ค้นหา :

ผลการค้นหา "นนทบุรี"

อาชญากรรม
20 ม.ค. 63

กลุ่มโจ๋ควบ จยย.ไล่ยิงกัน เสียหลักล้มโดนเก๋งชนซ้ำ ตาย 1 สาหัส 3

นนทบุรี-จากกรณีกลุ่มชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปีจำนวน 4 คนขี่จักรยานยนต์ ไล่ทำร้ายร่างกายกันมาและเกิดเสียหลักล้มคว่ำ ทำใหัถูกรถยนต์เก๋งที่ขับมาตามเส้นทางพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้ง 4 ราย เหตุเกิดถนนชัยพฤกษ์ขาเข้า เชิงสะพานต่างระดับวัดสาลีโข ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด ในพื้นที่ของ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ล่าสุดมีรายงานว่า 1 ในผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตลงแล้ว 1 ราย เป็นชายอายุ 17 ปี   ด้านคนขับรถยนต์เก๋งกล่าวว่า ในขณะที่ขับรถมาจากทางด้านอำเภอบางบัวทอง เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านย่านอำเภอปากเกร็ด ในขณะที่ขับรถลงมาจากสะพานต่างระดับจู่ๆ ก็พบเห็นในระยะที่กระชั้นชิดโดยมีรถ จยย. 2 คันเกิดเสียหลักล้มลงต่อหน้าทำให้ตนเองไม่สามารถหยุดรถได้ทันเป็นเหตุให้เกิดพุ่งชนเข้าอย่างเต็มแรง   ขณะเดียวกันมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า พบเห็นกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถ จยย.2 คันโดยขับขี่และซ้อนท้ายมาด้วยกันคันละ 2 คน ซึ่งขับขี่ลักษณะย้อนศรขึ้นสะพานต่างระดับ โดยสังเกตเห็นว่าทั้ง 2 คันนั้นมีการไล่ทำร้ายกันจากนั้นรถ จยย.ทั้ง 2 คันเกิดเสียหลักล้มลงเป็นจังหวะเดียวกันที่รถยนต์เก๋งขับลงมากจากสะพานพอดี จึงเป็นสาเหตุให้รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวพุ่งชนกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 คันจนได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ตายถูกยิงที่ศีรษะ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 รายอายุประมาณ 20 ปี บางคนแขนและขาหักศรีษะแตกทางแพทย์เร่งทำการรักษาเป็นการเร่งด่วน     ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้บาดเจ็บทั้งหมดนี้น่าจะเป็นคู่อริกันและได้เกิดขับขี่รถ จยย.โดยมีอาวุธไล่ทำร้ายกันมาตามทางและเกิดเหตุทำให้รถ จยย.เสียหลักล้มคว่ำจึงเป็น สาเหตุให้ถูกรถยนต์เก๋งพุ่งชนซ้ำดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้งหลังอาการดีขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KTbDUp44xxs

 3,660
สังคม
19 ม.ค. 63

แฟนคลับเดือด! หลังคอนเสิร์ต ‘the legend music festival 2020’ ยกเลิกกะทันหัน

นนทบุรี - เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 18 ม.ค. 63 ที่สนาม เอสซีจี สเตเดียม ภายในเมืองทองธานี ผกก.สภ.ปากเกร็ด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ สายสืบ กว่า 50 นาย เข้าตรวจสอบเหตุวุ่นวายบริเวณหน้างานคอนเสิร์ต รวมทัพศิลปินยุค 90 S ระดับตำนานใน The Legend Music Festival 2020 ประกอบไปด้วย 8 ศิลปินดังในตำนาน คือ เสก โลโซ ติ๊ก ชีโร่ บิลลี่ โอแกน หรั่งรอสเคสต้า วงนูโว เจ เจตริน คริสติน่า อากีล่า และใหม่ เจริญปุระ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แฟนคลับนับพันต่างยืนเอะอะโวยวายหน้างานแสดงคอนเสิร์ต เรียกร้องให้มีการแสดงตามที่ได้มีการซื้อบัตรเข้าชมตั้งแต่ราคา 1,900 บาท 1,500 บาท 1,200 บาท ทาง ผกก.สภ.ปากเกร็ด ต้องชี้แจงทำความเข้าใจว่าการให้มีการจัดงานคอนเสิร์ต เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเพียงผู้รักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่แฟนคลับก็ยังโวยวายส่งเสียงด่าทอผู้จัดงานในครั้งนี้ที่ยกเลิกการแสดงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งโต๊ะและแจ้งให้ผู้ที่ซื้อบัตรในครั้งนี้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้จัดงานเพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย ขณะที่นายสมยศ วิชากร นอภ.ปากเกร็ด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วเพราะมีการประสานกับ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ตลอดเวลา ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถอนุญาตให้จัดงานในครั้งนี้ ต้องชี้แจงว่าทางผู้จัดได้มายื่นหนังสือขออนุญาตที่อำเภอวันที่ 16 ม.ค.63 ทางอำเภอได้พิจารณาในวันที่ 17 ม.ค. 63 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิด แต่เราก็อยากให้มีการจัดงานเพราะจะได้ดึงเม็ดเงินเข้ามาในพื้นที่และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่การจัดงานในครั้งนี้ ทราบมาว่ามี รปภ.เพียง 100 คน ซึ่งผู้มาชมคอนเสิร์ตมีนับหมื่นคน ทางอำเภอและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ประชุมหารือร่วมกันโดยมีข้อสรุปและเป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องความปลอดภัยทั้งภายในงานและหลังเลิกงาน เราเองก็พร้อมสนับสนุนกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยแต่ต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่กระทันหันตำรวจ ฝ่ายปกครอง มีภารกิจสำคัญที่ต้องทำหลายอย่างจึงไม่สามารถอนุญาตให้จัดการแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/z3GeBOLUO74    

 1,458
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 63

มารศาสนา! ใช้อุบายหลอกพระให้แกะกล่องสบู่ ลุ้นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนให้จ่ายเงินราคาแพง

นนทบุรี-พระโพสต์เตือนภัย มิจฉาชีพขับรถยนต์เข้ามาภายในวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง เอาสบู่สมุนไพรมาแจกให้กับพระภิกษุ ก่อนจะออกอุบายว่าให้แกะกล่องสบู่เพื่อลุ้นรางวัล ถ้าใครแกะออกมาแล้วพบกระดาษรางวัลที่เขียนว่าได้เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ได้ต้องเสียเงินจ่ายค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ เป็นจำนวนเงินที่มีราคาสูงกว่าท้องตลาดหลายเท่า   พระสุริยา ญาณวโร พระภิกษุที่โพสต์ข้อความเตือนภัยทางเฟสบุ๊ค กล่าวว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพให้ทดลองใช้สบู่ โดยภายในกล่องมีลุ้นรับรางวัล แต่อาตมาเคยได้ยินข่าวมาว่าที่วัดอื่นเคยมีคนโดนเหตุเเบบนี้มาแล้ว จึงได้ปฎิเสธ หลังจากนั้นอาตมาได้เดินมาที่กุฏิ พบว่ามิจฉาชีพกำลังให้หลวงตาแกะสบู่ และได้แกะมาหลายก้อนแล้ว จึงรู้ว่ากลุ่มนี้เป็นมิจฉาชีพ อาตมาจึงไล่ถ่ายรูปทีละคน ทว่ากลุ่มมิจฉาชีพไหวตัวทันจึงรีบขับรถยนต์หลบหนีออกไป   ทั้งนี้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่เเล้ว มีมิจฉาชีพจำนวน 5 คนเข้ามาที่วัดเข้ามาขายสบู่ ให้แกะกล่องสบู่พบว่ามีรางวัลจริง อาตมาปฎิเสธจะไม่เอารางวัลที่ได้แต่โดนยัดเยียด คนร้ายบอกว่าแกะแล้วต้องเอา   ปรากฏว่าเปิดออกมาได้รางวัลเป็นเตาแก๊สแบบพกพา จำนวน 2 เครื่อง ราคาเครื่องละ 2,000 บาท ต้องจ่ายเงินไป 4,000 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าตามท้องตลาด จากที่ดูภาพจากกล้องวงจรปิด กลุ่มคนร้ายที่มาหลอกพระในวัดวันนี้ พบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน กับที่หลอกไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว     ส่วนผู้เสียหายอีกราย คือพระบุญยืน ธัมมวโร เล่าว่า คนร้ายได้เดินมาเคาะประตูห้อง บอกกับอาตมาว่า ให้เปิดกล่องสบู่ชิงโชค ซึ่งรางวัลมีไมโครเวฟ กับ ทีวี ให้เตรียมเงินไว้จำนวน 6,000 บาท อาตมาได้เปิดกล่องไป 3 กล่อง แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินไป ซึ่งคนร้ายมีรางวัลเป็นนาฬิกาแค่เรือนเดียว โชคดีที่พระสุริยามาพบคนร้ายก่อน แล้วเดินมาถ่ายรูปใบหน้าคนร้าย ทำให้คนร้ายไหวตัวทันรีบหลบหนีไปมิเช่นนั้นอาจจะสูญเงินก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kJatzOA1aII

 1,713
สังคม
16 ม.ค. 63

มารศาสนา! ใช้อุบายหลอกพระให้แกะกล่องสบู่ ลุ้นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนให้จ่ายเงินราคาแพง

นนทบุรี-พระโพสต์เตือนภัย มิจฉาชีพขับรถยนต์เข้ามาภายในวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง เอาสบู่สมุนไพรมาแจกให้กับพระภิกษุ ก่อนจะออกอุบายว่าให้แกะกล่องสบู่เพื่อลุ้นรางวัล ถ้าใครแกะออกมาแล้วพบกระดาษรางวัลที่เขียนว่าได้เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ได้ต้องเสียเงินจ่ายค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ เป็นจำนวนเงินที่มีราคาสูงกว่าท้องตลาดหลายเท่า   พระสุริยา ญาณวโร พระภิกษุที่โพสต์ข้อความเตือนภัยทางเฟสบุ๊ค กล่าวว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพให้ทดลองใช้สบู่ โดยภายในกล่องมีลุ้นรับรางวัล แต่อาตมาเคยได้ยินข่าวมาว่าที่วัดอื่นเคยมีคนโดนเหตุเเบบนี้มาแล้ว จึงได้ปฎิเสธ หลังจากนั้นอาตมาได้เดินมาที่กุฏิ พบว่ามิจฉาชีพกำลังให้หลวงตาแกะสบู่ และได้แกะมาหลายก้อนแล้ว จึงรู้ว่ากลุ่มนี้เป็นมิจฉาชีพ อาตมาจึงไล่ถ่ายรูปทีละคน ทว่ากลุ่มมิจฉาชีพไหวตัวทันจึงรีบขับรถยนต์หลบหนีออกไป   ทั้งนี้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่เเล้ว มีมิจฉาชีพจำนวน 5 คนเข้ามาที่วัดเข้ามาขายสบู่ ให้แกะกล่องสบู่พบว่ามีรางวัลจริง อาตมาปฎิเสธจะไม่เอารางวัลที่ได้แต่โดนยัดเยียด คนร้ายบอกว่าแกะแล้วต้องเอา   ปรากฏว่าเปิดออกมาได้รางวัลเป็นเตาแก๊สแบบพกพา จำนวน 2 เครื่อง ราคาเครื่องละ 2,000 บาท ต้องจ่ายเงินไป 4,000 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าตามท้องตลาด จากที่ดูภาพจากกล้องวงจรปิด กลุ่มคนร้ายที่มาหลอกพระในวัดวันนี้ พบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน กับที่หลอกไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว     ส่วนผู้เสียหายอีกราย คือพระบุญยืน ธัมมวโร เล่าว่า คนร้ายได้เดินมาเคาะประตูห้อง บอกกับอาตมาว่า ให้เปิดกล่องสบู่ชิงโชค ซึ่งรางวัลมีไมโครเวฟ กับ ทีวี ให้เตรียมเงินไว้จำนวน 6,000 บาท อาตมาได้เปิดกล่องไป 3 กล่อง แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินไป ซึ่งคนร้ายมีรางวัลเป็นนาฬิกาแค่เรือนเดียว โชคดีที่พระสุริยามาพบคนร้ายก่อน แล้วเดินมาถ่ายรูปใบหน้าคนร้าย ทำให้คนร้ายไหวตัวทันรีบหลบหนีไปมิเช่นนั้นอาจจะสูญเงินก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kJatzOA1aII

 1,713
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 63

พ่อตาร้องถูกน้องสาวลูกเขย พากลุ่มชายฉกรรจ์บุกบ้าน ข่มขู่เอารถอ้างเป็นมรดก แจ้งความแต่ ตร.บอกไม่เข้าข่ายบุกรุก

นายประทีป มากคำ อายุ 63 ปี และ น.ส.สมรักษ์ ภิรมย์พร อายุ 46 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งความกรณีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 7-8 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ อ้างตัวเป็นตำรวจบุกเข้ามาที่บ้าน โดยข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ซึ่งเป็นรถของสามีลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิต   ผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวของตนคือ น.ส.เกวลี ได้แต่งงานอยู่กินกับนายทอง เงินเผือก ลูกเขย นานกว่า 8 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และไม่มีลูกด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 62 นายทองได้เสียชีวิต หลังจัดการเรื่องงานศพเสร็จแล้ว ทางน.ส.น้ำ (นามสมมุติ) น้องสาวของผู้ตายได้มาทวงทรัพย์สินของพี่ชาย ที่เป็นพระเครื่องเลี่ยมทอง และรถยนต์เอากลับคืนไป ซึ่งลูกสาวตนก็ให้พระไป ส่วนรถเก๋งทางตนไม่ได้คืนให้ เพราะว่ารถคันดังกล่าวเป็นชื่อของผู้ตายก็จริง แต่ซื้อตอนที่อยู่กินกับลูกสาวตน ช่วยกันผ่อนมาด้วยกัน   กระทั่ง น.ส.น้ำ ได้พากลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7-8 คน ซึ่งมีตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 3-4 คนรวมอยู่ด้วยบุกเข้ามาที่บ้าน ซึ่งน.ส.น้ำได้พูดจาข่มขู่สารพัด บอกว่าเขาไม่กลัวใครทั้งนั้น เพราะแฟนเขาเป็นนายตำรวจใหญ่ และพยายามจะเอารถเก๋งไป แต่ทางตำรวจและคนอื่นๆที่มาด้วยไม่ได้พูดอะไร ซึ่งทางตนและลูกสาวไม่ยอม จนมีการโต้เถียงกันอยู่นานก่อนที่ทางน.ส.น้ำจะกลับออกไป ได้ขู่ว่าให้ระวังตัวกันให้ดี ตนจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี โดยนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐานด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ อ้างว่าไม่เข้าข่ายบุกรุก โดยให้การบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น   ต่อมาวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำได้พากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน เดินทางมาที่บ้านอีกครั้ง พร้อมตำรวจในเครื่องแบบ 2 นาย เพื่อมาเอารถจยย. และรถยนต์ ซึ่งตนได้ให้รถจยย. ไปเพราะเป็นชื่อของน.ส.น้ำ แม้ว่าลูกสาวคนจะเป็นคนผ่อนก็ตาม แต่รถยนต์ตนก็ไม่ยินยอมให้ไป   กล้องวงจรปิดจับภาพหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามจะเปิดชายเสื้อเพื่อโชว์อาวุธปืนที่พกมา ก่อนจะเดินเอาไปเก็บที่รถ ส่วนน.ส.น้ำก็พูดจาข่มขู่เพื่อพยายามที่จะเอารถยนต์ไปให้ได้ ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย ตนจึงตัดสินใจนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาทนายความเพื่อให้ทนายความพาเข้าแจ้งความพร้อมนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่ากลัวตำรวจจะไม่รับแจ้งเหมือนครั้งที่แล้ว   พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  ระบุว่า จากการสอบสวน พบว่า วันที่ 7 มกราคม มีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปที่บ้านผู้เสียหายจริง แต่เป็นเพียงตัวกลางเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย เพราะตำรวจกลุ่มดังกล่าวรู้จักกับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วและตนได้ทำการตักเตือนแล้ว ซึ่งผู้เสียหายระบุว่าไม่มีการข่มขู่จากตำรวจแต่อย่างใด ทำให้เหตุการณ์วันดังกล่าวไม่มีความผิดทางอาญาเกิดขึ้น   กรณีที่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความในวันดังกล่าว แต่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ ตนได้พิจารณาลงโทษร้อยเวรไปแล้ว ส่วนหนึ่งยอมรับว่าบางครั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อาจไม่ประทับใจไปบ้าง   ส่วนวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำ ได้เข้าไปอีกครั้ง โดยพากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเข้าไปด้วย เพื่อทวงรถจยย. ที่เป็นชื่อของน.ส.น้ำ โดยผู้เสียหายยินยอมให้ไป โดยตำรวจทั้ง 2 นายได้ออกมาพร้อมกับรถจยย.   จากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือยังคงอยู่ โดยมีการข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์ไปด้วย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการพกพาอาวุธปืน ผู้เสียหายจึงรีบเดินทางมาแจ้งความอีกครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่รับเป็นคดีอาญาแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหากับน.ส.น้ำและกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดในฐาน ร่วมกันบุกรุกโดยมีอาวุธ ซึ่งจะเรียกตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ด้านน.ส.น้ำ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และได้นำพวงมาลัยมาไหว้ขอขมานายประทีปและภรรยา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่ เหตุที่เข้าไปที่บ้านเพราะต้องการพูดคุยเท่านั้น ส่วนที่เห็นว่ามีบุคคลอยู่ในภาพหลายคนเพราะส่วนหนึ่งเป็นคนที่มามุงดูเหตุการณ์ด้วย ส่วนเรื่องรถยนต์ขอพูดคุยกับครอบครัวนายประทีปก่อน   ด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ระบุว่า กรณีทรัพย์สินของผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่อยู่กินฉันสามีภรรยา ต่อมาสามีเสียชีวิต ตามกฎหมายแล้ว ภรรยามีสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวครึ่งหนึ่ง เพราะแม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้มาด้วยกัน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม หากแม่สามีจะมาเอาไป ต้องแบ่งคนละครึ่ง เพราะเป็นทรัพย์สินที่ลูกชายไม่ได้ซื้อคนเดียว แม้ว่าทรัพย์สินจะเป็นชื่อของลูกชายก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NoCBfKmIBE4

 2,890
สังคม
15 ม.ค. 63

พ่อตาร้องถูกน้องสาวลูกเขย พากลุ่มชายฉกรรจ์บุกบ้าน ข่มขู่เอารถอ้างเป็นมรดก แจ้งความแต่ ตร.บอกไม่เข้าข่ายบุกรุก

นายประทีป มากคำ อายุ 63 ปี และ น.ส.สมรักษ์ ภิรมย์พร อายุ 46 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งความกรณีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 7-8 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ อ้างตัวเป็นตำรวจบุกเข้ามาที่บ้าน โดยข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ซึ่งเป็นรถของสามีลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิต   ผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวของตนคือ น.ส.เกวลี ได้แต่งงานอยู่กินกับนายทอง เงินเผือก ลูกเขย นานกว่า 8 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และไม่มีลูกด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 62 นายทองได้เสียชีวิต หลังจัดการเรื่องงานศพเสร็จแล้ว ทางน.ส.น้ำ (นามสมมุติ) น้องสาวของผู้ตายได้มาทวงทรัพย์สินของพี่ชาย ที่เป็นพระเครื่องเลี่ยมทอง และรถยนต์เอากลับคืนไป ซึ่งลูกสาวตนก็ให้พระไป ส่วนรถเก๋งทางตนไม่ได้คืนให้ เพราะว่ารถคันดังกล่าวเป็นชื่อของผู้ตายก็จริง แต่ซื้อตอนที่อยู่กินกับลูกสาวตน ช่วยกันผ่อนมาด้วยกัน   กระทั่ง น.ส.น้ำ ได้พากลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7-8 คน ซึ่งมีตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 3-4 คนรวมอยู่ด้วยบุกเข้ามาที่บ้าน ซึ่งน.ส.น้ำได้พูดจาข่มขู่สารพัด บอกว่าเขาไม่กลัวใครทั้งนั้น เพราะแฟนเขาเป็นนายตำรวจใหญ่ และพยายามจะเอารถเก๋งไป แต่ทางตำรวจและคนอื่นๆที่มาด้วยไม่ได้พูดอะไร ซึ่งทางตนและลูกสาวไม่ยอม จนมีการโต้เถียงกันอยู่นานก่อนที่ทางน.ส.น้ำจะกลับออกไป ได้ขู่ว่าให้ระวังตัวกันให้ดี ตนจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี โดยนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐานด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ อ้างว่าไม่เข้าข่ายบุกรุก โดยให้การบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น   ต่อมาวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำได้พากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน เดินทางมาที่บ้านอีกครั้ง พร้อมตำรวจในเครื่องแบบ 2 นาย เพื่อมาเอารถจยย. และรถยนต์ ซึ่งตนได้ให้รถจยย. ไปเพราะเป็นชื่อของน.ส.น้ำ แม้ว่าลูกสาวคนจะเป็นคนผ่อนก็ตาม แต่รถยนต์ตนก็ไม่ยินยอมให้ไป   กล้องวงจรปิดจับภาพหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามจะเปิดชายเสื้อเพื่อโชว์อาวุธปืนที่พกมา ก่อนจะเดินเอาไปเก็บที่รถ ส่วนน.ส.น้ำก็พูดจาข่มขู่เพื่อพยายามที่จะเอารถยนต์ไปให้ได้ ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย ตนจึงตัดสินใจนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาทนายความเพื่อให้ทนายความพาเข้าแจ้งความพร้อมนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่ากลัวตำรวจจะไม่รับแจ้งเหมือนครั้งที่แล้ว   พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  ระบุว่า จากการสอบสวน พบว่า วันที่ 7 มกราคม มีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปที่บ้านผู้เสียหายจริง แต่เป็นเพียงตัวกลางเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย เพราะตำรวจกลุ่มดังกล่าวรู้จักกับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วและตนได้ทำการตักเตือนแล้ว ซึ่งผู้เสียหายระบุว่าไม่มีการข่มขู่จากตำรวจแต่อย่างใด ทำให้เหตุการณ์วันดังกล่าวไม่มีความผิดทางอาญาเกิดขึ้น   กรณีที่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความในวันดังกล่าว แต่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ ตนได้พิจารณาลงโทษร้อยเวรไปแล้ว ส่วนหนึ่งยอมรับว่าบางครั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อาจไม่ประทับใจไปบ้าง   ส่วนวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำ ได้เข้าไปอีกครั้ง โดยพากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเข้าไปด้วย เพื่อทวงรถจยย. ที่เป็นชื่อของน.ส.น้ำ โดยผู้เสียหายยินยอมให้ไป โดยตำรวจทั้ง 2 นายได้ออกมาพร้อมกับรถจยย.   จากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือยังคงอยู่ โดยมีการข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์ไปด้วย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการพกพาอาวุธปืน ผู้เสียหายจึงรีบเดินทางมาแจ้งความอีกครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่รับเป็นคดีอาญาแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหากับน.ส.น้ำและกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดในฐาน ร่วมกันบุกรุกโดยมีอาวุธ ซึ่งจะเรียกตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ด้านน.ส.น้ำ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และได้นำพวงมาลัยมาไหว้ขอขมานายประทีปและภรรยา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่ เหตุที่เข้าไปที่บ้านเพราะต้องการพูดคุยเท่านั้น ส่วนที่เห็นว่ามีบุคคลอยู่ในภาพหลายคนเพราะส่วนหนึ่งเป็นคนที่มามุงดูเหตุการณ์ด้วย ส่วนเรื่องรถยนต์ขอพูดคุยกับครอบครัวนายประทีปก่อน   ด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ระบุว่า กรณีทรัพย์สินของผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่อยู่กินฉันสามีภรรยา ต่อมาสามีเสียชีวิต ตามกฎหมายแล้ว ภรรยามีสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวครึ่งหนึ่ง เพราะแม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้มาด้วยกัน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม หากแม่สามีจะมาเอาไป ต้องแบ่งคนละครึ่ง เพราะเป็นทรัพย์สินที่ลูกชายไม่ได้ซื้อคนเดียว แม้ว่าทรัพย์สินจะเป็นชื่อของลูกชายก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NoCBfKmIBE4

 2,890
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 63

สามีเก่าหึงโหดต่อยสู้ไม่ได้ คว้ามีดกระหน่ำแทงสามีใหม่ของอดีตแฟนสาวดับ

นนทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันเสียชีวิตบริเวณริมฟุตบาทภายในหมู่บ้านกฤษดานคร ซ.22 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นสวิฟ สีขาว บริเวณข้างรถพบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดง ลายขวาง กางเกงขาสั้น เจเจ สีเขียว ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกชัย ศรีประสิทธิ์ อายุ 32 ปี อาชีพช่างกระจกบริษัทแห่งหนึ่ง สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณข้อมือขวา 1 แผล / แขนขวา 1 แผล / ใต้รักแร้ขวา 1 แผล และต้นขาขวา 2 แผล รวมทั้งหมดจำนวน 5 แผล   จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีปากเสียงและชกต่อยกับอดีตสามีของแฟนสาว ทางคู่กรณีได้พกอาวุธมีดมาด้วย เห็นว่าสู้ไม่ได้จึงได้ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงผู้ตาย จากนั้นได้นำมีดไปทิ้งในป่าภายในซอยที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้รอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านของตนเองภายในหมู่บ้านเดียวกัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LV0xxxCVe-w

 595
อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

สามีเก่าหึงโหดต่อยสู้ไม่ได้ คว้ามีดกระหน่ำแทงสามีใหม่ของอดีตแฟนสาวดับ

นนทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันเสียชีวิตบริเวณริมฟุตบาทภายในหมู่บ้านกฤษดานคร ซ.22 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นสวิฟ สีขาว บริเวณข้างรถพบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดง ลายขวาง กางเกงขาสั้น เจเจ สีเขียว ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกชัย ศรีประสิทธิ์ อายุ 32 ปี อาชีพช่างกระจกบริษัทแห่งหนึ่ง สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณข้อมือขวา 1 แผล / แขนขวา 1 แผล / ใต้รักแร้ขวา 1 แผล และต้นขาขวา 2 แผล รวมทั้งหมดจำนวน 5 แผล   จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีปากเสียงและชกต่อยกับอดีตสามีของแฟนสาว ทางคู่กรณีได้พกอาวุธมีดมาด้วย เห็นว่าสู้ไม่ได้จึงได้ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงผู้ตาย จากนั้นได้นำมีดไปทิ้งในป่าภายในซอยที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้รอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านของตนเองภายในหมู่บ้านเดียวกัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LV0xxxCVe-w

 595
ข่าวภูมิภาค
04 ม.ค. 63

'ปู โลกเบี้ยว' ช็อก! งูเหลือมยาว 2 เมตร ขดอยู่บนหลังคาบ้าน

ศูนย์วิทยุ สภ.ปากเกร็ด แจ้งเหตุงูเข้าบ้านเลขที่ 125/334 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ป่อเต๊กตึ้ง นำอุปกรณ์การจับงู รุดไปยังบ้านดังกล่าว พบเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น มีนางสาวยุวดี เรืองฉาย อายุ 54 ปี ดารา-หมอดู ชื่อดังที่รู้จักกันดีในวงการบันเทิง และหมอดู ยืนหน้าตาตื่นรอเจ้าหน้าที่พร้อมพาไปยังห้องครัวหลังบ้าน และชี้ให้ดูเจ้างูเหลือมยาวกว่าสองเมตรที่ขดตัวจ้องมายังด้านล่าง   เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ้งใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็สามารถจับเจ้างูเหลือมตัวดังกล่าวไว้ได้ท่ามกลางความโล่งใจของดาราสาวหมอดูชื่อดัง โดยปู โลกเบี้ยว กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เข้าครัวมาทำซุปเพื่อเตรียมไว้ในวันพรุ่งนี้พอเงยหน้าขึ้นไปบนขิ่ือหลังคาเห็นเจ้างูเหลือมรู้สึกตกใจ ทีแรกตั้งใจจะแจ้ง รปภ.ที่ป้อมยามหน้าหมู่บ้านแต่คิดว่าคงเอาไม่อยู่แน่ เลยตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจและมูลนิธิซึ่งตนคิดว่าน่าจะมืออาชีพกว่าซึ่งก็เป็นอย่างที่คิด เจ้าหน้าที่มูลนิธิเขามืออาชีพจริงๆก็ต้องขอขอบคุณทุกๆคนด้วยที่เข้ามาช่วยตนเอง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ExZOYFNKmYU

 8,358
สังคม
04 ม.ค. 63

'ปู โลกเบี้ยว' ช็อก! งูเหลือมยาว 2 เมตร ขดอยู่บนหลังคาบ้าน

ศูนย์วิทยุ สภ.ปากเกร็ด แจ้งเหตุงูเข้าบ้านเลขที่ 125/334 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ป่อเต๊กตึ้ง นำอุปกรณ์การจับงู รุดไปยังบ้านดังกล่าว พบเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น มีนางสาวยุวดี เรืองฉาย อายุ 54 ปี ดารา-หมอดู ชื่อดังที่รู้จักกันดีในวงการบันเทิง และหมอดู ยืนหน้าตาตื่นรอเจ้าหน้าที่พร้อมพาไปยังห้องครัวหลังบ้าน และชี้ให้ดูเจ้างูเหลือมยาวกว่าสองเมตรที่ขดตัวจ้องมายังด้านล่าง   เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ้งใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็สามารถจับเจ้างูเหลือมตัวดังกล่าวไว้ได้ท่ามกลางความโล่งใจของดาราสาวหมอดูชื่อดัง โดยปู โลกเบี้ยว กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เข้าครัวมาทำซุปเพื่อเตรียมไว้ในวันพรุ่งนี้พอเงยหน้าขึ้นไปบนขิ่ือหลังคาเห็นเจ้างูเหลือมรู้สึกตกใจ ทีแรกตั้งใจจะแจ้ง รปภ.ที่ป้อมยามหน้าหมู่บ้านแต่คิดว่าคงเอาไม่อยู่แน่ เลยตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจและมูลนิธิซึ่งตนคิดว่าน่าจะมืออาชีพกว่าซึ่งก็เป็นอย่างที่คิด เจ้าหน้าที่มูลนิธิเขามืออาชีพจริงๆก็ต้องขอขอบคุณทุกๆคนด้วยที่เข้ามาช่วยตนเอง     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/ExZOYFNKmYU

 8,358
สังคม
04 ม.ค. 63

ถึงกับผงะ ‘ปู โลกเบี้ยว’ เตรียมทำซุปในครัว เงยหน้าเจองูเหลือม 2 เมตร ถึงกับต้องวางมือ

ศูนย์วิทยุ สภ.ปากเกร็ด แจ้งเหตุงูเข้าบ้านเลขที่ 125/334 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่ป่อเต๊กตึ้ง นำอุปกรณ์การจับงู รุดไปยังบ้านดังกล่าว พบเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น มีนางสาวยุวดี เรืองฉาย อายุ 54 ปี นักแสดง - หมอดู ชื่อดังที่รู้จักกันดีในวงการบันเทิง และหมอดู ยืนหน้าตาตื่นรอเจ้าหน้าที่พร้อมพาไปยังห้องครัวหลังบ้าน และชี้ให้ดูงูเหลือมขนาด 2 เมตรที่ขดตัวอยู่บนคานไม้   เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ้งใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็สามารถจับเจ้างูเหลือมตัวดังกล่าวไว้ได้ท่ามกลางความโล่งใจของดาราสาวและหมอดูชื่อดัง โดยปู โลกเบี้ยว กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เข้าครัวมาทำซุปเพื่อเตรียมไว้ในวันพรุ่งนี้พอเงยหน้าขึ้นไปหลังคาเห็นงูเหลือมรู้สึกตกใจ ทีแรกตั้งใจจะแจ้ง รปภ.หน้าหมู่บ้านแต่คิดว่าคงเอาไม่อยู่แน่ เลยตัดสินใจโทรแจ้งตำรวจ  

 3,288
สังคม
03 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว! 3 โจ๋ขี่จยย.ไล่อริจนล้มเสียชีวิต 1 ราย รับฉุนถูกท้าทายก่อน ปัดกระทืบซ้ำจนตาย

นนทบุรี-จากกรณีภาพนาทีระทึก ขณะวัยรุ่น 2 คน ถูกคู่อริขี่รถจักรยานยนต์ ตามไล่ล่า สุดท้ายเสียหลักหลุดโค้งเสียชีวิต 1 ราย   ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะที่วัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ตามไล่ล่ากันมา โดยคันแรกมากัน 2 คน เกิดเสียหลักหลุดโค้ง พลิกคว่ำ ตัวไถลไปขูดผิวถนน ชนฟุตบาทนอนแนบนิ่ง ขณะที่คู่อริที่ขี่รถตามมา จอดรถแล้ววิ่งมาแตะซ้ำหลายที จนสุดท้ายนายเออายุ 15 ปี เสียชีวิต ส่วนายบีอายุ 15 ปีบาเดเจ็บสาหัส ก่อนที่วัยรุ่นผู้ก่อเหตุจะซ้อนท้ายรถเพื่อน หลบหนีไปโดยเกิดเหตุที่บริเวณถนนศรีสมาน เชิงสะพานข้ามแยกสวนสมเด็จ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.ปทุมธานี  โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ม.ค. 63    โดย พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจชุดสืยสวนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้วทั้งหมด 3 ราย คือนายปิยะพงษ์ มณทาพงษ์ อายุ 26 ปี ด.ช.หนึ่ง อายุ 16 ปี และด.ช.สอง อายุ 14 ปี ซึ่งผู้ที่เดินไปกระทืบซ้ำผู้บาดเจ็บคือ  ด.ช.สอง อายุ 14 ปี โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการประสานเข้าไปยังผู้ปกครองให้พาตัวมามอบตัว   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง ซึ่งก่อนเกิดเหตุนายเอ และนายบี มาเจอกลุ่มของพวกตนที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ บริเวณปากซอยใจเอื้อ จ.ปทุมธานี หลังจากนั้นนายเอ และนายบีตะโกนท้าทาย แล้วก็ให้ของลับ พวกตนโมโหทนไม่ไหวจึงขี่จยย.ไล่ล่ากันเกิดขึ้น แต่เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุฝ่ายนายเอ และนายบีนั้น ขี่จยย.เสียหลักหลุดโค้งพุ่งเข้าไปชนฟุตปาธเอง และสุดท้ายเสียชีวิตไปเอง    อย่างไก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีการปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด โดยเบื้อต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย พร้อมฝากเตือนไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองควรเอาใจใส่บุตรหลฃานให้มากกว่านี้ เพราะถ้าหากว่าเกิดเหตุแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย    ล่าสุดทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับน้าของผู้ก่อเหตุ ได้เปิดเผยว่า หลานชายตนและเพื่้อนนั้นนั่งดท่มกินกันอยู่ที่หน้าบ้านตามที่ได้ให้การกับตำรวจไป ซึ่งระหว่างนั้นนายเอและบีได้ชขี่รถมาตะโกนด้ากลุ่มหลานตน จึงมีการขี่จยย.ไล่ล่าคู่อริไป พร้อมบอกว่าหลานชายตนอายุ 16 ปี และเด็กชายสองอายุ 14 ปี เป็นเด็กที่เกเรมาก ไม่เรียนหนังสือ   

 433
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว โจ๋ขี่จยย.ไล่ล่าอริวัย 15 จนแหกโค้งเสียชีวิต ย้อนกลับมากระทืบซ้ำ

นนทบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถ จยย.ล้มคว่ำและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดถนนศรีสมาน เชิงสะพานข้ามแยกสวนสมเด็จ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ล้มคว่ำโดยพบมีด 1 เล่มตกหล่นอยู่ใต้รถจยย.ใกล้กันพบร่างของนายสิงหา มีประเสริฐ อายุ 15 ปี เสียชีวิตอยู่บนฟุตบาททางเดินเท้า และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คนคือนายพงษ์พัฒน์ อายุ 15 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่ง ร.พ.ชลประทานปากเกร็ด   จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิตกล่าวว่า กลุ่มเพื่อนรวมถึงตัวผู้เสียชีวิตได้เคยมีปัญหากับกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี มาก่อนจนกระทั่งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บขับขี่รถไปเจอกลุ่มคู่อริระหว่างทาง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นคู่อริที่ขับขี่รถกันมามากกว่า 10 คัน ขับขี่ไล่ๆพยายามทำร้ายนายสิงหา และนายพงษ์พัฒน์ ทำให้ทั้ง 2 คนต้องขับหลบหนีจนกระทั่งเพื่อนๆมาทราบว่านายสิงหาเสียชีวิตแล้ว   ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำเพื่อนผู้เสียชีวิตไว้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะต้องทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้ง พร้อมสั่งได้เก็บมีดที่พบในจุดเกิดเหตุไว้เพื่อตรวจสอบส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป   ด้าน พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กล่าวว่า คดีนี้เป็นกลุ่มวัยรุ่นสองฝ่ายย่านประทุมธานีที่ไม่ถูกกันมาและเกิดเขม่นกันจนฝ่ายผู้ตายมาเจอกลุ่มคนร้าย จึงบิดจยย.ด้วยความเร็วหลบหนีข้ามสะพานนวลฉวีมายังพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด    ต่อมาผู้ก่อเหตุ 3 รายได้เข้ามอบตัวแล้ว เป็นชายอายุ 26 ปี และเยาวชนอายุ 14 และ 16 ปี จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ทางผู้ก่อเหตุอ้างว่าคืนเกิดเหตุผู้ตายกับผู้บาดเจ็บขี่รถผ่านมา ขณะนั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะตะโกนให้ของลับ จึงรีบขึ้นรถ จยย. ขี่รถไล่กวดไปเพื่อทำร้าย แต่ผู้ตายกับผู้บาดเจ็บประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UnoTR_pJb8

 1,908
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว โจ๋ขี่จยย.ไล่ล่าอริวัย 15 จนแหกโค้งเสียชีวิต ย้อนกลับมากระทืบซ้ำ

นนทบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถ จยย.ล้มคว่ำและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดถนนศรีสมาน เชิงสะพานข้ามแยกสวนสมเด็จ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ล้มคว่ำโดยพบมีด 1 เล่มตกหล่นอยู่ใต้รถจยย.ใกล้กันพบร่างของนายสิงหา มีประเสริฐ อายุ 15 ปี เสียชีวิตอยู่บนฟุตบาททางเดินเท้า และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คนคือนายพงษ์พัฒน์ อายุ 15 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่ง ร.พ.ชลประทานปากเกร็ด   จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิตกล่าวว่า กลุ่มเพื่อนรวมถึงตัวผู้เสียชีวิตได้เคยมีปัญหากับกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี มาก่อนจนกระทั่งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บขับขี่รถไปเจอกลุ่มคู่อริระหว่างทาง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นคู่อริที่ขับขี่รถกันมามากกว่า 10 คัน ขับขี่ไล่ๆพยายามทำร้ายนายสิงหา และนายพงษ์พัฒน์ ทำให้ทั้ง 2 คนต้องขับหลบหนีจนกระทั่งเพื่อนๆมาทราบว่านายสิงหาเสียชีวิตแล้ว   ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำเพื่อนผู้เสียชีวิตไว้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะต้องทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้ง พร้อมสั่งได้เก็บมีดที่พบในจุดเกิดเหตุไว้เพื่อตรวจสอบส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป   ด้าน พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กล่าวว่า คดีนี้เป็นกลุ่มวัยรุ่นสองฝ่ายย่านประทุมธานีที่ไม่ถูกกันมาและเกิดเขม่นกันจนฝ่ายผู้ตายมาเจอกลุ่มคนร้าย จึงบิดจยย.ด้วยความเร็วหลบหนีข้ามสะพานนวลฉวีมายังพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด    ต่อมาผู้ก่อเหตุ 3 รายได้เข้ามอบตัวแล้ว เป็นชายอายุ 26 ปี และเยาวชนอายุ 14 และ 16 ปี จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ทางผู้ก่อเหตุอ้างว่าคืนเกิดเหตุผู้ตายกับผู้บาดเจ็บขี่รถผ่านมา ขณะนั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะตะโกนให้ของลับ จึงรีบขึ้นรถ จยย. ขี่รถไล่กวดไปเพื่อทำร้าย แต่ผู้ตายกับผู้บาดเจ็บประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UnoTR_pJb8

 1,908
สังคม
01 ม.ค. 63

คุมตัวหนุ่มไฟแนนซ์หื่น ลวงเด็กหญิง 13 ปี 3 ราย ข่มขืน-ถ่ายภาพแบล็คเมล์ พร้อมค้านประกัน

นนทบุรี - เเม่เข้าเเจ้งความ หลังลูกสาววัย 13 และ 14 ปี ถูกหนุ่มไฟแนนซ์ลวงข่มขืน ล่าสุดพนักสอบสวน สภ.บางบัวทองได้นำตัวจนายพรชัยไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะมีพฤติกรรมข่มขู่ผู้เสียหาย   โดยผู้เป็นแม่เล่าว่า วันนี้ตนกลับมาจากทำงาน สังเกตเห็นว่าลูกสาวมีท่าทีซึมเศร้า ไม่พูด ไม่จาซึ่งตนเห็นลูกสาวเป็นแบบนี้มาหลายวันเเล้ว แต่ไม่ได้เอะใจอะไร มาวันนี้ตนจึงเค้นถามลูกสาวอยู่นาน จนลูกสาวยอมรับว่าถูกเพื่อนสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันชักชวนให้ไปทำงานพิเศษเกี่ยวกับเเม่บ้าน ซึ่งจะได้ค่าตอบเเทนประมาณ 500 บาทต่อครั้ง เมื่อลูกสาวไปกับเพื่อนปรากฎว่าเพื่อนพาไปพบกับผู้ชายคนหนึ่ง และชายคนดังกล่าวได้สั่งให้ลูกสาวตนถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดและถ่ายภาพเก็บไว้ จากนั้นได้ทำการข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง และก็ปล่อยให้ลูกสาวตนกลับบ้าน   หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ผู้ชายคนเดิมได้โทรศัพท์มาบอกให้ลูกสาวตนไปหา ถ้าหากไม่ไปจะนำรูปลูกสาวตนไปเผยแพร่ประจานในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณหนึ่งเดือนกว่าแล้ว หลังจากที่ตนทราบเรื่อง ตอนนั้นตนโกรธและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก จึงออกอุบายให้ลูกสาวนัดผู้ชายคนนี้ออกมาพบ ปรากฎผู้ชายคนนี้ออกมาพบจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุม   ทั้งนี้ผู้เป็นแม่ กล่าวอีกว่า  นอกจากลูกสาวของตนเเล้ว ยังพบว่าผู้ชายคนนี้ยังไปก่อเหตุลักษณะนี้กับด็กผู้หญิงคนอื่นนอีก ประมาณ 3 คน โดยมีเพื่อนผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวตนเป็นคนชักชวน ตนจึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขุดรากถอนโคนวงจรอุบาทพวกนี้ให้หมดไปจากสังคม เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ไปเกิดขึ้นกับครอบครัวของใครอีก และตนยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทุกคนให้ถึงที่สุด   ขณะที่ผู้ต้องหาคือ นายพรชัย เส็งหนู อายุ 34 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี อาชีพไฟแนนซ์ ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทั้งสองรายจริง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 400,000 บาท    ล่าสุด 1 ม.ค. 63 พนักสอบสวน สภ.บางบัวทองได้นำตัวจนายพรชัยไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะมีพฤติกรรมข่มขู่ผู้เสียหาย นอกจากนี้ได้มีการให้ผู้เสียหายทั้ง 2 คนไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบางบัวทอง โดยผลการตรวจจะออกภายในเดือนกุมภาพันธ์    ทั้งนี้จากการสอบถามจากเด็กหญิงผู้เสียหายทั้ง 2 คน ขณะที่ถูกเพื่อนผูหญิงล่อลวงไปนั้น  เมื่อไปถึงนายพรชัยได้บอกให้ตนถอดเสื้อผ้าออก ให้หมด แล้วเข้ไกปในห้อง ซึ่งพบว่าภายในห้องนั้นมีเด็กผู้หญิงอีกคนถอดเสื้อผ้าอยู่ก่อนแล้ว 1 คน โดยนายพรชัยได้มีการขู่ว่าถ้าหากไม่ถอดจะออกจากห้องไม่ได้ ด้วยความกลัวจึงทำตาม แล้วนายพรชัยก็ถ่ายภาพเก็บเอาไว้ พร้อมกับขู่ว่าห้ามนำเรื่องไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะทำการเผยแพร่ภาพที่ถ่ายไว้ทั้งหมด 

 672

Top