ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระบี่"

ข่าวภูมิภาค
04 มิ.ย. 62

ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี ‘บังฟัต’ ฆ่ายกครัว 8 ศพ ไป 9 ก.ค. นี้

จากกรณีที่ วันนี้ (4 มิ.ย.62) ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้นัดอ่านคำพิพากษา นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล พร้อมพวกรวม 8 คน ที่ร่วมกันฆ่า นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก พร้อมครอบครัวและญาติๆ รวม 8 ศพ ภายในบ้านพักของนายวรยุทธ เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 โดยศาลชั้นต้นได้ตัดสินประหารชีวิต จำเลยที่ 1-6 ส่วนจำเลยที่ 7 จำคุก 1 ปี 9 เดือน และจำเลยที่ 8 จำคุก 12 เดือน ตามที่ได้เสนอนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุด เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 คดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ในวันนี้ ศาลได้นัดจำเลยที่ 7 และ 8 รวมถึงโจทก์ 8 คน ปรากฏว่า จำเลยที่ 7 คือนายนายธวัฒชัย บุญคง ลูกน้องของบังฟัตไม่ได้เดินทางมาศาล จึงได้เลื่อนนัดอ่านในวันที่ 9 กรกฏาคม 2562 เวลา 09.00 น.    โดยนายยูโซบ พริกดำ พ่อของนายสุทธิ์พงศ์ พริกดำ ที่เป็นคู่เขยกับผู้ใหญ่ และถูกยิงเสียชีวิต เผยว่า ศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 9 ก.ค.62 แทน   ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางศาลได้ติดต่อไปยังจำเลยที่ 7 ซึ่งไม่ได้เดินทางมาศาลในวันนี้ โดยจำเลยให้เหตุผลว่า ไม่ได้รับหมาย เนื่องจากย้ายที่อยู่ จาก จ.ภูเก็ต ไปอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  

 1,716
สังคม-อาชญากรรม
04 มิ.ย. 62

ศาลอุทธรณ์นัดตัดสิน 'บังฟัต' ฆ่ายกครัว 8 ศพ ญาติหวังยืนโทษประหาร-หวั่นบ้านถูกยึด

คืบหน้าคดีฆ่ายกครัวสะเทือนขวัญ นายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี หรือผู้ใหญ่บัติ อดีตผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัวรวม 8 ศพ เมื่อวันที่ 10 ก.ค.60 โดยมีนายซูริคฟิต หรือ บังฟัต บ้านนพวงศ์สกุล อายุ 41 ปี เป็นคนก่อเหตุและบงการพร้อมกับพวกรวม 7 คน   โดยบังฟัตสารภาพว่าปมเหตุมาจากเรื่องขัดแย้งที่ดิน ที่มีการนำที่ดินของนายจรีย์ บุตรเติบ อายุ 58 ปี พ่อตาผู้ใหญ่บัติ ไปจำนองกับบังฟัต ต่อมาทางผู้ใหญ่บัติก็ได้นำเงินไปไถ่ถอนกับบังฟัต แต่กลับพบว่าถูกบังฟัตนำไปจำนองต่อธนาคารแล้ว จนมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น โดยศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตบังฟัตพร้อมพวก   ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 นัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ ในวันที่ 4 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ที่ศาลจังหวัดกระบี่ หลังทนายความยื่นอุทธรณ์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้จำเลยทั้ง 8 คน ถูกคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตบังฟัตและจำเลยรวม 6 คน ส่วนจำเลยอีก 2 คน คือ นางชลิดา สังข์โชติ ภรรยาบังฟัต รับโทษจำคุก 12 เดือน และนายธวัชชัย บุญคง จำคุก 1 ปี 9 เดือน ล่าสุดได้พ้นโทษออกมาแล้ว   ขณะที่นายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาผู้ใหญ่บัติ กล่าวว่า คนในครอบครัวตั้งใจเดินทางไปร่วมฟังคำพิพากษา และมีความเชื่อมั่นในกระบวนยุติธรรมว่าศาลอุทธรณ์จะพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 6 คน เนื่องจากเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม และเพิ่มโทษจำเลยอีก 2 คนที่พ้นโทษไปแล้ว เพราะเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นกับเหตุฆาตกรรมดังกล่าว   ส่วนนายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความของบังฟัต เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 นัดให้ทนายและจำเลยไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ในวันที่ 4 มิ.ย. เวลา 09.00 น. หลังได้ยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยจำเลย 2 รายหลังจะมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดกระบี่ ส่วนบังฟัตและพวก 6 คน ที่อยู่ในเรือนจำนครศรีธรรมราชขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะนำตัวมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดกระบี่หรือไม่   ก่อนหน้านี้ที่บ้านเลขที่ 14/3 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นบ้านผู้ใหญ่บ้านบัติที่ถูกฆ่ายกครัว พบว่าได้มีหนังสือประกาศจากสำนักงานบังคับคดีติดที่หน้าบ้าน โดยระบุว่าประกาศยึดทรัพย์ขายทอดตลาด สร้างความกังวลใจแก่บรรดาญาติของผู้ใหญ่บัติเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ดินพร้อมบ้านหลังดังกล่าว บังฟัตเป็นผู้นำไปจำนองไว้กับธนาคารไว้ก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้ชำระหนี้   โดยนายจรีย์ บุตรเติม พ่อตาผู้ใหญ่บัติ กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวมีความกังวลมาก เพราะที่ดินที่ถูกประกาศยึดทรัพย์นั้นมี 2 แปลง เป็นที่บ้านของผู้ใหญ่บัติ 1 แปลง และที่บ้านของตนอีก 1 แปลง แต่ขณะนี้สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกระบี่ได้ติดประกาศยึดทรัพย์ และเตรียมประกาศขายทอดตลาด ทำให้รู้สึกเป็นกังวลมาก เพราะหากมีการนำที่ดินไปขายทอดตลาด ตนและครอบครัว รวมถึงลูกของผู้ใหญ่บัติ เพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจะกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ทันที   ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้หลายหน่วยงานได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีผลอะไร เพราะธนาคารถือว่าที่ดินของตนเป็นชื่อของบังฟัตไปแล้ว เบื้องต้นทนายความได้ร้องขัดทรัพย์ต่อศาลจังหวัดกระบี่ และศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ แต่เนื่องจากตรงกับวันหยุดราชการ จึงขอเลื่อนไปเดือนก.ค.นี้

 2,790
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 62

วงจรปิดจับภาพ สาวแอบฉกกระเป๋า วางขายหน้าร้านหน้าตาเฉย

กระบี่-มีคนร้ายก่อเหตุขโมยกระเป๋าสตางค์ ภายในร้านค้าหน้าห้างโลตัสในพื้นที่ตำบลกระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ จึงเดินทางเข้าตรวจสอบพบ นางสราญ พลอยแดง อายุ 34 ปี เจ้าของร้านขายกระเป๋าผู้เสียหาย นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน ออกมาแฉนาที หญิงวัย 40-45 ปี ก่อเหตุฉกกระเป๋าสตางค์หนังสีน้ำตาล มูลค่า 990 บาท ที่วางขายอยู่หน้าร้านแล้วเดินออกไปอย่างหน้าตาเฉย   จากภาพจะเห็นคนร้ายเป็นผู้หญิงแต่งตัวดี มีผ้าคลุมศีรษะสีเทา นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน สวมเสื้อนอกแขนยาวสีฟ้า สูงประมาณ 165 ซม. เข้ามาทำทียืนเลือกสินค้าภายในร้าน ก่อนอาศัยจังหวะเจ้าของร้านเผลอ หยิบกระเป๋าสตางค์หนังสีน้ำตาล ที่วางโชว์อยู่หน้าร้าน หลังจากนั้นก็ซุกไว้ในเสื้อด้านใน แล้วเดินออกไปอย่างใจเย็น ไม่สนใจแม้จะมีกล้องจับภาพไว้ได้   หลังเกิดเหตุผู้เสียหายประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ และนำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความล่าตัวหญิงคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pfQULtTDgSc

 2,061
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ค. 62

สลดใจ พบทารกเพศชายแรกคลอด ทิ้งในเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเมืองกระบี่

กระบี่-ชาวบ้านแจ้งพบมีคนนำทารกมาทิ้งไว้ในเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญหน้าบ้าน ทางเข้าวัดถ้ำเสือวิปัสสนา ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่   จากการตรวจสอบที่เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญจำนวน 4 เครื่อง พบทารกเพศชายแรกคลอด อายุประมาณ 5 วัน มีสายสะดือติดอยู่ที่ท้องเด็ก ถูกนำมาทิ้งไว้ ในถังซักเครื่องซักผ้าเครื่องที่ 3 มีผ้าขนหนูห่อตัวเด็กไว้ และขวดนมอยู่ในถังด้วย โดยเด็กทารกมีสภาพร่างกายแข็งแรงดี เจ้าหน้าที่จึงนำออกมาจากถังจากนั้น ได้นำตัวเด็กทารกส่งโรงพยาบาลกระบี่   นางแสงเดือน ขาวเรือง เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ได้ปิดร้านไปทำธุระต่างจังหวัดตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา กลับมาถึงบ้านช่วงใกล้ค่ำได้ยินเสียงเด็กร้อง แต่คิดว่าเป็นลูกของเพื่อนบ้าน จนกระทั่งช่วงค่ำได้ยินเสียงร้องดังต่อเนื่องจึงตามหาตามเสียง ก็พบเด็กทารก ร้องให้อยู่ในเครื่องซักผ้า จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ   ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสผู้ที่นำเด็กทางรกมาทิ้งไว้ โดยเบื้องต้นคาดว่าแม่คงเป็นวัยรุ่นที่พลาดจนท้องและคลอดออกมาด้วยตัวเอง เพราะสายสะดือยังไม่ได้ตัด แต่ไม่สามารถเลี้ยงได้ จึงนำมาไว้ในเครื่องซักผ้าดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-awwMTDiJZ0

 5,352
ข่าวภูมิภาค
30 เม.ย. 62

ช่างเหล็กเครียดหนี้ค่าหวยหุ้น ผูกคอตายกับต้นยางเสียชีวิต

กระบี่-พบเหตุคนผูกคอเสียชีวิตใน อ.ลำทับ โดยผูกคอกับต้นยาง สูงจากพื้นดิน ประมาณ 2.50 เมตร บริเวณใต้ต้นยางพบซองบุหรี่ 1 ซอง ไฟฉาย 1อัน และ ผ้าขาวม้า 1 ผืน โดยผู้ตาย ใช้เชือกสีแดงผูกคอ ทราบชื่อผู้ตายต่อมา คือนายโชคดี ปานชู อายุ 50 ปี   จากการบอกเล่าของญาติทราบว่า นายโชคดี เป็นช่างเหล็กฝีมือดีคนหนึ่งภายในหมู่บ้าน แต่ช่วงหลังได้ไปเล่นหวยหุ้น และเป็นหนี้สินจำนวนมาก จึงได้ขายสวนยางพารา ซึ่งเป็นแปลงที่ผูกคออยู่หลังบ้าน แต่ก็หนี้สินยังไม่หมด ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้โทรศัพท์ไปยืมเงินของญาติ คนหนึ่งที่อยู่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช แต่ไม่ได้   จึงคาดว่าผู้คงจะเครียด เรื่องหนี้สินจากการซื้อหวยหุ้นที่ผู้ตายติดค้างอยู่ จึงผูกคอตายในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนญาติๆ เพื่อหาสาเหตุการผูกคอครั้งนี้ต่อไป ก่อนมอบศพให้ญาตินำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kBK8A21T-3Y

 6,004
ข่าวภูมิภาค
13 เม.ย. 62

พบซากทารกถูกทิ้งในถังขยะห้องน้ำห้างเมืองกระบี่ แม่บ้านเล่าเห็นครั้งแรก 'เด็กยังดิ้นอยู่'

กระบี่ - เกิดเหตุแม่ทิ้งลูกไว้ในถังขยะห้าง ที่จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว ตั้งปมสงสัยคลอดที่ห้องน้ำ หรือคลอดแล้วเอาใส่ถุงมาทิ้งในห้องน้ำ   โดยคนที่พบคือ น.ส.ราตรี เพ็ญรัตน์ อายุ 42 ปี แม่บ้านของห้าง ผู้มาพบทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเข้ามาทำความสะอาดห้องน้ำตามปกติ โดนมาทำความสะอาดเป็นครั้งที่ 2 ของวัน ก็มาพบกับซากทารกดังกล่าวอยู่ในถังขยะ โดยตอนที่เจอยังดิ้นอยู่ แต่ต่อมาก็เสียชีวิต          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Ievq2XcZjk4

 2,128
ข่าวภูมิภาค
10 เม.ย. 62

สาวพกเหรียญหลวงปู่ทวด ขับเก๋งชนรถแบ็คโฮอย่างจัง แต่เจ็บแค่เล็กน้อย

กระบี่-คลิปวินาทีรถยนต์คันหนึ่ง ได้ขับจาก อ.เมืองกระบี่ มุ่งหน้า อ.เหนือคลอง แต่ปรากฏว่าหลังขับไปได้ประมาณ 300 เมตร ก็ไปชนกับรถแบ็คโฮ ที่อยู่บนรถบรรทุกจอดอยู่ข้างทางของนายมะโน เครือแก้ว กำนันตำบลกระบี่น้อย จนรถพังยับเยิน ซึ่งปรากฏว่า หญิงสาวคนขับ 29 ปี ได้รับบาดเจ็บแค่เล็กน้อยเท่านั้น   หลังจากนั้นก็มีการสอบถาม ซึ่งหญิงสาวรายดังกล่าวบอกว่า เพราะพกเหรียญหลวงปู่ปวด ปี 2508 พิมพ์เม็ดแตง ที่ติดตัว จึงทำให้รอดชีวิตในครั้งนี้ แม้รถจะพังเสียหายอย่างหนัก           ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MryujfJHNK4

 16,419
ข่าวภูมิภาค
10 เม.ย. 62

ล่าแฟนหนุ่มหึงโหด ชักกรรไกรขู่ฆ่า-ฉุดสาวแฟนเก่า กลางปั๊มน้ำมันกระบี่

กระบี่-เกิดเหตุคนถูกลักพาตัว ภายในปั๊มน้ำมัน หน้าห้างบิ๊กซีกระบี่ ทราบชื่อคือน.ส.ศรีสุดา ดวงเพชร อายุ 26 ปี ซึ่งผู้ที่ลักพาไปบอกว่าอีกไม่นานจะพามาส่ง แต่รอนานกว่า 2 ชม.ก็ยังไม่มาส่งแต่อย่างใด   จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายรายนี้ ไม่ใช่ใคร เป็นแฟนของนางสาวศรีสุดา ทราบชื่อคือนายไกรรงค์ เรงจำรัส อายุ 25 ปี บ้านอยู่ ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ เมื่อได้ลองโทรไปที่เบอร์ของ น.ส.ศรีสุดา มีผู้ชายรับสายแล้ววางหูไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า น.ส.ศรีสุดา ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกระบี่เมื่อวันที่ 1 เมษายน 62 เนื่องจากนายไกรรงค์ ได้เข้ามาที่ปั๊มแล้วใช้กรรไกรจี้บังคับข่มขู่ว่าจะฆ่าให้ตายหากไม่กลับมาคืนดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F75HIGp3St8  

 1,012
ข่าวภูมิภาค
22 มี.ค. 62

เจ้าของค่ายมวยกระบี่ ควงมีดขู่ฆ่าตัวตาย หลังนัดผู้สมัคร ส.ส.ยืมเงิน 3 แสน เคลียร์หนี้ สุดท้ายโดนเบี้ยวอีก

กระบี่-เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เมื่อนายอรุณ ธรรมดี อายุ 62 ปี ชาวจังหวัดสงขลา เจ้าของค่ายมวยในตำบลทับปริก อ.เมืองกระบี่ ได้เดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมชักมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุตกว่า ออกมาและบอกว่าจะฆ่าตัวตาย   หากคู่กรณี ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 กระบี่ พรรคการเมืองชื่อดังรายหนึ่ง ไม่ยอมจ่ายหนี้ให้จำนวน 3 แสนบาท ซึ่งเมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มาติดต่อที่ศูนย์ดำรงธรรมแล้วแต่ไม่สามารถติดต่อคู่กรณีได้ พร้อมกับเรียกร้องให้ทางเจ้าหน้าที่ เรียกคู่กรณีมาเจรจา สร้างความตื่นตระหนกแก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ต่างก็วิ่งหนีออกจากห้องกระเจิง   จนท.ต้องช่วยกันเกลี้ยกล่อมอยู่นานประมาณ 40 นาที นายอรุณ ก็มีท่าทีสงบลง และยอมส่งมีดให้เจ้าหน้าที่ เมื่อเจ้าหน้าที่รับว่าจะพาไปช่วยเจรจากับคู่กรณีให้ ท่ามกลางความโล่งอกของเจ้าหน้าที่   นายอรุณบอกว่า ตนมีอาชีพค้าขาย และเป็นเจ้าของค่ายมวย ใน ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้เดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ว่าขอให้ประสานกับ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.กระบี่ พรรคการเมืองชื่อดังพรรคหนึ่ง มาเจรจาพูดคุยตกลงเรื่องหนี้สินที่ยืมไป เป็นเงินจำนวน 3 แสนบาท หลังจากที่เคยฟ้องร้องเป็นคดีและศาลสั่งให้ผู้สมัครคนดังกล่าว คืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยแล้ว   แต่กลับทำนิ่งเฉย ไม่ยอมจ่ายคืนให้ ทำให้รู้สึกร้อนใจและเป็นกังวลมาก เนื่องจากตัวเองก็ไปยืมเงินเพื่อนบ้านมาอีกทอดหนึ่ง โดยทุกวันนี้ก็ยังจ่ายคืนให้ไม่หมด พร้อมกับนำหลักฐานวันจ่ายคืนให้เจ้าหน้าที่ดูด้วย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง ผู้สมัครรายนี้ ก็ได้รับคำตอบว่าหลังเสร็จจากเลือกตั้ง ส.ส.ก็จะเข้ามาพูดคุยด้วย ตอนนี้ไม่ว่าง หลังจากนั้นก็วางสายไป และไม่สามารถติดต่อได้อีก   ทำให้ตนเกิดความน้อยใจ และกลับไป พร้อมกับขู่ว่า จะฆ่าตัวตายโดยการปีนเสาไฟกระโดดฆ่าตัวตาย เพราะไม่มีทางออกแล้ว แต่หลังจากเดินทางกลับผู้สมัครรายดังกล่าว ก็ได้ติดต่อมาอีกครั้ง ว่าจะนัดเจอ ที่ศูนย์ดำรงธรรม แต่เมื่อมาถึงกับไม่มาตามนัดและติดต่อไม่ได้ ทำให้ตนเกิดความโมโห และตั้งใจจะฆ่าตัวตายจริง   จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายอรุณ ธรรมดี ไปบ้านพักและบ้านภรรยาและบ้านญาติของผู้สมัครรายดังกล่าว จึงเดินทางไปพบ ผอ.กกต.กระบี่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอสถานที่อยู่จริง เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ของผู้สมัครรายนี้ และเบอร์ของพรรคการเมืองที่สังกัด เพื่อจะได้ติดตามตัวมาเจราจาให้มีการชดใช้เงินที่ยืมไปให้กับนายอรุณต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pkZhY4Zylyk

 1,385
ข่าวภูมิภาค
15 มี.ค. 62

จับได้แล้ว 1 โจรขโมยกระเป๋า ทำร้าย นทท.พลเมืองดีบนเกาะพีพี

กระบี่-จากกรณี นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โพสต์เรื่องราวขณะที่เดินทางมาเที่ยวเกาะพีพี จ.กระบี่ ได้เป็นพลเมืองดีช่วยวิ่งตามโจรที่ขโมยกระเป๋าของหญิงบนชายหาด ต่อมามีมิจฉาชีพพร้อมพวกเข้ามารุมทำร้ายจนบาดเจ็บ และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ทั้งนี้ ตนฝากเตือนภัยนักท่องเที่ยวเรื่องของทรัพย์สินอีกด้วย   โดยโพสต์ข้อความระบุว่า “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเขานั้นได้วิ่งตามมิจฉาชีพที่ขโมยกระเป๋าเงินของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งวางไว้ที่ชายหาด โดยเมื่อประชิดตัวโจรก็ได้ทิ้งกระเป๋าไว้ที่กองขยะแล้วหลบหนีไป แต่ต่อมาโจรรายดังกล่าวได้พาพวกมาอีก 3 คน ถือท่อนไม้ และไม้พาย เข้ามาทุบทำร้ายเขาราว 15 ครั้ง โดยเขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ แขน และ ขา และเลือดไหลไปทั่วตัว   ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโฮสเทลพื้นที่อ่าวนางเพื่อติดตาม นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายนี้ ซึ่งพบว่าได้เข้ามาพักตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมาและออกช่วงเช้าของวันนี้ เพื่อเดินทางไปเกาะพะงัน จ.สุราษฏร์ธานี และจากการตรวจสอบพบว่า นักท่องเที่ยวชาวสหรัฐอเมริการายนี้ได้รักษาอาการบาดเจ็บที่เกาะพีพีจริง หลังจากนี้จะทำการติดตามเพื่อสอบสวนเร่งหาข้อเท็จจริงต่อไป   ด้านตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ กล่าวว่า ได้ทำการตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว พบว่า นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายนี้ ได้ไปที่เกาะพีพี และวันเกิดเหตุได้ไปเที่ยวบาร์ริมหาด จากนั้นได้เดินทางมา สภ.เกาะพีพี ในสภาพเมา พูดคุยไม่รู้เรื่อง แจ้งต่อ ตร.สภ.เกาะพีพี ว่า จะขอแจ้งความถูกทำร้าย แต่ ตร.บอกว่า ให้กลับไปทำแผลที่คลินิกก่อน และนัดหมาย 10 โมงเช้ารุ่งขึ้น แต่ปรากฏว่า นทท.ไม่ได้เดินทางมาแจ้งความใดๆ จนกระทั่งมีการโพสต์และเป็นข่าวดังกล่าว   ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่คลินิกในเกาะพีพีแล้วพบว่า ได้เย็บแผล 3 เข็มที่ศีรษะ และมีบาดแผลถูกตีที่หลัง ซึ่งพร้อมที่จะช่วยเหลืออยู่แล้ว และได้รายงานให้ทางสถานทูตอเมริกาทราบแล้วว่าเรื่องเป็นอย่างไร ซึ่งล่าสุด ตร.สามารถจับกุมชายต้องสงสัยทำร้ายนักท่องเที่ยวพลเมืองดีนี้แล้ว 1 ราย เหลืออีก 2 รายอยู่ระหว่างจับกุม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BaIiU-Ozzjk

 2,078
การเมือง
22 ก.พ. 62

'บิ๊กตู่' ยกเหตุเครื่องบินขัดข้อง เลยจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์กองทัพ น้อยใจคนแช่ง เกลียดอะไรผมขนาดนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่   เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ด้วยเครื่องบิน C-130 เลขที่ 60109 ของกองทัพอากาศ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี   แต่หลังเครื่องขึ้นบินไปได้ 45 นาที ได้เกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้น เมื่อใบพัดที่ 4 ของเครื่องเกิดขัดข้อง นักบินจึงตัดสินใจนำเครื่องบินกลับกองบิน 6 ทันที โดยผู้ช่วยนักบินได้แจ้งให้ทีมงานนายกฯทราบและเปลี่ยนมาใช้เครื่องบิน CN 295 เลขเครื่อง 16150 กองทัพบกแทน ใช้เวลาเปลี่ยนเครื่อง 1 ชั่วโมง 30 นาที   ซึ่งจากความล่าช้าที่เกิดขึ้น ทำให้นายกฯและคณะต้องรับประทานข้าวกล่องบนรถ มีเมนูผักเหลียงผัดไข่และกุ้งผัดสะตอ พร้อมกับโบกมือและกล่าวทักทายประชาชนข้างทางที่รถตู้แล่นผ่าน โดยนายกฯได้กล่าวกับประชาชนว่า “สวัสดี” และ “โชคดี”   ในระหว่างลงพื้นที่นายกฯ จับมือทักทายพร้อมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยู ทักทายชาวบ้าน พร้อมกล่าวขอโทษที่มาถึงช้า แต่ไม่มีอะไรมาสกัดกั้นได้ ชี้จะได้รู้ความจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์กองทัพเพราะอะไร ไม่ใช่ตนนั่งคนเดียว วันหน้าเครื่องบินลำเดียวกันนี้ ต้องขนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมร่ายยาวหน้าที่รับผิดชอบของทหารที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติ   นอกจากนี้ยังบอกว่า ตนภูมิใจในความเป็นทหารของผม เพราะไม่ได้ทุจริตคดโกงใครเขามา ผมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย คนที่เป็นทหารผ่านการสู้รบผ่านศึกสงครามมาแล้วทั้งนั้น ใครไม่เป็นไม่รู้ ไอ้คน ที่พูดวันนี้ไม่เคยเป็นทหารสักคนเลย ลูกหลานของเราทั้งนั้น แต่ยังไงวันนี้ต้องมา หลายคนบอกนายกฯลางไม่ดี กลับบ้านดีกว่าไม่ต้องมาอีกแล้ว บางคนแช่ง ให้ตกๆไปเลย อะไรว่ะนั้น แค่จะมาเยี่ยมประชาชนยังแช่งผมเลย มันเกลียดชังอะไรผมขนาดนี้   การเลือกตั้งต้องสงบเรียบร้อยเพราะจะมีงานพระราชพิธีใช่หรือไม่ เขารอดูว่าหลัง การเลือกตั้งจะสงบเรียบร้อยหรือไม่ ใครสัญญาว่า จะให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยขอให้ยกมือ แผ่นดินนี้ ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครทำอะไรได้   การเลือกตั้งต้องได้นายกฯที่มีคุณธรรมไม่โกง ใครที่ทำให้คนไทยแตกแยก ทำให้ความรักความสามัคคีแตกสลาย เพื่อให้ตัวเองเข้ามามีอำนาจถือว่าใช้ไม่ได้ วันนี้ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาเพราะคิดถึง และไปทุกที่ ยิ่งด่ายิ่งไป เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย มาพูดเรื่องการบ้าน ไม่ได้พูดการเมือง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7HBYhFXaKkY

 19,648
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
22 ก.พ. 62

'บิ๊กตู่' ยกเหตุเครื่องบินขัดข้อง เลยจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์กองทัพ น้อยใจคนแช่ง เกลียดอะไรผมขนาดนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่   เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ด้วยเครื่องบิน C-130 เลขที่ 60109 ของกองทัพอากาศ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติสมุย ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี   แต่หลังเครื่องขึ้นบินไปได้ 45 นาที ได้เกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้น เมื่อใบพัดที่ 4 ของเครื่องเกิดขัดข้อง นักบินจึงตัดสินใจนำเครื่องบินกลับกองบิน 6 ทันที โดยผู้ช่วยนักบินได้แจ้งให้ทีมงานนายกฯทราบและเปลี่ยนมาใช้เครื่องบิน CN 295 เลขเครื่อง 16150 กองทัพบกแทน ใช้เวลาเปลี่ยนเครื่อง 1 ชั่วโมง 30 นาที   ซึ่งจากความล่าช้าที่เกิดขึ้น ทำให้นายกฯและคณะต้องรับประทานข้าวกล่องบนรถ มีเมนูผักเหลียงผัดไข่และกุ้งผัดสะตอ พร้อมกับโบกมือและกล่าวทักทายประชาชนข้างทางที่รถตู้แล่นผ่าน โดยนายกฯได้กล่าวกับประชาชนว่า “สวัสดี” และ “โชคดี”   ในระหว่างลงพื้นที่นายกฯ จับมือทักทายพร้อมทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยู ทักทายชาวบ้าน พร้อมกล่าวขอโทษที่มาถึงช้า แต่ไม่มีอะไรมาสกัดกั้นได้ ชี้จะได้รู้ความจำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์กองทัพเพราะอะไร ไม่ใช่ตนนั่งคนเดียว วันหน้าเครื่องบินลำเดียวกันนี้ ต้องขนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมร่ายยาวหน้าที่รับผิดชอบของทหารที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติ   นอกจากนี้ยังบอกว่า ตนภูมิใจในความเป็นทหารของผม เพราะไม่ได้ทุจริตคดโกงใครเขามา ผมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย คนที่เป็นทหารผ่านการสู้รบผ่านศึกสงครามมาแล้วทั้งนั้น ใครไม่เป็นไม่รู้ ไอ้คน ที่พูดวันนี้ไม่เคยเป็นทหารสักคนเลย ลูกหลานของเราทั้งนั้น แต่ยังไงวันนี้ต้องมา หลายคนบอกนายกฯลางไม่ดี กลับบ้านดีกว่าไม่ต้องมาอีกแล้ว บางคนแช่ง ให้ตกๆไปเลย อะไรว่ะนั้น แค่จะมาเยี่ยมประชาชนยังแช่งผมเลย มันเกลียดชังอะไรผมขนาดนี้   การเลือกตั้งต้องสงบเรียบร้อยเพราะจะมีงานพระราชพิธีใช่หรือไม่ เขารอดูว่าหลัง การเลือกตั้งจะสงบเรียบร้อยหรือไม่ ใครสัญญาว่า จะให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยขอให้ยกมือ แผ่นดินนี้ ศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีใครทำอะไรได้   การเลือกตั้งต้องได้นายกฯที่มีคุณธรรมไม่โกง ใครที่ทำให้คนไทยแตกแยก ทำให้ความรักความสามัคคีแตกสลาย เพื่อให้ตัวเองเข้ามามีอำนาจถือว่าใช้ไม่ได้ วันนี้ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาเพราะคิดถึง และไปทุกที่ ยิ่งด่ายิ่งไป เพราะไม่ได้ทำผิดกฎหมาย มาพูดเรื่องการบ้าน ไม่ได้พูดการเมือง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7HBYhFXaKkY

 19,648
ข่าวภูมิภาค
22 ก.พ. 62

ฝูงหมาจรจัดอ่าวนาง รุมกัด ด.ช.ฟินแลนด์ เจ็บสาหัส ปศุสัตว์ลงยิงยาสลบกวาดล้าง

กระบี่-ฝูงสุนัขจรจัดรุมกัดเด็กชายชาวฟินแลนด์วัย 5 ขวบ นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนกับครอบครัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่หาดอ่าวนาง อ.เมืองกระบี่   ต่อมาทางเจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์จ.กระบี่ ได้นำปืนยิงยาสลบไปยิงสุนัขจรจัดที่หน้าหาดอ่าวนาง โดยมีเป้าหมายเป็นสุนัขทั้งหมด เพื่อนำมากักไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์จ.กระบี่ ซึ่งการดำเนินการพบว่าเป็นไปด้วยความลำบาก เนื่องจากสุนัขมักวิ่งหนี จนท. ก่อนนำไปทำการตรวจหาเชื้อว่ามีการติดเชื้อพิษสุนัขบ้าบ้างหรือไม่ จากนั้นก็จะย้ายไปอยู่ในที่เลี้ยงสุนัขอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้มีสุนัขตามชายหาดต่อไป   ด้านแพทย์ระบุอาการของเด็กนั้น แรกรับถือว่าสาหัสเพราะมีรอยกัดหลายแห่งโดยเฉพะที่ลำคอ ซึ่งได้ล้างแผลเย็บให้ จากนั้นได้ให้วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เชื้อแบคทีเรีย และบาดทะยัก ซึ่งได้ดำเนินการให้ทั้งหมด ขณะนี้ก็รอดูอาการต่อไป   ส่วนค่าใช้จ่ายทางโรงพยาบาลได้ประสานกับ SOS International Assistance บริษัทประกันของประเทศฟินแลนด์ ซึ่งทางครอบครัวได้ซื้อประกันดังกล่าวก่อนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตั้งแต่การรักษา ตลอดจนกรณีหากต้องเปลี่ยนตั๋วการเดินทาง            เบื้องต้นผู้ปกครองของเด็กชายชาวฟินแลนด์แจ้งว่า หากอาการทุเลาและสามารถเดินทางได้ ก็จะเปลี่ยนไฟลท์เดินทางกลับประเทศเร็วขึ้น จากกำหนดการเดิมซึ่งจะเดินทางกลับวันที่ 6 มีนาคมนี้   อย่างไรก็ตามศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว กองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีเงินกองทุนที่สามารถช่วยดูแลนักท่องเที่ยวกรณีเกิดอุบัติเหตุ ตลอดจนการเดินทางตามจริง วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย กรณีประกันการเดินทางของนักท่องเที่ยวไม่ครอบคลุม   ขณะเดียวกันพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาที่ จ.กระบี่ในช่วงที่เกิดเหตุพอดี ได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจ เด็กชายชาวฟินแลนด์ ที่ถูกฝูงสุนัขรุมกัดที่โรงพยาบาลด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_KWOCRmRYh8

 2,848
ข่าวภูมิภาค
19 ก.พ. 62

เร่งช่วย ‘โลมาริซโซ’ เกยตื้นอ่าวไร่เลย์ พบมีบาดแผลที่โหนกหัว

วันที่ 19 กพ.62 นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ เปิดเผยว่า วันนี้ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้นำโลมาริสโซ ขนาดยาวประมาณ 1.5 เมตร นำส่งศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ที่ จ.ภูเก็ต เพื่อทำการรักษาฟื้นฟู หลังจากเมื่อวันที่ 17 กพ.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารอ่าวไร่เลย์ ได้พบโลมาตัวดังกล่าวมาเกยตื้นอยู่ที่ชายหาดอ่าวไร่เลย์ฝั่งตะวันออก จึงร่วมกับทางชาวบ้านจิตอาสาทำการช่วยเหลือ   นายวรพจน์ กล่าวอีกว่า หลังพบมาเกยตื้นอยู่นั้น ก็ได้ตรวจสอบพบว่าที่หัวบริเวณโหนกด้านซ้ายมีบาดแผลยาวคล้ายกับถูกของมีคม ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกใบจักรเรือฟันเข้าขณะว่ายน้ำ หลังจากนั้นจึงได้นำมาพักฟื้นไว้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจ.กระบี่ ที่ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายไปยัง จ.ภูเก็ตเพื่อทำการฟื้นฟูต่อไปแล้ว สำหรับโลมาริสโซ ถือเป็นโลมาที่หาดูยากอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวได้ถึง 4 เมตร  

 1,190
ข่าวภูมิภาค
11 ก.พ. 62

ศิลปินเชียงรายเยือนกระบี่ สร้างสรรค์ผลงานสตรีทอาร์ต สานสัมพันธ์มิตรภาพ 2 เมืองศิลปะ

ศิลปินเชียงรายจำนวนกว่า 40 คน นำโดย นายสุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ จังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่เยี่ยมชมผลงานศิลปะร่วมสมัย ภายใต้งาน Thailand Biennale, Krabi 2018 ณ จังหวัดกระบี่ บริเวณพื้นที่เขาขนาบน้ำ เกาะกลาง สวนสาธารณะธารา อ่าวนาง หาดนพรัตน์ธารา อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี และปิดท้ายค่ำวันที่ 8 ก.พ. 2562 ด้วยการขึ้นเวทีการแสดง ณ ถนนคนเดิน จังหวัดกระบี่ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมแถลงข่าวและการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ Chiang Rai Street Art Thailand, Krabi 2018 บนผืนผ้าใบ ขนาด 100x3 เมตร  ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 ก.พ. 2562 เวลา 13.30 น. ณ บริเวณพื้นถนนอุตรกิจ หน้าลานปูดำ จังหวัดกระบี่ ในการนี้ นายสมโภช โชติชูช่วง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วนนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่  นายบุญเลิศ คำดี รองผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และนายสุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ จังหวัดเชียงราย เข้าร่วมการแถลงข่าว เกี่ยวกับงานศิลปะชิ้นประวัติศาสตร์ ที่จะเกิดขึ้น ณ จังหวัดกระบี่ โดยกิจกรรมการวาดภาพบนผืนผ้าใบได้ดำเนินต่อเนื่องจากเช้าวันเสาร์ที่ 9 ก.พ. 2562 ไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 โดยมีประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวเข้าร่วมวาดภาพกับศิลปินได้ ตลอดทั้งสองวันอย่างคึกคัก ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะระหว่างกันและประสานสัมพันธไมตรีอันดีระหว่างสองเมืองศิลปะ คือจังหวัดเชียงรายและจังหวัดกระบี่  อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไปที่สนใจ ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ด้านศิลปะร่วมกับกลุ่มศิลปินอีกด้วย

 1,990

Top