ค้นหา :

ผลการค้นหา "อุดรธานี"

แชร์ออฟเดอะเดย์
12 มิ.ย. 60

ผู้ว่าฯอุดรธานี รอคอนเฟิร์ม 2 นทท.หนีทัวร์เกาหลี เตรียมกลับพร้อมไกด์ 15 มิ.ย.นี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี โพสต์เฟสบุ๊ค ระบุ ไกด์ทัวร์เดินทางไปทำงานรอบใหม่แล้ว รอคอนเฟิร์ม 2 หญิงไทยจะกลับพร้อมไกด์ทัวร์ในวันที่ 15 มิ.ย.หรือไม่ ด้านกระทรวงการต่างประเทศเตรียมนำปัญหาที่เกิดขึ้นเข้าประชุม หาทางออกร่วมกับรัฐบาลเกาหลีใต้   จากกรณีที่มีการตามหาหญิงไทย 2 คน เบื้องต้นทราบว่าเป็นชาวจังหวัดอุดรธานี ชื่อนางสาวชุติญา เรืองภัทรเวช และนางสาวยุพิน จันทะแสน หนีทัวร์ไปเป็นผีน้อย ทำให้นายภูริวัฒน์ ธิติจารุวัฒน์ ไกด์ทัวร์ตกที่นั่งลำบาก เพราะเซ็นต์รับรองให้เข้าประเทศเกาหลีใต้ ถ้าไม่กลับภายใน 90 วันไกด์ทัวร์จะถูกแบล็คลิสต์ ห้ามเข้าประเทศเกาหลีใต้ตลอดชีวิต ล่าสุดตามตัวเจอแล้ว โดยนางสาวยุพินได้คุยไลน์กับคุณพ่อ บอกว่าไปทำงานโรงงานมะเขือเทศแถบจังหวัดกวางจู ทราบข่าวที่เกิดขึ้นที่ไทยแล้วและพร้อมเดินทางกลับทั้ง 2 คน แต่ไม่มีเงินซื้อตั๋ว ไกด์ทัวร์จึงเสนอว่าจะออกค่าตั๋วให้แต่ขอให้กลับตามเวลาที่กำหนด    ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้โพสต์ข้อมูลลงในเฟสบุ๊คระบุว่า ไกด์ทัวร์ได้เดินทางพาคนไทยไปเที่ยวรอบใหม่แล้ว และจะมีกำหนดเดินทางกลับในวันที่ 15 มิ.ย. จึงต้องรอการคอนเฟิร์มว่า หญิงไทยทั้ง 2 คนจะเดินทางกลับมาพร้อมกับไกด์ทัวร์หรือไม่   ด้านนางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศและอธิบดีกรมสารนิเทศ เปิดเผยว่า ทางกระทรวงไม่ได้ละเลยปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะนำเคสที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนมิถุนายนนี้ และจะนำไปประชุมกับรัฐบาลเกาหลีใต้เพื่อหาทางออกร่วมกัน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 3,637
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 มิ.ย. 60

พบแล้ว 2 นทท.หนีทัวร์เกาหลี รับตั้งใจมาทำงานจริง ญาติชี้คนในหมู่บ้านไปกันเยอะ แต่ไม่ถูกจับ

คืบหน้ากรณี 2 สาวอุดรหลบหนีไกด์ทัวร์ หวังไปขายแรงงานที่ประเทศเกาหลี ล่าสุดนิติกรของสำนักงานจัดหางานจังหวัดอุดรธานีว่าสามารถติดต่อทั้งสองคนได้แล้วคือ น.ส.ยุพิณ จันทะแสน ชาวบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พนักงานร้านขายยาและ น.ส.ชุติมา เรืองภัทรเวช ชาวบ้านที่บ้านท่าตูม ม.5 ต.หมูม่น อ.เมือง อุดรธานี ซึ่งเป็นอดีตลูกจ้างสำนักพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 อุดรธานี โดยทั้งสองคนเป็นแฟนกัน   โดยทางสำนักงานจัดหางานแจ้งว่า ตอนนี้ได้ประสานไปยังบุคคลทั้งสองได้ติดต่อได้แล้วอยู่แถวภาคใต้ แถวเมืองกวางจูของเกาหลี และยืนยันจะเดินทางกลับมาเมืองไทย แต่ตอนนี้ไม่มีตั๋วเครื่องบินกลับ ส่วนจะเดินทางวันไหนจะประสานกับทางบริษัทไกด์ทัวร์อีกครั้งหนึ่ง   ขณะที่ไกด์ทัวร์ ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ที่พาทั้งสองไปทัวร์เปิดเผยผู้สี่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ได้รับแจ้งจากนิติกรจัดหางานจังหวัดอุดรธานีว่าสามารถติดต่อบุคคลทั้งสองได้แล้วเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ทั้งสองคนยอมรับว่าเห็นเพื่อนๆ ในหมู่บ้านไปทำงานที่เกาหลีได้เงินเดือนสูงจึงอยากไปหางานทำจึงหนีไกด์ทัวร์ไป รับแจ้งว่าตอนนี้ทั้งสองคนไม่มีเงินค่าตั๋วเครื่องบินกลับมา ทางบริษัทไกด์ทัวร์ของเรายินดีจ่ายค่าตั่วเครื่องบินให้เพื่อไม่ให้ไกด์ทัวร์ถูกแบล็คลิสต์   ขณะที่ญาติของ 2 สาวระบุ เพิ่งได้ยินข่าวทางสื่อว่าพี่สาวโดดหนีกรุ๊ปทัวร์ที่ประเทศเกาหลีก็ตกใจเหมือนกัน ซึ่งเรื่องราวก่อนเดินทาง พี่สาวบอกแค่ไปเที่ยวเท่านั้น ปกติก็คุยเฟซกับพี่สาวตลอดแต่หลังจากไปเกาหลีและเป็นข่าวก็คุยกันแต่ยังไม่ได้ตอบกลับมา จึงอยากขอให้พี่ยุติดต่อกับมาด้วย   ส่วนที่มีข่าวว่าพี่เคยไปญี่ปุ่นไม่จริงเลยพี่สาวเคยไปแค่ประเทศลาวแค่นั้น แต่อยากของติงไกด์กรุ๊ปทัวร์สักหน่อยว่าพี่สาวไปเกาหลีเพิ่งวันที่ 5 มิ.ย.ตามกำหนดอยู่ได้ถึง 3 เดือนก็ยังไม่อยากให้มองว่าเป็นการหนีไปทำงานพี่สาวอาจจะกลับมาก็ได้   ขณะที่ญาติอีกคนบอกว่าที่ผ่านมามีคนแถวบ้านเดินทางไปทำงานที่เกาหลีใต้จำนวนมาก โดยแฝงไปกับกรุ๊ปทัวร์ แต่ก็ไม่มีใครโดนจับ ซึ่งพ่อของ 1 ใน 2 สาวได้ขายวัว 2 ตัวเป็นค่าเครื่องบินให้กับลูกด้วย    ทั้งนี้มีรายงานว่า สาเหตุที่คนอุดรอยากไปทำงานเกาหลีในรูปแบบของหนีกรุ๊ปทัวร์เพราะเงินเดือนที่นั่นล่อตาล่อใจ อย่างที่บ้านเชียงเอง มีคนหนุ่มสาวหนีไกดัทัวร์ไปทำงานไม่ต่ำ 100 คนแต่ละคนสามารถส่งเงินกลับมาบ้านได้เดือนละสามหมื่นถึงสี่หมื่นบาท เมื่อไปทำงานแบบหนีกรุ๊ปทัวร์แล้ว หากอยากลับบ้านต้องให้ตม.ของประเทศเกาหลีจับหรือเดินให้เขาจับถึงจะได้ถูกส่งตัวกลับบ้านได้ นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนอุดรแห่ไปทำงานที่เกาหลีเพราะเงินเดือนสูงนั่นเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KJ1qVbyTZiQ  

 31,543
ข่าวภูมิภาค
12 มิ.ย. 60

'พระปาน' หันหน้าเข้าทางธรรม เผยบวชแล้วจิตใจสงบ ไม่มีอะไรที่ต้องห่วง

อุดรธานี-พระปาน หรือพระยงยุทธ วรสัทโธ อดีตเสี่ยปานถูกล็อตเตอรี่ 30 ล้าน เข้าอุปสมบทที่วัดสร้างแข้ อำเภอหนองหาน จ.อุดรธานี โดยจำวัดอยู่กุฎิเล็กๆ ในเผยบวชแล้วจิตใจสงบ หากอนิสงส์ผลบุญที่สั่งสมมามีในพระพุทธศาสนา ก็ตั้งใจที่จะบวชตลอดชีวิต ไม่มีอะไรที่เป็นห่วงอีกแล้ว   ในทางโลกได้ให้พี่สาวและพี่ชายเป็นผู้มีอำนาจจัดการได้ทั้งหมด ส่วนทรัพย์สินทุกอย่างก็ยกให้ลูกชายที่รอให้บรรลุนิติภาวะ ต่อไปก็จะได้ตั้งใจปฏิบัติธรรม หมั่นสวดมนต์ภาวนา เดินจงกลมเพื่อจะอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย และจะได้หมั่นศึกษาพระธรรมวินัยตามรอยพระพุทธเจ้า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uKYBYezhnRA  

 8,683
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 มิ.ย. 60

แชร์ว่อนเน็ต! ไกด์วอนตามหา 2 สาวหนีทัวร์ที่เกาหลี - ผู้ว่าฯ อุดรธานีสั่งตรวจสอบแล้ว

ชาวเน็ตแห่แชร์ข้อความจากเพจ บันทึกหญิงอ้วน หลังโพสต์ภาพหนังสือเดินทางของหญิงไทย 2 ราย ขอให้ช่วยตามหาเนื่องจากหญิงไทยทั้งสองคนได้หนีทัวร์ระหว่างไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งหัวหน้าทัวร์ได้ออกตัวการันตีกับทางตม.เกาหลีไว้ และหากไม่ออกจากประเทศภายใน 90 วัน หัวหน้าทัวร์จะต้องถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่สามารถเดินทางเข้าเกาหลีใต้ได้ตลอดชีวิต    "และแล้ววว....สิ่งที่คอยภาวนา #ไม่อยากให้มันเกิด มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ!!! กับการทำทัวร์เกาหลีในแต่ละครั้ง ทั้งของเราและของเพื่อนๆ พี่ๆในวงการทัวร์เกาหลี    เมื่อวานนี้...เกิดเหตุการณ์ #ลูกค้าของไกด์ในบริษัทเรา หนีไปตอน ตี 1 ครึ่ง ที่โรงแรมในกรุงโซล หลังจากที่ท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีมาได้ ถึง 2 วันแล้วกับกรุ๊ปทัวร์    โดยปกติแล้ว ในฐานะที่พวกเราทำหน้าที่ "#หัวหน้าทัวร์หรือไกด์นำเที่ยว" พาลูกค้าคนไทยมาเที่ยวประเทศเกาหลี เราจะไม่มีการการันตีให้ลูกค้าในการเดินทางผ่านเข้าประเทศเกาหลี แต่...ถ้าเป็นในส่วนของกรุ๊ป Charter group (กรุ๊ปเหมา) หรือพูดง่ายๆว่า เป็นบริษัทห้างร้านเหมามา มีหนังสือรับรองจากบริษัทที่เป็นสปอนเซอร์ เจ้าของบริษัทออกจดหมายรับรอง มีหนังสือ statement ต่างๆรับรอง หรืออย่างอื่นที่น่าเชื่อถือได้    พวกเรา #ในฐานะหัวหน้าทัวร์หรือไกด์นำเที่ยว ที่พามาเที่ยว ก็พอจะช่วยเหลือได้ เพราะทางเราเองก็รู้สึกมั่นใจในระดับหนึ่ง... คราวนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 3 วันที่แล้ว    รุ่นพี่ในทีมไกด์เกาหลีของเรา ชื่อว่า "พี่เอริค" ได้พาลูกค้าคนไทยไปเที่ยวประเทศเกาหลีตามปกติ บังเอิญว่า...มีลูกค้ากลุ่มหนึ่งในการเที่ยวครั้งนี้ ที่ ทางบริษัทจ่ายเงินให้พนักงานมาเที่ยว แต่ไม่สามารถทำเป็นกรุ๊ปส่วนตัวได้ เพราะมีเพียง 11 คน ซึ่งโดยขั้นต่ำจะออกกรุ๊ปได้ ประมาณ 15-20 คน ทัวร์ถึงจะออกได้ ก็เลยมีการ #จอยกรุ๊ปทัวร์ #กับครอบครัวอื่นๆ ที่ซื้อมาในโปรแกรมทัวร์เดียวกัน    รอบนี้ มีลูกค้าแบ่งเป็น 4 ครอบครัว... โดยมี บ้าน 11 คน / 2 คน / 3 คน และ 4 คน จังหวะที่ผ่าน ตม.เกาหลี บ้าน 3 คนและ 4 คน ผ่านตม.ไปได้แล้วปกติ บ้าน 2 คน #ติดตม.#เกาหลี ทั้ง 2 คน และบ้าน 11 คน #ติดตม. #เกาหลี 5 คน    "พี่เอริค" ในฐานะที่เป็นไกด์และหัวหน้าทัวร์ของกรุ๊ปนั้น ตรวจสอบไปทางบริษัทที่นำพนักงานมาเที่ยว ทั้ง 11 คน และรู้จักคนในนั้นด้วย ตัดสินใจ เข้าไปช่วย เจรจากับ ตม.เกาหลี ซึ่งใช้เวลาอยู่ในห้องนั้น ราวๆกว่า 2 ชม.    โดยที่ ตม.เกาหลีแจ้งว่า ถ้า "พี่เอริค" #การันตี ถึงจะให้ผ่าน ในห้อง ตม.เกาหลี คนไทยเยอะมากๆ ราวๆ 40 คน ตม.เกาหลี ขอใบรายชื่อทุกคนในกรุ๊ปของพี่เอริค และแจ้งว่า...ตอนนี้ มีไม่ผ่านทั้งหมด 7 คน โดยมี 5 คน ( จากครอบครัว ทั้งหมด 11 คน) และ มี 2 คน (จากครอบครัว 2 คน) ตอนนั้น พี่เอริค ตั้งใจจะการันตีเพียงแค่ 5 คนนี้ให้ออกมาเท่านั้น (เพราะรู้จักด้วย) แต่อีก 2 คน ที่มาด้วย ก็ติดตม.เหมือนกัน ซึ่งอีก 2 คนก็ขอให้ไกด์ช่วย!!! โดยการพูดโน้มน้าวยื่นเอกสารทุกอย่างและบอกว่า ตั้งใจมาเที่ยวจริงๆ เคยไปประเทศอื่นมาแล้วและอีกสารพัดคำพูด    จากการตรวจสอบเบื้องต้น 2 คนนี้ ทำงานที่กรมแรงงาน จ.อุดรธานี เคยมีการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว ไม่ใช่พาสปอร์ตใหม่ที่เพิ่งทำ ลูกค้าพยายามร้องขอให้ช่วย ซึ่งในจังหวะนั้นต้องยอมรับตามตรงว่า ขณะอยู่ในห้อง ตม. เกาหลี คือในฐานะไกด์นำเที่ยว คือเครียดมากนะ!!!    ทาง "พี่เอริค" มั่นใจอยู่แล้วว่า 5 คน ใน 11 คนนี่ ตั้งใจไปเที่ยวแน่นอน แต่ อีก 2 คนนี่ไม่รู้จักแต่มีเอกสารดี เคยเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแล้ว เลยตัดสินใจช่วยออกมาทั้งหมด 7 คน!!!!    ผลปรากฎว่า 2 คนนี้ #หนีไปตอนกลางคืน ในวันที่นอนในกรุงโซล หน้าตาดี มีหลักฐานการทำงานดี แต่สุดท้ายมาทำแบบนี้!!!    ภายใน 90 วัน ถ้า 2 คนนี้ เดินทางกลับเมืองไทย พี่เอริค จะรอด "#ไม่ติดแบล๊คลิส" #ห้ามเข้าประเทศเกาหลีอีก (คนไทยทุกคนสามารถอยู่ในประเทศเกาหลีได้ 90 วัน หรือ 3 เดือน)    เราเข้าใจ คนที่แอบหนีไปทำงาน...ทุกคนอยากมีชีวิตที่ดีกว่าที่เป็นอยู่    แต่...ถ้าคุณมีชีวิตที่ดีขึ้น บนความทุกข์ ของครอบครัวคนอื่น คุณไม่รู้สึกอะไรหรอ??    #นี่เป็นครั้งแรก #ที่เราอยากขอให้ #เพื่อนๆช่วย #แชร์ #statusนี้    เผื่อว่ามีคนที่รู้จัก หรือให้ทางเราสามารถติดต่อได้ อย่างน้อย ถ้าเค้ายอมกลับเมืองไทย ก่อน 90 วัน เค้าก็ยังสามารถเดินทางไปประเทศเกาหลีอีกได้    พี่เอริค ซึ่งเป็นไกด์นำเที่ยวประเทศเกาหลี ก็ยังสามารถเดินทางไปประเทศเกาหลีและทำงานต่อได้...    แต่...ถ้าเค้าไม่กลับก่อน 90 วัน!!! พี่เอริค ก็ต้อง "#ติดแบล๊คลิส" ไม่สามารถเข้าประเทศเกาหลีได้ตลอดชีวิต ชีวิตการทำงานของคนๆนึง ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว และมีลูกที่ยังเล็ก ก็ลำบากไปด้วย อย่าให้ผลแห่งความ ใจดี สงสาร และเห็นใจ ต้องมาทำให้ครอบครัวหนึ่งลำบากเลยค่ะ มันยังมีหนทางอยู่...    บางที คนไทยไม่เข้าใจ ทำไมตม.เกาหลีไม่ให้คนไทยผ่านเยอะ ก็เพราะเหตุผลแบบนี้ไงคะ ทั้งปลอมแปลงเอกสาร หัวกระดาษบริษัทเอย ตรายางเอย นามบัตรเอย โกหกสารพัด    #บางทีลูกค้าด่าไกด์ว่า...#ทำไมไกด์ไม่ช่วย?? ทุกคนพอเห็นเหตุผลแล้วใช่ไหม ว่า #คนเรา #รู้หน้าไม่รู้ใจ ขอให้ตัวเองรอด คนอื่นจะเป็นยังไงก็เรื่องของเค้า..    คนที่ตามเพจเรามานาน จะรู้ว่า แม้แต่ "เล่นเกมส์" #เรายังไม่เคยขอให้ลูกเพจแชร์เลยด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้...ใครที่ได้อ่าน status นี้แล้ว อยากให้ช่วยแชร์หน่อยนะคะ เผื่อจะได้ไปเจอคนที่รู้จัก 2 คนนี้"       ล่าสุด นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้สั่งการให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว โดยลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามทะเบียนบ้านที่ตรวจสอบได้จากพาสปอร์ตของทั้ง 2 ราย โดยพ่อแม่ของ น.ส.ยุพิณ ระบุว่า ลูกสาวทำงานเป็นจ้างร้านขายยาในเมืองอุดรธานี รับแจ้งจากลูกสาวว่าจะเดินทางไปเที่ยวประเทศเกาหลี และเดินทางไปเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยยังไม่ได้รับแจ้งว่าลูกสาวหายไปจากคณะทัวร์        ส่วนรายที่สอง น.ส.ชุติมา เรืองภัทรเวช เป็นอดีตลูกจ้างสำนักพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 อุดรธานี บ้านพักถูกปิดไม่มีใครอยู่ สอบถามเพื่อนบ้านบอกว่า น.ส.ชุติมา เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ไม่ทราบว่าเดินทางไปประเทศใด และล่าสุดรับแจ้งจากต้นสังกัดเดิมว่า ได้ลาออกจากที่ทำงานเมือวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา              ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/tztSqDCd9Rw

 34,580
ข่าวภูมิภาค
08 มิ.ย. 60

แม่ยายเดือด! โต้ 'เสี่ยปาน 30 ล้าน' จากนี้ไปทางใครทางมัน ไม่ขอร่วมงานบวช สั่งห้ามเจอหน้าลูกอีก

จากเสี่ยปานออกมาชี้แจงว่าอยากพบลูกชายของตนวัย 2 ขวบ แต่ปรากฏว่าถูกอดีตภรรยากับแม่ยายกีดกันไม่ให้พบลูก เสี่ยปานเลยตัดสินใจขายบ้านขายรถและเตรียมลาบวชอาจจะตลอดชีวิต   ล่าสุดแม่ยายของเสี่ยปาน กล่าวถึงกรณีที่เสี่ยปานอยากได้ลูกไปเลี้ยงบ้างและประกาศจะบวชตลอดชีวิต โดยเปิดเผยว่าอยากจะบวชก็บวชไป แม้วันบวชก็จะไม่ไปร่วมงานไม่ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วย คงต้องให้ตายจากกันไปถึงจะได้อนุโมทนาด้วย   ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเสี่ยปานสร้างแต่เรื่องแต่ราวไม่รู้จะออกข่าวไปทำไมว่าอยากเอาลูกไปเลี้ยงเอง ทั้งๆที่ยายเลี้ยงอยู่นี่ก็ดีอยู่แล้ว แต่ก่อนก็มาหาลูกได้ หรือวันไหนอยากเอาลูกไปนอนด้วยก็ได้แต่ครั้งครา แต่พอมีข่าวว่าอยากเอาลูกไปเลี้ยง แม่ของน้องชายวัย 2 ขวบนั้น ที่ทำงานอยู่ต่างประเทศจึงประกาศมาเด็ดขาดแล้วว่าไม่ให้มาหาลูกอีก จากนี้ไปทางใครทางมัน และนับจากนี้ไปอย่างหวังเสี่ยปานจะได้เจอลูกอีก   ส่วนสาเหตุที่แม่ของน้องวัย 2 ขวบ ต้องไปทำงานที่ประเทศไต้หวันเพื่อหาเงินมาให้ลูก เงินที่เสี่ยปานส่งให้เดือนละ 7000 บาทนั้นก็เก็บไว้ในบัญชีไม่ได้เอาออกมาใช้แม้แต่บาทเดียวก็เก็บไว้เป็นการศึกษาในอนาคต   ขณะที่บรรยากาศที่บ้านเสี่ยปาน วันนี้บรรดาญาติพี่น้องก็กำลังเตรียมงานบวช โดยเสี่ยปานไม่ได้จัดใหญ่จัดพิธีเล็กๆอยู่ที่บ้าน โดยการทำอาหารก็จะนำปลาจากบ่อมาทำอาหารเลี้ยงญาติๆ เท่านั้น ส่วนวันที่ 10 มิ.ย. ก็จะมีพิธีบวชในช่วงเช้าและจำพรรษาที่วัดสร้างแข้ก่อน 1 เดือนจากนั้นจะธุดงค์ไปสายวัดป่าในจังหวัดในภาคอีสานต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3y9xFa0jGCA  

 30,890
ข่าวภูมิภาค
08 มิ.ย. 60

ระทึก ไฟไหม้บ้าน 4 หลังรวดในอุดรฯ คลอกเจ้าของบ้านต้นเพลิงดับ คาดไฟฟ้าลัดวงจร

อุดรธานี - ไฟโหมลุกไหม้บ้าน 4 หลัง ชาวบ้านขนของหนีอลหม่าน พบเจ้าของบ้านเป็นชายวัย 70 บ้านต้นเพลิงเสียชีวิต ขณะที่คนในบ้านได้รับบาดเจ็บ 2 ราย พยานระบุได้ยินเสียงดังจากสายไฟบ้านต้นเพลิง ก่อนที่จะเกิดไฟไหม้ สันนิษฐานเกิดจากเหตุไฟฟ้าลัดวงจร  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5YfQJyrdgZI  

 5,995
ข่าวภูมิภาค
06 มิ.ย. 60

ลาแล้วทางโลก! เสี่ยปานเซ็งชีวิต ถูกหวย 30 ล้านแต่ไม่มีความสุข ตั้งใจขอบวชตลอดชีวิต

อุดรธานี-ละแล้วทางโลก เสี่ยปานอดีต รปภ.ที่ถูกหวย 30 ล้าน เตรียมออกบวช ขายรถ ขายที่ ขายวัว และเตรียมสละทรัพย์สินทั้งหมดให้พี่สาวและพี่ชายดูแล ทำพินัยกรรมยกให้ลูก ก่อนจะเดินทางไปบวชไกลถึงอยุธยา เสี่ยปานเผยในเมื่ออดีตภรรยาและแม่ยายยื่นคำขาดห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับลูกหลังมีข่าวอยากได้ลูกไปเลี้ยง ก็ถือว่าหมดห่วงแล้วตั้งใจจะบวชตลอดชีวิตละซึ่งทุกอย่าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MyrxUrtvhmg  

 97,393
ข่าวภูมิภาค
02 มิ.ย. 60

เสี่ยปานถูกหวย 30 ล้าน เหงาอยู่บ้านคนเดียว อยากได้ลูกกลับมา เผยทำพินัยกรรมให้ลูกทั้งหมด

เสี่ยปาน อดีตหนุ่มรปภ.ชาวอุดรธานีที่ถูกหวย 30 ล้านเมื่อ 2 ปีก่อน เปิดใจอยากได้ลูกมาเลี้ยงหลังจากแม่ของน้องทิ้งลูกไปทำงานยังต่างประเทศ เจ้าตัวเผยกับผู้สื่อข่าวมรดกก้อนโตทั้งบ้านที่ดินและเงินสดที่เกิดจากถูกหวย 30 ล้านทำพินัยกรรมให้เป็นของลูกชายหมดแล้ว ตนเองน่าจะมีสิทธิเลี้ยงลูกบ้าง   กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งสำหรับนายยงยุทธ แก้วสวนจิก เสี่ยปาน อายุ 40 ปี อดีตรปภ. ชาวจ.อุดรธานี ที่ถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ก.ย.2558 มูลค่ากว่า 30 ล้าน แต่ต่อมามีเรื่องผิดใจกันกับภรรยาเรื่องเงินจำนวนนี้ จนเรื่องขึ้นศาล และเสี่ยปานตัดสินใจแยกทางกับภรรยาโดยได้ให้เงินสดภรรยาไป 1 ล้านบาท พร้อมซื้อรถยนต์ใหม่ให้ 1 คันและส่งเสียลูกเดือนละประมาณ 7,000 บาท ตอนนี้เสี่ยปานก็มาซื้อที่ดิน 30 ไร่และสร้างคฤหาสน์อยู่ในที่ดินดังกล่าวที่บ้านหนองบ่อ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี   ล่าสุดวันนี้ เสี่ยปานเผยว่า ตนอยากได้ลูกชายวัย2ปี กลับมาเลี้ยงเอง ซึ่งทราบข่าวว่าจากแม่ยายว่าอดีตภรรยาหนีไปทำงานที่ประเทศไต้หวันแล้ว เพราะตอนนี้พินัยกรรมทั้งหมดตนเองได้ทำไว้ให้ลูกชายคนนี้คนเดียว อีกทั้งบ้านและที่ดินอีก 3-4 แปลง   เสี่ยปานเผยอีกว่าสร้างบ้านเอาไว้เพื่อครอบครัวใหญ่ ที่มีภรรยา ลูก พี่น้องญาติๆ มาอยู่ด้วย แต่ในเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็ไม่เป็นไร ซึ่งตอนนี้อาศัยอยู่บ้านคนเดียว ก็เลยอยากได้ลูกชายไปอยู่ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LUYRXiPSH5c    

 644,403
ครอบครัวบันเทิง
01 มิ.ย. 60

'ดีเจเชาเชา' ขออโหสิกรรม ก่อนเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ที่อุดรธานี

ดีเจเชาเชา หรือนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม เตรียมลาอุปสมบทในวันที่ 1 มิ.ย.2560 ณ วัดสระมณี ต.ผักตบ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โดยการบวชครั้งนี้ขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร สำหรับทุกๆ ท่านที่ติดตามผลงานของตนมาโดยตลอด ขอขมาลาบวช ณ ตรงนี้เลย สิ่งใดที่เคยล่วงเกินไม่ว่าจะทางกาย วาจา ใจ ต่อหน้าหรือลับหลังก็ดี ขอให้พี่ๆ ทุกท่านอโหสิกรรมให้ด้วย โดยจะถือกำหนดบวช 15 วัน      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gYmw7o8nMo0  

 11,863
ข่าวภูมิภาค
24 พ.ค. 60

อดีตเมียแค้นสามีเจ้าชู้ไม่เลิก ลอบจุดไฟเผาบ้านวอด

ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านในชุมชนดอนอุดม ถูกเผาเสียหายทั้งหลัง จากการสอบสวนพบเป็นฝีมืออดีตภรรยาของเจ้าของบ้าน อ้างแค้นสามีเก่าเจ้าชู้ไม่เลิก บวกกับสุราย้อมใจทั้งคืนจนก่อนรุ่งสาง จึงระบายแค้นด้วยการเผาบ้านซะเลย ก่อนถูก จนท.คุมตัวไปทำแผนประกอบรับสารภาพ    ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/Gze2elBY1PU

 7,690
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ค. 60

ตำรวจอุดรธานี รวบหญิงวัย 41 มือเผาบ้านอดีตสามี เจ้าตัวเผยระบายแค้นเพราะเจ้าชู้ไม่เลิก

     จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้บ้านประชาชน ภายในซอยดอนอุดม 4 ถ.อำเภอเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น.พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี ทำการคุมตัวหญิงอายุ 41 ปี ผู้ก่อเหตุวางเพลิงเผาบ้านไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ        จากการสอบถามผู้ต้องหา บอกว่า หลังจากตนเลิกรากับเจ้าของบ้านซึ่งเป็นอดีตสามีได้ราว 2 เดือน เนื่องจากฝ่ายชายเป็นคนเจ้าชู้ มีผู้หญิงอื่น ไม่เหลียวแลตนเองที่อยู่ด้วยกันมานาน ตนก็รู้สึกแค้นใจ โดยในวันเกิดเหตุตนได้ดื่มสุราย้อมใจทั้งคืนจนก่อนรุ่งสาง จึงตัดสินใจกลับมาเผาบ้านอดีตสามีเพื่อระบายความแค้น        ต่อมาในวันเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี ได้เข้ามอบเงินช่วยเหลือและถุงยังชีพแก่ครอบครัวที่บ้านถูกไฟไหม้ และจะได้ประสานเทศบาลนครอุดรธานี พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ต่อไป

 5,164
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ค. 60

แม่ร่ำไห้ ลูกชายวัย 19 ผูกคอดับคาห้องนอน เผยนิสัยเก็บตัว-ชอบเล่นเกมรุนแรง

อุดรธานี-ตร.รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตในบ้านพัก พบศพชายอายุ 19 ปี ผูกคอตัวเองกับคานเหล็กหลังคาบ้านภายในห้องนอน โดยบิดา-มารดา ช่วยกันใช้มีดตัดเชือกนำร่างมาไว้บริเวณห้องโถง หน้าห้องนอนที่เกิดเหตุ   ด้านแม่ผู้ตายกล่าวว่า บุตรชายเรียนอยู่ระดับ ปวส.สถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งในตัวเมืองอุดรธานี ปกติจะเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยพูดจาอะไร ชอบอยู่แต่กับห้องและเล่นเกมอินเตอร์เน็ตทั้งวัน เป็นแบบนี้ประมาณ 3 ปี แล้ว สำหรับเกมที่เล่นส่วนใหญ่เน้นความรุนแรง เช่น เกมผ่าตัด เกมยิงปืน ยอมรับว่าระยะไม่ค่อยได้คุยหรือกินข้าวพร้อมกัน แต่บุตรชายก็ไม่เคยมีปัญหากับใครหรือบ่นอะไรให้ฟังมาก่อน ระยะหลังอาจจะมีเรื่องเครียดเกี่ยวกับเกมที่เล่น แล้วหาทางออกไม่ได้จึงคิดสั้นฆ่าตัวตาย   เบื้องต้นตรวจชันสูตรศพแล้วไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ทางครอบครัวไม่ติดใจการเสียชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zfipqw4JCb8  

 8,593
แชร์ออฟเดอะเดย์
21 พ.ค. 60

อ.เจษฎา เตือนอย่าหลงศรัทธา ปมอัฐิ 'หลวงปู่จันทร์ศรี' กลายเป็นพระธาตุ ชี้เป็นเม็ดซิลิก้าเจลดูดความชื้น

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก Udonthani Update ระบุว่าเป็นภาพอัฐิที่แปรสภาพเป็นพระธาตุขององค์หลวงปู่ใหญ่ พระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนฺททีโป) โดยมีคำบรรยายว่า "อัฐิธาตุหลวงปู่จันทร์ศรี วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี กลายเป็นพระธาตุแล้ว งดงามมาก สาธุ" ทำให้มีคนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นพระธาตุของหลวงปู่จันทร์ศรีจริงหรือไม่   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (20 พฤษภาคม 2560) อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กระบุว่า    "อย่าหลงศรัทธา พระธาตุซิลิก้าเจลดูดความชื้น"   ปรกติไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับเรื่อง "พระธาตุ" เท่าไหร่ เพราะมันมักจะเป็นเรื่องความเชื่อล้วนๆ (ประมาณว่า ถึงเอากรวดหรือแก้วมาซักก้อน แล้วใครเชื่อมั่นว่าเป็นพระธาตุ ให้ตายก็เปลี่ยนความคิดเค้าไม่ได้หรอก) แต่คราวนี้ มันค่อนข้างชัดเจนว่า มีคนหลอกกันอีกแล้ว เอา "ซิลิก้าเจล" มาหลอกว่าเป็นพระธาตุ   เริ่มจาก วันนี้มีการกระหน่ำแชร์ภาพจากเพจ "Udonthani Update" (https://web.facebook.com/udonthaniupdate/posts/1334435636651535?pnref=story) พร้อมคำบรรยายว่า "อัฐิธาตุหลวงปู่จันทร์ศรี วัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี กลายเป็นพระธาตุแล้ว งดงามมาก สาธุ" เรียกเสียงสาธุ กันเต็มทั่วเฟซ   ซึ่งถ้าดูแค่จะภาพ ก็จะรู้สึกแปลกๆ แล้ว ว่ามันเหมือนกับชิ้นกระดูก ที่ถูกเอาเม็ดซิลิก้าเจล มาโรยแปะลงไปแค่นั้นเอง .... แต่ก็คงเข้าไปแย้งยาก เพราะเดี๋ยวโดนตื้บบบ แน่ๆ   แต่ท็อปคอมเม้นท์ ในนั้น ก็ทำให้น่าเอ๊ะใจขึ้นไปอีก (https://web.facebook.com/photo.php?fbid=1967944703435466&set=p.1967944703435466&type=3&theater) เพราะลงรูปของเถ้ากระดูกที่เก็บใส่แก้ว โดยคนเม้นต์บอกว่าเป็นนายทหารชุดเฝ้าเมรุ เก็บกระดูกเองด้วย แต่ก็บอกด้วยว่า ตอนขึ้นไปเก็บ ยังไม่ได้เป็นพระธาตุแบบนี้ !?   เรื่องมาชัดเจนมากขึั้น เมื่อเข้าไปเพจของหลวงพี่ ที่เป็นพระลูกวัด (https://web.facebook.com/permalink.phpstory_fbid=1034658863302262&id=100002744738294&pnref=story) บอกว่า "ทางวัดยังไม่ได้แจกอัฐิ .... ในกรณีที่มีกระดูกชิ้นใหญ่จะกระเด็นออกไป มันเป็นไปได้กี่เปอร์เซ็น?" "ภาพอัฐิชุดนี้ ไม่ใช่ออกจากทางวัด แต่ออกจากแม่ชีท่านหนึ่งที่ไปคุ้ยเขียหาจากเตาเผาขององค์หลวงปู่ " "เท่าที่ดูและเห็นจากภาพ มันเหมือนเม็ดกันชื้นมากกว่า"    ก็สรุปได้เลยว่า มีคนแอบทำขึ้นมาแน่ๆ ครับ เม็ดซิลิก้าเจลดูดความชื้นนั่นแหล่ะ แถมกระดูกที่ว่านี่ก็น่าจะไม่ใช่ของหลวงปู่ด้วย .... เลิกหลงเชื่อ เลิกแชร์ เลิกสาธุ กันได้แล้วครับ   ป.ล. ดูภาพการเก็บอัฐิหลวงปู่ (ซึ่งไม่พบพระธาตุใดๆ) ได้ที่. https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=780350628800043&id=100004753388073       ด้านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sahai Dhamma  1 ในลูกศิษย์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงขั้นตอนการเก็บกระดูกว่า “หลวงปู่ใหญ่เพิ่งจะเผาไปได้แค่ 2-3 วัน ก็มีคนเอารูปกระดูกที่มีพระธาตุเกาะติดแล้วมาโพสต์ลงหน้าเฟส อ้างว่าเป็นกระดูกของหลวงปู่ซะแล้ว ท่านที่อยู่ในเหตุการณ์สามหาบเก็บกระดูกน่าจะรู้ดี ว่าเขาเก็บกันอย่างละเอียดเลย และเก็บบรรจุล๊อคไว้อย่างมิดชิด (ผมได้ยินพระท่านบอกว่าล๊อคถึงหกชั้นด้วยซ้ำ) ส่วนตอนบ่ายที่เอาถาดที่เป็นถ่านข้างล่างออกมา ผมก็อยู่ด้วย เห็นเองกับตา รับรองว่าไม่มีกระดูกที่เห็นเป็นชิ้นชัดเจนแบบนี้แน่นอน (แล้วคิดเหรอว่าชิ้นใหญ่แบบนี้ ทั้งพระและเจ้าหน้าที่จะปล่อยให้หลุดไปง่ายๆแบบนี้)   พอมาเห็นโพสต์และแชร์กันให้ว่อน ทั้งในเฟส ในไลน์ ผมก็รู้สึกทะแม่งๆ นะ เลยไม่ได้กดไลค์ กดคอมเมนท์อะไร จนมาอ่านเจอโพสต์ของครูบาเต๋าเข้า รู้สึกเห็นเป็นอย่างเดียวกันกับท่านเลยครับ ลองอ่านแล้วพิจารณากันดูดีๆ ครับ ว่าท่านอ่านแล้ว คิดเห็นเป็นอย่างไร คิดเหมือน คิดต่าง ไม่ว่ากันครับ ขอคอมเม้นท์มารัวๆ อยากฟังทัศนคติท่านอื่นดูบ้าง ​#ถ้าเป็นเรื่องที่กุขึ้นมา ใครคือคนทำ ใครคือคนแรกที่โพสต์ ใครคือคนได้ประโยชน์ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบในบาปกรรมครั้งนี้ ​#ถ้าเป็นเรื่องจริง ก็อยากให้ผู้ที่โพสต์ หรือผู้รู้ ออกมาชี้แจงด้วยครับ เพื่อคลายความสงสัยของหลายๆท่าน ​ผิดพลาดประการใด ต้องกราบขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ #นี่สหายเอง (แสดงตัวชัดเจนครับ)”             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/plkExifrQvc

 40,812
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 พ.ค. 60

เพื่อนบ้านสะเทือนใจ ลูกสาวทารุณแม่วัยชรา ดุด่า-จับแก้ผ้าอาบน้ำที่ระเบียง

เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 แพร่คลิปเหตุการณ์ที่หญิงกำลังอาบน้ำให้แม่วัยชรา ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ตรงระเบียงห้องพัก โดยจับแม่แก้ผ้าให้นอนลงกับพื้นแล้วเอาน้ำราดอย่างไม่ใยดี ซึ่งพอแม่ขยี้ตาก็ด่าซ้ำ ดุด่าตลอดเวลา ใช้แปรงขัดตัวอย่างรุนแรง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่คอนโดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี  สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้อยู่ใกล้เคียงที่พบเห็น และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์   ซึ่งเพื่อนบ้านที่พบเห็นได้ความทารุณบ่อยครั้ง ซึ่งตอนแรกนึกว่าเป็นแค่ลูกจ้าง ก่อนมาทราบว่าผู้ก่อเหตุคือลูกแท้ๆของหญิงชรานั้นเอง ซึ่งเคยมีผู้แจ้งคอนโดไปหลายครั้ง แต่ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ เพราะเป็นเรื่องในครอบครัว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/o0_j7qfvAA8

 34,239
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 60

ตามล่า กระบะชนหนูน้อย 4 ขวบเสียชีวิต ก่อนหลบหนี

กล้องวงจรปิดเผยภาพวินาทีกระบะ 4 ประตู Toyota Revo สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พุ่งชนหนูน้อยวัย 4 ขวบที่กำลังวิ่งข้ามถนนเสียชีวิต ที่ถนนระหว่างหมู่บ้านหาดสถาพร ต.ทมนางาม อำเภอโนนสะอาด จ.อุดรธานี แล้วหลบหนี ไม่จอดลงมาดูหรือช่วยเหลือเด็ก โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.โนนสะอาดกำลังตรวจสอบรถ เพื่อจะได้ติดตามคนขับปิกอัพคันดังกล่าว คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8leKDAFXZIY

 31,616

Top