ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระบี่"

สังคม-อาชญากรรม
03 ต.ค. 60

เจ้าบ่าววิวาห์ล่มเตรียมขอขมาพ่อแม่เจ้าสาวแต่พบที่บ้านเจ้าสาวปิดเงียบ หลังถูกแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์

จากกรณีมีการจัดเตรียมสถานที่สำหรับการจัดงานแต่งของหญิงสาววัย 15 ปี ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน กับหนุ่มวัย 17 ปี ที่ ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันงานฝ่ายเจ้าบ่าวไม่ได้เดินทางมา สาเหตุเพราะสินสอดที่ฝ่ายเจ้าสาวเรียกไป 3 แสนบาท ฝ่ายเจ้าบ่าวหาไม่ได้แม้จะต่อรองกันเหลือ 1.5 แสนบาทแล้ว ต่อมาฝ่ายเจ้าสาวได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เขาพนม ดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ และทางพนักงานสอบสวน อัยการ นักจิตวิทยา และผู้เกี่ยวข้องร่วมสอบปากคำเจ้าสาวเมื่อวานนี้   ล่าสุดมีข่าวว่าทางเจ้าบ่าววัย 17 ปี และทางพ่อแม่ญาติๆ ได้เตรียมขอขมาพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวที่บ้านเจ้าสาว โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ ปรากฏว่าที่บ้านของเจ้าสาวปิดประตูเงียบไม่มีเจ้าสาว และพ่อแม่ สอบถามญาติของฝ่ายเจ้าสาวทราบว่า ได้มีการติดต่อมาว่าจะมีการมาขอขมาจริง ส่วนจะรับให้อภัยอย่างไรหรือไม่นั้นยังไม่สามารถตอบ    ขณะที่ ร.ต.อ.บุญส่ง ล่องวารี รองสารวัตรสอบสวน สภ.เขาพนม เจ้าของคดี กล่าวว่า วันนี้จะส่งหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาไปที่สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ให้ไปแจ้งเจ้าบ่าววัย 17 ปี มาให้ปากคำเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามที่ฝ่ายเจ้าสาวแจ้งความไว้ โดยเบื้องต้นมีฐานความผิดพรากผู้เยาว์ และเพิ่มอีก 1 ข้อหาคือ กระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาและอายุไม่ถึง 18 ปี ส่วนการยอมความกันนั้นในชั้นนี้ ไม่สามารถยอมความได้แล้ว เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับเด็กเยาวชน หากทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้ ก็คงต้องไปแถลงต่อศาล เพื่อขอความปราณีอาจจะให้อยู่กินกันได้ ซึ่งเป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณา แต่ทั้งนี้หากวันนี้ส่งหมายเรียกแล้วไม่มา อีก 7 วันจะส่งอีกครั้ง หากไม่มาอีกก็จะออกหมายจับต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 7,346
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 60

แม่เจ้าบ่าววิวาห์ล่มเตรียมเอกสารประกันตัวลูกชาย หลังถูกแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์

กระบี่-คืบหน้ากรณีพ่อแม่ของสาววัย 15 ปี ที่ท้อง 5 เดือน และเตรียมจัดงานแต่งงานให้กับบุตรสาว ที่หนุ่มวัย 17 ปี มาติดพัน แต่ทางเจ้าบ่าวกลับไม่มีเงินค่าสินสอดที่ทางฝ่ายเจ้าสาวเรียกไป 3 แสนบาท จึงไม่ได้เดินทางมาร่วมงานแต่ง ขณะที่ฝ่ายเจ้าบ่าวชี้แจงว่า ไม่ได้เบี้ยวงานแต่ง แต่พ่อของฝ่ายเจ้าสาวยื่นคำขาดไม่ยอมหากไม่ได้เงินตามที่ตกลงไว้ ส่งผลให้ไม่สามารถไปร่วมงานได้   ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ทางพ่อเจ้าสาวและครอบครัว รวมทั้งเจ้าสาวได้เดินทางแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจท้องที่แล้ว และจะออกหมายเรียกตัวเจ้าบ่าววัย 17 ปี มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหาพรากผู้เยาว์     ด้านแม่ของเจ้าบ่าว เตรียมหาหลักฐานเอกสารจากญาติเพื่อเตรียมประกันตัวลูกชาย ยันไม่คิดหนี และดีใจที่มีทนายชื่อดังโทรศัพท์มาแจ้งและเสนอตัวที่จะเข้ามาว่าความให้ฟรี ขณะเดียวกันได้กล่าวถึงเจ้าสาวที่ถูกจับแยกกับเจ้าบ่าวว่าตนยังรักลูกสะใภ้และหลานในท้อง และเป็นห่วงมากเพราะเด็กคนดังกล่าวเป็นเด็กดี แต่ถูกพ่อแม่มากีดกันด้วยเงิน   ตนคาดว่าเด็กยังคงอยากจะติดต่อหากัน แต่ถูกปิดกั้นโดยผู้ใหญ่ ส่วนตัวแล้ว ทั้งพ่อ และแม่ฝ่ายชายยังรักลูกสะใภ้มาก ไม่เคยคิดโกรธเคืองใดๆ เพราะรู้ดีว่าเด็กไม่ได้เป็นคนต้นเหตุ และคงต้องทำตามพ่อแม่ของเขา ที่ไปแจ้งความดำเนินคดี ไม่ว่าเรื่องนี้จะยุติลงอย่างไร ตนยังรับได้ และยังรักลูกสะใภ้กับหลานในท้องตลอดไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iz4FM3shLfc    

 11,650
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 60

นาทีระทึก กระบะพุ่งชนห้างดังที่กระบี่ เฉี่ยวแม่หงายหลัง-ทับร่างเด็ก 4 ขวบ รอดตายปาฏิหาริย์

กระบี่-กล้องวงจรปิดจับภาพนาทีเป็นนาทีตาย ของเด็กวัย 4 ขวบ รถกระบะเสียหลักพุ่งเข้าชนห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เฉี่ยวแม่เด็กหงายหลัง ก่อนพุ่งเข้าชนเด็กหญิงวัย 4 ขวบติดใต้ท้องรถ รอดตายปฎิหาริย์ พบเพียงบาดแผลที่คิ้ว และตามแขนขาถลอก   ก่อนที่รถจะพุ่งเข้าชนกำแพงของห้างจนทะลุไปชนเข้ากับรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างกำแพงเสียหายไป 1 คัน สินค้ากระจัดกระจายเกลื่อนถนน คนขับบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยเข้าช่วยเหลือนำส่ง รพ.กระบี่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DfFgBbJkCWg  

 667
สังคม-อาชญากรรม
01 ต.ค. 60

เจ้าบ่าววัย17 เปิดใจทั้งน้ำตา "รักเจ้าสาวมาก" แจงเหตุวิวาห์ล่มเพราะหาเงินสินสอดไม่ทัน

ความคืบหน้าจากกรณีงานวิวาห์ล่มที่ จ.กระบี่ หลังเจ้าบ่าววัย 17 ปี ไม่มางานแต่งงานที่ฝ่ายเจ้าสาววัย 15 ปี ซึ่งกำลังตั้งท้องได้ 5 เดือน จัดอย่างยิ่งใหญ่เสียเงินไปหลายแสนบาท โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถหาเงินค่าสินสอดมาครบตามจำนวนที่พ่อแม่ของฝ่ายเจ้าสาวเรียกนั้น   ล่าสุดเมื่อวานนี้ (30 ก.ย.) พ่อและแม่ของเจ้าสาวได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ตำรวจ สภ.เขาพนม เอาผิดกับทางฝ่ายเจ้าบ่าวให้ถึงที่สุด เพราะนอกจากจะทำให้ลูกสาวเพียงคนเดียวต้องเสียใจแล้ว ยังทำให้ต้องเสียเวลาและเสียเงินในการเตรียมงานแต่งไปร่วมกว่า 3 แสนบาท    ขณะที่แม่ของเจ้าบ่าว ซึ่งเป็นชาว ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้คิดที่จะเบี้ยวงานแต่งงานแต่อย่างใด แต่สาเหตุที่เจ้าบ่าวไม่ได้ไปงานแต่งเนื่องจากเงินสินสอดไม่พอตามที่ฝ่ายเจ้าสาวต้องการ  โดยในวันไปสู่ขอทางฝ่ายเจ้าสาวเรียกสินสอดมาเป็นเงิน 3 แสนบาท แต่สุดท้ายไม่ได้ไปแต่งงานเพราะหาเงินไม่ครบ เนื่องจากมีรายได้จากรับจ้างกรีดยาวันละ 600 บาท ตนพยายามหาเงินมาได้ 1 แสนบาท เป็นเงินที่เบิกล่วงหน้าที่คนรับซื้อน้ำยาวงพาราที่ตนขายน้ำยางอยู่ และเอารถจยย.เข้าไฟแนนซ์ได้มาจำนวนหนึ่ง ส่วนพ่อเจ้าบ่าวก็ไปเบิกเงินล่วงหน้าจากการที่ไปรับจ้างทำงานตัดไม้ยาง รวมแล้วได้มา 1 แสนบาท เพราะระยะเวลากระชันชิดจึงหาได้เท่านั้น   เมื่อติดต่อไปทางฝ่ายเจ้าสาวไม่ยอมท่าเดียว และบอกว่าถ้าไม่ได้เงินอย่างน้อย 1.5 แสนบาทก็ไม่ต้องมาแต่ง ทั้งๆ ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวต่างก็เตรียมพร้อมที่จะไปร่วมงานกันแล้ว และมาถูกสั่งมาว่าถ้าไม่ได้ 1.5 แสนบาทก็ไม่ต้องมางาน จึงต้องยกเลิกไปด้วยความจำเป็น ในส่วนลูกชายของตนก็ไม่ได้หนีไปไหน ยังคงช่วยแม่เก็บน้ำยางรับจ้างอยู่ตามปกติ และพร้อมจะยอมรับผิดถ้าถูกดำเนินคดี   นอกจากนี้ทางฝ่ายเจ้าสาวก็ไม่เคยบอกว่ารอถึงเที่ยงในวันงาน ตนก็อยากให้ลูกชายไปร่วมงานมงคลสมรสเพื่อรักษาหน้าทั้งสองฝ่าย ทางเราเลยเดินทางมา แต่สุดท้ายเขาบอกเองว่าถึงมาก็ไม่ทันแล้ว พ่อแม่เจ้าสาวรอแค่ 10.00 น. ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยแจ้งมาเลยว่ารอแค่นี้ ซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องรอดูว่าจะดำเนินการอย่างไร     ด้านเจ้าบ่าววัย 17 ปี เปิดใจว่า ตนเองรักเจ้าสาวมากและไม่ได้หนีไปไหนตามที่เป็นข่าว ก่อนเกิดเหตุก็มีความตั้งใจไปสู่ขอแฟนสาวจริงๆ แต่มาถูกกดดันให้หาเงินสินสอดจำนวน 3 แสนบาทให้ได้ภายใน 2 เดือน ทำให้ตนและครอบครัวจึงหาเงินไม่ทัน                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/M2OA8qGpQ8Y  

 39,762
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ย. 60

วิวาห์ล่ม! เจ้าสาววัย15 กลายเป็นหม้ายขันหมาก หลังเจ้าบ่าววัย17 หายตัวอ้างไม่มีเงินค่าสินสอด

วิวาห์ล่ม! ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านหลังหนึ่ง ใน ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ได้มีการจัดงานมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่ มีการตั้งเต็นท์ โต๊ะเก้าอี้และจัดอาหารไว้ต้อนรับ แต่ปรากฎว่างานต้องล่มเพราะเจ้าบ่าวไม่ได้เดินทางมาร่วมพิธี     จากการสอบถามเจ้าสาววัย 15 ปี เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนกำลังศึกษาอยูชั้น ม.4 รู้จักกับเจ้าบ่าววัย 17 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ผ่านทางเฟซบุ๊ก ก่อนจะคบหากันประมาณ 1 ปี โดยตนก็เคยไปบ้านเจ้าบ่าวหลายครั้ง จนกระทั่งเกิดตั้งท้องซึ่งขณะนี้อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือนแล้ว ฝ่ายเจ้าบ่าวพร้อมญาติผู้ใหญ่ได้มาสู่ขอ จนนำไปสู่การจัดงานแต่งงานในครั้งนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าเจ้าบ่าวจะทำแบบนี้ ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก   ด้านพ่อเจ้าสาว วัย 68 ปี ระบุว่า หลังจากฝ่ายเจ้าบ่าวพร้อมญาติได้มาสู่ขอลูกสาว ตนได้เรียกสินสอด 3 แสนบาท เนื่องจากตนและภรรยามีลูกสาวคนเดียว และเพิ่งมีลูกตอนอายุมากแล้ว แต่สุดท้ายมีการต่อรองจากฝ่ายเจ้าบ่าวและได้ข้อสรุปว่าสินสอดเหลือ 150,000 บาท จากนั้นได้มีการดูฤกษ์กำหนดแต่งงานในวันนี้   แต่ก่อนจะถึงวันงาน ทางฝ่ายเจ้าบ่าวก็ได้ขอลดลงมาอีกแต่ตนไม่ยินยอม  เนื่องจากได้มีการเตรียมงานโดยได้มีการเช่าเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ เวที ดนตรี รวมทั้งอาหารไว้เรียบร้อย รวมเงินลงทุนไปกว่า 3 แสนบาท จนกระทั่งคืนก่อนจะมีงานแต่ง ทางฝ่ายเจ้าบ่าวได้โทรศัพท์มาบอกว่า ไม่สามารถมาในพิธีงานมงคลสมรสได้ เนื่องจากไม่มีเงินค่าสินสอด   ตนและญาติๆ ปรึกษากันแล้วว่าจะต้องเดินหน้าจัดงานต่อไปตามที่ได้แจกการ์ดเชิญไว้ เพราะลงทุนไปหลายแสนบาท โดยจะรอจนกระทั่งถึงตอนเที่ยง  ซึ่งสุดท้ายฝ่ายเจ้าบ่าวก็ไม่เดินทางมาจึงยุติจัดงาน โดยหลังจากนี้จะเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายเจ้าบ่าวที่เบี้ยวงานแต่งงานในครั้งนี้ เพื่อให้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/gVd5PBm8OsY

 16,275
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ย. 60

ประกาศปิดน้ำตกธารโบก หวั่นเกิดน้ำป่า เร่งเคลียร์เส้นทางดินถล่มในระนอง

จนท.อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ อ.อ่าวลึก ได้ติดตั้งป้ายห้ามเข้า พร้อมสั่งปิดน้ำตกอ่าวลึก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และห้ามนักท่องเที่ยวเข้าเขตพื้นที่น้ำตกเด็ดขาดเพื่อป้องกันอันตราย หลังน้ำในน้ำตกมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น และมีสีขุ่นดินโคลนไหลปะปนมากับน้ำตก ภายหลังจากมีฝนตกหนัก และต่อเนื่อง   ทำให้น้ำตกธารโบก มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลเชี่ยวตลอดเวลา เกรงว่าอาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลากระยะนี้ได้ ทำให้อุทยานต้องตั้งป้ายงดเยี่ยมชมเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้จะประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ซึ่งจัดเจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลบริเวณจุดเก็บค่าธรรมเนียม   ขณะที่ จ.ระนอง เกิดฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้เกิดดินเลื่อนไหล ปิดทับเส้นทางถนนเพชรเกษม ขาออก ระหว่างจ.ระนอง-จ.ชุมพร จนท.ต้องใช้รถตักดินพยายามเคลียร์ดินโคลนที่เลื่อนไหลลงมาบนถนน เพื่อให้รถยนต์และพาหนะต่างๆ สามารถสัญจรได้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/V8zac0zgN3Q    

 1,736
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ย. 60

พายุงวงช้างโผล่กระบี่-ปราจีนฯ ด้านลำปางเจอฝนตกหนัก เครื่องบินลงจอดไม่ได้

กระบี่-ที่บริเวณหาดอ่าวนาง และหาดนพรัตน์ธารา หรือหาดคลองแห้ง ต.อ่าวนาง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของกระบี่ ได้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ พายุงวงช้างขึ้น กลางทะเล ข้างเกาะปอดะ ซึ่งพายุมองเห็นได้ชัดเจนเป็นงวงขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดครึ้ม สร้างความตื่นเต้นแก่ผู้พบเห็นอย่างมาก   ทั้งนี้พายุดังกล่าวได้ดูดน้ำทะเลขึ้นไปเป็นระยะเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนที่จะสลายตัว และมีฝนตกลงมา โดยเบื้องต้นไม่พบความเสียหาย   ขณะที่ จ.ปราจีนบุรี ก็ได้เกิดเหตุการณ์พายุงวงช้างพัด ในพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง ส่งผลให้ต้นไม้หักจำนวนมาก และเสาไฟฟ้าโค่น โชคดีไม่มีใครได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บ   นอกจากนี้ในเขตตัวเมืองจังหวัดลำปาง ได้เกิดฝนตกลงอย่างหนักทำให้ถนนหลายสายในตัวเมืองน้ำ ระบายไม่ทันเกิดน้ำท่วมขัง ระดับสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร อีกทั้งสภาพอากาศที่มีฝนตกหนัก ทำให้เครื่องบินเอกชนรายหนึ่ง บินลงสนามบินลำปางไม่ได้เหตุเพราะเมฆฝนหนาทึบ ต้องบินไปกลับไป กทม. เพื่อรอท้องฟ้าเปิดก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KAijLg2vFOI

 7,275
ปากท้องร้องทุกข์
09 ก.ย. 60

ผอ.รร.เมืองกระบี่ ร้องขอความเป็นธรรม ยันไม่ได้ทำร้าย 2 นักเรียน แจงเด็กบาดเจ็บเพราะชกต่อยกัน

ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ ให้เอาผิดกับ ผอ.โรงเรียนบ้านบ่อมะม่วง หลังก่อเหตุทำร้าย 2 เด็กนักเรียนชายชั้น ป.5 ได้รับบาดเจ็บ โดยเรียกร้องให้ย้าย ผอ.ออกนอกพื้นที่นั้น     ล่าสุด  นายโอภาส คงภักดี ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่และครูในโรงเรียน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ นายสมปอง  รัตนะ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่  เพื่อขอความเป็นธรรม โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายเด็กจนบาดเจ็บตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมเล่าว่าในวันเกิดเหตุเด็กทั้งสองคนทะเลาะและชกต่อยกันในห้องสมุดโรงเรียน ตนนั่งอยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงดังจึงเข้าไปห้าม แต่ทั้งสองไม่ยอมหยุดจึงตบเข้าไปที่หัวไหล่ทั้งคู่ 2 ครั้ง เมื่อเด็กเห็นว่าเป็น ผอ. ถึงยอมหยุด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวครูในโรงเรียนและภารโรงเป็นพยานได้  จากนั้นได้เรียกผู้ปกครองมารับทราบ ต่างก็ยอมรับผิดและไม่ติดใจอะไร และไม่ได้มีการแจ้งความเป็นคดี แต่ในเวลาต่อมากลับถูกกล่าวหาว่าทำร้ายเด็กจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนรอยฟกช้ำเกิดจากเด็กทะเลาะกันหัวไปกระแทกโต๊ะ ไม่ได้เกิดจากที่ตนได้ทุบตีแต่อย่างใด   ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณนั้น สามารถตรวจสอบได้เช่นกัน ทั้งนี้เชื่อว่าการที่ผู้ใหญ่บ้าน นำลูกบ้านเข้ามาร้องเรียนนั้นเป็นเรื่องของการเมืองท้องถิ่น    ด้าน นายยุทธนา จินดา รองผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือร้องเรียนกรณีที่เกิดขึ้น จึงยังไม่มีข้อมูลหรือมีคำสั่งใดๆไปยังผอ.โรงเรียนย้ายออกจากพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/uTEgBzVpwEQ

 3,667
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ย. 60

เผยโฉมคนมหาเฮง! เจ้าของสวนปาล์มเมืองกระบี่ ถูกรางวัลที่1 รวยเละ 90 ล้าน

เผยโฉมคนมหาเฮง!  นายถาวร อายุ 38 ปี เจ้าของสวนปาล์ม จ.กระบี่ เปิดใจหลังถูกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 จำนวน 15 ใบ รับเละ 90 ล้านบาท ว่า ซื้อลอตเตอรี่หลังกลับจากทำบุญที่วัด โดยคนขายเป็นผู้หญิงมาขอให้ช่วยซื้อ ตนบอกว่าหยิบมาได้เลยคนขายก็เลยหยิบเลขชุดใหญ่ 15 ใบมาให้ ต่อมาหวยออกจึงนำมาตรวจพบว่าถูกรางวัลที่ 1 แล้ว จึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ส่วนเงินที่ได้จะนำไปทำบุญสร้างถนนให้กับวัดถ้ำบุญรักษาภูผาราม ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของลูกสาวที่เพิ่งจะเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก ส่วนที่เหลือจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก และหลังจากนี้ก็จะบวชตามที่เคยบนบานไว้ว่าหากถูกหวยจะบวช 1 พรรษา                 ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/Xheh83VmbwY

 14,097
ข่าวภูมิภาค
22 ส.ค. 60

นทท.เกาหลี ดำน้ำดูปะการังเกาะห้อง เกิดสำลักน้ำเสียชีวิต

กระบี่-นาทีชีวิต จนท.ช่วยนักท่องเที่ยวชายชาวเกาหลีวัย 37 ปี จมน้ำอยู่ที่อ่าวบิเละ ภายในเกาะห้อง เกิดสำลักน้ำขณะลงดูปะการังแล้วเสียชีวิต   จากการสอบถามทราบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้เดินทางมาพร้อมกับนักท่องเที่ยวรายอื่นๆ รวมกว่า 10 คน จากนั้นได้ไปลงเล่นน้ำดูปะการังที่อ่าวดังกล่าว โดยได้ใช้เสื้อชูชีพในการลอยตัวแต่ไม่ได้สวมใส่ และสวมหน้ากากดำน้ำ   จากนั้นเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่า ผู้ตายลอยแน่นิ่งอยู่ภายในน้ำในสภาพคว่ำหน้าที่ระดับน้ำลึกประมาณ 2 เมตร จึงรีบลงไปดูจากนั้นนำขึ้นมาที่ฝั่ง ทำการปั๊มหัวใจ แต่พบว่าไม่มีอาการตอบสนอง และมีเลือดไหลที่จมูกติดอยู่ภายในหน้ากาก จึงนำขึ้นเรือส่ง รพ.กระบี่ แต่ก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุคาดเกิดจากการสำลักน้ำ แต่จะได้ทำการชันสูตรหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y2gSSRl2KLQ  

 1,519
สังคม-อาชญากรรม
16 ส.ค. 60

พนง. สอบสวนเร่งสรุปสำนวนเสนอ ผบ.ตร. ส่งให้อัยการสั่งฟ้อง 'แก๊งฆ่ายกครัวกระบี่' 23 ส.ค.นี้

          จากกรณีกลุ่มคนร้ายร่วมกันก่อเหตุฆ่านายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี เป็น ผญ.บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัว และญาติ รวม 8 ศพ ภายในบ้านพัก เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ก.ค.59 ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวน สอบสวน ติดตามจับกุมตัวนายซูริก์ฟัน บ้านนพวงศ์สกุล อายุ 41 ปี พร้อมพวกรวม 8 คน เป็นผู้ต้องหา ที่ร่วมกันก่อเหตุ ขณะนี้ถูกคุมขัง ฝากขังผลัด ที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 13-25 ส.ค.60            ความคืบหน้าวันที่ 16 ส.ค. พ.ต.อ.ตานิตย์ รามดิษฐ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ขออนุมัติศาลจังหวัดกระบี่ ฝากขังนายซูริก์ฟัต บ้านนพวงศ์สกุล และกลุ่มผู้ต้องหารวม 8 คน เป็นผลัดที่ 3 ภายในเรือนจำจังหวัดกระบี่ เป็นระยะเวลา 12วัน ผ่านระบบวีดีโอคอนฟอเร้น โดยไม่ต้องควบคุมตัวกลุ่มต้องหามายังศาลจังหวัดกระบี่ เพื่อป้องกันเหตุวามวุ่นวายและความปลอดภัย            ส่วนความคืบหน้าคดี ขณะนี้ทีมพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าวได้สรุปสำนวน การสวนทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมรวบรวมสรุปเสนอ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามตรวจสอบสวนอีกครั้ง ซึ่งมีกำหนดวันที่ 23 สิงหาคม จะนำสำนวนส่งให้อัยการพิจารณา โดยทาง ผบ.ตร. หรือ รอง ผบ.ตร. พร้อมโฆษกสำนักงานอัยการจะมาแถลงข่าว อีกครั้ง เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน            ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เมื่อวานนี้ ผู้รอดชีวิตซึ่งเป็นพยานสำคัญทั้ง 3 คน ในเหตุการณ์ เข้าพบเจ้าหน้าที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อขอใช้สิทธิคุ้มครองพยาน ตามกฎหมาย เนื่องจากกังวลว่าอาจไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายสำนักงานยุติธรรมจ.กระบี่ เปิดเผยว่า ผู้รอดชีวิตและครอบครัวของภรรยาผู้ใหญ่บ้าน ได้มาขอยื่นใช้สิทธิ์คุ้มครองพยานตาม พรบ.คุ้มครองพยาน ซึ่งทางสำนักงานได้เสนอไปยังกระทรวงยุติธรรมให้แล้ว ขึ้นอยู่กับการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป นอกจากนั้นทางผู้ที่เดินทางมา ซึ่งรวมถึงพ่อตาแม่ยายผู้ใหญ่บ้าน ได้ยื่นเรื่องขอให้ช่วยเหลือเรื่องปัญหาเอกสารที่ดิน ซึ่งถูกบังฟัตหลอก รวม 8 ราย ซึ่งจะนัดหารืออีกครั้งในวันที่ 21 สค.นี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,493
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 60

ภาคใต้เจอฝนตกหนัก-น้ำท่วมหลายจังหวัด ต้องขึ้นธงแดงเตือนห้ามเล่นน้ำทะเล

เกิดฝนตกหนักทำน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของภาคใต้ อาทิ ภูเก็ต ทำให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขังและน้ำรอการระบาย เจ้าหน้าที่เทศบาลนครภูเก็ตได้ปิดกั้นบางจุด โดยให้ผู้สัญจรเลี่ยงใช้เส้นทางอื่นพร้อมกับนำเครื่องสูบน้ำเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากผิวถนนเป็นการด่วน   ที่ จ.พัทลุง เกิดฝนตกและลมกระโชกแรงในพื้นที่ ต.กงหรา อ.กงหรา ทำให้ต้นไม้ล้มทับสายไฟ และหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด ทำให้ไฟดับเป็นวงกว้าง   ขณะที่ จ.กระบี่ ทางอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ขึ้นธงแดงตามเกาะต่างๆ เช่น เกาะปอดะ ทะเลแหวก เกาะไม้ไผ่ เตือนนักท่องเที่ยวไม่ให้ลงเล่นน้ำทะเล เนื่องจากคลื่นสูงกว่า 2 เมตร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RNyPz_QVfo4  

 1,464
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 60

ชาวใต้ต้องระวัง! อุตุฯเตือน 6 จังหวัดเสี่ยงภัยฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลากถึงวันศุกร์!

  ศูนย์อุตุนิยมภาคใต้ฝั่งตะวันตก รายงานสภาพอากาศในช่วงวันที่ 15 - 19 สิงหาคม 2560 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกชุกและมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย   ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร และในบริเวณฝนฟ้าคะนองรวมทั้งบริเวณใกล้เคียงมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ขณะที่จังหวัดพังงา ได้แจ้งเตือนประชาชนในทุกอำเภอของจังหวัดพังงา โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย บริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ลุ่มต่ำ และบริเวณริมทะเล หลังกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังฝนที่อาจตกหนักในช่วง 3-4 วันนี้ ว่า อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้ โดยให้เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมอุปกรณ์ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ทันที พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และตาก    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดหนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ    ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม    ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด   ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่  และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง 

 1,936
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 60

พบปลากระเบนท้องน้ำคล้ายปลาโรนิน สัตว์ทะเลหายาก ถูกนำมาวางขายร้านของที่ระลึกหมู่เกาะพีพี

กระบี่-เจ้าหน้าที่จากหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จกาอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี เข้าตรวจสมอบซากชิ้นส่วนที่เป็นหนามส่วนหลังของปลากระเบนท้องน้ำ ที่ถูกนำมาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว นำไปทำเป็นเครื่องประดับ หัวแหวน กระเป๋า ภายในร้านจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก บริเวณสุสานหอย 75 ล้านปี อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ซึ่งทางนักอนุรักษ์จังหวัดกระบี่ กังวลว่า อาจเป็นซากสิ้นส่วนของปลาโรนิน สัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธ์เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกันมาก   นายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ปลากระเบนท้องน้ำ อยู่ในตระกูลเดียวกับ ปลาโรนิน ซึ่งยากที่จะตรวจสอบด้วยตาเปล่า ต้องให้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ สำหรับปลาโรนิน พบเห็นได้ยาก อาศัยอยู่ในทะเลลึกแถบอันดามัน แม้ไม่นิยมรับประทาน แต่จะนำส่วนหลังที่เป็นหนามนำไปทำเครื่องประดับ เช่น หัวแหวน หรือกระเป๋า และยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง โดยปลาโรนิน เป็น 1 ใน 12 สัตว์ทะเล ที่ถูกกำหนดให้เป็นสัตว์คุ้มครอง และ ครม.อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าสงวน ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ประกาศใช้   อย่างไรก็ตามแม้ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง แต่ปลาโรนินอยู่ในประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ โดยการห้ามทำการประมง เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บตัวอย่างที่วางจำหน่ายส่งตรวจสอบว่าเป็นปลากระเบนท้องน้ำหรือปลาโรนิน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kbOeLJihLnE    

 3,192
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 60

ภรรยา อบต.ขับกระบะฝ่าสายน้ำ ถูกพัดจมเสียชีวิต

กระบี่-เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในพื้นที่ หญิงวัย 48 ปี ภรรยา อบต.ขับรถกระบะไปทำธุระในเมือง ฝ่าสายน้ำ แล้วถูกน้ำรถพลิกคว่ำลงไปในลำคลองแล้วไหลไปติดกับต้นปาล์มน้ำมันห่างจากถนนประมาณ 50 ซม. ทำให้คนขับถูกพัดจมน้ำเสียชีวิต หลังทราบเรื่องชาวบ้านในหมู่บ้าน พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ใช้เชือกดึงรถลากกลับมายังถนนโดยใช้คนกว่า 50 คนช่วยกัน ซึ่งภายในรถมีร่างของผู้เสียชีวิตติดอยู่ ท่ามกลางความเสียใจของญาติๆ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N4p7VwtWzKI  

 3,041

Top