ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปราจีนบุรี"

ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 62

สั่งย้าย ผอ.ปมไข่พะโล้บูด โอดถูกจัดฉากใส่ร้าย เพราะขัดแย้งส่วนตัว เด็ก-ผู้ปกครองฮือถือป้ายขับไล่

จากกรณีโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นำไข่พะโล้ที่บูด แล้วไปล้างน้ำก่อนนำกลับมาต้มใหม่ เป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนรับประทาน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ขอให้มีการตรวจสอบโรงเรียนดังกล่าว            ผู้สื่อข่าวไปเจอ น.ส.ลูกน้ำ สันทาลุนัย แม่ครัวของโรงเรียนยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับคำสั่งจาก ผอ.ให้ทำไข่พะโล้ไว้กลัวไม่ทันโดยต้มใส่หม้อเบอร์ 40 จำนวน 4 แผง เพื่อเป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนเกือบ 300 คน ในวันที่ 30 ก.ค. แต่เช้ามาตนพบว่า ไข่พะโล้ที่ต้มใส่หม้อปิดฝาทิ้งข้ามคืนเอาไว้มีฟอง มีกลิ่นเหม็นบูด จึงไปแจ้งครูมาดูรายงานให้ ผอ.โรงเรียนทราบ          จากนั้น ผอ.โรงเรียน ได้สั่งให้ตนนำไข่พะโล้และหมูที่บูดใส่กาละมังนำน้ำร้อนมาล้าง แล้วนำกลับมาต้มปรุงรสใหม่นำไปให้เด็กรับประทาน ตนรู้แต่พูดและทำอะไรไม่ได้ จึงจำเป็นทำอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนกิน ซึ่งอาหารดังกล่าวเป็นโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้น ป.6      เมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) ผู้ปกครอง นักเรียน รวมถึงคณะกรรมการสถานศึกษา ได้รวมตัวกันเข้าพบ ผอ.และคณะครู ขอคำชี้แจงสอบถามว่าทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นพร้อมถือป้ายมีข้อความโจมตีขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนออกนอกพื้นที่ เช่น ผอ.ออกไป, สงสารหนูไหม ,หนูไม่กินพะโล้บูด หลังจาก ประชุมเสร็จ ผอ.ไม่ยอมออกมาชี้แจงใด ๆ อ้างมวลชนเยอะอารมณ์กำลัวร้อน ทำให้กลุ่มผู้ปกครองไม่พอใจ ตะโกนลั่นหากไม่ชี้แจงจะนำบุตรหลานลาออกไปเรียนที่อื่น      โดยบรรยากาศที่โรงเรียนเป็นไปอย่างโกลาหล ผู้ปกครองบางคนบอกบุตรหลานไม่ต้องเรียนให้ไปเก็บกระเป๋ากลับบ้าน ขณะที่ครูประกาศเสียงตามสายหากจะกลับขอให้ นักเรียนไปทานอาหารกลางวันให้เรียบร้อยก่อน เพราะแม่ครัวทำอาหารไว้รอแล้ว แต่ผู้ปกครองบางคนไม่กล้าให้บุตรหลานไปทานหวั่นท้องเสีย กลัวอาหารบูดเหมือนไข่พะโล้รีไซเคิล        ผู้ปกครองนักเรียน เผยกับผู้สื่อข่าวว่าทำไม ผอ.ใจร้ายทำกับเด็กได้ขนาดนี้ หากบุตรหลานของพวกตนเจ็บป่วยขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ อยากให้มีการตรวจสอบขข้อเท็จจริง เพราะ ผอ.คนนี้มีหลายเรื่องที่กลุ่มผู้ปกครองรับไม่ได้ ทั้งเรื่องอาหาร เสื้อผ้าที่เด็กสวมใส่ โดย ผอ.คนนี้เคยประกาศประจานการแต่งกายของนักเรียนหน้าเสาธง ดูถูกว่าเป็นคนจน ซึ่งผู้ปกครองหลายคนได้ยินกับหู   ด้านนายพงศธร อร่ามวิทยานุกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองสิบสอง ยืนยันเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้สั่งแม่ครัวล้างไข่พะโล้บูดให้เด็กรับประทานท้าพิสูจน์ความจริง เป็นการจัดฉากของผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งและเป็นกรรมการสถานศึกษามีความขัดแย้งส่วนตัวกับตน 5-6 ปี พยายามทำตัวตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่  โดยไม่อยากให้ตนเป็น ผอ.อยู่ที่โรงเรียนนี้ จึงหาเรื่อง ใส่ร้ายจัดมวลชนมาขับไล่ ซึ่งตนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว     ส่วนประเด็นไข่พะโล้บูดนั้น วันแรกที่เพจหนึ่งนำภาพมาโพสต์แฉเป็นไข่พะโล้กับหมูสามชั้นบูด ภาชนะใส่อาหารที่ปรากฏในภาพไม่ใช่ของโรงเรียน แต่มีการถ่ายภาพกับพื้นเคาน์เตอร์ของ ทางโรงเรียน ซึ่งก็ชี้แจงให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้ว        ต่อมามีการโพสต์แฉอีกเป็นภาพไข่พะโล้กับไก่ โดยจัดฉากขึ้นมาว่าบูดอาศัยมวลชนมากดดัน ตน ซึ่งเจ้าหน้าที่อาหารกลางวันไม่มีใครทราบและไม่ได้ รับแจ้งว่าอาหารบูด และตนก็ไม่ได้ไปดูหรือสั่งนำพะโล้บูดไปให้เด็กทาน โดยวันเกิดเหตุ (29 ก.ค.) เป็นวันหยุดตนไปราชการที่ จ.กาญจนบุรี     ทั้งนี้มีเพียงคำกล่าวอ้างของแม่ครัวเท่านั้นและไปให้ข่าวดราม่าเสียหายว่า เด็กท้องเสียอนามัยใกล้เคียง ไม่มีข้อมูลนักเรียนไปหาหมอเพราะท้องเสียจากการทานไข่พะโล้แต่อย่างใด จริงๆ ไข่พะโล้ไม่ได้บูด แต่อุกุเรื่องถ่ายภาพขึ้นมาเอง ตนมีหลักฐานไม่ได้พูดลอยๆ ยืนยันไม่มีการทุจริตงบอาหารกลางวันตามที่ถูกกล่าวหา บริสุทธิ์ใจพร้อมชี้แจงทุกอย่าง ยอมรับน้อยใจในการทำงานบ้าง ทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง ส่วนผู้บังคับบัญชาจะมีคำสั่งอย่างไรพร้อมน้อมรับ ไม่กดดันที่ถูกขับไล่      นายทศพล บุญวิทย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.วังท่าช้าง ที่ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองสิบสอง พาดพิงว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ยืนยันตนเองไม่ได้เป็นคนจัดฉากใส่ร้ายหรือเกณฑ์ชาวบ้านมาขับไล่ ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริง ขอให้ย้าย ผอ.โรงเรียนฯ ออกนอกพื้นที่ไปก่อนตามคำเรียกร้องของผู้ปกครองนักเรียน       ขณะที่นายวัลลพ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี เดินทางไปที่โรงเรียนบ้านคลองสิบสอง ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับฟังคำชี้แจงจากทั้งสองฝ่ายเพื่อความเป็นธรรม โดย ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ปราจีนบุรี เขต 2 มีคำสั่งให้ ผอ.โรงเรียนฯ ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา เขต 2 จนกว่ากระบวนการสอบจะแล้วเสร็จ           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h39RYeUP_Ww

 22,042
แชร์ออฟเดอะเดย์
05 ส.ค. 62

ผอ.โต้สั่งล้างไข่พะโล้บูด เชื่อถูกจัดฉากหวังทำลายชื่อเสียง แม่ครัวยันโดนสั่งให้ทำจริง

ปราจีนบุรี-จากกรณีมีการเผยแพร่เรื่องราวของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ทำอาหารกลางวันไร้คุณภาพให้เด็กกิน โดยการนำไข่พะโล้บูดไปล้างน้ำ แล้วนำกลับมาต้มให้เด็กนักเรียนเป็นอาหารกลางวัน โดยแม่ครัวอ้างว่า เป็นคำสั่งของ ผอ.     ล่าสุด นายพงศธร อร่ามวิทยานุกูล ผอ.โรงเรียนบ้านคลอง 12 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงนะครับ เป็นการจัดฉากที่ต้องการทำลายในบางสิ่งบางอย่าง ที่ต้องการทำลายให้โรงเรียนชื่อเสียงและตนเอง ตนมีหลักฐานพร้อมชี้แจงท่านนายอำเภอ, ผู้บังคับบัญชา และ คณะกรรมการสถานศึกษา ว่าเด็กนักเรียนที่นี่ได้กินอาหารอิ่มทุกวัน ได้รับประทานอาหารที่ดี ไข่พะโล้ที่ในเพจนำมาลงวันแรกไม่ใช่ไข่พะโล้ที่โรงเรียนทำ วันแรกเป็นไข่พะโล้กับหมูสามชั้นชิ้นโตๆ ถามว่าโรงเรียนเคยทำไข่พะโล้ไหมครับ เคยทำ โรงเรียนใช้ไข่พะโล้ไก่ ในการทำไข่พะโล้   ด้านแม่ครัวเล่าว่า ย้อนไปก่อนหน้าคือวันที่ 29 กค. ตนได้ทำต้มไข่พะโล้ไว้สำหรับที่จะเป็นอาหารกลางให้นักเรียนในวันที่ 30 กค.แต่พอมาตอนเช้า ตนกำลังจะเอาไข่พะโล้ที่ทำไว้ออกมาอุ่นพอเปิดมาเห็นน้ำเป็นฟอง และเริ่มมีกลิ่นเหม็น ตนจึงได้ปรึกษา ผอ.     แต่ ผอ.บอกว่าให้ตนเอาไปเทน้ำเก่าออกและใส่ตะแกรงล้าง เอามาปรุงใหม่ ซึ่งตอนนั้นตนก็คิดว่ามันไม่ถูก แต่ไม่สามารถพูดได้จำต้องทำตาม โดยนำไข่พะโล้ที่บูดและล้างแล้วมาปรุงเครื่องใหม่ ซึ่งตนเองได้บันทึกภาพไข่พะโล้ ที่ล้างน้ำไว้ แต่ไม่ได้บอกใคร จนในที่สุดมีภาพไข่พะโล้ ที่ทำใหม่หลุดออกไป   ทั้งนี้แม่ครัวยอมรับว่า กลัวเด็กเป็นอันตราย และรู้ว่าเป็นเรื่องผิด แต่ตนไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะเป็นลูกจ้าง อย่าว่าแต่เด็กนักเรียนคนอื่นกินเลย ลูกหลานตัวเองก็ต้องกินเหมือนกัน โดยตั้งแต่วันที่ตนทำคิดว่าตลอดในสิ่งที่ตนทำลงไป   ซึ่งหลังมีข่าวออกไป ทำให้ทางผู้ปกครองเรียกร้องให้ทางโรงเรียนเปิดเผยความจริง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องราวทั้งหมด หากพบมีความผิดจริงจะมีการดำเนินการตามระเบียบต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KpXkyJUFHDk

 7,470
ข่าวภูมิภาค
01 ส.ค. 62

หนุ่มขี่บิ๊กไบค์ ชน จยย.พ่วงข้าง ลุงเก็บของเก่า เสียชีวิต

ขอบคุณภาพ มติชนออนไลน์   วันที่ 1 ส.ค. 62 เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ร.ต.อ.จุมพล ทฤษฎีสุข รอง.สว.(สอบสวน) สภ.ศรีมหาโพธิ ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เฉี่ยวชนกับจักรยานยนต์พ่วงข้าง บริเวณหน้าหมู่บ้านเดอะคริสตัล ม.7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1ราย และบาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ศรีมหาโพธิ ไปก่อนหน้านั้น หลังจากรับแจ้งรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ   ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda Wave i สีแดงดำ เป็นรถแบบพ่วงข้างถูกชนเข้ากลางคันเครื่องยนต์และตัวรถหักงอ จากความเร็วของรถจักรยานยนต์ที่ชนได้รับความเสียหายทั้งคัน บริเวณหน้ารถจักรยานยนต์พ่วงข้างมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือนายมณฑล มีศิริ อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นคนขับจักรยานยนต์พ่วงข้าง    ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่น นินจา สีดำ สภาพด้านหน้าและตัวรถพังเสียหายยับเยินทั้งคันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.ศรีมหาโพธิ โดยบาดเจ็บแขนและขาหักทั้ง 2 ข้าง ทราบชื้อคือนายสิศรุต สุวรรณจิต อายุ 28 ปี    จากสอบถาม น.ส.เบญจวรรณ มีศิริ อายุ 26 ปี ลูกสาวผู้เสียชีวิตเล่าว่า พ่อจะออกหาเก็บของเก่าเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวเป็นแบบนี้ประจำทุกวันตามที่ต่างๆ หลังจากทราบข่าวว่าพ่อถูกรถชน เลยมาดูไม่คิดว่าจะไม่ถึงขั้นเสียชีวิต   ทั้งนี้ จากตรวจสอบที่เกิดเหตุมีร่องรอยการชนระหว่างเลนกลางถนนฝั่งขาเข้านิคมอุสาหกรรม 304 ไปจนถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้าน คาดว่ารถจยย.พ่วงข้าง ขับมาเพื่อจะเข้าหมู่บ้านฝั่งตรงข้าม เป็นจังหวะที่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับมาด้วยความเร็วและไม่ได้ระวัง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจอกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเลยเบรกไม่ทันจึงชนเข้าเต็มแรง ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงจะได้มีการตรวจสอบกล้องวงจรโดยรอบอีกครั้ง  

 2,988
ข่าวภูมิภาค
01 ส.ค. 62

'เสี่ยเอก บ่อพลอย' เครียดถูกจับยา 6 พันเม็ด คว้าเสื้อวอร์มผูกคอตายคาห้องขังดับ

ปราจีนบุรี-มีรายงานว่า นายโรจนวุฑฒิ บางอ้อ หรือฉายา เสี่ยเอก บ่อพลอย อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ต้องหาในคดีครอบครองยาเสพติด 6,000 เม็ด เสียชีวิตในสภาพนั่งกับพื้นใช้เสื้อวอร์มแขนยาว สีกรมท่า ที่สวมใส่ปลิดชีพตัวเองกับลูกกรงเหล็กอยู่ในห้องขัง ที่ถูกกักขังเพียงอยู่เพียงคนเดียว ท่ามกลางผู้ต้องขังในคดีต่างๆ อีกจำนวน 14 คน รวมทั้งผู้เสียชีวิตด้วยรวมเป็น 15 คน   จากการสอบถามสิบเวรห้องควบคุม กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นผู้เสียชีวิตได้มีแม่ และภรรยา เดินทางมาเยี่ยมในช่วงเช้า ขณะเดียวกันได้มีหญิงสาวท้องแก่มาเยี่ยมสามีคดียาเสพติดเช่นกัน และเกิดอาการเจ็บท้องอย่างกะทันหันและได้เรียกรถพยาบาล รพ.กบินทร์บุรี มารับส่ง รพ.   ขณะที่ชุลมุนอยู่นั้น นายโรจนวุฑฒิ ฉวยโอกาสที่สิบเวรเผลอใช้เสื้อที่สวมใส่แขวนคอตัวเองเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นผู้เสียชีวิตหลังจากที่ถูกจับคดียาเสพติดบ่นว่าอยากตาย และช่วงดึกก็พยามผูกคอมาครั้งหนึ่งแต่เสื้อเกิดหลุดจึงรอดตาย จนกระทั่งมาช่วงสายอาศัยช่วงชุลมุนผูกคอตายดังกล่าว   ทั้งนี้ นายโรจนวุฑฒิ ผู้ตายเป็นน้อง สจ.ชื่อดัง เขต อ.บ่อพลอย และตระกูลบางอ้อ จะเป็นที่รู้จักของคนทั้ง จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ เสี่ยเอก บ่อพลอย เคยประวัติถูกจับเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อนและเพิ่งจะพ้นโทษออกมาแต่ไม่เข็ดหลาบ ได้หันมาค้ายาอีก จนกระทั่งมาถูกชุดสืบสวน สภ.กบินทร์บุรี ล่อซื้อจับกุมได้ดังกล่าว ในที่สุดนายโรจนวุฑฒิ บางอ้อ ก็คิดสั้นผูกคอตัวเองหนีความผิดดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BGRg5GkF29I

 2,828
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ค. 62

รวบแก๊งจำนำทองปลอม เจ้าของร้านทองจำหน้าได้ หลังเคยหลอกมาแล้ว 2 ครั้ง

ปราจีนบุรี-ตำรวจรับแจ้งเหตุมีคนร้ายนำทองปลอมมาขาย ที่ร้านขายทองชื่อเยาวราชคลองรั้ง ในตลาดครองรั้ง ม.3 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ โดยเป็นคนร้ายที่นำทองปลอมมาขายก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งเจ้าของร้านกำลังถ่วงเวลาเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม   หลังรับแจ้งพร้อมด้วยรถยนต์สายตรวจ 20 ออกตรวจสอบทันที พบว่าคนร้ายมาด้วยกันทั้งหมดจำนวน 3 คน เป็นชายวัยกลางคน ใช้รถยนต์เป็นพาหะนะ คนร้ายได้จอดรถหน้าร้าน 1 ในจำนวนนั้น เป็นชายรูปร่างสูง สวมเสื้อยืด สีขาว มีโลโก้ เหยี่ยวเวหา สำนักงานงานตำรวจแห่งชาติ ทำทีนำสร้อยคอคล้ายทองคำจำนวน 2 เส้น น้ำหนักเส้นละ 1 บาท รวมเป็น 2 บาท ทำทีมาขายให้เจ้าของร้าน   ขณะกำลังต่อรองราคาเจ้าของจำหน้าได้ว่า คนที่นำทองมาขายนั้นเคยก่อเหตุนำทองปลอมมาให้ขายแล้วถึง 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 จึงรีบแจ้งโทรแจ้งสายด่วน 191 เพื่อให้ตำรวจเข้าตรวจสอบ หลังจากคนร้ายเห็นท่าไม่ดีจึงขับรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไปทางถนนสาย 304 มุ่งหน้าไปทาง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา   ต่อมาตำรวจสกัดจับกุมได้คนร้ายทั้ง 3 คนทราบชื่อคือ นายวุฒิภูมิ สุวรรณนิภา อายุ 52 ปี / นายอานนท์ ปินวงศ์วาน อายุ 44 ปี และนายธนกฤต อาภรณ์ชัย อายุ 44 ปี จากการตรวจค้นพบสร้อยคอคล้ายทองคำจำนวน 3 เส้น เส้นละ 2 บาท รวม 6 บาท ซุกซ่อนอยู่ท้ายรถจึงยึดไว้เป็นหลักฐาน   สอบถาม น.ส.เทียนทิพย์ ไถ่ประยูร อายุ 28 ปี เจ้าของร้านทองเยาวราชครองรั้ง กล่าวว่า ผู้สงสัยเคยนำทองมาจำก็เลยรู้ คือครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 และ 26 ก.ค.62 ที่ผ่านมา เป็นทอง 6 บาท รวมเงิน 71,000 บาท คนที่นำทองมาจำคือนายวุฒิภูมิ สุวรรณนิภา แต่วันนี้เขาก็กลับมาอีกครั้ง แต่ไม่ได้เงินไป   ด้าน น.ส.ปิยเนตร แจ่มใส อายุ 49 ปี เจ้าของร้านทอง ก.เยาวราชครองรั้ง กล่าวว่า ได้ถูกคนร้ายรายเดียวกันนำทองปลอมมาขายให้เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา เส้นละ 2 บาท 2 เส้น รวมน้ำหนัก 4 บาท สูญเงินไปจำนวน 68,000 บาท คนที่มาขายคือนายอานนท์ ปินวงศ์วาน ส่วนนายธนกฤต อาภรณ์ชัย อายุ 44 ปี ขาพิการเป็นคนขับรถ   จากการตรวจสอบประวัตินายวุฒิภูมิ สุวรรณนิภา อายุ 52 ปี พบว่ามีหมายจับคดีช่อโกง หลายท้องที่ส่วนใหญ่แล้วแต่ละคดีจะมีการเคลียร์ค่าเสียหายกันจึงไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด จนกระทั่งมาก่อเหตุร้านทองในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี มาแล้วครั้ง จนมาครั้งนี้เจ้าของร้านจำหน้าได้จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรวบทันควัน ส่วนคนร้ายทั้งหมดให้การรับสารภาพ พร้อมส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uiGBQpDEg7I

 2,543
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ค. 62

ฝูงหมาแม่ลูกอ่อน รุมขย้ำหนูน้อยวัยขวบเศษเจ็บสาหัส เจ้าของหมาโอดไม่มีเงินเยียวยา วอน จนท.ช่วยดูแลหมา

ปราจีนบุรี-เกิดเหตุสุนัขจำนวนหลายตัว รุมกัดเด็กหญิงวัย 1 ขวบ 7 เดือน ทำให้ตามร่างการของหนูน้อยพบรอยเขี้ยวของสุนัข ทั้งแขน ขา ศีรษะ ก้น ใบหู ต้นคอ และแผ่นหลัง จนนับแผลไม่ถ้วน และบางที่โดนคมเขี้ยวของสุนัขจนเป็นแผลฉกรรจ์แพทย์ต้องเย็บถึง 15 เข็ม ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์   ด้านเจ้าของสุนัขบอกว่า มีแม่สุนัขพันธุ์ไทย จำนวน 3 -4 ตัว ตอนนี้ได้ออกลูกมาทั้งหมด รวมแล้วประมาณ 20 กว่าตัว ซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำไง เลี้ยงมาแล้วก็ให้ข้าวให้น้ำกินตามประสา ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากการหวงลูก ก่อนนี้ตนได้เข้าไปคุยกับผู้เสียหาย หรือทางแม่เด็กแล้ว ตนจะพยามช่วยเหลือ ตนเองก็ไม่มีรายได้อะไร จริงแล้วก็อยากให้หน่วยงานมาจับไปเพราะตนไม่มีเวลาดู ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงกำลังหวงลูกด้วย กลัวไปกัดคนอื่นอีก   ต่อมานายอำเภอประจันตคาม ได้ลงพื้นทีดูอาการเด็กที่ถูกหมากัด พร้อมดูแลการรักษาในเบื้องต้นและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยทางปศุสัตว์อำเภอประจันตคาม จะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้ ต่อส่วนเรื่องสุนัขหลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเรื่อง โดยเฉพาะทางปศุสัตว์อำเภอประจันตคาม จะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนี้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6gOLwQfLOGY

 1,343
ข่าวภูมิภาค
08 ก.ค. 62

'เจ้างาเดี่ยว' ช้างเขาใหญ่ตกมัน เดินโชว์ นทท. โชคดีอารมณ์ดี ไม่เกี้ยวกราด

ปราจีนบุรี-เจ้างาเดี่ยวช้างเพศผู้ อายุประมาณ 20 ปี ซึ่งเป็นช้างป่าอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้เดินออกมาจากป่าและหากินตามถนนมุ่งหน้าไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และศูนย์อาหารที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (มรดกโลก) ท่ามกลางความแตกตื่นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศจำนวนมาก   โดยเจ้างาเดี่ยวเดินด้วยอารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขณะที่กำลังตกมัน แต่ถ้ามีอาการดุร้ายจะสังเกตได้ว่าจะมีอาการ หางชี้ หูตั้ง แต่ครั้งนี้อารมณ์ดีจึงทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติได้มีโอกาสเห็นช้างอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ นักท่องเที่ยวต่างถ่ายภาพความประทับใจไว้ โดยเจ้างาเดี่ยวยังคงเดินอวดโฉมหากินตามปกติ ไม่มีอาการดุร้ายเหมือนกับทุกครั้ง หรือตื่นคนเดินเข้าหานักท่องเที่ยวแต่อย่างใด สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ยิ่งนัก   ทั้งนี้ จนท.ได้ดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว เนื่องจากเจ้างาเดี่ยวเป็นช้างที่กำลังตกมัน แม้ว่าเจ้างาเดี่ยวจะดูท่าทีมีอารมณ์ดีก็ตาม เจ้างาเดี่ยวได้ออกมาหาอาหารกิน และเดินโชว์ตัวอยู่นาน ประมาณ 30 นาที ก่อนที่จะเดินไปทางด้านหลังศูนย์อาหารเข้าป่าข้างทางโดยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด   ด้านนายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า วันนี้มีช้างป่าขนาดใหญ่ ออกมาให้นักท่องเที่ยวได้เห็นในตอนกลางวัน ถือว่าโชคดี ปกติช้างป่าจะออกมาในช่วงกลางคืนในจุดนี้ บางครั้งก็ออกมาเพียง 1 ตัว แต่บางครั้งก็ออกมาเป็นฝูง บริเวณศูนย์อาหาร และบริเวณป่าหลังที่ทำการ บริเวณน้ำตกกองแก้ว   ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็พบอยู่ประจำ แต่ก็ต้องระมัดระวัง เนื่องจากเป็นสัตว์ป่า แต่เจ้าหน้าที่ก็เฝ้าระวังอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ทั่วบริเวณจำต่างๆ มากกว่า 90 ตัว ที่ผ่านมาก็เคยมีช้างป่าออกมาพังร้านสวัสดิการค้นหาอาหารกินในช่วงดึก คาดว่าน่าจะได้กลิ่นอาหารถือว่าเป็นกลิ่นแปลกๆคึงดูดให้ช้างป่าอยากลอง เพราะแหล่งหากินของช้างอยู่ในป่าใกล้คนโดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลแหล่งท่องเที่ยวทุกจุดเพื่อความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BIuGGPnf6Es

 913
ข่าวภูมิภาค
08 ก.ค. 62

หมาพิตบูลโหดขย้ำแม่วัวตาย 1 ลูกสาหัส เจ้าของโวยโดนกัดรอบที่ 5

ปราจีนบุรี-ชาวบ้านแจ้งว่าแม่วัวพันธุ์ที่ตนเลี้ยงไว้บริเวณทุ่งนาใกล้บ้าน ถูกสุนัขพันธุ์พิตบูลประมาณ 3-4 ตัวรุมกัดจนตาย 1 ตัว สภาพตามใบหน้า ลำคอ มีรอยเขี้ยว ของสุนัขรุมกัดหลายจุดจนขาดใจตายอย่างอนาถ และมีลูกวัวอายุ 2 ปีที่เลี้ยงไว้รับบาดเจ็บ อาการสาหัสเป็นแผลฉกรรจ์ อีก 1 ตัว   เจ้าของวัวเล่าว่า ได้ยินเสียงสุนัขเห่าช่วงกลางดึก จึงได้ลุกขึ้นมาดูเห็นสุนัขวิ่งออกไปแล้วประมาณ 3-4 ตัว ส่วนวัวที่ถูกกัดนอนตายแล้ว จนมาช่วงเช้าพบว่าสุนัขทั้งหมดได้ไปนอนอยู่บริเวณหน้าร้านค้าปากทางเข้า โดยมีทั้งหมด 4ตัว เป็นพันธุ์พิทบูล 3 ตัว และพันธุ์ไซบีเรียน 1ตัว   ซึ่งสุนัขทั้งหมดเป็นของเพื่อนบ้านอยู่ห่างจากที่เลี้ยงวัวอยู่เกือบ 1 กิโลเมตร โดยเกิดเหตุครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้แจ้งความไว้ตลอดมา และเป็นคดีความศาลได้มีการตัดสินเสียค่าปรับไปแล้ว แต่ในเรื่องของการฟ้องค่าเสียหายอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพง   จนล่าสุดครั้งนี้ถึงขั้นรุมกัดจนตายไป 1 และเจ็บอีก 1 ตนอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวของ บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแต่วัวตนเองเท่านั่น ยังมีของชาวบ้านอีกหลายรายที่โดนฝูงสุนัขฝูงนี้กัด แต่เค้าไม่ได้ไปแจ้งความเท่านั้น   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุยังไม่เห็นเจ้าของแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งตนเองก็คงต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวของ ลงมาตรวจสอบการเลี้ยงสุนัขฝูงดังกล่าว ตนเองไม่โทษสุนัขแต่โทษเจ้าของที่ปล่อยเลี้ยงอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นสุนัขที่ดุร้าย แต่ยังปล่อยให้เดินเพ่นพล่านแบบนี้ โชคดีแค่ทำร้ายสัตว์ด้วยกันหากวันไหนเกิดกัดเด็กหรือประชาชนทั่วไปใครจะรับผิดชอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZLodc4P7xhY

 2,320
ข่าวภูมิภาค
07 ก.ค. 62

พิทบูลรุมขย้ำแม่วัวตาย 1 เจ็บ 1 เจ้าของวัว เผย ไม่โทษสุนัข โทษคนเลี้ยงปล่อยเดินเพ่นพ่าน

วันที่ 7 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรับแจ้ง จากนายธงชัย ไพเราะ อดีตสมาชิก อบต.ท่าตูม ว่าแม่วัวพันธุ์ที่ตนเลี้ยงไว้บริเวณทุ่งนาใกล้บ้าน ถูกสุนัขพันธุ์พิทบูลประมาณ 3-4 ตัวรุมกัดจนตาย 1 ตัว และมีลูกวัว อายุ 2 ปีที่เลี้ยงไว้รับบาดเจ็บหนัก อีก 1 ตัว    ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ  หมู่ 9 บ้านย่านนางวิ่ง ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ. ปราจีนบุรี บริเวณทุ่งนาซึ่งเป็นที่ของนายธงชัย พบมีวัวแม่พันธุ์นอนตายอยู่บริเวณดังกล่าว สภาพตามใบหน้า ลำคอ มีรอยเขี้ยว ของสุนัขรุมกัดหลายจุด   นอกจากนั้นยังพบลูกวัวสีน้ำตาล อายุประมาณ 2 ปี ได้รับบาดเจ็บ เดินวนไปมาอยู่ในที่เกิดเหตุ จากสภาพตามใบหน้า มีรอยถูกเขี้ยวสุนัขกัดหลายจุดทั่วใบหน้า บริเวณใบหูด้านซ้ายฉีกขาด ด้านหลังใบหูมีบาดแผลฉกรรจ์ อยู่ในอาการเซื่องซึม    จากการสอบถามนายธงชัย ไพเราะ เจ้าของวัว เล่าว่า ช่วงประมาณตีสองคืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงสุนัขเห่าจึงได้ลุกขึ้นมาดู เห็นสุนัขวิ่งออกไปแล้วประมาณ 3-4 ตัว ส่วนวัวที่ถูกกัดนอนตายแล้ว จนมาช่วงเช้าพบว่าสุนัขทั้งหมดได้ไปนอนอยู่บริเวณหน้าร้านค้าปากทางเข้า โดยมีทั้งหมด 4 ตัว เป็นพันธุ์พิทบูล 3 ตัว และพันธุ์ไซบีเรีย 1 ตัว โดยทั้งหมด เป็นสุนัขของบ้านอยู่ห่างจากที่วัวอยู่เกือบ 1 กิโลเมตร ครั้งนี้ไม่ได้เป็นครั้งแรก เป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้แจ้งความไว้ตลอดมา และเป็นคดีความศาลได้มีการตัดสินเสียค่าปรับไปแล้ว แต่ในเรื่องของการฟ้องค่าเสียหายอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพง    จนล่าสุดครั้งนี้ถึงขั้นรุมกัดจนตายไป 1 และเจ็บอีก 1 ตนอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวของ บังคับใช้กฎมายอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแต่วัวตนเองเท่านั้น ยังมีของชาวบ้านอีกหลายรายที่โดนฝูงสุนัขฝูงนี้กัด แต่ไม่ได้ไปแจ้งความเท่านั้น    ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุยังไม่เห็นเจ้าของแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งตนเองก็คงต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อไป แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวของ ลงมาตรวจสอบการเลี้ยงสุนัขฝูงดังกล่าว ตนเองไม่โทษสุนัข แต่โทษเจ้าของที่ปล่อยเลี้ยงอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นสุนัขที่ดุร้าย แต่ยังปล่อยให้เดินเพ่นพ่านแบบนี้ โชคดีแค่ทำร้ายสัตว์ด้วยกันหากวันไหนเกิดกัดเด็กหรือประชาชนทั่วไปใครจะรับผิดชอบ  

 2,657
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ค. 62

พายุถล่มไม่ถึงสิบนาที ทำต้นไม้นับ 10 หักโค่นทับวัด-โรงเรียน พังเสียหาย

ปราจีนบุรี - นายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี ได้รับรายงานว่า เกิดฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรง ในหลายพื้นที่ของอำเภอกบินทร์บุรี หลังจากฝนหยุดตกมีรายงานว่าแรงลมได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน เช่น ตำบลบ้านนา ตำบลย่านรี ตำบลบ่อทอง และตำบลนนทรี    ส่วนที่ตำบลบ่อทองพบว่ามีต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นเป็นจำนวนมาก กีดขวางถนน และในหมู่บ้านหลายแห่ง นอกจากนี้ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้หักโค่นทับอาคารเรียนขณะที่นักเรียนกำลังเรียนอยู่ รวมทั้งวัดเสียหายจำนวนมาก   ตรวจสอบพบว่าภายในวัดบ่อทองรังสรรค์ บ้านนาใต้ ม. 6 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุกว่า 50 ปี ถูกแรงลมพายุพัดหักโค่นระเนระนาดจำนวนนับสิบต้น และยังล้มทับศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ รวมทั้งกุฏิพระสงฆ์ ได้รับความเสียหาย    นอกจากนี้ต้นไม้ยังได้ล้มทับหลังคาอาคารเรียนของโรงเรียนบ่อทองวิทยา ได้รับความเสียหายและยังมีอีกหลายต้นที่กำลังจะโค่นลงมาอีก ทำให้ครูรวมทั้งนักเรียนต่างหวาดผวา   ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจพุทธธรรมกบินทร์บุรี พร้อมด้วยจิตอาสา ได้นำเลื่อยยนต์ตัดทอนกิ่งไม้ออกจากอาคารเรียน รวมทั้งที่กีดขวางถนนเป็นไปอย่างอยากลำบากเพราะต้นไม้มีขนาดใหญ่ ส่วนภายในวัดคาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกหลายวันเพราะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ต้นนนทรี พะยูง และต้นประดู่ ที่โค่นล้มอีกร่วม 20 ต้น   ส่วนพระสายชล สันตะจิตโต ยุ 45 ปี พระลูกวัด กล่าวว่า หลังจากที่กำลังฉันท์เพลได้มีลมพายุพัดหมุนมานานประมาณ 10 นาที แรงลมมาจากด้านทิศใต้ของวัดพัดเอาต้นไม้ที่ปลูกไว้ในวัดหักโค่นล้มนับสิบต้น ทำศาลาการเปรียญ ห้องน้ำ และกุฏิพระสงฆ์ ได้รับความเสียหาย รวมทั้งโรงเรียนที่ข้างวัดด้วย   ด้านนายวิชัย แลกชำนาญ ผญ.ม.6 ต. บ่อทอง เปิดเผยว่า ลมพายุได้พัดเอาต้นไม้ที่อยู่ในวัดหักโค่นจำนวนมาก ทำให้ทรัพย์สินในวัดเสียหายเป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาคารเรียนของโรงเรียนได้รับความเสียหายไปด้วย โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บแต่อย่างใด        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/J6B71sw8SKk

 3,216
ข่าวภูมิภาค
25 มิ.ย. 62

ตามหา พระบวชใหม่หายตัวจากวัดปริศนา หลังไถดินโดนตอต้นตะเคียน หมอดูบอกโดนผีบังตา

ปราจีนบุรี-ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีพระภิกษุสงฆ์หายตัวออกจากวัดโพธิญาณ (เกาะเค็ด) ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ หลังจากที่มาบวชที่วันได้เพียงวันเดียว โดยพระรูปดังกล่าวคือพระประมูล มาทา อายุ 60 ปี เป็นพระลูกวัดที่เพิ่งบวชเมื่อวันที่ 23 มิ.ย 62 ที่ผ่านมา   จากการสอบตรวจภายในบริเวณกุฏิของพระประมูล พบเพียงเสื่อ หมอน บาตร และ จีวร เครื่องใช้บางส่วน ที่พระประมูล ทิ้งไว้ และจากการสอบถามพระใบ ศิริธโร อายุ 65 ปี พระลูกวัด ที่อยู่กุฎิเดียวกันให้ข้อมูลว่า ตอนตี 1 ได้ยินเสียงพระประมูล ออกมาเข้าห้องน้ำ และในช่วงเช้าได้มาเรียกพระประมูล เพื่อที่จะออกไปบิณฑบาต แต่ไม่มีเสียงตอบ   ตนคิดว่าพระคงจะออกไปที่บ้านญาติ แต่หลังจากบิณฑบาตมาถึงบ้านของพระประมูล ภรรยาพระประมูลได้ถามถึงพระประมูล ว่าไม่ได้ออกมาด้วยหรือ ตนตอบว่าคิดว่ามาที่บ้านก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นญาติได้มาที่วัด ซึ่งค้นหาจนทั่ววัดแล้วไม่พบตัวพระประมูล   จากการสอบถามญาติของพระประมูล ทราบว่า ก่อนที่พระประมูลจะมาบวชนั้น ภรรยามาบอกว่าขอให้บวชด้วย เนื่องจากว่ามีอาการจิตหลอน คล้ายมีวิญญาณติดตาม โดยก่อนหน้านี้ตอนเป็นฆราวาสเมื่อประมาณเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา พระประมูลไปรับจ้างไปไถที่เพื่อปรับที่ให้วัดหัวนา ม.1 ใน ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าว เป็นป่าช้าเก่า   โดยระหว่างการไถที่นั้น รถไถได้ไปไถดันเข้ากบตอไม้ คาดว่าน่าจะเป็นต้นตะเคียน และไม่ได้พูดจาหยาบคาย จากนั้นก็ขึ้นรถไถดันจนตอไม้หลุด ต่อมาพระประมูล ก็มีอาการแปลกๆ มีอาการแขนขาอ่อนแรง ซึ่งไปให้หมอตรวจ หมดแค่บอกว่าเป็นอาการของคนวัยทองเท่านั้น ซึ่งทางญาติและลูกเมียไม่คิดเช่นนั้น ปกติแล้วพระประมูลยังมีร่างกายที่แข็งแรง คาดว่าน่านะเกิดจากการที่พระประมูลได้ไปหลบหลู่สิ่งเร้นลับบางอย่าง   ทางญาติลูกเมียจึงได้พาพระประมูลมาบวชเพื่อที่จะขออโหสิกรรมแก่เจ้ากรรมนายเวร แต่ในที่สุดพระประมูลก็มาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ญาติพยายามตามหาจนทั่ว ตามวัดต่างๆ หรือที่พระประมูลไปไถที่ก่อนหน้านี้ แต่ไม่พบ   ทางญาติไปหาหมอดูหรือร่างทรงตามความเชื่อ ซึ่งหมอดูแจ้งว่า พระประมูลถูกบังตาไว้ เนื่องจากไปหลบหลู่สิ่งศักดิ์บางอย่างเข้า ด้านภรรยาและญาติๆ ได้ออกค้นหาตามที่ต่างๆ แต่ก็ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด จึงไปแจ้งความคนหายและลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ศรีมหาโพธิ ไว้เป็นหลักฐานดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N4ms7YXXqUI

 3,650
ปากท้องร้องทุกข์
17 พ.ค. 62

ตายายเครียดค่าน้ำพุ่งหลักหมื่น การประปาให้ช่วยหารกันจ่าย ทั้งที่ พนง.คิดเงิน-จดมาตรผิด

ปราจีนบุรี- นายคำพอง กองแก้ว อายุ 84 ปี ได้ร้องขอความเป็นธรรมว่า ค่าน้ำประปาที่เคยใช้ประมาณเดือนละไม่เกิน 200 บาท ใช้มานานเกือบ 10 ปี จู่ๆ ค่าน้ำประปาพุ่งพรวดเกือบ 15,000 บาท ทั้งที่อยู่กันแค่สองคนกับภรรยา มีรายได้เพียงเงินผู้สูงอายุ และเก็บผักเล็กๆ น้อยๆ ขายตลาดเพื่อเลี้ยงชีพ แถมถูกประปาขู่ไม่จ่ายจะฟ้องและตัดมิเตอร์ ทำให้ตัวเองเครียดจนไม่มีทางออก   จากการตรวจสอบพบว่าใบแจ้งค่าน้ำประปาการประปาส่วนภูมิภาค สาขากบินทร์บุรี เริ่มผิดปกติ วัน/เดือน/ปี ที่อ่าน ครั้งก่อน 09/03/62 เลขในมาตรวัดน้ำ 1036 และจดครั้งนี้ 09/04/62 เลขในมาตรวัดน้ำ 1679 หน่วย น้ำที่ใช้ 643,000 ลิตร คิดเป็นเงินค่าน้ำ 13,757.25 บาท ค่าบริการทั่วไป 30 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 965.11 บาท รวมเงินครั้งนี้ 14,752.36 บาท ซึ่งผิดปกติจากเดือนก่อนหลายร้อยเท่า   หลังจากที่ค่าน้ำประปาผิดปกติ เจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขากบินทร์บุรี ได้เรียกนายคำพอง กองแก้ว เจ้าของบ้านเข้าพบเพื่อประนอมหนี้ และให้จ่ายผ่อนชำระงวดแรกเป็นจำนวนเงิน 2753.00 บาท ส่วนที่เหลือให้จ่ายเดือนละ 1,000 บาทจนกว่าจะครบ ซึ่งนายคำพองคิดว่าจ่าย 2753.00 บาทแล้ว จะจบสิ้นไม่ต้องจ่ายอีกแต่เรื่องไม่จบเพียงแน่นี้แต่การประปาให้จ่ายผ่อนชำระตามจำนวนคือ 14,752.36 บาท ถ้าไม่จ่ายผ่อนชำระจะดำเนินการตามขั้นตอน และตัดมิเตอร์น้ำ จึงทำให้นายคำพองเกิดอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด   ทั้งนี้ ผจก.การประปาส่วนภูมิภาคสาขากบินทร์บุรี ได้พบกับผู้เสียหายและได้พูดคุยกัน พร้อมยอมรับว่าเป็นความผิดของการประปา ที่อาจเกิดจากระบบการเงินมีความผิดพลาด และการจดมาตรผิดของพนักงาน   ต่อมาทางลูกชายผู้เสียหายเผยว่า ทางผจก.การประปาบอกทางออกของเรื่องนี้ว่า ต้องเฉลี่ยกันออกค่าน้ำ ทำให้ทางผู้เสียหายไม่ยินยอม เพราะไม่ใช่ความผิดของตน ส่วนเงินที่จ่ายไปแล้ว 2 พันกว่าบาทก็ไม่ได้คืน ยังเหลืออีกหมื่นกว่าบาท ซึ่งทางตนจะไม่ยอมจ่ายแน่นอน เพราะไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องรับผิดชอบ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3iwbdXGtsj4

 16,430
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

สลด ยายปั่นจักรยานไปส่งหลานเปิดเทอมวันแรก ถูกกระบะชนกลางทาง เด็กเสียชีวิต

ปราจีนบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะชนจักรยานนักเรียน ในที่เกิดเหตุมีนักเรียนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และผู้สูงอายุ 1 ราย อาการหัสทั้งคู่ และได้มีพลเมืองดีนำส่ง รพ.กบินทร์บุรี ต่อมาเด็กนักเรียนได้เสียชีวิต เหตุเกิดถนนสายบ้านหนองสังข์-วังท่าช้าง ก่อนถึงโรงเรียนบ้านกุงประชาสวรรค์ 50 เมตร ม.3 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี   จากการตรวจสอบพบว่ายายอายุ 55 ปี ได้ขี่จักรยานไปส่งหลานวัย 5 ขวบไปโรงเรียนวันแรกในวันเปิดเทอม ก่อนเกิดอุบัติเหตุ ถูกรถกระบะพุ่งชนจนทำให้เด็กเสียชีวิต และยายได้รับบาดเจ็บ   ด้านผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า หลังประสบเหตุได้ลงไปช่วยเหลือทั้งสองคนและมีอาการสาหัส ขณะเดียวกันได้มีพยาบาลสาว รพ.กบินทร์บุรี ขับรถยนต์ผ่านมาเห็นเด็กอาการหนักจึงรีบนำส่ง รพ. ส่วนคนขับเป็นหญิงสาว และเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ส่วนสาเหตุน่าจะหลับใน หรือวูบ และจะก้มหยิบอะไรสักอย่างจึงมองไม่เห็นเด็กนักเรียน และถนนไม่มีรอยเบรก   เบื้องต้น ตร.สภ.วังตะเคียน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่แต่อย่างใด เพราะต้องรอไปตรวจสอบ ที่ รพ.กบินทร์บุรี ก่อน ส่วนผู้ขับขี่เบื้องต้นทราบชื่อ น.ส.จริยา อิ่มบุญสุ อายุ 34 ปี ส่วนสาเหตุคนขับรับสารภาพว่าวูบ และจะแจ้งข้อกล่าวหาขับรถประมาณทำให้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VXCOGdlPadM

 5,539
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ค. 62

จับชายปราจีนฯ ค้นเป้เจอซากลูกหมีควาย อ้างเจอติดบ่วงตาย เลยจะเก็บมากิน

เพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เผยแพร่ภาพการจับกุมชาวบ้านพร้อมซากหมีได้ในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน บริเวณป่าคลองน้ำใส ในเขตอุทยานฯ ท้องที่ ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี   ทราบชื่อคือ นายศุภกิตต์ ทองบรรจบ อายุ 40 ปี เป็นสมาชิกลูกบ้านในพื้นที่ หมู่ 1 ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ตรวจค้นในเป้ที่สะพายหลังพบซากลูกหมีควายอายุประมาณ 3-6 เดือน โดยผู้ต้องหาให้การว่าตนได้เข้าไปหาตัดยอดหวายเพื่อนำไปขาย   แต่พบลูกหมีควายติดบ่วงตายอยู่ใกล้จุดที่ตนหาหวาย จึงได้แอบเอาลูกหมีดังกล่าวใส่เป้สะพายออกมาเพื่อนำมาทำเป็นอาหาร แต่มาถูกจำเสียก่อน คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและให้นำเข้าไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบหาหลักฐานการกระทำผิดเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการดำเนินคดีต่อผู้ต้องหารายดังกล่าวต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c-3pPLZsW6c

 1,771
ข่าวภูมิภาค
13 พ.ค. 62

พายุฤดูร้อนถล่มปราจีนฯ น้ำจากโรงงานไหลทะลักท่วมบ้านเรือนเสียหาย

ปราจีนบุรี-มีรายงานว่า ในเขต อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีฝนตกหนักนานเกือบชั่วโมง ส่งผลให้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง หลังจากฝนหยุดตกพบว่าในโรงงานแห่งหนึ่งในเขตนิคมอุตสาหกรรม ไหลทะลักออกมาไม่ต่างไปกับน้ำป่า และท่วมบ้านเรือนประชาชนบ้านโป่งไผ่ ม.7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ น้ำที่ไหลออกมาได้เข้าท่วมบ้านของประชาชน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก   ต่อมาทางโรงงานดังกล่าวได้ส่งตัวแทนออกมา พร้อมกับ ผู้ใหญ่บ้าน ม.7เข้าตรวจสอบ ซึ่งทางโรงงานเองยังไม่มีบทสรุป เนื่องจากเป็นวันอาทิตย์ ไม่สามารถตัดสินใจได้ ต้องรอวันที่โรงงานเปิด จะได้นำเรื่องเรียนให้ผู้บริหารทราบ เพื่อที่จะแก้ไข ส่วนสาเหตุที่น้ำไหลทะลักออกมาจากโรงงานนั้น เนื่องจากท่อน้ำภายโรงงานมีการอุดตัน ทำให้น้ำภายในไม่สามารถระบายได้ทัน จึงมีสภาพอย่างที่เห็น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sgVwzMEDmOM

 1,819

Top