ค้นหา :

ผลการค้นหา "นนทบุรี"

สังคม-อาชญากรรม
30 ธ.ค. 62

แม่เครียดปัญหาหนี้สิน ผสมน้ำยาล้างห้องน้ำกับน้ำแดงดื่มตายพร้อมลูกสาว ด้านลูกชาย 7 ขวบดื่มแต่อ้วกออกจึงรอด

จากกรณีแม่นำน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำแดงใส่ขวดให้ลูกดื่ม หวังฆ่าตัวตายทั้งยกบ้าน โดยแม่กับลูกสาววัย 17 นอนตายน้ำลายฟูมปากในห้องนอน ส่วนลูกชายคนเล็กวัย 7 ขวบ ดื่มแต่บ้วนทิ้งจึงรอดชีวิต พบเขียนจดหมายลาตายเครียดปัญหาเรื่องหนี้สิน เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านย่านบางคูรัด หมู่ 3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี    น้องมีน อายุ 20 ปี ลูกสาวคนโตเผยว่า เช้าของวันที่ 28 ธ.ค. พ่อทำธุระอยู่ จ.ตาก ได้โทรมาหาตนบอกว่าโทรหาแม่ไม่ติด ไม่มีใครรับสาย แต่ได้วีดีโอคอลหาน้องชายคนเล็ก เห็นว่าแม่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่ ตนจึงรีบไปหาแม่ที่บ้าน เมื่อไปถึงก็เห็นว่าน้องชาย นั่งเล่นไอแพดอยู่ชั้นล่าง จึงถามว่าแม่อยู่ไหน น้องบอกว่าแม่นอนอยู่ยังไม่ตื่น ตนเลยรีบวิ่งขึ้นไปดูบนห้องนอนชั้น 2  พบว่า แม่กับน้องสาวนอนน้ำลายฟูมปากอยู่ ทั้งคู่นอนใกล้ๆ กัน มือของแม่วางอยู่ข้างมือ ของน้องสาว ตอนนั้นทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว     ตนสอบถามน้องชาย เล่าว่า แม่ได้ชงน้ำสีแดงให้น้องดื่มก่อนคนแรก น้องก็ดื่มแต่กลิ่นมันฉุนมาก เลยวิ่งไปบ้วนทิ้งในห้องน้ำ จนถูกน้ำยาล้างห้องน้ำกัดปากขาวซีด แต่แม่กับพี่สาวดื่มไปเยอะมาก วันเกิดเหตุตนไปอาศัยอยู่หอพัก ส่วนแม่ น้องสาววัย 17 ปี และน้องชายคนเล็กวัย 7 ขวบ อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุด้วยกัน 3 คน   “ที่ผ่านมาไม่ทราบเลยว่าที่บ้านมีปัญหาอะไร เพราะแม่ไม่ค่อยโทรมาเล่าให้ฟัง และไม่มีลาง สังหรณ์อะไรเลย เพียงแค่คุยไลน์กันตามปกติ แม่บอกว่า พ่อจะกลับมาตอนเย็นเท่านั้น ส่วนตัวคิดว่า ปัญหาที่มีนั้นน่าจะเป็นเรื่องหนี้สิน”   นอกจากนี้ภายในห้องพบจดหมายเขียนลาตายข้อความว่า “แขกขอโทษสำหรับทุกอย่าง แขกไม่ มีทางเลือกจริง แขกสัญญากับพี่แล้วว่าจะไม่ยืมหนี้สิน แขกก็ทำไม่ได้ สร้างแต่เรื่องให้พี่ตลอด วันนี้แขกขอเลือกทางออกที่ดีสำหรับทุกคน ฝากมีนมันด้วย(ลูกสาวคนโต) กัสด้วยนะ(ลูก ชายคนเล็ก) แขกขอโทษที่เป็นเมียที่ไม่ดีให้ความสุขพี่ไม่ได้ขอโทษ เอาแขกกับลูกไปอยู่กับพ่อแม่นะ"   ตรวจสอบเฟซบุ๊กของผู้ตายมีหลายข้อความที่โพสต์ตัดพ้อชีวิต เช่น คนที่เขาตายไปแล้วคงจะสบายจริงๆไม่ต้องรับรู้เรื่องเยอะแย่ ๆ อยากจะหลับแบบไม่ต้องตื่นมาอีกเลย   ด้านนางสาวน้อย  เพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเรื่องเห็นผู้ตายโพสต์ตัดพ้อชีวิตจึงโทรหาแต่  ไม่รับโทรศัพท์ ไม่คิดว่าเขาจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย พอทราบข่าวก็ตกใจ ทุกครั้งเวลาผู้ตายโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อ ตนก็จะโทรมาถามว่าเป็นอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าและให้กำลังใจ ที่ผ่านมาทราบว่า ผู้ตายเครียดเรื่องหนี้สินแต่ก็แก้ปัญหาไปบางส่วนแล้ว เคยนำบ้านไปรีไฟแนนซ์ได้เงินมาล้านกว่าบาท เพื่อใช้จ่ายในครอบครัวและใช้ส่วนตัว นำเงินก้อนนี้ให้สามีไปปิดหนี้ และตกลงกับสามีว่าจะไม่ไปสร้างหนี้อีก ส่วนไปกู้ยืมเงินนอกระบบมาจากที่ไหนอีกหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ  แต่ผู้ตายเคยมาขอยืมเงินตน 5,000 บาท แต่ก็ยกให้เป็นของขวัญปีใหม่   ขณะที่นางคำพลอย อายุ 65 ปี แม่ของผู้ตายหลังทราบข่าวได้เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น นั่งร่ำไห้กอดศพลูกสาวกับหลานแทบขาดใจ เผยว่า พอทราบข่าวแทบช็อก ที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยเล่าปัญหาอะไรให้ฟัง คิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหนี้สินเพราะเคยไปกู้หนี้นอก ระบบมาหลักแสนบาท ก่อนหน้านี้ลูกสาวโทรมาหาเล่าให้ฟังว่า ฝันว่าฟันหน้าตัวเองหัก แล้ว พอจะไปอาบน้ำจิ้งจกก็ตกลงมาใส่หัวแล้วตาย ตนบอกลูกสาวว่า ฝันร้ายขอให้กลายเป็นดีนะลูก   ล่าสุดลูกสาวโทรมาหาเมื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมา บอกว่า ค่ำแล้วจะกินยานอน เพราะขี่มอเตอร์ไซค์แล้วล้ม ขาเป็นแผล ปกติแล้วเวลาลูกสาวเป็นอะไร หรือไม่สบายใจ อะไรจะไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟัง ลูกสาวบอกปีใหม่นี้ไม่ได้กลับบ้านเพราะไม่มีเงิน ตนบอกว่าถ้าไม่มีเงินเดี๋ยวแม่จะไปหาเอง กระทั่งมาเกิดเหตุนี้ขึ้น ต้องมารับศพลูกสาวและหลานสาวรอนำกระดูกกลับบ้านที่ขอนแก่น ไม่คิดว่าลูกสาวจะคิดสั้นแบบนี้  ลูกสาวเคยบอกกับครอบครัวว่า ต่อไปนี้จะไม่ไปก่อหนี้อีกและได้ไปสาบานกับหลวงพ่อโสธร ว่าจะไม่กลับไปก่อหนี้ยืมสินใครอีก หากผิดคำสาบานจะขอให้มีอันเป็นไป นี่ยังไม่ถึงสามเดือนเลย ลูกสาวก็มาตายและคิดว่าลูกน่าจะผิดคำสาบานจึงทำให้เกิดเหตุขึ้น   ด้านสามีของผู้ตาย เผยว่า ที่ผ่านมาภรรยามีหนี้สินมากมาย แต่ก็ได้ใช้ไปหมดแล้ว ภรรยาบอกว่า จะไม่สร้างหนี้อีก ตอนนี้ตนก็ไม่ทราบว่าหนี้สินตอนนี้มีเท่าไหร่ ก่อนที่จะเกิดเรื่องตนกลับบ้านที่ จ.ตาก แล้วที่บ้านก็อยู่กันแค่ 3 คน ในคืนวันที่ 27 ธ.ค. ตนนอนอยู่รู้สึกแปลก ๆ เหมือนผีอำ นอนไม่หลับ ไม่สบายใจอะไรบางอย่าง พอรุ่งเช้าตัดสินใจโทรหาภรรยาแต่ไม่มีใครรับ จึงได้โทรหาลูกสาวคนโตให้รีบไปดูที่บ้าน กระทั่งพบเป็นศพดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-BZLNyH2N8I

 11,909
อาชญากรรม
30 ธ.ค. 62

แม่เครียดปัญหาหนี้สิน ผสมน้ำยาล้างห้องน้ำกับน้ำแดงดื่มตายพร้อมลูกสาว ด้านลูกชาย 7 ขวบดื่มแต่อ้วกออกจึงรอด

จากกรณีแม่นำน้ำยาล้างห้องน้ำผสมน้ำแดงใส่ขวดให้ลูกดื่ม หวังฆ่าตัวตายทั้งยกบ้าน โดยแม่กับลูกสาววัย 17 นอนตายน้ำลายฟูมปากในห้องนอน ส่วนลูกชายคนเล็กวัย 7 ขวบ ดื่มแต่บ้วนทิ้งจึงรอดชีวิต พบเขียนจดหมายลาตายเครียดปัญหาเรื่องหนี้สิน เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านย่านบางคูรัด หมู่ 3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี    น้องมีน อายุ 20 ปี ลูกสาวคนโตเผยว่า เช้าของวันที่ 28 ธ.ค. พ่อทำธุระอยู่ จ.ตาก ได้โทรมาหาตนบอกว่าโทรหาแม่ไม่ติด ไม่มีใครรับสาย แต่ได้วีดีโอคอลหาน้องชายคนเล็ก เห็นว่าแม่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่ ตนจึงรีบไปหาแม่ที่บ้าน เมื่อไปถึงก็เห็นว่าน้องชาย นั่งเล่นไอแพดอยู่ชั้นล่าง จึงถามว่าแม่อยู่ไหน น้องบอกว่าแม่นอนอยู่ยังไม่ตื่น ตนเลยรีบวิ่งขึ้นไปดูบนห้องนอนชั้น 2  พบว่า แม่กับน้องสาวนอนน้ำลายฟูมปากอยู่ ทั้งคู่นอนใกล้ๆ กัน มือของแม่วางอยู่ข้างมือ ของน้องสาว ตอนนั้นทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว     ตนสอบถามน้องชาย เล่าว่า แม่ได้ชงน้ำสีแดงให้น้องดื่มก่อนคนแรก น้องก็ดื่มแต่กลิ่นมันฉุนมาก เลยวิ่งไปบ้วนทิ้งในห้องน้ำ จนถูกน้ำยาล้างห้องน้ำกัดปากขาวซีด แต่แม่กับพี่สาวดื่มไปเยอะมาก วันเกิดเหตุตนไปอาศัยอยู่หอพัก ส่วนแม่ น้องสาววัย 17 ปี และน้องชายคนเล็กวัย 7 ขวบ อาศัยอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุด้วยกัน 3 คน   “ที่ผ่านมาไม่ทราบเลยว่าที่บ้านมีปัญหาอะไร เพราะแม่ไม่ค่อยโทรมาเล่าให้ฟัง และไม่มีลาง สังหรณ์อะไรเลย เพียงแค่คุยไลน์กันตามปกติ แม่บอกว่า พ่อจะกลับมาตอนเย็นเท่านั้น ส่วนตัวคิดว่า ปัญหาที่มีนั้นน่าจะเป็นเรื่องหนี้สิน”   นอกจากนี้ภายในห้องพบจดหมายเขียนลาตายข้อความว่า “แขกขอโทษสำหรับทุกอย่าง แขกไม่ มีทางเลือกจริง แขกสัญญากับพี่แล้วว่าจะไม่ยืมหนี้สิน แขกก็ทำไม่ได้ สร้างแต่เรื่องให้พี่ตลอด วันนี้แขกขอเลือกทางออกที่ดีสำหรับทุกคน ฝากมีนมันด้วย(ลูกสาวคนโต) กัสด้วยนะ(ลูก ชายคนเล็ก) แขกขอโทษที่เป็นเมียที่ไม่ดีให้ความสุขพี่ไม่ได้ขอโทษ เอาแขกกับลูกไปอยู่กับพ่อแม่นะ"   ตรวจสอบเฟซบุ๊กของผู้ตายมีหลายข้อความที่โพสต์ตัดพ้อชีวิต เช่น คนที่เขาตายไปแล้วคงจะสบายจริงๆไม่ต้องรับรู้เรื่องเยอะแย่ ๆ อยากจะหลับแบบไม่ต้องตื่นมาอีกเลย   ด้านนางสาวน้อย  เพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเรื่องเห็นผู้ตายโพสต์ตัดพ้อชีวิตจึงโทรหาแต่  ไม่รับโทรศัพท์ ไม่คิดว่าเขาจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย พอทราบข่าวก็ตกใจ ทุกครั้งเวลาผู้ตายโพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อ ตนก็จะโทรมาถามว่าเป็นอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าและให้กำลังใจ ที่ผ่านมาทราบว่า ผู้ตายเครียดเรื่องหนี้สินแต่ก็แก้ปัญหาไปบางส่วนแล้ว เคยนำบ้านไปรีไฟแนนซ์ได้เงินมาล้านกว่าบาท เพื่อใช้จ่ายในครอบครัวและใช้ส่วนตัว นำเงินก้อนนี้ให้สามีไปปิดหนี้ และตกลงกับสามีว่าจะไม่ไปสร้างหนี้อีก ส่วนไปกู้ยืมเงินนอกระบบมาจากที่ไหนอีกหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ  แต่ผู้ตายเคยมาขอยืมเงินตน 5,000 บาท แต่ก็ยกให้เป็นของขวัญปีใหม่   ขณะที่นางคำพลอย อายุ 65 ปี แม่ของผู้ตายหลังทราบข่าวได้เดินทางมาจาก จ.ขอนแก่น นั่งร่ำไห้กอดศพลูกสาวกับหลานแทบขาดใจ เผยว่า พอทราบข่าวแทบช็อก ที่ผ่านมาลูกสาวไม่เคยเล่าปัญหาอะไรให้ฟัง คิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องหนี้สินเพราะเคยไปกู้หนี้นอก ระบบมาหลักแสนบาท ก่อนหน้านี้ลูกสาวโทรมาหาเล่าให้ฟังว่า ฝันว่าฟันหน้าตัวเองหัก แล้ว พอจะไปอาบน้ำจิ้งจกก็ตกลงมาใส่หัวแล้วตาย ตนบอกลูกสาวว่า ฝันร้ายขอให้กลายเป็นดีนะลูก   ล่าสุดลูกสาวโทรมาหาเมื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมา บอกว่า ค่ำแล้วจะกินยานอน เพราะขี่มอเตอร์ไซค์แล้วล้ม ขาเป็นแผล ปกติแล้วเวลาลูกสาวเป็นอะไร หรือไม่สบายใจ อะไรจะไม่ค่อยเล่าอะไรให้ฟัง ลูกสาวบอกปีใหม่นี้ไม่ได้กลับบ้านเพราะไม่มีเงิน ตนบอกว่าถ้าไม่มีเงินเดี๋ยวแม่จะไปหาเอง กระทั่งมาเกิดเหตุนี้ขึ้น ต้องมารับศพลูกสาวและหลานสาวรอนำกระดูกกลับบ้านที่ขอนแก่น ไม่คิดว่าลูกสาวจะคิดสั้นแบบนี้  ลูกสาวเคยบอกกับครอบครัวว่า ต่อไปนี้จะไม่ไปก่อหนี้อีกและได้ไปสาบานกับหลวงพ่อโสธร ว่าจะไม่กลับไปก่อหนี้ยืมสินใครอีก หากผิดคำสาบานจะขอให้มีอันเป็นไป นี่ยังไม่ถึงสามเดือนเลย ลูกสาวก็มาตายและคิดว่าลูกน่าจะผิดคำสาบานจึงทำให้เกิดเหตุขึ้น   ด้านสามีของผู้ตาย เผยว่า ที่ผ่านมาภรรยามีหนี้สินมากมาย แต่ก็ได้ใช้ไปหมดแล้ว ภรรยาบอกว่า จะไม่สร้างหนี้อีก ตอนนี้ตนก็ไม่ทราบว่าหนี้สินตอนนี้มีเท่าไหร่ ก่อนที่จะเกิดเรื่องตนกลับบ้านที่ จ.ตาก แล้วที่บ้านก็อยู่กันแค่ 3 คน ในคืนวันที่ 27 ธ.ค. ตนนอนอยู่รู้สึกแปลก ๆ เหมือนผีอำ นอนไม่หลับ ไม่สบายใจอะไรบางอย่าง พอรุ่งเช้าตัดสินใจโทรหาภรรยาแต่ไม่มีใครรับ จึงได้โทรหาลูกสาวคนโตให้รีบไปดูที่บ้าน กระทั่งพบเป็นศพดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-BZLNyH2N8I

 11,909
สังคม-อาชญากรรม
26 ธ.ค. 62

บุกทลายบ่อนการพนัน ย่านบางใหญ่ นักพนันไหวตัวทัน พบแต่อุปกรณ์

DSI พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บุกตรวจค้นบ่อนการพนันไม่พบนักเล่น พบเพียงอุปกรณ์การเล่นเท่านั้น   พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผอ.กองคดีการเงิน การธนาคาร และการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSl นายชุ้นณัฐเดช กังสุกุล นอภ.บางใหญ่ นายสมพล สุระสัจจะ ปลัดอำเภอหัวกน้าฝ่ายความมั่นคง พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ พ.ต.ท.สราวุธ ทองภู่ รองผกก.ป. พ.ต.ท.ณัฐยุทธ แก้วปาน รองผกก.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดบูรณาการกระทรวงยุติธรรม นำหมายค้นศาลแขวงนนทบุรี เข้าตรวจค้นอาคารไม่มีเลขที่ ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว เนื้อที่กว่า 100 ตารางวา ย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังสืบทราบว่าลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนันผิดกฎหมาย   ผลการตรวจค้นพบภายในอาคารแบ่งซอยเป็นห้องๆ 3 ห้อง เจ้าหน้าที่ไม่พบนักพนันหลังเป็นนกรู้เผ่นหนี กันไปหมดก่อนเจ้าหน้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น พยเพียงโต๊ะพนันเสือมังกร 2 โต๊ะ โต๊ะไฮโลไฮเทคขน่ดใหญ่ 1 โต๊ะ โต๊ะดัมมี่ 2 โต๊ะ เ พร้อมอุปกรณ์ในการเล่นครบครัน โดยเครื่องปรับอากาศยังเปิดอยู่ในสภาพเย็นฉ่ำ ส่วนเซฟเวอร์วงจรปิดถูกถอดทิ้งไปด้วย   พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า การตรวจค้นในครั้งนี้เนื่องจากสืบทราบมาว่าสถานที่แห่งนี้มีการเปิดลักลอบเล่นการพนันแบบปิดๆเปิดๆ โดยการตรวจค้นในครั้งนี้แม้จะไม่ได้ตัวผู้ต้องหาก็ตามที โดยทาง DSI จะเน้นตัวผู้มีอิทธิพลและเจ้าของบ่อนที่แท้จริงมากกว่าตัวผู้เล่นซึ่งกฎหมายเอาผิดเพียงเล็กน้อย การตรวจค้นเพื่อนำตัวเจ้าของบ่อนหรือผู้มีอิทธิพลมาสอบสวนหาที่มาของตัวเงินซึ่งอาจเป็นรายได้ที่นำไปสู่การฟอกเงิน โดย DSI. จะเข้มงวดกวดขันในเรื่องนี้เป็นพิเศษมากว่าอื่นใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dwrARBXyXVs

 3,626
สังคม
26 ธ.ค. 62

บุกทลายบ่อนการพนัน ย่านบางใหญ่ นักพนันไหวตัวทัน พบแต่อุปกรณ์

DSI พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บุกตรวจค้นบ่อนการพนันไม่พบนักเล่น พบเพียงอุปกรณ์การเล่นเท่านั้น   พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผอ.กองคดีการเงิน การธนาคาร และการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSl นายชุ้นณัฐเดช กังสุกุล นอภ.บางใหญ่ นายสมพล สุระสัจจะ ปลัดอำเภอหัวกน้าฝ่ายความมั่นคง พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ พ.ต.ท.สราวุธ ทองภู่ รองผกก.ป. พ.ต.ท.ณัฐยุทธ แก้วปาน รองผกก.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดบูรณาการกระทรวงยุติธรรม นำหมายค้นศาลแขวงนนทบุรี เข้าตรวจค้นอาคารไม่มีเลขที่ ซึ่งเป็นอาคารชั้นเดียว เนื้อที่กว่า 100 ตารางวา ย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังสืบทราบว่าลักลอบเปิดเป็นบ่อนการพนันผิดกฎหมาย   ผลการตรวจค้นพบภายในอาคารแบ่งซอยเป็นห้องๆ 3 ห้อง เจ้าหน้าที่ไม่พบนักพนันหลังเป็นนกรู้เผ่นหนี กันไปหมดก่อนเจ้าหน้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น พยเพียงโต๊ะพนันเสือมังกร 2 โต๊ะ โต๊ะไฮโลไฮเทคขน่ดใหญ่ 1 โต๊ะ โต๊ะดัมมี่ 2 โต๊ะ เ พร้อมอุปกรณ์ในการเล่นครบครัน โดยเครื่องปรับอากาศยังเปิดอยู่ในสภาพเย็นฉ่ำ ส่วนเซฟเวอร์วงจรปิดถูกถอดทิ้งไปด้วย   พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า การตรวจค้นในครั้งนี้เนื่องจากสืบทราบมาว่าสถานที่แห่งนี้มีการเปิดลักลอบเล่นการพนันแบบปิดๆเปิดๆ โดยการตรวจค้นในครั้งนี้แม้จะไม่ได้ตัวผู้ต้องหาก็ตามที โดยทาง DSI จะเน้นตัวผู้มีอิทธิพลและเจ้าของบ่อนที่แท้จริงมากกว่าตัวผู้เล่นซึ่งกฎหมายเอาผิดเพียงเล็กน้อย การตรวจค้นเพื่อนำตัวเจ้าของบ่อนหรือผู้มีอิทธิพลมาสอบสวนหาที่มาของตัวเงินซึ่งอาจเป็นรายได้ที่นำไปสู่การฟอกเงิน โดย DSI. จะเข้มงวดกวดขันในเรื่องนี้เป็นพิเศษมากว่าอื่นใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dwrARBXyXVs

 3,626
ข่าวภูมิภาค
24 ธ.ค. 62

เปิดวงจรปิดล่าตัว โจรใช้น้ำผสมพริกสาดหน้าลุงขับวิน จยย. ก่อนชิงรถหนี

นนทบุรี-จากกรณีนายพาน ปุริมะ อายุ 71 ปี อาชีพขับรถวินจยย.รับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้าก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ ชิงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีดำแดง ก่อนจะขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 (ซอยต้นสน) ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด บอกว่า ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในซอย 14/2 อย่าง พบหมวกสีขาวของคนร้ายตกอยู่บริเวณป่าข้างทางได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นได้เรียกพยานที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุมาสอบปากคำแล้วอยู่รระหว่างเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาล จ.นนทบุรี คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆนี้   ทั้งนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากหอพัก ต้นสนอพาร์ตเมนท์ ภายในซอยที่เกิดเหตุ จับภาพคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นสูงประมาณ 170 ซม.สวมเสื้อยืดลายขาวดำแขนยาวใส่กางเกงยีนส์ขายาวรองเท้าผ้าใบ สวมหมวกแก๊ปสีขาวใส่ผ้าสีดำปิดบังใบหน้าสะพายเป้ขณะกำลังเดินตรงไปที่ซอยต้นสน 14/ 2 ซึ่งเป็นซอยเปลี่ยวที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ผู้เสียหาย   หลังจากนั้นคนร้ายได้เดินออกมาผ่านกล้องวงจรปิดตัวเดิมมุ่งหน้าปากซอย คนร้ายได้เปลี่ยนเสื้อด้านในเป็นเสื้อยืดสีดำสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสงคลุมทับสวมหมวกสีขาวจากนั้นได้เดินผ่านกล้องอีกตัวบริเวณหน้าอพาร์ตเมนท์คนร้ายได้เปลี่ยนหมวกที่ใส่เป็นสีแดง หลังจากนั้นกล้องกล้องวงจรปิดตัวเดิมได้จับภาพผู้ต้องหานั่งซ้อนท้ายลุงผู้เสียหาย มุ่งหน้าซอยต้นสน 14 /2 ที่คนร้ายก่อเหตุ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8y9_etkU5MQ

 1,383
สังคม
24 ธ.ค. 62

เปิดวงจรปิดล่าตัว โจรใช้น้ำผสมพริกสาดหน้าลุงขับวิน จยย. ก่อนชิงรถหนี

นนทบุรี-จากกรณีนายพาน ปุริมะ อายุ 71 ปี อาชีพขับรถวินจยย.รับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้าก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ ชิงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีดำแดง ก่อนจะขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว บริเวณซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 (ซอยต้นสน) ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด   ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด บอกว่า ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในซอย 14/2 อย่าง พบหมวกสีขาวของคนร้ายตกอยู่บริเวณป่าข้างทางได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นได้เรียกพยานที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุมาสอบปากคำแล้วอยู่รระหว่างเตรียมขออนุมัติหมายจับจากศาล จ.นนทบุรี คาดว่าน่าจะได้ตัวเร็วๆนี้   ทั้งนี้ภาพจากกล้องวงจรปิดจากหอพัก ต้นสนอพาร์ตเมนท์ ภายในซอยที่เกิดเหตุ จับภาพคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นสูงประมาณ 170 ซม.สวมเสื้อยืดลายขาวดำแขนยาวใส่กางเกงยีนส์ขายาวรองเท้าผ้าใบ สวมหมวกแก๊ปสีขาวใส่ผ้าสีดำปิดบังใบหน้าสะพายเป้ขณะกำลังเดินตรงไปที่ซอยต้นสน 14/ 2 ซึ่งเป็นซอยเปลี่ยวที่คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ผู้เสียหาย   หลังจากนั้นคนร้ายได้เดินออกมาผ่านกล้องวงจรปิดตัวเดิมมุ่งหน้าปากซอย คนร้ายได้เปลี่ยนเสื้อด้านในเป็นเสื้อยืดสีดำสวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสงคลุมทับสวมหมวกสีขาวจากนั้นได้เดินผ่านกล้องอีกตัวบริเวณหน้าอพาร์ตเมนท์คนร้ายได้เปลี่ยนหมวกที่ใส่เป็นสีแดง หลังจากนั้นกล้องกล้องวงจรปิดตัวเดิมได้จับภาพผู้ต้องหานั่งซ้อนท้ายลุงผู้เสียหาย มุ่งหน้าซอยต้นสน 14 /2 ที่คนร้ายก่อเหตุ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8y9_etkU5MQ

 1,383
สังคม
23 ธ.ค. 62

เร่งล่าโจรใจดำ! ทำทีจ้างวินจยย.ไปส่ง ก่อนสาดน้ำผสมพริกใส่หน้าชิงรถหลบหนี

นนทบุรี-วงจรปิด อุกอาจคนร้ายใช้น้ำผสมพริกสาดหน้าลุงขับวินจยย ก่อนชักอาวุธปืนจี้ชิงรถจยยหลบหนีกลางวันแสกๆ   วานนี้ 22 ธ.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายพาน ปุริมะ อายุ 71ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้าก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ ชิงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีดำแดง หมายเลขทะเบียน กก818 นนทบุรี ก่อนจะขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็วพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ขับรถติดตามแต่ไม่ทัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.62 เวลา 14.30 น. ผู้เสียหายได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ธนวัฒน์ ลีบาง( รองสว.สอบสวน ) สภ.ปากเกร็ด   ภาพในกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสง กางเกงขายาว ใส่หมวกแก๊ป เดินผ่านอพาร์ทเม้นท์ คริสตัลเพลส มุ่งหน้าไปหน้าปากซอยแจ้งวัฒนะปากเกร็ด 20   จากการสอบถามนายพาน ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขับวินจยย.อยู่ปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ตามปกติ มีผู้โดยสารเข้ามาบอกว่าให้ไปส่งที่ซอย 14/2 เข้าไปประมาณ 20 เมตร และให้ตนเลี้ยวซ้ายแต่ทางซ้ายเป็นป่าเป็นซอยตันและเปลี่ยว หลังจากจอดรถตนจึงเปิดหมวกขึ้นเพื่อจะบอกราคาค่าโดยสาร แต่คนร้ายได้เปิดกระเป๋าหยิบขวดน้ำที่เตรียมมาจากกระเป๋ามาสาดใส่หน้าตนทำให้แสบตาจนลืมไม่ขึ้น ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำกรดจึงตกใจมาก   จากนั้นคนร้ายได้หยิบปืนขึ้นมาจากเอวเป็นปืนแม็กกาซีนมีผ้าพันที่ด้าม ถามว่า "รถคันนี้จะให้ดีๆมั๊ย" ตอนนั้นได้เเต่ดึงเสื้อเอามาเช็ดตาเพราะว่าแสบตาจนทนไม่ไหว คนร้ายขึ้นค่อมรถและขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว จากที่เห็นคนร้ายอายุไม่น่าเกิน 30 ปี สูงประมาณ 170 ซม. รถของตนซื้อเงินสดมา ราคา 52,000 บาท ฝากบอกตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ให้ช่วยติดตาม กลางวันแสก ๆ ไม่น่าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ตอนนี้ไม่ได้ขับรถขาดรายได้ ต่อไปคงต้องไปหาซื้อรถมือ 2 เก่า ๆ ขับ รถใหม่เข็ดแล้วกลัวโดนจี้อีกแก่แล้วคงไม่มีแรงสู้คนร้าย   น.ส.สมศรี แสงตา อายุ 59 ปี อาชีพแม่บ้าน กล่าวว่าเคยใช้บริการวินลุงบ่อยเพราะลุงเป็นคนขับรถช้า ชอบจ้างให้ไปซื้อของเป็นประจำ ลุงอัธยาศัยดี ตนยอมรับว่าสงสารลุงเพราะลุงเป็นคนดี ตนอาศัยอยู่ในซอยนี้เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ครั้งแรก ตั้งแต่มาอยู่ประมาณ 5-6 ปี อยากขอให้คนร้ายสงสารลุงกว่าจะทำงานแลกเงินแต่ละบาทเพราะลุงวิ่งวินกว่าจะได้ตังค์มันยากและใช้เวลานาน ถ้าใครเอารถของลุงไปขอให้เอามาคืน เพราะอายุลุงก็เยอะแล้วให้เห็นใจกันบ้าง   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากเกร็ดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหายต่อไป

 985
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 62

ลุงขับวินจยย.ถูกโจรใช้น้ำผสมพริกสาดหน้า ก่อนชักปืนจี้ชิงรถหลบหนี กลางวันแสกๆ

นนทบุรี-นายพาน ปุริมะ อายุ 71 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้าก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ ชิงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีดำแดง ก่อนจะขับหลบหนีไป โดยพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ขับรถติดตามแต่ไม่ทัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.62 เวลา 14.30 น. ผู้เสียหายได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด   ภาพในกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสง กางเกงขายาว ใส่หมวกแก๊ป เดินผ่านอพาร์ทเม้นท์ คริสตัลเพลส มุ่งหน้าไปหน้าปากซอยแจ้งวัฒนะปากเกร็ด 20   จากการสอบถามนายพาน ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขับวินจยย.อยู่ปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ตามปกติ มีผู้โดยสารเข้ามาบอกว่าให้ไปส่งที่ซอย 14/2 เข้าไปประมาณ 20 เมตร และให้ตนเลี้ยวซ้ายแต่ทางซ้ายเป็นป่าเป็นซอยตันและเปลี่ยว หลังจากจอดรถตนจึงเปิดหมวกขึ้นเพื่อจะบอกราคาค่าโดยสาร แต่คนร้ายได้เปิดกระเป๋าหยิบขวดน้ำที่เตรียมมาจากกระเป๋ามาสาดใส่หน้าตนทำให้แสบตาจนลืมไม่ขึ้น   ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำกรดจึงตกใจมาก จากนั้นคนร้ายได้หยิบปืนขึ้นมาจากเอวเป็นปืนแม็กกาซีนมีผ้าพันที่ด้าม ถามว่า "รถคันนี้จะให้ดีๆไหม" ตอนนั้นได้เเต่ดึงเสื้อเอามาเช็ดตาเพราะว่าแสบตาจนทนไม่ไหว คนร้ายขึ้นคร่อมรถและขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว จากที่เห็นคนร้ายอายุไม่น่าเกิน 30 ปี สูงประมาณ 170 ซม. รถของตนซื้อเงินสดมา ราคา 52,000 บาท ฝากบอกตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ให้ช่วยติดตาม กลางวันแสก ๆ ไม่น่าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ตอนนี้ไม่ได้ขับรถขาดรายได้ ต่อไปคงต้องไปหาซื้อรถมือ 2 เก่า ๆ ขับ รถใหม่เข็ดแล้วกลัวโดนจี้อีกแก่แล้วคงไม่มีแรงสู้คนร้าย   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากเกร็ดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3TaRkNJBwDY  

 1,146
สังคม
23 ธ.ค. 62

ลุงขับวินจยย.ถูกโจรใช้น้ำผสมพริกสาดหน้า ก่อนชักปืนจี้ชิงรถหลบหนี กลางวันแสกๆ

นนทบุรี-นายพาน ปุริมะ อายุ 71 ปี อาชีพขับรถรับจ้าง ถูกคนร้ายใช้น้ำผสมพริกใส่ขวดที่เตรียมมาสาดใส่หน้าก่อนจะชักอาวุธปืนจากเอวออกมาจี้ ชิงรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าคลิกสีดำแดง ก่อนจะขับหลบหนีไป โดยพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ขับรถติดตามแต่ไม่ทัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.62 เวลา 14.30 น. ผู้เสียหายได้นำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด   ภาพในกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 ซม. สวมเสื้อกั๊กสะท้อนแสง กางเกงขายาว ใส่หมวกแก๊ป เดินผ่านอพาร์ทเม้นท์ คริสตัลเพลส มุ่งหน้าไปหน้าปากซอยแจ้งวัฒนะปากเกร็ด 20   จากการสอบถามนายพาน ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขับวินจยย.อยู่ปากซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 20 ตามปกติ มีผู้โดยสารเข้ามาบอกว่าให้ไปส่งที่ซอย 14/2 เข้าไปประมาณ 20 เมตร และให้ตนเลี้ยวซ้ายแต่ทางซ้ายเป็นป่าเป็นซอยตันและเปลี่ยว หลังจากจอดรถตนจึงเปิดหมวกขึ้นเพื่อจะบอกราคาค่าโดยสาร แต่คนร้ายได้เปิดกระเป๋าหยิบขวดน้ำที่เตรียมมาจากกระเป๋ามาสาดใส่หน้าตนทำให้แสบตาจนลืมไม่ขึ้น   ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำกรดจึงตกใจมาก จากนั้นคนร้ายได้หยิบปืนขึ้นมาจากเอวเป็นปืนแม็กกาซีนมีผ้าพันที่ด้าม ถามว่า "รถคันนี้จะให้ดีๆไหม" ตอนนั้นได้เเต่ดึงเสื้อเอามาเช็ดตาเพราะว่าแสบตาจนทนไม่ไหว คนร้ายขึ้นคร่อมรถและขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว จากที่เห็นคนร้ายอายุไม่น่าเกิน 30 ปี สูงประมาณ 170 ซม. รถของตนซื้อเงินสดมา ราคา 52,000 บาท ฝากบอกตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ให้ช่วยติดตาม กลางวันแสก ๆ ไม่น่าเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ตอนนี้ไม่ได้ขับรถขาดรายได้ ต่อไปคงต้องไปหาซื้อรถมือ 2 เก่า ๆ ขับ รถใหม่เข็ดแล้วกลัวโดนจี้อีกแก่แล้วคงไม่มีแรงสู้คนร้าย   เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.ปากเกร็ดได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3TaRkNJBwDY  

 1,146
ข่าวภูมิภาค
23 ธ.ค. 62

พ่อแม่ปล่อยลูกคลาดสายตา เด็กเล่นน้ำคนเดียว พลาดจมสระน้ำหมู่บ้านหวิดดับ

นนทบุรี-เกิดเหตุเด็กจมสระว่ายน้ำภายในหมู่บ้านย่านปากเกร็ด ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด เป็นเด็กหญิงวัย 5 ขวบ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสระว่ายน้ำได้นำส่งคลินิกที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน มีการช่วยเหลือปั๊มหัวใจพร้อมทั้งผายปอด ทำให้เด็กหญิงรู้สึกตัวแต่ยังคงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนรีบนำส่งรพ.ชลประทานเพื่อไปรักษาต่อ   ด้านแม่ของเด็กเล่าว่า ตนจะเข้าห้องน้ำเลยเดินมาเรียกให้พ่อขึ้นจากสระมาอุ้มลูกอีกคน โดยปล่อยให้ลูกสาวเล่นน้ำอยู่คนเดียวในสระของเด็ก แต่ด้วยความที่เด็กไม่รู้ว่าสระน้ำนั้นบางจุดมีความลึก จึงเดินออกไปจนทำให้เสียหลักจมน้ำลงไป โชคดีมีคนเห็นจึงได้ตะโกนร้องว่า มีเด็กจมน้ำเจ้าหน้าที่ของสระจึงได้กระโดดลงไปช่วย ก่อนจะนำเด็กหญิงขึ้นบนบ่าแบกเพื่อให้น้ำไหลออกมาเนื่องจากเด็กหญิงสำลักน้ำและกลืนน้ำลง หลังจากนั้นก็รีบพาไปส่งคลินิกพร้อมทั้งแจ้งกู้ชีพรพ.ชลประทาน มารับตัว   ด้านเจ้าของสระน้ำภายในหมู่บ้านกล่าวว่า มีคนตะโกนบอกว่ามีเด็กจมน้ำตนรีบมาดูรีบเข้าช่วยเหลือ ปกติทางสระเรามีกฎระเบียบชัดเจนอยู่แล้วห้ามเด็กเล็กเล่นน้ำ แต่ถ้าจะเล่นต้องมีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HdhwrlVqja8

 7,254
สังคม
23 ธ.ค. 62

พ่อแม่ปล่อยลูกคลาดสายตา เด็กเล่นน้ำคนเดียว พลาดจมสระน้ำหมู่บ้านหวิดดับ

นนทบุรี-เกิดเหตุเด็กจมสระว่ายน้ำภายในหมู่บ้านย่านปากเกร็ด ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด เป็นเด็กหญิงวัย 5 ขวบ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสระว่ายน้ำได้นำส่งคลินิกที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน มีการช่วยเหลือปั๊มหัวใจพร้อมทั้งผายปอด ทำให้เด็กหญิงรู้สึกตัวแต่ยังคงต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ก่อนรีบนำส่งรพ.ชลประทานเพื่อไปรักษาต่อ   ด้านแม่ของเด็กเล่าว่า ตนจะเข้าห้องน้ำเลยเดินมาเรียกให้พ่อขึ้นจากสระมาอุ้มลูกอีกคน โดยปล่อยให้ลูกสาวเล่นน้ำอยู่คนเดียวในสระของเด็ก แต่ด้วยความที่เด็กไม่รู้ว่าสระน้ำนั้นบางจุดมีความลึก จึงเดินออกไปจนทำให้เสียหลักจมน้ำลงไป โชคดีมีคนเห็นจึงได้ตะโกนร้องว่า มีเด็กจมน้ำเจ้าหน้าที่ของสระจึงได้กระโดดลงไปช่วย ก่อนจะนำเด็กหญิงขึ้นบนบ่าแบกเพื่อให้น้ำไหลออกมาเนื่องจากเด็กหญิงสำลักน้ำและกลืนน้ำลง หลังจากนั้นก็รีบพาไปส่งคลินิกพร้อมทั้งแจ้งกู้ชีพรพ.ชลประทาน มารับตัว   ด้านเจ้าของสระน้ำภายในหมู่บ้านกล่าวว่า มีคนตะโกนบอกว่ามีเด็กจมน้ำตนรีบมาดูรีบเข้าช่วยเหลือ ปกติทางสระเรามีกฎระเบียบชัดเจนอยู่แล้วห้ามเด็กเล็กเล่นน้ำ แต่ถ้าจะเล่นต้องมีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HdhwrlVqja8

 7,254
สังคม-อาชญากรรม
20 ธ.ค. 62

รวบแล้ว มือแทงหนุ่มแกร็บไบค์ข้างบ้านดับ อ้างหน้ามืดจวกแทงโดยไม่รู้ตัว-ป่วยเป็นไบโพลาร์

กรณีเหตุชายวัย 40 ปี อ้างป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงหนุ่มแกร็บไบค์(พนักงานรับจ้างส่งอาหาร) ซึ่งเป็นรุนน้องข้างบ้าน 16 แผล แล้วหลบหนีไป ฉุนถูกมองหน้าและเคยมีปากเสียงกันรุนแรงหลายครั้งเรื่องท่อรถ จยย.เสียงดัง เหตุเกิดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา   เมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.)ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง สามารถจับกุมตัวนายชลธี คุณวุฒิ อายุ 40 ปี ผู้ก่อเหตุได้แล้ว โดยหลังก่อเหตุได้ขับรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ หลังหนีไปซ่อนตัวบ้านอดีตภรรยาในพื้นที่   จ.ฉะเชิงเทรา ตำรวจไปตามรวบตัวได้พร้อมรถยนต์ที่ใช้หลบหนี   โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายชลธี อยู่ในอาการนิ่งเฉยไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรกับนักข่าว แต่ให้การกับทนายความอ้างว่า ก่อนหน้านี้เคยมีปากเสียงกับผู้ตายแต่ไม่บอกว่าเป็นเรื่องอะไร อ้างเป็นเรื่องส่วนตัวไม่กับท่อรถ จยย.เสียงดัง เบื้องต้นให้การภาคเสธยอมรับลงมือก่อเหตุแทงจริง โดยก่อนก่อเหตุมีปากเสียงกับผู้ตาย และอ้างว่าขณะก่อเหตุหน้ามืดทำไปโดยไม่รู้ตัว รู้สึกตัวอีกทีตอนถูกผู้ตายผลักออก ก่อนขับรถหลบหนีไป จ.ฉะเชิงเทรา เพราะตกใจ ทนายความ ระบุว่า จากการสอบถามนายชลธี ยังให้การวกวน พูดไม่ตรงกันสักครั้งและไม่ยอมเปิดเผยชนวนเหตุ บอกว่าตนเองไม่ได้จงใจก่อเหตุ โดยวันนี้(20 ธ.ค.) ญาติจะเข้ายื่นหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัว   ผู้สื่อข่าวได้ไปคุยกับลุงของผู้ก่อเหตุซึ่งเดินทางมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา ไม่ยอมให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่าหลาน (ผู้ก่อเหตุ) ให้พามามอบตัว เมื่อสอบถามว่าหลานเล่าอะไรให้ฟังหรือไม่ หมายถึงก่อเหตุ ลุงไม่ยอมพูดแล้วเดินหนี ถามว่าหลานป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์จริงไหม ลุงบอกว่าให้รอเอกสารยืนยัน   ร.ต.อ.สุธน จิตตภูมิภักดี รอง สว.(สอบสวน) เผยว่า กรณีที่แม่ของผู้ก่อเหตุอ้างว่า ลูกชายป่วยเป็นไบโพล่าร์นั้นจะต้องนำหลักฐานมายืนยัน ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร    ผู้สื่อข่าวย้อนกลับไปที่จุดเหตุบริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่กลางซอยของหมู่บ้านดังกล่าว พบเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้านลูกสาวได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องเสียงดังมากคิดว่าคนโดนรถชน จึงวิ่งออกไปดูเห็นนายอีดรีส  หม่อมดา อายุ 24 ปี ผู้ตาย นอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน ส่วนแฟนสาวนั่งกอดผู้ตาย ร้องขอความช่วยเหลือขอเศษผ้าเพื่อนำไปปิดแผล มองดูที่มือของแฟนสาวผู้ตายข้างขวาก็ถูกมีดบาดเช่นกัน   ซึ่งบริเวณตามร่างกายของผู้ตายและลำคอตรงหลอดลมถูกมีดแทงเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผล ตาเหลือก จะปั๊มหัวใจแต่ไม่กล้าทำ จึงบอกให้แฟนสาวของผู้ตายโทรแจ้งตำรวจเรียกรถพยาบาล โดยขณะนั้นตนจับชีพจรบริเวณลำคอพบว่านายอีดรีส หมดลมหายใจแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุรีบบึ่งรถขับออกจากหมู่บ้านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนพยายามสอบถามหาผู้ก่อเหตุและทะเบียนรถ ซึ่งแฟนสาวบอกว่าคนข้างบ้านเป็นผู้ลงมือทำ   ทั้งนี้ตนรู้จักทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ตายเพราะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ทราบว่ามีปากเสียงกันประจำ โดยบ้านของผู้ตายอยู่กับบ้านของผู้ก่อเหตุ มักเปิดเพลงเสียงดังและเบิ้ลเครื่องรถจักรยนต์บิ๊กไบค์เสียงดัง ทำให้ผู้ก่อเหตุรำคาญ ดูจากการก่อเหตุแล้วน่าจะโมโหมาก    ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของผู้ตาย ปิดประตูเงียบไม่มีคนอยู่บ้าน มีเพียงรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในบ้านเท่านั้น จากญาติ ๆ นำร่างผู้ตายไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่ จ.อ่างทอง    ขณะที่บ้านของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ติดกับบ้านของผู้ตาย มีคนอยู่ด้านในแต่ปิดประตูหน้าบ้านไว้ ผู้สื่อข่าวเรียกคนในบ้านแต่ไม่มีใครยอมออกมาให้ข้อมูล อ้างเพียงว่าไม่รู้เรื่องเหตุที่เกิดขึ้นขอไม่ให้ข้อมูลใด ๆ ทั้งนี้บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของน้องสาวผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่กับแม่แบะสามี โดยผู้ก่อเหตุมาอาศัยอยู่ด้วยไม่ได้ทำงานอะไร คอยทำหน้าที่ขับรถรับส่งหลานไปโรงเรียนเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pTJ5vIwooOg

 1,252
อาชญากรรม
20 ธ.ค. 62

รวบแล้ว มือแทงหนุ่มแกร็บไบค์ข้างบ้านดับ อ้างหน้ามืดจวกแทงโดยไม่รู้ตัว-ป่วยเป็นไบโพลาร์

กรณีเหตุชายวัย 40 ปี อ้างป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยได้ใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงหนุ่มแกร็บไบค์(พนักงานรับจ้างส่งอาหาร) ซึ่งเป็นรุนน้องข้างบ้าน 16 แผล แล้วหลบหนีไป ฉุนถูกมองหน้าและเคยมีปากเสียงกันรุนแรงหลายครั้งเรื่องท่อรถ จยย.เสียงดัง เหตุเกิดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา   เมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.)ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง สามารถจับกุมตัวนายชลธี คุณวุฒิ อายุ 40 ปี ผู้ก่อเหตุได้แล้ว โดยหลังก่อเหตุได้ขับรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีบรอนซ์ หลังหนีไปซ่อนตัวบ้านอดีตภรรยาในพื้นที่   จ.ฉะเชิงเทรา ตำรวจไปตามรวบตัวได้พร้อมรถยนต์ที่ใช้หลบหนี   โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายชลธี อยู่ในอาการนิ่งเฉยไม่ยอมเปิดปากพูดอะไรกับนักข่าว แต่ให้การกับทนายความอ้างว่า ก่อนหน้านี้เคยมีปากเสียงกับผู้ตายแต่ไม่บอกว่าเป็นเรื่องอะไร อ้างเป็นเรื่องส่วนตัวไม่กับท่อรถ จยย.เสียงดัง เบื้องต้นให้การภาคเสธยอมรับลงมือก่อเหตุแทงจริง โดยก่อนก่อเหตุมีปากเสียงกับผู้ตาย และอ้างว่าขณะก่อเหตุหน้ามืดทำไปโดยไม่รู้ตัว รู้สึกตัวอีกทีตอนถูกผู้ตายผลักออก ก่อนขับรถหลบหนีไป จ.ฉะเชิงเทรา เพราะตกใจ ทนายความ ระบุว่า จากการสอบถามนายชลธี ยังให้การวกวน พูดไม่ตรงกันสักครั้งและไม่ยอมเปิดเผยชนวนเหตุ บอกว่าตนเองไม่ได้จงใจก่อเหตุ โดยวันนี้(20 ธ.ค.) ญาติจะเข้ายื่นหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัว   ผู้สื่อข่าวได้ไปคุยกับลุงของผู้ก่อเหตุซึ่งเดินทางมาจาก จ.ฉะเชิงเทรา ไม่ยอมให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่าหลาน (ผู้ก่อเหตุ) ให้พามามอบตัว เมื่อสอบถามว่าหลานเล่าอะไรให้ฟังหรือไม่ หมายถึงก่อเหตุ ลุงไม่ยอมพูดแล้วเดินหนี ถามว่าหลานป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์จริงไหม ลุงบอกว่าให้รอเอกสารยืนยัน   ร.ต.อ.สุธน จิตตภูมิภักดี รอง สว.(สอบสวน) เผยว่า กรณีที่แม่ของผู้ก่อเหตุอ้างว่า ลูกชายป่วยเป็นไบโพล่าร์นั้นจะต้องนำหลักฐานมายืนยัน ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น และพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร    ผู้สื่อข่าวย้อนกลับไปที่จุดเหตุบริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่กลางซอยของหมู่บ้านดังกล่าว พบเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้านลูกสาวได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องเสียงดังมากคิดว่าคนโดนรถชน จึงวิ่งออกไปดูเห็นนายอีดรีส  หม่อมดา อายุ 24 ปี ผู้ตาย นอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน ส่วนแฟนสาวนั่งกอดผู้ตาย ร้องขอความช่วยเหลือขอเศษผ้าเพื่อนำไปปิดแผล มองดูที่มือของแฟนสาวผู้ตายข้างขวาก็ถูกมีดบาดเช่นกัน   ซึ่งบริเวณตามร่างกายของผู้ตายและลำคอตรงหลอดลมถูกมีดแทงเป็นแผลฉกรรจ์หลายแผล ตาเหลือก จะปั๊มหัวใจแต่ไม่กล้าทำ จึงบอกให้แฟนสาวของผู้ตายโทรแจ้งตำรวจเรียกรถพยาบาล โดยขณะนั้นตนจับชีพจรบริเวณลำคอพบว่านายอีดรีส หมดลมหายใจแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุรีบบึ่งรถขับออกจากหมู่บ้านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนพยายามสอบถามหาผู้ก่อเหตุและทะเบียนรถ ซึ่งแฟนสาวบอกว่าคนข้างบ้านเป็นผู้ลงมือทำ   ทั้งนี้ตนรู้จักทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ตายเพราะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ทราบว่ามีปากเสียงกันประจำ โดยบ้านของผู้ตายอยู่กับบ้านของผู้ก่อเหตุ มักเปิดเพลงเสียงดังและเบิ้ลเครื่องรถจักรยนต์บิ๊กไบค์เสียงดัง ทำให้ผู้ก่อเหตุรำคาญ ดูจากการก่อเหตุแล้วน่าจะโมโหมาก    ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของผู้ตาย ปิดประตูเงียบไม่มีคนอยู่บ้าน มีเพียงรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่จอดอยู่ภายในบ้านเท่านั้น จากญาติ ๆ นำร่างผู้ตายไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่ จ.อ่างทอง    ขณะที่บ้านของผู้ก่อเหตุซึ่งอยู่ติดกับบ้านของผู้ตาย มีคนอยู่ด้านในแต่ปิดประตูหน้าบ้านไว้ ผู้สื่อข่าวเรียกคนในบ้านแต่ไม่มีใครยอมออกมาให้ข้อมูล อ้างเพียงว่าไม่รู้เรื่องเหตุที่เกิดขึ้นขอไม่ให้ข้อมูลใด ๆ ทั้งนี้บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของน้องสาวผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่กับแม่แบะสามี โดยผู้ก่อเหตุมาอาศัยอยู่ด้วยไม่ได้ทำงานอะไร คอยทำหน้าที่ขับรถรับส่งหลานไปโรงเรียนเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pTJ5vIwooOg

 1,252
อาชญากรรม
19 ธ.ค. 62

เด็กม.1 ขโมยปืนพ่อ พลางตัวใส่หน้ากาก ได้โอกาสยิงเพื่อนดับกลางโรงเรียน เหตุเพราะโดนบูลลี่

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 18 ธันวาคม 62 ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุยิงกันภายในโรงเรียนย่านถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกู้ชีพรพ.พระนั่งเกล้าและอาสากู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง   ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าห้องเรียนชั้นม.1/2 พบผู้ถูกยิงเป็นเด็กนักเรียนห้องดังกล่าวนอนหายใจรวยรินเจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิต แต่ไม่สามารถจะยื้อไว้ได้ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา สำหรับผู้ก่อเหตุเบื้องต้นทราบว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนห้องเดียวกัน ตอนนี้ทางครูได้ควบคุมตัวไว้ได้พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุขณะพยายามที่จะหลบหนี   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ผู้ตายกำลังก้มลงถอดรองเท้าเพื่อที่จะเข้า ห้องเรียนหลังจากเคารพธงชาติเสร็จ ก็ถูกเพื่อนร่วมห้องที่มาดักรออยู่ที่หน้าห้องเรียนโดยไม่ได้แต่งเครื่องแบบใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้าที่ศีรษะจนล้มลงก่อนเสียชีวิต หลังจากก่อเหตุแล้วได้วิ่งหลบหนีไปเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักเรียน พยายามจะเดินหนีออกจากโรงเรียนแต่ทางรปภ.ไม่ให้ออก จนกระทั่งมีครูวิ่งมาตามตรวจค้นในตัวพบอาวุธปืนแบบแม็กกระซีน จึงควบคุมตัวไปสอบถามจนรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงเพื่อนตาย   ส่วนแรงจูงใจที่ก่อเหตุเนื่องมาจากผู้ตายชอบแกล้ง บางครั้งใช้มือตบศีรษะ และชอบล้อว่าเป็นตุ๊ด เป็นเกย์ จนผู้ก่อเหตุเกิดความคับแค้นใจอายกลุ่มเพื่อน ๆ วันนี้จึงตัดสินใจขโมยปืนของพ่อออกมาจากบ้านเพื่อมาชำระแค้น โดยมาดักรออยู่ที่หน้าห้องเรียนพอผู้ตายเดินมากำลังก้มถอดรองเท้า จึงใช้ปืนที่เตรียมมาจ่อยิงไปที่ศีรษะเพื่อปิดบัญชีแค้น   ด้าน น.ส.ดวงจันทร์ แก้วมรกต อายุ 47 ปี แม่เด็กนักเรียนที่ถูกเพื่อนนักเรียนโรงเรียนเดียวกันยิงเสียชีวิต ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชาย   น.ส.ดวงจันทร์ กล่าวว่าหลังทราบข่าวจากทางโรงเรียนว่าลูกชายถูกเพื่อนนักเรียนห้องเดียวกันยิงเสียชีวิตและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำเอกสารหลักฐานของลูกมาติดต่อแจ้งความเพื่อดำเนินการทางกฎหมายในทางคดีและการติดต่อขอรับศพน้อง ส่วนสาเหตุตนก็ไม่ทราบอะไรมากแต่น่าจะมาจากการเล่นเกมของลูกชายกับเพื่อนที่ก่อเหตุมากกว่า ซึ่งลูกชายเป็นเด็กเรียนดีชอบทำกิจกรรม หลังจากนี้จะนำศพลูกชายกลับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป   เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 ธ.ค.62 น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี นายโอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี แม่และพ่อได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อนำหลักฐานอาวุธปืนมอบให้ตำรวจและร่วมฟังสหวิชาชีพสอบปากคำ ด.ช.โฟร์ อายุ 12 ปี นักเรียนก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมชั้น โดยใช้เวลาสอบประมาณ 1 ชม.ก่อนที่พนักงานสอบสวนนำตัวไปส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลางจังหวัดนนทบุรีเพื่อฝากขัง มีแม่และพ่อตามไปยังศาลเพื่อทำเรื่องขอประกันตัว   น.ส.หนึ่ง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกชายเคยมาเล่าให้ฟังว่าถูกเพื่อนร่วมชั้นล้อว่าเป็นตุ๊ดและตบหัวต่อยแขนบ่อยครั้งล้อพ่อล้อแม่ ล่าสุดไปเข้าค่ายก็ถูกแกล้งกลับมา ตนกับสามีเห็นเป็นเรื่องของเด็กและเกิดเรื่องที่โรงเรียนจึงได้บอกลูกว่าให้ไปแจ้งครูว่าถูกเพื่อนรังแก จนมาเกิดเหตุขึ้น  

 1,080
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 62

ลูกชายหนีตาย ซ่อนตัวในห้องน้ำ หลังถูกพ่อแท้ๆบุกยิง ปมมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง

นนทบุรี-ตร.สภ.บางกรวยรับแจ้งเหตุ มีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บภายในบ้านในพื้นที่ อ.บางกรวย ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ หน้าบ้านเปิดเป็นอู่ซ่อมรถ ประตูรั้วหน้าบ้านถูกใส่กุญแจล็อคไว้   เจ้าหน้าที่จึงต้องปีนรั้วข้ามเข้าไปก้อนใช้อุปกรณ์งัดประตูบ้านที่ล็อคอยู่เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายในห้องน้ำที่ชั้น 2 มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ขาซ้าย กระสุนฝั่งใน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งรพ.บางกรวยอย่างเร่งด่วนเพราะผู้บาดเจ็บเสียเลือดมาก ทราบชื่อต่อมาคือนายพีระวัส ธีปประสาน อายุ 23 ปี ลูกชายเจ้าของบ้าน   จากการสอบปากคำนายพีระวัส ให้การว่าคนก่อเหตุคือนายปิยะบุตร ธีปประสาน อายุ 47 ปี พ่อของตน โดยขณะเกิดเหตุตนนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ในห้องนอนที่ชั้น 2 ของบ้าน อยู่ๆไฟฟ้าเกิดดับจึงได้เดินลงที่ชั้นล่างก็เห็นพ่อมากับผู้ชายอีกคนในมือพ่อมีปืนลูกซองยาว เมื่อพ่อเห็นตนได้ยิงใส่ 1 นัดแต่ไม่โดน ก่อนจะยิงใส่อีกนัดโดนที่ขาซ้าย ตนจึงรีบวิ่งหนีไปซ่อนตัวในห้องน้ำและโทรศัพท์หาแม่ให้มาช่วย จนมีเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือนำส่งรพ.   ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากการที่ตนกับพ่อมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง จนไม่พูดคุยกันมากว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งปกติแล้วพ่อจะไม่ค่อยกลับมาอยู่ที่บ้านนี้ ถ้าอยู่ก็จะต่างคนต่างอยู่ไม่ยุ่งกัน ส่วนที่ประตูบ้านล็อกนั้นคาดว่า หลังก่อเหตุแล้วพ่อคงคิดว่าตนตายจึงปิดประตูล็อกรั้วไว้ก่อนจะหลบหนีไป   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดไว้บริเวณรอบบ้าน และให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวนายปิยะบุตร มาสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HmRf46xV_mI

 1,205

Top