหลือ 300 บาท มานานกว่า 6 ปี กระทั่งคนเก่าออกไปและมีคนใหม่เข้ามาเรียกเก็บเงิน 1,300 บาท ตนก็ยินยอมแต่เมื่อจ่ายเงินให้ไปแล้ว กลับยังถูกไล่ที่เหมือนหมูเหมือนหมาจึงบันดาลโทสะอย่างที่เห็นในคลิป   ขณะที่ นายศราวุธ ธรรมแสง หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลนครนนทบุรี เปิดเผยว่า จะเรียกเจ้าหน้าที่เทศกิจทั้ง 2 คนมาสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ส่วนเรื่องคดีความปล่อยให้เป็นเรื่องของกฎหมายต่อไป    ด้านตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่เทศกิจทั้ง 2 คนได้เข้ามาแจ้งความจริง ส่วนแม่ค้าผลไม้เตรียมจะเรียกตัวมาสอบสวนและทำการตั้งข้อหาต่อไป               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/H5OyQK7n6xI    

 2,944

Top