ค้นหา :

ผลการค้นหา "นนทบุรี"

ข่าวภูมิภาค
31 ก.ค. 62

เมียโวยสามีถูกรางวัลที่หนึ่ง 12 ล้าน แบ่งให้หมื่นเดียว ก่อนติดต่อไม่ได้ หนีไปแต่งงานใหม่

นนทบุรี-น.ส.ชญาภา แซ่ลิ้ม อายุ 50 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นทอด เดินทางเข้าพบทนายรถณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อขอคำปรึกษากรณีที่สามีถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 จำนวน 12 ล้านบาท งวดวันที่ 15 ก.ค.62 จากนั้นสามีได้ไปแต่งงานใหม่กับหญิงอื่นเมื่อวันที่ 24 ก.ค.62 และไม่ได้กลับมาดูแลหรือให้เงินที่ได้มาจากการถูกรางวัลที่ 1 จึงต้องการที่จะเรียกร้องสิทธิค่าดูแลและค่าเลี้ยงดูจากสามี   น.ส.ชญาภา เล่าว่า ตนและสามีคือนายวิชัย จ่าพิมาย อายุ 43 ปี อาชีพส่งน้ำแข็ง เป็นสามีภรรยาอยู่กินกันมานาน 1 ปีกว่า โดยเช่าห้องอยู่ที่ จ.สมุทรปราการ ทุกๆ 3 วันสามีจะให้เงินจำนวน 1,000 บาทเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน ต่อมาเมื่อต้นเดือน ก.ค.62 สามีได้แยกไปเช่าห้องพักต่างหากภายในซอยเดียวกัน เนื่องจากตนมีแม่ที่เป็นอัลไซเมอร์มาอาศัยอยู่ด้วย ตนและสามียังไปมาหาสู่และมีสัมพันธ์กันเหมือนเดิม จากนั้นวันที่ 15 ก.ค.62 สามีได้ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 369765 จำนวน 2 ใบ มูลค่า 12 ล้านและถูกรางวัลที่ 1   หลังถูกรางวัลที่ 1 ช่วงเย็นเวลา 17.00 น.สามีได้เดินมาหาที่ห้องเช่าและบอกว่าถูกหวย ตนยังขอดูสลากกินแบ่ง สามีบอกตนว่าถ้าได้เงินแล้วจะเอามาให้ จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อสามีได้อีก แต่เพื่อนของตนสามารถโทรศัพท์ไปหาสามีติดและได้พูดคุยกัน วันที่ 21 ก.ค.62 สามีได้เอาเงินมาฝากเพื่อนไว้ให้ตนจำนวน 10,000 บาท ตนได้นำเงินจำนวน 6,000 บาทไปใช้หนี้นอกระบบที่สามีให้ไปกู้มา ตนจึงเหลือเงินไว้ใช้ 4,000 บาท   จนกระทั่งวันที่ 22 ก.ค.62 เพื่อนบอกว่าสามีกลับมาขนของในห้องเช่าออกไปหมดแล้วโดยตนไม่ทราบเรื่องมาก่อน วันที่ 24 ก.ค.62 สามีได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่าแต่งงานแล้ว ตนจึงได้ไปตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จนทราบว่าสามีไปแต่งงานกับหญิงอื่นจริง และจนถึงทุกวันนี้ตนก็ไม่สามารถติดต่อสามีได้ ที่ตนมาพบทนายความเพื่อปรึกษาว่าเรื่องนี้ตนจะสามารถเรียกร้องสิทธิ์อะไรได้บ้างในฐานะที่เป็นภรรยากันและใช้จ่ายเงินอยู่ด้วยกัน   ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่าวันนี้เขามาร้องเรียนที่ว่าสามีถูกหวย 12 ล้าน สามีได้เลิกไปผู้ร้องจึงได้มาสอบถามว่ามีสิทธิ์ได้รับเงินบ้างไหม ทางกฏหมายต้องดูว่าจดทะเบียนสมรสไหม ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรสมีการอยู่กินแบบสามีภรรยาหรือไม่ เวลาได้ทรัพย์สินมาถือว่ามีสิทธิ์ร่วมกัน วันนี้ผู้ร้องต้องการได้เงินมาใช้หนี้ที่เคยกู้ยืมมาหลักหลายหมื่น กรณีนี้อยากให้มีการเจรจากันต้องรอให้เขามาคุยกัน เรื่องฟ้องร้องเป็นมาตรการสุดท้าย และต้องดูว่าเงินที่ซื้อหวยเป็นเงินที่ใช้ร่วมกันหรือไม่ถ้าใช่ก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qpyEHn99BwM

 56,225
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 62

แม่ร้องลูกชายถูกรถชนสาหัส ถูก รพ.เอกชนปฎิเสธรักษา ต้องให้วางเงินแสน สุดท้ายลูกดับสลด

นนทบุรี-นางสังเวียน ดิษวิเศษ อายุ 40 ปี เข้าขอความเป็นธรรมต่อ ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กรณีนายกนกพล ดิษวิเศษ อายุ 15 ปี ลูกชายเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ สมองได้รับความกระทบกระเทือน   กู้ภัยนำตัวส่ง รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง ย่านบางใหญ่ แต่ทางโรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา ต้องวางเงินสดจำนวน 100,000 บาทจึงจะทำการรักษาได้   ซึ่งทางครอบครัวยืนยันที่จะรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว โดยมีประกันชีวิตและพ.ร.บ.คุ้มครอง แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันที่จะส่งต่อ รพ.รัฐบาล หากญาติไม่มีเงินสดวาง ลูกชายจึงต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลรัฐบาลและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แพทย์ รพ.รัฐบาลลงความเห็นสาเหตุการตายว่ากะโหลกศีรษะแตกร้าว สมองฉีกขาด จึงได้มาร้องขอความเป็นธรรมที่โรงพยาบาลเอกชนปฎิเสธการรักษากรณีฉุกเฉิน   โดยแม่เล่าว่า ลูกชายเกิดอุบัติเหตุทางถนน รถเฉี่ยวชนบาดเจ็บสาหัส รถ 1669 นำส่งรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง แต่โรงพยาบาลปฎิเสธการรักษา โดยอ้างว่าต้องมีเงินสดวาง 100,000 บาท ทั้งที่ตนยืนยันว่าตนมีสิทธิประกันชีวิตและพ.ร.บ. แต่โรงพยาบาลยืนยันจะเอาเงินสดหรือรูดบัตรเครดิต ตนพยายามยื้อให้รักษาไปก่อน ตนจะหาเงินสดมาวางให้แต่เขาก็ปฎิเสธ ลูกอาการสาหัสมากต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ   ในที่สุดตนหาเงินวางไม่ได้จึงต้องส่งต่อ รพ.รัฐบาล และเสียชีวิตในที่สุดในวันต่อมา จากอาการสมองฉีกขาดกะโหลกแตกร้าว โอกาสรอดแค่ 5% และก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตนติดใจว่าลูกมีประกันชีวิตทำไมไม่รักษา ทำไมเรียกให้วางเงินสด 100,000 บาทและตนยืนยันให้รักษาแต่ รพ.ไม่รักษา และกรณีฉุกเฉินวิกฤติ 72 ชม.ทำไมรักษาไม่ได้   ในวันเดียวกันมีเคสอื่นที่เกิดอุบัติเหตุอาการคล้ายลูกตน ญาติเขาวางเงินจึงได้รักษาแต่ลูกตนไม่ได้รักษาจนเสียชีวิต และถ้าเป็นกรณีลูกคนอื่นที่เจอแบบนี้ก็ไม่สามารถใช้โครงการ UCEP ที่รัฐบาลออกได้ถ้าไม่มีเงิน ตนจึงมาร้องเรียนเพราะมีลูกอีกหลายคนที่อาจเจอกับกรณีแบบนี้อีก จึงอยากร้องเรียนความเป็นธรรม และจี้ตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q-HxlznMXR8

 13,519
สังคม-อาชญากรรม
24 ก.ค. 62

หนุ่มพาสาว เข้าโรงแรมเสพสุขจนสาวช็อกตาย

วันที่ 24 ก.ค. เวลา 12.00 น. พ.ต.ท.อานนท์ แพรงาม สว. (สอบสวน) สภ.บางศรีเมือง รับแจ้งเหตุหญิงเสียชีวิตภายในโรงแรม ย่านถนนพระราม 5 จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง รีบรุดไปตรวจสอบ    โดยจากการตรวจสอบพบว่า บนเตียงนอนภายในห้องเลขที่ 27 ของโรงแรมดังกล่าว พบศพหญิงสาวนอนเสียชีวิต นุ่งผ้าขนหนูกระโจมอกไม่ใส่เสื้อผ้า ตามร่างกายไม่พบบาดแผล  โดยมีฝ่ายชายชื่อนายเอก ขอสงวนนามสกุล ยืนหน้าตื่นอยู่ในห้องเกิดเหตุ   จากการสอบสวนทราบว่าฝ่ายชายได้พาหญิงสาวมาเปิดห้องเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ก่อนสั่งเบียร์มากินกันหลายขวด จากนั้นได้มีเพศสัมพันธ์กันแค่ครั้งเดียว และม่อยหลับไปทั้งคู่ จนกระทั่งใกล้เช็คเอ้าท์ นายเอกได้ปลุกผู้ตายให้ตื่นแต่พบว่าไม่หายใจแล้ว จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ    เบื้องต้นได้มีการมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อชันสูตรการเสียชีวิตในครั้งนี้ ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  

 134,265
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ค. 62

จับแก๊งนศ.จีน อัดยาเสพติดใส่กรอบพระ อ้างเป็นเครื่องรางดินจากป่าช้า ส่งพัสดุขาย ตปท.

นนทบุรี-ตำรวจจับกุมกลุ่มนักศึกษาจีน ลักลอบขนยาเสพติด คือยาเค 682.17 กรัม และยาอี 25 เม็ด รวมมูลค่า 546,318 บาท   หลังตำรวจได้รับเบาะแสแจ้งข่าวจากพลเมืองดีว่า มีบุคคลไม่ทราบชื่อและสกุลจริง นำวัตถุสีเหลืองคล้ายก้อนเทียนรูปร่างเป็นแท่งสี่เหลี่ยม นำไปให้ร้านรับเลี่ยมกรอบพระ ทำการเลี่ยมใส่กรอบพลาสติกกันน้ำ ซึ่งผู้แจ้งสงสัยว่าอาจจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย   ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจสอบร้านรับเหลี่ยมกรอบพระดังกล่าว ตามที่รับแจ้ง จำนวน 2 ร้าน ผลการตรวจสอบทั้งสองร้าน พบกรอบพลาสติกกันน้ำขนาดใหญ่มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมหุ้มด้วยเทียนไขสีเหลือง จำนวน 15 ก้อน เมื่อตรวจดูภายในพบว่าเป็นยาเสพติดดังกล่าว   โดยทางผู้ต้องหาจะอ้างว่าเป็นผงกระดูก และดินจากป่าช้า เพื่อมาอัดกรอบ จัดส่งไปที่ต่างประเทศ เพื่อทำเครื่องราง โดยจะให้ค่าจ้างเลี่ยมอัดกรอบชิ้นละ 1,000 บาท จากนั้นจะจัดส่งไปรษณีย์ไปยังต่างประเทศ ซึ่งมีการส่งไปรษณีย์ในลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง โดยส่วนใหญ่จะส่งไปปลายทางที่ประเทศจีน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ebWH5aMpsXQ

 2,632
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ค. 62

จับเด็กเเว้นนัดรวมพลผ่านเฟซบุ๊ก เตรียมแข่งซิ่งย่านบางบัวทอง ยึด จยย.ได้ 15 คัน

นนทบุรี-ตร.บางบัวทอง นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมกลุ่มเด็กเเว้น ซึ่งกำลังจับกลุ่มรวมตัวกันอยู่ภายในลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเเห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่บริเวณปากทางเข้าไทรน้อย หมู่ที่ 3 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี   สามารถจับกุมเด็กเเว้นได้ทั้งหมด 21 คน เป็นเยาวชนชายอายุตั้งแต่15-18ปี จำนวน 18 คน หญิงอายุ 19 ปี 1 คน ชายอายุ 21 ปี 1 คน ชายอายุ 30 ปี 1 คน และยึดรถจักรยานยนต์ได้ทั้งหมด 15 คัน   หลังชาวบ้านร้องเรียนว่า มีกลุ่มรถจักรยานยนต์ รวมตัวกันเพื่อแข่งความเร็วตามสถานที่ต่างๆสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้เส้นทางและชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยจะนัดแนะกันให้ออกมารวมตัวแข่งรถบนถนนสาธารณะ ผ่านทางเฟซบุ๊กชื่อ 'สจ.บางบัวทอง' มีนายวรัญญู ภูกันอายุ 20 ปี หรือโช่ เป็นเจ้าของเฟซบุ๊ก   ต่อมากลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในบริเวณลานจอดรถ และรวมตัวกันอยู่ด้านหลังทางออกด้านถนนบางกรวย-ไทรน้อย จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำรถยนต์ ออกมาปิดทางเข้าและปิดเส้นทางออกของห้าง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว เร่งเครื่องยนต์ขับขี่หลบหนีไปได้บางส่วน และสามารถควบคุมรถจักรยานยนต์ได้ จำนวน 15 คัน ผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายรวม 21 คน   โดยแจ้งข้อกล่าวหา นายวรัญญ เจ้าของเฟซบุ๊ก ข้อหาชักชวนให้มารวมกลุ่มกันเพื่อแข่งรถในครั้งนี้ ในความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดขับรถจักรยานยนต์ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่นในทางสาธารณะ ชักชวนบุคคลและกลุ่มวัยรุ่นออกมาขับรถจักรยานยนต์ ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน   ส่วนอีก 20 คน แจ้งข้อกล่าวหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองหรือผู้อื่นในทางสาธารณะฯ จากนั้นจะติดตามผู้ปกครองมาทำการสอบสวน หากพบว่ามีส่วนสนับสนุนให้บุตรออกมาขับขี่รถจักรยานยนต์จะได้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sWgjHULd0TY  

 1,712
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ค. 62

สาวดับคาร้านก๋วยเตี๋ยว คาดถูกไฟดูด แต่ จนท.วัดกระแสไฟแค่ 36 โวลต์ ไม่ทำให้ตายได้

นนทบุรี-เกิดเหตุหญิงวัย 24 ปี ถูกไฟดูดเสียชีวิต ระหว่างรับประทานก๋วยเตี๋ยว จากรถกระบะจอดขายริมถนน   เจ้าของร้านระบุว่า ผู้เสียชีวิตพร้อมสามีได้มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน ก่อนเดินมาขอมะนาวเพิ่ม ขณะที่เดินมาได้ก้าวพลาดไปสะดุดกับเหล็กกั้นที่สร้างขึ้นไว้เป็นแนวจอดรถจักรยาน จนล้มลงแขนไปฟาดกับท้ายรถกระบะ สามีของผู้เสียชีวิตเห็นจึงวิ่งมาเพื่อจะดึงร่างผู้เสียชีวิตขึ้น   แต่ขณะกำลังจับตัวผู้เสียชีวิตก็ร้องตะโกนว่าไฟดูด ตนจึงได้รีบวิ่งไปดึงปลั๊กออกจากตู้ไฟซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที แต่กลับพบว่าเสียชีวิตแล้ว ปกติพวกตนจะพกเครื่องตรวจวัดกระแสไฟฟ้าติดตัวอยู่ตลอดเวลา ต้องคอยเช็คตรวจดูว่ามีไฟรั่วหรือเปล่า เนื่องจากตนต้องนั่งอยู่บนรถตลอดซึ่งเป็นสื่อไฟฟ้าอย่างดี   ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นได้มีการตรวจสอบแล้วไม่พบสายไฟฟ้าอยู่ใกล้กับผู้เสียชีวิต ทางเจ้าร้านก็ยืนยันว่ามีเครื่องตรวจสอบกระแสไฟฟ้า แต่ทางสามีผู้เสียชีวิตบอกว่าภรรยาโดนไฟดูดขณะที่ตัวเองไปช่วยยังถูกไฟดูดเลย ขณะที่ เจ้าหน้าที่ กฟน.บางใหญ่ ได้เดินทางมาตรวจวัดค่ากระแสไฟฟ้าพบว่ามีไฟรั่วที่ท้ายกระบะจริง แต่มีกระแสเพียง 36 โวลต์ เท่านั้นไม่สามารถทำให้เสียชีวิตได้ แต่จะต้องตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง   ขณะที่แพทย์ได้เดินทางมาชันสูตรศพเบื้องต้น พบว่าที่ข้อมือซ้ายของผู้เสียชีวิต มีร่องรอยถูกไฟดูดจริงแต่มีแผลเล็กน้อยมาก ต่างกับคนที่ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิตทั่วไปที่พบ โดยจะมีบาดแผลรอยไหม้อย่างชัดเจน ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเสียชีวิตจากกระแสไฟฟ้าดูด ต้องผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดูว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวหรือไม่ เพราะผู้เสียชีวิตมีรูปร่างอ้วนใหญ่ หรือกระแสไฟฟ้าอาจจะไปกระตุ้นหัวใจแล้วทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะก็เป็นได้ ต้องรอผลชันสูตรที่แน่ชัดอีกครั้ง   เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำทั้งสองฝ่าย และเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าที่มาตรวจสอบ พร้อมนำรถคันเกิดเหตุให้ผู้เชี่ยวชาญของการไฟฟ้ามาตรวจอย่างละเอียด และต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์สรุปสาเหตุการเสียชีวิต พร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kMZU3ruiJk0

 9,618
สังคม-อาชญากรรม
04 ก.ค. 62

หญิงพลัดตกท่าเรือพระราม 7 จมน้ำหายต่อหน้า ชาวบ้านแฉห่วงยางชูชีพ ถูกล็อคโซ่ใช้ไม่ได้

นนทบุรี-เกิดเหตุหญิงตกน้ำจมหายกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่บริเวณท่าเรือด่วนพระราม 7 อ.บางกรวย จ.นนทบุรี   ที่เกิดเหตุบริเวณโป๊ะท่าเรือด่วนพระราม 7 เจ้าหน้าที่พบรองเท้าแตะวางไว้ 1 คู่ ใกล้กับพบกระเป๋าผ้าสีขาววางอยู่ พร้อมร่ม 1 คัน สันนิษฐานว่าเป็นของหญิงที่กระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่จึงได้เปิดดูพบว่าภายในกระเป๋าผ้า มีกระเป๋าสตางค์ภายในมีเงินสดอยู่จำนวน 2,800 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ถุงยาชนิดต่างๆจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบบัตรประจำตัวประชาชนระบุชื่อ นางสุมาลัย กิจพงษ์ อายุ 59 ปี   จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าที่ดูแลและควบคุมความปลอดภัยที่ท่าเรือด่วนพระราม 7 ทราบว่า พบเห็นหญิงคนดังกล่าวมานั่งอยู่ที่ท่าเรือตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น.จนกระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ก็มีเรือด่วนวิ่งมาจากท่าน้ำนนท์เพื่อมุ่งหน้าปลายทางยังท่าเรือสาทร แวะเทียบท่าเพื่อรับผู้โดยสาร   ปรากฏว่าหญิงคนดังกล่าวได้ลุกขึ้นเดินเหมือนจะไปลงเรือ แต่กลับทิ้งตัวลงแม่น้ำเจ้าพระยา จมหายไปกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด ต่อหน้าต่อตาชาวบ้านที่กำลังขึ้น-ลงจากเรือ และมีคนส่งเสียงร้องตะโกนให้ช่วยว่ามีคนตกน้ำ แต่ไม่มีใครสามารถที่จะลงไปช่วยได้ทัน   ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานขอชุดประดาน้ำของอาสากู้ภัยเพื่อมาลงงมค้นหา หลังใช้เวลานานกว่า 1 ชม.ก็ยังไม่พบร่างของผู้เสียชีวิต คาดว่าน่าจะไหลไปตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เนื่องจากเป็นช่วงที่น้ำทะเลกำลังหนุน   ขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังรอลุ้นประดางมค้นหาร่างหญิงคนดังกล่าว ก็พบว่าที่บริเวณท่าเรือแห่งนี้มีห่วงยางชูชีพที่ไว้ใช้ช่วยเหลือในยามจำเป็นแค่ 2 ห่วง แถมยังมีโซ่ล็อคไว้ไม่สามารถดึงออกมาได้   สอบถามชาวบ้านที่ใช้บริการที่ท่าเรือแห่งนี้ให้ข้อมูลว่า ทุกวันจะมีผู้มาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 1,000 คน แต่มีห่วงชูชีพแค่เพียง 2 ห่วง ถ้าเกิดอุบัติเหตุโดยไม่คาดฝันอาจจะทำให้มีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากไม่มีห่วงชูชีพพอเพียง แถมที่มียังถูกล็อคโซ่ไว้อย่างแน่นหนาอีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9RzWaJWXz1c

 2,469
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ค. 62

ม้าตาบอดพลาดเหยียบฝาท่อผุ ก่อนพลัดตกลงท่อ ต้องใช้รถเครนช่วยยก

นนทบุรี-เกิดเหตุม้าตกลงไปในท่อระบายน้ำ ภายในซอยลำโพ 31 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง ตรวจสอบเป็นม้าเพศเมีย อายุ 16 ปี ซึ่งช่วงลำตัวและขาหลังตกลงไปในท่อระบายน้ำไม่สามารถขึ้นมาเองได้ อยู่ในสภาพอิดโรย หลังติดมานานกว่า 2 ชั่วโมง   ต้องใช้รถแบกโฮขุดดินและสกัดคอนกรีตปากท่อให้กว้างขึ้น ก่อนใช้รถเครนช่วยยกลำตัวม้าขึ้นมาจนกระทั่งสามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งม้านั้นติดอยู่ในท่อระบายน้ำนี้นานรวมกว่า 3 ชั่วโมง ท่ามกลางความโล่งใจของชาวบ้าน   ผู้ดูแลม้า กล่าวว่า เลี้ยงม้าไว้ 5 ตัว โดยทุกวันจะปล่อยให้ม้าออกมาเดินหากินหญ้าอยู่ภายในซอย ส่วนม้าตัวนี้ชื่อ วิสกิจ หรือเจ้าบอด อดีตเคยเป็นม้าแข่งแต่ปัจจุบันตาซ้ายบอด จึงเรียกว่าเจ้าบอด   ส่วนสาเหตุที่เจ้าบอดตกลงไปในท่อนั้นน่าจะเกิดจากที่ตาซ้ายมองไม่เห็น ซึ่งขณะที่เดินกินหญ้าอยู่ไปเหยียบฝาท่อที่มีสภาพผุพังจึงเป็นสาเหตุทำให้ฝาท่อทรุดพัง และขาหลังของม้านั้นตกลงไปในท่อและไม่สามารถขึ้นมาเองได้ ส่วนเหตุการณ์นี้ต้องขอขอบคุณอาสาสมัครและพลเมืองดีที่นำอุปกรณ์ต่างๆ มาช่วยเหลือเจ้าบอดขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tPHRp4L-x-0

 730
ข่าวภูมิภาค
25 มิ.ย. 62

แค่มองหน้า! หนุ่มขี่จยย.เบิ้ลเครื่องเสียงดัง วกรถกลับมาต่อยลุงฟันหัก 2 ซี่ ฉุนโดนหันมามอง

นนทบุรี-วงจรปิดจับภาพนายทองคำ ประสานพิมพ์ อายุ 51 ปี ถูกชายไม่ทราบชื่อขับรถจยย.มาและได้ทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดบริเวณปากทางเมืองทองธานี ก่อนมุ่งหน้าถนนแจ้งวัฒนะ จนได้รับบาดเจ็บปากฉีกขาดต้องเย็บหลายเข็ม มีบาดแผลถลอกที่หลังหู จากนั้นได้มีพลเมืองดีมาช่วยไว้ได้ และนำตัวส่งโรงพยาบาล ชายคนร้ายได้ขับรถจยย.หลบหนีไปทางถนนแจ้งวัฒนะ   โดยนายทองคำ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนทำงานโดยขับรถเทรลเลอร์มาส่งรถแบคโฮทำงานขุดท่อประปา บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ ช่วงปากทางเมืองทองธานี เมื่อนำรถแบคโฮลงตนได้นำรถเทรลเลอร์มาจอดรอบริเวณกลางถนน จากนั้นมีรถขายขนมผ่านมาตนจึงเดินไปซื้อเพราะหิว พอดีกับมีชายขับรถจยย.ผ่านมา เบิ้ลเครื่องเสียงดังตนจึงหันไปมอง และก็หันกลับมาซื้อขนมต่อ   ชายคนร้ายได้ขับรถวนกลับมาและจอดรถถามตนว่ามองอะไร จากนั้นได้เข้ามาชกต่อยตนจนล้มลง ทำให้ฟันหักไป 2 ซี่ ริมฝีปากหน้าฉีกขาด ข้างหูมีแผลถลอก โชคดีมีพลเมืองดีขับรถผ่านมาห้ามไว้ทัน จากนั้นตนได้ไปหาหมอที่ รพ.และเข้าแจ้งความ ตนไม่ใช่คนแถวนี้เพิ่งมาทำงานได้ 2-3 ครั้ง และไม่รู้จักคนร้ายมาก่อน ตนแค่หันไปมองว่ารถเสียงดังเท่านั้นก็ถูกทำร้าย ที่ออกมาพูดเพราะไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดกับใครอีก   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหารูปพรรณคนร้าย และป้ายทะเบียนรถ เพื่อติดตามว่าชายในภาพเป็นใคร คาดว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนหาตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/URoC-Xxuhi4

 1,251
ข่าวภูมิภาค
24 มิ.ย. 62

หนุ่มหิ้วหมูแจ้งความ หลังตรวจพบมีสารบอแรกซ์ ระบุเคยทำงานสาธารณสุข สังเกตเห็นเนื้อเด้งผิดปกติ จึงใช้อุปกรณ์ตรวจ

นนทบุรี-นายศักดิ์ศิริ วัฒนพงษ์ อดีตหัวหน้าตรวจสอบอาหารเพื่อหาสารปนเปื้อน สสจ.นนทบุรี เข้าแจ้งความกับ ตร.สภ.บางบัวทอง ว่าได้ซื้อเนื้อหมูบดมาจากตลาดสดบางบัวทอง ถนนบางกรวย-ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จำนวน 2 กก.ในราคา 280 บาท   เมื่อนำมาประกอบอาหารในขณะที่ปรุงพบว่าเนื้อหมูดังกล่าวมีความผิดปกติ จึงได้ทำการใช้อุปกรณ์ทดสอบสารบอแรกซ์ ของกระทรวงสาธารณสุข มาทำการทดสอบและพบว่าเนื้องหมูมีสารบอแรกซ์ปนเปื้อนจริง จึงได้แจ้งความเพื่อให้นำสารส่งตรวจสารปนเปื้อนอย่างละเอียดอีกครั้งที่กระทรวงสาธารณสุข   นายศักดิ์ศิริ กล่าวว่า พบเนื้อหมูมันเด้งผิดปกติ จึงได้นำอุปกรณ์ตรวจสอบสารบอแรกซ์มาตรวจ อุปกรณ์อันนี้ไปขอมาจากรุ่นน้อง เพราะตนเคยทำงานที่ สสจ.นนทบุรี มาสิบกว่าปีจึงมีประสบการณ์ ปกติไม่ได้ซื้อเนื้อหมูร้านไหนประจำ เพิ่งเจอเป็นครั้งแรก ประชาชนทั่วไปไม่สามารถรู้ได้ว่าเนื้อหมูมีสารปนเปื้อนหรือเปล่า ต้องสังเกตความผิดปกติว่ามันเด้งเกินไปหรือเปล่าและจะมีกลิ่นที่ไม่เหมือนหมูแรงมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3_bfjMMbzHE

 2,106
ข่าวภูมิภาค
18 มิ.ย. 62

กล้องหน้ารถจับนาที จยย.ขับย้อนศรเฉี่ยวกระจกแท็กซี่หัก ซ้ำคว้าไม้ไล่ทำร้าย-ทุบรถเสียหาย

นนทบุรี-นายปศุปติ ภัควัตเต อายุ 50 ปี คนขับแท็กซี่ เขียวเหลือง ทะเบียน 1 มข 682 กรุงเทพมหานคร นำภาพคลิปภาพจากกล้องหน้ารถเดินทางเข้าพบ ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีคนขับรถจักรยานยนต์ ที่ขับย้อนศรเฉี่ยวชนกระจกหูช้างเสียหาย   หลังจากลงไปพูดคุยแล้วไม่แสดงความรับผิดชอบ หนำซ้ำยังใช้ไม้ทุบทำลายรถแท็กซี่จนได้รับความเสียหาย แถมยังทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ตามที่ปรากฏในโซเชียล   สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่นายปศุปติ กำลังขับรถแท็กซี่เพื่อไปส่งผู้โดยสารแถวย่านแจ้งวัฒนะ โดยใช้เส้นทางถนนงามวงศ์วานเพื่อขึ้นด่วนแจ้งวัฒนะ เมื่อขับรถมาถึงบริเวณหน้าสำนักงานTOT ใกล้กับปากซอยงามวงศ์วาน 19 ก็มีรถจยย.คันคู่กรณีขับสวนเลนมา เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวมีฝนตกลงมาทำให้ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางได้ชัดเจน   ขณะที่รถสวนกันทางจยย.ได้ขับเฉี่ยวชนที่กระจกหูช้างด้านซ้ายเสียหาย ทั้งคู่จึงได้ลงจากรถไปดู โดยในคลิปได้ยินเสียงคนขับจยย.ต่อว่าคนขับแท็กซี่ว่าไม่มีน้ำใจ หลังจากโต้เถียงกันสักครู่คนขับรถจยย.ก็ได้ขับรถเข้าไปในซอยงามวงศ์วาน 19 จากนั้นไม่นานคนขับรถจยย.ได้เดินออกมาพร้อมสวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้า เข้ามาต่อว่าและทำร้ายคนขับแท็กซี่ ก่อนจะวิ่งหลบหนีเข้าไปในซอย ทางคนขับแท็กซี่ได้คว้าไม้ไล่กวด   ปรากฏว่าคนขับจยย.ได้คว้าไม้ที่อยู่ข้างทางไล่วิ่งทำร้ายจนคนขับแท็กซี่ต้องวิ่งหนีออกมา ก่อนขึ้นรถเพื่อขับหลบหนี ทางคนขับรถจยย.ได้ใช้ไม้ไล่ฟาดที่กระจกหน้ารถจนร้าวทั้งแผ่น และทุบกระจกหลังจนแตก แต่สามารถหลบหนีเอาตัวรอดไปได้     ด้านตำรวจได้ตรวจสอบเลขทะเบียน จึงแจ้งไปยังเจ้าของรถให้เดินทางมาพูดคุยตกลงค่าเสียหายในการซ่อมรถ ซึ่งทางคนขับแท็กซี่แจ้งว่าจ่ายค่าซ่อมไปเป็นเงินจำนวน 8,500 บาท ส่วนจะมีการต่อรองกันอย่างไรนั้นก็เป็นการพูดคุยต่อหน้าพนักงานสอบสวน ถ้าคนขับรถจยย.ไม่มาก็จะให้พนักงานสอบสวนออกหมายจับต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7v0beIy4_BQ

 1,749
ข่าวภูมิภาค
05 มิ.ย. 62

ฝนถล่มแจ้งวัฒนะ ต้นไม้-เสาไฟหักโค่น 16 ต้น ไฟดับเป็นวงกว้าง

นนทบุรี-พายุฝนถล่มในพื้นที่ โดยเฉพาะย่านแจ้งวัฒนะ ส่งผลให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้า 16 ต้นหักโค่น ทำให้ไฟดับเป็นวงกว้างจากถนนเลียบคลองประปา จนถึงแยกเมืองทองธานี มีบ้านเรือน รถยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่และประเมินความเสียหาย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TqyJyVuF45Q

 5,055
ข่าวภูมิภาค
21 พ.ค. 62

โวย เหล็กนั่งร้านก่อสร้างตึกสูง หล่นใส่หลังคาบ้าน 4 ครั้ง ผู้รับเหมาไร้เยียวยา

นนทบุรี-ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องต้องเรียน จาก น.ส.เจริญพร เครือชะเอม อายุ 48 ปี ชาวบ้านหมู่ 8 ซอยรัตนาธิเบศร์ 14 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ว่าโครงการก่อสร้างอาคารสูง 8 ชั้น ภายในซอยรัตนาธิเบศร์ 10 ทำเหล็กนั่งร้านหล่นใส่ทะลุหลังคาบ้านทำให้มีคนในบ้านได้รับบาดเจ็บ และข้าวของภายในบ้านเสียหาย   ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดเป็นครั้งที่ 4 จนหลังคาบ้านเสียหายมาก ไม่สามารถอยู่ได้ ผู้รับเหมาไม่เข้ามาดูแลรับผิดชอบ เหตุเกิดล่าสุดวันที่ 10 พ.ค.62 แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี   จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเป็นบ้านชั้นเดียว ตั้งอยู่ท้ายซอยชุมชนสหกรณ์ ซึ่งเป็นซอยแยกย่อยจาก ซอยรัตนาธิเบศร์ 14 มุงหลังคากระเบื้อง สภาพหลังคาบ้านแตกเป็นพื้นที่กว้างหลายจุด ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าใบพลาสติก พื้นบ้านเป็นไม้แตกเป็นช่องเนื่องจากเหล็กหล่นไส่ ข่าวของภายในบ้นถูกเก็บย้ายมาวางกองไว้เพื่อหลบฝน เนื่องจากหลังคาแตก สำหรับอาคารที่ก่อสร้างตั้งอยู่ติดกับบ้านหลังดังกล่าว ห่างกันประมาณ 2 เมตร ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างด้านนอกมีนั่งร้านและคลุมด้วยสแลนสีเขียว   มีคลิปภาพหลังเกิดเหตุวันที่ 10 พ.ค.62 ซึ่งผู้เสียหายถ่ายไว้ เป็นภาพเหล็กนั่งร้าน และเหล็กตัว C หล่นทะลุหลังคาลงมาทำให้หลังคาแตกเป็นช่องขนาดใหญ่ ข้าวของภายในบ้านเสียหายเป็นจำนวนมาก ทำให้คนในบ้านได้รับบาดเจ็บเหล็กหล่นใส่แขน ซึ่งหลังเกิดเหตุผู้รับเหมายังไม่เข้ารับผิดชอบ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ผู้เสียหายรวบรวมหลักฐานต่างๆ พร้อมใบรับรองแพทย์เข้าพบพนักงานสอบสวน โดยหลังจากนี้จะประสานคู่กรณีให้เข้าพบเพื่อตกลงเรื่องความรับผิดชอบต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/weZ6Sz-WbXg

 902
ข่าวภูมิภาค
02 พ.ค. 62

กล้องจับชัด! วินาทีกระบะทับยายวัย 87 เจ็บหนัก คนขับยันไม่เมา แต่ตอนถอยไม่เห็นจริงๆ

นนทบุรี-วงจรปิดจับภาพอุบัติเหตุ นางคล้าย รัศมีนา อายุ 87 ปี มารดา ถูกรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว โดยมีนายศุภชัย พิเคราะห์พิจิตร อายุ 30 ปี เป็นผู้ขับขี่ ถอยหลังรถยนต์กระบะคันดังกล่าวชนและทับร่างมารดาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระนั่งเกล้าจนทุกวันนี้ เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 31 มี.ค.62 มีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน แจ้งความไว้ที่ สภ.ปลายบาง ผ่านมา 1 เดือนคดียังไม่คืบหน้า   โดยภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้เมื่อเวลา 17.00 น.ขับเข้ามาในซอยสำเร็จพัฒนา 19 จากนั้นได้ถอยหลังเข้าซอยแยกย่อยบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ในขณะเดียวกันกล้องอีกมุมจับภาพผู้เสียหายกำลังเดินกลับที่พักในซอยแยกย่อย ซึ่งขณะเดียวกันรถยนต์กระบะนั้นกำลังถอยหลังไปตรงที่ผู้เสียหายเดินอยู่และชนเข้ากับร่างผู้เสียหายจนล้มลง   กล้องตัวที่ 3 จับภาพรถยนต์กระบะกำลังชนผู้เสียหายได้อย่างชัดเจน จากนั้นล้อหลังได้ทับไปบนร่างผู้เสียหาย แต่ไม่ได้มีกาหยุดรถ ล้อหน้าได้ทับซ้ำไปบนร่างผู้เสียหาย ขณะเดียวกันที่ลูกสาวและคนบริเวณบ้านพักได้วิ่งเข้าไปบอกให้รถหยุดและช่วยกันอุ้มร่างผู้เสียหายที่บาดเจ็บขึ้นท้ายรถยนต์กระบะนำตัวส่ง รพ. บางใหญ่   ลูกสาวผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้พาดูจุดเกิดเหตุ และเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุมารดาที่ชราภาพมากแล้วเดินออกจากร้านกำลังจะกลับบ้านที่อยู่ท้ายซอยแยกย่อย ตนกำลังขายของอยู่ที่ร้านบริเวณปากซอยที่เกิดเหตุ ได้ยินเสียงคนตะโกนว่ารถชนแม่จึงได้รีบสิ่งไปดู พบมารดาเลือดโชกไปทั้งตัว ที่หัวเข่ามีบาดแผลฉกรรจ์ ตนทั้งตกใจและทำอะไรไม่ถูก พี่ชายและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้อุ้มแม่นำตัวส่ง รพ.บางใหญ่   จากนั้นได้ส่งตัวไปเอ็กซเรย์ต่อที่ รพ.บางกรวย ทราบว่าแม่กระดูกหักหลายแห่ง หัวไหล่ทั้ง 2 ข้างหลุด กระดูกข้อมือขวาหัก กระดูหัวเข่าขวาหัก ข้อเท้าขวาหัก มีแผลฉีกขาดที่หัวเข่า จึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.พระนั่งเกล้า    ทั้งนี้เข้าใจว่าแม่แก่แล้วหูไม่ได้ยินเสียงรถ แต่คนขับถอยหลังจนล้อหลังทับไปบนร่างแล้วน่าจะหยุด ล้อหน้ากลับทับซ้ำไปอีก แม่บาดเจ็บสาหัสรักษาตัวมานาน 1 เดือนแล้ว คู่กรณีมาดูแค่ช่วง 2-3 วันแรก จากนั้นไม่ได้มาดูอีก แม่ใช้สิทธิ พ.ร.บ.รักษาไปแล้ว 30,000 บาท จากนั้นใช้สิทธิบัตรทองรักษาต่อ แพทย์ยังไม่มีกำหนดให้กลับบ้าน   แม่ยังเป็นผู้ป่วยติดเตียงเนื่องจากแก่มากแล้ว ฟื้นตัวลำบาก มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าแพมเพิร์ส ค่าผ้าปูรองนอน ค่าสำลี ค่าทิชชูเปียก ค่าเดินทางมาดูแล ตกเดือนละเกือบ 20,000 บาท และหลังจากออกจาก รพ.ยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการดูแลอีก ตนอยากให้คู่กรณีออกมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และวอนขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับแม่   ด้านนายศุภชัย พิเคราะห์จิตร อายุ 30 ปี คนขับรถกระบะ เปิดเผยว่า ขณะถอยรถตนยืนยันว่าไม่เห็นว่ายายกำลังเดินอยู่ จึงถอยชน และหลังเกิดเหตุตนก็ไม่ได้ละทิ้ง หรือไม่รับผิดชอบ ตนเป็นคนอุ้มคนเจ็บและนำไปส่งโรงพยาบาล ยืนยันว่าขณะนั้นไม่ได้เมา   ยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่ได้ให้เงินดูแลรักษาคนเจ็บ เพราะตัวเองก็ไม่มีเงิน ภรรยาเพิ่งคลอดลูกเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ทำให้ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายอย่างหนัก ทั้งนี้ ตนจ่ายค่าเอ็กซเรย์ให้คนเจ็บ จำนวนเงิน 12,000 บาท และไปเยี่ยมยายที่โรงพยาบาลตลอด วันนี้ก็ยังเข้าไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล ซึ่งก็ได้กล่าวขอโทษยายและลูกยายทุกครั้ง แต่ลูกของยายก็เหมือนยังโกรธเคืองอยู่   ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา ตนก็เพิ่งไปไกล่เกลี่ยค่าเสียหายกับลูกของยาย โดยคู่กรณีเรียกเป็นเงิน 500,000 บาท แต่ตนไม่มีเงิน และหายืมเพื่อนได้แค่ประมาณ 50,000 บาท แต่อีกฝ่ายไม่ยอม ตนก็จนปัญญา และก็ต้องปล่อยให้เขาฟ้องศาล เพราะตนไม่มีเงิน อย่างไรก็ตาม นายศุภชัยพูดทั้งน้ำตาคลอว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอนหลับได้ไม่สนิท เนื่องจากเป็นห่วงอาการของยายมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2ZL7aeepnpM

 4,879
ข่าวภูมิภาค
10 เม.ย. 62

สาว ป.โท เพิ่งกลับจากเมืองนอก รมควันฆ่าตัวตายคาบ้านพักย่านบางกรวย

นนทบุรี-ตร.สภ.บางกรวยรับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ย่านบางกรวย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.จาณีน กองกระวี อายุ 39 ปี เป็นลูกสาวเจ้าของบ้าน จบการศึกษาปริญญาโท เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศเพื่อมาดูแลบิดา ภายในห้องพบกะละมังสังกะสี สีขาว มีเถ้าถ่านหลงเหลืออยู่ ตามขอบหน้าต่างและประตูมีสก็อตเทปปิดไว้อย่างมิดชิด   จากการสอบถาม นายทนงค์ กองกระวี อายุ 65 ปี บิดาผู้เสียชีวิต ทราบว่าลูกสาวกลับมาจากต่างประเทศ เพื่อมาคอยดูแลตน ก่อนเกิดเหตุ ตนพบว่ามีควันออกมาจากห้องลูกสาว จึงได้เปิดเข้าไปดูตอนเวลา 20.00 น. พบว่าลูกสาวนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอนตรวจสอบรอบบ้านคาดว่าลูกสาวได้จุดเตาถ่านไว้นอกบ้าน และนำถ่านที่จุดแล้วใส่ไว้ในกะละมัง มีรอยคราบน้ำมันพืชบนถ่านที่ดับแล้ว น่าจะทำให้เกิดควัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าตำรวจคาดว่า น่าจะฆ่าตัวตายเอง ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบว่าเกิดจากเรื่องใด จากนั้นได้มอบร่างผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Cy05tEYnfQo

 50,039

Top