ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรมอุตุนิยมวิทยา"

ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 61

อุตุฯเตือนพายุ 2 ลูกใหม่กระทบไทย 'บารีจัต-มังคุด' ทั่วไทยฝนตกหนักถึง 18 ก.ย.นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุบารีจัต (BARIJAT) " ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 12 กันยายน 2561   เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ (12 ก.ย. 61) พายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง   คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร   สำหรับ พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง   ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม   สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2561 ไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.   นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MYS9BrabCRg

 8,536
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 61

อุตุฯ เตือนเตรียมรับมือพายุ ‘บารีจัต-มังคุด’ ส่งผลกระทบทั่วไทยมีฝนตกหนัก ช่วง 13-18 ก.ย.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “บารีจัต” (BARIJAT)"  ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 11 กันยายน 2561             พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็น พายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) แล้ว และเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (11 ก.ย. 61) มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.9 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุด           ใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร            สำหรับ พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของ           ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม           สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2561 ไว้ด้วย            จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.      พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดอุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร  อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.   ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และชัยนาท  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร   กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ  อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  

 35,312
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ย. 61

จับตาไต้ฝุ่นมังคุด ทั่วไทยตกหนักถึง ต.ค. กรุงเทพฯตกยาวถึงศุกร์นี้

ไทยเริ่มเข้าสู่ปลายฤดูฝน ในช่วงปลายเดือนกันยายนจนถึงตุลาคม ซึ่งจากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาและ สสนก.ยืนยันว่า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสานตอนล่าง จะมีฝนตกหนักไปจนถึงเดือนตุลาคม   โดยขณะนี้พายุไต้ฝุ่นมังคุด กำลังเคลื่อนอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก คาดเข้าสู่อ่าวตังเกี๋ยมาบริเวณจีนตอนล่าง ใกล้กับหมู่เกาะไหหลำ ประมาณปลายสัปดาห์นี้ ต้องติดตามหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่นมังคุดว่าจะไปทิศทางใด ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อไทย เกิดฝนตกหนัก   นอกจากนี้หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณไทยตอนบน ผ่านทางภาคกลาง ได้ทำให้เกิดฝนในระยะนี้ ซึ่งจะยาวไปถึงกลางเดือนตุลาคมช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว ดังนั้นพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาจังหวัดในภาคกลางต้องระวังน้ำเหนือไหลมาสมทบ รวมไปถึงพื้นที่ลุ่มภาคอีสานติดริมน้ำโขงจะมีปริมาณน้ำโขงเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวัง                                                                                                                                                                                                          สำหรับพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) จนถึงวันศุกร์ที่ 14 กันยายน ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ฝนจะตกทุกวันในช่วงเย็นถึงช่วงค่ำ จากนั้นช่วงกลางเดือนเป็นต้นไป ร่องมรสุมจะถูกบีบกลับลงภาคกลางอีกครั้ง ฝนจึงจะตกต่อเนื่องในกทม.อีก ตกแบบแช่นาน ตกๆ หยุดๆ สลับหนักเบาต่อเนื่องไป ยาวไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qto4drqTy9c

 18,220
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ย. 61

อุตุฯ เตือนฉบับที่ 10 ทั่วไทยฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 กันยายน 2561)"  ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 10 กันยายน 2561   ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออก จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย   ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนที่แผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกำลังอ่อนลง ทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนลงด้วย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัด   ปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้   วันที่ 10 กันยายน 2561   ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี   ภาคกลาง จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี   ภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ประกาศ ณ วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้  

 10,265
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 61

น้ำท่วม รพ.อ่างทอง-พายุหมุนถล่มชลบุรี เตือนรับมือ 'ฝนแช่ตัว' ตกหนักทั้งวัน 10 ก.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 กันยายน 2561) โดยระบุว่า ในช่วงวันที่ 9-10 กันยายน 2561 บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน   รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย   ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออก ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้   วันที่ 10 กันยายน 2561   ภาคเหนือ จังหวัดตาก และกำแพงเพชร   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี   โดยจะตกในลักษณะต่อเนื่อง เรียกว่า 'ฝนแช่ตัว' ไม่ใช่ฝนบ่ายค่ำ เหมือนที่ผ่านมา เพราะที่ผ่านมาเกิดจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงเหนือ โดยร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง   ทั้งนี้ที่ จ.อ่างทอง เกิดฝนตกหนักน้ำท่วมขังโรงพยาบาลอ่างทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 30 เซนติเมตร เนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 2 ตัว จึงทำให้ระดับน้ำลดลง และคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง ถึงจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติถ้าหากไม่มีฝนตกซ้ำลงมาอีก   ด้านที่ชลบุรี เกิดฝนตกหนักใน ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา พายุหมุนพัดหลังคาหมู่บ้านเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน แรงลมได้พัดหลังคากระเบื้องหลังคาทาวเฮ้าส์ได้รับความเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน   ขณะที่ จ.ปราจีนบุรี สถานการณ์น้ำท่วมยังมี มวลน้ำยังระดับสูงกว่าของแม่น้ำปราจีนบุรี ทำให้บ้านเรือนราษฎรในเขตพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอบ้านสร้าง ทั้งสองฝั่งถูกน้ำท่วม   ด้านนายแสงชัย แห่เลิศตระกูล หรือหมอแสง ได้กล่าวว่า ช่วงนี้ถ้าฝนไม่ตกที่อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี คิดว่าน้ำคงลดลง เพราะตอนนี้บริเวณลุ่มน้ำปราจีนบุรีลดลงไปแค่ 2 – 3 เซนติเมตร ความจริงแล้วตั้งแต่เริ่มต้นเราได้ขุดลอกคลองระบายน้ำ จากประตูน้ำหาดยางได้ขุดลอกไปแล้ว ถ้าน้ำเราเปิดทยอยไปมันจะออกแถวบางกระเจ็ด บางกระดาน อย่างประตูหาดยางจะออกคู้ลำพัน ประตูน้ำบางพลวงจะออกไปแถวบางปลาร้า บางกระเจ็ด ความจริงเราไม่ต้องไปผลักดันในแม่น้ำบางปะกง ไปเปิดประตูตรงโน้นไว้ไล่ตรงนี้ออกไป ก็น่าจะยุบไปเยอะ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kppm9FwHlRM

 11,226
สังคม-อาชญากรรม
07 ก.ย. 61

มาแน่! อุตุฯ เตือน 7-10 ก.ย. ทั่วไทยฝนถล่มเพิ่มขึ้น ชาวกรุงรับมือร้อยละ 60

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันนี้ถึงวันที่ 10 กันยายน เนื่องจากไทยได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูงจากจีน ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก   นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า มวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมเคลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณตอนบนของประเทศไทย ทำให้พื้นที่ภาคต่างๆมากกว่าร้อยละ 80 ของประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 กันยายนนี้ จะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น และเนื่องจากเป็นมวลอากาศเย็นระลอกแรกๆที่แผ่ลงมา มีความต่างระหว่างอุณหภูมิเดิมและของใหม่ จึงทำให้มีลักษณะของฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะแรก กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่    ดังนั้นพื้นที่สูง พื้นที่ลาดชัน หรือตามแนวเทือกเขาสูง อาจเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มได้ ขณะเดียวกันพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา จะต้องเฝ้าระวังจากฝนที่ตกหนักซึ่งทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงพื้นที่เดิมที่มีปริมาณน้ำมากอยู่แล้ว จะส่งผลโดยตรงต่อการระบายน้ำได้ช้าลง โดยเฉพาะลำน้ำสาขาต่างๆที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง     สำหรับในวันนี้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลังจากนั้นช่วงวันที่ 8-10 กันยายน จะขยับไปครอบคลุมพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล   วันที่ 7 กันยายน  ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม และสกลนคร    วันที่ 8-9 กันยายน  ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย และตาก    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ   ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล    ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด    ภาคใต้ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต    วันที่ 10 กันยายน  ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม  ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  ภาคใต้ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต    

 5,566
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 61

น้ำท่วมอีสาน-ภาคกลางหลายพื้นที่ กรมชลฯขอ 22 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยางดทำนาปี

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย   ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม ภาคอีสานยังไม่คลี่คลาย โดยที่มุกดาหาร สกลนคร นครพนม หนองคาย พบมีน้ำท่วมสูงหลายจุด เข้าท่วมชุมชนได้รับความเสียหาย ส่วนโซนตะวันตกชุมชนชาวมอญ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี พบน้ำท่วมมิดหลังคา จากการที่ฝนตกต่อเนื่อง ประกอบกับการระบายน้ำจากเขื่อน โดยเฉพาะเหนือเขื่อนวชิราลงกรณ   ด้านอธิบดีกรมชลประทาน ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัด 22 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยาให้ทำความเข้าใจกับเกษตกรในพื้นที่ลุ่มต่ำตามโครงการปรับเปลี่ยนปฏิทินการปลูกข้าวให้งดทำนาปีต่อเนื่อง ในพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง ซึ่งกรมชลประทานส่งน้ำให้ปลูกข้าวนาปีครั้งที่ 1 ให้เร็วขึ้นตั้งแต่ 1 พ.ค.ได้แก่   ทุ่งฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก ทุ่งเชียงราก ทุ่งท่าวุ้ง ทุ่งบางกุ่ม ทุ่งบางบาล-บ้านแพน ทุ่งป่าโมก ทุ่งผักไห่ ทุ่งเจ้าเจ็ด ทุ่งโพธิ์พระยา และระบายน้ำบางส่วนผ่านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบันลือและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวได้ทันก่อนน้ำหลาก อีกทั้งกรมชลประทานขอใช้พื้นที่ทั้ง 12 ทุ่ง 1,200,000 ไร่เป็นพื้นที่รองรับน้ำชั่วคราว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nECxyST7YDo

 2,749
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 61

อุตุฯ เตือน เหนือ-อีสาน ฝนตกหนักบางพื้นที่ ชาวกรุงรับมือร้อยละ 40

กรมอุตุนิยมวิทยา ประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2561พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนเริ่มมีฝนลดลง ส่วนภาคเหนือยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย   ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมกำลังอ่อนพาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบน และตอนบนของประเทศลาวเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนเริ่มมีฝนลดลง ส่วนภาคเหนือยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้. ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และตาก  อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 26-30 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และอุดรธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี และกาญจนบุรี  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต  อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ  อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ออกประกาศ : 31 สิงหาคม 2561 เวลา 11:00 น.

 1,625
ข่าวภูมิภาค
30 ส.ค. 61

น้ำโขงวิกฤต นครพนมท่วมหนักสุดรอบ 23 ปี อุตุฯเตือนฝนยังตกชุกทั่วไทย

สถานการณ์น้ำท่วมยังวิกฤตในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะโซนอีสาน แม่น้ำโขงน้ำท่วมสูงต่อเนื่อง นครพนมท่วมสูงในรอบ 23 ปี สกลนครเกิดเหตุพนังกั้นน้ำอูนขาด ขณะที่โซนตะวันตก อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ระดับน้ำไหลท่วมบ้านเรือน เส้นทางสัญจรเริ่มถูกตัดขาดบางสาย   พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย   สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือ ด้วยความระมัดระวัง   ทั้งนี้ 1-4 ก.ย.ภาคเหนือและภาคใต้จะยังมีฝนตกหนัก แต่อีสาน กลาง ตะวันออก ฝนจะลดลง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3GFtJd62EM8

 7,161
ข่าวภูมิภาค
29 ส.ค. 61

อย่าลืมพกร่ม! ทั่วไทยยังชุ่มฉ่ำ คนกรุงรับมือฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ช่วงบ่ายถึงค่ำ

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 29 ส.ค. 61 ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณด้านตะวันออกของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย    สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณ อ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง     พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้   ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์  อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.         

 2,993
ข่าวภูมิภาค
27 ส.ค. 61

อุตุฯระบุไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น ตกหนักภาคเหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย   สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4JYfgAUguhg

 1,503
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 61

'เบบินคา' ยังแผลงฤทธิ์! พายุถล่มทั่วไทย เหนืออ่วมสุด น้ำป่าทะลักท่วม

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมสูงจากอิทธิพลของพายุ "เบบินคา" ล่าสุดพบว่าที่ จ.น่าน เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังสูบน้ำ หลังพนังกั้นแม่น้ำน่านแตก ทะลักท่วมพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองน่าน ทำให้มวลน้ำในแม่น้ำน่านไหลทะลักอย่างเชี่ยวกรากเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว โดยระดับน้ำสูงกว่า 1.30 เ มตร     ขณะที่ จ.แพร่ ได้ออกประกาศให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำยมขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จากระดับน้ำยมที่ไหลผ่าน ศูนย์วัดระดับน้ำห้วยสัก อ.สอง ที่รับน้ำจากแม่น้ำงาว จ.ลำปาง และแม่น้ำปง จาก อ.ปง จ.พะเยา ที่แม่น้ำ 2 สายไหลมารวมกันเป็นแม่น้ำยม ไหลผ่านศูนย์วัดระดับน้ำห้วยสัก จ.แพร่ มีความเร็วและปริมาณมาก ซึ่งหากปริมาณน้ำยมขึ้นสูงถึง 8 เมตร จะทำให้ปริมาณน้ำยมไหลเข้าท่วมบ้านที่อาศัยติดลำน้ำยมในหลายอำเภอ จึงได้สั่งให้ทุกอำเภอที่มีน้ำยมไหลผ่าน เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง     ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ ความคืบหน้าการแก้ไขเส้นทางสายเชียงใหม่-เชียงราย พื้นที่ อ.ดอยสะเก็ด ที่มีน้ำป่าหลากทำให้เส้นทางขาด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอยสะเก็ด ได้ตั้งจุดบริการแจ้งการปิดเส้นทาง พร้อมแนะนำเส้นทางเลี่ยงให้กับประชาชนที่จะเดินทางไปยัง จ.เชียงราย คาดว่าจะซ่อมแซมทางให้แล้วเสร็จและเปิดให้ใช้งานช่วงบ่ายวันนี้     ทั้งนี้พบว่ามีการแจ้งเตือนทุกพื้นที่ เนื่องจากน้ำในลำห้วยต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สันทราย อ.สันกำแพง และ อ.แม่ออน และน้ำตกในเขตอุทยานฯ ประกาศปิด เพราะน้ำไหลแรง     ขณะที่อุทยานแห่งชาติดอยหลวง เกิดฝนตกหนักลงมาอย่างหนัก ทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 30 หลังคาเรือน เป็นเหตุให้เด็กวัย 3 ขวบจมน้ำเสียชีวิต     ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ  "พายุเบบินคา"  ฉบับที่ 33 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ระบุว่า        เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (18 ส.ค. 61) หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “เบบินคา” (BEBINCA) ได้เคลื่อนออกจากบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยเข้าปกคลุมประเทศเมียนมาแล้ว ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือยังคงมีฝนมากกว่าบริเวณอื่นๆ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน โดยมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้                    ในวันที่ 19 สิงหาคม 2561         ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ สุโขทัย และตาก         ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด         ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่           ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย           สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2561 ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย           โดยในช่วงวันที่ 20-24 สิงหาคม 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังอ่อนลงเป็นกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีแนวโน้มปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก           จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i5C09S3KGQ8        

 5,709
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 61

อุตุฯเตือนรับมือ 'พายุเบบินคา' ฝนตกหนักทั่วไทย 16-19 ส.ค.นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุเบบินคา ฉบับที่ 23 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2561   เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (16 ส.ค. 61) พายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 400 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.9 องศาตะวันออก   มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 16 กม./ชม. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันพรุ่งนี้ (17 ส.ค.61) หลังจากนนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวในวันที่ 18 สิงหาคม 2561 ลักษณะเช่นนี้ส่งผลทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้   ในช่วงวันที่ 16-18 สิงหาคม 2561 ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต   ในวันที่ 19 สิงหาคม 2561 ภาคเหนือ: บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย และตาก ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต   ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร   ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2561 ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kd3Acqd-vws

 2,006
สังคม-อาชญากรรม
15 ส.ค. 61

อุตุฯ เตือนทั่วไทยรับมือฝนถล่มหนัก 'เหนือ-อีสาน-ตะวันออก' ฝนตกร้อยละ 70

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า  ประจำวันที่ 15 สิงหาคม 2561  ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย    สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2561    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา มรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง อนึ่ง พายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไหหลำ ประเทศจีน พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 12 กม./ชม. คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 17 สิงหาคม 2561 หลังจากนนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาวในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 16-18 สิงหาคม 2561 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 17:00 วันนี้ ถึง 17:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก ๙มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  สวนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 3,329
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 61

'พายุเบบินคา' เคลื่อนถึงเวียดนาม-ลาว กระทบไทยภาคเหนือ-อีสาน ฝนตกหนัก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุโซนร้อนเบบินคา ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2561   เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (15 ส.ค. 61) พายุโซนร้อน “เบบินคา” (BEBINCA) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไหหลำ ประเทศจีน หรือที่ละติจูด 21.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ   คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน และประเทศลาวในช่วงวันที่ 16-17 สิงหาคม 2561 โดยจะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่มไว้ด้วย   สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้ทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.   นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uftmA6F4BHw

 8,147

Top