ค้นหา :

ผลการค้นหา "แก้วกำเนิด"

การเมือง
16 ต.ค. 60

นายกฯให้กำลังใจ 'ตูน บอดี้สแลม' วิ่งก้าวคนละก้าว ด้านตูนฝากถึงเสียงวิจารณ์ "ผมชอบทำมากกว่าพูด"

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากให้กำลังใจนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม ที่ตั้งใจวิ่งการกุศลเพื่อหาเงินช่วยเหลือโรงพยาบาล ตามโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.60 โดยขอให้ปฏิบัติภารกิจด้วยความสำเร็จและปลอดภัย รวมทั้งขอบคุณที่ได้ทำหน้าที่ของคนไทยคนหนึ่งในการช่วยเหลือประเทศชาติและเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน   นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และไม่ทำให้ใครเสียหาย โดยการทำความดีไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาบังคับ และหากมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ก็จะต้องไม่หวั่นไหวต่อการวิพากษ์วิจารณ์ของผู้อื่น พร้อมทั้งเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ยินดีให้การสนับสนุน และขอเชิญชวนให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำสิ่งที่ดีเพื่อชาติบ้านเมืองเช่นเดียวกัน   นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงกระแสวิจารณ์ในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า รัฐบาลนำงบประมาณไปใช้ในทางที่ไม่จำเป็นหรือการบริหารภาษีของรัฐล้มเหลวจนทำให้ตูน บอดี้สแลม ต้องออกมาวิ่งระดมทุนว่า ถือเป็นความเห็นของแต่ละบุคคล พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองให้ก้าวหน้าไปในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกระดับ จึงไม่สามารถทุ่มเทงบประมาณไปในสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ จึงอยากประชาชนเข้าใจในเรื่องนี้   ขณะที่เฟซบุ๊กผู้ใช้ชื่อ Ken Nakarin ได้โพสต์แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุในทำนองว่า ตูน บอดี้สแลม เคารพทุกคำวิจารณ์ที่มีต่อโครงการก้าวคนละก้าวทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่อยากบอกว่าที่ออกมาวิ่ง เราแค่อยากเป็นส่วนเล็กๆ ที่ได้ช่วยเหลือตามกำลังของเรา อยากใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารในสิ่งทีเราเห็นมา ยันเสียงวิจารณ์ด้านลบไม่ได้บั่นทอนกำลังใจ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเจออยู่แล้ว พร้อมฝากถึงผู้ที่วิจารณ์ว่า "ผมชอบทำมากกว่าพูด"   สำหรับช่องทางการบริจาคโครงการ ก้าวคนละก้าวเพื่อ11โรงพยาบาลทั่วประเทศ (เริ่มบริจาคแล้วได้ตั้งแต่วันนี้) 1. เคาน์เตอร์เซอร์วิสของ 7-11 ทุกสาขา 2. พร้อมเพย์ : โอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ไปที่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของมูลนิธิฯ 0994000005261 3. SMS : บริจาคครั้งละ 10 บาท พิมพ์ T แล้วกดส่งมาที่ 4545099 (เฉพาะเครือข่าย AIS,DTAC และ True Move H ไม่หักค่าใช้จ่าย) หมายเหตุ : ทุกยอดบริจาคผ่าน sms ไม่รวมไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 4. บัญชีรับบริจาค : ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) สาขารัชโยธิน ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ (โครงการก้าวคนละก้าว) เลขที่บัญชี 111-393-5263 (กระแสรายวัน) ติดรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook "ก้าว"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D_T22IVsFnk    

 19,466
สังคม-อาชญากรรม
14 ต.ค. 60

รัฐบาลยันไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำรอยปี54 วอนอย่าตื่นตระหนก-หลงเชื่อข่าวลือของผู้ไม่หวังดี

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันว่าจะไม่มีปัญหาน้ำท่วมใหญ่เหมือนในปี 54 เนื่องจากปริมาณน้ำในปีนี้น้อยกว่าปี 2554 มาก อีกทั้งทุกหน่วยงานได้วางแผนบริหารจัดน้ำอย่างเป็นระบบ และบูรณาการร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยได้นำบทเรียนในอดีตมาแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น จึงไม่อยากให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อข่าวลือของผู้ไม่หวังดี   สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางเปรียบเทียบกัน 2 ปี มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยข้อมูล ณ วันที่ 11 ต.ค.60 ปริมาณน้ำในเขื่อนของภาคเหนือรวมกันอยู่ที่ 18,318 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เมื่อ 11 ต.ค. 54 อยู่ที่ 24,477 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนของภาคกลางปีนี้มีปริมาณน้ำรวมกัน 1,287 ล้าน ลบ.ม. แต่ในปี 2554 อยู่ที่ 1,377 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ ปริมาณน้ำท่าที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ในปีนี้ก็น้อยกว่าปี 2554 ด้วยเช่นเดียวกัน    จากฝนที่ตกหนักบริเวณภาคเหนือทำให้น้ำเหนือไหลลงสู่ภาคกลางอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อน นอกคันกั้นน้ำ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหน่วยงานภาครัฐได้พยายามจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด เช่น ทดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อชะลอน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ใช้ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเข้ารับน้ำเต็มศักยภาพ รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ รับน้ำเข้าไปเก็บไว้ในทุ่ง ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

   สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 10 เขต ของกทม. ได้แก่ เขตบางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางกอกน้อย คลองสาน และเขตราษฎร์บูรณะ ที่ผ่านมาทาง กทม.ได้สร้างแนวกั้นน้ำแล้ว 77 กิโลเมตร มีระดับความสูงตั้งแต่ 2.80-3.50 เมตร ส่วนการระบายน้ำ ณ ประตูระบายน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนที่น้ำจะเข้าสู่ กทม. ขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติคือเฉลี่ย 2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีศักยภาพรองรับได้อีกถึง 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งต่างจากเมื่อปี 2554 ที่มีการระบายน้ำออกมากกว่า 4,000 ลบ.ม.ต่อวินาที

   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งกำชับให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานกับจังหวัด หน่วยทหาร และองค์กรปกครองท้องถิ่น เร่งออกช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เพราะในช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบจากพายุในฤดูมรสุม เพื่อให้สามารถเตรียมการรับมือและป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองได้อย่างทันท่วงที             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/PR1uAbjTgNc  

 16,157
เศรษฐกิจ
09 ต.ค. 60

กรมการค้าภายในสั่งตรวจ ร้านค้ายึดบัตรคนจน-ขอจ่ายเงินสดพร้อมหักส่วนต่าง

พบปัญหาการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่รู้จักในชื่อบัตรคนจน ในบางพื้นที่ในภาคอีสานพบว่า มีร้านค้าบางร้านไม่ได้ติดตั้งเครื่องรูดบัตรอีดีซี แต่ให้ผู้ถือบัตรรับสินค้าออกไปก่อนและยึดบัตรไว้ ขณะที่บางร้านหัวใสยื่นข้อเสนอมอบเงินสดให้กับผู้ถือบัตร แลกกับการใช้สิทธิซื้อของ เช่นมูลค่าบัตร 200 บาท แต่จะมอบเงินสดให้ 150 บาท และขอหักส่วนต่าง 50 บาท โดยอ้างว่าเครื่องรูดบัตรไม่ครอบคลุมและบางเครื่องมีปัญหา   ซึ่งทางบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าจะเร่งตรวจสอบร้านค้าธงฟ้าถึงพฤติกรรมดังกล่าว ว่าจงใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ ถ้าพบว่าผิดจริง จะถอนสิทธิทันที   ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดเอื้อประโยชน์ธุรกิจให้เจ้าสัวผ่านบัตรคนจน ตามที่รัฐบาลมีโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไปรูดซื้อสินค้าตามร้านที่กำหนดซึ่งรัฐบาลต้องควักเงินทั้งสิ้น 41,940 ล้านบาทต่อปี เพราะไม่ต่างอะไรกับนโยบายประชานิยมของรัฐบาลในอดีต   พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่าโครงการดังกล่าวไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ เพราะได้ให้ผู้ประกอบการ SMEs ผู้ผลิตในชุมชน สหกรณ์วิสาหกิจชุมชน และบริษัทใหญ่เข้าร่วมอย่างเท่าเทียม   ไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มใดเป็นพิเศษ และยังเปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างทางเลือกให้กับผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้เลือกซื้อสินค้าที่หลากหลาย พร้อมกำชับให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลังเร่งติดตั้งเครื่องรูดบัตร EDC ตามร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าที่เข้าร่วมรายการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และแจ้งรายละเอียดวิธีการใช้งานและเงื่อนไขต่างๆ ให้เจ้าของร้านค้าและผู้ถือบัตรทราบอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันปัญหาความเข้าใจคลาดเคลื่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k1t5vddnNtM    

 5,081
การเมือง
09 ต.ค. 60

'สรรเสริญ' เมินเพื่อไทยวิจารณ์ไทม์ไลน์เลือกตั้ง

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้พลเอก ประยุทธ์ ชี้แจงความชัดเจนในคำแถลงการณ์ร่วมของรัฐบาลไทยและสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งในปี 2561   โดยพลโทสรรเสริญระบุว่า นายกฯชี้แจงมาโดยตลอดว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมป และตรงกับที่พูดคุยกับผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งตนยังไม่เห็นมีอะไรที่ไม่ตรงกัน   ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยมองว่า สิ่งที่นายกฯชี้แจงว่า อาจจะมีการเลือกตั้งปี 62 ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงการณ์ร่วมสหรัฐ-ไทยนั้น ถือเป็นเรื่องของพรรคการเมืองจะคิดอย่างไรก็ได้ วันนี้คสช.และรัฐบาลมีหน้าที่อย่างเดียว คือ บริหารประเทศแล้วเดินไปตามโรดแมป ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็เป็นเรื่องของการเมือง เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจรัฐบาล และเชื่อว่าจะไม่เกิดความสับสน  หากพรรคการเมืองจะสับสนก็เป็นเรื่องของพรรคการเมือง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kbbMgmFqm-I  

 1,387
การเมือง
01 ต.ค. 60

นายกฯ เมิน 'ยิ่งลักษณ์' ขอลี้ภัยอังกฤษ ชี้มีหน้าที่ตามตัวกลับมาดำเนินคดี

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางไปประเทศอังกฤษ และอยู่ระหว่างติดต่อขอลี้ภัยทางการเมืองว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศทราบข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการอยู่ก่อนแล้ว ส่วนการจะขอลี้ภัยทางการเมืองหรือไม่นั้นถือเป็นเรื่องส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ต้องไปดูว่าเข้าหลักเกณฑ์การขอลี้ภัยหรือไม่ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญกับเรื่องการขอลี้ภัยแต่อย่างใด เนื่องจากมีหน้าที่รับผิดชอบต่อบ้านเมืองในการรักษากฎหมายและติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมายเท่านั้น                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/mRN2BHt92p0

 3,000
การเมือง
29 ก.ย. 60

รบ.เตรียมแถลงการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง 4 ต.ค. ปัดข่าวลือห้าม ปชช.จัดงานศพ 26 ต.ค.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง การประชุมจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมว่า การประชุมวันนี้เป็นการมารับทราบข้อมูล และแนวทางต่าง ๆ โดยจะมีการชี้แจงต่อสื่อมวลชน ทั้งไทย และต่างประเทศ ในวันที่ 4 ตุลาคม เวลา 13.30 น. ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องของการจราจร ข้อควรปฏิบัติของประชาชน การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน เพื่อให้ชาวไทย และชาวต่างชาติได้รับทราบ   สำหรับการเตรียมพระราชพิธี ขณะนี้คืบหน้าร้อยละ 98 อย่างไรก็ตามขอวิงวอนประชาชน ให้ร่วมพิธีในพื้นที่ของตัวเอง เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ และจะมีการถ่ายทอดสดตามเวลาจริง เพราะบริเวณพระราชพิธีในท้องสนามหลวงนั้น ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า โดยทาง กทม.ได้จัดเตรียมจอขนาดใหญ่หลายร้อยจอไว้ให้ประชาชนได้รับชม พร้อมประสานเอกชนที่มีจอแอลอีดีขนาดใหญ่ให้เผยแพร่ภาพช่วงถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีด้วย   โดยในช่วงเวลาพระราชพิธีจะมีการจัดการจราจรของถนนราชดำเนินออกเป็น 3 ส่วน 1.ถนนราชดำเนินช่องกลาง ที่จะเข้าสู่พระราชพิธี จะถูกแบ่งเป็นเส้นทางเสด็จ 2.ถนนราชดำเนิน ฝั่งขวา เป็นเส้นทางสำหรับประชาชน แต่ไม่สามารถเข้าถึงบริเวณท้องสนามหลวงได้ 3.ถนนราชดำเนิน ฝั่งซ้าย จะเป็นเส้นทางสำหรับกรณีฉุกเฉิน   ส่วนกรณีที่มีการแชร์กันทางโซเชียลมีเดียว่า รัฐบาลมีคำสั่งห้ามจัดงาน เช่น งานศพ เป็นต้น ในวันที่ 26 ตุลาคมนั้น ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ขณะเดียวกันในข้อเท็จจริงแล้ว เชื่อว่าจะไม่มีการจัดงานตรงกับวันดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นวันพระราชพิธีสำคัญของคนไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fm1FoxiWMQs

 10,909
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
29 ก.ย. 60

รบ.เตรียมแถลงการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง 4 ต.ค. ปัดข่าวลือห้าม ปชช.จัดงานศพ 26 ต.ค.

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง การประชุมจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมว่า การประชุมวันนี้เป็นการมารับทราบข้อมูล และแนวทางต่าง ๆ โดยจะมีการชี้แจงต่อสื่อมวลชน ทั้งไทย และต่างประเทศ ในวันที่ 4 ตุลาคม เวลา 13.30 น. ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องของการจราจร ข้อควรปฏิบัติของประชาชน การปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน เพื่อให้ชาวไทย และชาวต่างชาติได้รับทราบ   สำหรับการเตรียมพระราชพิธี ขณะนี้คืบหน้าร้อยละ 98 อย่างไรก็ตามขอวิงวอนประชาชน ให้ร่วมพิธีในพื้นที่ของตัวเอง เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ และจะมีการถ่ายทอดสดตามเวลาจริง เพราะบริเวณพระราชพิธีในท้องสนามหลวงนั้น ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า โดยทาง กทม.ได้จัดเตรียมจอขนาดใหญ่หลายร้อยจอไว้ให้ประชาชนได้รับชม พร้อมประสานเอกชนที่มีจอแอลอีดีขนาดใหญ่ให้เผยแพร่ภาพช่วงถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีด้วย   โดยในช่วงเวลาพระราชพิธีจะมีการจัดการจราจรของถนนราชดำเนินออกเป็น 3 ส่วน 1.ถนนราชดำเนินช่องกลาง ที่จะเข้าสู่พระราชพิธี จะถูกแบ่งเป็นเส้นทางเสด็จ 2.ถนนราชดำเนิน ฝั่งขวา เป็นเส้นทางสำหรับประชาชน แต่ไม่สามารถเข้าถึงบริเวณท้องสนามหลวงได้ 3.ถนนราชดำเนิน ฝั่งซ้าย จะเป็นเส้นทางสำหรับกรณีฉุกเฉิน   ส่วนกรณีที่มีการแชร์กันทางโซเชียลมีเดียว่า รัฐบาลมีคำสั่งห้ามจัดงาน เช่น งานศพ เป็นต้น ในวันที่ 26 ตุลาคมนั้น ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ขณะเดียวกันในข้อเท็จจริงแล้ว เชื่อว่าจะไม่มีการจัดงานตรงกับวันดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นวันพระราชพิธีสำคัญของคนไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fm1FoxiWMQs

 10,909
การเมือง
27 ก.ย. 60

ครม.มีมติให้ 'พงศ์พร' กลับนั่งเก้าอี้ ผอ.พศ.ดังเดิม

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอให้ย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ กลับไปดำรงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดังเดิม   โดยก่อนหน้านี้หัวหน้า คสช.ได้มีคำสั่งย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร ไปปฏิบัติหน้าผู้ตรวจการ สำนักปลัดสักนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งคำสั่งดังกล่าวอยู่ระหว่างการนำขึ้นทูลเกล้าฯ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง พศ.กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวของ พ.ต.ท.พงศ์พร ไม่ได้มีความผิดใด เมื่อแก้ปัญหาเสร็จแล้ว จึงย้ายกลับไปดำรงตำแหน่งได้ดังเดิม และย้าย พศ.ไปขึ้นตรงภายใต้การกำกับดูแลของพลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาปกรณ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลกระทรวงวัฒนธรรม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OrmDPFGeZTw  

 790
การเมือง
25 ก.ย. 60

สวนดุสิตโพลชี้ ปชช.อยากเห็นนายกฯ จัดครม.สัญจร 3 จังหวัดชายแดนใต้

พล.ท.สรรเสริญ แก้วเกิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยถึงการสัมมนาคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ นอกสถานที่ (คณะรัฐมนตรี) คราวต่อไปว่า นายกฯมีความมุ่งมั่นจะสัมมนา คณะรัฐมนตรีเดินทางให้ครบอีกทั้ง 6 ภาคโดยแบ่งเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ และกลุ่มพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคทิศตะวันออก (อีอีซี) และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ว่าจะละเว้น 1 เดือนเป็น ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นเดือนที่งานพิธีพระราชทานเพลิงศพศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช   ด้านสวนดุสิตโพล เผยความคิดเห็นว่าหากจะมีการจัด ครม.สัญจร หลังจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 59.63 อยากให้จัดที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และรองลงมา ร้อยละ 32.72 คือจ.เชียงใหม่ ร้อยละ 26.38 คือ จ.อุดรธานี   ขณะที่มองว่าจัด ครม.สัญจร ที่ จ.สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และมีนักการเมืองจากพรรคชาติไทยพัฒนา มาต้อนรับ และร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย พบว่า ร้อยละ 72.92 เห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ดี นายกฯ ได้ลงพื้นที่ ใกล้ชิดประชาชน  ร้อยละ 71.26 เป็นการกระตุ้นให้ข้าราชการในพื้นที่และผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งทำงาน ร้อยละ 64.62% เป็นการช่วยสร้างสีสัน บรรยากาศคึกคัก กระตุ้นเศรษฐกิจ ร้อยละ 56.64% เห็นว่าระยะเวลาการลงพื้นที่แต่ละจังหวัดน้อยเกินไป อยากให้เพิ่มมากขึ้น และ ร้อยละ 44.10% การจัด ครม. สัญจรแต่ละครั้ง อยากให้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า   เมื่อถามว่า นักการเมืองจากพรรคชาติไทย  พัฒนามาต้อนรับและร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการประชุม ครม.สัญจร ครั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 67.94 เห็นว่า ทิศทางการเมืองไทยต่อจากนี้ไปจะดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือที่ดี  ร้อยละ 65.45 เห็นว่า  แต่ละพรรคมีการเตรียมความพร้อมก่อนการเลือก และร้อยละ  59.14%  ระบุว่ายังมีความขัดแย้งเหมือนเดิม แก่งแย่งผลประโยชน์กัน   ส่วนสิ่งที่ได้รับจากการจัดครม.สัญจร ครั้งนี้ นั้นประชาชนร้อยละ 68.52 เห็นว่า ทำให้ประชาชนมีโอกาสพบปะพูดคุยกับนายกฯ อย่างใกล้ชิด ร้อยละ60.38 ได้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาล ได้รู้นโยบายแนวทางการทำงาน การแก้ไขปัญหา และร้อยละ 53.99 เป็นการประชาสัมพันธ์พื้นที่และแหล่งท่องเที่ยว ทำให้คนรู้จักมากขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K5KArxQcmcM

 7,350
การเมือง
24 ก.ย. 60

พล.ท.สรรเสริญ เผยนายกฯ กำชับทำคดี ตร.พา 'ยิ่งลักษณ์' หนีอย่างรอบคอบ แจงสังคมเข้าใจ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงดำเนินการกรณีควบคุมตัวนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการพร้อมรถยนต์ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลบหนีด้วยความรอบคอบ และชี้แจงให้สังคมรับทราบเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง   ส่วนจะเชื่อมโยงหรือขยายผลไปถึงอดีตนายตำรวจระดับสูงหรือบุคคลใดอีกหรือไม่ ต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจน รัฐบาลยืนยันความโปร่งใสและไม่เคยเกี่ยวข้องกับการหลบหนีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่และกระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งขอให้สังคมติดตามตรวจสอบไปพร้อมกันด้วย                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/tuVzUAZpRg0  

 6,941
การเมือง
18 ก.ย. 60

'สรรเสริญ' ย้ำชัดนายกฯจัดเลือกตั้งตามโรดแมป

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีนายกรัฐมนตรีระบุในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ว่า หากไม่ติดขัดปัญหาอะไรจะมีการจัดการเลือกตั้งภายในปี 2561 ว่า   ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามโรดแมปปกติทุกประการ ที่ผ่านมานายกฯไม่ได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่กล่าวว่าอะไรที่พูดไปแล้วก็ต้องเป็นไปตามปฏิทินนั้น ส่วนการติดขัดที่นายกฯระบุนั้นเช่นการเลือกตั้งจำเป็นต้องประกอบด้วยกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะติดขัดอะไรหรือไม่ หรือบ้านเมืองสงบเรียบร้อยหรือไม่ หากทุกอย่างราบรื่นก็ไม่มีปัญหาอะไร   พล.ท.สรรเสริญ กล่าวกรณีนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุนายกฯสามารถเดินตาม‘ป๋าเปรมโมเดล’ ในการบริหารงานได้ แต่ต้องเพิ่มความนิ่มนวลขึ้น 20-30 เปอรเซ็นต์ว่า นายพิชัย เป็นผู้ใหญ่ในแวดวงการเมือง ที่ผ่านมาคนไทยเคยบอกว่าแม้จิ้กจกทัก เขาก็ฟัง ฉะนั้นนายกฯที่เป็นคนฟังคนอื่นอยู่แล้ว   หากใครแนะนำอะไรที่ดีมา นายกฯฟังเสมอ ส่วนจะปฏิบัติได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับบุคลิกของแต่ละคน ซึ่งที่ผ่านมาเหตุการณ์บ้านเมืองมีวิวัฒนาการขึ้น ฉะนั้นการทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2557 จนมาถึงวันนี้ได้ แสดงว่าโมเดลที่นายกฯ ใช้อยู่มีความเหมาะสมแล้ว ส่วนจะเพิ่มเติมจากคำแนะนำของใครก็ถือเป็นเรื่องที่ดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iQxSqrxD118  

 3,941
เศรษฐกิจ
13 ก.ย. 60

เช็คก่อนจอง! 12 สายการบิน ถูก คสช. ใช้ ม.44 ลงดาบห้ามให้บริการระหว่างประเทศ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม. มีมติเห็นชอบ โดยใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ออกมาตรา 44 ให้อำนาจการบินพลเรือน สั่งห้ามบริษัท องค์กรที่ไม่ได้รับใบอนุญาตการเดินอากาศนั้น ให้ระงับการเดินอากาศตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 - 31 มกราคม 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับคำแนะนำ และการจะตรวจสอบมาตรฐานการบินของ ICAO ที่จะเดินทางมาตรวจ ในวันที่ 20 - 27 กันยายน นี้   ทั้งนี้ที่ผ่านมา ICAO ต้องการให้ไทยมีมาตรการที่เด็ดขาด ดังนั้นครั้งนี้ คสช. จึงเห็นชอบและมอบอำนาจให้สถาบันการบินพลเรือนไม่ให้บริษัท องค์กรที่ไม่ได้ใบประกอบการเดินอากาศจัดเที่ยวบินระหว่างประเทศ ซึ่งหลังจากนั้นเชื่อว่า หลังจากนั้นจะได้รับใบอนุญาตจากสถาบันการบินพลเรือนต่อไป   สำหรับสายการบินที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ 12 สายการบิน ได้แก่ 1.บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด 2. บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ จำกัด 3. บริษัท ไทยเวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อค จำกัด 4. บริษัท เค-ไมล์ แอร์ จำกัด 5. บริษัท เจ็ท เอเชีย แอร์เวย์ จำกัด 6. บริษัท เอซี เอวิเอชั่น จำกัด 7. บริษัท สยามแลนด์ ฟลายอิ้ง จำกัด 8. บริษัท เอเชีย แอทแลนติก แอร์ไลน์ จำกัด 9. บริษัท วีไอพี เจ็ทส์ จำกัด 10. บริษัท เอช เอส เอวิเอชั่น จำกัด 11. บริษัท แอ็ดวานซ์ เอวิเอชั่น จำกัด 12. บริษัท สกาย วิว แอร์เวย์ จำกัด   ด้านสายการบินที่ผ่านการตรวจสอบ Recertification และสามารถให้บริการได้ตามปกติขณะนี้ มีทั้งสิ้น 9 ราย ได้แก่   1. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) 3. บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด 4. บริษัท ไทย แอร์เอเชียเอ็กซ์ จำกัด 5. บริษัทสายการบินนกสกู๊ต จำกัด 6. บริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) 7. บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด 8. บริษัท ไทย ไลอ้อน เมนทารี จำกัด 9. บริษัท สบายดี แอร์เวย์ส จำกัด

 20,078
การเมือง
13 ก.ย. 60

ครม.เห็นชอบก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองใน 76 จังหวัด นายกฯย้ำวันหยุดราชการ 26 ต.ค.60 วันเดียวเท่านั้น

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม.เห็นชอบการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง ในงานพระราชถงายเพลิงพระบรมศพบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจัดสร้างพร้อมกันทั่วประเทศ รวม 85 แห่ง แบ่งเป็นอำเภอเมืองทั้ง 76 จังหวัด เขตปริมณฑล 9แห่ง เพื่อให้ประชาชนได้ถวายความจงรักภักดีและถวายดอกไม้จันทน์ ซึ่งต้องจัดสร้างแล้วเสร็จพร้อมกันในวันที่ 15 ตุลาคมนี้   ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณและวางแบบการก่อสร้างแล้ว ซึ่งตอนนี้มีความคืบหน้ามาก โดยจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จในวันที่ 15 ต.ค.นี้   ทั้งนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวินิจฉัยให้ดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ เนื่องจากทรงห่วงใยประชาชนจำนวนมากที่จะต้องเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ จึงทรงมีพระราชวินิจฉัยให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองที่พระลานพระราชวังดุสิตและใน 4 มุมเมืองของกรุงเทพฯ รวมถึงอีก 76 จังหวัด จังหวัดละ 1 แห่ง โดยให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองขนาดมาตรฐานเดียวกัน เพียงแต่วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้อาจมีความแตกต่างกันไปเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นห่วงเรื่องการใช้งบประมาณสำหรับการดำเนินการดังกล่าวด้วย   ส่วนกรณีที่ยังมีความสับสนเกี่ยวกับกำหนดการเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ต้องรอให้มีพระราชวินิจฉัยลงมา แต่ขณะนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ากราบสักการพระบรมศพฯไปได้ตลอด   เชื่อว่าในช่วงใกล้วันจะประกอบพระราชพิธีฯจะมีกำหนดเเวลาสำหรับการซักซ้อมและเตรียมการต่างๆ โดยเป็นขั้นตอนของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  สำหรับการประกาศวันหยุดราชการในช่วงงานพระราชพิธีดังกล่าวยังมีวันเดียว คือวันที่ 26 ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ยังไม่ได้พิจารณาการประกาศวันหยุดราชการเพิ่มเติม โดยต้องดูสถานการณ์ต่างๆด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JOtv-XS3-30    

 1,790
ข่าวพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
13 ก.ย. 60

ครม.เห็นชอบก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองใน 76 จังหวัด นายกฯย้ำวันหยุดราชการ 26 ต.ค.60 วันเดียวเท่านั้น

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม.เห็นชอบการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง ในงานพระราชถงายเพลิงพระบรมศพบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจัดสร้างพร้อมกันทั่วประเทศ รวม 85 แห่ง แบ่งเป็นอำเภอเมืองทั้ง 76 จังหวัด เขตปริมณฑล 9แห่ง เพื่อให้ประชาชนได้ถวายความจงรักภักดีและถวายดอกไม้จันทน์ ซึ่งต้องจัดสร้างแล้วเสร็จพร้อมกันในวันที่ 15 ตุลาคมนี้   ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณและวางแบบการก่อสร้างแล้ว ซึ่งตอนนี้มีความคืบหน้ามาก โดยจะก่อสร้างให้แล้วเสร็จในวันที่ 15 ต.ค.นี้   ทั้งนี้เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชวินิจฉัยให้ดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ เนื่องจากทรงห่วงใยประชาชนจำนวนมากที่จะต้องเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯ จึงทรงมีพระราชวินิจฉัยให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองที่พระลานพระราชวังดุสิตและใน 4 มุมเมืองของกรุงเทพฯ รวมถึงอีก 76 จังหวัด จังหวัดละ 1 แห่ง โดยให้จัดสร้างพระเมรุมาศจำลองขนาดมาตรฐานเดียวกัน เพียงแต่วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้อาจมีความแตกต่างกันไปเพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นห่วงเรื่องการใช้งบประมาณสำหรับการดำเนินการดังกล่าวด้วย   ส่วนกรณีที่ยังมีความสับสนเกี่ยวกับกำหนดการเปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ต้องรอให้มีพระราชวินิจฉัยลงมา แต่ขณะนี้ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ากราบสักการพระบรมศพฯไปได้ตลอด   เชื่อว่าในช่วงใกล้วันจะประกอบพระราชพิธีฯจะมีกำหนดเเวลาสำหรับการซักซ้อมและเตรียมการต่างๆ โดยเป็นขั้นตอนของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  สำหรับการประกาศวันหยุดราชการในช่วงงานพระราชพิธีดังกล่าวยังมีวันเดียว คือวันที่ 26 ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ยังไม่ได้พิจารณาการประกาศวันหยุดราชการเพิ่มเติม โดยต้องดูสถานการณ์ต่างๆด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JOtv-XS3-30    

 1,790
การเมือง
11 ก.ย. 60

'บิ๊กตู่' ลุ้นทุกยก! ยินดี 'ศรีสะเกษ' โค่น 'โรมัน' ป้องกันแชมป์โลก

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีกับ 'เจ้าแหลม' ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่สามารถป้องกันเข็มขัดแชมป์โลกจากการแข่งขันมวยสากลชิงแชมป์โลก รุ่นซุปเปอร์ฟลายเวตของสภามวยโลก หรือดับเบิลยูบีซี (WBC) ที่สหรัฐอเมริกา ไว้ได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะน็อคโรมัน กอนซาเลซ คู่แข่งจากนิการากัว ไปได้ในยกที่ 4   "นายกฯ ชื่นชมการได้รับชัยชนะของเจ้าแหลมที่ทำให้คนไทยมีความสุข ทั้งในระหว่างการติดตามลุ้นในแต่ละยก จนกระทั่งจบการแข่งขัน รวมทั้งยังเป็นการช่วยสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศ โดยได้ฝากข้อคิดแก่นักกีฬาและประชาชนทั่วไปด้วยว่า สิ่งสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเจ้าแหลมและอีกหลายๆ คนนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ หากแต่เกิดจากการเรียนรู้ ฝึกฝน พัฒนาฝีมือด้วยความอุตสาหะ และรู้จักนำจุดอ่อนไปปรับปรุงแก้ไขอย่างสม่ำเสมอ จึงสมควรที่ทุกคนจะนำไปเป็นแบบอย่าง เพื่อปรับใช้ในการแข่งขันกีฬาและการดำเนินชีวิต" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pEZw5AVwhOQ    

 31,073

Top