ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระบี่"

สังคม
29 พ.ย. 62

ลมแรงพัดกระหน่ำกระบี่ โรงรถถล่มทับรถพัง - โดมสนามกีฬาถล่มหวิดทับเด็กดับคา ร.ร.อำนาจเจิรญ

กระบี่-เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักและมีลมพัดแรงในหลายพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ ส่งผลให้เกิดความเสียหายที่โรงพยาบาลเอกชนที่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ลมพัดแรงทำให้โรงรถพังถล่มลงมาทับรถเสียหายไปกว่า 10 คัน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเสียหายมากน้อยแค่ไหน เบื้องต้นพบว่า เสาเหล็กพังทำให้หลังคาโรงรถ ซึ่งมีความยาวกว่า 40 เมตร พังลงมาทับรถ โชคดีไม่มีผู้ใดบาดเจ็บ แต่รถเสียหาย   เช่นเดียวกับที่ จ.อำนาจเจริญ เกิดเหตุโดมสนามกีฬาขนาดใหญ่ ความยาวกว่า 50 เมตร กว้างกว่า 45 เมตร ของโรงเรียนอำนาจเจริญ พังถล่มหวิดทับนักเรียนกว่า 100 คนที่กำลังเรียนวิชาพละศึกษา เคราะห์ดีงวิ่งหนีตายออกมาได้ทัน   โดยสาเหตุเบื้องต้นคาดเกิดจาก แรงลมที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรง หรืออาจเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน หลังผู้รับเหมาเพิ่งสร้างแล้วเสร็จ ด้วยงบประมาณเกือบ 2 ล้านบาท และยังไม่ได้รับมอบงาน แต่ได้มาเปิดให้นักเรียนได้ใช้ทดลองใช้งานก่อน ซึ่งยังไม่ถึง 3 เดือน ก็พังถล่มลงมา ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UB6_H6s9BQk

 1,139
พระราชสำนัก
28 พ.ย. 62

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่

วันนี้  พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์เข้าตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นางวริศราวงค์มุสิก ผู้อํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ     โอกาสนี้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมประชุมรับฟังการรายงานผลการดำเนินงานและการพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งสอบถามปัญหาและความต้องการของทางโรงเรียน โดยทางผู้อํานวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต ได้ขอให้ช่วยเหลือในเรื่องของการขุดเจาะน้ำบาดาล เนื่องจากโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ที่น้ำประปาไม่เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค ของจำนวนบุคลากร และนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งทางด้านองคมนตรี ได้มอบหมายให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นผู้ประสานงาน และดำเนินการต่อในเรื่องดังกล่าว     โดยโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต เดิมชื่อโรงเรียนบ้านกมลา ซึ่งเป็นอาคารชั่วคราว มีการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการในระดับ ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 3ซึ่งในวันที่ 26 ธันวาคม 2547 โรงเรียนบ้านกมลา ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ ทําให้อาคารเรียน อาคารประกอบ และบ้านพักครูได้รับความเสียหายทั้งหมดพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สร้างโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลําดับที่ 36 ตั้งขึ้นในจังหวัดภูเก็ต เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ     ปัจจุบันโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต เป็นโรงเรียนขนาดกลาง เปิดทําการสอนใน 3 ระดับ คือ ตั้งแต่อนุบาล 1 ประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 มีรูปแบบและวิธีการให้บริการ ทางการศึกษาใน 2 ลักษณะคือ การศึกษาสงเคราะห์ในลักษณะอยู่ประจําในโรงเรียนโดยรัฐช่วยเหลือสนับสนุนงบประมาณค่าอาหารเสื้อผ้าวัสดุการศึกษา และที่พัก และการศึกษาสงเคราะห์ในลักษณะไป–กลับ     พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เข้าเยี่ยมชมการจัดการเรียนสอนห้องประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 และเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนห้องคอมพิวเตอร์ 1 ระดับมัธยมศึกษา พร้อมทั้ง ชมนิทรรศการทางวิชาการ งานวิชาชีพ อาทิ บูธศูนย์ฝึกอาชีพการโรงแรม, บูธชมรมTO BE NUMBER ONE, บูธโครงการต่อต้านการทะเลาะวิวาท และบูธมูลนิธิภูเก็ตมอบสิ่งดีดีแก่เรา เป็นต้น จากนั้น องคมนตรี ได้เข้าไปยังหอประชุมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 36 จังหวัดภูเก็ต เพื่อเข้าพบปะ คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนพร้อมกล่าวให้โอวาทแก่นักเรียนโรงเรียนดังกล่าว       จากนั้น เวลา 14.30 น.  พลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะ เดินทางมาเยี่ยมครู และนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 1 ต.เหนือคลอง อ.เหนืองคลอง จ.กระบี่ โดยมี พ.ต.อ.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด อำเภอ และคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์จังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับ   ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ได้เดินทางมาพร้อมคณะ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน และติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นตามที่ได้รับทราบในการเดินทางมาตรวจติดตามครั้งที่ผ่านมา และรับจะสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างเต็มที่เนื่องจากมีนักเรียนจำนวนมาก ได้รับรางวัลทั้งระดับสถานศึกษา ยุคลากรทางกสรศึกษา และนักเรียนปรากฏอย่างชัดเจน   ผวจ.กระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่ มีโรงเรียนราชประชานุเคราะห์.3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 1 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 2 ต. โคกยาง อ.เหนือคลอง และโรงเรียนราชประชานุเคราะห๋ 37 ต.เขาพนม อ.เขาพนม โดยโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 1 แห่งนี้ ได้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2505 สืบเนื่องจากเกิดมหาวาตภัยภาคใต้ ที่แหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและไม่มีที่เรียน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จึงได้สร้างโรงเรียนที่ถูกพายุพัดพังเสียหาย 12 โรงเรียนใน 6 จังหวัดภาคใต้ และก่อตั้งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ขึ้นในปี พ.ศ.2506 ให้การช่วยเหลือด้วยการพระราชทานอุปกรณ์การเรียนแก่นักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์จังหวัดกระบี่ เป็นประจำทุกปี นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเมตตา จากนั้นคณะได้เดินเยี่ยมชม     สำหรับโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 1 มีนายจิรศักดิ์ เจียงจิรศักดิ์ เป็นผู้อำนวยการ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในปีการศึกษา 2562 มีนักเรียน 1,031คน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วยครู 44 คน ลูกจ้าง 4 คน ได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครองจ้างชาวต่างชาติสอนภาษาอังกฤษ 1 คน ภาษาจีน 1 คน ครูพี่เลี้ยงปฐมวัย 6 คน นักการการภารโรง นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู แม่ครัว รวม 65 คน ห้องเรียน 31 ห้องเรียน เป็นห้องเรียนพิเศษ 10 ห้องเรียน บริหารจัดการการเรียนรู้โดยการสอนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 และหลักสูตรเพิ่มเติมภาษาอังกฤษ และภาษาจีนเพื่อการสื่อสาร รวมทั้งสอนด้วยระบบสื่อการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมโรงเรียนวังไกลกังวล เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับนักเรียน    โดยโรงเรียนมีผลงานเด่นมากมาย เช่น สถานศึกษารางวัลพระรานระดับก่อนประถมศึกษาขนาดกลาง จากกระทรวงศึกษาธิการ ป 2558 โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพรบเพชร ต่อเนื่อง รางวัล Best Practice การบริหารจัดการโรงเรียนปลอดขยะ รางวัลสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพและอบายมุขระดับเงิน โรงเรียนต้นแบบลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ 2562 เป็นต้น

 404
ข่าวภูมิภาค
18 พ.ย. 62

รวบชายหื่น แอบถ่ายสาวในห้องน้ำห้าง สารภาพถ่ายไป 3 ราย

กระบี่-ตำรวจสายตรวจ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ รับแจ้งจากพนักงานรักษาความปลอดภัยของห้างแห่งหนึ่งว่า ได้จับกุมตัวชายวัยรุ่นเข้าไปก่อเหตุใช้มือถือแอบถ่ายลูกค้าผู้หญิงของห้างขณะเข้าไปใช้ห้องน้ำ เหตุเกิดในห้องน้ำหญิงชั้น 1 ของห้าง หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปคุมตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนที่ป้อมตำรวจ ต.กระบี่ใหญ่   เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายประดิษฐ์ คงช่วย อายุ 22 ปี โดยรับสารภาพว่า ได้เข้าไปก่อเหตุแอบถ่ายในห้องน้ำหญิงของห้างจริง โดยเข้าไปแอบในห้องน้ำหญิงตั้งแต่ช่วงค่ำ แอบถ่ายคลิปไป 3 คน เคยก่อเหตุรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แต่หลังก่อเหตุได้ลบคลิปดังกล่าวออกไปแล้ว จากการตรวจสอบกระเป๋าสะพายพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และอาวุธมีด 1 เล่ม หลังจากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย   ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนมาเดินซื้อของในห้าง ก่อนจะเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ ระหว่างกำลังนั่งทำธุระอยู่ ก็สังเกตเห็นห้องน้ำติดกันบนพื้นมีกระเป๋าตั้งอยู่ และมีโทรศัพท์เปิดกล้องส่องมาทางห้องของตน จากนั้นชายคนที่ก่อเหตุก็ดันกระเป๋าเข้ามาในห้องน้ำที่ตนนั่งทำธุระอยู่ ตนจึงเอาเท้าปิดกล้องไว้ และรีบออกจากห้องน้ำไปบอกแฟนหนุ่ม   ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้ง ก็พบว่าชายที่ก่อเหตุทำลักษณะเดียวกันกับห้องน้ำอีกฝั่ง ซึ่งมีผู้หญิงอีกคนกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่เช่นกัน ตนจึงตะโกนบอกให้ผู้หญิงที่กำลังถูกแอบถ่ายรู้ตัว และบันทึกภาพไว้ ก่อนที่จะบอกให้ผู้ก่อเหตุออกมาจากห้องน้ำ แล้วแจ้งรปภ.ของห้างให้มาคุมตัวไว้ส่งตำรวจดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ENfms8GWdI

 3,110
สังคม
18 พ.ย. 62

รวบชายหื่น แอบถ่ายสาวในห้องน้ำห้าง สารภาพถ่ายไป 3 ราย

กระบี่-ตำรวจสายตรวจ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมืองกระบี่ รับแจ้งจากพนักงานรักษาความปลอดภัยของห้างแห่งหนึ่งว่า ได้จับกุมตัวชายวัยรุ่นเข้าไปก่อเหตุใช้มือถือแอบถ่ายลูกค้าผู้หญิงของห้างขณะเข้าไปใช้ห้องน้ำ เหตุเกิดในห้องน้ำหญิงชั้น 1 ของห้าง หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปคุมตัวชายคนดังกล่าวมาสอบสวนที่ป้อมตำรวจ ต.กระบี่ใหญ่   เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายประดิษฐ์ คงช่วย อายุ 22 ปี โดยรับสารภาพว่า ได้เข้าไปก่อเหตุแอบถ่ายในห้องน้ำหญิงของห้างจริง โดยเข้าไปแอบในห้องน้ำหญิงตั้งแต่ช่วงค่ำ แอบถ่ายคลิปไป 3 คน เคยก่อเหตุรวมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แต่หลังก่อเหตุได้ลบคลิปดังกล่าวออกไปแล้ว จากการตรวจสอบกระเป๋าสะพายพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และอาวุธมีด 1 เล่ม หลังจากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกระบี่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย   ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนมาเดินซื้อของในห้าง ก่อนจะเข้าไปทำธุระในห้องน้ำ ระหว่างกำลังนั่งทำธุระอยู่ ก็สังเกตเห็นห้องน้ำติดกันบนพื้นมีกระเป๋าตั้งอยู่ และมีโทรศัพท์เปิดกล้องส่องมาทางห้องของตน จากนั้นชายคนที่ก่อเหตุก็ดันกระเป๋าเข้ามาในห้องน้ำที่ตนนั่งทำธุระอยู่ ตนจึงเอาเท้าปิดกล้องไว้ และรีบออกจากห้องน้ำไปบอกแฟนหนุ่ม   ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้ง ก็พบว่าชายที่ก่อเหตุทำลักษณะเดียวกันกับห้องน้ำอีกฝั่ง ซึ่งมีผู้หญิงอีกคนกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่เช่นกัน ตนจึงตะโกนบอกให้ผู้หญิงที่กำลังถูกแอบถ่ายรู้ตัว และบันทึกภาพไว้ ก่อนที่จะบอกให้ผู้ก่อเหตุออกมาจากห้องน้ำ แล้วแจ้งรปภ.ของห้างให้มาคุมตัวไว้ส่งตำรวจดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ENfms8GWdI

 3,110
สังคม
05 พ.ย. 62

เร่งล่าหนุ่มหื่นจัด!! เพิ่งพ้นคุกคดีข่มขืน ฉุดสาว 22 เข้าป่าฮึดสู้-ถูกซ้อม ชาวบ้านผวาขอตร.จับตัว

คืบหน้ากรณี เร่งล่าหนุ่มหื่น จะข่มขืนแต่หญิงสู้เลยถูกซ้อม ขณะที่ชาวบ้านยังผวาขอตำรวจเร่งล่าตัว   กระบี่ - วันที่ 5 พย.62 ภายหลังจากในโลกโซเชี่ยลได้มีการแชร์ภาพของชายคนหนึ่ง พร้อมข้อความระบุว่า เพิ่งพ้นโทษในคดีฆ่าและข่มขืน แล้วกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกในพื้นที่ ต.เขาใหญ่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จนทำให้ผู้หญิงในหมู่บ้านและใกล้เคียงหวาดกลัวอย่างมาก จนไม่กล้าทำมาหากินแล้ว   ซึ่งพบว่า เหตุดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ตค.62 ผู้ต้องหา คือนายนนทชัย บุญรักษ์ อายุ 29 ปี บ้านอยู่ ต.เขาใหญ่ อ.อ่าวลึก ได้ก่อเหตุพยายามจะข่มขืนหญิงสาววัย 22 ปี ในป่าที่หมู่ 5 ต.เขาใหญ่ อ.อ่าวลึก แต่หญิงสาวสู้เลยทำร้ายร่างกายก่อนที่จะหลบหนีไป และเมื่อตรวจสอบประวัติพบว่า นายนนทชัย เคยก่อเหตุข่มขืนแล้วฆ่าในพื้นที่ ต.เขาใหญ่เมื่ออายุ 16 ปี ก่อนพ้นโทษมาเมื่อประมาณปี 2555 และเพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้ประมาณ 1 ปี แล้วมาก่อเหตุอีก หลังจากนั้นทางชาวบ้านที่ทราบข่าวเริ่มผวา ส่วนตำรวจได้มีการออกหมายจับและเร่งติดตามตัวเนื่องจากพบว่าผู้ต้องหารายนี้ ยังวนเวียนในพื้นที่ในป่าและตามบ้านญาติ   ความคืบหน้า ทางชาวบ้านในพื้นที่เผยว่า ขณะนี้ชาวบ้านโดยเฉพาะหญิงสาวนั้นต่างหวาดผวากันอย่างมาก บางคนไม่กล้าออกไปกรีดยาง เพราะยังมีคนเห็นวนเวียนอยู่ในตำบลนี้ตามป่าและบ้านญาติๆ จึงขอให้ทางตำรวจได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะคดีที่เคยก่อไว้นั้นแม้จะผ่านไปนานแต่ก็โหดเหี้ยม และเมื่อพ้นโทษออกมาก็พยามจะก่อคดีในลักษณะดังกล่าวอีก ซึ่งทำให้ชาวบ้านต้องผวาอย่างมาก   ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งออกติดตามตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชน โดยล่าสุดพบว่าได้อาศัยอยู่ในสวนปาล์มขนาดใหญ่ที่หมู่บ้านดังกล่าว แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็ไม่พบ เพราะผู้ต้องหาหลบหนีไปก่อนและเห็นรถยนต์ก็วิ่งหนีไปแล้ว ทำให้ยากต่อการติดตาม   สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ 20 ตค.62 ทาง ตร.สภ.อ่าวลึก รับแจ้งว่า มีเหตุคนถูกทำร้ายเป็นหญิงวัย 22 ปี ได้เข้าไปเก็บเห็ดในป่าที่หมู่ 5 ต.เขาใหญ่ แล้วมีคนร้ายได้จับตัวลากเข้าป่าพยายามข่มขืนแต่ได้เกิดการต่อสู้ หญิงสาวได้ถูกคนร้ายชกท้องหลายครั้ง แต่ได้ตะโกนให้ชาวบ้านมาช่วยแล้ววิ่งหนีไปหาชาวบ้านใกล้ที่เกิดเหตุ ทางคนร้ายจึงหลบหนีไป   ซึ่งหลังเกิดเหตุได้สืบสวนจนทราบว่า คนร้ายคือนายนนทชัย บุญรักษ์ ซึ่งเคยต้องโทษในคดีข่มขืนและฆ่าผู้อื่น แต่ขณะนั้นอายุ 16 ปี หลังจากติดคุกและพ้นโทษออกมาเมื่อประมาณปี 55 ก็ได้ไปทำงานอยู่ที่ จ.ภูเก็ต จนล่าสุดเมื่อต้นปีได้กลับมาอยู่บ้าน และมาก่อเหตุเมื่อ 20 ตค. ก่อนที่ศาลจะอนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 22 ตค.ที่ผ่านมา ในข้อหากระทำอนาจาร ใช้กำลังประทุษร้ายทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บแก่กายและจิตใจ  

 332
สังคม
01 พ.ย. 62

พายุ 'แมตโม' อ่อนกำลังลง - ภาคใต้เผชิญมรสุมฝนตกหนัก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) แมตโม เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 1  พ.ย. หย่อมความกดอากาศต่ำในประเทศกัมพูชาอยู่ทางใต้ ของ จ.สุรินทร์ ประมาณ 30 กิโลเมตร อ่อนกำลังลงจากพายุระดับ 1    มีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณ จ.บุรีรัมย์ ในระยะต่อไป ทำให้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง    ภูเก็ต - มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีการน้ำท่วมผิวการจราจร โดยเฉพาะบริเวณถนนเจ้าฟ้าตะวันตกหน้าหมู่บ้านเจ้าฟ้าธานี บริเวณหน้าวัดฉลอง เป็นต้น เช่นเดียวกับถนนเจ้าตะวันออกที่มีน้ำท่วมผิวการจราจรหลายจุดเช่นกัน ทำให้การจราจรเคลื่อนตัวได้ช้า ส่งผลให้มีรถติดสะสม โดยเฉพาะตั้งแต่บริเวณห้าแยกฉลองไปจนถึงแยกไฟแดงบ้านไสยวน เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเร่งด่วน คนส่วนใหญ่เลิกงานและโรงเรียนเลิก นอกจากนี้ในพื้นที่ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต ก็มีน้ำไหลบ่าลงมาท่วมผิวการจราจร โดยเฉพาะบริเวณถนนปฎัฎ และมีบางส่วนที่ไหลเข้าบ้านเรือนของประชาชน บริเวณซอย 18 หมู่ 1 ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เนื่องจากเป็นพื้นที่ลาดเชิงเขา และมีบางจุดเปิดหน้าดิน จึงทำให้น้ำที่ไหลลงมานั้นมีสีค่อนข้างแดงขุ่น ขณะที่ในพื้นที่อื่นๆ ยังไม่มีรายงานปัญหาน้ำท่วมหรือผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ลักษณะน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จะเป็นการท่วมเพื่อรอการระบาย เนื่องจากไหลไม่ทัน และบางจุดมีปัญหารอระบายน้ำอุดตัน   กระบี่ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนตกถล่มอย่างหนักในตัวเมืองกระบี่ นานกว่า 1 ชม. ส่งผลให้น้ำในคลองสายหลัก เพิ่มปริมาณอย่างเร็ว ไหลระบายไม่ทันเอ่อท่วมถนนหลายสายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ เช่น ถนนมหาราช ถนนศรีพังงา ถนนวัชระ ถนนเพชรเกษมขาออกเมือง ถนนเส้นมุ่งหน้าหาดอ่าวนาง ช่วง ต.หนองทะเล ส่งผลให้การจราจรติดขัดหลายเส้นทาง   นอกจากนี้น้ำยังไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรตามสองข้างทาง ข้าวของได้รับความเสียหายหลายสิบครัวเรือน จนท.เทศบาลเมืองกระบี่ ต้องออกให้การช่วยเหลือเร่งระบายรถในเส้นทางหลัก รวมทั้งสำรวจความเสียหายในเบื้องต้น ขณะที่ ปภ.จ.กระบี่ ประกาศเตือนฝนตกหนักในช่วง 2-3 วันนี้ ให้ประชาชนเตรียมรับมือ และสั่ง จนท.เฝ้าระวังเหตุดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลากตลอด 24 ชม.   ขณะเดียวกัน ได้เกิดพายุงวงช้างที่เกาะลันตา อ.เกาะลันตา ก่อนที่จะมีฝนตกลงมาอย่างหนัง สร้างความตื่นเต้นแก่ผู้พบเห็บเป็นอย่างมาก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wfgsCxmY71s

 311
ข่าวภูมิภาค
29 ต.ค. 62

สาววัย 16 ถูกพ่อแท้ๆ พาหนีไปอยู่ด้วยกันเหมือนผัวเมียนับปี ซ้ำส่งรูปอวดอดีตภรรยา

กระบี่-เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ดและสตรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก หลังรับแจ้งจากแม่เลี้ยงและแม่แท้ๆ ของเด็กหญิงวัย 16 ปี ว่าถูกพ่อแท้ๆ ของเด็ก ได้พรากไปจากครอบครัวตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา และมาหลบซ่อนอยู่ในตำบลอ่าวลึกใต้   เมื่อไปถึงพบเด็กหญิงวัย 16 ปี และพ่อของเด็กอายุ 42 ปี อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว โดยมีแม่ของเด็กอายุ 38 ปี ชี้ว่าเด็กถูกพรากมาและได้ทำมิดีมิร้ายกับเด็กมานานแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่ สภ.อ่าวลึก พร้อมทั้งแจ้งความให้ดำเนินคดีกับพ่อของเด็ก แต่ทาง ตร. แจ้งว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องนำเด็กไปตรวจร่างกาย จึงได้ปล่อยตัวไปก่อนพร้อมทำประวัติไว้   จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำเด็กไปตรวจที่ รพ.อ่าวลึก พบมีร่องการล่วงละเมิดทางเพศ และเด็กไม่มีสามีมาก่อน จึงได้ทำประวัติไว้ ทางแม่แท้ๆ ของเด็ก จึงไปแจ้งความในคดีพรากผู้เยาว์ไว้ที่ สภ.อ่าวลึก ซึ่งทาง ตร.อ่าวลึก ได้ลงประจำวันไว้ และจะได้สอบสวนหากผิดจริงก็จะดำเนินคดีต่อไป   โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากนางน้อย อายุ 38 ปี ภรรยาของนายเอ พ่อของเด็กสาววัย 16 ปี ได้ติดตามนายเอ จนกระทั่งทราบว่าหนีมาอยู่ที่ จ.กระบี่ ทั้งที่มีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว จากนั้นนายเอ ได้ส่งภาพไปให้ว่าอยู่กับภรรยาใหม่ เป็นเด็กสาววัย 16 ปี แต่นางน้อย จำได้ว่าน่าจะเป็นลูกเลี้ยง ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ที่นายเอ เคยมีภรรยาอยู่ที่ จ.พังงา จึงได้ติดต่อกันเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา   จากนั้นเมื่อแม่แท้ๆ ของเด็กที่อยู่ จ.พังงา เห็นภาพจึงรู้ว่าลูกที่หายไปนาน 1 ปี กับพ่อนั้น ไปอยู่กินแบบสามีภรรยา จึงได้ออกตามหาและมาแจ้งต่อทาง อ.อ่าวลึก เพื่อให้ช่วยตรวจสอบให้จนพบว่าทั้งคู่อยู่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ใน ต.อ่าวลึกใต้ จึงนำกำลังเข้าค้นหาและพบตัวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เด็ก อยู่ในการดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก ซึ่งจะได้สอบสวนต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EWGN_ZXY6c0  

 271,032
สังคม
29 ต.ค. 62

สาววัย 16 ถูกพ่อแท้ๆ พาหนีไปอยู่ด้วยกันเหมือนผัวเมียนับปี ซ้ำส่งรูปอวดอดีตภรรยา

กระบี่-เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็ดและสตรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก หลังรับแจ้งจากแม่เลี้ยงและแม่แท้ๆ ของเด็กหญิงวัย 16 ปี ว่าถูกพ่อแท้ๆ ของเด็ก ได้พรากไปจากครอบครัวตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา และมาหลบซ่อนอยู่ในตำบลอ่าวลึกใต้   เมื่อไปถึงพบเด็กหญิงวัย 16 ปี และพ่อของเด็กอายุ 42 ปี อาศัยอยู่ในบ้านดังกล่าว โดยมีแม่ของเด็กอายุ 38 ปี ชี้ว่าเด็กถูกพรากมาและได้ทำมิดีมิร้ายกับเด็กมานานแล้ว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่ สภ.อ่าวลึก พร้อมทั้งแจ้งความให้ดำเนินคดีกับพ่อของเด็ก แต่ทาง ตร. แจ้งว่า ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องนำเด็กไปตรวจร่างกาย จึงได้ปล่อยตัวไปก่อนพร้อมทำประวัติไว้   จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำเด็กไปตรวจที่ รพ.อ่าวลึก พบมีร่องการล่วงละเมิดทางเพศ และเด็กไม่มีสามีมาก่อน จึงได้ทำประวัติไว้ ทางแม่แท้ๆ ของเด็ก จึงไปแจ้งความในคดีพรากผู้เยาว์ไว้ที่ สภ.อ่าวลึก ซึ่งทาง ตร.อ่าวลึก ได้ลงประจำวันไว้ และจะได้สอบสวนหากผิดจริงก็จะดำเนินคดีต่อไป   โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากนางน้อย อายุ 38 ปี ภรรยาของนายเอ พ่อของเด็กสาววัย 16 ปี ได้ติดตามนายเอ จนกระทั่งทราบว่าหนีมาอยู่ที่ จ.กระบี่ ทั้งที่มีลูกด้วยกัน 2 คนแล้ว จากนั้นนายเอ ได้ส่งภาพไปให้ว่าอยู่กับภรรยาใหม่ เป็นเด็กสาววัย 16 ปี แต่นางน้อย จำได้ว่าน่าจะเป็นลูกเลี้ยง ซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ที่นายเอ เคยมีภรรยาอยู่ที่ จ.พังงา จึงได้ติดต่อกันเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา   จากนั้นเมื่อแม่แท้ๆ ของเด็กที่อยู่ จ.พังงา เห็นภาพจึงรู้ว่าลูกที่หายไปนาน 1 ปี กับพ่อนั้น ไปอยู่กินแบบสามีภรรยา จึงได้ออกตามหาและมาแจ้งต่อทาง อ.อ่าวลึก เพื่อให้ช่วยตรวจสอบให้จนพบว่าทั้งคู่อยู่บ้านเช่าหลังหนึ่ง ใน ต.อ่าวลึกใต้ จึงนำกำลังเข้าค้นหาและพบตัวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เด็ก อยู่ในการดูแลของแพทย์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็ก ซึ่งจะได้สอบสวนต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/EWGN_ZXY6c0  

 271,032
ข่าวภูมิภาค
23 ต.ค. 62

แม่แจ้งความจับพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาววัย 13 ปี เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างถูกเมียใส่ร้าย

กระบี่ - บุกจับพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาว โดยแม่แท้ๆเป็นคนพาลูกสาวไปแจ้งความดำเนินคดี แม่เล่าว่า ตนทะเลาะกับสามี แยกกันอยู่คนละบ้าน ฝั่งสามีเอาลูกสาว 2 คนไปอยู่ด้วย คนหนึ่งอายุ 13 ปี อีกคนอายุ 8 ขวบ    ปรากฎว่าวันหนึ่ง ลูกบอกว่าถูกพ่อข่มขืน จึงพาลูกไปตรวจร่างกาย พบร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง ลูกบอกอีกว่าพ่อไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว ซึ่งหลังสอบปากคำ เด็กก็ยืนยันว่าถูกพ่อข่มขืน    ด้านพ่อเด็ก ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ว่าไม่ได้ทำ อ้างว่าเป็นเพราะทะเลาะกับเมีย เมียต้องการจะกล่าวหาใส่ร้าย ต้องการจะสร้างเรื่องเท็จขึ้นมา   ขณะที่ครอบครัวฝั่งพ่อแท้ๆ ไม่มีใครเชื่อว่า พ่อจะทำ เห็นปกติตั้งใจเลี้ยงลูกอย่างดี และถามเจ้าตัวแล้วว่าทำจริงๆหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ปฏิเสธมาโดยตลอด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/YmvaPXVvNf4

 6,192
สังคม
23 ต.ค. 62

แม่แจ้งความจับพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาววัย 13 ปี เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างถูกเมียใส่ร้าย

กระบี่ - บุกจับพ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาว โดยแม่แท้ๆเป็นคนพาลูกสาวไปแจ้งความดำเนินคดี แม่เล่าว่า ตนทะเลาะกับสามี แยกกันอยู่คนละบ้าน ฝั่งสามีเอาลูกสาว 2 คนไปอยู่ด้วย คนหนึ่งอายุ 13 ปี อีกคนอายุ 8 ขวบ    ปรากฎว่าวันหนึ่ง ลูกบอกว่าถูกพ่อข่มขืน จึงพาลูกไปตรวจร่างกาย พบร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง ลูกบอกอีกว่าพ่อไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว ซึ่งหลังสอบปากคำ เด็กก็ยืนยันว่าถูกพ่อข่มขืน    ด้านพ่อเด็ก ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ว่าไม่ได้ทำ อ้างว่าเป็นเพราะทะเลาะกับเมีย เมียต้องการจะกล่าวหาใส่ร้าย ต้องการจะสร้างเรื่องเท็จขึ้นมา   ขณะที่ครอบครัวฝั่งพ่อแท้ๆ ไม่มีใครเชื่อว่า พ่อจะทำ เห็นปกติตั้งใจเลี้ยงลูกอย่างดี และถามเจ้าตัวแล้วว่าทำจริงๆหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ปฏิเสธมาโดยตลอด          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/YmvaPXVvNf4

 6,192
ข่าวภูมิภาค
17 ต.ค. 62

จับแล้ว 1 ใน 3 วัยรุ่นดักทุบรถชาวบ้านที่ขับผ่านตอนกลางคืน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวน

กระบี่ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการแชร์คลิปจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง ที่ขับมาบนถนนสายเกาะกลาง-คลองท่อม แล้วได้มีวัยรุ่น 3 คน ดักอยู่บนถนน โดยได้ดักรถคันแรกเป็นรถเก๋ง สีขาว วัยรุ่นได้ทุบและมีวัยรุ่นอีกคนหนึ่ง มาทุบรถของเจ้าของคลิปภาพก่อนที่จะขับออกไป ส่วนรถคันที่ถูกทุบคันแรกได้จอดข้างทาง ขณะเดียวกันหลังขับไปอีกประมาณ 100 เมตร เจ้าของรถคันที่บันทึกภาพได้ลงไปตรวจสอบรถแล้วก็ขับออกไป ซึ่งคลิปภาพดังกล่าว ได้มีการแชร์กันอย่างกว้างขวางในโลกโซเชี่ยล หลังจากทางตำรวจ สภ.เกาะกลาง ได้ไปตรวจสอบและพบเจ้าของรถพร้อมแจ้งรายละเอียดให้ทราบและให้ดูกล้อง ก่อนที่จะเดินทางออกจากพื้นที่ โดยไม่มีการแจ้งความ         ด้าน พ.ต.ท.เสกสรร บุญเลิศ รักษาการสารวัตรใหญ่ สภ.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเมื่อคืนและมีเจ้าของรถคันที่ถูกทุบโทรแจ้งตร. ก็ได้ไปตรวจสอบที่ถนนสายเกาะกลาง-คลองท่อม พบผู้เสียหายแต่ไม่ขอแจ้งความกับทางตำรวจ ได้แต่แจ้งถึงพฤติกรรมการ่อเหตุและให้รูปพรรณไว้ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ไปติดตามตัวจนพบ 1 ในกลุ่มที่ก่อเหตุที่หมู่ 1 ต.เกาะกลาง มีน้ำกระท่อมติดตัวอยู่จึงได้จับกุมไว้ ทั้งนี้หากผู้เสียหายที่ถูกทุบรถต้องการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ขอให้มาแจ้งที่สภ.เกาะกลาง เพื่อดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g-5t_Qqk06w

 3,225
อาชญากรรม
17 ต.ค. 62

จับแล้ว 1 ใน 3 วัยรุ่นดักทุบรถชาวบ้านที่ขับผ่านตอนกลางคืน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสอบสวน

กระบี่ - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการแชร์คลิปจากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง ที่ขับมาบนถนนสายเกาะกลาง-คลองท่อม แล้วได้มีวัยรุ่น 3 คน ดักอยู่บนถนน โดยได้ดักรถคันแรกเป็นรถเก๋ง สีขาว วัยรุ่นได้ทุบและมีวัยรุ่นอีกคนหนึ่ง มาทุบรถของเจ้าของคลิปภาพก่อนที่จะขับออกไป ส่วนรถคันที่ถูกทุบคันแรกได้จอดข้างทาง ขณะเดียวกันหลังขับไปอีกประมาณ 100 เมตร เจ้าของรถคันที่บันทึกภาพได้ลงไปตรวจสอบรถแล้วก็ขับออกไป ซึ่งคลิปภาพดังกล่าว ได้มีการแชร์กันอย่างกว้างขวางในโลกโซเชี่ยล หลังจากทางตำรวจ สภ.เกาะกลาง ได้ไปตรวจสอบและพบเจ้าของรถพร้อมแจ้งรายละเอียดให้ทราบและให้ดูกล้อง ก่อนที่จะเดินทางออกจากพื้นที่ โดยไม่มีการแจ้งความ         ด้าน พ.ต.ท.เสกสรร บุญเลิศ รักษาการสารวัตรใหญ่ สภ.เกาะกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเมื่อคืนและมีเจ้าของรถคันที่ถูกทุบโทรแจ้งตร. ก็ได้ไปตรวจสอบที่ถนนสายเกาะกลาง-คลองท่อม พบผู้เสียหายแต่ไม่ขอแจ้งความกับทางตำรวจ ได้แต่แจ้งถึงพฤติกรรมการ่อเหตุและให้รูปพรรณไว้ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ไปติดตามตัวจนพบ 1 ในกลุ่มที่ก่อเหตุที่หมู่ 1 ต.เกาะกลาง มีน้ำกระท่อมติดตัวอยู่จึงได้จับกุมไว้ ทั้งนี้หากผู้เสียหายที่ถูกทุบรถต้องการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ขอให้มาแจ้งที่สภ.เกาะกลาง เพื่อดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g-5t_Qqk06w

 3,225
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

เด็ก ป.5 ผูกคอตัวเอง หลังถูกเพื่อนขู่ทำร้าย หมอห่วงสมองขาดออกซิเจน

กระบี่-เกิดเหตุเด็กชายอายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองที่บ้านพัก   จากการสอบถาม ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี พี่สาวของเด็ก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา แม่ไม่อยู่บ้าน ตนและน้องชาย คือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) วัย 11 ปี และน้องชายอีกคนวัย 8 ขวบ อยู่บ้านกันเพียงลำพัง ช่วงที่ตนกำลังเข้าไปในครัว เพื่อเตรียมทำอาหารให้น้องๆ กิน ตนเรียก ด.ช.เอ แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ จึงเดินออกมาดูที่ห้องโถงในบ้าน   พบน้องชายใช้ผ้าขาวม้า ผูกคอตัวเองหมดสติ จึงรีบเข้าไปปลดผ้าออก แล้วขี่รถ จยย.ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ห่างไปประมาณ 2 กม. ชาวบ้านจึงช่วยกันปฐมพยาบาล และนำตัวน้องชายส่ง ร.พ.ลำทับ ส่วนสาเหตุ ตนยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องอะไร   ขณะที่ นางแก้ว (นามสมมติ) อายุ 46 ปี แม่ของ ด.ช.เอ เผยว่า สาเหตุที่ลูกชายคิดสั้น ตนเชื่อว่ามาจากปัญหาในกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนที่ลูกชายเรียนอยู่ โดยเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนทราบจากลูกว่ามีกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนบางกลุ่ม มาข่มขู่และทำร้ายลูก ก่อนนี้ลูกไปเล่นเครื่องเล่นในโรงเรียน แล้วเสียหลักล้มลงทำให้เท้าไปโดนนักเรียนคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ กลุ่มนักเรียนดังกล่าวจึงทำร้ายชกหน้าลูกชาย จนลูกบ่นว่าไม่อยากจะไปโรงเรียนเพราะกลัวจะเกิดเรื่องอีก   วันเกิดเหตุลูกทำร้ายตัวเอง ตนต้องไปทำงานที่เกาะลันตา อ.เกาะลันตา ลูกขอว่าจะไปกับตนด้วย แต่ตนเห็นว่าหากไปด้วยจะลำบาก จึงให้ลูกอยู่บ้านกับพี่สาวและน้องชาย แต่ไม่นึกว่าลูกจะตัดสินใจทำแบบนี้ ตนเล่าเรื่องดังกล่าวให้กับครูที่โรงเรียนทราบ ซึ่งทางครูรับปากว่าจะเร่งสืบหาว่าเด็กกลุ่มไหนที่มีพฤติกรรมตามที่บอก   นางแก้ว เล่าอีกว่า ตอนนี้ตนอยากให้ลูกชายหายดีเท่านั้น ส่วนปัญหาภายในโรงเรียนเป็นหน้าที่ของครูที่โรงเรียนจะดำเนินการแก้ปัญหาให้ ตนยืนยันว่าลูกชายเป็นเด็กขยัน อยู่บ้านก็จะช่วยตนทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ทั้งช่วยกรีดยางขาย เวลาอยู่โรงเรียนก็ชอบช่วยเหลืองานครูที่โรงเรียน จนครูที่โรงเรียนแทบทุกคนจะรักน้องมาก แต่อาจจะทำให้เพื่อนบางคนไม่ชอบ เพราะเป็นเด็กที่ครูรัก   ด้าน นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.ร.พ.กระบี่ กล่าวว่า ตอนนี้อาการของเด็ก ยังอยู่ในขั้นตอนการเฝ้าระวัง เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่อาการดีขึ้นตามลำดับ เด็กเริ่มมีอาการตอบสนองที่ดีขึ้น ขยับแขนขาได้ เวลาเรียกก็มีอาการตอบสนอง เริ่มลืมตาได้ ซึ่งตนกำชับ จนท.ให้ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาจนกว่าจะประเมินอาการได้ภายใน 48 ชม.   ในส่วนของการเยียวยาด้านสภาพจิตใจ สั่งให้ จนท.สุขภาพจิตของ ร.พ.คอยดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว ทั้งแม่เด็ก พี่สาว น้องชาย รวมทั้งเมื่อเด็กหายดี จะต้องดูแลสภาพจิตใจอีกครั้ง ให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ   แต่สิ่งหนึ่งที่ขอชื่นชม คือชาวบ้านที่ช่วยเหลือเด็กตั้งแต่ทราบเหตุครั้งแรก มีความรู้ในการปฐมพยาบาลทำ CPR ในเบื้องต้น จนทำให้สามารถช่วยเหลือเด็กไว้ได้ เป็นสิ่งที่ต้องให้ชุมชน ชาวบ้าน ได้เรียนรู้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อชุมชนโดยรวมเวลาเกิดเหตุขึ้นมาจะได้ช่วยเหลือทันท่วงที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UbJjyund-xo

 6,648
อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

เด็ก ป.5 ผูกคอตัวเอง หลังถูกเพื่อนขู่ทำร้าย หมอห่วงสมองขาดออกซิเจน

กระบี่-เกิดเหตุเด็กชายอายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตัวเองที่บ้านพัก   จากการสอบถาม ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี พี่สาวของเด็ก ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา แม่ไม่อยู่บ้าน ตนและน้องชาย คือ ด.ช.เอ (นามสมมติ) วัย 11 ปี และน้องชายอีกคนวัย 8 ขวบ อยู่บ้านกันเพียงลำพัง ช่วงที่ตนกำลังเข้าไปในครัว เพื่อเตรียมทำอาหารให้น้องๆ กิน ตนเรียก ด.ช.เอ แต่ไม่ได้ยินเสียงตอบ จึงเดินออกมาดูที่ห้องโถงในบ้าน   พบน้องชายใช้ผ้าขาวม้า ผูกคอตัวเองหมดสติ จึงรีบเข้าไปปลดผ้าออก แล้วขี่รถ จยย.ไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านในหมู่บ้าน ห่างไปประมาณ 2 กม. ชาวบ้านจึงช่วยกันปฐมพยาบาล และนำตัวน้องชายส่ง ร.พ.ลำทับ ส่วนสาเหตุ ตนยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องอะไร   ขณะที่ นางแก้ว (นามสมมติ) อายุ 46 ปี แม่ของ ด.ช.เอ เผยว่า สาเหตุที่ลูกชายคิดสั้น ตนเชื่อว่ามาจากปัญหาในกลุ่มเพื่อนที่โรงเรียนที่ลูกชายเรียนอยู่ โดยเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนทราบจากลูกว่ามีกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนบางกลุ่ม มาข่มขู่และทำร้ายลูก ก่อนนี้ลูกไปเล่นเครื่องเล่นในโรงเรียน แล้วเสียหลักล้มลงทำให้เท้าไปโดนนักเรียนคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ กลุ่มนักเรียนดังกล่าวจึงทำร้ายชกหน้าลูกชาย จนลูกบ่นว่าไม่อยากจะไปโรงเรียนเพราะกลัวจะเกิดเรื่องอีก   วันเกิดเหตุลูกทำร้ายตัวเอง ตนต้องไปทำงานที่เกาะลันตา อ.เกาะลันตา ลูกขอว่าจะไปกับตนด้วย แต่ตนเห็นว่าหากไปด้วยจะลำบาก จึงให้ลูกอยู่บ้านกับพี่สาวและน้องชาย แต่ไม่นึกว่าลูกจะตัดสินใจทำแบบนี้ ตนเล่าเรื่องดังกล่าวให้กับครูที่โรงเรียนทราบ ซึ่งทางครูรับปากว่าจะเร่งสืบหาว่าเด็กกลุ่มไหนที่มีพฤติกรรมตามที่บอก   นางแก้ว เล่าอีกว่า ตอนนี้ตนอยากให้ลูกชายหายดีเท่านั้น ส่วนปัญหาภายในโรงเรียนเป็นหน้าที่ของครูที่โรงเรียนจะดำเนินการแก้ปัญหาให้ ตนยืนยันว่าลูกชายเป็นเด็กขยัน อยู่บ้านก็จะช่วยตนทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ทั้งช่วยกรีดยางขาย เวลาอยู่โรงเรียนก็ชอบช่วยเหลืองานครูที่โรงเรียน จนครูที่โรงเรียนแทบทุกคนจะรักน้องมาก แต่อาจจะทำให้เพื่อนบางคนไม่ชอบ เพราะเป็นเด็กที่ครูรัก   ด้าน นพ.สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผอ.ร.พ.กระบี่ กล่าวว่า ตอนนี้อาการของเด็ก ยังอยู่ในขั้นตอนการเฝ้าระวัง เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่อาการดีขึ้นตามลำดับ เด็กเริ่มมีอาการตอบสนองที่ดีขึ้น ขยับแขนขาได้ เวลาเรียกก็มีอาการตอบสนอง เริ่มลืมตาได้ ซึ่งตนกำชับ จนท.ให้ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาจนกว่าจะประเมินอาการได้ภายใน 48 ชม.   ในส่วนของการเยียวยาด้านสภาพจิตใจ สั่งให้ จนท.สุขภาพจิตของ ร.พ.คอยดูแลสภาพจิตใจของครอบครัว ทั้งแม่เด็ก พี่สาว น้องชาย รวมทั้งเมื่อเด็กหายดี จะต้องดูแลสภาพจิตใจอีกครั้ง ให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ   แต่สิ่งหนึ่งที่ขอชื่นชม คือชาวบ้านที่ช่วยเหลือเด็กตั้งแต่ทราบเหตุครั้งแรก มีความรู้ในการปฐมพยาบาลทำ CPR ในเบื้องต้น จนทำให้สามารถช่วยเหลือเด็กไว้ได้ เป็นสิ่งที่ต้องให้ชุมชน ชาวบ้าน ได้เรียนรู้การช่วยเหลือในเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อชุมชนโดยรวมเวลาเกิดเหตุขึ้นมาจะได้ช่วยเหลือทันท่วงที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UbJjyund-xo

 6,648
ข่าวภูมิภาค
04 ต.ค. 62

มือปริศนาบุกเผารถเจ้าของโรงงานกะปิ คาดฝีมือลูกหนี้ฉุนโดนทวง

กระบี่-เกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย 1 คน เข้าไปก่อเหตุใช้น้ำมันราดรถจุดไฟเผารถ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ 4 ประตูช่วงกลางดึก ถึงบ้านพักที่เปิดเป็นโรงงานผลิตกะปิชื่อดังตรา 2 พี่น้อง พบว่ารถเสียหายทั้งคันจากการถูกไฟเผา ทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังกองพิสูจน์หลักฐานจ.กระบี่ เพื่อเข้าเก็บหลักฐานเพิ่มเติม   ทั้งนี้จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ พบว่าช่วงเกิดเหตุมีคนร้ายเป็นชาย 1 คน เดินเข้ามาแล้วด้อมๆ มองๆ ที่รถ จากนั้นคนร้ายได้นำน้ำมันมาราดที่รถก่อนที่จะจุดไฟเผา แล้วคนร้ายหลบหนีไป   เจ้าของรถคันดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวมีอาชีพผลิตและจำหน่ายกะปิ ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอื่นนอกจากการที่ตน ได้ไปทวงหนี้จากลูกค้าที่ไม่จ่ายค่ากะปิ ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก บางรายนับแสนบาท แต่ไม่ยอมจ่าย ได้ไปบอกให้ผ่อนกลับมาเดือนละพันก็มี จึงคาดว่าน่าจะมาสาเหตุความไม่พอใจจากการทวงถามหนี้ค่ากะปิ   พ.ต.อ.วิชย์สัญห์ บุญณรงค์ ผกก.สภ ทรายขาว เปิดเผยว่า สาเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นน่าจะมาจากเรื่องที่เจ้าของรถได้ส่งกะปิไปให้ร้านค้าและลูกค้าเป็นจำนวนมาก พบว่าบางรายไม่ยอมจ่ายค่ากะปิให้ จึงได้เกิดการทวงถาม สร้างความไม่พอใจ และเมื่อปีที่ผ่านมา ก็เคยเกิดเหตุคนร้ายมายิงบ้านมาแล้วรอบหนึ่งด้วย ซึ่งได้ให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y4A_pjwkJPE

 6,642

Top