ค้นหา :

ผลการค้นหา "อุดรธานี"

สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ย. 60

รวบแล้ว! โจ๋หัวเกรียนวัย13 ข่มขืน เด็กหญิงวัย 12 ในไร่อ้อย แม่เตรียมพามอบตัวเที่ยงนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจอุดรธานีแกะรอยจากกล้องวงจรปิดตามจับได้แล้ว คนร้ายขี่จักรยานยนต์ประกบลากหญิง12 ขวบไปข่มขืนในไร่อ้อย แม่เตรียมพามอบตัวเที่ยงวันนี้   เช้าวันนี้ (10 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีผู้ปกครองของ ด.ญ.เอ นามสมมุติ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี  ว่า ด.ญ.เอ ถูกชายวัยรุ่น อายุประมาณ 15-17 ปี ตัดผมทรงนักเรียน สวมเสื้อวอร์มสีฟ้า กางเกงกีฬาขาสั้น ขี่รถจักรยานยนต์ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน  มาประกบ  บังคับให้ขี่รถตามไปข่มขืนในไร่อ้อย ขณะที่ ด.ญ.เอฯ ขี่รถจักรยานยนต์กลับจากส่งน้องไปโรงเรียน เหตุเกิดในป่าอ้อย เขตติดต่อระหว่างบ้านไร่-บ้านดงเค็ง ต.บ้านจั่น  อ.เมืองอุดรธานี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา   ล่าสุดเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี นำโดย พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานหลังเกิดเหตุ 10 วัน จนทราบว่า ด.ช.บี นามสุมมุติ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เป็นผู้ล่อลวง ด.ญ.เอ นามสมมุติ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ไปข่มขืนที่ริมถนนลูกรัง ข้างป่าอ้อย     พ.ต.ท.อรรคพล  สว.สส. สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผู้ปกครองของ ด.ญ.เอฯ เข้าแจ้งความตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าหน้าที่ติดตามได้หลักฐานพยาน ได้ตำหนิรูปพรรณคนร้ายจาก กล้องวงจรปิด-เสื้อผ้า-จักรยานยนต์-พยานบุคคล อยู่ในขั้นตอน เตรียมขอศาลอนุมัติหมายจับ      ล่าสุด แม่ ด.ช.บี ได้ติดต่อมายังตำรวจ เพื่อจะขอนำตัวบุตรชายเข้ามอบตัว ในวันนี้ เวลา ประมา 12.00 น.โดยระบุว่า ด.ช.บี บุตรชายยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปเล่นกับเพื่อนที่บ้าน แต่พบว่าเพื่อนของลูกชายกำลังร่วมหลับนอนกับแฟนสาวในห้องนอน แล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน และพบ ด.ญ.เอ ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาพอดี จึงเรียก ด.ญ.เอ ให้ขี่รถตามไปตรงริมถนนข้างไร่อ้อย และขอร่วมหลับนอนด้วย ซึ่งถนนเป็นดินโคลนเนื่องจากฝนเพิ่งหยุดตก และ ด.ช.บี ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน จึง ไม่ได้สอดใส่เข้าไป แต่ได้ใช้นิ้วมือ และสำเร็จความใคร่ภายนอก  จากนั้นทั้ง 2 คน ได้แยกย้ายกันกลับบ้าน   ขณะที่ ร.ต.อ.หญิงจุฑารัตน์ ดำเวียงคำ รอง สว สืบสวน เผยว่า ในวันนี้ทางแม่ของเด็กชายวัย 12 ขวบจะพาเข้ามอบตัว แต่ตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาใดใด ต้องสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 20,621
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
08 พ.ย. 60

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' บุกทวงสี่แยกไฟแดง อ.โนนสะอาด ให้ชาวอุดรฯ หลังรอคอยมานาน 14 ปี

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ บุก อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านที่อยากให้มีการสร้างสี่แยกไฟแดง บน ถ.มิตรภาพ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีการจราจรที่คับคั่ง อยู่ในแหล่งชุมชนทั้งโรงเรียน ตลาด ที่ผ่านมามักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยเดือนละ 1 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งล่าสุดแขวงการทางซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ รับปากจะดำเนินการให้ภายในปี 2561 สร้างความดีใจให้กับชาวบ้านที่รอคอยสี่แยกไฟแดงมานาน 14 ปี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/30fvrDFC4XM  

 49,892
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

ญาติวอนช่วย 2 คนไทยลักลอบทำงานที่ญี่ปุ่น เกิดป่วยหนัก ค่ารักษาสัปดาห์ละแสน สถานทูตยันช่วยได้แค่ค่าเครื่องบิน

ผู้ใช้ facebook ชื่อ Thanakorn Jaisuksakuldee (ธนากร ใจสุขสกุลดี) เล่าเรื่องราวของ 2 สามีภรรยาชาวไทย ที่ลักลอบไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น โดยไม่มีวีซ่า โดยจ่ายเงินให้นายหน้าแรงงานเถื่อนเป็นเงินหลายแสนบาท ต่อมาช่วงปลายเดือนตุลาคม ฝ่ายสามีล้มป่วยกะทันหัน แพทย์ระบุว่า ไตวายฉับพลัน ระบบหายใจล้มเหลว ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และทำการฟอกเลือดโดยด่วน และเนื่องจากเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จึงไม่มีสิทธิประกันสุขภาพใดๆ ต้องให้ญาติทางเมืองไทย โอนเงินค่ารักษาไปให้ เป็นเงินหลายแสนบาท     ล่าสุดผู้โพสต์ประสานงานทางสถานทูตไทยในญี่ปุ่น เข้าไปพูดคุยกับผู้ป่วย แต่เนื่องจากกฎระเบียบกำหนดไว้ชัดเจนว่า สถานทูตจะคุ้มครองช่วยเหลือเฉพาะคนไทยที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นอย่างถูกกฎหมายเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาได้ จนสุดท้ายทางครอบครัวจึงต้องขอความช่วยเหลือทางโลกออนไลน์ เพราะไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายมหาศาลดังกล่าวได้   โพสต์ดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ป็นสองมุม มุมหนึ่งก็เป็นไปในทางเห็นใจ และเสนอเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวของผู้ป่วย แต่ในขณะที่อีกมุมก็มองว่า การเดินทางไปทำงานโดยผิดกฎหมาย ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงต่างๆด้วยตนเอง ชาวเน็ตมองว่าการให้ความช่วยเหลือคนทำผิด จะทำให้ปัญหาแรงงานไทยลักลอบไปทำงานต่างประเทศ เรื้อรังและแก้ไม่ได้เสียที   จากการพูดคุยกับครอบครัวของสามีภรรยาดังกล่าว ระบุว่าทั้งคู่ได้ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างผิดกฎหมาย หวังที่จะหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว โดยไปอยู่ที่ญี่ปุ่นนานกว่า 4-5 ปีแล้ว เงินที่ทำงานได้ ก็ส่งกลับมาใช้หนี้ที่เป็นค่านายหน้าค่าเดินทางประมาณ 500,000 บาท แต่เกิดป่วยกะทันหัน ไม่มีเงินค่ารักษาพยาบาล   ก่อนหน้าที่จะได้เดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่น ก็เคยถูกนายหน้าแรงงานเถื่อนหลอกเชิดเงินไปแล้วประมาณ 400,000 บาท แต่ต่อมาก็พยายามหาลู่ทางกู้เงินมา จนได้ไปทำงานที่ญี่ปุ่นสมใจ ก่อนที่จะให้ภรรยาเดินทางตามไปทำงานด้วยเมื่อ 5 เดือนก่อน งานที่ทำเป็นงานก่อสร้าง   ต่อมาช่วงปลายเดือนตุลาคมทั้งคู่อยากกลับบ้าน จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ แต่ระเบียบกฎหมายของญี่ปุ่น จะต้องให้ไปรายงานตัวทั้งหมด 3 ครั้ง จึงจะสามารถส่งตัวกลับได้ โดยมีกำหนดกลับวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ฝ่ายชายมาล้มป่วยกะทันหัน คนไทยที่ไปทำงานด้วยกันต้องหามส่งโรงพยาบาลด่วน   พอญาติทราบข่าวก็พากันเป็นห่วง พยายามติดต่อภรรยา จนทราบว่ามีค่าใช้จ่ายแพงมาก สัปดาห์ละประมาณ 150,000 บาท ซึ่งทั้งสามีและภรรยาก็จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินไปแล้ว จึงไม่มีเงินมาจ่ายค่ารักษา ค่าตั๋วที่ซื้อไปก็เสียไปฟรีๆ เพราะไม่ได้เดินทาง จนมีเพื่อนคนไทยในญี่ปุ่นเห็นใจ จึงนำเรื่องราวไปโพสต์ลงในโลกออนไลน์ เพื่อขอความช่วยเหลือ   ทางญาติบอกอีกว่า ครอบครัวตนมีฐานะยากจน ตอนนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า กู้เงินจากเพื่อนบ้านไป 150,000 บาท ส่งไปช่วยค่ารักษาให้น้องชายเบื้องต้นก่อน   ขณะที่ทางภรรยา ปัจจุบันอยู่กับสามีที่ประเทศญี่ปุ่น ได้วีดีโอคอลมาพูดคุยกับผู้สื่อข่าว เปิดเผยว่า ได้ติดต่อกับสถานกงสุล เจ้าหน้าที่รับปากจะช่วยเหลือในเรื่องค่าตั๋วเครื่องบินกลับประเทศไทย แต่เรื่องค่ารักษาพยาบาลไม่ได้สามารถช่วยได้ เพราะมาทำงานแบบผิดกฎหมาย คาดว่าอีกไม่นานค่ารักษาต้องพุ่งไปถึงหลักล้านบาทแน่นอน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zXLon5-RbP4    

 24,299
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 60

2 หนุ่มเมืองอุดร เข้าประตูวิวาห์แบบชายรักชาย หลังคบหาดูใจนาน 7 ปี

อุดรธานี-นายมารุต แก้วเขียว อายุ 32 ปีและนายเสรีชัย เศตวงศ์ อายุ 30 ปี ได้จัดงานพิธีมงคลสมรสในสไตล์ชายรักชาย เพื่อประกาศความรักของทั้งสองคนให้ทุกคนได้รับรู้ หลังคบหาดูใจกันมานาน 7 ปี โดยบรรยากาศการจัดงานเป็นไปอย่างหรูหรา มีเพื่อนๆ ทั้งหญิงและชายมาร่วมงานและร่วมเป็นสักขีพยานที่ได้รับเชิญกว่า 250 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JCsbI5bTFiQ  

 100,208
ข่าวภูมิภาค
02 พ.ย. 60

เร่งล่า 2 โจ๋ ฉุดเด็กหญิงวัย 12 ขึ้นรถข่มขืนกลางป่าอ้อยเมืองอุดร

อุดรธานี-เกิดเหตุวัยรุ่น 2 คน ข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปี นักเรียน ชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยผู้เสียหายเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ว่าถูกชายวัยรุ่น ฉุดบังคับขึ้นรถ จักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปข่มขืนกระทำชำเรา ที่กลางป่าอ้อย ใน ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อสำเร็จความใคร่คนร้ายได้หลบหนีไป    ด้านบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี สั่งการชุดสืบสวนออกหาเบาะแส และตรวจสอบวงจรปิด มั่นใจว่าอีกไม่นาน จะทราบตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ เนื่องจากผู้เสียหายจดจำ รูปพรรณสันฐาน เสื้อผ้า ของคนร้ายได้ โดยในเบื้องต้นพนักงานสอบสวน รอผลตรวจร่างกาย หาร่องรอยการข่มขืน จากทางโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และจะสอบปากคำเด็กหญิงรายนี้ ต่อหน้าสหวิชาชีพอีกครั้ง เพื่อนำมาประกอบคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ukb_MUx8F40  

 62,951
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 60

ทำแผนอดีตรองเจ้าอาวาส สารภาพฆ่าโบกปูนชาวบ้าน เหตุโมโหทวงค่าไก่

อุดรธานี-ตร.นำตัวนายสงกรานต์ สินไชย อายุ 41 ปี อดีตพระภิกษุและเป็นรองเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง บ้านหนองโสกดาว ต.โนนสูง อ.เมือง หลังจากจับกุมได้ขณะหนีไปบ้านญาติในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี และนำตัวกลับมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพหลังก่อเหตุฆ่าและวางแผนโบกปูน นายวิชาญ พรหมมินทร์ อายุ 44 ปี โดยนายสงกรานต์ได้ร่วมกับอดีตสามเณรอีก 3 คนและฆ่าฝังศพและโบกปูนอำพรางศพเอาไว้   โดยนายสงกรานต์เล่าเหตุการณ์ว่า ผู้ตายเมาเหล้าเดินขึ้นมาบนกุฏิบอกขอค่าไก่ชนที่เอามาจำนวน 500 บาท แต่ตนไม่ยอมเพราะตนไม่ได้เอาจากนายวิชาญโดยตรง แต่มีชาวบ้านอีกคนนำมาขายให้ จึงเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนมีการชกต่อยกันขึ้น จนผู้ตายนอนสลบอยู่บริเวณทางลงบันไดกุฏิ ก่อนหยิบขวานฟันไปที่ใบหน้าและลำคอหลายครั้ง จนตายสนิท   ต่อมาได้เรียกสามเณรน้อยที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วยลากศพไปฝังบริเวณลานวัดข้างเมรุ โดยใช้เวลาฝังกลางคืนประมาณ 5 ทุ่ม หลังจากฝังแล้วตื่นเช้าขึ้นมา จึงได้ว่าจ้างรถถมดินนำดินมากลับหลุมศพอีก 4 คันรถสิบล้อและจ้างให้รถโม่ปูนมาทับอีกชั้นหนึ่ง และบอกเจ้าอาวาสว่าจะทำกุฏิบริเวณนี้ ก่อนที่จะหลบหนีไปหาญาติที่พัทยาและถูกจับกุมได้ในที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OB6nhSVxibQ  

 7,154
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 60

รวบแล้ว พระ-เณรฆ่าจามหัวโยมคาวงเหล้า ก่อนโบกปูนในลานวัด สารภาพฉุนโดนทวงเงินค่าไก่ชน

อุดรธานี-พบศพชายอายุ 44 ปี สภาพศพถูกฝังในลานดินของบริเวณวัด โดยมีร่องรอยถูกฝังแล้วนำปูนมาโบกปิดด้านบนของหลุมศพ เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดลงไปประมาณ 50 ซม.ก็พบร่างถูกห่อด้วยผ้าจีวรสีเหลืองสภาพศพเริ่มเน่าบริเวณศีรษะมีรอยช้ำคล้ายถูกของแข็งตีหลายแห่งและมีร่องรอยถูกฟันบริเวณลำคอด้วยจำนวน 1 แผลเจ้าหน้าที่จึงได้นำศพขึ้นมาตรวจสอบและชันสูตรศพ   ต่อมา ด.ช.เอ ซึ่งบวชเป็นสามเณรที่วัดบ้านโสกดาว ได้เปิดปากรับสารภาพว่าได้ร่วมกันฆ่า ร่วมกับพระอีก1 รูปและฆราวาสอีก 2 คน แต่ตอนนี้พระรูปดังกล่าวได้หลบหนีไปแล้ว ส่วนสาเหตุเบื้องต้น ด.ช.เอ.กล่าวว่าผู้ตายเมาสุราแล้วไปทวงถามเงินกับพระ ที่ติดค้างค่าไก่ชน แล้วเกิดทะเลาะกันมีปากเสียงและชกต่อยวิวาทกัน จนผู้ตายหมดสติ จากนั้นพระ ได้ใช้ขวานฟันที่คอหลายครั้ง จนนายวิชาญฯ ถึงแก่ความตาย จากนั้นพระได้ให้ฆราวาสและสามเณรช่วยกันนำศพไปขุดหลุมฝังดินกลบที่ท้ายวัด จากนั้นได้เทปูนลาดทับปิดก่อนหลบหนีไป   ในเวลาต่อมา ทางตำรวจได้จับกุมพระที่ก่อเหตุได้แล้ว โดยหลบหนีมากบดานกับญาติในพื้นที่เมืองพัทยา ทราบชื่อว่าพระสงกรานต์ ลงรถโดยสารบริเวณสุดเขตรับผิดชอบเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม เบื้องต้น ผู้ต้อง ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ก่อนประสานตำรวจ จ.อุดรธานี เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุมารับตัวไปดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wpcWxYQ_93I    

 15,305
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

จบดราม่า รพ.เยียวยา 124,000 บาท 2 สามีภรรยาทำหมันหลุด แพทย์ชี้มีโอกาสผิดพลาด 1 ใน 500

อุดรธานี-จากกรณีสองสามีภรรยาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี หลังเข้าทำหมันหรือการคุมกำเนิดแบบถาวรกับแพทย์ รพ.ศูนย์อุดรธานี แต่ดันท้องมีลูกคนที่ 4 อย่างน่าแปลกใจ จนทำให้ต้องแบกภาระค่านมและค่าเลี้ยงลูกถึง 4 คน โดยที่ผ่านมาทาง รพ.รับผิดชอบเพียงจ่ายเงิน 5,000 บาทและค่านมลูกเดือนละ 3 กล่องเท่านั้น จนต้องมาร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอความเป็นธรรมและเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท   ล่าสุดทาง ผอ.รพ.ศูนย์อุดรธานี เปิดเผยว่า ยอมรับว่าการทำหมันมีโอกาสผิดพลาดน้อยมาก 500 คนจะเจอ 1 คนแต่ทั้งนี้เพื่อให้พอใจทุกฝ่ายทางโรงพยาบาลศูนย์ยอมจ่าย 100,000 บาทเพื่อเป็นการเยียวยาสองสามีภรรยา ขณะที่ทางประกันสังคมจ่ายเพิ่มอีก 10,000 บาทและสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 14,000 บาทรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 124,000 บาท โดยจะทำพิธีมอบเงินเยียวยาดังกล่าวในวันอังคารที่ 24 ต.ค.60 นี้   ทั้งนี้ทางสำนักงานประกันสังคมเตรียมนำเรื่องปัญหาดังกล่าวส่งไปยังสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช เพื่อพิจารณาแก้ไขข้อกฎหมายและการเยียวยาหากเกิดกรณีนี้ขึ้นอีกและให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4uAd0lmsbXs  

 1,002
เรื่องเล่าเช้านี้เด็ก
17 ต.ค. 60

'น้องไอซ์' จิตรกรน้อยมากพรสวรรค์ วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวง ร.๙

อุดรธานี-น้องไอซ์ ด.ช.นทธกรณ์ ศรีพะลาน อายุ 8 ปี ที่มีพรสวรรค์วาดรูปพุทธประวัติและเทพเจ้าได้อย่างน่าทึ่งและสวยงาม ได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนบรรจงภาพรูปสาทิตลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง ร.9   ซึ่งภาพที่น้องไอซ์วาดมีทั้งภาพเหมือนในหลวง ภาพในหลวงทรงงานและภาพพระราชกรณียกิจต่างๆ โดยน้องไอซ์ลงมือวาดด้วยการกำดินสอแบบกำปั้น เหมือนเดิมที่ถนัด และวาดได้อย่างคล่องแคล่วเพียงไม่กี่นาที ก็เสร็จสมบูรณ์ไปหลายภาพ   โดยเจ้าของบอกว่ารู้สึกดีใจที่ได้วาดภาพในหลวง ร.9 ที่พระองค์ท่านเป็นพ่อของคนไทยทั้งประเทศ การวาดครั้งนี้เพื่อถวายส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยพ่อหลวง ร.9 และในวันที่ 26 ต.ค.60 นี้น้องไอซ์ก็จะเดินทางไปร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ที่สนามทุ่งศรีเมืองด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OPE-OYhLICs  

 40,981
ธ ทรงอยู่ในใจไทย
17 ต.ค. 60

'น้องไอซ์' จิตรกรน้อยมากพรสวรรค์ วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ ในหลวง ร.๙

อุดรธานี-น้องไอซ์ ด.ช.นทธกรณ์ ศรีพะลาน อายุ 8 ปี ที่มีพรสวรรค์วาดรูปพุทธประวัติและเทพเจ้าได้อย่างน่าทึ่งและสวยงาม ได้ใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนบรรจงภาพรูปสาทิตลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวง ร.9   ซึ่งภาพที่น้องไอซ์วาดมีทั้งภาพเหมือนในหลวง ภาพในหลวงทรงงานและภาพพระราชกรณียกิจต่างๆ โดยน้องไอซ์ลงมือวาดด้วยการกำดินสอแบบกำปั้น เหมือนเดิมที่ถนัด และวาดได้อย่างคล่องแคล่วเพียงไม่กี่นาที ก็เสร็จสมบูรณ์ไปหลายภาพ   โดยเจ้าของบอกว่ารู้สึกดีใจที่ได้วาดภาพในหลวง ร.9 ที่พระองค์ท่านเป็นพ่อของคนไทยทั้งประเทศ การวาดครั้งนี้เพื่อถวายส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยพ่อหลวง ร.9 และในวันที่ 26 ต.ค.60 นี้น้องไอซ์ก็จะเดินทางไปร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ที่สนามทุ่งศรีเมืองด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OPE-OYhLICs  

 40,981
ข่าวภูมิภาค
14 ต.ค. 60

สะเทือนขวัญ จ.ส.ต.บุกยิงภรรยาดับกลางห้างเมืองอุดรฯ เผยปมเหตุถูกขอหย่าหลังมีภรรยาน้อย

เกิดเหตุสะเทือนขวัญ จ.ส.ต. อายุ 41 ปี บุกยิงภรรยาวัย 40 ปี เสียชีวิตกลางห้างค้าส่งใน จ.อุดรธานี ก่อนจะยิงตัวตายตามแต่ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ยังมีคนถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เป็นเด็กชายวัย 7 ปี หลานของผู้ตาย และพนักงานห้างวัย 32 ปี      จากการสอบถามทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้หนีมาอยู่บ้านญาติที่อุดรฯ หลังจับได้ว่าสามีที่จดทะเบียนสมรสกันนอกใจไปมีภรรยาน้อย จึงขอแยกทาง กระทั่งอีกฝ่ายตามมาหาพยายามจะง้อขอคืนดี แต่ไม่สำเร็จ จนเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง กลายเป็นโศกนาฏกรรมขึ้น                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/lf1TTconrO8    

 975
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 60

หนุ่มนอนเล่นมือถือ ก่อนเสียชีวิตปริศนา คาดหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

อุดรธานี-เกิดเหตุมีชายวัยรุ่นอายุ 24 ปีนอนเสียชีวิต อยู่ที่ร้านตัดผม ในสภาพนุ่งกางเกงขาสั้นสีขาว ไม่สวมเสื้อ โดยที่ปากมีเลือดและน้ำลายไหลออกมา และมีโทรศัพท์มือถือไอโพน 5 เอส เสียบชาร์ตเอาไว้กับปลั๊กไฟ โดยมือถือตกอยู่บริเวณหน้าขาด้านใน   จากการสอบสวนพี่สาวผู้ตาย ให้การว่าน้องชายเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี สถานบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 สาขาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ และต่อมาแฟนของตนได้มาเปิดร้านตัดผมที่อุดร จึงได้พาผู้ตายมาอยู่ด้วยกัน และในขณะที่น้องเรียนอยู่ก็ได้สอนให้เป็นช่างตัดผมไปด้วยเพื่อหารายได้พิเศษ เมื่อวานน้องชายไปส่งหลาน แล้วกลับมาที่ร้าน ก็เห็นทำงานตัดผมให้กับลูกค้าปกติ จนปิดร้านตอน 5 ทุ่ม ก็แยกย้ายกันเข้านอน   ซึ่งน้องชายเป็นคนชอบเล่นโทรศัพท์มือถือ จนกระทั่งตอนเช้าเพื่อนของน้องชาย ได้มาตามถึงที่ร้าน ให้ไปทำเรื่องขอจบปริญญาตรี ตนได้ขึ้นไปปลุก แต่เมื่อเปิดประตูเข้า ก็เห็นน้องชายตัวแข็งไม่หายใจ ที่ปากมีเลือดและน้ำลายไหลออกมา ตอนนั้นตนคิดว่าน้องชายอาจถูกไฟดูดเนื่องจากเล่นมือถือ แล้วเสียบชาร์ตเอาไว้กับปลั๊กไฟ   เบื้องต้นแพทย์ได้ชันสูตรพลิกศพ ไม่พบร่องรอยไหม้ตามร่างกายว่าจะถูกไฟดูด ซึ่งบริเวณที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการต่อสู้ หรือถูกทำร้ายแต่อย่างไร คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน มาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือว่าเล่นโทรศัพท์มือถือมากเกินไปไม่พักผ่อน โดยญาติไม่ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน แล้วมอบศพให้ญาติ นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HUxgyd6hZ-0  

 5,156
ข่าวภูมิภาค
07 ต.ค. 60

สลด หลานชายวัย19 คลั่งขอเงินยายไปซื้อยาบ้าไม่ได้ พังข้าวของ-ขู่เผาบ้าน แถมยังเมินไม่กราบขอขมา

ตำรวจ สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี จับกุมหนุ่มวัย 19 ปี หลังชาวเน็ตโพสต์คลิปขณะชายคนดังกล่าวกำลังขู่ทำร้ายยายวัย 65 ปี อาละวาดขว้างปาสิ่งของภายในบ้านพังเสียหาย พร้อมทั้งขู่จะเผาบ้าน หลังขอเงินยายไปซื้อยาเสพติดไม่สำเร็จ    ด้านยายเปิดเผยว่า เป็นคนเลี้ยงหลานมาตั้งแต่เล็กเพราะพ่อแม่แยกทางกัน แต่หลานเป็นคนเกเร กินเหล้าสูบบุหรี่ มีพฤติกรรมก้าวร้าวมาโดยตลอด มักจะชอบมาขอเงิน 1,000-2,000 บาท พอไม่ได้ดั่งใจก็จะอาละวาดพังข้าวของ จนมาครั้งนี้ที่ตนไม่มีเงินให้ เคราะห์ดีที่ตนล็อกกลอนแน่นหนาจึงไม่ถูกบุกเข้ามาทำร้าย ตนเชื่อว่าหลานน่าจะอยากได้เงินไปซื้อยาบ้ามาเสพ ก่อนหน้านี้ก็เคยเมายาบ้ามาแล้ว และขโมยบัตรเอทีเอ็มไปกดเหลือเงินติดบัญชีไว้แค่ไม่กี่บาท      ขณะที่ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้มาขอเงินยายรอบแรกได้เงิน 500 บาท แล้วนำไปใช้หมดแล้ว จึงกลับมาขอรอบที่สองอีก 1,000 บาท แต่ยายไม่มีให้ จึงทำให้โมโหและโกรธมาก จึงได้ทำลายสิ่งของและพยามจะเผาบ้านจริง พร้อมยอมรับว่าเสพยาบ้าด้วย และต้องการเงินที่จะซื้อยาบ้ามาเสพ    ด้านตำรวจตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง นอกจากนี้ยังพบว่าประวัติในคดีลักทรัพย์ข้าวสาร และคดีขโมยบัญชียายไปปลอมลายเซ็นแล้วเบิกถอนเงินไปใช้ โดยตำรวจได้ให้ผู้ต้องหากราบขอขมายาย แต่เจ้าตัวกลับปฏิเสธ ไม่สำนึกบุญคุณที่ยายเลี้ยงมา บอกว่ายังโกรธยายที่ไม่ให้เงินตัวเอง ตำรวจจึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฏหมาย และทำลายทรัพย์สินผู้อื่น แล้วนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป               ชมผ่านยูทูปได้ที่ https://youtu.be/loe_FQwbF40

 12,678
ประชาสัมพันธ์
05 ต.ค. 60

งานมหกรรมการเงิน อุดรธานี ครั้งที่ 5

งานมหกรรมการเงิน อุดรธานี ครั้งที่ 5 วันที่ 6-8 ตุลาคม 2560 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อุดรธานี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จ.อุดรธานี  

 655
ข่าวภูมิภาค
28 ก.ย. 60

ไม่อโหสิกรรม ครอบครัวสั่งห้ามไอ้หื่นฆ่า 'น้องเมย์' ขอขมาศพ ลั่นถ้ามาโดนรุมประชาทัณฑ์แน่

ความคืบหน้าคดีน้องเมย์ สาว 19 พนักงานสถาบันเสริมความงามชื่อดัง ถูกคนร้ายบุกแทงเสียชีวิตคาห้องพักที่นนทบุรี โดยอ้างว่าแอบชอบผู้ตาย จึงบุกเข้าห้องหวังข่มขืน และทำการฆาตกรรมอย่างโหดร้าย   ล่าสุดทางญาติได้นำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านเกิด อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า ได้นำร่างของน้องเมย์บรรจุในโลงเย็นตั้งภายในบ้าน รวมทั้งนำสำรับกับข้าวที่มีส้มตำ หมูทอด แจ่ว หน่อไม้ดอง ข้าวเหนียว นมกล่อง องุ่น ขนมโตเกียว และน้ำเปล่า ที่เป็นอาหารโปรดของน้องเมย์ มาตั้งไว้ให้ด้วย โดยมีพี่ชายของน้องเมย์ ที่ป่วยพิการทางสมอง ยังคงไม่รู้เรื่องว่าน้องสาวเสียชีวิต นั่งอยู่ที่ข้างโลงเย็นและร้องไห้ตลอดเวลา   ด้านแม่ผู้ตายระบุทราบข่าวว่าจับคนที่ลงมือฆ่าน้องเมย์ได้แล้ว แต่ยังทำใจไม่ได้ ยืนยันว่า จะไม่อโหสิกรรมให้กับฆาตกรเด็ดขาด และตำรวจก็ไม่ต้องนำตัวมาขอขมาศพที่นี่ หากมาคงต้องถูกชาวบ้านที่นี่รุมประชาทัณฑ์อย่างแน่นอน เพราะชาวบ้านทุกคนที่นี่รักน้องเมย์ เนื่องจากเขาเป็นคนดี มีจิตใจดีงาม โอบอ้อมอารีย์ จนเป็นที่รักของคนทั้งหมู่บ้าน ซึ่งการที่น้องเมย์เขาต่อสู้ขัดขืนไม่ยอมให้มันนั้น เพราะน้องเมย์เป็นคนที่ถ้าไม่ชอบก็ไม่ชอบ เป็นคนที่รักนวลสงวนตัว ไม่เคยทำเรื่องที่เสื่อมเสีย จึงไม่ยอมให้ใครมาล่วงเกิน และต่อสู้ขัดชืนจนถูกมันฆ่าตาย   ทั้งนี้ชีวิตของครอบครัวหลังจากนี้ ก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร หลังน้องเมย์ที่เป็นเสาหลักของบ้านต้องจากไป ซึ่งทางบ้านมีรายได้จากการที่พ่อออกไปรับจ้าง ได้เงินเบี้ยคนพิการของลูกชายคนโต และเบี้ยผู้สูงอายุของพ่อเท่านั้น แต่ที่หมู่บ้านตนมีพี่น้องอยู่หลายคน เขาก็มาช่วยดูแลเราได้ในฐานะพี่น้องกัน แต่ก็คงไม่ทั้งหมด เพราะต่างคนต่างมีภาระของตัวเองเช่นกัน ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าคลีนิกที่น้องเมย์ทำงานจะให้ความช่วยเหลืออย่างไรบ้าง คงต้องรอให้เสร็จงานศพน้องเมย์ไปก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GGf7DqAxGdg    

 10,129

Top