ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระบี่"

สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ค. 60

ผบ.ตร.จ่อแถลงข่าวคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ยันจับทีมสังหารได้ครบแล้ว

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กลุ่มคนร้ายบุกสังหาร นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และครอบครัวรวม 8 ศพ ก่อนหลบหนีไปพร้อมรถเก๋งยาริสของผู้ตาย โดยยังได้ทำลายหลักฐานและนำฮาร์ดดิสก์วงจรปิดไปด้วย ขณะตำรวจตั้งปม 5 ประเด็น ทั้ง การเมืองท้องถิ่น โรงโม่หิน ฟ้องขับไล่รุกที่สาธารณะ ชู้สาว และยาเสพติดนั้น   ล่าสุด เมื่อคืนที่ผ่านมา (15 ก.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางลงพื้นที่ จ.กระบี่ สอบสวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกคุมตัวมาไว้ที่ ร.15 พัน 1 อ.คลองท่อม ก่อนจะนำคณะเดินทางออกจากพื้นที่ จ.กระบี่ ข้ามไปยัง จ.พังงา เขตรอยต่อกับ จ.ภูเก็ต และพาสื่อมวลชนไปดูจุดที่คนร้ายนำรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีบรอนซ์เทา ของภรรยา นายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้านไปเผาทำลายหลักฐานในสวนปาล์มแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 บ้านในหงบ ต.ตากแดด   ส่วนจุดที่ 2 พบหลักฐานเพิ่มเติมอีกหลายอย่าง ได้แก่ เมมโมรี่การ์ด 5 ชิ้น กุญแจมือ ถุงมือสองชั้น ป้ายทะเบียนรถ อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 2 กระบอก ขนาด .357 จำนวน 1 กระบอก CZ 9 มม. จำนวน 1กระบอก อาวุธคล้ายปืนสงครามอีก 2 กระบอก และกระสุนปืนขนาดต่างๆ อีกจำนวนหนึ่ง ส่วนอาวุธที่ใช้สังหารผู้ใหญ่บ้านกับครอบครัว เป็นปืนของผู้ใหญ่บ้านเอง ซึ่งพบในที่เกิดเหตุตั้งแต่วันแรกแล้ว   ผบ.ตร. ยังระบุว่า กลุ่มคนร้ายเป็นพลเรือน ไม่ใช่คนมีสี และสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้หมดแล้ว โดยเตรียมจะเปิดแถลงผลการจับกุมและตอบทุกข้อซักถามในเวลาบ่ายสามโมงเย็นวันนี้   ด้าน นายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ หรือ โกเก่ง อายุ 59 ปี เจ้าของโรงโม่หินตรังภูทองในพื้นที่ ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.สมพงษ์ ทองใบ ผบก.ภ.จว.ตรัง เพื่อขอกำลังคุ้มกันดูแลความปลอดภัยตนเองและครอบครัว เนื่องจากเกรงว่ามือที่สามจะอาศัยจังหวะลงมือฆ่าตัดตอน หลังจากมีข่าวออกมาพัวพันถึงประเด็นการสังหาร 8 ศพที่ จ.กระบี่    โดยโกเก่ง ยืนยันว่า ข่าวต่างๆ ที่ออกมาไม่เป็นความจริง และผู้ตายกับตนไม่ได้มีความสนิทสนมกัน เบอร์มือถือก็ยังไม่มี ที่ผ่านมาตนลงทุนไปกว่า 30 ล้านบาท ในการขอประทานบัตร และจากข่าวที่ออกมาว่าตนให้เงินผู้ใหญ่บ้านในการไปเคลียร์ปัญหากับชาวบ้านในพื้นที่ เรื่องนี้ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดอีกเช่นกัน และไม่มีความจำเป็นต้องไปให้ผู้ใหญ่บ้าน เพราะไม่ใช่หุ้นส่วนสัมปทาน อย่างไรก็ตาม ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบผู้เสียชีวิตด้วย แต่ในส่วนของการขอเปิดสัมปทานโรงโม่ก็คงต้องสู้กันต่อไป               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/bl_1hVobQrQ

 11,850
สังคม-อาชญากรรม
15 ก.ค. 60

ผบ.ตร.ปัดข่าวลือจับผู้ต้องสงสัยฆ่า 8 ศพ แย้มคดีคืบหน้ามาก - จนท.แอบหลอนได้ยินเสียงลึกลับในบ้าน

ความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ กลุ่มคนร้ายบุกสังหาร นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และครอบครัวรวม 8 ศพ ก่อนหลบหนีไปพร้อมรถเก๋งยาริสของผู้ตาย โดยยังได้ทำลายหลักฐานและนำฮาร์ดดิสก์วงจรปิดไปด้วย ขณะตำรวจตั้งปม 5 ประเด็น ทั้ง การเมืองท้องถิ่น โรงโม่หิน ฟ้องขับไล่รุกที่สาธารณะ ชู้สาว และยาเสพติด    ล่าสุดเมื่อวานนี้ (14 ก.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เดินทางลงพื้นที่จ.กระบี่ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีเป็นครั้งที่ 3 ก่อนแถลงข่าวหลังการประชุมว่า การติดตามตัวคนร้ายถือได้ว่ามีความคืบหน้าไปกว่า 60 เปอร์เซ็นแล้ว พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวการจับกุมผู้ต้องสงสัย รวมทั้งไม่ได้ส่งเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามไปที่ จ.นครศรีธรรมราช อีกด้วย แต่ได้มีการส่งชุดคลี่คลายคดีไปลงพื้นที่ตรวจสอบในพื้นที่ จ.ตรัง และ จ.ระนอง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดของคดีเพราะอยู่ในสำนวนคดี เบื้องต้นยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งรีดทรัพย์ ขัดแย้งส่วนตัว สัมปทานโรงโม่ ยาเสพติด และยังอยู่ในระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีเงินโอนเข้าบัญชีนายวรยุทธมากถึง 50 ล้านหรือไม่    ด้านกำนัน ต.บ้านกลาง เปิดเผยว่า ส่วนตัวเชื่อว่าปมสังหารมาจากกรณีโรงโม่หิน หลังผู้ตายที่เคยขัดขวางแต่ต่อมากลับกลายเป็นผู้สนับสนุน โดยมีค่าดำเนินการราว 50 ล้านบาท ก่อนหน้าจะเกิดเหตุก็สัมผัสได้ว่าเจ้าตัวน่าจะพอรู้ตัวว่ากำลังถูกปองร้าย และยังเคยเกริ่นกับตนเองว่าจะเป็นกำนันต่อเอง หากตนไม่ปฏิบัติหน้าที่แล้ว    ขณะที่บรรยากาศที่บ้านหลังเกิดยังคงมีตำรวจเฝ้าที่เกิดเหตุตลอด 24 ช.ม. เพื่อไม่ให้หลักฐานเสียหายหรือบุคคลภายนอกเข้าไป ซึ่งบรรยากาศภายในบ้านก็เป็นไปอย่างวังเวง เนื่องจากเป็นบ้านที่อยู่สุดซอยและไม่ค่อยมีผู้คนเข้าไปมามากนัก จะมีก็เพียงชาวบ้านที่ขี่รถเข้าสวนปาล์มสวนยางเท่านั้น แต่มีรายงานว่ามีคนได้ยินเสียงคล้ายรื้อค้นหาสิ่งของ แต่เมื่อเข้าไปดูกลับไม่พบอะไร จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นวิญญาณของคนตายทั้ง 8 ศพ               ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Gq5rC1qQHpU  

 19,422
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ค. 60

รวบแล้ว! ตร.ล็อก 1 ผู้ต้องสงสัย 'แก๊งฆ่ายกครัว 8 ศพ' สอบเค้นในเซฟเฮาส์กระบี่ พฐ.เร่งคลี่ปมการจัดฉาก

            ทีมคลี่คลายคดีฆ่าล้างครัว 8 ศพ สอบเค้นหนัก 1 ในทีมสังหารโหด ขณะที่ พฐ.เร่งคลายปมสงสัยคนร้ายจัดฉาก ผญบ.ยิงสมาชิกครอบครัวจริงหรือไม่ ชี้ หลักฐานที่เกิดเหตุกับชุดสืบสวนสอดคล้องกัน               ล่าสุดมีรายงานยืนยันกระแสข่าวเจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวชายต้องสงสัย 1 ในทีมสังหารยกครัว 8 ศพ ที่จ.กระบี่ โดย ผบ.ตร.อยู่ระหว่างเค้นสอบปากคำอย่างหนักในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ เพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและมูลเหตุในการสังหารอย่างโหดเหี้ยมครั้งนี้               โดยในส่วนของการตรวจพิสูจน์หลักฐาน มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้จัดแบ่งวัตถุพยาน และหลักฐานที่รวบรวมได้ทั้งหมดแต่เกิดเหตุ ไปยังศูนย์ พฐ.ใน 3 จว. คือ สงขลา สุราษฏร์ และ ส่วนกลางที่ กทม. เนื่องจากเป็นคดีสำคัญและมีพยานหลักฐานจำนวนมาก จึงต้องบูรณาการแยกกันในการปฏิบัติภารกิจ             ทั้งนี้ พฐ.ได้ตรวจคราบเหม่าดินปืนบนมือนายวรยุทธ สังหลัง ผญบ.แล้ว แต่ยังไม่มีการเปิดเผยละเอียด ซึ่งหากพบคราบเขม่าดินปืน ก็จะต้องนำมาเทียบเคียงกับเขม่าดินปืนที่อาวุธปืนที่ใช้ปลิดชีพเหยื่อ เพื่อคลายข้อสงสัยว่าคนร้ายมีการจัดฉากให้ ผญบ.ก่อเหตุยิงสมาชิกครอบครัวหรือไม่ แหล่งข่าวยังระบุว่า พยานหลักฐานที่รวบรวมได้ทั้งหมด มีความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกับชุดคลี่คลายคดี และล่าสุด ผลตรวจพิสูจน์อาวุธปืน พบว่า คนร้ายใช้ปืนกระบอกเดียวกันสังหารเหยื่ออย่างเลือดเย็น  

 41,598
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.ค. 60

คาดมือปืนผิดแผน เลยต้องฆ่ายกครัว 8 ศพ พุ่งเป้าขัดแย้งโรงโม่หิน เผยสาวสิงห์บุรีท้อง 6 เดือนเป็นเมีย ผญบ.อีกคน

คืบหน้ากรณีคนร้ายสังหารหมู่ 8 ศพ เจ็บอีก 3 รายที่บ้านนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน จ.กระบี่ ซึ่งทาง จนท.ตั้งปมสังหารไว้หลายปม หนึ่งในนั้นคือความขัดแย้งในการก่อสร้างโรงโม่หิน   ทั้งนี้มีรายงานว่าผู้ใหญ่บ้าน เคยคัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้าง แต่ต่อมาได้เปลี่ยนฝั่งเข้าไปให้การสนับสนุนให้นายทุนเข้าไปซื้อการขอประทานบัตรระเบิดภูเขาเทือกเขาเขาขาว ซึ่งมีภูเขาที่จะระเบิดหิน และมีการลงทุนกว้านซื้อที่ดินรวมทั้งชักจูงให้ชาวบ้านสนับสนุนแต่ถูกคัดค้านอย่างหนัก และวันที่ 4 เมษายน 2559 กรมศิลปากรได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตโบราณสถาน ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าทำได้ ซึ่งเป็น 1 ในประเด็นที่ตำรวจพุ่งเป้าว่าอาจทำให้เกิดความโกรธแค้นที่ลงทุนไปอย่างมาก   ในส่วนประเด็นชู้สาว มีรายงานว่า หญิงชื่อ น.ส.ตูน ชาว จ.สิงห์บุรี ได้แต่งงานถูกต้องตามหลักศาสนากับผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งทางภรรยาก็รับรู้ จากนั้นได้ย้ายไปอยู่ที่กระบี่ แต่อาศัยอยู่คนละบ้านกับภรรยาของผู้ใหญ่บ้าน ขณะนี้ น.ส.ตูนกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ญาติๆ ก็รู้สึกเป็นห่วง ทั้งนี้คาดว่าคงจะเดินทางกลับมาอาศัยอยู่ที่สิงห์บุรีในอีกไม่นานนี้   ส่วนที่มีข่าวว่า เป็นเศรษฐีนีนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด น.ส.นุกูลมีฐานะปานกลาง เคยทำงานโรงงาน รู้จักกับผู้ใหญ่บ้านได้ประมาณปีกว่าๆ ก่อนที่จะเดินทางไปอยู่ด้วยกันที่จังหวัดกระบี่   ด้านญาติสนิทกับครอบครัวของผู้ใหญ่บ้านรายดังกล่าวที่เสียชีวิต โดยกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนั้นมีการตั้งประเด็นไปหลากหลาย แต่ตนเชื่อว่ามาจากเรื่องที่สาธารณะที่ผู้ใหญ่ไปทวงคืน และมีการฟ้องร้องกันอยู่ ส่วนโรงโม่นั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ แม้จะมีการลงทุนซื้อที่ดินกว่า 20 ล้านบาทจากเงินของเพื่อนผู้ใหญ่ ที่ไปชักชวนกันมาทำ เพราะผู้ใหญ่กับเพื่อนรายดังกล่าวมีความสนิทสนมกันมาก ช่วยเหลือกันมาทุกอย่างตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบันและเป็นคนร่ำรวย เช่นเดียวกับกรณีเมียน้อยของผู้ใหญ่ที่อยู่ จ.สิงบุรี ก็เป็นคนมีฐานะ ช่วยเหลือผู้ใหญ่มาตลอดเช่นกัน   ส่วนการสังหารครั้งนี้คาดว่าคนร้ายที่มีไม่ต่ำกว่า 6-7 คนนั้น ต้องรู้จักผู้ใหญ่และคนในบ้านเป็นอย่างดี จึงได้ลงมือสังหารทุกคนที่เห็นหน้า และเว้นไว้แค่ลูกสาวผู้ใหญ่ อายุ 3 เดือน 1 คน ซึ่งขณะเกิดเหตุเมียผู้ใหญ่ได้ห่อไว้ในผ้าห่มข้างศพภายในห้องนอนเท่านั้น   ทั้งนี้เชื่อว่ามือปืนอาจวางแผนให้ไขว้เขวว่าคดีนี้เป็นฝีมือของนายวรยุทธ ยิงเมียและลูกก่อนฆ่าตัวตายตาม โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนขนาด .38 มม.ของนายวรยุทธจ่อยิงศีรษะสมาชิกในบ้านทีละคน เพื่อจัดฉากว่าเป็นฝีมือของนายวรยุทธ เพื่อให้เจ้าหน้าที่หลงประเด็นการสังหาร แต่แผนนี้ไม่สำเร็จเนื่องจากวันเกิดเหตุได้มีสมาชิกครอบครัวพริกดำอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุด้วย จึงจำเป็นต้องฆ่าปิดปากพยานทั้งหมด      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V6bqMUEogsM    

 121,790
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ค. 60

เจ้าของบ้านไม่กล้าเข้าห้องน้ำ ผวาเจองูเห่าโผล่โถส้วม 7 ตัว ต้องรื้อบ่อหาแม่งู

กระบี่-กู้ภัยรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีงูเห่าอยู่ในห้องน้ำจำนวนหลายตัว จึงเดินทางไปตรวจสอบพบเป็นบ้านชั้นเดียว พบภายในห้องน้ำพบงูเห่าอยู่ภายในโถส้วมแบบนั่งยอง ซึ่งทางเจ้าของบ้านได้นำของมาวางทับไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดออกปรากฏมีงูเห่าตัวขนาดยาวประมาณ 50 ซม.อยู่ภายใน จึงได้ใช้ไม้จับงู และตีงูเห่าตาย รวม 5 ตัว และทางด้านหลังบ้านซึ่งมีบ่อส้มอยู่ รื้อฝาออกมาพบคราบงูเห่าตัวใหญ่อีก 1 คราบ แต่ไม่พบตัว เจ้าของบ้านจึงให้รื้อออก และรอทุบเพราะยังพบมีงูอยู่ภายในบ่อ แต่มีน้ำจึงไม่สามารถจับได้   ด้านสาวเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุเล่าว่า งูเห่าที่พบนี้มีจำนวน 7 ตัวแล้ว น่าจะเป็นลูกงูที่เกิดอยู่ภายในบ่อดังกล่าว แต่หาทางออกไม่ได้ จึงได้มุดขึ้นมาทางโถส้วม และเชื่อว่าน่าจะมีมากกว่านี้ เนื่องจากตัวแม่ยังไม่พบ และมีไข่ที่เจออีก 1 ฟองอยู่ข้างบ่อ จำเป็นที่จะต้องรื้อบ่อบริเวณดังกล่าวนี้เพื่อเอางูออกไปทั้งหมด และต้องรื้อท่อน้ำที่เข้าไปในห้องน้ำทิ้งเพื่อหางู เพราะหากไม่ทำ คงไม่กล้าที่จะเข้าห้องน้ำแน่นอน โชคดีที่งูไม่กัดใคร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zyksIcVxK_Y  

 11,156
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 60

'เฉลิมเกียรติ' สั่งสอบปากสาวคนสนิทผญบ. เร่งตรวจสอบเส้นทางการเงิน ชี้ยังไม่ตัดประเด็นใดออก

            พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. เปิดเผยการติดตามความคืบหน้าคดีฆ่ายกครัวผู้ใหญ่บ้าน จ.กระบี่ ว่า ตนร่วมกับ พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รองผบ.ตร. ลงพื้นที่ประชุมติดตามความคืบหน้าคดี โดยวันนี้จะพยายามเข้าไปเยี่ยมเยียนและพูดคุยกับผู้รอดชีวิต ซึ่งยังอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ แต่ยังอยู่อาการตกใจ อาจยังไม่สามารถให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ได้มากนัก รวมถึงจะพูดคุยกับพนักงานสอบสวนว่ายังขาดประเด็นการสอบสวนใดบ้าง           จากนั้นจะประชุมชุดสืบสวนคลี่ลคายคดี โดยสั่งการให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งเรียกบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทที่รับสัมปทานสร้างโรงโม่หินในพื้นที่ โดยมีผู้ใหญ่บ้านเป็นหนึ่งในกรรมการบริษัทดังกล่าว และเพื่อนสาวคนสนิทของผู้ใหญ่บ้านมาสอบปากคำ           นอกจากนี้ ยังต้องตรวจสอบข้อมูลในทุกด้าน โดยยังไม่สามารถตัดประเด็นการก่อเหตุใดทิ้งได้ ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเส้นทางการหลบหนี รวมถึงเบาะแสต่างๆนั้น วันนี้ก็จะประชุมติดตามเบาะแสการหลบหนี โดยยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายเป็นคนในพื้นที่หรือไม่ หรือยังอยู่ในพื้นที่หรือไม่ ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ แต่ต้องขอเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนเสียก่อน            พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เผยก่อนเข้าประชุมว่าอีกว่า วันนี้เรียกประชุมเพื่อแบ่งการทำงานโดยให้ พล.ต.อ.สุเทพดูแลรับผิดชอบงานสืบสวน ส่วนพล.ต.ท. ธเนตร์ ให้ดูเรื่องสอบสวน และชุดอื่นๆ ก็ให้ดูงานแยกย่อยๆ ไป ตอนนี้ยังดำเนินการสืบสวนสอบสวนทุกประเด็น ยังไม่ได้ตัดประเด็นหนึ่งประเด็นใดทิ้ง ซึ่งขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปเรื่อยๆ ทั้งข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนเส้นทางการเงินและข้อมูลโทรศัพท์ของผู้ตายนั้น ยังไม่สามารถบอกได้เพราะอยู่ในสำนวนเกรงจะเสียรูปคดี     ที่มา ข่าวสด

 7,550
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 60

สนง.ยุติธรรมจ.กระบี่ เข้าช่วยเยียวยา ญาติเหยื่อถูกฆ่ายกครัว ชาวบ้านเผยอาจเป็นปมเรื่องขัดแย้งพื้นที่

         จากเหตุการณ์ฆ่ายกครัว ทางสำนักงานยุติธรรมได้ เข้าให้ญาติเหยื่อกรอกข้อมูลเพื่อขอรับเงินเยียวยา ด้านพ่อผญบ.ระบุ ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายแม้จะเป็น ส.อบต. ส่วนชาวบ้านระบุประเด็นโรงโม่หินนั้น ผู้ใหญ่เป็นผู้สนับสนุนแต่เกิดผิดพลาด เพราะกรมศิลปกรประกาศเป็นเขตโบราณสถานอาจทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงได้จากกรณีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 6-7 คน อาวุธปืนครบมือ แต่งชุดลายพราง เข้าไปที่บ้านของนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านเขางาม หมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ก่อนจับคนในบ้านและญาติๆ ของภรรยานายวรยุทธ และครอบครัว รวม 11 คน ก่อนลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้ปืน .38 ของผู้ใหญ่บ้านยิงศีรษะทีละคน จนเสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 3 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.30 น.คืนวันที่ 11 กค.ที่ผ่านมา             ทางเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุติธรรมจ.กระบี่ ได้เดินทางมาที่ อบต.บ้านกลาง เพื่อให้ญาติของผู้เสียชีวิตแต่ละรายได้กรอกรายละเอียด สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามีผู้ใดเสียชีวิตบ้าง เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ฆาตกรรม ซึ่งจะมีการพิจารณาให้การช่วยเหลือรับเงินต่อไป โดยมีญาติของแต่ละคน เดินทางมากรอกประวัติให้ขณะที่นายสนาน สังหลัง อายุ 63 ปี เป็น ส.อบต.หมู่ 3 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นพ่อของนายวรยุทธ สังหลัง ผญบ.หมู่ 1 ผู้เสียชีวิตพร้อมครอบครัว เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวแม้ตนจะเป็นพ่อของผู้ตาย แต่ก็ห่างกันเนื่องจากอยู่คนละหมู่บ้าน และไม่ทราบว่ามาจากสาเหตุใด แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการฟ้องร้องกัน แต่ก็เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จะหารือกับทางพ่อตามากกว่าทางตน จึงทำให้ไม่ทราบสาเหตุที่เกิดขึ้น             จากการเข้าไปตรวจสอบโรงโม่ระเบิดหิน ที่ได้มีการขอประทานบัตรจากผู้ประกอบการรายหนึ่งตั้งแต่เมื่อ 5-6 ปีก่อน และทางกรมศิลปากรได้ประกาศให้ภูเขาในบริเวณดังกล่าวเป็นโบราณสถาน เนื่องจากพบเครื่องใช้ดินเผา กระดูกมนุษย์โบราณ รวมถึงภาพเขียนสีตามเพิงผาต่างๆจำนวนมาก ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2559 ส่งผลให้การสัมปทานพื้นที่ไม่สามารถทำได้ โดยข้อมูลพบว่า การขอสัมปทานเมื่อปี 2558 ได้มีการยื่นขอสัมปทานอีกรอบ โดยเปลี่ยนชื่อผู้ขอ ซึ่งทางชาวบ้านระบุว่า นายทุนผู้ขอสัมปทาน ได้ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นตัวตั้งตัวตีในการเคลียร์กับชาวบ้านให้สนับสนุน ซึ่งผู้ใหญ่เป็นผู้ชักนำมาลงทุน แต่มีชาวบ้านคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากเห็นว่าเป็นพื้นที่โบราณสถานมีวัตถุโบราณหลายพันปี และยังเป็นแหล่งต้นน้ำ รวมถึงผลกระทบจากฝุ่นละออง จึงได้ให้ทางกรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบ และนำมาสู่การขึ้นทะเบียนในเวลาต่อมา ส่งผลให้การขอสัมปทานเหมืองต้องหยุดชะงัก และการลงทุนซื้อที่รวมทั้งการวิ่งเต้นต่างๆ ใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งกรณีดังกล่าว อาจทำให้มีผู้ไม่พอใจ นำมาสู่การสังหารได้เช่นกัน             ซึ่งเบื้องต้นพบมีชนวนการสังหารมาจาก 4 ประเด็น คือ เรื่องขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น การฟ้องร้องหลายคดี รวมทั้งโรงโม่หินที่อยู่ระหว่างการสัมปทาน ที่มีความขัดแย้งออกเป็น 2 กลุ่ม และเรื่องส่วนตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดๆทิ้งไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 10,664
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 60

ญาติ ผญบ.ฆ่ายกครัว สวดขอพรให้จับคนร้ายได้ เปิดโพสต์สุดท้ายภาพชุดสีกากีรับใช้แผ่นดิน

คืบหน้าเหตุอุกฉกรรจ์ กลุ่มคนร้ายอาวุธปืนครบมือ แต่งชุดลายพราง เข้าไปที่บ้านของนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านเขางาม หมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ก่อนจับคนในบ้านและญาติๆ ของภรรยานายวรยุทธ และครอบครัว รวม 11 คน ก่อนลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้ปืน .38 ของผู้ใหญ่บ้านยิงศีรษะทีละคน จนเสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 3 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.30 น.คืนวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา   เบื้องต้นพบมีชนวนการสังหารมาจาก 4 ประเด็น คือ เรื่องขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น การฟ้องร้องหลายคดี รวมทั้งโรงโม่หินที่อยู่ระหว่างการสัมปทาน ที่มีความขัดแย้งออกเป็น 2 กลุ่ม และปมชู้สาว   ด้าน จนท.พบหลักฐานเป็นปืนลูกโม่ ขนาด .38 แบบบรรจุกระสุน 5 นัด ที่เป็นของเจ้าของบ้านเอง พบเพียงกระบอกเดียว คาดถูกคนร้ายใช้เป็นอาวุธ นอกจากนี้ ยังส่งปลอกกระสุนปืน จำนวน 9 ปลอกที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ รวมทั้งหัวกระสุนปืนที่ยิงทะลุร่างของผู้เสียชีวิตฝังอยู่ในที่เกิดเหตุ และหัวกระสุนที่แพทย์นิติเวชผ่าออกจากร่างผู้ตาย 4-5 หัวกระสุน ซึ่ง พฐ. จะเปรียบเทียบปลอก กับหัวกระสุนปืน ว่าคนร้ายใช้ปืนกระบอกเดียวปลิดชีพเหยื่อหรือไม่   ล่าสุดญาติได้จัดพิธีสวดขอพรให้ผู้เสียชีวิตตามหลักศาสนาอิสลาม มั่นใจจับคนร้ายได้ ด้านผู้ที่เข้าช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ ระบุว่าได้เข้าช่วยชีวิตผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งยังไม่ชีวิตอยู่ แต่ไม่สามารถสื่อสารได้ ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ขณะที่ลูกชายวัย 4 เดือนของผู้ใหญ่บ้านนอนบนเตียง รอดชีวิตได้หวุดหวิด   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่ถูกฆาตกรรมที่ ส่วนตัวคงไม่กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนที่มีการโยงว่าเป็นคนมีสีนั้น ขอถามว่าใคร ขอให้ไปหากันมา นายกรัฐมนตรีย้ำไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย มีแต่สื่อมวลชนชอบย้ำว่าคนร้ายเป็นเจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบ   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยว่ายังไม่มีการรายงานอะไรถึงตนเลย ทางผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคงต้องไปตรวจสอบก่อน ซึ่งไม่ใช่จะทำวันเดียวเสร็จ โดยเรื่องนี้ตั้งไว้หลายสาเหตุ ทั้งเรื่องของความขัดแย้ง ชู้สาว ขัดแย้งผลประโยชน์ในพื้นที่   ขณะที่ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊กของนายวรยุทธ ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกยิงเสียชีวิต พบว่าได้มีการเปลี่ยนภาพประจำตัว เมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเป็นชุดข้าราชการสีกากี ซึ่งมีข้อความว่า "สีกากี เป็น สีของแผ่นดิน ใส่เพื่อรับใช้แผ่นดิน ไม่ใช่เพื่อโกงแผ่นดิน"     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hfzNCrYiWIA  

 28,213
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ค. 60

เจาะปมฆ่ายกครัว ผญบ.กระบี่ เร่งสอบเศรษฐีนีสิงห์บุรี ตร.ยันภาพสเก็ตช์ในเน็ตไม่ใช่คนร้าย

จากกรณีเหตุอุกฉกรรจ์ กลุ่มคนร้ายไม่ต่ำกว่า 6-7 คน อาวุธปืนครบมือ แต่งชุดลายพราง เข้าไปที่บ้านของนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านเขางาม หมู่ที่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก  ก่อนจับคนในบ้านและญาติๆ ของภรรยานายวรยุทธ และครอบครัว รวม 11 คน ก่อนลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้ปืน .38 ของผู้ใหญ่บ้านยิงศีรษะทีละคน จนเสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 3 คน เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.30 น.คืนวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา   เบื้องต้นพบมีชนวนการสังหารมาจาก 4 ประเด็น คือ เรื่องขัดแย้งการเมืองท้องถิ่น การฟ้องร้องหลายคดี รวมทั้งโรงโม่หินที่อยู่ระหว่างการสัมปทาน ที่มีความขัดแย้งออกเป็น 2 กลุ่ม และปมชู้สาว   จากการตั้งปมว่าเศรษฐีนีสาว จ.สิงห์บุรีมาติดพันผู้ใหญ่บ้านมีการซื้อบ้าน ซื้อรถให้กัน ซึ่งจากการสอบสวนล่าสุดมีรายงานว่า สุภาพสตรีคนนี้ยังอยู่ใน จ.กระบี่ ขณะที่ชาวบ้านเผยมีหญิงสาวชื่อ น.ส.ตูน พักอยู่กับแม่ที่สิงห์บุรี แต่ได้มาพบรักกับผู้ใหญ่บ้าน จึงย้ายมาอยู่ที่กระบี่ และส่งเงินไปให้แม่ที่สิงห์บุรี วันเกิดเหตุได้กลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน เมื่อทราบข่าวจึงรีบกลับมายังจุดเกิดเหตุ คนใกล้ชิดเปิดเผยว่า น.ส.ตูนเป็นหญิง มีนิสัยอ่อนโยน รักเด็ก ฐานะปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวย ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า น.ส.ตูนคนนี้เป็นเศรษฐีนีตามที่หลายคนตั้งข้อสงสัยหรือไม่   ด้านนายมนัส ชูบุตร นายก อบต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งถูกระบุว่า ทางผู้ใหญ่บ้านได้ฟ้องร้องกล่าวหาในมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการนำที่ดิน นสล. หรือที่ดินหลวงเนื้อที่ประมาณเกือบ 100 ไร่ที่ชาวบ้านบุกรุกปลูกสร้างบ้านประมาณ 10 ครอบครัว แต่ อบต.ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในความขัดแย้งนั้น นายก อบต.บ้านกลาง กล่าวว่า ทางตนทำไปตามหน้าที่ ซึ่งไม่ได้ละเลย แต่ได้ทำการสอบสวนสิทธิ์ตามกฎหมายขั้นตอนปฏิบัติทุกประการ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการสอบสวนสิทธิ์ ส่วนการขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องปกติที่การทำงานย่อมต้องมีบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นต้องทำร้ายใดๆ และการสังหารในครั้งนี้โหดเหี้ยมอย่างมาก ไม่เคยเกิดขึ้นในกระบี่มาก่อน   ขณะที่ พล.ต.ท.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาการ ผบช.ภ.8 ระบุประเด็นการสังหารในครั้งนี้ ยังคงมุ่งไปที่ 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วยการขัดแย้งเรื่องที่ นสล. ซึ่งได้มีการฟ้องร้องนักการเมืองท้องถิ่น การสัมปทานโรงโม่หิน ยาเสพติด และเรื่องส่วนตัว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ส่วนกรณีที่มีอาวุธปืนหายไปนั้นพบว่าหายไปหลายกระบอกอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนกรณีภาพสเก็ตช์คนร้ายที่มีการเผยแพร่นั้นไม่ใช่คนร้าย ขณะนี้ยังไม่มีการสเก็ตช์ภาพออกมา แต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pz3vsAK2hNs 

 19,507
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 60

'จักรทิพย์' เผยภาพสเก็ตซ์หนึ่งใน 'แก๊งฆ่ายกครัว' เร่งรวบรวมหลักฐาน เชื่อมั่นสามารถจับได้

                    จากกรณีเหตุอุกฉกรรจ์ ยิงยกครัว 8 ศพ โดยพบว่า คนร้ายเป็นชาย 6-7 รายแต่งกายชุดลายพราง พร้อมอาวุธครบมือ ที่บ้านนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่นั้น               พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุคนร้ายบุกบ้านผู้ใหญ่บ้านที่ ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ยิงทั้งครอบครัวเสียชีวิต 8 ศพ บาดเจ็บ 3 ราย ว่า เมื่อวาน (11ก.ค.) ตนพร้อมกับคณะทำงานได้ลงพื้นที่รับฟังบรรยายสรุปที่ สภ.อ่าวลึก สำหรับเบาะแสของคนร้ายตำรวจกำลังเร่งสืบสวน เบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปสาเหตุหรือแรงจูงใจในการลงมือได้ แต่ยอมรับว่ามีข้อมูลรายงานเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งตนเองได้กำชับแนวทางการสืบสวนสอบสวน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานติดตามจับกุมคนร้ายไปแล้ว โดยจะมีการวิเคราะห์ทั้งหมดทุกมิติ              ส่วนกรณีที่พบเงินของนายทุนถูกโอนเข้ามาในบัญชีก่อนเสียชีวิตนั้น เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ แต่ก็ต้องสืบสวนทุกประเด็นที่เกี่ยวข้อง สำหรับพยานที่รอดชีวิต 3 ราย ยืนยันว่ามีมาตรการดูแลคุ้มครองอย่างดี ส่วนอาวุธปืนที่คนร้ายก่อเหตุได้นำมาตรวจสอบว่าเป็นอาวุธปืนของใคร ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่เบื้องต้นสันนิษฐานได้ว่าคนร้ายน่าใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวในการก่อเหตุยิงทั้ง 8 ศพ แต่ทุกอย่างต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ประกอบ           พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ จันทโอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้นำมาคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เพราะเป็นคดีสำคัญ สะเทือนขวัญ อย่างไรก็ตามส่วนตัวมั่นใจว่าจะสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ แต่ต้องให้เวลาในการทำงานสักระยะเพราะคดีเพิ่งเกิด คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้ จะลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีอีกครั้ง            ทั้งนี้ มีรายงานว่าชุดสืบสวนสามารถสเก็ตซ์ภาพผู้ก่อเหตุได้ 1 คนเป็นชาย ซึ่ง ผบ.ตร. ยังไม่ขอเปิดเผยในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในสำนวนของการสืบสวนแต่ยืนยันได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์     ที่มา ข่าวสด  

 19,812
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 60

'จักรทิพย์' เผย 'แก๊งฆ่ายกครัว' พฤติกรรมคล้ายกลุ่มก่อความไม่สงบ 3 จังหวัดใต้ ยันมั่นใจรวบคนร้ายได้

        ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุพฤติกรรมคนร้ายฆ่ายกครัว 8 ศพ จังหวัดกระบี่ คล้ายการก่อเหตุของกลุ่มก่อความไม่สงบจังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากมีการปล้นปืน รถยนต์ของผู้เสียชีวิตไปด้วย เตรียมลงพื้นที่เร่งรัดคดีอีก 1-2 วัน ขณะเดียวกันยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง มั่นใจจะจับกุมตัวคนร้ายได้           พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีฆ่ายกครัวผู้ใหญ่บ้าน ตำบลบ้างกลาง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เมื่อวานนี้ว่าได้แบ่งชุดหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ทำหน้าที่ และจัดชุดปฏิบัติการไปดำเนินการสืบสวนหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งในที่ประชุมก็ได้มีการพูดคุยถึงแผลประทุษกรรมของคนร้าย ซึ่งหลังก่อเหตุได้ปล้นรถยนต์พร้อมอาวุธปืนบางส่วนของผู้ใหญ่บ้านหลบหนีไปด้วย รวมทั้งมีการทำลายฮาร์ดดิสบันทึกข้อมูล และปรับเปลี่ยนทิศทางกล้องวงจรปิด ส่วนอาวุธปืนของผู้ใหญ่บ้านที่รวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุได้ส่งมาตรวจที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางแล้ว เพื่อหาร่องรอย และดีเอ็นเอ ว่าเป็นปืนที่คนร้ายที่ใช้ยิงผู้ใหญ่บ้าน และครอบครัวทั้ง 11 คนหรือไม่ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายน่าจะใช้ปืนกระบอกเดียวกันก่อเหตุ             อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่าพฤติกรรมของคนร้ายที่ปล้นรถยนต์ และอาวุธปืนบางส่วนของผู้ใหญ่บ้านไปหลังก่อเหตุนั้นคล้ายคลึงกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนจะมีการว่าจ้างคนร้ายจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ขึ้นมาก่อเหตุหรือไม่ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน รวมทั้งยังไม่ตัดประเด็นใดๆ ทิ้ง            สำหรับพยาน 3 ปากที่รอดชีวิตจากที่เกิดเหตุ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย เนื่องจากเป็นพยานปากสำคัญที่อยู่ใกล้ชิดในเหตุการณ์ ทั้งนี้ใน 1-2 วัน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะลงพื้นที่ไปเร่งรัดคดี และมั่นใจว่าจะได้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กำชับจะต้องจับกุมตัวคนร้ายทั้งหมดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด    

 4,088
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 60

พบเบาะแส 'แก๊งฆ่ายกครัว' แกะรอยกล้องวงจรปิด ตร.ชี้มีภาพสเก็ตคนร้าย แต่ยังเปิดเผยไม่ได้

               จากกรณีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 6-7 คน โดยมีอาวุธปืนครบมือ แต่งชุดลายพราง เข้าไปที่บ้านของนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านเขางาม  ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ก่อนจับคนในบ้านและญาติๆ ของภรรยานายวรยุทธ และครอบครัว รวม 11 คน ก่อนลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้ปืน 0.38 ของผู้ใหญ่บ้านยิงศีรษะทีละคน จนเสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 3 คน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 11 กค.ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว สร้างความสะเทือนขวัญต่อผู้คน จนทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.พร้อมทีมสืบสวนต้องลงพื้นที่ด่วน เพื่อมาคลี่ปมสังหารหมู่ในครั้งนี้ ซึ่งเบื้องต้นพบมีชนวนการสังหารมาจาก 5 ประเด็น คือ ความขัดแย้งเรื่องการประทานบัตรโรงโมหิน ,ชู้สาว,ความขัดแย้งที่ดินสาธารณะ ,ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ตาย และ ยาเสพติด               ล่าสุดหลังเกิดเหตุวันนี้ทางตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ และชุดสืบสวนตำรวจภูธรอ่าวลึก รวมทั้งชุดสืบสวนกลาง ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ โดยได้เก็บภาพจาก อบต.บ้านกลาง ซึ่งอยู่ห่างจากทางเข้าบ้านของผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ประมาณ 1 กม. ริมถนนสายเซ้าเทริน กระบี่-ขนอม ซึ่งมีรายงานว่า พบรถต้องสงสัยตามที่มีพยานในหมู่บ้านระบุว่า เป็นรถฟอร์จูนเนอร์ สีดำ และรถเก๋งสีขาว ซึ่งเป็นรถยนต์ของคนร้าย วิ่งไปมาทั้ง 2 ฝั่งในช่วงเย็น  นอกจากนั้นยังได้ออกคนร้ายเป็นชายสวมหมวก 1 คน ซึ่งยังไม่ขอเปิดเผย            โดยในที่ประชุม ได้มีการนำพฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้ายมาวิเคราะห์ หาถึงความเชื่อมโยง กรณีที่กลุ่มคนร้ายใช้เวลา ร่วม 8 ชั่วโมงอยู่ภายในที่เกิดเหตุ ว่าอาจจะมีสิ่งของบางอย่างซุกซ่อนอยู่ จึงได้ประสานสุนัขทหาร เข้าตรวจสอบ และอยู่ระหว่างการประสานกับโต๊อิหม่าม และผู้เกี่ยวข้อง   ข่าวที่เกี่ยวข้อง    

 129,793
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 60

อุกอาจ! แก๊งชุดลายพรางบุกฆ่ายกครัว ผญบ.กระบี่ 8 ศพ ญาติแกล้งตายเลยรอดชีวิต ได้ยินคนร้ายพูดสำเนียงภาคกลาง

คดีสะเทือนขวัญ กลุ่มคนร้ายชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่า 10 คนใส่ชุดลายพราง ปิดบ้านนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ แล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยภรรยา ลูกๆ และญาติๆ รวม 11 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บ 3 คน    ก่อนหลบหนีคนร้ายได้เก็บปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ และได้นำเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิด ซึ่งติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้รอบๆ บ้าน และรถยนต์ของผู้ใหญ่บ้านไปด้วย   ด้าน ตร.ได้กระจายกำลังสืบสวนหาข้อมูลเกี่ยวกับความขัดแย้ง และหาภาพวงจรปิดตามเส้นทางๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 8 คน ในจำนวนนี้ 3 คน ได้ส่งพิสูจน์ที่กองพิสูจน์หลักฐานสุราษฏร์ธานี ก่อนจะ นำทั้ง 8 คน มาประกอบพิธีฝั่งศพตามศาสนาอิสลามที่บ้านมารดาของภรรยาผู้ใหญ่บ้าน ท่ามกลางชาวบ้านจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมพิธี   ส่วนประเด็นการสังหารหมู่ครั้งนี้ จากการสอบถามเบื้องต้น พบหลายชนวนปัญหาทั้งการที่ผู้ใหญ่บ้านไปวัดที่ดิน นสล.หรือที่หลวง ที่มีชาวบ้านบุกรุก แต่ชาวบ้านไม่ยอมออกจากพื้นที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง รวมทั้งปัญหาทางการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ด้วย และประเด็นชู้สาว เพราะมีข้อมูลว่าผู้ใหญ่บ้านสนิทกับเศรษฐินีในจังหวัดภาคกลาง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน   ด้านพ่อตาแม่ยายของผู้ใหญ่บ้านได้เปิดเผยว่า ผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ ซึ่งเป็นน้องของภรรยาผู้ใหญ่บ้านได้เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงกลางดึก คนร้ายทำทีเป็น จนท.รัฐมาขอตรวจค้น ก่อนจับทุกคนแยกเอาไว้ในห้องต่างๆ และยิงใส่ทีละคน ซึ่งผู้ที่รอดชีวิตต้องแกล้งตาย เมื่อคนร้ายออกไปได้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ ซึ่งจากที่ได้ยินพบว่ากลุ่มคนร้ายพูดสำเนียงคนภาคกลาง ขณะก่อเหตุพูดถึงประเด็นความขัดแย้ง แต่ได้ยินไม่ชัด ทั้งนี้ตัวผู้ใหญ่บ้านเป็นคนโผงผาง ทำอะไรทำจริง จนสร้างความไม่พอใจและขัดแย้งกับบางกลุ่ม   ในเวลาต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ และมาประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องที่ สภ.อ่าวลึก หลังประชุมเสร็จสิ้นได้ให้สัมภาษณ์ ก่อนเดินทางกลับ กทม.ว่า ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจากหน่วยต่างๆ ลงพื้นที่ร่วมกันคลี่คลายคดี ซึ่งทางนายกรัฐมนตรี และรองนายก มีความเป็นห่วงถึงเหตุสะเทือนขวัญนี้อย่างมาก   ส่วนประเด็นการสังหาร ทาง ผบ.ตร.ระบุว่า ประเด็นต่างๆนั้นยังไม่มีการตัดทิ้ง ทั้ง ประเด็นส่วนตัว การเมือง ยาเสพติด ไม่ได้ตัดทิ้ง ยังคงพุ่งเป้าไปทุกเรื่อง ส่วนการดูแลคนเจ็บนั้น ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปคอยเฝ้าดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9gtannr-_EM  

 88,767
ต่างประเทศ
12 ก.ค. 60

สื่อนอกตีข่าวฆ่ายกครัวกระบี่ เผยไทยครอบครองปืนเป็นอันดับ 1 ในเอเชียสูงกว่าฟิลิปปินส์

สื่อต่างประเทศชั้นนำของโลก อาทิ AP, BBC, REUTERS นำเสนอคดีสะเทือนขวัญ กลุ่มคนร้ายชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่า 10 คนใส่ชุดลายพราง ปิดบ้านนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ แล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยภรรยา ลูกๆ และ ญาติๆ รวม 11 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บ 3 คน ชี้เหตุเกิดในพื้นที่ จ.กระบี่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในหมู่คนต่างชาติ อีกทั้งเป็นคดีที่อ้างว่าผู้ลงมือใส่ชุดลายพรางคล้ายทหาร   ขณะเดียวกัน ม.วอชิงตัน ในสหรัฐอเมริกา เผยข้อมูลไทยถูกจัดอันดับว่ามีการครอบครองอาวุธปืนสูงที่สุดใน 10 ประเทศในทวีปเอเชีย ซึ่งสูงกว่าประเทศฟิลิปปินส์เสียอีก     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2qkeNzdxJD8

 4,538
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ก.ค. 60

วิจารณ์ นทท.โยนขนมให้ปลากลางทะเลกระบี่ หน.อุทยานชี้กระทบระบบนิเวศน์ จ่อหาตัวมาลงโทษ

เพจ Social Hunter โพสต์คลิปของหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินทางมากับครอบครัว เที่ยวทะเลกระบี่ บริเวณเกาะไก่ ข้างทะเลแหวก ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ซึ่งได้มีการนำขนมยี่ห้อหนึ่ง ให้ปลาสลิดหินกิน ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการกระทำที่อาจไม่เหมาะสม   ด้านหัวหน้าอุทานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่ารับทราบถึงกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งทางอุทยานฯ ได้มีการขึ้นป้ายห้ามให้อาหารปลาแก่นักท่องเที่ยวตามเกาะต่างๆ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้คนเรือทราบมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลังตนมารับตำแหน่งใหม่เมื่อวันที่ 5 กค.ที่ผ่านมานี้ ก็ได้ลงพื้นที่ไปตามหน่วยต่างๆ ในเขตอุทยานฯ แต่ก็ยอมรับว่า บริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดดำน้ำดูปะการัง ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำจุดดังกล่าว จึงทำให้ยากต่อการควบคุม ประกอบกับเจ้าหน้าที่มีน้อย ซึ่งหลังจากนี้ จะหามาตรการเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ทั้งนี้ผู้ที่ให้อาหารปลานั้น จะมีโทษปรับตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ   สำหรับการให้อาหารปลานั้น จะส่งผลกระทบโดยปลาจะมีนิสัยก้าวร้าว ปลากินแต่ขนม จะขาดสารอาหาร ปลาป่วยง่าย และตายง่าย ปลาที่ชอบขนมปังจะเพิ่มจำนวนประชากรได้เร็ว เช่น ปลาสลิดหินบั้งเขียวเหลือง ทำให้ประชากรปลาชนิดอื่น ถูกไล่ออกไปความหลากหลายทางทะเลจะลดลง นอกจากนั้นอาหารจากมนุษย์ที่ปลากินเข้าไป ถูกขับถ่ายออกมาเป็นอาหารแบคทีเรีย และแพลงก์ตอนเพิ่มมากขึ้น จนน้ำมีสีเขียว จะกระทบต่อระบบนิเวศน์และเกิดความเสียสมดุล เกิดการระบาดของสัตว์น้ำบางชนิดที่เป็นภัยต่อแนวปะการัง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XKx8XYQQ3oE  

 3,944

Top