ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปราจีนบุรี"

ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 62

ไฟไหม้เศียรหลวงปู่ทวด วัดดังปราจีนฯ ขณะก่อสร้าง ช่างโดดหนีรอดตายหวุดหวิด

ปราจีนบุรี-เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณภายในวัดโพธิ์ทอง ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งบริเวณดังกล่าวได้มีการก่อสร้างเศียรของหลวงปู่ทวด ขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 3-4เมตร ได้ถูกไฟไหม้จนเหลือแค่โครงเหล็ก นอกจากนั้นยังมีเต็นท์ขนาดใหญ่ที่กางตั้งไว้ข้างๆ ถูกเปลวไฟไหม้ได้รับความเสียหายไปด้วย ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะเกิดจากความอภินิหารของหลวงปู่ทวด   จากการสอบถามนายจำรูญ วงษ์อยู่ อายุ 41 ปี ช่างเชื่อมเหล็กอยู่ภายใน ทราบว่าขณะที่ตนกำลังเชื่อมเหล็กอยู่ภายในเศียรของหลวงปู่ทวด ได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรกับโครงเหล็กของเศียรพระ จากนั้นสะเก็ดไฟก็ไปโดนแผ่นฝังภายใน ที่ทำด้วยโฟม จนเกิดประกายและลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ตนจึงได้กระโดดหนีตายลงมาจากนั่งร้านมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่รถดับเพลิง จะเดินทางมาถึง   จากการสอบถามเจ้าอาวาส ทราบว่า เศียรหลวงปู่ทวด สร้างมาจากเงินบริจาคของญาติโยมที่มาร่วมทำบุญเพื่อให้ชาวบ้านได้มากราบไหว้ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวพุทธ มูลค่าประมาณ 200,000 บาท เหลืออีกเพียงเล็กน้อยก็ได้เสร็จแล้ว แต่มาถูกไฟไหม้ก่อน ซึ่งต้องดูกำลังก่อนว่าจะดำเนินการต่อหรืออย่างไร เมื่อครั้งก่อนไฟก็ไหม้ภายในโบสถ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ก็กำลังบูรณะใหม่แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ครั้งนี้ก็มาโดนอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ipl_GLicsic

 4,255
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 62

พายุฤดูร้อนถล่มปราจีนฯ กิ่งต้นไทรหักทับรถ-เป็ดเหลืองอุดรบินขึ้นฟ้า

ปราจีนบุรี-เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มในพื้นที่ ส่งผลให้กิ่งต้นไทร ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 ซม. หักทับรถยนต์เสียหาย จำนวน 2 คัน ที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางจนท.ได้นำเลื่อยยนต์พร้อมรถยนต์ไปทำการตัดกิ่งต้นไทรและยกกิ่งไม้ออกจากรถทั้ง 2 คัน   ขณะที่ จ.ราชบุรี เกิดพายุพัดถล่มรอบสอง โรงเรียนบ้านหนองสีนวล ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พังเสียหาย ทั้งอาคาร หลังคากระเบื้อง ฝ้าเพดานหลุดปลิวหายเป็นรูโหว่หมดทุกชั้น ภายในห้องเรียนโต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งอุปกรณ์ทางการศึกษาของเด็ก ๆ เปียกโชกไปด้วยน้ำฝน ต้องซ่อมให้เสร็จก่อนเด็กจะเปิดเรียน   ส่วนที่ จ.อุดรธานี มีคลิปนาทีเป็ดเหลืองเมืองอุดรธานี ถูกลมพัดหอบขึ้นบนหลังคาร้านนวด ช่วงเย็นวันที่ 28 เมษายน 2562 เวลาประมาณ 18.00 น. โดยช่วงเวลาดังกล่าวเกิดพายุและลมแรงมาอย่างหนัก จะเห็นเสียงชาวบ้านร้องด้วยความตกใจขณะเป็ดเหลืองบินขึ้นฟ้า ขณะที่มีประชาชนที่นั่งเป็ดเหลืองต้องติดอยู่ในหนองน้ำ เจ้าหน้าที่ของเทศบาลนครอุดรธานีช่วยเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vNRcPU-13IY

 1,114
ข่าวภูมิภาค
27 เม.ย. 62

พายุพัดถล่มปราจีนบุรี สวนทุเรียนหมอนทอง-ก้านยาว เสียหายกว่า 54 ล้านบาท

ปราจีนบุรี - เกิดพายุฤดูร้อนส่งผลทำให้สวนผลไม้ ในพื้นที่ ตำบลบ้านพระ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ของ นายมนัส ฮวดจึง ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน เป็นสวนทุเรียนแปลงใหญ่ พบว่า มีต้นกิ่งและต้นทุเรียนหัก รวมทั้งทุเรียนหมอนทอง ก้านยาวร่วงหล่นจากต้นเป็นจำนวนมาก ทางเจ้าของสวนกำลังเดินเก็บผลทุเรียนที่หล่นตามสวน โดยมีเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอเมือง ได้ลงพื้นที่ไปดูแลและช่วยเหลือ   นายมนัส ฮวดจึง มีพื้นที่สวนผลไม้ทั้งหมด 30 ไร่ ปลูกทุเรียน 20 ไร่ นอกนั้นเป็นพวกเงาะ มังคุด ลองกอง ถูกพายุพัดร่วงหล่นเสียเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีทุเรียนหมอนทองร่วงหล่นเป็นจำนวนมาก ประมาณ 1000 ลูก ซึ่งทางเจ้าของส่วน จะทำการเก็บขายในช่วงต้นเดือน พ.ค. นี้ โดยขายส่งในราคา กก.ละ 150 – 170 บาท ทำให้เจ้าของสวนได้รับความเสียหายกว่า 4 แสนบาท   ส่วนสวนทุเรียนของนายอภิวัฒน์ พลีน้อย ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.ดงขี้เหล็ก มีพื้นที่สวนทุเรียน 13 ไร่ ถูกพายุพัดจนทำให้ทุเรียนหล่นกว่า 300 ลูก โดยทางเจ้าของสวนกำลังจะเก็บเกี่ยวในสิ้นเดือนนี้ เพื่อนำไปส่งขายที่ตลาด อตก. จ.นนทบุรี ในราคา กก.ละ 200 บาท ทำให้สูญเสียเงินประมาณ 500,000 บาท    จากการตรวจสอบของทางราชการ พบว่า มีสวนผลไม้ในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี ทำสวนผลไม้ จำพวกทุเรียน ประมาณ 40 ราย มีพื้นที่ถูกลมพัดสวนทุเรียนเสียหายกว่า 400 ไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท    ส่วนบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ ต.หนองโพรง ต.ท่าตูม ต.หัวหว้า ต.ศรีมหาโพธิ และ ต.บ้านทาม ถูกพายุพัดพังเสียหาย 60 หลังคาเรือน อ.บ้านสร้าง ประกอบด้วย ต.บางปลาร้า ต.กระทุ่มแพ้ว ต.บางยาง ต.บางเตย ต.บางแตน มีบ้านถูกพายุพัดพังเสียหาย 93 หลังคาเรือน พื้นที่ อ.เมือง ต.ดงขี้เหล็ก ต.บ้านพระ ต.โนนห้อม ต.ดงพระราม ต.รอบเมือง มีบ้านเรือนราษฎรเสียหาย จำนวน 139 หลังคาเรือน รวมทั้งอำเภอกบินทร์บุรี ถูกพายุพัดหลังคาบ้านพังไปหลายหลังคาเรือนเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/qoXsqfSVlZ8

 906
สังคม-อาชญากรรม
23 เม.ย. 62

ล่า 'ไอ้ทอง' บุกยิงเมียเก่า-แม่ยายดับคาร้านนวด ปมไม่ยอมคืนดี ส่วน ด.ช.6 ขวบ ที่ถูกฉุดเจอตัวปลอดภัย

กรณี 2 แม่ลูกถูกจ่อยิงแบบเผาขนด้วยอาวุธปืนขนาด .38 เสียชีวิตคาร้านนวดเพื่อสุขภาพแห่งหนึ่ง ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุคือนายทอง สามีเก่าของนางสาวปิยนันท์ เจริญบูรณ์ หรือเอ๋ หนึ่งในผู้เสียชีวิต สาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว เนื่องจากก่อนหน้านี้นายตู่ เคยโทรมาขู่ฆ่าเพราะไม่พอใจที่นางสาวเอ๋ ตีตัวออกห่าง   หลังเกิดเหตุมีการตรวจสอบวงจรปิดร้านใกล้จุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพนายทอง เดินออกมาจากร้านนวด สะพายกระเป๋าข้างสีดำ คาดว่าในกระเป๋าซ่อนปืนไว้ ซึ่งเดินผ่านกล้องวงจรปิดอย่างใจเย็น โดยมี ด.ช.วัย 6 ขวบวิ่งตาม แล้วนายทองก็จูงมือเดินขึ้นรถไป โดยพบว่ามีการนำรถเก๋งคันก่อเหตุ ไปจอดไว้ริมถนนห่างจากร้านนวด ก่อนจะลงมือก่อเหตุดังกล่าว   ขณะที่เมื่อวานนี้ (22 เม.ย.) พนักงานสอบสวน สภ.กบินทร์บุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐานเตรียมขอศาลอนุมัติออกหมายจับนายทอง เขียวฉะอ้อน หรือนายทอง อายุ 51 ปี ผู้ก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ได้เรียกพยานปากสำคัญ ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิตมาสอบสวนหาสาเหตุ   จากการสอบสวนทราบว่า นางสาวปิยนันท์ มีสามีทั้งหมด 4 คน ก่อนเกิดเหตุนายทอง สามีคนที่ 4 ซึ่งเลิกรากันแล้ว (ไม่มีลูกด้วนกัน) ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว มาหานางสาวปิยนันท์ ที่ร้านนวดจุดเกิดเหตุ เพื่อเคลียร์ปัญหาและมาง้อขอคืนดี  แต่นางสาวปิยนันท์ไม่ยอมคืนดีด้วยจึงใช้ปืนยิงเสียชีวิต พร้อมกับนางวรีรัตน์  เจริญบูรณ์พันธุ์ เจ้าของร้านนวดซึ่งเป็นแม่ของนางสาวปิยนันท์   หลังจากก่อเหตุนายทอง ได้ขับรถเก๋งโตโยต้า สีเขียว ทะเบียน กง 3320 สุโขทัย หลบหนีไป พร้อมนำตัวเด็กชายนันทพัทร์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 6 ขวบ ลูกของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 3 ติดรถไปด้วย จนไปถึง จ.ชัยนาท เวลาประมาณ 04.00 น.ของคืนเกิดเหตุ โดยได้จอดรถทิ้งไว้บริเวณ หน้าวัดประชุมธรรม(วัดทับนา) หมู่ที่ 5 ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท   ชาวบ้านละแวกนั้น เล่าว่า ตื่นมาเปิดบ้านตามปกติเวลาประมาณตี 5 ก็พบรถคันดังกล่าว เปิดกระจกทิ้งไว้ เมื่อเดินไปดูพบว่ามีเด็กนอนอยู่ในรถ ในสภาพเลือดเปื้อนเสื้อจำนวนมาก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมนำเด็กออกมาดูแล หาขนมและนมให้ดื่มเพื่อประทังความหิว มีแผลบาดเจ็บเล็กน้อยใต้รักแร้ซ้าย ปลอดภัยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหันคา และเชิญ จนท.สหวิชาชีพ มาร่วมสอบถามน้องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าจับกุมเนื่องจากเป็นเหตุอุกฉกรรจ์โหดเหี้ยม ยังไม่มีเบาะแสว่าผู้ก่อเหตุหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ชุดสืบสวนกำลังแกะรอยเส้นทางหลบหนี พร้อมติดตามตัวเพื่อนที่พาหลบหนีมาสอบสวน เบื้องต้นพบว่านายทองก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยตั้งไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องส่วนตัวกับชู้สาว   สำหรับศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ญาติส่งไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวสอบถามนายไตรภพ วงษ์วิโรจน์ ลูกชายของนางวรีรัตน์ เจ้าของร้านนวด เผยว่า ตนเรียนอยู่กรุงเทพฯ โดยช่วงบ่ายก่อนเกิดเหตุ ได้โทรคุยกับแม่ กระทั่งเวลา 20.00 น.หลังจากเลิกเรียน โทรหาแม่อีกครั้งเกือบ 20 สาย แต่ไม่มีคนรับ พอกลับถึงที่พัก เวลาประมาณเที่ยงคืน ก็โทรหาอีกก็ไม่มีคนรับ จึงโทรบอกพ่อคือนายพงษ์ยศ วงษ์วิโรจน์ ซึ่งอยู่ที่กบินทร์บุรี ว่าให้ไปดูแม่ให้หน่อย จากนั้นพ่อได้โทรกลับมาบอกว่าแม่เสียแล้ว   ด้านนางสาวกันยา แต้มเพ็ชร ลูกสาวของนางสาวปิยนันท์ กับสามีคนที่ 1 เล่าว่า ทราบเรื่องที่นายทอง ขู่ฆ่าแม่ของตนมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าจะทำจริง โดยแม่มีปัญหากับนายทองและเลิกรากันมานาน 1 ปีแล้ว เพราะนายทองชอบดื่มเหล้าและด่าทอ หึงหวงว่านางสาวปิยนันท์จะมีสามีใหม่ ซึ่งนายทองพยายามโทรศัพท์มาง้อให้นางสาวปิยนันท์ กลับไปอยู่ด้วย   พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่กลับไป จะฆ่าทั้งครอบครัว แม่ตนเองก็กลัวเพราะรู้ว่านายทองเป็นคนเอาจริง จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กบินทร์บุรี   ตนเคยขอให้แม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ จ.ระยอง แต่แม่ไม่ไปเพราะอยากอยู่ที่ร้านนวดดูแลนางวรีรัตน์ กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว ตนเองอยากให้นายทองเข้ามาขอขมาแม่และอาม่า   ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบเฟซบุ๊กของนายทอง พบว่า 4 สัปดาห์ ที่ผ่านมา นายทองได้โพสต์แสดงความคิดเห็นพูดคุยกับเพื่อนในเฟซ เหมือนตั้งใจจะก่อเหตุดังกล่าว โดยระบุว่า “ตอนเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้คงต้องอยู่กันตอน...,ก็ดีแล้วที่ไม่คุยเดี๋ยวไปจะได้ไม่ต้องบอกลากัน,อยากกินอะไรก็รีบกินเมื่อมีโอกาส,เวลามันเหลือน้อยแล้วนะ,เดี๋ยวจะไปเคลียร์ให้จบ”   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายตู่  สามีคนที่ 3 ของนางสาวปิยนันท์ ตามข่าวระบุว่าเป็นเพื่อนกับนายทอง ผู้ก่อเหตุ น่าจะมีปัญเรื่องชู้สาวกันหรือไม่ นายตู่ระบุว่า ไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แค่เคยรู้จักกับนายทอง ผิวเผินเท่านั้น เพราะเคยทำงานอยู่โรงสีข้าว ที่ จ.สุโขทัย ด้วยกัน    ส่วนที่นายทอง ลงมือก่อเหตุไม่น่าจะเกี่ยวกับตน เพราะเรื่องระหว่างตนกับนางสาวปิยนันท์ เลิกรากันไปนานแล้ว และไม่ได้รู้สึกอะไรกับการที่อดีตภรรยา มาคบหากับนายทอง ทั้งนี้ในคืนเกิดเหตุตำรวจโทรมาบอก ตนก็ตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงลูกมาก เมื่อทราบว่าปลอดภัยก็โล่งใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TjYKb966II0

 1,853
ข่าวภูมิภาค
22 เม.ย. 62

เจอแล้ว ด.ช. 6 ขวบ หายตัว หลังคนร้ายก่อเหตุยิง 2 แม่ลูก ดับคาร้านนวด

จากกรณีเกิดเหตุยิงกันตาย 2 ศพ ภายในร้านนวดชื่อ คุณรัตน์ นวดเพื่อสุขภาพ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ภายในร้าน พบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 2 ราย ทราบชื่อ นางวรีรัตน์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านนวด และ น.ส.ปิยนันท์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 43 ปี ทั้ง 2 คนเป็นแม่ลูกกัน สภาพศพนอนเรียงกันมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม.ลักษณะถูกจ่อยิงแบบเผาขนเข้าที่บริเวณเหนือคิ้วขวาทั้ง 2 คน นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุยังพบว่ามี ด.ช. วัย 6 ขวบ หายตัวไปด้วย    ความคืบหน้าวันที่ 22 เม.ย. 62 พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี เผยว่า ขณะนี้พบ ด.ช. วัย 6 ขวบ ที่หายตัวไปแล้ว โดยหลังก่อเหตุ คนร้ายได้นำตัว ด.ช.วัย 6 ขวบ ไปปล่อยไว้ที่กลางทุ่งนาใน ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท ใกล้กับบ้านของ น.ส.ดวงพร ทั้งทอง ลูกสาวของนางปิยนันท์ ผู้เสียชีวิต ส่วนคนร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว คาดว่าวันนี้จะออกหมายจับได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ยิงดับ 2 แม่ลูก คาร้านนวดปราจีนบุรี พบ ด.ช. 6 ขวบหายตัวไป      

 15,230
ข่าวภูมิภาค
22 เม.ย. 62

ยิงดับ 2 แม่ลูก คาร้านนวดปราจีนบุรี พบ ด.ช. 6 ขวบหายตัวไป

ปราจีนบุรี-เกิดเหตุยิงกันตาย 2 ศพ ภายในร้านนวดชื่อ คุณรัตน์ นวดเพื่อสุขภาพ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ภายในร้านพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิงจำนวน 2 ราย สภาพศพนอนเรียงกันมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 มม.ลักษณะถูกจ่อยิงแบบเผาขนเข้าที่บริเวณเหนือคิ้วขวาทั้ง 2 คน   ทราบชื่อคือ นางวรีรัตน์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 60 ปี เจ้าของร้านนวด และ น.ส.ปิยนันท์ เจริญบูรณ์พันธุ์ อายุ 43 ปี ทั้ง 2 คนเป็นแม่ลูกกัน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่กว่า 4-5 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุพบร่องรอยของการต่อสู้ และยังพบกระสุนปืนขนาดเดียวกันที่ยังไม่ยิงตกอยู่บริเวณรอบศพจำนวน 4 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนภายในร้านไม่ได้ติดกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด จึงไม่รู้ว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นใคร   ด้านนายพงษ์ยศ วงษ์วิโรจน์ อายุ 49 ปี สามีเก่าของผู้ตาย ผู้ที่เห็นการณ์คนแรก กล่าวว่า ได้รับโทรศัพท์จากนายไตรภพ วงษ์วิโรจน์ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกชายว่าให้ไปดูแม่คือนางวรีรัตน์ หลังจากที่โทรศัพท์คุยกับแม่และโทรศัพท์ได้ถูกตัดสายหายไปเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย ส่วนตนกับนางวรีรัตน์ ซึ่งเป็นภรรยาเก่าได้เลิกรากันมา 6 ปี   หลังจากนั้นจึงได้ขับขี่รถยนต์มาดูที่ร้าน เห็นว่าภายในร้านดับไฟจึงเปิดประตูเข้าไปพอเปิดไฟก็เห็นว่าทั้ง 2 คนนอนอยู่ คิดว่าคงจะถูกทำร้ายจึงขับรถไปบอกหน่วยกู้ภัยฯที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมาดูว่า พบว่าทั้ง 2 ถูกยิงตายเสียแล้วจึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ   นายพงษ์ยศ กล่าวอีกว่า น.ส.ปิยนันท์ หรือ เอ๋ ซึ่งเป็นลูกติดของนางวรีรัตน์ ได้เลิกรากับสามีเก่า และมาอาศัยอยู่กับแม่โดยเปิดร้านนวดที่เกิดเหตุเพื่อเลี้ยงชีพ และมีลูกชายอายุ 6 ขวบ 1 คนมาอยู่ด้วย ต่อมาได้มีเพื่อนของสามีเก่า มาติดพัน น.ส. เอ๋ จนกระทั่งถูกสามีเก่าโทรมาขู่ฆ่า จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว หลังเกิดเหตุลูกชายวัย 6 ขวบที่เกิดจาก น.ส.เอ๋ กับสามีเก่าได้หายตัวไปด้วย   หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตร.ระบุ เบื้องต้นพบ 2 แม่ลูกถูกยิงตายอยู่ภายในร้านนวด จากสอบถามนายพงษ์ยศ ซึ่งเป็นสามีเก่าของนางวรีรัตน์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านนวด และลูกชายคือไตรภพ หลังจากที่โทรคุยกับผู้เป็นแม่คือนางวรีรัตน์ และโทรศัพท์ถูกตัดหายไป จึงโทรมาหานายพงษ์ยศ ผู้เป็นพ่อให้ไปดูแม่จนกระทั่งมาพบเหตุร้ายดังกล่าว เบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว ตอนนี้ได้สั่งชุดสืบสวนออกหาข่าวเพื่อติดตามผู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VGsn7D8j9FM

 3,369
ข่าวภูมิภาค
19 เม.ย. 62

ฟ้าผ่าสำนักปฏิบัติธรรมโคราชไฟไหม้วอด ขณะที่อีกจุดเพลิงไหม้กุฏิพระวัดปราจีนฯเสียหายยับ

โคราช-เกิดเหตุฟ้าผ่ากลางสำนักปฏิบัติธรรมอัญญาวิโมกข์ ที่ อ.ปากช่อง โคราช เกิดไฟลุกไหม้ศาลาปฏิบัติธรรม สร้างจากไม้มะค่า มูลค่า 30 ล้าน ซึ่งเป้นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เสียหายทั้งหมด   ผู้มาปฏิบัติธรรมที่เห็นเหตุการณ์ บอกก่อนเกิดเหตุมีลมพายุรุนแรง ก่อนเกิดฟ้าผ่าลงมาหลังพระประธานที่ตั้งอยู่ในศาลา จนเกิดเป็นประกายไฟก่อนจะไหม้ลุกลามทั้งหลัง   เช่นเดียวกับที่ จ.ปราจีนบุรี เกิดเหตุเพลิงไหม้กุฏิพระ​ภายในวัดใหม่ท่าพาณิชย์ เขตเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี โดยพบเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงรวมจำนวน 10 ห้อง ที่สร้างมากว่า 30 ปี   ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้เพลิงลุกลามไปยังกุฏิหลังใหญ่ เนื่องจากภายในกุฏิหลังดังกล่าวมีพระอาพาตอยู่ 1 รูปซึ่งโชคดีที่สามารถเคลื่อนย้ายพระรูปดังกล่าวออกมาได้อย่างปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2CS3kCjZAiQ

 1,774
ข่าวภูมิภาค
15 เม.ย. 62

สงกรานต์เดือด วัยรุ่นปราจีนบุรีตีกับกู้ภัยใน รพ. ทำ ผู้ป่วย-พยาบาล แตกตื่น

ปราจีนบุรี - ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ บริเวณเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้จัดให้มีการเล่นน้ำสงกรานต์จำนวน 3 วัน คือวันที่ 13-14และ15 เมษายน ในแต่ละวันจะมีกลุ่มวัยรุ่นออกมาเล่นน้ำสงกรานต์บริเวณตามทั้งถนนในเขตเทศบาล พร้อมกับมีรถเครื่องเสียงเปิดเพลงแข่งกัน ประกอบกับมีการดื่มสุรา เต้น ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน    แต่เวลาผ่านไปจนถึงเวลา 21.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นสมควรแก่การเวลาขอให้เลิกและปิดเครื่องเสียงส่วนกลุ่มวัยรุ่นบางกลุ่มไม่พอใจเบิ้ลรถยนต์ใส่ตำรวจจนทำให้ผู้ที่นั่งท้ายกระบะตกลงมาได้รับบาดเจ็บจำนวนหลาย เหตุเกิดบริเวณหน้าสะดวกซื้อ 7 เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯได้นำคนเจ็บส่ง รพ.กบินทร์บุรี จำนวน 4 ราย บางรายแขน ขา หัก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต้องใช้รถนำส่งหลายคัน กับถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้ปืนไล่ยิง   ขณะเมื่อหน่วยกู้ภัยนำคนเจ็บถึง รพ.เหตุการณ์ไม่คาดฝันทางกลุ่มเพื่อนของผู้บาดเจ็บตามมาที่ รพ.บริเวณหน้าห้องฉุกเฉินเอะอะโวยวาย ทางเจ้าหน้าที่ รพ.ขอร้องให้ลงไปด้านล่างแต่กลุ่มวัยรุ่นยังไม่ยอมลงพร้อมกับเรียกพรรคพวกมาเพิ่มอีกประมาณ 20 คน จนกระทั่งเหตุการณ์เริ่มจะบานปลายจึงขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาระงับเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกับหน่วยกู้ภัยฯได้เจราจากับวัยรุ่นอยู่ด้านล่างของ รพ.ขณะกำลังเจรจาอยู่นั้นพวกของกลุ่มเห็นว่าชุดกู้ภัยที่นำคนเจ็บที่เหลือตามมา นึกว่ากู้ภัยพาพวกมาเยอะจะมาหาเรื่องจึงได้ใช้ขวดเบียร์ตีศีรษะอาสาหน่วยกู้ภัยฯต่อหน้าตำรวจตนศีรษะแตกบาดเจ็บ 1 ราย    เหตุการณ์เริ่มขยายวงกว้าง เมื่อกู้ภัยฯถูกทำร้านบาดเจ็บได้วิทยุเรียกพรรคพวก มาเต็ม รพ.ปิดล้อมวัยรุ่นที่ก่อเหตุไม่ให้ออกจาก รพ.เมื่อทั้ง 2 ฝ่ายเผชิญหน้ากันกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวยังยั่วยุและบอกว่ามีอาวุธปืน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังมาเพิ่มจึงเข้าควบคุมสถานการณ์ แต่วัยรุ่นที่ก่อเหตุและบอกว่ามีอาวุธปืนเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิ่งหนีไป แต่ไปไม่รอดจึงถูกอาสากู้ภัยฯล้อมบริเวณทางเข้าออกจนสามารถจับตัวได้ และเกิดการชุลมุนกันขึ้นเป็นระยะๆ และถูกรุมประชาทัณฑ์ จนวุ่นวายไปทั้ง รพ.ทำให้ประชาชนที่อยู่ใน รพ.รวมทั้งเจ้าหน้าที่ พยาบาล แตกตื่นทั้ง รพ.จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมกลุ่มวัยทั้งหมด และตรวจค้นอาวุธแต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด พร้อมกับนำตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวน เพื่อขยายผล    ส่วนนายสุนทร พรรณนรา อายุ 27 ปี กลุ่มวัยรุ่น กล่าวว่า ได้ตามมาดูภรรยาที่ รพ.หลังจากตกรถขาหัก ขณะเกิดเหตุนอนอยู่ในรถ เพราะเมาสุรา จึงให้น้องขับรถมาเพื่อมารับกลับบ้านมาเจอปัญหาแบบนี้ไหนไม่ได้แล้ว   ด้าน พ.ต.อ.วันชัย พิทักษ์ตันสกุล ผกก.สภ.กบินทร์บุรี ได้เดินทางไปตรวจสอบที่ รพ.พร้อมกับกล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นที่มาในงานสงกรานต์เทศบาล หน่วยกู้ภัยได้นำคนเจ็บส่ง รพ.ส่วนวัยรุ่นคงจะตามมาดู ก็มาทำร้ายทางเจ้าหน้าที่นำคนเจ็บส่ง รพ.ก็ได้รับเจ็บที่ศีรษะนิดหน่อย ก็สามารถจับผู้ก่อเหตุได้ 3 คน ส่วนที่เหลือจะขยายผล ส่วนวันไหลวันสุดท้ายคือวันที่ 15 จะขอความร่วมมือทางเทศบาลหามาตรการณ์ป้องกัน เพื่อขอร้องจะไม่ให้มีงานงัดงานสงกรานต์ หรือให้มีวันเดียว ส่วนวันไหลจะขอให้เลิกเร็วขึ้นดังกล่าว

 3,310
ข่าวภูมิภาค
01 เม.ย. 62

ฟ้าผ่ากลางสุสานชลบุรีขณะไหว้เช็งเม้ง ดับ 1 เจ็บ 2 - คนงานไร่มันปราจีนฯโดนด้วย หนีตายเจ็บ 4

ชลบุรี-เกิดเหตุคนถูกฟ้าผ่า ภายในสุสาน เจ็งเล็ง ภายในวัดป่าเขาพุวนาราม (เนตรดี) ม.11 ต.บางพระ อ.ศรีราชา พบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกฟ้าผ่าจนหมดสติ ทั้ง 3 รายถูกทางทีมแพทย์นำตัวส่งโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 2 ราย    โดยในเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 3 คนเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร เพื่อมาไหว้บรรพบุรุษที่สุสานแห่งนี้เนื่องในเทศกาลเช็งเม้ง แต่ทางผู้เสียชีวิตได้พกโทรศัทพ์มือถืออยู่ที่ตัวจำนวน 2 เครื่อง ซึ่งในเวลานั้นในพื้นที่มีฝนตกฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ก่อนที่จะมีฟ้าผ่าลงมาจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์ที่จอดอยู่ในบริเวณนั้นได้รับความเสียหาย             อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปบันทึกภาพสถานที่เกิดเหตุเอาไว้เป็นหลักฐานและจะเดินทางไปที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิต   เช่นเดียวกับที่ จ.ปราจีนบุรี มีคนถูกฟ้าผ่ารวม 4 คน ได้รับบาดเจ็บ นอนสลบอยู่ในเพิงพัก ป่าไร่มันสำปะหลัง โดยกลุ่มผู้บาดเจ็บเล่าว่า ออกไปรับจ้างเก็บมันสำปะหลังในสวน ช่วงบ่ายเกิดฝนตกลงมา จึงพากันไปหลบอยู่ที่กระท่อมใต้โคนต้นไม้ ทันใดนั้นเกิดฟ้าร้อง และฝนฟ้าคะนอง   อึดใจต่อมาไม่มีใครคาดคิด ฟ้าแลบและเสียงดังเปรี้ยง ทุกคนต่างกระเด็นไปตามแรงคนละทิศละทาง รู้สึกเจ็บที่ท้ายทอย ลุกขึ้นมาได้เห็นเพื่อนนอนแน่นิ่งอยู่ จึงรีบวิ่งมาขอความช่วยเหลือเพื่อนที่นอนสลบอยู่ที่้เกิดเหตุนำส่งโรงพยาลาล ซึ่งล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qt-2loOMsJ8

 4,891
ข่าวภูมิภาค
26 มี.ค. 62

รถบรรทุกอัดท้ายเก๋งชนสนั่น 7 คันรวด บาดเจ็บ 7 ราย หน้าอุโมงค์เชื่อมผืนป่าเขาใหญ่-ทับลาน

ปราจีนบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังขอนแดง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันจำนวนหลายคัน และมีผู้บาดเจ็บหลายคน เหตุเกิดบริเวณทางเข้าปากอุโมงค์เชื่อมผืนป่าดงพญาเย็นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่-อุทยานแห่งชาติทับลาน ถนนสาย 304 ฝั่งขาเข้าอำเภอกบินทร์บุรี หลัก กม.195 + 600 หมู่.1 ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี   หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รวมทั้งรถยนต์กระบะ และรถบรรทุก ถูกเฉี่ยวชนกระเด็นกระจัดกระจายเกลื่อนถนน กีดขวางการจราจรทั้ง 2 ช่องทาง ก่อนขาเข้าปากอุโมงค์ประมาณ 100 เมตร ทำให้การจราจรรถติดยาวเหยียด จากการตรวจสอบพบรถยนต์เสียหาย 7 คัน  มีผู้บาดเจ็บ 7 คน ในจำนวนนั้นมีพระภิกษุสงฆ์รวมอยู่ด้วย   พระครูวินัยธรวิกรม เรขาฯ หลวงปู่ใหญ่ วัดป่าประชาคมมะขามป้อม จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า รถที่โดยสารมาถูกรถบรรทุกคันดังกล่าวชนท้ายจนหมุนจนกระเด็นลอยเคว้ง ไปชนต่อ ๆ กัน 7 คัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสาเหตุ แต่อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกหลังจากให้ใช้เปิดอุโมงค์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2EiDZgslPJ0

 1,802
ข่าวภูมิภาค
20 มี.ค. 62

คลิปนาทีคนร้ายขี่ จยย.กระชากสร้อย 2 ยายหลานกลางวันแสกๆ ก่อนพลาดทำมือถือตกไว้

ปราจีนบุรี-กล้องหน้ารถจับภาพคนร้ายลงมืออุกอาจกลางวันแสกๆ ท่ามกลางประชาชนขี่รถผ่านไปมา โดยทำทีขี่ จยย.ตามหลังเหยื่อใช้เท้าถีบรถ จยย.สองยายหลานล้มลงก่อนลงมือกระชากสร้อยคอ และสร้อยข้อมือ   โดยเหยื่อเป็นยายวัย 72 ปี และหลานสาววัย 30 ปี ขัดขืนจับหัวกระแทกพื้นถนน พลเมืองดีขับรถยนต์ผ่านมาเห็นเหตุการณ์กล้องหน้ารถจับภาพนาทีลงมือไว้ได้ เหตุเกิดบนถนนอนุกูล สายบ้านทุ่งแฝก-เทศบาลกบินทร์ หน้าสวน 72 พรรษา เขตเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี   จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า สองยายหลานได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากไปทำธุระเพื่อกลับบ้านที่ตลาดกบินทร์ขณะที่ขับรถมาตามถนนสายดังกล่าว ได้มีคนร้ายจำนวน 1 คน รูปร่างผอม สูงประมาณ 165-170 ซม.ผิวดำ ตัดผมเกียน ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนตามหลังมา   พอมาถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายได้ใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายจนล้มลง ก่อนจะลงมือปฏิบัติการณ์แย่งสร้อยข้อมือของผู้เป็นยาย หนัก 2 สลึง และสร้อยคอทองคำของหลานสาวที่ใส่อยู่ในคอหนัก 1 บาท แต่ได้ขัดขืน ทำให้คนร้ายจับศีรษะกระแทกลงกับพื้นถนนจนได้รับบาดเจ็บ   ในที่เกิดเหตุโทรศัพท์มือถือของร้ายทำตกหล่นไว้ในที่เกิดเหตุ 1 เครื่อง ขณะเกิดเหตุมีประชาชนขี่รถผ่านไปมาเป็นจำนวนมากเพราะเป็นวันตลาดนัด ในมือคนร้ายถืออาวุธปืนไว้ป้องกันตัวตลอดเวลาจึงไม่มีใครกล้าลงไปช่วยเหลือ หลังจากที่คนร้ายได้ทรัพย์สินไปก็ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางบ้านทุ่งแฝก   ส่วนโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายได้ทำตกหล่นไว้ในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้หลักฐานของคนร้าย ซึ่งผู้ที่เหตุการณ์ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันที่ลงมือกระชากสร้อยสองยายหลาน และจะได้สืบสวนสอบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2XaFrjjwslY

 11,801
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 มี.ค. 62

สาวเลือกตั้งล่วงหน้าที่ปราจีนฯ ได้รับบัตรผิดเขต พอทักท้วง จนท.บอก "กาๆไปเถอะ แล้วจะไปแก้ให้"

พบปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้า ของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่เขตให้บัตรเลือกตั้งมาผิดเขต เมื่อผู้ใช้สิทธิ์ทักท้วง ก็ได้รับคำตอบว่า กาๆไปเถอะ แล้วจะไปแก้ให้ ซึ่งเป็นคำตอบที่ไม่เหมาะสม เมื่อทางผู้ใช้สิทธิ์ขอรับบัตรเลือกตั้งใหม่ ก็พบมีรอยขีด ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง จนทำให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่รอต่อคิวแสดงความไม่พอใจต่อผู้ใช้สิทธิ์คนนี้ ทั้งที่เป็นการรักษาสิทธิ์ตัวเอง   ซึ่งเมื่อมีเรื่องราวเผยแพร่ออกไป ได้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ต่อพฤติกรรมและคำพูดของ จนท.ประจำเขตเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้ กกต.ออกมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4aCoVBCXuM4

 26,470
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
18 มี.ค. 62

สาวเลือกตั้งล่วงหน้าที่ปราจีนฯ ได้รับบัตรผิดเขต พอทักท้วง จนท.บอก "กาๆไปเถอะ แล้วจะไปแก้ให้"

พบปัญหาการเลือกตั้งล่วงหน้า ของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่เขตให้บัตรเลือกตั้งมาผิดเขต เมื่อผู้ใช้สิทธิ์ทักท้วง ก็ได้รับคำตอบว่า กาๆไปเถอะ แล้วจะไปแก้ให้ ซึ่งเป็นคำตอบที่ไม่เหมาะสม เมื่อทางผู้ใช้สิทธิ์ขอรับบัตรเลือกตั้งใหม่ ก็พบมีรอยขีด ไม่ใช่บัตรเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง จนทำให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่รอต่อคิวแสดงความไม่พอใจต่อผู้ใช้สิทธิ์คนนี้ ทั้งที่เป็นการรักษาสิทธิ์ตัวเอง   ซึ่งเมื่อมีเรื่องราวเผยแพร่ออกไป ได้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ต่อพฤติกรรมและคำพูดของ จนท.ประจำเขตเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้ กกต.ออกมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4aCoVBCXuM4

 26,470
ข่าวภูมิภาค
11 มี.ค. 62

พระนั่ง จยย.พ่วงข้าง จีวรพันล้อรถ ม้วนรัดคอหัก มรณภาพคาที่

ปราจีนบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวสจ สภ.กบินทร์บุรี รับแจ้งอุบัติเหตุพระภิกษุสงฆ์จีวรพันกับล้อรถจักรยานยนต์เสียชีวิตคาที่ เหตุเกิดถนนหมู่บ้านคลองยาง ม.11 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี   ที่เกิดเหตุบริเวณถนนก่อนถึงวัดคลองยางประมาณ 200 เมตร พบร่างพระภิกษุสงฆ์มรณภาพอยู่บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างยี่ห้อยามาฮ่า สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทราบชื่อคือพระลือชา สีทอง อายุ 63 ปี เป็นพระลูกวัดคลองยาง   สภาพศพถูกจีวรที่ห่มพันเข้ากับล้อหลังของรถจักรยานยนต์ ด้วยความเร็วของรถ จีวรได้ม้วนรัดคอจนแน่น ดึงร่างของท่านพลิกกลับหลัง ติดคาตัวรถสภาพคอหักมรณภาพคาที่ สร้างความสลดใจให้กับญาติโยมและประชาชนยิ่งนัก จากการตรวจสอบอย่างละเอียดไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างจึงได้นำศพไปยังวัดบ้านซ่ง เพื่อให้ญาติไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป   จากการสอบถามนางดวงฤดี ลาทอง อายุ 49 ปี ส.อบต.เขาไม้แก้ว เบื้องต้นทราบว่า ได้รับแจ้งจากลูกสาวว่าขณะที่ขับรถผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงมาบอกและออกมาดูขณะนั้นท่านยังมีชีวิตอยู่ และไปบอกกับเจ้าอาวาสที่วัดออกมาดูท่านได้มรณภาพแล้ว   ด้านพระไพรัช ฐานะวีโร เจ้าอาวาสวัดคลองยาง กล่าวว่า พระลือชาเป็นพระลูกวัดบวชได้ 1 พรรษาทั้งวัดมีพระอยู่เพียง 2 รูป และท่านป่วยเป็นอัมพาตเดินไม่ค่อยได้   ส่วนสาเหตุที่ท่านขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของวัดออกมาร้านค้าในหมู่บ้านเพื่อหาซื้อสิ่งของและยาสูบ ขณะขับกลับวัดคาดว่าจีวรที่ห่มอาจจะร่วงลงไปพันเข้ากับล้อหลังรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จนขาดอากาศหายใจ คอหัก มรณภาพดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2TcD9mt8oOw

 3,179
การเมือง
07 มี.ค. 62

'บิ๊กแดง' ห่วงกำลังพลถูกด่า 'เสรีพิศุทธ์' อ้างไปที่อื่นไม่มีปัญหา แต่ไปปราจีนฯถิ่น 'บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก' ถูกคุกคาม

หลังจากผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ สั่งแจ้งความดำเนินคดีเอาผิด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในกรณีดูหมิ่นเครื่องแบบทหาร และใช้ถ้อยคำดูหมิ่นทหาร   วันนี้ผู้บัญชาการทหารบก ได้เรียกประชุมหน่วยขึ้นตรง ทบ. วาระพิเศษ และประชุมผู้บังคับหน่วยระดับกองพันขึ้นไปทั่วประเทศกว่า 700 นาย โดยนัดตั้งแถวเวลา 08.30 น. ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 หน้าหอประชุมกิติขจร เพื่อกล่าวคำปฏิญาณตนก่อนขึ้นประชุม   โดยกำหนดคำปฏิญาณตนไว้ว่า “ข้าพุทธเจ้าจะรักษามรดกของพระองค์เท่าชีวิต” เพื่อแสดงออกถึงการทำหน้าที่ทหารในการรักษากองบัญชาการกองทัพบก ที่รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นองค์ผู้ก่อตั้ง   ส่วนที่ จ.ปราจีนบุรี พ.ท.ปกิจ ผลฟัก ผบ.ร.รส.กกล.รส.จ.ปราจีนบุรี มทบ.12 พร้อมด้วย พล.ต.ชัยวัฒน์ บุญธรรมเจริญ ผบ.มทบ.12 เข้าแจ้งความกับ สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ในข้อหาหมิ่นประมาท ดูถูกเหยียดหยามในขณะปฏิบัติหน้าที่   พ.ท.ปกิจกล่าวว่า ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อยประจำ จ.ปราจีนบุรี ช่วงนี้เป็นช่วงหาเสียงไม่ว่าพรรคใดเข้ามาหาเสียง ต้องมาดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว ที่มาแจ้งความเพราะถูกใช้ถ้อยคำที่ไม่ดี ต้องมาปกป้องศักดิ์ศรี ส่วนตัวไม่ได้ โกรธเพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ เป็นทหารถูกสอนให้มีระเบียบวินัย   พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนา นปอ. ครบรอบ 27 ปี ได้กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลที่ดูแลพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งว่า เป็นห่วงทั้งหมด เป็นห่วงกองทัพบก เป็นห่วงกำลังพลทุกคน แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณียื่นฟ้อง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์   ขณะที่ทางฝั่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ไม่มีปัญหาทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอน ไม่ได้รู้สึกกังวลใดๆ เรื่องเครื่องแบบทหารตนเป็นข้าราชการรู้ดีว่าต้องติดอย่างไรแบบใด ส่วนกรณีไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ทหารที่มาดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.ปราจีนบุรีนั้น ช่วงนี้เป็นช่วงหาเสียงตนมีสิทธิทำหน้าที่ของตน แต่การที่ทหารมาติดตามแบบนี้คิดว่าเป็นการคุกคาม แม้จะบอกกระทำแบบเรียบร้อย แต่ขอถามกลับว่าหากให้คนติดตามครอบครัวของคุณแบบนี้บ้าง จะคิดอย่างไร   ที่ผ่านมาเดินหาเสียงทั่วประเทศไม่เคยมีปัญหากับทหาร บางพื้นที่ทหารเดินมาจับมือให้กำลังใจ แต่มาที่ จ.ปราจีนบุรี ถิ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กลับมีเรื่องคิดว่านี่คือการคุกคาม หากเลือกตั้งเสร็จแล้วจะไล่สอบสวนไปจนถึงคนที่มาสั่งฟ้องตน ว่าทำไมครอบครัวถึงร่ำรวยขนาดนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uzQbt10D6Cc

 6,632

Top