ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปราจีนบุรี"

ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 61

ช้างป่าพ่อแม่ลูกเขาอ่างฤาไน บุกช็อปปิ้งตลาดแวะร้านขายแตงโม ชาวบ้านผวาต้องจุดประทัดไล่

ปราจีนบุรี-จากกรณี ช้างป่าจากเขตอนุรักษ์เขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 3 ตัว ออกมาหากินข้ามเขตจนมาไกลถึงพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยได้ข้ามถนนสาย 304 เป็นถนน 4 ช่องทางจราจร ท่ามกลางรถยนต์ที่วิ่งไปมาเป็นจำนวนมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามเพื่อให้การช่วยเหลือนั้น   เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่จากเขตอนุรักษ์เขาอ่างฤาไน ยังคงออกติดตามช้างป่า 3 พ่อ แม่ ลูก ที่ยังไม่ยอมกลับเข้าป่า และยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ให้ป่าชุมชนที่หนาทึบ ประกอบช้างป่าทั้ง 3 ตัวเข้ามาใกล้ตัวตลาดเทศบาลตำบลกบินทร์ ยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความกลัวโดยเฉพาะบรรดา พ่อค้า แม่ค้า ที่ขายอาหารตลาดโต้รุ่ง จนแทบจะไม่มีลูกค้ากล้าออกมานั่งกิน   ต่อมา เจ้าหน้าที่รับแจ้งจากประชาชนว่าได้พบช้างบริเวณสะพานบ้านท่าขี้เหล็ก จึงตรวจสอบพบช้าง 3 ตัวกำลังเดินหากินเลาะอยู่ริมแม่น้ำมีเสียงกิ่งไม้หักเป็นระยะๆ จึงได้จุดประทัดปิงปองเพื่อให้เกิดเสียงดังและให้ช้างกลับทางเดิม ท่ามกลางชาวบ้านแห่มาดูช้างเป็นจำนวนมากยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานยากลำบากมากขึ้น เพราะเป็นเวลามืดค่ำและเกรงว่าจะถูกช้างทำร้ายได้   และล่าสุด เจ้าหน้าที่รับแจ้งว่า ช้างป่าทั้ง 3 ตัวมาโผล่ที่ร้านขายแตงโม บริเวณถนนสายตลาดใหม่-บ้านทุ่งแฝก ทำให้แม่ค้าขายแตงโมที่อยู่กับลูกถึงกับผวาเมื่อเห็นช้างยืนอยู่ข้างร้าน แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง ได้ถอยกลับเข้าป่าหญ้าที่หนาทึบอีกครั้ง โดยคาดว่าทั้งหมดยังวนเวียนอยู่ที่เดิม และคืนนี้ช้างยังคงไม่ไปไหน ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ยุติภารกิจและต้องรอช่วงเช้าเพื่อผลักดันช้างต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LG0M79e9qa0  

 6,857
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 61

จนท.เร่งผลักดันช้างป่า 3 ตัว กลับเข้าป่าเขาอ่างฤๅไน - เร่งช่วย พังใบตองวัย 1 เดือน ขาถูกสลิงรัดเจ็บหนัก

ปราจีนบุรี-ปฏิบัติการผลักดันช้างป่า 3 ตัว กลับเข้าป่าเขาอ่างฤๅไน ยังไม่สำเร็จ ชาวบ้านขับรถไถไล่ตามทำช้างมึนไม่กลับเข้าป่า วิ่งหนีไปในอีกหมู่บ้านหนึ่งแทน หวั่นช้างเครียดทำร้ายคน   ชลบุรี-พังใบตองวัย 1 เดือน ถูกพาย้ายจากระยองส่งตัวไปรักษาตัวที่สวนนงนุชพัทยา หลังขาหน้าด้านซ้ายโดนสลิงรัดจนกินเนื้อเป็นแผลลึกถึงกระดูก แผลเริ่มติดเชื้อ ไม่ยอมกินอาหาร    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/UdxF8tLfNOQ

 1,243
ข่าวภูมิภาค
16 ธ.ค. 61

ไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง ผัวสงสัยเมียลงมือเผา ตร.เร่งหาสาเหตุ

วันที่ 16 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 13.30 น. ร.ต.อ.จาตุรน สงวนประสิทธิ์ รอง.สว. (สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้าน หมู่ที่ 17 บ้านเนินคูณ ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังรับแจ้งพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และรถดับเพลิงเทศบาลตำบลเมืองเก่า และ อบต.เมืองเก่า รุดไปยังที่เกิดเหตุ   ที่เกิดเหตุ พบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีไฟกำลังลุกอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านได้ช่วยกันขนย้ายสิ่งของที่มีค่าออกมาไว้ด้านนอก รวมทั้งข้าวเปลือกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวบรรจุกระสอบไว้ยังที่ปลอดภัย    ด้านนายสนม อายุ 64 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ออกไปนอกบ้าน อยู่แต่นางพร (นามสมมุติ) ภรรยา ขณะอยู่บ้านได้ดื่มสุราและมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ส่วนสาเหตุไฟไหม้บ้านครั้งนี้น่าจะเป็นฝีมือของภรรยา หลังจากเกิดเหตุได้หายหน้าไป ส่วนค่าเสียหายนั้นยังประเมินไม่ได้    จากการสอบสวนเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ว่าเป็นการวางเพลิงหรือไม่ ถ้าเป็นการวางเพลิงจะได้เรียกภรรยานายสนมมาสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงหรือเป็นเหตุไฟฟ้าลัดวงจรตามที่บ้านเห็นว่าเพลิงลุกได้ไหม้มาจากด้านบนหลังคาหรือไม่ ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งต่อไป  

 2,335
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 61

เตือน นทท.ระวังช้างป่าตกมันเดินบนถนนเขาใหญ่ 'เจ้าโยโย่' โชว์รื้อหาของกินท้ายรถ

ปราจีนบุรี-จากกรณีที่เจ้าโยโย่ ช้างป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  ออกมาจากป่าเดินหาคู่รักเดินบนถนนบริเวณหลัก กม.17 มุ่งหน้าน้ำตกเหวนรก เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและช่วยเหลือสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รับแจ้งจากผู้ผ่านทางว่ามีช้างออกมาปิดถนนทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถผ่านทางได้ และช้างได้รื้อค้นหาอาหารค้นสิ่งของบริเวณท้ายรถของนักเที่ยว   คืบหน้าวานนี้ (10 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและช่วยเหลือสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พบว่าเจ้าเบี่ยงเล็ก ช้างเพศผู้ที่ออกมาเดินบนถนนสาย ปราจีนบุรี – เขาใหญ่ หลัก กม. ที่ 15 กำลังมุ่งหน้าไปทางบริเวณน้ำตกเหวนรก ทำให้มีรถติดขัดเป็นระยะทางยาว   เนื่องจากประชาชนที่ขึ้นมาท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กำลังเดินทางกลับภูมิลำเนา ทางเจ้าหน้าที่ต้องคอยดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง พร้อมขับรถนำเจ้าเบี่ยงเล็กเดินตามถนนอย่างสบายอารมณ์ ทำให้รถนักท่องเที่ยวสามารถวิ่งผ่านได้อย่างปลอดภัย   ในขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและช่วยเหลือสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รับแจ้งว่า มีเจ้าตะแบกน้อย ช้างเพศผู้ได้เดินจากป่า มุ่งหน้าไปที่น้ำตกเหวนรกเช่นเดียวกัน ส่วนที่บริเวณด้านหน้าที่ทำการน้ำตกเหวนรก มีเจ้าด้วน ช้างเพศผู้กำลังตกมันอย่างหนัก และยังเป็นช้างที่มีตัวใหญ่ที่สุด หรือที่รู้จักกันดีคือเจ้าถิ่น มีงายาวลำตัวออกสีทอง เดินตระหง่านอย่างผ่าเผยแสดงให้รู้ว่าข้าคือเจ้าถิ่น เดินออกมาจากป่า และยังเดินเตะกรวยยางที่วางอยู่บนถนนข้างป้อมรักษาความปลอดภัย จุดเหวนรก ก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังจุดที่ขายอาหาร ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวทั้งไทย และเทศ เจ้าหน้าที่ต้องเตือนให้ออกห่างเพราะกำลังตกมัน   ส่วนในป่าใกล้กันมีโขลงช้าง จำนวน 4 ตัวเป็นช้างเพศเมียแม่ลูกกัน จากการผลักดันช้างเขาใหญ่ ของเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและช่วยเหลือสัตว์ป่า สามารถผลักดัน เจ้าเบี่ยงเล็ก และเจ้าตะแบกน้อยเข้าป่าไปก่อนถึงบริเวณข้างเข้าน้ำตกเหวนรก จากนั้นไม่นานทางเจ้าหน้าที่พบว่า เจ้าเบี่ยงเล็ก ได้เดินออกจากป่าขึ้นมาด้านข้างร้านค้าหน้าน้ำตกเหวนรก ทำให้เจ้าด้วนเห็นได้วิ่งไล่ชนเจ้าเบี่ยงเล็กหนีเข้าป่าไปและต่อสู้กันสักพักใหญ่   ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและช่วยเหลือสัตว์ป่า ต้องคอยเฝ้าพื้นที่น้ำตกเหวนรกตลอดเวลา เนื่องจากช้างเพศผู้ทั้ง 3 ตัว กำลังตกมันและกำลังสร้างอาณาจักรของตนเองในพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย ส่วนเจ้าโยโย่เมื่อวานนี้ (10 ธ.ค.) ยังไม่โผล่มา เพราะเกรงว่าเจ้าด้วนจะออกมาที่บริเวณน้ำตกเหวนรก   ส่วนกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Bossney Wisamon เผยภาพนาทีที่เจ้าโยโย่ กำลังรื้อหาของกินบนหลังรถกระบะ ถึง 2 คัน ท่ามกลางความระทึกของนักเที่ยว ส่งผลทำให้รถติดยาวนับกิโลเมตร โดยพฤติกรรมที่หยุดชะลอรถ เพื่อบันทึกภาพช้างแล้วมานำมาโพสต์เช่นนี้   นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บอกว่า ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะช้างกำลังตกมัน (คือ มีความสมบูรณ์พร้อมผสมพันธุ์) อาจเป็นอันตรายได้ และตลอดทั้งวันเจ้าโยโย่ ยังวนเวียนอยู่บริเวณข้างทางหลักกม.17 ก่อนถึงน้ำตกเหวนรก ทั้งนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังและช่วยเหลือสัตว์ป่าดูแลช้างอย่างใกล้ชิดดูแลความปลอดภัย ในช่วงเย็นซึ่งนักท่องเที่ยวจะลงมาจากเขาใหญ่ฝั่งปราจีนบุรี   พร้อมกันนี้ได้เตือนนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานฯอย่างเคร่งครัด ให้ใช้ความเร็วตามที่กำหนดไม่เกิน 60 กม./ชม.และเมื่อเจอช้าง ให้ฟังคำสั่งของเจ้าหน้าที่ ลดกระจกลง ทิ้งระยะห่างพอสมควร   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/rWEJ_2-QvUI  

 1,196
ข่าวภูมิภาค
07 ธ.ค. 61

บุกบ้านร้างปราจีนฯพิสูจน์ผีกระสือ ชาวบ้านผวาดวงไฟปริศนา หมอผีบอกอาจเป็นปอบ

ปราจีนบุรี-จากกรณีที่มีข่าวลือกันว่าชาวบ้าน ในหมู่บ้านท่างาม อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี พบดวงไฟประหลาดลอยเหนือยอดไม้กลางดึก หลายคนเล่าปากต่อปาก จนเชื่อว่าน่าจะเป็นดวงไฟของผีกระสือ จากกระแสข่าวนี้จนทำให้ชาวบ้านหวาดผวาจนไม่กล้าออกจากบ้าน   ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์หาความจริง พบว่าบริเวณบ้านร้างคล้ายคฤหาสน์ที่ชาวบ้านเห็นดวงไฟลอยออกจากบ้านหลังกล่าว ตั้งอยู่ริมถนนสายท่าประชุม -ท่างาม อ.เมืองปราจีนบุรี บ้านร้างหลังดังกล่าว ที่ธนาคารกสิกรไทยประกาศขาย พบว่าบ้านหลังดังกล่าวปิดตายมีกุญแจห้องไว้บริเวณหน้าประตู มีรั้วรอบชิดแต่ภายในไม่มีคนอยู่ แต่กลางดึกมีผู้คนมารอดูว่าจะมีดวงไฟที่ลอยออกจากบ้านหลังดังกล่าว จนกลายเป็นร่ำลือว่าเป็นดวงไฟของผีกระสืออยาก จนกระทั่งเวลาผ่านไปก็ไม่เห็นดวงไฟลอยออกจากบ้านดังกล่าวแต่อย่างใด   สำหรับบ้านร้างหลังดังกล่าว มีชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า ช่วงปีก่อน มีคนจ้าง รปภ. เข้ามาดูแล เฝ้าสถานที่ และได้พบกับ ดวงไฟประหลาดโผล่ขึ้นมาที่บ้านร้างช่วงกลางดึก พอตกรุ่งเช้าพบศพ  รปภ. นอนเสียชีวิต หน้าบ้าน โดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นบ้านจึงถูกปล่อยรกร้าง ปิดตายเรื่อยมา   ต่อมาได้พบกับพ่อค้าขายไอศกรีมคือนายเสริมสุข เชิดสูงเนิน อายุ 24 ปี ที่ยังใช้เส้นทางเข้าออกขับรถขายไอศกรีม พอมาทราบข่าวว่าพบผีกระสือตรงที่ขายไอศกรีม พร้อมกับว่ารู้สึกกลัวและเชื่อว่าผีกระสือมีจริง เพราะจากคำล่ำลือว่าคนสมัยก่อนบอกว่าเคยเห็นผีกระสือ พอมารู้ข่าวรู้สึกกลัว   จากนั้นได้เดินทางไปพบกับสัปเหร่อหรือหมอผีภายในหมู่บ้านดังกล่าว นั่นคือหมอเสม หรือนายเกษม นวลจันทร์ อายุ 62 ปี ที่เป็นผู้มีวิชาอาคมเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์กล่าวว่า ความรู้สึกของผมว่าไม่ใช่ผีกระสือ มันอาจจะเป็นปลอบ หรือหว่านก็ได้ หรือเป็นคตปลวก แต่ที่เป็นข่าวเห็นผีกระสือมีไส้ออกมา มันต้องเฝ้าว่ามันออกมาจากตรงไหนและมันเข้าตรงไหนออกจากบ้านใครตอนออกๆไปตอนเข้าต้องเข้าที่เดิม   บางคนเห็นว่ามันวิ่งอยู่กลางทุ่ง คน อบต.เห็นเข้า แต่ชาวบ้านเห็นออก ส่วนที่ชาวบ้านหวาดระแวกว่าเป็นผีกระสือผมว่าไม่จริง ทำอย่างไงก็ไม่ใช่ถ้ารู้ว่าใช่มันต้องเฝ้าดู ถ้าอึกทึกครึกโครมใครมันจะออกมา แต่ที่ชาวบ้านเห็นดวงไฟก็ไม่เห็นผมก็นั่งเฝ้าดูกลับบ้านตี 1-2 ทุกคืนคนเดียวกลางดึกเงียบๆก็ไม่เห็นมีอะไร   ถ้ามีรู้ว่ามันไปเข้าใครมาตามผมได้ทันทีผมจะทำให้ดู ถ้ามันไปกินกบกินเขียดไปเช็ดปากมาหาผมจะทำให้ดู ว่ามันเป็นใคร เป็นกระสือ หรือเป็นปอบผมจะให้มันมาหาและจะให้คนดู ถ้าปลอบมันมีแน่นอนแต่ผีกระสือไม่เคยเห็น ผีโปร่งมันก็มีดวงไฟแต่พวกนี้มันกลัวคน ส่วนใหญ่จะเป็นว่านไม่กินคน กระสือมันจะกินคนมันไม่ใช่ในหนัง หมอเสมกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tMaRhoEKagA

 19,368
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 61

หนุ่มวัย 20 บินพารามอเตอร์เครื่องตก เจ็บสาหัส

วันที่ 30 พ.ย.61 ร.ต.อ.เดช ภูมิสถาน รอง.สว. (สอบสวน) สภ.ระเบาะไผ่ รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยฯว่า มีร่มบินพารามอเตอร์ตก ที่บริเวณ หมู่ 1 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เหตุเกิด ม.1 ต.กรอกสมบูรณ์    ที่เกิดเหตุพบร่มบินพารามอเตอร์ตกกระแทกกับพื้นปูนและดินลูกรังข้างบ้านของประชาชน ในสภาพของร่มบินได้รับความเสียหาย ใบพัดหัก ตัวเครื่องยนต์แตกและตัวร่มฉีกขาด ภายในตัวเครื่องพบนายวงศธร อุทยาภิรมย์ อายุ 20 ปี ได้รับบาดเจ็บ แขนขวาหัก และบอบช้ำตามร่างกาย อาการสาหัส ยังให้การไม่ได้ หน่วยกู้ชีพรีบนำส่ง รพ.ศรีมหาโพธิ ก่อนนำนำส่งตัวส่งต่อ ศูนย์รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทำการรักษาเป็นการด่วน   จากการสอบถาม นายมงคล ศรีสะอาด อายุ 30 ปี ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ตนเองนั่งอยู่บริเวณหน้าบ้าน ได้ยินเสียงของเครื่องพารามอเตอร์บินผ่านหลังคาบ้านจึงแหงนหน้าขึ้นฟ้าไปมอง ก็พบว่าร่มบินนั้น กำลังหมุนขว้างเนื่องจากตัวของร่มเชือกสายร่มได้พันกัน จากระดับความสูงอยู่ที่ประมาณเกือบ 100 เมตร ตนเองคิดว่า ร่มบินต้องตกอย่างแน่นอนจึงได้มองตามไป    ต่อมาไม่นานเห็นร่มบินได้เสียการทรงตัว และก็ตกลงมาอย่างรวดเร็ว ห่างจากบ้านตัวเองประมาณ 200 เมตรจึงได้รีบขับรถจักรยานยนต์ มายังที่เกิดเหตุ ก็พบผู้บาดเจ็บ นอนไม่ได้สติ จึงได้รีบแจ้งทางหน่วยกู้ภัยที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยเหลือ ผู้บาดเจ็บเป็นการด่วน    จากการสอบถามบุคคลที่รู้จักกับผู้บาดเจ็บ ไม่ประสงค์ที่จะออกนาม บอกว่า ผู้บาดเจ็บนั้นยังไม่มีประสบการณ์ทางด้านร่มบินพารามอเตอร์เท่าไหร่ เพราะพึ่งหัดเล่น ตนเองก็เคยเตือนมาแล้ว ว่า อากาศแบบนี้ลมแรง เขาจะไม่ทำการขึ้นบินกัน แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังกล่าว  

 2,829
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ย. 61

หนุ่มหัวขโมยขับรถเก๋ง ตระเวนลักเสื้อสาวตามร้านซักรีด เจ้าของร้านโอดต้องใช้คืน

ปราจีนบุรี - ภาพวงจรปิดบันทึกคนร้ายโรคจิตขับรถเก๋ง สีขาว ตระเวนในหมู่บ้านและวนเข้ามาจอดที่หน้าร้านซักรีด ก่อนที่จะมีชายรูปร่างท้วม ใส่ชุดคล้ายชุดนอน ตรงเข้ามาหอบเสื้อผ้าที่ลูกค้านำมาซักทิ้งไว้ หลังจากที่นำมาซักไว้หอบออกจากเครื่องซักผ้าขึ้นรถไปอย่างหน้าตาเฉย จากนั้นก็ขับรถเก๋งออกจากหมู่บ้านไป   โดยนางสาวนิภาพร ผงผาย อายุ 35 ปี เจ้าของร้านรับซักรีด ได้ไปแจ้งความไว้เป็นที่เรียบร้อย โดยเจ้าของร้านบอกว่า ได้ถูกคนร้ายขโมยเสื้อผ้าของลูกค้าที่มาใช้บริการของเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ไปจนหมดตู้   ก่อนหน้าที่กล้องวงจรปิดจะจับภาพคนร้ายได้ ซักประมาณ 2-3 วันที่ผ่านมา ก็มีเสื้อผ้าของลูกค้าที่มาซักไว้ ได้หายไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งชุดนั้นเป็นเสื้อผ้าของผู้หญิง เป็นแนววัยรุ่น รวมถึงชุดชั้นใน ที่พอจะมีราคา ก็ถูกคนร้ายยกไปทั้งตะกร้า แต่ทางร้านไม่มีหลักฐานเลยไม่ได้แจ้งความ หลังจากนั้นตนจึงได้ติดกล้องวงจรปิด จนสามารถเห็นภาพคนร้ายไว้ได้คาดว่าน่าจะเป็นรายเดียวกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TjOgVdaY6VU

 1,271
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 61

รวบ 3 เยาวชนวัย 14-15 ขโมย จยย. เอามาแต่งไว้แว้นกับเพื่อน ยืนยัน ไม่ได้ลักมาขาย

เมื่อกลางดึกวานนี้ (12 พ.ย.) พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พ.ต.ต.ประยูร ทันแก้ว พร้อมกำลังชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายทอย นามสมมุติ อายุ 15 ปี ด.ช.เวฟ นามสมมุติ อายุ 14 ปี และ ด.ช.คิม นามสมมุติ อายุ 14 ปี โดยทั้ง 3 ร่วมกันลักรถจักรยานยนต์ ของนายเอ็น โคกแก้ว อายุ 50 ปี    ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายเอ็น โคกแก้ว ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.เชิดศักดิ์ พันธ์พาณิชย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ศรีมหาโพธิ ว่าเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ช่วงหัวค่ำตนได้จอดรถจักยานยนต์ไว้ที่หน้าห้องเช่า หลังตลาดนัดวันอาทิตย์บ้านคลองรั้ง ม.10 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี   ตอนนอนหลับจนมารู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่ารถจักรยานยนต์ของตนที่จอกไว้หน้าห้องพักหายไป จึงมาดูกล้องวงจรปิดจึงรู้ว่ามีกลุ่มวัยรุ่นขโมยไป และเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน จากนั้นพนักงานสอบสวน ได้ ประสานชุดสืบสวน ลงตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และเริ่มแกะลอยภาพจากกล้องวงจรปิดที่บริเวณห้องเช่า ที่ตนเช่าอยู่ จนทราบเส้นทางของคนคนขโมย และสามารถตามจับได้ที่ บ้านพักในตำบลลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี ซึ่งเป็นเยาวชนอายุเพียง 14-15 ปี    จากการสอบถามเบื้องต้นทั้ง 3 คนให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันวางแผนตระเวนหาลักรถจักรยานยนต์ตามสถานที่ต่างๆ โดยตามหอพักเพราะมีรถให้เลือกแต่ครั้งนี้เห็นรถ จยย.ตรงตามที่ต้องการเพื่อนำมาแต่ง ก่อนจะออกมาขับซิ่งร่วมกับเพื่อนๆ ปิดถนนแข่งขันกันแต่ไม่ได้ลักมาเพื่อขายแต่อย่างใด จนมาถูกตำรวจตามจับได้ดังกล่าว  

 5,142
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ย. 61

ระทึก ตร.รวบคนงานเมียนมาพกปืน-สะพายกระสุนพาดบ่า ตามหานายจ้างเก่า ยิงขึ้นฟ้า ทำชาวบ้านผวา

ปราจีนบุรี-มีชาวพม่า คือ นายซอ อายุ 32 ปี มีอาวุธปืนลูกซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนมากสะพายพาดบ่า มาตามหานายสมบัติ โสภา นายจ้างเก่า พร้อมใช้อาวุธปืนลูกซองยิงข่มขู่ขึ้นฟ้าเป็นระยะๆ จำนวนหลายนัด จนทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยระงับเหตุ และติดตามจับกุมตัว   ด้านตัวแทนชาวบ้านบอกว่า นายซอ เป็นชาวพม่า ได้ออกจากบ้านไปเกือบเดือน แต่อยู่ดีๆ ก็มาถามหานายจ้างเก่าพร้อมพกปืนมาด้วย ก่อนใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า จนเวลาผ่านไปนับชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า นายซอยังหลบซ่อนอยู่ในป่าช้าบริเวณด้านหลังของวัดเนินดินแดง   ทางชุดสืบสวน ภ.จว.ปราจีนบุรี จึงตัดสินใจเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณป่าช้า จากด้านข้างไปจนจดเจดีย์ที่เก็บอัฐิ จากด้านหลังไปถึงด้านหน้าก็ยังไม่พบตัวของนายซอ ทางพระภิกษุในวัดได้ร้องขอให้จ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบบริเวณห้องน้ำ เนื่องจากคาดว่าคนร้ายจะหลบซ่อนอยู่ภายในห้องน้ำต่าง ๆ จากการตรวจค้นก็ไม่พบตัวนายซอ แต่อย่างใด   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจู่โจมเข้าจับกุมตัวนายซอได้ที่บริเวณข้างประตูทางเข้าหน้าวัด พร้อมอาวุธปืนลูกซอง แบบพับฐาน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 17 นัด และจากการตรวจรางกายพบว่า นายซอถูกกระสุนเข้าที่บริเวณ ด้านหลังขวา จำนวน 1 นัด กระสุนฝังใน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาพยาบาลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RAzqey8TWaQ

 4,253
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 61

พบโครงกระดูกในป่าละเมาะ อ.ประจันตคาม คาด เสียชีวิตมาแล้ว 1 ปี ยังไม่ชัดสาเหตุการตาย

วันนี้ (8 พ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.ท.วีรพล สิทธิพันธ์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.ประจันตคาม รับแจ้งจากนายพิชัย นึกรัก อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.ดงบัง จ.ปราจีนบุรี ว่าพบโครงกระดูกมนุษย์บริเวณข้างสระน้ำ บ้านเนินบาก อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี    ที่เกิดเหตุต้องเดินเท้าลุยโคลนเข้าไปยังจุดที่พบโครงกระดูกมนุษย์ประมาณ 300 เมตร ซึ่งเป็นทุ่งนาและป่าละเมาะบริเวณสระน้ำมีต้นไม้ปกคลุม ภายในพบโครงกระดูกมนุษย์ที่ยังหลงเหลือเพื่อรอการพิสูจน์ เช่น หัวกะโหลก กระดูกแขน ขา และกระดูกชิ้นส่วนต่างๆ ยังอยู่ครบกระจัดกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ    นอกจากนี้ยังพบเสื้อผ้าที่สวมใส่ กางเกงขาสามส่วน สีดำ เสื้อเชิ้ตลายพรางแขนยาว ตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบหลักฐานอะไรว่าเป็นใครมาจากไหน ทราบเพียงเป็นเพศชาย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี จากการตรวจสอบและหาหลักฐานเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต จากอาวุธและหลักฐานอื่นๆ ประกอบคดี ก่อนนำกระดูกส่งตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง   ด้านนายพิชัย นึกรัก กล่าวว่า เบื้องต้นในพื้นที่ยังไม่มีการรับแจ้งคนหายแต่อย่างใด ส่วนที่พบโครงกระดูกน่าจะเป็นคนต่างถิ่น ที่มาหาของป่าและอาจจะถูกงูมีพิษกัด เพราะก่อนหน้านั้นเคยมีคนถูกงูจงอางกัดในสภาพท่านั่งตายมาแล้ว 1 คน ส่วนที่พบโครงกระดูกคาดว่าจะเป็นคนหาปลาหรือหาของป่าถูกงูจงอางกัดตายเช่นเดียวกัน       

 1,664
การเมือง
06 พ.ย. 61

สุเทพ เจอหนุ่มบุกคืนนกหวีด ขณะเดินคารวะแผ่นดินที่ปราจีนฯ

ปราจีนบุรี-นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมกลุ่มแกนนำและสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี พร้อมกองเชียร์ประมาณ 30 คน ได้เดินทางมาสักการะพระบรมราชานุเสาวรีย์รัชกาลที่ 5 อำเภอเมืองปราจีนบุรี จากนั้นได้เดินทางไปไหว้ศาลพระหลักเมืองปราจีนบุรี เป็นที่เรียบร้อย   จากนั้นนายสุเทพ หรือกำนันสุเทพพร้อมสมาชิกได้ออกเดินแจกใบสมัครสมาชิกพรรครวมพลังประชาชาติไทย ตามร้านค้าบริเวณตลาดล่างเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ซึ่งได้รับการสนับสนุนของประชาชนพอสมควร จากนั้นจึงได้เดินไปตามถนนสายเทศบาลดำริห์ ตำบลหน้าเมือง   เมื่อถึงบริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ปรากฏว่า มีชายคนหนึ่งได้ไปยืนดักรอนายสุเทพ พร้อมยื่นนกหวีดคืนให้กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โดยมีกลุ่มพรรคพวกถ่ายคลิปวีดีโอลงเฟซบุ๊กอยู่ฝั่งตรงข้าม เจ้าของเฟซที่ลงใช้นามว่า ธีรเดช ซื่อสัตย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมระบุข้อความว่า “เอานกหวีดมึงคืนไปไอ้.....เทือก ที่นี่ปราจีนบุรีใครจะโง่เชื่อมึงอีก บ้านเมืองพังเพราะมึงมาเยอะแล้ว 555”   จากนั้น นายสุเทพได้เดินหาสมาชิกต่อไปยังบริเวณเขตเทศบาลและตลาดหน้าค่ายจักรพงษ์ พร้อมเดินทางต่อไปยังพื้นที่อำเภอประจันตคาม เพื่อแจกใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคต่อ พร้อมกินข้าวกลางวันที่อำเภอประจันตคาม เพื่อเดินทางต่อไปหาสมาชิกพรรคที่จังหวัดระยองในวันนี้ (6 พ.ย.) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5GwCiJarTSw

 3,795
ข่าวภูมิภาค
31 ต.ค. 61

เร่งล่ามือยิงหนุ่มกู้ภัยดับต่อหน้าลูกเมีย กลางร้านอาหารปราจีนฯ ปมเขม่นแค่มองหน้ากัน

ปราจีนบุรี-คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนายเอกชัย  รักษาธรรม อายุ 38 ปี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี กระสุนเจาะเข้าบริเวณลำคอ 1 นัด ตัดเส้นเลือดใหญ่เสียชีวิตต่อหน้าลูกเมีย ขณะพากันไปนั่งดื่มกินภายในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งซึ่งเป็นร้านอาหารตั้งอยู่กลางใจเมือง สาเหตุแค่มองหน้ากัน นอกจากนี้มีคนที่นั่งอยู่ในร้านโดนลูกหลงถูกยิงเข้าหลังมือซ้าย 1 นัด  กระสุนทะลุฝ่ามือ อาการบาดเจ็บ   ภรรยาของผู้ตาย เล่านาทีเกิดเหตุว่า คืนวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนและผู้ตายนั่งดื่มเหล้ากันที่บ้านเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งเป็นร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ ประมาณ 4-5 คน จนกระทั่งประมาณ 5 ทุ่ม จึงชักชวนกันไปดื่มต่อที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองปราจีนบุรี โดยพาลูกชายวัย 9 ขวบ ไปด้วย   ซึ่งสามีได้ลุกขึ้นเต้น โดยมีกลุ่มชายประมาณ 3-4 คน อายุราว 30 ปี นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งมองหน้าผู้ตายราวกับจะหาเรื่อง จนผู้ตายเริ่มมีอาการไม่พอใจ ตนจึงพูดว่า “ปล่อยเขาเถอะเรามาสนุกสนานกัน” หลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มชายโต๊ะดังกล่าวก็เดินออกไปสูบบุหรี่หน้าร้านแต่ก็ยังหันมามองหน้าผู้ตายอยู่ จากนั้นผู้ตายพูดกับตนว่า “ไอ้นี่มองไม่เลิก ไม่ยอมจบ” ก่อนลุกขึ้นแล้วเดินไปหาชายกลุ่มนั้นที่หน้าร้าน ตนจึงรีบตามไปเพื่อจะเข้าไปห้ามปราม   พอผู้ตายเดินไปถึงยังไม่ทันได้พูดอะไร อีกฝ่ายก็ยกปืนจ่อยิงเข้าตรงคอ 1 นัด จนผู้ตายล้มลง จากนั้นพยายามจะกระทืบซ้ำอีก ตนจึงเอาแขนปัดไว้และขอร้องว่าอย่าทำ พออีกฝ่ายเห็นผู้ตายกระอักเลือดก็รีบวิ่งออกจากร้านขับรถกระบะหลบหนีไป  ด้วยความตกใจอีกทั้งไฟในร้านมืดสลัว ทำให้ตนมองเห็นหน้าชายกลุ่มนั้นไม่ชัด ซึ่งภรรยาผู้ตายให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า “แค่มองหน้าไม่พอใจกันแทนที่จะจบ แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นตั้งใจจะฆ่าให้ตายอย่างเดียว”   ด้านแม่ของผู้ตายเผยว่า หลังเกิดเหตุลูกสะใภ้โทรมาบอกว่าลูกชายถูกยิง อาการสาหัสอยู่โรงพยาบาลให้รีบไปดู จากนั้นประมาณ 20 นาที ลูกสะใภ้โทรมาอีกครั้งบอกว่า ลูกชายเสียชีวิตแล้ว ตนถึงกับขาอ่อนร้องไห้ปล่อยโฮออกมาทันที    ตนรู้สึกเสียใจมาก ขณะนี้ยังทำใจไม่ได้ เนื่องจากผู้ตายเป็นลูกชายคนโตที่รักมาก ยืนยันว่าลูกชายเป็นคนดีไม่เคยมีปัญหากับใคร วันเกิดเหตุก็พาลูกเมียไปด้วย อีกฝ่ายก็ไม่ใช่ศัตรูกันไม่ได้มีเรื่องผิดใจกัน อยากถามคนร้ายว่าฆ่าลูกชายทำไม พร้อมกล่าวด้วยอารมณ์โกรธแค้นว่า “ลูกแม่ไม่ได้ผิดอะไร แม่ไม่ยอม ลูกแม่ตายมันก็ต้องตายเหมือนกัน”   ด้านพนักงานร้านอาหารที่เกิดเหตุเล่าว่า คืนเกิดเหตุมีลูกค้ามานั่งดื่มกินจำนวนมาก ตนไม่เห็นตอนยิงกันเพราะขณะนั้นนั่งอยู่ในห้องนอน แต่ได้ยินเสียงปืนดัง 1 ครั้ง ก่อนจะวิ่งออกไปดูเห็นผู้ตายถูกยิงอยู่หน้าร้าน  เหตุการณ์ค่อนข้างชุลมุน ลูกค้าต่างพากันไปมุงดูช่วยกันเรียกรถพยาบาลนำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ทีแรกคิดว่าเสียงลูกโป่งแตก ทั้งนี้ทางร้านตรวจอาวุธลูกค้าทุกครั้ง แต่ไม่รู้คนร้ายนำปืนเข้าไปได้อย่างไรเนื่องจากร้านค่อนข้างเปิดโล่ง ต่อไปจะเข้มงวดมากขึ้น   ขณะที่ตำรวจ กล่าวว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนได้ไล่กล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและตามเส้นทางหลบหนี เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่ามีกี่คน ทั้งนี้ได้เชิญตัวบุคคลต้องสงสัยมาสอบปากคำแล้วและตรวจเขม่าดินปืน    อย่างไรก็ตามทราบทะเบียนรถกระบะที่คนร้ายขับแล้วหนีแล้วอยู่ระหว่างสืบสวน ยืนยันยังไม่มีการมอบตัวแต่อย่างใด ขณะที่ผู้บังคับบัญชากำชับรวบรวมหลักฐานให้รัดกุม และเร่งรัดจับกุมตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SfYK9uyca1I

 9,023
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 61

ชาวบ้านมุกดาหาร-ปราจีนฯ ออกไปทำงานกลางแจ้ง ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต 2 ราย

มุกดาหาร-ตร. สภ.ดงหลวง ได้รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตที่อ่างเก็บน้ำห้วยชะโนด อำเภอดงหลวง จ.มุกดาหาร ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชายสวมเสื้อสีขาวแขนยาวสภาพขาดกระจุย สวมกางเกงในสีดำ นอนเสียชีวิตอยู่ริมตลิ่งตรวจสอบไม่พบบาดแผล   ทราบชื่อคือนายนิรัตน์ วงค์กระโซ่ อายุ 51 ปี โดยพี่ชายผู้ตายเล่าว่าเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ได้มีสภาพอากาศมีฝนตกลงมาและฟ้าผ่าลงมาบริเวณที่เกิดเหตุแต่ขณะนั่นยังไม่ทราบว่าน้องชายถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต   จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.30 น. ไม่เห็นน้องชายขึ้นมาจากอ่างน้ำ จึงได้ตามหาและนำเพื่อนบ้านตามหา จนไปพบศพน้องชายผู้ตายนอนคว้ำหน้าในน้ำบริเวณที่ฟ้าผ่า จึงได้รวมกับแพทย์ชันสูตรพลิกศพผู้ตาย แพทย์มีความเห็นว่าไม่ทราบสาเหตุการตายเนื่องจากไม่พบบาดแผล แต่ญาติไม่ติดใจว่าจะมีผู้อื่นทำให้ตาย จึงได้มอบศพให้ญาติเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาตามประเพณีต่อไป   เช่นเดียวกับชาวบ้านจังหวัดปราจีนบุรีที่ออกไปหาของป่า บริเวณบนเขาใหญ่ ขณะนั้นได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักและมีฟ้าคะนอง ส่งผลทำให้ชาวบ้านที่ออกไปหาของป่าจำนวน 3 คน ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวน 2 ราย   เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องเดินเท้าข้ามเขาอย่างทุลักทุเลท่ามกลางสายฝนและยังมีฟ้าคะนอง เพื่อนำคนเจ็บออกมาส่งโรงพยาบาลประจันตคาม และผู้เสียชีวิตลงมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และแพทย์เวรชันสูตร ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุที่เป็นฉนวนทำให้ฟ้าผ่าครั้งนี้ น่าจะเกิดจากสร้อยสแตนเลสที่ผู้ตายใส่ห้อยคอติดตัวไป จนขาดกระจายดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fxKa3lryxVc

 1,679
ข่าวภูมิภาค
07 ต.ค. 61

ระทึก! จนท.ระดมกำลังล่า 'หมีควาย' บุกสวนกล้วยชาวบ้านที่ปราจีนฯ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จ.ปราจีนบุรี  ระดมกำลังลุยล่าตัวหมีควาย หลังบุกเข้ามาหากินในสวนกล้วยของชาวบ้านไม่ต่ำกว่า 4 ตัว และพยายามจะทำร้ายคนดูแลสวน         จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าทึบ พบร่องรอยของหมีควายกัดกินต้นกล้วยเสียหายเป็นจำนวนมาก คาดมีหมีควายไม่ต่ำกว่า 2 ตัว ยังอยู่ในพื้นที่ ทำให้ต้องใช้ความระมัดเพราะพื้นที่ค่อนข้างรกและยากแก่การมองเห็นตัวหมีรวมไปถึงอาจจะถูกหมีเข้าทำร้ายได้      จากการค้นหาพบตัวหมีควายสีดำ น้ำหนักประมาณเกือบ 100 กก.หลบซ่อนอยู่ในป่าหญ้า สัตวแพทย์พยายามจะใช้ปืนยิงยาสลบ แต่หมีวิ่งหนีผ่าวงล้อมจึงได้มีการวางแผนและขอกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทั่งยุติการค้นหาในช่วงเย็นเพื่อป้องกันอันตราย      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jAni04aJJM4

 792
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 61

'เอมี่ อาเมเรีย' โกนผมบวชชี ยังไม่มีกำหนดสึก หลังผ่านมรสุมคดียาเสพติด

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ มูลนิธิทีมงานทนายเพื่อประชาชนฯ ได้เผยแพร่ภาพของนางสาวอาเมเรีย จาคอป หรือเอมี่ นักแสดงชื่อดัง ที่โกนผม นุ่งขาว บวชชี โดยมีแม่ และญาติไปร่วมพิธี นายษิทราให้ข้อมูลว่า นักแสดงสาวได้โกนผม และบวชเมื่อช่วงเช้า ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยไม่ขอระบุสถานที่บวชชี เนื่องจากนางสาวเอมี่ ต้องการบวชอย่างสงบ และยังไม่มีกำหนดสึก   เบื้องต้น นักแสดงสาวบอกว่า การโกนผมบวชชีครั้งนี้ เพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ตนเองเสียใจที่สร้างเรื่องเดือดร้อน และทำเรื่องไม่สบายใจให้ครอบครัว และขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล ให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งอดีตและปัจจุบัน และขอให้บุญกุศลในการบวชครั้งนี้ทั้งหมด จงตกแก่ทุกคนทั้งที่หวังดีและหวังร้าย พร้อมระบุว่าขออโหสิกรรมกับทุกสิ่ง   ต่อมาผู้สื่อได้เดินทางไปตรวจสอบ พบว่าสถานที่ที่บวชชีเอมี่ อาเมเรีย จาคอป ไปบวชนั้น เป็นศูนย์ปฎิบัติธรรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี จากการสอบถามเพื่อนและญาติของแม่ชีทราบว่า แม่ชีเคยมาบวชโดยไม่ได้โกนผมมาแล้วครั้งหนึ่ง   จนมาครั้งนี้ทางแม่ชีได้เดินทางที่สำนักปฏิบัติธรรมก่อน 3 วัน จนตัดสินใจเมื่อคืนวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา จะทำการโกนผม จึงได้ประสาน นายฮันนาส จาคอป (บิดา) และลำดวน จาคอป (มารดา) ให้ทราบ เพื่อเดินทางมาร่วมในการบวชชีครั้งนี้ และในการบวชครั้งนี้ปรากฏว่า แม่ของแม่ชีเอมี่ได้ ถือโอกาสาบวชชีพราหมณ์กับบุตรสาว โดยนายฮันนาส คอยดูแลอยู่ภายในสำนักอย่างใกล้ชิด   ในการบวชชีทางศูนย์ปฏิบัติธรรมได้กำหนดตารางสำหรับแม่ชีใหม่ ให้ปฏิบัติประกอบด้วย สวดมนต์เป็นวัตร งดการใช้โทรศัพท์ ไม่เล่าเรื่องส่วนตัวให้ผู้ปฏิบัติด้วยกันฟัง และปฎิบัติกรรมฐานโดยการเดินจงกรม ซึ่งในช่วงบ่ายทางอาจารย์แม่ชีสุภาภรณ์ ตะเภาพงษ์ ให้แม่ชีใหม่ทำการสมาทานกัมมัฎฐาน ก่อนเดินจงกรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JyUtHZIjHQQ  

 1,565

Top