ค้นหา :

ผลการค้นหา "อุดรธานี"

สังคม
11 ธ.ค. 62

รวบแก๊งฟันน้ำนมค้ายาไอซ์ พร้อมแกนนำ 'สไปร์ท'

จ.อุดรธานี ตำรวจจับกุม ด.ช.วัย 14 ปี หัวหน้าแก๊งฟันน้ำนมลอบขายยาไอซ์ให้กับเครือข่าย นายสไปร์ท พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่   พันตำรวจโท อติโรจน์ ทางแจ้ง รอง ผู้กำกับ สภ.กุดจับ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังตำรวจได้จับ น.ส.เฟิร์น อายุ 18 ปี พร้อมยาไอซ์ 1.05 กรัม และ ให้การซัดทอดว่า ซื้อยาไอซ์มาจาก เครือข่าย นายวชิร หรือ สไปร์ท จำปาหมื่น พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ และมีหมายจับคดียาเสพติด เมื่อตำรวจติดตามไปที่บ้าน พบว่า นายสไปร์ท หลบหนีไปแล้ว แต่สืบทราบว่าได้นำยาเสพติดไปเก็บไว้กับ ด.ช.โด่ง เพื่อรอการจำหน่ายประมาณครึ่งกิโลกรัม    จึงเข้าตรวจค้นบ้านของ ด.ช.โด่ง พบยาไอซ์ รวมน้ำหนัก 276 กรัม และพบยาบ้าอีก 50 เม็ด ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนและยังจากการสอบสวนทั้ง 2 คน รับสารภาพว่า ได้รับยาไอซ์มาจากเครือข่ายของนายสไปร์ท ซึ่งบางส่วนก็ได้จำหน่ายไปบางแล้ว โดยเครือข่ายของนายสไปร์ท จะมี 2 ทีม คือ เครือข่ายฟันน้ำนม มี ด.ช.โด่ง เป็นหัวหน้า โดยจะนำยาไอซ์มาขายในเขตเทศบาลฯ และอีกเครือข่ายจะนำไปขายในอำเภอต่างๆ    ซึ่ง ด.ช.โด่ง ได้ค่าจ้างขายยา สัปดาห์ละ 500 บาท และได้ค่าส่งยา ครั้งละ 200-500 บาท พร้อมกับได้ค่าจ้างยาบ้าอีกครั้งละ 10 เม็ดส่วน พ่อแม่ ด.ช.โด่ง แยกทางกัน จึงได้มาอาศัยอยู่กับพ่อ แต่พ่อได้ไปทำงานที่ต่างประเทศ พ่อจึงได้ฝาก ด.ช.โด่ง ไว้กับนายสไปร์ท ซึ่งเป็นเพื่อน แต่นายสไปร์ท กับชักชวน ด.ช.โด่ง เข้ามาขายยาไอซ์

 872
ต่างประเทศ
11 ธ.ค. 62

เฟซบุ๊กเผย ทำการปิดบัญชีผู้ใช้ปลอม 5,400 ล้านบัญชี หวังแก้ปัญหาสังคม

ตามข้อมูลผู้ใช้ที่ได้รับการเปิดเผยโดยเฟซบุ๊กระบุว่า ปีนี้ได้มีการลบบัญชีผู้ใช้ปลอมทั่วโลกกว่า 5,400  ล้านรายชื่อ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีประมาณ 3,300 ล้านรายชื่อ เฟซบุ๊กต้องเผชิญความกดดันทั้งจากสภาคองเกรซ และหน่วยงานสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ที่ต้องการแก้ปัญหาการสร้างความแตกแยก การกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสังคม

 885
พระราชสำนัก
10 ธ.ค. 62

องคมนตรีเปิดอาคาร “เรือนสุขใจ” โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบ้านดุง จ.อุดรธานี

องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เปิดอาคาร “เรือนสุขใจ” โดยมูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเอสซีจี เพื่อใช้เป็นอาคารพักคอยญาติ ณ โรงพยาบาลสมเด็จ พระยุพราชบ้านดุง จ.อุดรธานี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระ-ปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพร้อมเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วประเทศให้ครบ 21 แห่งในปี 2563   นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เป็นประธานเปิด “เรือนสุขใจ” อาคารพักคอยญาติ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งดำเนินการตาม “โครงการเฉลิมราชย์ราชา จิตอาสาพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วไทย” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” โอกาสนี้ พลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ได้ร่วมในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายแพทย์ไพโรจน์ พัวพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบ้านดุง จ.อุดรธานี นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ประธานกรรมการมูลนิธิเอสซีจี และคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับ   “เรือนสุขใจ” เป็น 1 ใน 21 พื้นที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งมูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับ กลุ่มวิจัยสิ่งแวดล้อมสรรค์สร้างเพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี โดยหน่วยงาน Cement and Construction Solution (CCS) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงพื้นที่ให้บริการภายในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีในการมารับบริการของประชาชนและชุมชน มุ่งเน้นให้เป็นโรงพยาบาลต้นแบบแห่งความสุข (Happiness Strategy) และตอบสนองความต้องการของชุมชน ซึ่งจะดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาวะที่ดีของผู้ป่วย ญาติ หมอ พยาบาล ตลอดจนประชาชนทุกคนที่เข้ามาในโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช รวมทั้งเป็นการยึดมั่นที่จะสืบสานการทำความดีให้เกิดขึ้นในสังคมไทย   โอกาสนี้ องคมนตรี ยังได้รับมอบพื้นที่ให้บริการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งปรับปรุงเสร็จสิ้นแล้ว จากนายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ประธานกรรมการมูลนิธิเอสซีจี เพื่อส่งมอบให้กับโรงพยาบาลอีก 3 แห่ง ได้แก่ อาคาร “เฮือนสุขใจ” โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน จ.ขอนแก่น อาคาร “ชานสุขใจ” โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จ.พิษณุโลก และอาคาร “ลานสุขใจ” โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งนี้มูลนิธิเอสซีจีจะร่วมมือกับภาคีนักออกแบบและมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนสถาปัตยกรรมศาสตร์ เพื่อจะขยายผลการดำเนินงานอีก 17 แห่งให่ครบ 21 แห่งตามเป้าหมาย ภายในปี พ.ศ.2563

 210
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ธ.ค. 62

ครูอุดรฯ ตบหัวนร.หญิง กลางห้องเรียน ชาวเน็ตแฉวีรกรรม เคยเป็นข่าวทำร้ายเด็กเมื่อปี 57

อุดรธานี - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในทวิตเตอร์ได้มีการโพสต์คลิป เป็นภาพของครูผู้ชายของโรงเรียนชื่อดังคนหนึ่งกำลังโต้เถียงกับนักเรียนหญิงชั้น ม.4 โดยมีเสียงพูดคุยกันระหว่างครูกับนักเรียน    โดยในคลิปครูผู้ชายบอกว่า "โอย!!! มากกว่านี้ก็ยังมีเลย เอามากกว่านี้ก็ยังมี ผู้หญิงนี่หละตี" แล้วนักเรียนหญิงรายนี้บอกว่า "ครูคิดว่าหนูเจ็บไหม" ครูตอบไปว่า "มึงจะถามอะไรอีก ก็หนูเจ็บ หรือมึงจะเอาอีก ครูทำเลยค่ะถ้าครูกล้าทำ"    จากนั้นในคลิปก็เห็นเป็นภาพครูผู้ชายเงื้อมือขวาตบไปอย่างแรงที่บริเวณศีรษะของนักเรียนหญิงรายนี้จนผมปลิว โดยครูบอกว่า "เจอของจริงแล้วอีหนู" ตอนท้ายของคลิปนักเรียนก็บอกว่า "ทำเลยค่ะ แล้วมึงจะให้กูทำอะไรมึงอีก ออกไปๆๆ งั้นอย่ามานั่งเรียนอย่ามายั่วโมโหครูอย่างนี้ ถ้างั้นมึงเงียบ มึงอย่าพูด กูบอกมึงแล้วนะ งั้นกูเอามึงอีกนะ"    โดยเหตุการณ์นี้เป็นคลิปที่นักเรียนในห้องอัดไว้ได้ที่โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานีเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นก่อนเลิกเรียนของวันอังคารที่ 3 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา   หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนมาโพสต์เพิ่มเติมว่า เคยถูกอาจารย์คนนี้ตบหัวมาก่อน รวมถึงเด็กผู้ชายคนหนึ่งบอกว่าเคยถูกตบแบบผู้หญิงในคลิป กลางห้องประชุมที่โรงเรียน สาเหตุเพราะว่าครูตะโกนเรียกแล้วผมไม่หัน เพราะชื่อที่ครูเรียก ไม่ใช่ชื่อผม หลังจากนั้นก็โดนตบจนหน้าส่าย และลากผมเข้าห้อง ใช้ที่ตัดผมไถผม จากหน้าผากจนถึงท้ายทอย สุดท้ายผมติด 0 วิชาของครู แถมยังโดนแกล้งไม่ให้ผ่าน    และมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ระบุว่า ครูคนนี้เคยออกข่าวทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนเมื่อตอนปี 2557 ทั้งถีบ เข็มขัดฟาด และตบหู    ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยายามติดต่อผู้บริหารของโรงเรียนดังกล่าวแต่ยังไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากเมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.) เป็นวันหยุดราชการ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W2xYNJ_-VXo

 13,112
ข่าวโซเชียล
06 ธ.ค. 62

ครูอุดรฯ ตบหัวนร.หญิง กลางห้องเรียน ชาวเน็ตแฉวีรกรรม เคยเป็นข่าวทำร้ายเด็กเมื่อปี 57

อุดรธานี - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในทวิตเตอร์ได้มีการโพสต์คลิป เป็นภาพของครูผู้ชายของโรงเรียนชื่อดังคนหนึ่งกำลังโต้เถียงกับนักเรียนหญิงชั้น ม.4 โดยมีเสียงพูดคุยกันระหว่างครูกับนักเรียน    โดยในคลิปครูผู้ชายบอกว่า "โอย!!! มากกว่านี้ก็ยังมีเลย เอามากกว่านี้ก็ยังมี ผู้หญิงนี่หละตี" แล้วนักเรียนหญิงรายนี้บอกว่า "ครูคิดว่าหนูเจ็บไหม" ครูตอบไปว่า "มึงจะถามอะไรอีก ก็หนูเจ็บ หรือมึงจะเอาอีก ครูทำเลยค่ะถ้าครูกล้าทำ"    จากนั้นในคลิปก็เห็นเป็นภาพครูผู้ชายเงื้อมือขวาตบไปอย่างแรงที่บริเวณศีรษะของนักเรียนหญิงรายนี้จนผมปลิว โดยครูบอกว่า "เจอของจริงแล้วอีหนู" ตอนท้ายของคลิปนักเรียนก็บอกว่า "ทำเลยค่ะ แล้วมึงจะให้กูทำอะไรมึงอีก ออกไปๆๆ งั้นอย่ามานั่งเรียนอย่ามายั่วโมโหครูอย่างนี้ ถ้างั้นมึงเงียบ มึงอย่าพูด กูบอกมึงแล้วนะ งั้นกูเอามึงอีกนะ"    โดยเหตุการณ์นี้เป็นคลิปที่นักเรียนในห้องอัดไว้ได้ที่โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานีเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นก่อนเลิกเรียนของวันอังคารที่ 3 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา   หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนมาโพสต์เพิ่มเติมว่า เคยถูกอาจารย์คนนี้ตบหัวมาก่อน รวมถึงเด็กผู้ชายคนหนึ่งบอกว่าเคยถูกตบแบบผู้หญิงในคลิป กลางห้องประชุมที่โรงเรียน สาเหตุเพราะว่าครูตะโกนเรียกแล้วผมไม่หัน เพราะชื่อที่ครูเรียก ไม่ใช่ชื่อผม หลังจากนั้นก็โดนตบจนหน้าส่าย และลากผมเข้าห้อง ใช้ที่ตัดผมไถผม จากหน้าผากจนถึงท้ายทอย สุดท้ายผมติด 0 วิชาของครู แถมยังโดนแกล้งไม่ให้ผ่าน    และมีผู้ใช้ทวิตเตอร์ระบุว่า ครูคนนี้เคยออกข่าวทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียนเมื่อตอนปี 2557 ทั้งถีบ เข็มขัดฟาด และตบหู    ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พยายามติดต่อผู้บริหารของโรงเรียนดังกล่าวแต่ยังไม่สามารถติดต่อได้เนื่องจากเมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.) เป็นวันหยุดราชการ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W2xYNJ_-VXo

 13,112
สังคม
03 ธ.ค. 62

วัยคะนองเดือดอีกแล้ว! ตีกันกลางงานทุ่งศรีเมืองเหตุเพราะฤทธิ์สุรา

จากคลิปเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นตีกัน ที่บริเวณถนนรอบทุ่งศรีเมืองอุดรธานี โดยมีการแชร์ต่อกันมากกว่า 12,000 ครั้ง และผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ โดยไม่มีรายงานว่ามีคนบาดเจ็บหรือไม่   เรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.มืองอุดรธานี ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากงานประจำปีทุ่งศรีเมือง เป็นงานกาชาดหรืองานฤดูหนาวของจังหวัด ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ช่วงระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้น หลังจากมีพิธีเปิดงานก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมง   พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.มืองอุดรธานี เปิดเผยว่า กรณีมีคลิปกลุ่มวัยรุ่นตีกัน ที่บริเวณถนนข้างงานประจำปีทุ่งศรีเมือง เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 1 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเริ่มงานวันแรก ในฐานะที่ สภ.เมืองอุดรธานี รับภารกิจในการดูแลความสงบเรียบร้อยและการบริหารงานจราจรในบริเวณงาน ซึ่งปกติทางตำรวจมีมาตรการการรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่เวทีกลาง ที่มีการจัดคอนเสิร์ตและอื่น ๆ ทางตำรวจมีการวางกำลังไว้ทั้งภายในงานรอบใน รอบกลางงาน และบริเวณรอบนอกของงานทุ่งศรีเมืองอย่างเข้มงวด   จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตรวจสอบแล้วยังไม่มีใครเข้าแจ้งความดำเนินคดีเรื่องของการทะเลาะกัน แต่หลังจากทราบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทางตำรวจได้มีการเพิ่มมาตรการในการป้องกันเหตุมากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก โดยมาตรการที่รัดกุม เช่น การตรวจคัดกรองกลุ่มวัยรุ่นที่เข้าไปห้ามพกพาสิ่งของที่คาดว่าจะใช้เป็นอาวุธได้ การตรวจร้านจำหน่ายสินค้าที่อาจจะมีสินค้าที่สามารถหยิบฉวยนำไปใช้เป็นอาวุธได้ และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือร้านค้าเหล่านี้ระมัดระวังหรืออาจต้องให้งดการขายไปเลย   นอกจากนี้ยังรวมไปถึงร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำ บริเวณรอบสนามทุ่งศรีเมือง ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำหน่าย โดยจะขอความร่วมมือในการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในช่วงของการจัดงานประจำปีทุ่งศรีเมือง แต่ทั้งนี้มีกฎหมายกำหนดเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว  

 743
ข่าวภูมิภาค
02 ธ.ค. 62

เมียส่งแชทไลน์น้อยใจสามี ก่อนผูกคอประชดดับคาห้อง

อุดรธานี-พบศพ น.ส.ชลธีนี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผูกคอตายกับรางเหล็กผ้าม่านหน้าต่างห้องนอนที่ชั้น 2 ของบ้านจนเสียชีวิต   จากการสอบถาม นายนพเก้า สามีของผู้ตายให้การว่า ตนกับภรรยาอยู่กินด้วยกันมาได้ 2-3 ปี และได้มาเช่าบ้านหลังนี้อยู่ในราคาเดือนละ 3,500 บาท โดยก่อนหน้านี้ภรรยามีลูกกับสามีเก่าเป็นผู้ชาย 2 คน คนโตอายุ 12 ปี ส่วนคนเล็กอายุ 11 ปี แต่ตนก็รักเหมือนลูกของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อนตนทำงานเก็บเงินให้กับนายทุน แต่ระยะหลังไม่ได้ทำงาน ส่วนภรรยาทำงานอยู่ร้านขายของที่ระลึกในตัวเมืองอุดรธานี   ช่วงหัวค่ำตนนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่บ้านก็มีการทะเลาะกับภรรยา จนทำให้ผมรำคาญและบอกว่าจะไปกินเหล้าที่นอกบ้าน ต่อมาแม่ของภรรยาได้มาร่วมกินข้าวกับหลานชายซึ่งเป็นลูกติดของภรรยา ตนก็นั่งดื่มเหล้าต่อจนแม่กลับไป จากนั้นก็ทะเลาะกับภรรยาต่ออีก ภรรยาก็ขึ้นห้องนอน ส่วนผมกับลูกชายของภรรยาก็พากันนอนอยู่ข้างล่าง เข้ามาผมเข้าห้องน้ำเห็นภรรยาแชทข้อความมาหาทางเฟซบุ๊ก จึงเปิดอ่านดู   โดยข้อความระบุว่า “กูจะตายเอง มึงไม่ต้องพูด กูรักมึงจนกูตาย มึงอยู่สะ กูพอแล้ว กูตายเอง ไม่ต้องขึ้นมา ให้แม่กูมารับกูพรุ่งนี้ กูไม่อยู่แล้ว กูตายสมใจมึงแล้วนะ กูบอกมึงแล้วนะป้อ มึงบังคับกูเอง”   จากนั้นตนก็ขึ้นไปเคาะประตูห้องนอนเนื่องจากมีการใส่กลอนจากด้านในไว้ จึงพยายามร้องเรียกให้เปิดประตูหลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา ตนจึงบอกลูกชายของภรรยาทั้ง 2 คนให้ช่วยเคาะเรียกภรรยาให้ออกมาแต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจพังประตูเข้าไปก็พบว่าภรรยาผูกคอเสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนเข่าอ่อน ก่อนจะรียนำร่างภรรยาลงมา และโทรศัพท์แจ้งแม่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า แม่ของผู้ตายยังสงสัยการตาย เนื่องจากลูกสาวทะเลาะกับสามี จึงได้ให้เจ้าหน้าที่นำศพผู้ตายไปที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรฯ เพื่อทำการชันสูตรศพอย่างละเอียดหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xt-0UCEuDfI

 18,453
อาชญากรรม
02 ธ.ค. 62

เมียส่งแชทไลน์น้อยใจสามี ก่อนผูกคอประชดดับคาห้อง

อุดรธานี-พบศพ น.ส.ชลธีนี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผูกคอตายกับรางเหล็กผ้าม่านหน้าต่างห้องนอนที่ชั้น 2 ของบ้านจนเสียชีวิต   จากการสอบถาม นายนพเก้า สามีของผู้ตายให้การว่า ตนกับภรรยาอยู่กินด้วยกันมาได้ 2-3 ปี และได้มาเช่าบ้านหลังนี้อยู่ในราคาเดือนละ 3,500 บาท โดยก่อนหน้านี้ภรรยามีลูกกับสามีเก่าเป็นผู้ชาย 2 คน คนโตอายุ 12 ปี ส่วนคนเล็กอายุ 11 ปี แต่ตนก็รักเหมือนลูกของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อนตนทำงานเก็บเงินให้กับนายทุน แต่ระยะหลังไม่ได้ทำงาน ส่วนภรรยาทำงานอยู่ร้านขายของที่ระลึกในตัวเมืองอุดรธานี   ช่วงหัวค่ำตนนั่งดื่มเหล้าอยู่ที่บ้านก็มีการทะเลาะกับภรรยา จนทำให้ผมรำคาญและบอกว่าจะไปกินเหล้าที่นอกบ้าน ต่อมาแม่ของภรรยาได้มาร่วมกินข้าวกับหลานชายซึ่งเป็นลูกติดของภรรยา ตนก็นั่งดื่มเหล้าต่อจนแม่กลับไป จากนั้นก็ทะเลาะกับภรรยาต่ออีก ภรรยาก็ขึ้นห้องนอน ส่วนผมกับลูกชายของภรรยาก็พากันนอนอยู่ข้างล่าง เข้ามาผมเข้าห้องน้ำเห็นภรรยาแชทข้อความมาหาทางเฟซบุ๊ก จึงเปิดอ่านดู   โดยข้อความระบุว่า “กูจะตายเอง มึงไม่ต้องพูด กูรักมึงจนกูตาย มึงอยู่สะ กูพอแล้ว กูตายเอง ไม่ต้องขึ้นมา ให้แม่กูมารับกูพรุ่งนี้ กูไม่อยู่แล้ว กูตายสมใจมึงแล้วนะ กูบอกมึงแล้วนะป้อ มึงบังคับกูเอง”   จากนั้นตนก็ขึ้นไปเคาะประตูห้องนอนเนื่องจากมีการใส่กลอนจากด้านในไว้ จึงพยายามร้องเรียกให้เปิดประตูหลายครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา ตนจึงบอกลูกชายของภรรยาทั้ง 2 คนให้ช่วยเคาะเรียกภรรยาให้ออกมาแต่ก็ไม่เป็นผล จึงตัดสินใจพังประตูเข้าไปก็พบว่าภรรยาผูกคอเสียชีวิตแล้ว ทำให้ตนเข่าอ่อน ก่อนจะรียนำร่างภรรยาลงมา และโทรศัพท์แจ้งแม่ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า แม่ของผู้ตายยังสงสัยการตาย เนื่องจากลูกสาวทะเลาะกับสามี จึงได้ให้เจ้าหน้าที่นำศพผู้ตายไปที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรฯ เพื่อทำการชันสูตรศพอย่างละเอียดหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xt-0UCEuDfI

 18,453
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ย. 62

นาทีเจอศพ 'น้องเฟิร์ส' ด.ช.5ขวบ หายตัว 5 วัน ร่างอยู่ในลำห้วยห่างจากบ้านเพียงแค่ 150 ม.

อุดรธานี-กรณี ด.ช.ปริมินทร์ ปาทะวาท หรือน้องเฟิร์ส อายุ 5 ขวบ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากออกไปกับปู่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน เพื่อไปหาขุดปูนา แต่โดนปู่ดุด่าจึงเดินหนีเข้ามาภายในหมู่บ้านคนเดียว จากนั้นก็หายตัวลึกลับไร้ร่องรอยนานกว่า 5 วัน ทำให้ครอบครัว ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหากันอย่างต่อเนื่อง   ต่อมาชาวบ้านได้ทำพิธีเสี่ยงเซียงข่องตามหาน้องเฟิร์ส ตามความเชื่อ จากนั้นได้พบร่างของเด็กชายเสียชีวิตในลำห้วยห่างจากบ้านเพียง 150 เมตร เมื่อพ่อของเด็กชายเห็นร่างของลูก ก็ได้กระโดดลงไปอุ้มร่างอันไร้วิญญาณของลูกชายขึ้นมา ท่ามกลางความตกใจของชาวบ้านและร้องไห้ระงม   ทั้งนี้จุดพบศพน้องเฟริส เจ้าหน้าที่ยังได้พบจักรยานของเด็กสีแดงอยู่ในลำห้วยด้วย คาดว่าจะเป็นของน้องเฟิร์ส โดยห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 5 เมตรและน้ำมีน้ำลึกประมาณ 1.5 เมตร   จากการตรวจสอบสภาพศพ คาดว่าเด็กเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 วัน เบื้องต้นยังไม่ฟันธงว่าเสียชีวิตเพราะจมน้ำหรือถูกฆาตกรรม เจ้าหน้าที่จะได้นำศพไปชันสูตรที่รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่นต่อไป   ขณะที่นายบุญเสริม ปาทะวาท ปู่ของน้องเฟิร์ส เผยว่า เสียใจมากที่หลานจากไปเพียงแค่อายุ 5 ขวบ หากตนเองสนใจหลานมากกว่านี้คงไม่เกิดเรื่องราวแบบนี้ คิดว่าหลานหลังจากโดนตนเองดุด่าแล้วกลับบ้านพอมาถึงบ้านแล้วจะกลับไปหาตนเองอีกในทุ่งนา จึงขี่จักรยานคันสีแดงไปด้วยแต่พลาดท่าไถลตกลงไปในลำห้วย และน้องว่ายน้ำไม่เป็นจึงทำให้จมน้ำเสียชีวิต   แต่ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อหลังจากหลานหายไป ทั้งตนเองและชาวบ้านก็ช่วยกันตามหาบริเวณนี้แต่ก็ไม่พบ แต่พอเซียงข่องมาเสี่ยงตามหาก็เจอ ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อ หลังจากนี้ไปในพิธีฌาปนกิจศพหลานชายตนเองและลูกๆ จะบวชให้หลานด้วย   ทั้งนี้มีคลิปผู้ใช้ชื่อว่า Minn Nattawut ซึ่งเป็นนักเรียนที่โรงเรียนกู่แก้ววิทยาและไลฟ์สดตามคณะเซียงข่อง ตามหาน้องเฟิร์สตลอดทั้งวัน จนมาเจอร่างจมน้ำในลำห้วยกุดที่อยู่ด้านหลังบ้านประมาณ 150 เมตร โดยในคลิปเผยภาพขณะชาวบ้านวิ่งตรงไปที่ลำห้วยกุดตามเซียงข่อง และได้ยินเสียงชาวบ้านร้องไห้ระงมเมื่อเจอร่างของน้องเฟิร์สเสียชีวิตลอยบนผิวน้ำ ขณะนั้นเองพ่อน้องเฟิร์สกระโดดลงไปอุ้มร่างของน้องขึ้นมาบนฝั่ง ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงมของชาวบ้านที่อยู่บนฝั่ง เศร้าสลดกับภาพที่เกิดขึ้นอย่างมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/h8alTpzQzSo

 15,254
อาชญากรรม
27 พ.ย. 62

นาทีเจอศพ 'น้องเฟิร์ส' ด.ช.5ขวบ หายตัว 5 วัน ร่างอยู่ในลำห้วยห่างจากบ้านเพียงแค่ 150 ม.

อุดรธานี-กรณี ด.ช.ปริมินทร์ ปาทะวาท หรือน้องเฟิร์ส อายุ 5 ขวบ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากออกไปกับปู่ทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน เพื่อไปหาขุดปูนา แต่โดนปู่ดุด่าจึงเดินหนีเข้ามาภายในหมู่บ้านคนเดียว จากนั้นก็หายตัวลึกลับไร้ร่องรอยนานกว่า 5 วัน ทำให้ครอบครัว ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ระดมกำลังค้นหากันอย่างต่อเนื่อง   ต่อมาชาวบ้านได้ทำพิธีเสี่ยงเซียงข่องตามหาน้องเฟิร์ส ตามความเชื่อ จากนั้นได้พบร่างของเด็กชายเสียชีวิตในลำห้วยห่างจากบ้านเพียง 150 เมตร เมื่อพ่อของเด็กชายเห็นร่างของลูก ก็ได้กระโดดลงไปอุ้มร่างอันไร้วิญญาณของลูกชายขึ้นมา ท่ามกลางความตกใจของชาวบ้านและร้องไห้ระงม   ทั้งนี้จุดพบศพน้องเฟริส เจ้าหน้าที่ยังได้พบจักรยานของเด็กสีแดงอยู่ในลำห้วยด้วย คาดว่าจะเป็นของน้องเฟิร์ส โดยห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 5 เมตรและน้ำมีน้ำลึกประมาณ 1.5 เมตร   จากการตรวจสอบสภาพศพ คาดว่าเด็กเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 วัน เบื้องต้นยังไม่ฟันธงว่าเสียชีวิตเพราะจมน้ำหรือถูกฆาตกรรม เจ้าหน้าที่จะได้นำศพไปชันสูตรที่รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่นต่อไป   ขณะที่นายบุญเสริม ปาทะวาท ปู่ของน้องเฟิร์ส เผยว่า เสียใจมากที่หลานจากไปเพียงแค่อายุ 5 ขวบ หากตนเองสนใจหลานมากกว่านี้คงไม่เกิดเรื่องราวแบบนี้ คิดว่าหลานหลังจากโดนตนเองดุด่าแล้วกลับบ้านพอมาถึงบ้านแล้วจะกลับไปหาตนเองอีกในทุ่งนา จึงขี่จักรยานคันสีแดงไปด้วยแต่พลาดท่าไถลตกลงไปในลำห้วย และน้องว่ายน้ำไม่เป็นจึงทำให้จมน้ำเสียชีวิต   แต่ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อหลังจากหลานหายไป ทั้งตนเองและชาวบ้านก็ช่วยกันตามหาบริเวณนี้แต่ก็ไม่พบ แต่พอเซียงข่องมาเสี่ยงตามหาก็เจอ ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อ หลังจากนี้ไปในพิธีฌาปนกิจศพหลานชายตนเองและลูกๆ จะบวชให้หลานด้วย   ทั้งนี้มีคลิปผู้ใช้ชื่อว่า Minn Nattawut ซึ่งเป็นนักเรียนที่โรงเรียนกู่แก้ววิทยาและไลฟ์สดตามคณะเซียงข่อง ตามหาน้องเฟิร์สตลอดทั้งวัน จนมาเจอร่างจมน้ำในลำห้วยกุดที่อยู่ด้านหลังบ้านประมาณ 150 เมตร โดยในคลิปเผยภาพขณะชาวบ้านวิ่งตรงไปที่ลำห้วยกุดตามเซียงข่อง และได้ยินเสียงชาวบ้านร้องไห้ระงมเมื่อเจอร่างของน้องเฟิร์สเสียชีวิตลอยบนผิวน้ำ ขณะนั้นเองพ่อน้องเฟิร์สกระโดดลงไปอุ้มร่างของน้องขึ้นมาบนฝั่ง ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงมของชาวบ้านที่อยู่บนฝั่ง เศร้าสลดกับภาพที่เกิดขึ้นอย่างมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/h8alTpzQzSo

 15,254
สังคม
26 พ.ย. 62

หาทุกวิถีทาง 'น้องเฟริส' หลังน้อยใจปู่เดินหนีกลับบ้านก่อนหายตัวไป 3 วัน!

‘น้องเฟริส’ หนูน้อยวัย 5 ขวบที่หายตัวไปปริศนาหลังจากลงไปทุ่งนากับปู่หลังหมู่บ้านบ้านกู่แก้ว ต.บ้านจีต อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานีหลังจากปู่ชวนลงไปทุ่งนาหาปูด้วยกัน เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 23 พ.ย.62 ที่ผ่านมา แต่โดนปู่ดุด่าว่าไม่รีบหยิบเสียมมาให้ น้องเฟริสจึงเดินหนีปู่ออกจากกลางทุ่งเดินหนีขึ้นมาบ้านคนเดียวหลังจากนั้นหายตัวไปอย่างปริศนาจนถึงขณะนี้ผ่านมาแล้ว 3 วันยังไม่พบตัวแต่อย่างใด   ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 7 บ้านกู่แก้ว ซึ่งเป็นบ้านของนายบุญเสริม ปาทะวาท อายุ 53 ปี ปู่ของน้องเฟริส นางสุวรรณี บัวศรี กำนันตำบลบ้านจีต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตร.สภ.กู่แก้วและชาวบ้านได้นำเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่องมาเร่งสูบน้ำออกจากสระหลังบ้านที่มีความยาว 25 เมตร กว้าง 10 เมตรและมีความลึก 3 เมตรเพื่อค้นหาน้องเฟริสที่คาดว่าอาจจะจมน้ำ แต่หลังจากสูบน้ำออกจากสระหมดชาวบ้านช่วยกันลงค้นหาแต่ยังไม่พบร่างของน้องเฟริสแต่อย่างใด    นอกจากนี้ น.ส.รีราวรรณ พูลพุทธา อายุ 25 ปี แม่ของน้องเฟริส ได้ทำพิธีขอขมาเจ้าที่เจ้าทางและขอขอมาต่อปู่ตื้อปู่ตันซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านในอ.กู่แก้วนับถืออย่างมาก   ภายหลังจากทำพิธีขอขมาเสร็จ น.ส.รีราวรรณ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากหลังทราบข่าวลูกชายหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ได้เดินทางด่วนจากเกาะสมุยมายังบ้านหลังเกิดเหตุ "ส่วนสาเหตุการหายตัวของน้องไม่รู้ว่าน้องหายตัวไปเพราะสาเหตุใด ในเรื่องพิธีกรรมทางความเชื่อตนเชื่ออยู่แล้ว และทุกคนเชื่อว่าน้องเฟริสยังมีชีวิตอยู่แน่นอน ส่วนตัวน้องเฟริสมีนิสัยเข้ากับคนง่าย ไปได้กับทุกคนไม่กลัวใคร ส่วนที่จะลงสระน้ำหลังบ้านเป็นไปไม่ได้เพราะเขาไม่ชอบเล่นน้ำ ส่วนการหาตัวน้องก็จะตามหาน้องด้านหลังวัดตรงนี้ไปเรื่อย ๆ เพราะปู่จ้ำบอกว่ามีผีบังตาทำให้น้องมองไม่เห็น คาดว่าอีกไม่นานคงเจอตัวแน่นอน"     ขณะที่บริเวณป่าหลังวัด ชาวบ้านก็ช่วยกันตามหาน้องเฟริสอย่างละเอียดอีกรอบ ทั้งร้องตะโกนหา ตามกอไผ่ ตามพุ่มไม้ที่เป็นป่ารกทึบด้านหลังวัด บางคนมุดท่อหาตามลำห้วยที่คาดว่าน้องเฟริสจะพลาดตกลงไปรวมทั้งนายอรรคพล ปาทะวาท ซึ่งเป็นพ่อของน้องเฟริสก็ตามหาด้วย นอกจากนี้ชมรมพารามิเตอร์ อ.กู่แก้ว ได้นำพารามิเตอร์จำนวน 1 เครื่อง อาสาบินขึ้นทางอากาศค้นหาน้องเฟริสอีกทาง แต่ก็ยังไร้วี่แวว   ขณะเดียวกันนายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายมูลนิธิกระจกเงา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตร.ปคม. ได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อสอบถามและความเป็นไปได้กรณีน้องเฟริสหายอาจจะเป็นการลักพาตัว โดยขณะนี้ทางมูลนิธิกระจกเงาได้รับเคสน้องเฟริสเป็นคนหายแล้ว ส่วนตร.ปคมได้ลงพื้นที่เพื่อสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น โดยก่อนน้องเฟริสหายมีพยานที่เป็นชาวบ้านบอกกับเจ้าหน้าที่เห็นน้องเฟริสเดินอยู่ริมถนนในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยน้องเฟริสเดินมุ่งหน้าไปทางบ้านหนองบงจากนั้นก็ไม่พบตัวอีกเลย   ประเด็นสงสัยเกี่ยวกับน้องเฟริสหายไปตอนนี้ตร.สภ.กู่แก้ว ได้ตั้งข้อสงสัยไว้หลายประเด็นทั้งกรณีเด็กจมน้ำ หรือจะโดนลักพาตัวขณะเดินกลับบ้านข้างถนน หรืออาจจะทางครอบครัวทางพ่อมีปัญหายาเสพติดโดนแก๊งยาเสพติดจับไปเรียกค่าไถ่ ซึ่งตร.ยังไม่ชี้ชัด ต้องพิสูจน์กันต่อไป  

 1,499
สังคม
25 พ.ย. 62

เร่งค้นหาเด็ก 5 ขวบหายตัวไปที่อุดรธานี ชาวบ้านเชื่อถูกสิ่งลี้ลับบังตา

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 22 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ต. กู่แก้ว อ. กู่แก้ว จ.อุดรธานี ด.ช.ปรมินทร์ ปาทะวาท หรือน้องเฟริส อายุ 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ที่ได้หายไปไร้ร่องรอย ซึ่งในขณะนั้นไปกับปู่ที่กลางทุ่งนา ซึ่งหายตัวไปเป็นเวลา 2 วันแล้ว ญาติๆ และชาวบ้านต่างระดมพลตามหา ทว่าตอนนี้ยังไม่พบตัว โดยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสิ่งลี้ลับที่บังตาไว้ โดยนายบุญเสริม ปาทะวาท อายุ 53 ปี ปู่ของเด็กได้เล่าว่า ได้พาหลานชายออกไปหาปูที่ทุ่งนา ในขณะที่ปู่กับหลานชายหาปูอยู่ นายบุญเสริมได้ร้องเรียกให้หลานว่าให้เอาเสียมมาให้หน่อย แต่พูดเสียงดังทำให้หลานชายจึงโยนเสียมมาให้ ปู่โกรธจึงบอกหลานกลับไปว่า “ว่ากูจะเอามึงตายเด้อ” จากนั้นหลานชายงอนปู่ก็วิ่งหนีไปกับสุนัขเข้าบ้านทันที หลังดุด่าหลานชาย ตนก็ชำเลืองดูเห็นหลานชายเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมกับสุนัข ตามสายตาตนเองก็ห่วงหลานอยู่มองดูก็เห็นหลานชายเดินเข้าหมู่บ้านไม่เชื่อว่าหลานจะหลงทาง หลังจากขุดปูเสร็จตนเองก็รีบกลับบ้านมาสอบถามพ่อของหลาน ก็บอกว่าไม่เจอ จึงรีบออกตามหาไปสอบถามตามจุดที่มีคนพบเห็นว่าบริเวณฝายน้ำล้นลำห้วยกุด ซึ่งห่างจากบ้านประมาณครึ่งกิโลเมตร ชาวบ้านและญาติพี่น้องตามหาค้นหาทั้งคืนก็ไม่เจอ ทางญาติได้พากันจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางภายในวัดกู่แก้วเพื่อให้เจอตัวเด็ก ต่อมาทางปลัดป้องกันอำเภอกู่แก้ว ได้ประสานกับ จนท.ตำรวจค่ายเสนีย์รณยุทธ ตชด.24 นำสุนัขดมกลิ่นตามหาน้องเฟริสเริ่มต้นจากจุดที่เด็กเข้าในหมู่บ้าน สุนัขเดินดมกลิ่นมาเรื่อยๆ จนมาสิ้นสุดที่บริเวณสระน้ำบริเวณหลังบ้าน ซึ่งพักอาศัยอยู่กับปู่และย่า ขณะที่หน่วยกู้ภัยส่งเสริมธรรมอุดรธานี ได้ลงมหาเผื่อว่าเด็กอาจจมน้ำแต่ก็ยังไม่เจอ ส่วนเรื่องความเชื่อนั้นว่าในเรื่องลี้ลับเป็นเรื่องของความเชื่อมีการจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังไปเจอ และยังมีชาวบ้านในตำบลเดียวกันฝันว่า เมื่อคืนน้องไปเข้าฝันว่าให้ช่วยผมด้วย ดูตามฝันเด็กยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่ยายของเด็กเชื่อว่าหลานอาจถูกส่งลี้ลับจับบังตาคนค้นหาไม่พบ ตามความเชื่อของชาวบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะระดมกำลังค้นหาตัวน้องเฟิร์สอย่างต่อเนื่อง และในเช้าวันนี้ ชาวบ้านได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ สูบน้ำในสระน้ำ ขนาดความยาว 25 เมตร กว้าง 10 เมตร ลึกลงไป 3 เมตร ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ได้นำสุนัขดมกลิ่นมาตรวจสอบแล้ว หากยังไม่พบจะขยายผลการค้นหาออกเป็นวงกว้าง ทางด้านเพื่อนบ้านคนที่พบน้องเฟิร์สคนสุดท้ายกล่าวว่า พบน้องเฟิร์สครั้งสุดท้ายบริเวณริมถนน อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวพ่อแม่น้องไปสอบปากคำเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตั้งไว้  3 ประเด็น คือ  จมน้ำ, ถูกลักพาตัว และเรื่องของยาเสพติด  

 408
ข่าวภูมิภาค
25 พ.ย. 62

ด.ช.5ขวบ หายตัวปริศนา 2 วันหลังงอนปู่ ชาวบ้านหวั่นผีบังตา-จมน้ำ-โดนลักพาตัว

อุดรธานี-ชาวบ้านจำนวนมากกำลังออกตามหา ด.ช.ปรมินทร์ ปาทะวาท หรือน้องเฟริส อายุ 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ที่ได้หายไปไร้ร่องรอย   โดยนายบุญเสริม ปาทะวาท อายุ 53 ปี ปู่ของเด็กได้เล่าว่า ได้พาหลานชายออกไปหาปูที่ทุ่งนา ในขณะที่ปู่กับหลานชายหาปูอยู่ นายบุญเสริมได้ร้องเรียกให้หลานว่าให้เอาเสียมมาให้หน่อย แต่พูดเสียงดังทำให้หลานชายจึงโยนเสียมมาให้ ปู่โกรธจึงบอกหลานกลับไปว่า “ว่ากูจะเอามึงตายเด้อ” จากนั้นหลานชายงอนปู่ก็วิ่งหนีไปกับสุนัขเข้าบ้านทันที   หลังดุด่าหลานชาย ตนก็ชำเลืองดูเห็นหลานชายเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมกับสุนัข ตามสายตาตนเองก็ห่วงหลานอยู่มองดูก็เห็นหลานชายเดินเข้าหมู่บ้านไม่เชื่อว่าหลานจะหลงทาง หลังจากขุดปูเสร็จตนเองก็รีบกลับบ้านมาสอบถามพ่อของหลาน ก็บอกว่าไม่เจอ จึงรีบออกตามหาไปสอบถามตามจุดที่มีคนพบเห็นว่าบริเวณฝายน้ำล้นลำห้วยกุด ซึ่งห่างจากบ้านประมาณครึ่งกิโลเมตร ชาวบ้านและญาติพี่น้องตามหาค้นหาทั้งคืนก็ไม่เจอ ทางญาติได้พากันจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางภายในวัดกู่แก้วเพื่อให้เจอตัวเด็ก   ต่อมาทางปลัดป้องกันอำเภอกู่แก้ว ได้ประสานกับ จนท.ตำรวจค่ายเสนีย์รณยุทธ ตชด.24 นำสุนัขดมกลิ่นตามหาน้องเฟริสเริ่มต้นจากจุดที่เด็กเข้าในหมู่บ้าน สุนัขเดินดมกลิ่นมาเรื่อยๆ จนมาสิ้นสุดที่บริเวณสระน้ำบริเวณหลังบ้าน ซึ่งพักอาศัยอยู่กับปู่และย่า ขณะที่หน่วยกู้ภัยส่งเสริมธรรมอุดรธานี ได้ลงงมหาเผื่อว่าเด็กอาจจมน้ำแต่ก็ยังไม่เจอ   ส่วนเรื่องความเชื่อนั้นว่าในเรื่องลี้ลับเป็นเรื่องของความเชื่อมีการจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังไปเจอ และยังมีชาวบ้านในตำบลเดียวกันฝันว่า เมื่อคืนน้องไปเข้าฝันว่าให้ช่วยผมด้วย ดูตามฝันเด็กยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่ยายของเด็กเชื่อว่าหลานอาจถูกส่งลี้ลับจับบังตาคนค้นหาไม่พบ ตามความเชื่อของชาวบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะระดมกำลังค้นหาตัวน้องเฟริสอย่างต่อเนื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SdZqZytL8I0

 2,691
สังคม
25 พ.ย. 62

ด.ช.5ขวบ หายตัวปริศนา 2 วันหลังงอนปู่ ชาวบ้านหวั่นผีบังตา-จมน้ำ-โดนลักพาตัว

อุดรธานี-ชาวบ้านจำนวนมากกำลังออกตามหา ด.ช.ปรมินทร์ ปาทะวาท หรือน้องเฟริส อายุ 5 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 ที่ได้หายไปไร้ร่องรอย   โดยนายบุญเสริม ปาทะวาท อายุ 53 ปี ปู่ของเด็กได้เล่าว่า ได้พาหลานชายออกไปหาปูที่ทุ่งนา ในขณะที่ปู่กับหลานชายหาปูอยู่ นายบุญเสริมได้ร้องเรียกให้หลานว่าให้เอาเสียมมาให้หน่อย แต่พูดเสียงดังทำให้หลานชายจึงโยนเสียมมาให้ ปู่โกรธจึงบอกหลานกลับไปว่า “ว่ากูจะเอามึงตายเด้อ” จากนั้นหลานชายงอนปู่ก็วิ่งหนีไปกับสุนัขเข้าบ้านทันที   หลังดุด่าหลานชาย ตนก็ชำเลืองดูเห็นหลานชายเดินเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมกับสุนัข ตามสายตาตนเองก็ห่วงหลานอยู่มองดูก็เห็นหลานชายเดินเข้าหมู่บ้านไม่เชื่อว่าหลานจะหลงทาง หลังจากขุดปูเสร็จตนเองก็รีบกลับบ้านมาสอบถามพ่อของหลาน ก็บอกว่าไม่เจอ จึงรีบออกตามหาไปสอบถามตามจุดที่มีคนพบเห็นว่าบริเวณฝายน้ำล้นลำห้วยกุด ซึ่งห่างจากบ้านประมาณครึ่งกิโลเมตร ชาวบ้านและญาติพี่น้องตามหาค้นหาทั้งคืนก็ไม่เจอ ทางญาติได้พากันจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทางภายในวัดกู่แก้วเพื่อให้เจอตัวเด็ก   ต่อมาทางปลัดป้องกันอำเภอกู่แก้ว ได้ประสานกับ จนท.ตำรวจค่ายเสนีย์รณยุทธ ตชด.24 นำสุนัขดมกลิ่นตามหาน้องเฟริสเริ่มต้นจากจุดที่เด็กเข้าในหมู่บ้าน สุนัขเดินดมกลิ่นมาเรื่อยๆ จนมาสิ้นสุดที่บริเวณสระน้ำบริเวณหลังบ้าน ซึ่งพักอาศัยอยู่กับปู่และย่า ขณะที่หน่วยกู้ภัยส่งเสริมธรรมอุดรธานี ได้ลงงมหาเผื่อว่าเด็กอาจจมน้ำแต่ก็ยังไม่เจอ   ส่วนเรื่องความเชื่อนั้นว่าในเรื่องลี้ลับเป็นเรื่องของความเชื่อมีการจุดธูปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังไปเจอ และยังมีชาวบ้านในตำบลเดียวกันฝันว่า เมื่อคืนน้องไปเข้าฝันว่าให้ช่วยผมด้วย ดูตามฝันเด็กยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่ยายของเด็กเชื่อว่าหลานอาจถูกส่งลี้ลับจับบังตาคนค้นหาไม่พบ ตามความเชื่อของชาวบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะระดมกำลังค้นหาตัวน้องเฟริสอย่างต่อเนื่อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SdZqZytL8I0

 2,691
สังคม
22 พ.ย. 62

สั่งปิดอุโมงอุดรทันที! หลังโซเซียลจวกยับ กลุ่มคนแห่ถ่ายรูป-ตั้งวงเหล้า-เขียนกำแพง เสียหาย

อุโมงค์ทางลอดและทางต่างระดับแยกบายพาสอุดรฯ- หนองคาย สี่แยกรังษิณา เตรียมเปิดให้ใช้ 24 พ.ย.นี้ โดยก่อนที่จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ทางจังหวัดได้ให้ประชาชนลงไปเก็บภาพเป็นที่ระลึกได้ ซึ่งภายในผนังของอุโมงค์ทำเป็นลายผ้าหมี่ขิดบักเบง ซึ่งเป็นลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ประจำจังหวัด ทำให้มีผู้คนจำนวนมากแห่กันไปถ่ายรูปเพื่อเป็นที่ระลึก   เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก ข่าวอุดร ข่าวโฮมเคเบิ้ล ได้โพสต์มีการปิดปรับปรุงอุโมงค์ทางลอดและทางต่างระดับแยกบายพาสอุดรฯ- หนองคาย สี่แยกรังษิณา เนื่องจากมีการเปิดอุโมงค์ให้ประชาชนลงไปเก็บภาพ แต่มีผู้เข้าชมบางส่วนไม่รักษาความสะอาด มีการนำรถจักรยานยนต์แบกขึ้นไปบริเวณเกาะกลาง นำรถจักรยานยนต์เข้ามาเบิร์นล้อ ขีดเขียนที่แบริเออร์ นำเหล้าเข้ามาตั้งวงกิน และมีการปีนป่าย จนสกปรกเลอะเทอะ             จนต้องสั่งปิดอุโมงค์ไม่ให้ประชาชนเข้ามาถ่ายรูป และระดมเจ้าหน้าที่มาทำความสะอาด  โดยจะมีงานเดินวิ่งวันที่ 23 พ.ย. ก่อนที่จะเปิดให้ใช้อย่างเป็นทางการ        

 6,444

Top