ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระบี่"

ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 61

นาทีน้ำป่าไหลหลากซัดเข้าร้านอาหารดัง หลังฝนถล่มหนักในเมืองกระบี่

กระบี่-ภายหลังจากที่ฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ จ.กระบี่ โดยเฉพาะ อ.เมืองกระบี่ และน้ำท่วมถนนเพชรเกษม มีคลิปน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าร้านอาหารเรือนทิพย์ บ้านคลองสน ทำให้ข้าวของเสียหาย ซึ่งขณะเกิดเหตุพนักของร้านได้บันทึกภาพไว้ได้ เป็นเวลาที่น้ำหลากท่วมในร้านสูงกว่า 40 ซม. เบื้องต้นไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p1JckyKX_fY

 2,884
ข่าวภูมิภาค
24 ต.ค. 61

ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน จ.กระบี่ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง หลังหนูน้อยวัยขวบเศษเดินตกบ่อดักไขมัน เสียชีวิต

เตรียมประสานกองพิสูจน์หลักฐาน จ.กระบี่ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง หลังหนูน้อยวัยขวบเศษเดินตกบ่อดักไขมัน   จากกรณีเด็กหญิงวัย 1 ปี 6 เดือน ได้พลัดตกลงไปในบ่อดักไขมันภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ จนเสียชีวิต หลังจากแม่ของเด็กวัย 36 ปี ได้นำน้องมาที่โรงเรียนเพื่อทำความสะอาดร้านอาหารที่จะเปิดขายในช่วงเปิดเทอมนี้ ซึ่งแม่มีอาชีพขายอาหารภายในโรงเรียนดังกล่าว แล้วปล่อยให้เด็กวิ่งเล่นภายในอาคารและสนามหญ้าจนเกิดพลัดตกลงไป ซึ่งหลังเกิดเหตุทางมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา ได้ออกค้นหาจนพบร่างในบ่อดักไขมันดังกล่าว   ความคืบหน้าวันนี้ (24 ต.ค.) ร.ต.อ.ไสว ชูแก้ว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ เจ้าของคดี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุในเบื้องต้นและชันสูตรศพร่วมกับทางแพทย์ พบว่าเกิดจากการสำลักน้ำจนเสียชีวิต และทางญาติ ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามได้ขอรับศพไปทำพิธีฝังแล้ว    หลังจากนี้จะประสานทางตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งว่าสภาพที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร เกิดจากความประมาทหรือไม่    ทั้งนี้ โรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนระดับมัธยมเปิดสอน ม.1-6 และจุดเกิดเหตุเป็นที่สำหรับฝังท่อดักไขมันเศษอาหารของโรงเรียน ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และทราบว่าทางผู้บริหารโรงเรียน โดยเฉพาะนายก อบจ.กระบี่ ก็มีความเป็นห่วงเรื่องนี้มาก หลังจากนี้ก็จะสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องอีกครั้งว่าจะแจ้งข้อหาใดกับใครได้บ้าง   ข่างที่เกี่ยวข้อง แม่ช็อก ลูกสาววัยขวบเศษ เหยียบฝาท่อพลัดตกบ่อเสียชีวิต กลาง ร.ร.ในกระบี่    

 1,472
ข่าวภูมิภาค
24 ต.ค. 61

แม่ช็อก ลูกสาววัยขวบเศษ เหยียบฝาท่อพลัดตกบ่อเสียชีวิต กลาง ร.ร.ในกระบี่

กระบี่-เกิดเหตุสลด เด็กหญิงวัย 1 ขวบเศษ เดินเหยียบฝาท่อที่ชำรุด ทำให้พลัดตกบ่อเสียชีวิตกลางโรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน จ.กระบี่   โดยที่เกิดเหตุ เป็นบริเวณสนามระหว่างอาคารเรียน พบบ่อดักไขมัน ซึ่งอยู่ในสนามหญ้า มีฝาท่อสีดำแบบพลาสติกปิดอยู่ และพบผู้เสียชีวิต เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) ซึ่งอยู่ในอ้อมกอดแม่กำลังร้องไห้อย่างหนัก สภาพศพจมน้ำ มีของเสียจากภายในบ่อติดเต็มตามร่างกาย เบื้องต้นแพทย์ระบุว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชม.   แม่เล่าว่า มีอาชีพค้าขายที่ร้านอาหารในโรงเรียน ได้มาทำความสะอาดร้านค้า เพื่อเปิดขายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันเปิดเทอม แล้วได้นำลูกสาวมาด้วย ปล่อยให้วิ่งเล่นข้างอาคาร จากนั้นได้หายตัวไป ออกตามหาอยู่กว่า 1 ชั่วโมง ก็ไม่พบตัว จึงได้แจ้งไปยังมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชาให้มาช่วยหา เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังมากว่า 10 คน มาช่วยค้นหา จนมาพบความผิดปกติของฝาท่อ แล้วจึงใช้ไม้กวนน้ำในบ่อ ทันใดนั้นร่างของหนูน้อยได้โผล่ขึ้นมาและพบว่าเสียชีวิต   ต่อมาเจ้าหน้าที่นำร่างหนูน้อยส่งตรวจพิสูจน์อีกครั้งที่ รพ.กระบี่ ก่อนมอบศพให้แม่นำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนการสอบสวนคดี หลังจากนี้ตำรวจจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้การอีกครั้ง เพื่อดูว่าเป็นความประมาทของใครหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/s5azyMZiQhY

 19,029
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 61

ม็อบชาวสวนปาล์ม เตรียมชุมนุมใหญ่ 25 ต.ค. นี้ หากไม่มีคำตอบ-ราคาผลปาล์มไม่ปรับขึ้น

ม็อบชาวสวนปาล์ม เตรียมชุมนุมใหญ่ 25 ต.ค. นี้ หากไม่มีคำตอบ-ราคาผลปาล์มไม่ปรับขึ้น    จากกรณีเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.กระบี่ และใกล้เคียงรวมกว่า 300 คน เดินทางมาพร้อมรถบรรทุกผลปาล์มกว่า 100 คัน มาชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือหลังประสบปัญหาราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 2.50 บาทต่อ กิโลกรัม ทั้งๆ ที่ต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 3.70 บาท โดยเกษตรกรได้เทผลปาล์ม 1 คันรถ และเผาโลง   โดยยื่นข้อเรียกร้องประกอบด้วย ให้เร่งดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ สั่งการให้มีการนำน้ำปาล์มไปใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้ากระบี่ และให้มีการผลิตและเพิ่มการใช้ไบโอดีเซล บี 10 บี 20 และ บี 100 ให้เป็นพลังงานทางเลือกสำหรับประชาชน ให้ประกาศรับซื้อที่ราคา 4.50 บาททันที    ทั้งนี้ในส่วนของโรงไฟฟ้ากระบี่นั้นสามารถรองรับการผลิตได้ถึง 12,960 ตันต่อเดือน ในการนำไปเผาผลิตกระแสไฟฟ้า ร่วมกับน้ำมันเตา ซึ่งขณะนี้ราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่ 16 บาทต่อลิตรเท่านั้น ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มขวดอยู่ที่ 40 กว่าบาทต่อขวด ซึ่งราคานี้ผลปาล์มต้องอยู่ที่ 5-6 บาท ต่อ กก. ก่อนทยอยเดินทางกลับ    โดยความคืบหน้าวันนี้ (18 ตค.) นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ประธานชมรมคนปลูกปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังชุมนุมก็ได้แยกย้ายกันกลับ เนื่องจากได้ข้อสรุปในการประชุมแกนนำว่า จะให้เวลารัฐบาลไปทบทวนและหาแนวทางแก้ไขตามที่เสนอไป โดยวันที่ 25 ตค.นี้ จะมาชุมนุมครั้งใหญ่ หากไม่มีคำตอบ หรือราคาผลปาล์มไม่ปรับขึ้น    เพราะราคาที่ลดต่ำสุดในรอบ 20 ปี ของปาล์มน้ำมันในครั้งนี้ ไม่ใช่เกิดจากกลไกตลาดแต่เกิดจากการเอาเปรียบของผู้ค้า ผู้ผลิต และการไม่ทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันอยู่ ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญช่วยเหลืออย่างจริงจังเพื่อปากท้องของประชาชน     ข่าวที่เกี่ยวข้อง ม็อบสวนปาล์มเทปาล์มทิ้ง-เผาโลงประท้วงราคาตก พาณิชย์เร่งผลักดันส่งออก 3 แสนตันใน 3 เดือน  

 3,645
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
18 ต.ค. 61

ม็อบสวนปาล์มเทปาล์มทิ้ง-เผาโลงประท้วงราคาตก พาณิชย์เร่งผลักดันส่งออก 3 แสนตันใน 3 เดือน

กระบี่-กลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันในจังหวัดกระบี่ และใกล้เคียงกว่า 300 คน พร้อมด้วยรถบรรทุกผลปาล์มน้ำมันจำนวนกว่า 200 คัน ที่เดินทางมาชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันที่กำลังตกต่ำอย่างหนักในรอบกว่า 20 ปี ที่ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 2.50-2.80 บาท   โดยได้ยื่นข้อเรียกร้อง ให้รัฐบาลประกาศรับซื้อผลปาล์มน้ำมันที่ราคา 4.50 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากสามารถทำได้ทันที เพราะเป็นสินค้าควบคุม ส่วนข้อเสนออื่นๆ คือการนำน้ำมันปาล์มไปผลิตน้ำมัน บี 5 บี 10 และ บี 20 และให้นำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้ากระบี่ ซึ่งรอเพียงคำสั่งจากรัฐบาลก็สามารถผลิตได้ทันที   จากนั้นทางเกษตรกรได้เทผลปาล์มน้ำมันที่นำมาโดยบรรทุกรถ 6 ล้อ เทลงบริเวณหน้าศาลากลาง และทำการเผาโลงศพที่บรรทุกมาบนรถกระบะ   ด้านกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งผลักดันส่งออกน้ำมันปาล์มดิบจำนวน 300,000 ตัน เพื่อลดสต็อกน้ำมันปาล์มให้เข้าสู่ระดับปกติและช่วยรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม และเสนอขอใช้งบประมาณจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 525 ล้านบาท ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bqn_hybxsNw

 2,209
ข่าวภูมิภาค
04 ต.ค. 61

กระบี่พร้อมเตือนภัยสึนามิ ยันหอเตือนภัยใช้งานได้ ทดสอบเปิดเพลงชาติทุกวันพุธ

กระบี่-จากกรณีเกิดเหตุแผนดินไหวและเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ที่มีผู้คนเสียชีวิตนับพันคน ส่งผลให้เกิดความตื่นตัวขึ้นมาในแถบจังหวัดที่เคยถูกคลื่นยักษ์พัดถล่มเมื่อปี 2547 ในพื้นที่จังหวัดแถบฝั่งอันดามัน ถึงความพร้อมในการรับมือแจ้งเตือนภัย   วานนี้ (3 ต.ค.) ที่เกาะห้อง ทางเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะห้อง ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ ภายในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเสียงสัญญาณการทดสอบประจำสัปดาห์ถึงสัญญาณที่ออกมา ในทุกวันพุธ โดยทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้ส่งสัญญาณเสียง เป็นเพลงชาติ ซึ่งพบว่ามีเสียงดังดีปกติ ส่วนป้ายบอกเส้นทางหนีภัยหากเกิดเหตุก็พบว่าอยู่ในสภาพดี   ซึ่ง จนท.ยืนยันว่ามีการตรวจสอบและเตรียมความพร้อมอยู่ตลอด โดยในส่วนของจังหวัดกระบี่มี 5 อำเภอที่จะประสบภัยหากเกิดเหตุ ที่ผ่านมามีการเตรียมความพร้อมรับมือ โดยการติดตั้งหอเตือนภัยในพื้นที่ต่างๆ 5 อำเภอ จำนวน 32 หอ ซึ่งมีสภาพพร้อมใช้งาน หากหอใดมีเสียงเตือนภัยเบา หรือไม่ดัง ที่ทดสอบทุกวันพุธนั้น ก็จะมีการแจ้งมาที่ ปภ.กระบี่ และแจ้งให้ทางผู้รับจ้าง ซึ่งยังอยู่ในระยะประกัน ก็จะลงมาซ่อมแซมให้ทันที   นอกจากนั้นทาง ปภ.และจังหวัดกระบี่ ก็ได้มีการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยสึนามิ หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นก็พร้อมแจ้งเตือนเพื่อลดการสูญเสียได้ทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zqLmF5IoL-k

 1,177
ข่าวภูมิภาค
18 ก.ย. 61

เรือเร็วฝ่าคลื่นรับ 2 นทท.เจ็บโคม่าบนเกาะพะงัน - เด็ก 13 ขี่ จยย.ฝ่าน้ำท่วมตกลงในนาเสียชีวิต

สุราษฎร์ธานี-ชาวโซเชี่ยลชื่นชมกัปตันเรือเร็วบริษัทลมพระยา และลูกเรือที่ฝ่าคลื่นลมไปรับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ที่ประสบอุบัติเหตุรถชนบนเกาะพะงันบาดเจ็บโคม่า 2 ราย เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางคลื่นลมจากอิทธิพลพายุใต้ฝุ่นมังคุด ในทะเลที่มีกำลังเเรง นำมาส่งที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ได้อย่างปลอดภัย   ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ออกเตือนเรือเล็กให้งดออกจากฝั่ง ในระยะนี้ พร้อมขอบคุณชื่นชมกับตัญเรือและผู้บริหารเรือเร็วลมพระยา ที่ไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้การท่องเที่ยว   ขณะที่ จ.พังงา มีประกาศเตือนประชาชน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, กะปง, ตะกั่วป่า, คุระบุรี เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก หลังพบปริมาณน้ำฝนสูงสุด 190 มิลลิเมตร ส่วนที่ จ.กระบี่ เกิดคลื่นแรงซัดเรือนำเที่ยวเกาะพีพีล่มกลางทะเล   ด้าน จ.พิจิตร เกิดเหตุตลิ่งแม่น้ำน่านทรุดตัวยาวกว่า 1,600 เมตร หลังเกิดฝนตกหนัก ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดเหตุเด็กหญิงอายุ 13 ปี ขี่ จยย.ฝ่าน้ำท่วม ถูกน้ำพัดเสียชีวิต ชาวบ้านพยายามตะโกนบอกไม่ให้ฝ่าน้ำท่วม แต่ผู้ตายไม่ได้ยิน ซึ่งจากกระแสน้ำที่ไหลแรงได้พัดรถจักรยานยนต์พร้อมร่างของเด็กหญิง ตกลงไปในนาข้าวที่ถูกน้ำท่วมที่มีความสูงกว่า 2 เมตร   ปิดท้ายที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เขื่อนพระราม 6 ยกธงแดง เตือนน้ำล้นตลิ่ง แจ้งชาวบ้านรับมือและอพยพของขึ้นที่สูง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lQgRnVehGbA

 1,803
ข่าวสีสัน
29 ส.ค. 61

ตื่นตา กองทัพปูทหารนับล้านตัว เกลื่อนชายหาดคลองทรายดินแดงน้อย จ.กระบี่

กองทัพปูทหารนับล้านตัว หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ปูมดแดง ที่มองไกลๆคล้ายกองทัพทหารสมัยโบราณ เต็มชายหาดคลองทรายดินแดงน้อย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของ จ.กระบี่ โดยกองทัพปูจะแห่ขึ้นมาบริเวฯชายหาดช่วงน้ำทะเลลด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hhl2VrhtUdE

 3,322
ข่าวภูมิภาค
10 ส.ค. 61

สั่งปิดน้ำตกธารโบกขรณี กระบี่ - ถนนเขาศกพังงาทรุดลงเหวลึก 10 เมตร

กระบี่-จนท.ประกาศเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวห้ามเข้าไปบริเวณน้ำตกธารโบกขรณี ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก เป็นการชั่วคราว หลังจากภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง มีปริมาณน้ำมาก และเริ่มเปลี่ยนสี ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องอาจจะเกิดอันตราย โดยจะปิดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ   ขณะที่ จ.พังงา เกิดเหตุถนนเส้นทางตะกั่วป่า – จ.สุราษฎร์ธานี บนเขาศก ทรุดลงเหวลึกกว่า 10 เมตร จากสภาพฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้ดินอุ้มน้ำ เตือนผู้สัญจรระวังอันตราย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pUt-orHauKU

 1,926
ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 61

ฝนถล่มใต้-น้ำท่วมหลายจุด เฝ้าระวังบางสะพาน อุตุฯเตือนฝนถล่มทั่วไทย 8-9 ส.ค.

สถานการณ์น้ำในหลายจังหวัดน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะทางภาคใต้ ที่ จ.กระบี่, ระนอง เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำท่วม หมู่บ้านถูกตัดขาด บางจุดน้ำสูงท่วมถนน 1 เมตร ขณะที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนท.สั่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ไม่ให้ซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่ปี 60   ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนในช่วงวันที่ 8-9 ส.ค. 61 ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/POi64-LTF4Q

 2,774
ข่าวภูมิภาค
01 ส.ค. 61

ระทึก! สาวกระบี่ใจเด็ดขับรถไล่ล่าโจรขโมยปาล์ม เกือบ 20 กม. สุดท้ายโจรเสียหลักชนสะพานรถพังยับ

สาวกระบี่ใจเด็ดขับรถไล่ล่าโจรลักขโมยผลปาล์ม เกือบ 20 กม. สุดท้าย โจรเสียหลักชนหัวสะพานรถพังยับ คนร้ายหนีเข้าเข้าป่า   วันนี้ (1 ส.ค.) พ.ต.ต.โสภณ รักเถาว์ สารวัตรสอบสวน สภ.ลำทับ จ.กระบี่ รับแจ้งมีเหตุรถชน เนื่องจากมีคนร้ายขโมยปาล์ม เหตุเกิดที่ถนนในหมู่บ้าน ม.5 ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน และตำรวจจาก สภ.คลองท่อม หน่วยกู้ภัยเต๊กก่าจีคุงเกาะลำทับ ร่วมในการตรวจสอบ    ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถกระบะ 2 คัน โดยคันแรก เป็นรถกระบะ สีบอรนซ์ สภาพพังเสียหายยับเยิน เนื่องจากชนเข้ากับหัวสะพานคลองพุมเรียง ส่วนคนขับได้รับบาดเจ็บแต่วิ่งหนีไปแล้วทิ้งโทรศัพท์ไว้ 1 เครื่อง และรองเท้า ที่กระบะหลังพบผลปาล์มจำนวนกว่า 10 ทลายหนักประมาณ 300 กก. ใกล้กันพบรถกระบะ 4 ประตู มีนางกนกวรรณ สืบวิเศษ อายุ 28 ปี เป็นคนขับ ที่หน้ารถมีร่องรอยชนเสียหายไม่มาก   สอบถามนางกนกวรรณ สืบวิเศษ บอกว่า ตนได้ปลูกปาล์มไว้ทั้งหมด 30 ไร่ ซึ่งโจรได้มาขโมยบ่อยครั้ง จึงให้คนงานคอยเฝ้า จนวันนี้พบคนร้ายเข้ามาตัดผลปาล์มที่สวน คนงานได้ไล่ตามแต่คนร้ายขับรถหนี จนมาผ่านหน้าบ้านตนที่ตำบลพรุดินนา เมื่อเห็นรถคนร้ายขับผ่านจึงเรียกมารดาคือ นางปรีดา สืบวิเศษ อายุ 60 ปี ขึ้นมานั่งข้างแล้วขับไล่คนร้าย    โดยตนขับปาดหน้าครั้งหนึ่งแต่คนร้ายไม่ยอมหยุด ยังขับหนีจนมาถึงที่เกิดเหตุ รวมระยะทางเกือบ 20 กม. จนรถคนร้ายเสียหลักพุ่งชนหัวสะพานจนพังยับเยิน แต่ก็ยังวิ่งหนีไปได้ดังกล่าว    เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานทั้งหมดของคนร้าย เพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไปแล้ว        

 1,731
ข่าวภูมิภาค
24 ก.ค. 61

สามีคลั่งจับภรรยาเป็นตัวประกันขังในรถ เกลี้ยกล่อมนาน 6 ชม.จึงยอมปล่อย

กระบี่-เกิดเหตุคนร้ายมีการคลุ้มคลั่ง จับคนไว้เป็นตัวประกันขังไว้ในรถยนต์เก๋ง ซึ่งจอดอยู่ก่อนถึงสี่แยกเหนือคลอง ทางเข้า อ.เขาพนม จ.กระบี่ โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า คนร้ายเป็นชาย 1 คน มีอาวุธปืน และได้จับหญิงสาวไว้ 1 คน ซึ่งทราบว่าเป็นภรรยาของคนร้าย และคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงที่ขาภรรยา 1 นัด บาดเจ็บอยู่ภายในรถคันดังกล่าว   ต่อมาเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายสายันต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี มีอาชีพเป็นผู้รับเหมา ส่วนผู้บาดเจ็บที่ถูกยิงคือ นางอารีรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี เป็นครูสอนภาษาจีนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองกระบี่ และเป็นภรรยาของนายสายันต์ แต่ได้แยกกันอยู่มาพักหนึ่งแล้ว   จากการสอบสวนทราบว่า นายสายันต์ ได้ขับรถคันดังกล่าวไปรับภรรยา ที่บ้านในเมืองกระบี่ แต่เกิดมีปากเสียงกันสามี จึงได้ใช้ปืนยิงที่ขา 1 นัด แล้วนำขึ้นรถขับมาทาง อ.เหนือคลอง และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจการจราจร แต่ปรากฏว่าได้เกิดแหกด่านไม่ยอมให้ตรวจค้น จากนั้นขับหลบหนีมาจนถึงที่เกิดเหตุแล้วจอดรถริมถนน ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเจรจากันอยู่ ทางผู้ต้องหาได้ขอน้ำดื่ม และนมอย่างละ 2 ขวด ทางตำรวจจึงได้ให้ญาตินำไปให้   ต่อมาทางญาติของทั้ง 2 ฝ่ายและลูกสาว ได้เดินทางมาเพื่อช่วยเจรจากับพ่อและแม่ กระทั่งหลังทางญาติ และลูกสาว 2 คนเดินทางมาถึง ได้เข้าไปเจรจาพูดคุยกับนายสายันต์ และได้ยอมปล่อยภรรยาลงมาจากรถ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บที่ขาซ้ายถูกยิงที่บริเวณเข่า ทางตำรวจได้เข้าไปอุ้มผู้บาดเจ็บออกมาขึ้นรถ ตำรวจ สภ.เหนือคลอง แล้วรีบนำส่ง รพ.เหนือคลอง เพื่อทำการปฐมพยาบาล ส่วนที่เกิดเหตุนายสายันต์ ยังไม่ยอมลงจากรถ ทางญาติได้เข้าไปเกลี้ยกล่อมนานกว่า 1 ชม.   จนกระทั่งยอมลงจากรถมอบปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนขนาด .38 ให้กับทางตำรวจ และไปกอดลูกสาวทั้ง 2 คน จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว ทางตำรวจจึงรีบนำตัวขึ้นรถไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เพื่อทำการสอบสวนหาสาเหตุที่ลงมือในครั้งนี้ทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่และญาติใช้เวลาเจรจารวม 6 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ก่อเหตุมอบตัว โดยเบื้องต้นได้แจ้ง 3 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M-bua_EGkyw

 1,647
ข่าวภูมิภาค
23 ก.ค. 61

มอบตัวแล้ว!! อดีตสามียิงภรรยาจับขังในรถนานหลายชั่วโมง

คืบหน้ากรณีอดีตสามีจับภรรยาเป็นตัวประกัน ล่าสุดยอมมอบตัวแล้ว โดยญาติใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนานกว่า 1 ชม.   จากกรณี นายสายันต์ พิมลเดชกุล อายุ 48 ปี มีอาชีพเป็นผู้รับเหมา ได้ก่อเหตุยิงนางอารีรัตน์ พิมลเดชกุล อายุ 47 ปีเป็นครูสอนภาษาจีนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองกระบี่ ต่อมาทราบว่าเป็นภรรยาของคนร้าย ซึ่งได้ใช้อาวุธปืนยิงที่ขาภรรยา 1 นัด บาดเจ็บอยู่ภายในรถเก๋งโตโยต้า สีบรอนซ์ แล้วขับรถจากเมืองกระบี่มาจนมุมตำรวจที่ไล่ติดตามที่แยกเหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา    ต่อมา เมื่อเวลา 12.50 น. หลังทางญาติและลูกสาว 2 คนของผู้ก่อเหตุ และพี่ของนายสายันต์ ได้เดินทางมาจาก จ.ตรัง เข้าไปพูดคุยกับนายสายันต์ และได้ยอมปล่อยนางอารีรัตน์ ผู้เป็นภรรยา ลงมาจากรถ ซึ่งมีอาการบาดเจ็บที่ขาซ้ายถูกยิงที่บริเวณเข่า ทางตำรวจได้เข้าไปอุ้มผู้บาดเจ็บออกมาขึ้นรถตำรวจ สภ.เหนือคลอง แล้วรีบนำส่ง รพ.เหนือคลอง เพื่อทำการปฐมพยาบาลแล้ว   ส่วนที่เกิดเหตุนายสายันต์ หลังปล่อยตัวภรรยา ทางตำรวจได้ให้ญาติและลูกๆ เข้าไปเกลี้ยกล่อมนานกว่า 1 ชม. จนล่าสุดเวลา 14.20 น.ที่ผ่านมา นายสายันต์ ได้ยินยอมลงจากรถมอบปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนขนาด .38 ให้กับทางตำรวจ และไปกอดลูกสาวทั้ง 2 คน จากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว ทางตำรวจจึงรีบนำตัวขึ้นรถไปยังกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เพื่อทำการสอบสวนหาสาเหตุที่ลงมือในครั้งนี้ทันที  

 1,536
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ค. 61

อุกอาจ! สามี ยิง-จับภรรยาเป็นตัวประกันกลางถนน จ.กระบี่ ตร.เกลี้ยกล่อมนาน 2 ชม. ไม่เป็นผล

ตำรวจกระบี่ พยายามเจรจาเกลี้ยกล่อมให้คนร้ายซึ่งเป็นสามี ยอมปล่อยภรรยาที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บแล้วนำขึ้นรถขับแหกด่านหลบหนีมาจอดแน่นิ่งอยู่บริเวณสี่แยกเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ผ่านไปนานกว่า 2 ชม.ยังไม่เป็นผล เบื้องต้น คาดเกิดจากปัญหาครอบครัว   พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ ตำรวจ สภ.เหนือคลอง เข้าตรวจสอบเหตุคนร้ายมีการคลุ้มคลั่ง จับคนไว้เป็นตัวประกันโดยขังไว้ในรถเก๋ง ซึ่งจอดอยู่ก่อนถึงสี่แยกเหนือคลอง ทางเข้าอำเภอเขาพนม โดยคนร้ายเป็นชาย 1 คน มีอาวุธปืน และได้จับหญิงสาว 1 คน ต่อมาทราบว่าเป็นภรรยาของคนร้าย ซึ่งได้ใช้อาวุธปืนยิงที่ขาภรรยา 1 นัด บาดเจ็บอยู่ภายในรถคันดังกล่าว เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ติดต่อญาติให้มาเจรจา    จากการสอบสวน ทราบว่ารถคันดังกล่าวขับมาจากตัวเมืองกระบี่ แล้วแหกด่านตรวจการจราจร ไม่ยอมให้ตรวจค้นจากนั้นขับหลบหนีไปจนถึงที่เกิดเหตุแล้วจอดรถริมถนน    ล่าสุดผ่านไป 2 ชม.คนร้ายยังไม่ยอมวางอาวุธ และปล่อยภรรยาออกมา ตำรวจอยู่ระหว่างเจรจาทางโทรศัพท์กับผู้ก่อเหตุ ซึ่งทราบชื่อว่า นายสายันต์ พิมลเดชกุล อายุ 48 ปี อาชีพเป็นผู้รับเหมา ส่วนผู้บาดเจ็บคือ นางอารีรัตน์ พิมลเดชกุล อายุ 47 ปี เป็นครูสอนภาษาจีนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวเมืองกระบี่ และเป็นภรรยาของผู้ก่อเหตุ แต่ได้แยกกันอยู่มาพักหนึ่งแล้ว    ก่อนเกิดเหตุนายสายันต์ ได้ขับรถคันดังกล่าวไปรับภรรยาที่บ้านในตัวเมืองกระบี่ แต่เกิดมีปากเสียงกัน นายสายันต์จึงใช้ปืนยิงที่ขา 1 นัด แล้วนำขึ้นรถขับมาทางอำเภอเหนือคลอง ซึ่งหลังทราบเรื่องตำรวจได้ติดตามมา และอยู่ระหว่างการเจรจาดังกล่าว ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาครอบครัวของทั้ง 2 คน

 3,243
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 61

มาฟัง 'พี่สุธี' จิตอาสาถ้ำหลวงร้องเพลง imagine แบบเต็มๆ หลังสปีคอิงลิชไฟแลบ ให้สัมภาษณ์สื่อนอก

หลังจากภารกิจช่วยชีวิตทีมหูมูป่าออกจากถ้ำหลวงเสร็จสิ้น ได้มีผู้สื่อข่าวชาวต่างชาติสัมภาษณ์นายสุธี สมมาตร อาสากู้ภัยที่เป็นทีมตามหาปล่องจากบนเขาที่จะลงไปช่วยน้องๆ ซึ่งมีการสัมภาษณ์และตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด และยังได้ร้องเพลง Imagine ของศิลปินชื่อก้องโลก จอห์น เลนนอน ในท่อนที่ว่า “Imagine there’s no countries” ในการตอบนักข่าวต่างชาติถึงปฏิบัติการไร้พรมแดนครั้งนี้ ซึ่งในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ และรับชมคลิปดังกล่าวกันนับล้านคน   ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2561 กลุ่มนักปีนผาอ่าวไร่เลย์ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ รวม 13 คน จากจำนวน 17 คน ได้เดินทางกลับถึงสนามบินกระบี่โดยปลอดภัย โดยหนึ่งในนั้นมีนายสุธี สมมาตร อายุ 41 ปี รวมอยู่ด้วย ซึ่งหลังเดินทางออกจากห้องผู้โดยสารมาถึงโถงสำหรับผู้มาต้อนรับนั้น ปรากฏว่าได้มีภาพประทับใจ ที่ลูกของนักปีนผา 2 คน วัยประมาณ 5-6 ขวบ ได้วิ่งเข้าไปหาพ่อของตัวเองด้วยความคิดถึง หลังจากไปปฏิบัติภารกิจเพื่อส่วนร่วมนานกว่า 10 วัน   ขณะที่นายสุธี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้ไปช่วยเหลือน้องๆ เพราะถือเป็นเรื่องของมนุษยธรรม และครั้งแรกที่ไปก็ไม่คิดว่า จะได้รับความสนใจอย่างมากจากคนทั่วโลกที่คอยส่งแรงใจ และหลายประเทศได้ส่งคนมาช่วยกันจนประสบความสำเร็จ แม้จะไม่ได้เห็นหน้าของน้องๆ ทั้ง 13 คนก็ตาม ส่วนภายหลังที่มีการแชร์และรับชมการให้สัมภาษณ์ของตนกับสื่อต่างประเทศ ที่พูดออกไปวันนั้น คือความรู้สึกที่อยู่ภายใน และคือความสำเร็จ หลังจากได้ทราบข่าวว่า ได้ช่วยสำเร็จปลอดภัยทุกคน   นายสุธี กล่าวต่อด้วยว่า ถึงภารกิจในส่วนที่รับผิดชอบได้สำเร็จลุล่วงว่า รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเพื่อนมนุษย์จากทุกสารทิศที่หลั่งไหลเข้ามาให้ความช่วยเหลือ และได้พบกับความงดงามในน้ำใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน    “เรารู้สึกว่าเด็กพวกนี้คงต้องมีวาสนาร่วมกันมา และเมื่อภารกิจสำเร็จเราต่างรู้สึกดีใจ มันยอดเยี่ยมมาก ในสถานการณ์นี้ เรารวมใจกันเป็นหนึ่งจากทั่วสารทิศ ทั้งไทย และต่างประเทศ เหมือนกับท่อน the world will be as one ในเพลง imagine ที่ได้ร้องไป คือทั้งโลกรวมเป็นหนึ่ง จะชาติไหนประเทศไหน เราเป็นคนเหมือนกัน แม้สิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะมีใครมองว่า ทำไมไม่ดูแลเด็ก แต่สิ่งที่ได้มากกว่านั้นล่ะ ขอให้ลองพิจารณาเอา” นายสุธี กล่าว   ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่นายสุธีพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว นายสุธี กล่าวว่า เป็นเพราะทักษะด้านภาษาที่มีติดตัวมาจากการได้พบปะผู้คนหลายสัญชาติในการทำงานการท่องเที่ยว จึงทำให้สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N5jU5aFVoDE

 54,273

Top