ค้นหา :

ผลการค้นหา "อุดรธานี"

ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 60

กฐินลม! เจ้าภาพเบี้ยวถวายเงินวัด 3 แสน หลังนัดมอบเงินแต่ไร้เงา เจ้าอาวาสลั่นไม่ต้องมาให้เห็นหน้า

ความคืบหน้าจากกรณี พระครูพิทักษ์ ธรรมะรังสี เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว บ้านเชียง ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ร้องเรียนเจ้าภาพกฐินที่มาทอดกฐินที่วัด สร้างหอระฆังจำนวน 300,000 บาท เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม แต่กลับไม่ได้นำเงินมาถวายวัด มีเพียงป้ายกระดาษเขียนคำว่า เงินโอน 300,000 บาท ปักที่ต้นกฐิน จนเป็นที่มาของกฐินลม ซึ่งหลังจากนั้นทางเจ้าภาพได้ติดต่อทางวัด บอกติดภารกิจต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง แต่รับปากจะนำเงินมาถวายในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ แต่ปรากฏว่าตลอดทั้งวันไร้เงาของเจ้าภาพกฐิน     ด้านเจ้าอาวาสเปิดเผยว่า ล่าสุดมีตำรวจสายบุญ จากหน่วยปราบปรามยาเสพติดอุดรธานี ได้มอบเงินร่วมทำบุญจำนวน 300,000 บาท เพื่อเป็นต้นบุญสร้างหอระฆังแล้ว ส่วนเจ้าภาพที่โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีกแล้ว                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/hVVRo-7VNdk              

 15,258
ข่าวภูมิภาค
20 ธ.ค. 60

แตกตื่น! งูเหลือมยักษ์เลื้อยหนีไฟไหม้โผล่เข้า ร.ร. เด็ก ม.2 ใจกล้าใช้มือเปล่าจับ

อุดรธานี-เกิดเหตุไฟไหม้หญ้าบริเวณข้างโรงเรียนอุดรธรรมานุสรณ์ ต.บ้านตาด ปรากฎว่ามีงูเหลือมยาวกว่า 2 เมตร น้ำหนัก 7 ก.ก. เลื้อยหนีไฟเผาหญ้าเข้ามาในโรงเรียนท่ามกลางความตกใจของบรรดานักเรียนที่พากันแตกตื่นวิ่งหนี แต่ปากฎว่ามีนักเรียนชาย ชั้นม.2 อายุ 14 ปีใช้มือเปล่าดึงหางงูไว้ ก่อนอาจารย์จะใช้บ่วงคล้องหัวงูจับใส่กระสอบไว้ได้และนำไปปล่อยตามธรรมชาติ   ทั้งนี้บริเวณรอบข้างโรงเรียนจะเป็นป่า ดังนั้นจึงมักเจองูต่างๆนานา เลื้อยเข้ามาในโรงเรียนบ่อยมาก ทางอาจารย์จึงต้องทำอุปกรณ์จับงูเอาไว้ที่ผ่านมาได้จับงูมากกว่า 10 ตัว เคยจับงูเหลือมยักษ์ยาว 4 เมตร น้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัม ส่วนเด็กที่จับงูก็มีความกล้าในการใช้มือเปล่าจับงูเหลือมเอาไว้ ต่างจากเด็กคนอื่นทั่วไป แต่ก็ได้เตือนให้ระวังอาจถูกงูกกัดเป็นอันตรายได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M8uqRf7foN0  

 6,888
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ธ.ค. 60

คลิปพระเมืองอุดรฯแย่งปืนกันไปมา ถูกจับสึกทั้งคู่ อัยการส่งฟ้องศาลแล้ว แต่ยังกลับไปบวชตามเดิม

อุดรธานี-มีการแชร์คลิปของพระภิกษุ 2 รูปที่ทะเลาะกัน และมีภาพแย่งปืนจะทำร้ายกัน   จากการตรวจสอบพบว่าเป็นคลิปของพระ 2 รูปของวัดเทพมงคล บ้านโสกรัง ต.โนนสะอาด อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี รูปหนึ่งเป็นเจ้าอาวาสชื่อนายบุญโฮม พระกิตติ ญาณวงศ์ สีจักรหรือนายบุญโฮม อายุ 61 ปี และพระลูกวัดชื่อพระณรงค์ฤทธิ์ นาโพธิ์ 36 ปี หลังจากเกิดเรื่อง ตร.ได้จับสึกทั้งสองคน   ต่อมาทางพระณรงค์ฤทธิ์ก็เลยมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสภ.โนนสะอาดว่า ถูกเจ้าอาวาสวัดคือพระกิตติใช้อาวุธปืนแก๊ปจะยิงทำร้ายและเกิดการฉุดกระชากยื้อแย่งกันไปมา โดยมีพระอีกรูปถ่ายคลิปเอาไว้ ต่อมา ตร.ได้เชิญตัวทั้งสองคนมาจับสึกและดำเนินคดีเจ้าอาวาสในข้อหา พกพาอาวุธปืน นำพาอาวุธปืนและทำร้ายร่างกาย โดยข้อหาทำร้ายร่างกายทั้งสองฝ่ายเคลียร์กันแล้ว แต่ข้อหาพกพาอาวุธปืนและนำพา ทาง ตร.ก็ดำเนินคดีต่อไปและส่งอัยการสั่งฟ้องแล้ว   แต่เท่าที่ทราบภายหลังจากเกิดเรื่องเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ตอนนี้ทั้งสองคนก็กลับไปบวชอีก โดยพระกิตติก็ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดเดิม ส่วนนายณรงค์ฤทธิ์ทราบว่าไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.เพ็ญ ส่วนสาเหตุที่ทะเลาะกันในชั้นสอบสวนแจ้งว่าทั้งสองคนมีเรื่องทะเลาะกันมานานอ้างว่าพระลูกวัดไปเห็นเจ้าอาวาสสำเร็จความใคร่ตัวเองในกุฏิวัด ส่วนเจ้าอาวาสก็ฟ้องชาวบ้านว่าพระลูกวัดเมาเหล้าทุกวัน ต่างคนต่างไม่ยอมกัน   ด้านผู้ใหญ่บ้านระบุ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นจริงเมื่อราวเดือนมิ.ย.60 ตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านในช่วงค่ำว่า เจ้าอาวาสและพระลูกวัดมีปัญหาทะเลากันจึงรีบไปดู ก็พบว่าทั้งสองคนกำลังทะเลาะกันและแย่งอาวุธปืนกัน เกือบจะยิงกันเสียด้วยซ้ำ เมื่อไปไกล่เกลี่ยแล้วก็ไม่อยากให้วงการสงฆ์เสื่อมเสีย จึงได้บอกพระทั้งสองว่า อย่าทำเรื่องแบบนี้เลย ไม่งั้นจะให้ ตร.ดำเนินคดี แต่สุดท้ายก็มีเรื่องกันอีก   ทางตร.จึงดำเนินคดีทั้งสองคน ส่วนเจ้าอาวาสก็กลับมาอยู่วัดเดิม ชาวบ้านให้โอกาสแต่ทั้งนี้ก็ชาวบ้านเอือมระอาเหมือนกัน โดยที่ประชุมชาวบ้านบอกว่ารอดูสักระยะ หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก คงจะมีการจัดการต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vPZmjaKTB4I    

 10,889
ข่าวภูมิภาค
13 ธ.ค. 60

เจ้าภาพกฐินปัดต้มตุ๋นทอดกฐินลม ลั่นเตรียมนำเงินไปมอบให้วัด ภายในอาทิตย์นี้แน่นอน

อุดรธานี-จากกรณีเจ้าอาวาสวัดสระแก้ว อ.หนองหาน อ้างถูกเจ้าภาพจองกฐินมาสร้างหอระฆัง แต่สุดท้ายไม่มีเงินมาให้มีแค่กระดาษเขียนคำว่า 300,000 บาทเหมือนกฐินลม ทำให้ชาวบ้านที่เตรียมจัดงานต้อนรับใหญ่โตต้องรอเก้อ   ล่าสุดมีความคืบหน้าฝั่งของเจ้าภาพกฐิน นายกรวัฒน์ ทองทิพย์นาคา เลขาบริษัทเอกชนในไทยและประเทศลาว และเป็นเจ้าภาพกฐินที่มาทอดกฐินวัดสระแก้ว ได้กล่าวว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นหลวงพ่อพูดไม่หมด ทั้งๆ ที่พวกตนอธิบายให้หลวงพ่อฟังแล้วว่า เราไม่มีเจตนาที่จะโกงเงิน ผมไม่ได้เงินวัดมาแม้แต่บาทเดียว ข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวผมเสียหายอย่างมาก ส่วนนายซัน เขาก็เป็นผู้จัดการรถยนต์ชื่อดังจริง ซึ่งก็เชิญมาเป็นประธานด้วย   ส่วนกรณีที่เราไม่สามารถนำเงินกฐินที่ยอดกว่า 300,000 บาทไปให้ในวันงานนั้นได้นั้น เพราะเป็นเงินกฐินของเจ้านายที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ ต้องรอให้เจ้านายนำเงินมาให้เอง แต่หลวงพ่อก็พยายามโทรหาแม่ของตนเพื่ออยากได้เงินกฐินโทรหาวันละ 4-5 ครั้ง ส่วนกรณีที่ทางหลวงพ่อบอกว่าได้ไปยืมเงินหลวงพ่อ 100,000 บาทนั้นก็ไม่เป็นความจริง เป็นแค่นำเงินมาปักในกองกฐินเท่านั้น สรุปแล้วเงินกฐิน 300000 บาทจะนำไปมอบให้วัดแน่นอน เพราะเจ้าของเงินคือเจ้าของธุรกิจที่สิงคโปร์ ที่เขาจะนำเงินมาให้น่าจะภายใน 1 อาทิตย์นี้   นายกรวัฒน์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาผมแจ้งหลวงพ่อตลอดว่าให้รอเงิน แต่หลวงพ่อโทรมาหาแม่ตลอด ล่าสุดที่บอกว่าวันที่ 5 ธ.ค.ที่เราไม่ได้มาเพราะเราติดภารกิจ จากวันนี้ไปรับปากว่าจะนำเงินกฐินจำนวน 300,000 บาทไปให้วัดแน่อน ส่วนกรณีที่ใครที่เอาภาพผมไปลงก็จะต้องมีการฟ้องผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wS2Gia_TlVA

 17,336
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 60

เจ้าอาวาสเตือนเอง! แก๊งต้มตุ๋นหลอกทอดกฐิน มีแค่กระดาษเขียนยอดเงิน 3 แสน ชาวบ้านจัดงานใหญ่โตต้อนรับเก้อ

อุดรธานี-พระครูพิทักษ์ ธรรมะรังสี เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน และเป็นเจ้าคณะตำบลบ้านเชียง เขต 2 เผยอุทาหรณ์ ถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกนำเงินมาถวายในงานกฐินเพื่อสร้างหอระฆัง แต่พอวันงานกลับได้เพียงกระดาษแผ่นเดียวพร้อมเขียนยอดอีก 3 แสนบาท   ทั้งที่ชาวบ้านจัดงานเตรียมต้อนรับใหญ่โต แถมจะมายืมเงินหลวงพ่ออีก 1 แสนไปปักต้นกฐินก่อนด้วย สุดท้ายเป็นแค่กฐินลมไม่มีเงินมาซักบาทเดียวมาถวายวัด ผ่านไปนานเกือบ 2 เดือนหลวงพ่อทวงถามเงินกฐินยังไม่ได้และบ่ายเบี่ยง จึงอยากจะเตือนภัยอาจจะเป็นแก๊งต้มตุ๋นเพราะมีวัดแบบนี้ใน อ.หนองหาน เจอมาแล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T1G64CHcCq8

 46,099
แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ธ.ค. 60

เจ้าของรถโวย เจอพระใช้ไม้เท้าทุบกระบะ อ้างมีอาการทางประสาท อีโมชั่นแปรปรวน

มีการแชร์คลิปในโลกออนไลน์และมีการแชร์ไปจำนวนมาก ถึงเรื่องราวของพระรูปหนึ่งใน จ.อุดรธานี ใช้ไม้เท้าทุบรถชาวบ้าน บนถนนในชุมชนสร้างแก้ว3 เขตเทศบาลนครอุดรธานี   โดยเจ้าของรถระบุว่า ไปทำธุระแถวตลาดไฮเทคแต่พอขับรถบนถนนในชุมชนสร้างแก้ว 3 ก็พบกับพระรูปหนึ่งเห็นเดินถือไม้เท้ากลางถนน ตนเองก็ขับช้าๆ แต่เจอพระใช้ไม้เท้าชี้หน้าบอกว่า ให้เปิดกระจกรถหน่อยพร้อมตะโกนด่าตนเองว่า ให้ขับรถช้าๆ หน่อยไม่เห็นหรือพระ ตนเองก็แปลกใจก็เข้าใจว่าพระคงเมา ช่วงนั้นมีคนตะโกนให้ถ่ายคลิปเลย ตนเองจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป   จากนั้นพระรูปดังกล่าวหันหลังมาพร้อมตะโกนว่า ถ่ายคลิปเหรอจากนั้นก็วิ่งไปท้ายรถตนแล้วใช้ไม้เท้าทุบไปบริเวณกระบะรถจนเป็นรอย ตนเองตกใจจึงเปิดประตูไปพูดคุยกับพระรูปดังกล่าวว่าทุบรถผมทำไม แต่พระบอกว่าเป็นอีโมชั่นแปรปรวน ส่วนค่าเสียหายจะเอาเท่าไหร่จะเอาหมื่นหนึ่งไว้เดี๋ยวไปเอาที่บ้านที่ อ.สร้างคอม ถ้ามีปัญหาไปเอาตำรวจมา เอานักข่าวมาด้วย แต่ก็เห็นว่าไม่มีตำรวจคนไหนจะนำตัวไปสึกได้สักที ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนมองว่าพระทำแบบนี้ทำไม่ถูกทำให้เสื่อมเสียพระพุทธศาสนา   หลังเกิดเหตุได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.เมืองอุดรธานี เบื้องต้นตนไม่ติดใจเอาความกับพระทราบกับทางตำรวจว่าพระรูปนี้มีอาการประสาท และทราบว่าทางตำรวจได้นำตัวพระรูปนี้ไปฉีดยาระงับประสาทที่ รพ. ส่วนเรื่องการสึกจากพระได้หรือไม่นั้น ทางตำรวจบอกว่าต้องดูข้อกฎหมายหรือระเบียบเกี่ยวกับพระก่อน ส่วนเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นอยากให้ญาติพระรูปนี้ชดใช้ค่าเสียหายกับรถยนต์ของตนเอง   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับพระรูปนี้เคยเป็นอดีตจ่าทหาร เป็นพระจริงทราบชื่อคือพระสลัก อินทร์อินทอง อายุ 70 ปี อยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในอ.สร้างคอม จ.อุดรธานี และมีอาการทางประสาทจริงแต่ไม่มีใครสนใจและใส่ใจเพราะรู้ว่าเป็นประสาท จำพรรษาอยู่วัดไม่ได้จึงปล่อยเลยตามเลย   และบางครั้งก็มาอาศัยอยู่บ้านญาติพี่น้องในชุดผ้าเหลืองอยู่ใน อ.สร้างคอม และจากข้อมูลทราบว่าพระรูปนี้เคยก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงและใช้ไม้ทุบหัวชาวบ้านในอ.สร้างคอมมาแล้วหลายครั้งแล้ว ส่วนการดำเนินการอย่างไรกับพระรูปนี้จะเป็นอย่างไรจะรายงานข่าวให้ทราบต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FPW41eisZJU    

 9,591
ข่าวภูมิภาค
02 ธ.ค. 60

รวมพลคนดวงเฮงถูกหวยรางวัลที่ 1 งวด 1 ธ.ค. 60 รับทรัพย์กันถ้วนหน้า

พบผู้โชคดีถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ในงวดวันที่ 1 ธ.ค. หมายเลข  451005  หลายรายในหลายจังหวัดโดยเฉพาะภาคอีสาน อาทิ  หนองบัวลำภู , หนองคาย , ขอนแก่น , อุดรธานี , เชียงใหม่ และสกลนคร รับทรัพย์กันถ้วนหน้าตั้งแต่ 6 ล้านบาทไปจนถึง 30 ล้านบาท             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/OTvGRSQCl10

 67,389
ข่าวภูมิภาค
24 พ.ย. 60

สลด คนร้ายแอบวางปลาทูผสมยาเบื่อ สุนัขอดีตผู้การอุดรฯ ตาย 5 ตัว ขณะพาวิ่งออกกำลังกาย

อุดรธานี-พบ พล.ต.ต.ยศ ละม่อม อดีตผบก.ภ.จว.อุดรธานี เจ้าของสุนัขแจ้งความ หลังพบสุนัขนอนตายอยู่ 5 ตัว บริเวณหน้าบ้านพัก พร้อมกับถุงพลาสติกที่คนร้ายใช้ใส่ปลาทูผสมยาเบื่อ ให้สุนัขกิน โดยอดีตผู้การถึงกับน้ำตาซึม   โดย พล.ต.ต.ยศ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ตนไปวิ่งออกกำลังกายบริเวณถนนแถวหน้าบ้านเช่นทุกวันและก็จะมีสุนัขที่เลี้ยงไว้เกือบ 10 ตัว วิ่งตามไปด้วย และเมื่อวิ่งห่างจากบ้านไปประมาณ 300 เมตร สุนัขของตนก็ได้พากันเข้าไปรุมกินปลาทู ที่คนร้ายผสมยาเบื่อ ใส่ไว้ในถุงพลาสติกทิ้งไว้ริมทาง ไม่นานสุนัขทั้ง 8 ตัวก็นอนลงชักดิ้น ตนจึงวิ่งเข้าไปในบ้าน เอาไข่ไก่สดป้อนให้สุนัขที่ยังไม่ตายกิน สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ 3 ตัว จากนั้นก็นำซากสุนัขทั้ง 5 ตัว พร้อมกับถุงพลาสติกที่คนร้ายใช้ใส่ปลาทูผสมยาเบื่อ มาไว้บริเวณหน้าบ้าน แล้วแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ   ส่วนผู้ต้องสงสัยเป็นชายรูปร่างผอมสูง ก่อนหน้านี้ปั่นจักรยานผ่านหน้าบ้านตน แล้วจะเอายาเบื่อมาวางให้สุนัขของตนกิน แต่โชคดีที่ตนเห็นเสียก่อน จึงได้ไล่คนร้ายหนีไป ก่อนหน้านี้ที่ฟาร์มเลี้ยงไก่ อยู่ห่างจากบ้านไม่ไกลมาก ก็ถูกคนร้ายวางยาเบื่อสุนัขตายไป 4 ตัว เหลืออยู่แค่ 2 ตัว และที่โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ก็ถูกคนร้ายวางยาเบื่อสุนัขตายไป 6 ตัว   สำหรับสุนัขที่ตนนำมาเลี้ยง ส่วนมากเป็นสุนัขที่ชาวบ้านเอาไปทิ้งไว้ที่วัดและที่โบสถ์คริสต์ และมีคนโทรศัพท์มาขอให้ตนเอามาเลี้ยง อีกส่วนหนึ่งเป็นสุนัขที่ถูกนำไปทิ้งไว้ตามที่สาธารณะ หรือตลาดสด ตนก็นำเอาเลี้ยง ดูแล ให้อาหาร รวมแล้วมีจำนวนเกือบ 30 ตัว ส่วนสุนัขทั้ง 5 ตัวที่ตายไป ตนเสียใจมากที่ถูกคนร้ายวางยาเบื่อ ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ไปกัดใคร หรือไปกัดเป็ดไก่ของชาวบ้านเลย พวกมันก็อยู่ในบริเวณบ้านของตนเอง จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมตัวร้ายใจบาปรายนี้ให้ได้ เพราะว่ากลัวจะกลับมาก่อเหตุวางยาเบื่อให้สุนัขกินอีก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/93JoDhSa5Rs  

 35,649
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ย. 60

ชาวนาโกยอ้าว เจองูเหลือมยักษ์โผล่กลางทุ่งนาอุดรฯ

อุดรธานี-ชาวบ้านพบงูเหลือมขนาดใหญ่ที่พบอยู่กลางทุ่งนา โดยทีมกู้ภัยได้พยายามที่จะดึงหางงูให้ลำตัวออกมาจากกอต้นข้าวที่ล้มอยู่แต่ปรากฎว่างูสะบัดหัวหลุดออกมาแล้วพุ่งเข้าฉกอย่างน่าหวาดเสียว   ก่อนถูกทีมกู้ภัยใช้ไม้ไผ่มากดหัวงูไว้อีกครั้งก่อนช่วยกันจับไว้ได้ โดยวัดความยาวได้ถึง 4 เมตรกว่า น้ำหนัก 30 ก.ก. จากนั้นจับใส่กระสอบก่อนนำไปปล่อยคืนธรรมชาติต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/42kj3lLSoTI  

 8,908
ข่าวภูมิภาค
17 พ.ย. 60

พยาบาล รพ.ศูนย์อุดรธานี รวมตัวไล่หัวหน้าพยาบาล เหตุลดเจ้าหน้าที่-ลดโอทีของพยาบาล

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.60 ที่บริเวณเสาธงตึกอำนวยการหน้าโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ถนนเพาะนิยม เทศบาลนครอุดรธานี มีเจ้าหน้าที่พยาบาลจำนวน 50 คน ถือป้ายยืนประท้วง ในป้ายระบุ “เราไม่เอา น.ส.กิตติยา เตชะไพโรจน์ หัวหน้าพยาบาล” “เรามาร้องทุกข์ ไม่ได้มาประท้วง ไม่มาชุมนุม หรือก่อความวุ่นวายใดๆ ไม่เกี่ยวกับการเมือง มาเพื่อขอความเป็นธรรม” “คืนความสุขให้เรา ขอหัวหน้าพยาบาลคนใหม่ ขอทุกคนมีสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพยาบาล ขอหัวหน้าที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาลในหัวใจ และรับฟังความคิดเห็น ไม่เผด็จการ” โดยแจกใบร้องทุกข์ให้สื่อมวลชนที่มาทำข่าว พร้อมกับมีการร้องเพลงมาร์ชพยาบาล และเพลงพยาบาลสีขาว   โดยในใบร้องทุกข์ระบุว่า เจ้าหน้าที่พยาบาลได้รับผลกระทบจากนโยบาลการบริหารงานของหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี (ผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน) ซึ่งมีนโยบาลหลายข้อ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงโดยเฉพาะต่อผู้มารับบริการ (ผู้ป่วย) กระทบต่อการปฏิบัติงานของพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาล ลิดรอนสิทธิ์ในการขึ้นปฏิบัติงานและแลกเปลี่ยนเวร ส่งถึงการดำรงชีวิตและการดูแลครอบครัวเป็นอย่างมาก ทำให้พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ก่อให้เกิดการรวมตัวกันของพยาบาลและเจ้าหน้าที่การพยาบาลกว่า 400 คน   ดังนั้นจึง 1.ขอร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรม 2.ไม่เอาหัวหน้าฝ่ายการพยาบาลคนนี้ (หัวหน้าพยาบาลควรมาจากการเลือกตั้งของพยาบาลทุกคนในโรงพยาบาล) 3.ขอทวงคืนความยุติธรรมจากหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลโรงพยาบาลอุดรธานี (ผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน) ที่นำนโยบายการบริหารงานมาใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าง “ขาดหลักธรรมมาธิบาล” โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆ   แต่มีพยาบาลวิชาชีพ เป็นหนึ่งในผู้ร้องทุกข์ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ นามสกุล เปิดเผยว่า ตั้งแต่หัวหน้าพยาบาลคนนี้มารักษาการตำแหน่ง 3 เดือน และได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ได้มีการลดเจ้าหน้าที่ ลดคนเข้าเวรทุกแพนก ทำให้การทำงานไม่ได้มาตรฐาน มีผลกระทบต่อคนไข้ เพราะได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง จำกัดการแลกเปลี่ยนเวรให้เหลือ 4 ครั้งต่อเดือน ซึ่งเมื่อก่อนสามารถแลกเปลี่ยนเวรได้ไม่จำกัด ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและครอบครัว ลดงานโอทีเหลือ 15 ครั้ง มีผลต่อรายได้ของทุกคน โดยเฉพาะพยาบาลรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างอนาคต ซึ่งการบริหารงานดังกล่าวขาดธรรมภิบาล   เคยขอให้หัวหน้าพยาบาลทำแบบเดิมแต่ไม่มีการตอบสนอง และเคยขอให้ ผอ.โรงพยาบาลอุดรธานี แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ ผอ.บอกว่า “เป็นเรื่องของพยาบาลให้จัดการกันเอง” จึงได้รวมกลุ่มทำหนังสือร้องทุกข์ไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กระทรวงสาธารณสุข และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้อง ให้การเลือกตั้งหัวหน้าพยาบาล ที่เคยส่งหัวหน้าแผนกเป็นตัวแทนในการเลือกตั้ง ให้เปลี่ยนเป็นมาจากพยาบาลโดยตรง 100 เปอร์เซ็นต์   น.ส.นิลุบล ไชยโกมล พยาบาลวิชาชีพ ได้นำเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ออกเวรดึกเดินทางไปศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี โดยมีนายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี นพ.สมิต ประสันนาการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน ซึ่งนายธนพล ให้สัญญาว่าจะนำเรื่องร้องทุกข์มาพิจารณา และหาทางแก้ไข   นพ.สมิต ประสันนาการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ไม่เคยได้รับรายงานจาก ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี จึงไม่ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีต้องรับผิดชอบโดยตรง เมื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นปัญหาภายในองค์กร เกี่ยวกับการปฏิบัติงานซึ่งมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของเจ้าหน้าที่พยาบาล แต่ไม่กระทบต่อผู้ป่วยหรือผู้มาใช้บริการ จึงขอเวลาแก้ไขปัญหา 2 สัปดาห์ และจะแจ้งให้ทราบต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FPWA6Y5eupM      

 10,750
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ย. 60

พยาบาล รพ.ศูนย์อุดรธานี รวมตัวประท้วงไล่หัวหน้าพยาบาล เหตุลดจนท.-โอที

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณเสาธงตึกอำนวยการหน้าโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี  มีเจ้าหน้าที่พยาบาลจำนวน 50 คน ถือป้ายยืนประท้วง ในป้ายระบุ “เราไม่เอา น.ส.กิตติยา เตชะไพโรจน์ หัวหน้าพยาบาล” “เรามาร้องทุกข์ ไม่ได้มาประท้วง ไม่มาชุมนุม หรือก่อความวุ่นวายใดๆ ไม่เกี่ยวกับการเมือง มาเพื่อขอความเป็นธรรม” “คืนความสุขให้เรา ขอหัวหน้าพยาบาลคนใหม่ ขอทุกคนมีสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพยาบาล ขอหัวหน้าที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาลในหัวใจ และรับฟังความคิดเห็น ไม่เผด็จการ” โดยแจกใบร้องทุกข์ให้สื่อมวลชนที่มาทำข่าว พร้อมกับมีการร้องเพลงมาร์ชพยาบาล และเพลงพยาบาลสีขาว        โดยในใบร้องทุกข์ระบุว่า เจ้าหน้าที่พยาบาลได้รับผลกระทบจากนโยบาลการบริหารงานของหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี (ผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน) ซึ่งมีนโยบาลหลายข้อ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงโดยเฉพาะต่อผู้มารับบริการ (ผู้ป่วย) กระทบต่อการปฏิบัติงานของพยาบาลและเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาล ลิดรอนสิทธิ์ในการขึ้นปฏิบัติงานและแลกเปลี่ยนเวร ส่งถึงการดำรงชีวิตและการดูแลครอบครัวเป็นอย่างมาก ทำให้พยาบาลและเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ก่อให้เกิดการรวมตัวกันของพยาบาลและเจ้าหน้าที่การพยาบาลกว่า 400 คน        ดังนั้นจึง 1.ขอร้องทุกข์ ขอความเป็นธรรม 2.ไม่เอาหัวหน้าฝ่ายการพยาบาลคนนี้ (หัวหน้าพยาบาลควรมาจากการเลือกตั้งของพยาบาลทุกคนในโรงพยาบาล) 3.ขอทวงคืนความยุติธรรมจากหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลโรงพยาบาลอุดรธานี (ผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน) ที่นำนโยบายการบริหารงานมาใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าง “ขาดหลักธรรมมาธิบาล” โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆ        แต่มีพยาบาลวิชาชีพ เป็นหนึ่งในผู้ร้องทุกข์ ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ นามสกุล เปิดเผยว่า ตั้งแต่หัวหน้าพยาบาลคนนี้มารักษาการตำแหน่ง 3 เดือน และได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ได้มีการลดเจ้าหน้าที่ ลดคนเข้าเวรทุกแพนก ทำให้การทำงานไม่ได้มาตรฐาน มีผลกระทบต่อคนไข้ เพราะได้รับการดูแลไม่ทั่วถึง จำกัดการแลกเปลี่ยนเวรให้เหลือ 4 ครั้งต่อเดือน ซึ่งเมื่อก่อนสามารถแลกเปลี่ยนเวรได้ไม่จำกัด ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและครอบครัว ลดงานโอทีเหลือ 15 ครั้ง มีผลต่อรายได้ของทุกคน โดยเฉพาะพยาบาลรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างอนาคต ซึ่งการบริหารงานดังกล่าวขาดธรรมภิบาล        เคยขอให้หัวหน้าพยาบาลทำแบบเดิมแต่ไม่มีการตอบสนอง และเคยขอให้ ผอ.โรงพยาบาลอุดรธานี แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ ผอ.บอกว่า “เป็นเรื่องของพยาบาลให้จัดการกันเอง” จึงได้รวมกลุ่มทำหนังสือร้องทุกข์ไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กระทรวงสาธารณสุข และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้อง ให้การเลือกตั้งหัวหน้าพยาบาล ที่เคยส่งหัวหน้าแผนกเป็นตัวแทนในการเลือกตั้ง ให้เปลี่ยนเป็นมาจากพยาบาลโดยตรง 100 เปอร์เซ็นต์        น.ส.นิลุบล ไชยโกมล พยาบาลวิชาชีพ ได้นำเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ออกเวรดึกเดินทางไปศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี โดยมีนายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี นพ.สมิต ประสันนาการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน ซึ่งนายธนพล ให้สัญญาว่าจะนำเรื่องร้องทุกข์มาพิจารณา และหาทางแก้ไข         นพ.สมิต ประสันนาการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ไม่เคยได้รับรายงานจาก ผอ.โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี จึงไม่ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีต้องรับผิดชอบโดยตรง เมื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นปัญหาภายในองค์กร เกี่ยวกับการปฏิบัติงานซึ่งมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของเจ้าหน้าที่พยาบาล แต่ไม่กระทบต่อผู้ป่วยหรือผู้มาใช้บริการ จึงขอเวลาแก้ไขปัญหา 2 สัปดาห์ และจะแจ้งให้ทราบต่อไป

 18,413
ข่าวภูมิภาค
16 พ.ย. 60

เมียสาววัย 22 สารภาพฆ่าเสียเงินกู้ ยัดถังส้วมหลังบ้าน ปมหึงหวงระแวงมีกิ๊ก

ความคืบหน้ากรณีคนร้ายฆ่าปาดคอโหดเสี่ยเงินกู้วัย 62 ปี ที่ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี แล้วนำศพไปยัดถังส้วมหลังบ้าน ตร.เรียกตัวภรรยารุ่นลูกไปสอบทั้งคืน   ในที่สุดภรรยาสาววัย 22 ปี เปิดปากรับสารภาพลงมือฆ่าสามีวัย 62 ปีด้วยตนเองสารภาพเพราะหึงหวงสามีไปเที่ยวภูทับเบิกไม่ชวน จนเกิดทะเลาะกันเรื่องถุงยางอนามัยในกระเป๋ากางเกง เกิดบันดาลโทสะ คว้ามีดมาแทงต่อสู้กันจนถึงขั้นเสียชีวิตดังกล่าว ก่อนจะลากศพไปยัดทิ้งในถังส้วมหลังบ้าน โดยยืนยันว่าลงมือกระทำผิดเพียงคนเดียวไม่มีคนอื่นร่วมด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eCAwqV1BalQ

 16,652
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 60

ภรรยา เสี่ยเงินกู้ อุดรฯ ปัดไม่ได้ฆ่าสามีทิ้งส้วม ตร.เชื่อมีส่วนรู้เห็นในการตาย

  ความคืบหน้ากรณีฆ่าปาดคอโหดเสี่ยเงินกู้ที่อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ตร.เรียกตัวภรรยารุ่นลูกไปสอบแต่ยังให้การปฏิเสธ      โดยวันนี้ (15 พ.ย.60) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีนายศุภ หรืออำนวย แว่นศิลา อายุ 62 ปี  ถูกฆ่าโหดใช้มีดปาดคอและแทงตามร่างกายบริเวณหน้าอก และท้องจนแทงไส้ทะลัก และลำคอใต้กกหูขวา 2 แผล และแทงตามร่างกายอีกหลายแผลก่อนที่คนร้ายจะนำร่างของนายอำนวยไปทิ้งในถังส้วมหลังบ้าน    ต่อมา พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ,ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.หนองวัวซอ เจ้าหน้าที่กู้ภัยอัตตสันโต ออกไปตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่านายอำนวยมีอาชีพปล่อยเงินกู้ให้แก่ชาวบ้านในหมู่บ้านและอยู่กับภรรยาคือน.ส.นิตยา แสงเดือน อายุ 22 ปี ภรรยาผู้ตายอยู่ในบ้านเพียง 2 คนเท่านั้น ทาง พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงศษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ได้ทำการสอบปากคำ น.ส.นิตยาฯ ที่ สภ.หนองวัวซอ   ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เบื้องต้นภรรยาของผู้ตายให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าและเล่าเหตุการณ์ให้ตร.ฟังว่า ผู้ตายมีอาชีพปล่อยเงินกู้ เป็นหม้าย หย่าร้างกับภรรยามาหลายปี แต่งงานอยู่กินกับตนได้ 3 ปี และอาศัยอยู่ที่บ้านสวนด้วยกัน 2 คน ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 10.00 น.วานนี้ ตนทำกับข้าวอยู่ในครัว และได้ใช้ให้ผู้ตายออกไปซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มมาให้ หลังจากทำกับข้าวเสร็จพบว่ามีคนมาล๊อกกุญแจประตู ทำให้ตนออกไปข้างนอกไม่ได้ ได้แต่เรียกให้สามีมาเปิดประตู ผ่านไปประมาน 1 ชม.จึงตัดสินใจพังประตูออกมา ก็พบรอยเลือดหน้าโรงรถ และมีรอยลากไปหลังโรงรถ ตนจึงวิ่งไปดูก็พบสามีถูกฆ่าจึงแจ้งตำรวจ ทั้งนี้การสอบสวนภรรยาผู้ตายยังให้การวกไปวนมาและจากหลักฐานที่มีอยู่ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าภรรยาผู้ตายต้องมีส่วนรู้เห็นในการฆ่าแน่นอน  

 21,519
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
15 พ.ย. 60

'ชูวิทย์' บุกคำชะโนด ส่องเลขเด็ดรับวันหวยออก จ๊ะเอ๋แม่ค้าขายสลากเกินราคา

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ลงพื้นที่คำชะโนด จ.อุดรธานี เดินผ่านสะพานปูนเชื่อมโลกมนุษย์และเมืองบาดาลตามความเชื่อ ก่อนส่องเลขเด็ดรับวันหวยออก พร้อมซื้อลอตเตอรี่จากแม่ค้าสลาก แบบรวมชุด พบมีการขายเกินราคา 1 ชุด 7 ใบราคา 700 บาท ต่างจากที่กองสลากกำหนดไว้ให้ขายใบละ 80 บาท   ด้านพลตรีอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ประธานกรรมการในคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ระบุจากการตรวจสอบพบผู้ค้าสลากโดยรวม 80% ที่ขายได้ตามราคาที่กำหนด มีเพียงผู้ค้าส่วนน้อยเท่านั้น ทั้งนี้กองสลากมีไอเดียรวมชุดสลากเพื่อขายเองในอนาคตเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7WxhF5burDQ

 103,946
แชร์ออฟเดอะเดย์
10 พ.ย. 60

สถานทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ยัน ช่วยแรงงานไทยผิดกม. ที่ป่วยไตวาย ไม่มีเลือกปฏิบัติ เผยเสนอให้ยืมเงิน

            จากกรณี ครอบครัวของ สองสามีภรรยาชาวจังหวัดอุดรธานี ที่ไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น อย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่สามีจะป่วยเป็นไตวายเฉียบพลัน ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในญี่ปุ่น ค่าใช้จ่ายสูงหลายแสนเยน จนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากคนไทย จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา             ล่าสุด ใน facebook ของ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความ ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ระบุข้อความว่า สืบเนื่องจากกรณี แรงงานไทยที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่นอย่างผิด กม. ป่วยเป็น โรคไตวายเฉียบพลัน และนำไปสู่กระแส Social Media เกี่ยวกับการดำเนินการของ สอท. ณ กรุงโตเกียว ต่อกรณีดังกล่าว นั้น สอท. ขอชี้แจง ดังนี้ 1. สอท. ดำเนินการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ในญี่ปุ่นทุกคน ไม่ว่าจะเข้าเมืองมาถูกต้องตาม กม.หรือ ผิด กม. โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ โดยการให้ความช่วยเหลือ เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ พ.ศ.2549 หมวด 2 การให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนในต่างประเทศ และกรณีที่ สอท. ให้ความช่วยเหลือส่วนใหญ่เป็นการให้ความช่วยเหลือคนไทยที่พำนักอยู่โดยผิดกฎหมายด้วย โดยหากเป็นผู้ป่วยที่ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ สอท. จะเจรจากับโรงพยาบาล ขอให้รับรักษาโดยผ่อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลทีหลัง (หลายโรงพยาบาลปฏิเสธที่จะรักษา หากไม่มีเงิน) และกรณีที่โรงพยาบาลไม่ยอมให้ผ่อนจ่าย สอท.ก็จะให้ยืมเงิน ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศไทย นอกจากนี้ สอท. ยังให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจำคุกในญี่ปุ่น โดยได้เข้าเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ ส่งของใช้ที่จำเป็น ตลอดจนมีกลไกของอาสาสมัครในการช่วยติดตามความเป็นอยู่และสภาพจิตใจของคนไทยในเรือนจำอย่างสม่ำเสมอ 2.สำหรับกรณีที่เป็นข่าว สอท.ได้ช่วยเจรจากับโรงพยาบาลเพื่อขอให้ดำเนินการรักษาจนสามารถเดินทางกลับได้ โดยให้ผ่อนชำระค่ารักษาพยาบาลทีหลัง และ สอท. ได้แจ้งญาติของผู้ป่วยแล้วว่า พร้อมที่จะให้ยืมเงินค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศไทย 3. สำหรับการจ่ายค่ารักษาพยาบาลเมื่อป่วยในประเทศญี่ปุ่นนั้น คนไทยไม่ว่าจะพำนักอยู่ในญี่ปุ่นอย่างถูก กม. หรือ ผิด กม.จะต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลเอง โดย สอท. สามารถให้ความช่วยเหลือได้โดยการให้ยืมเงิน ซึ่งในปี 2560 สอท. ณ กรุงโตเกียวใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือคนไทยตกทุกข์เฉพาะกรณีการให้ยืมค่ารักษาพยาบาลและค่าเดินทางกลับ ปทท. ไปกว่า 10 ล้านเยนแล้ว 4. สอท. ขอชี้แจงว่า การให้ความช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่นนั้นเป็นหน้าที่หลักของ สอท. และ ที่ผ่านมา สอท.ได้ให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ในญี่ปุ่น ทั้งที่เข้าเมือง/พำนักโดยถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติใดๆ ทั้งสิ้น ตามระเบียบราชการและตามหลักมนุษยธรรม     ข่าวที่เกี่ยวข้อง ญาติวอนช่วย 2 คนไทยลักลอบทำงานที่ญี่ปุ่น เกิดป่วยหนัก ค่ารักษาสัปดาห์ละแสน สถานทูตยันช่วยได้แค่ค่าเครื่องบิน  

 9,574

Top