ค้นหา :

ผลการค้นหา "นนทบุรี"

ข่าวภูมิภาค
25 ม.ค. 63

ยังไม่ทันได้ไหว้ แอร์ระเบิดไหม้บ้านหรูนักธุรกิจดังเมืองนนท์ ขณะเตรียมไหว้เจ้าวันตรุษจีน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 24 มกราคม 63 ร.ต.อ.ชัยยงค์ อ้วนมะโฮง รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้ภายในบ้านเลขที่ 185 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลนครนนทบุรีจำนวน 4 คัน เข้าฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง หลังใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านหรูอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ในอาณาบริเวณเนื้อที่กว่า 10 ไร่ สร้างติดกันจำนวน 3 หลัง บริเวณห้องรับแขกภายในบ้านหลังที่ติดริมน้ำ ซึ่งเป็นจุดต้นเพลิงพบว่าเฟอร์นิเจอร์และของตบแต่งภายในห้องถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดสำหรับสาเหตุที่เกิดไฟไหม้ครั้งนี้เนื่องมาจากคอมเพสเซอร์ของแอร์เกิดระเบิดขึ้น ทำให้เกิดเป็นประกายไฟก่อนที่จะลุกลามไปติดพื้นห้องที่เป็นพรหม และม่านซึ่งเป็นวัสดุเชื้อเพลิงอย่างดี   จาการสอบถามนายสุรีย์ รัตนสุวงศ์ชัย นักธุรกิจชื่อดังและอดีตนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ เล่าว่าเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น.ตนพร้อมด้วยญาติทั้งหมดได้มารวมกันเพื่อเตรียมไหว้ตรุษจีน โดยได้เปิดแอร์ที่ห้องรับแขกทิ้งไว้ ขณะที่กำลังเตรียมเครื่องไหว้อยู่นั้นก็เห็นมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากห้องดังกล่าว จึงได้วิ่งเข้าไปดูพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้ภายในห้อง จึงได้ช่วยกันนำถังดับเพลิงมาฉีดเพื่อสกัดไม่ให้ลุกลาม ก่อนที่จะโทรแจ้งขอรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลนครนนทบุรีเพื่อเข้าฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปที่จุดอื่นภายในบ้าน ส่วนค่าความเสียหายเบื้องต้นประเมินว่าเป็นจำนวน 1 ล้านบาท     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ymXZVf3CMIo

 1,180
สังคม
24 ม.ค. 63

ระทึกกลางดึก! ไฟไหม้ ร.ร.โพธินิมิตวิทยาคม ห้องพักครูวิทยฯ วอด คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม ถนนสุขาประชาสรรค์ 2 (ซอยวัดกู้) ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุเป็นอาคารเรียนสูง 4 ชั้นบริเวณห้องพักครูวิทยาศาสตร์ชั้น 2 พบแสงเพลิงและกลุ่มควันกำลังโพยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำทำการสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังห้องเรียนที่อยู่ติดกัน โดยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายใน 10 นาที หลังเพลิงสงบตรวจสอบพบโต๊ะครู สมุด หนังสือ และอุปกรณ์สอนหลายอย่างพังเสียหายทั้งหมด   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมกับสอบถามข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนไว้ ซึ่งให้การว่าขณะเกิดเหตุได้ปฎิบัติหน้าที่เฝ้าเวรยามอยู่ที่ป้อมหน้าโรงเรียน หลังจากนั้นก็พบเห็นกลุ่มควันและแสงเพลิงเกิดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตามจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาทำการตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

 151
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 63

หนุ่มเมาฉุดสาวคาราโอเกะเข้าห้องน้ำ พลเมืองดีเข้าห้ามถูกแทงเจ็บ มือมีดโดนรุมกระทืบน่วม

นนทบุรี-เกิดเหตุคนแทงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บภายในร้านคาราโอเกะไม่มีชื่อ ซอยอัมพรไพศาล 7 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น ด้านล่างเปิดเป็นร้านคาราโอเกะ บริเวณหน้าห้องน้ำพบร่างนายจารุกิต พรสูงเนิน อายุ 25 ปี นอนสลบไม่ได้สติเพราะถูกทำร้าย ส่วนคนเจ็บอีกคนถูกแทงที่ชายโครงซ้าย และกลางหลัง ทราบชื่อคือนายกมล ทรงทอง อายุ 40 ปี   สอบถามเพื่อนนายกมลให้การว่า ตนเองพร้อมคนเจ็บได้มาเที่ยวที่ร้านเกิดเหตุ ระหว่างนั้นนายกมลเห็นนายจารุกิต พยายามลวนลามพนักงานสาวในร้าน โดยการฉุดลากเข้าไปในห้องน้ำ จึงเข้าไปห้ามเลยถูกนายจารุกิตใช้มีดพับพกติดตัวมาแทงจนล้มลง   ส่วนนายจารุกิต ผู้ก่อเหตุ ถูกแขกที่มาเที่ยวในร้านช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ และถูกรุมบาทาจนสลบแน่นิ่งคาเท้า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำพยานรวมทั้งคนเจ็บ หลังอาการดีขึ้นก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZM6y3BvZv2U

 6,014
สังคม
24 ม.ค. 63

หนุ่มเมาฉุดสาวคาราโอเกะเข้าห้องน้ำ พลเมืองดีเข้าห้ามถูกแทงเจ็บ มือมีดโดนรุมกระทืบน่วม

นนทบุรี-เกิดเหตุคนแทงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บภายในร้านคาราโอเกะไม่มีชื่อ ซอยอัมพรไพศาล 7 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น ด้านล่างเปิดเป็นร้านคาราโอเกะ บริเวณหน้าห้องน้ำพบร่างนายจารุกิต พรสูงเนิน อายุ 25 ปี นอนสลบไม่ได้สติเพราะถูกทำร้าย ส่วนคนเจ็บอีกคนถูกแทงที่ชายโครงซ้าย และกลางหลัง ทราบชื่อคือนายกมล ทรงทอง อายุ 40 ปี   สอบถามเพื่อนนายกมลให้การว่า ตนเองพร้อมคนเจ็บได้มาเที่ยวที่ร้านเกิดเหตุ ระหว่างนั้นนายกมลเห็นนายจารุกิต พยายามลวนลามพนักงานสาวในร้าน โดยการฉุดลากเข้าไปในห้องน้ำ จึงเข้าไปห้ามเลยถูกนายจารุกิตใช้มีดพับพกติดตัวมาแทงจนล้มลง   ส่วนนายจารุกิต ผู้ก่อเหตุ ถูกแขกที่มาเที่ยวในร้านช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ และถูกรุมบาทาจนสลบแน่นิ่งคาเท้า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบปากคำพยานรวมทั้งคนเจ็บ หลังอาการดีขึ้นก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZM6y3BvZv2U

 6,014
ข่าวภูมิภาค
24 ม.ค. 63

ไฟไหม้อาคาร ร.ร.โพธินิมิตวิทยาคม ช่วงกลางดึก ห้องพักครูวอด คาดไฟฟ้าลัดวงจร

นนทบุรี-เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม ถนนสุขาประชาสรรค์ 2 (ซอยวัดกู้) ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุเป็นอาคารเรียนสูง 4 ชั้นบริเวณห้องพักครูวิทยาศาสตร์ชั้น 2 พบแสงเพลิงและกลุ่มควันกำลังโพยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำทำการสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังห้องเรียนที่อยู่ติดกัน โดยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายใน 10 นาที หลังเพลิงสงบตรวจสอบพบโต๊ะครู สมุด หนังสือ และอุปกรณ์สอนหลายอย่างพังเสียหายทั้งหมด   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมกับสอบถามข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนไว้ ซึ่งให้การว่าขณะเกิดเหตุได้ปฎิบัติหน้าที่เฝ้าเวรยามอยู่ที่ป้อมหน้าโรงเรียน หลังจากนั้นก็พบเห็นกลุ่มควันและแสงเพลิงเกิดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตามจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาทำการตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KBWWkj75VxU

 1,205
สังคม
24 ม.ค. 63

ไฟไหม้อาคาร ร.ร.โพธินิมิตวิทยาคม ช่วงกลางดึก ห้องพักครูวอด คาดไฟฟ้าลัดวงจร

นนทบุรี-เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงเรียนโพธินิมิตวิทยาคม ถนนสุขาประชาสรรค์ 2 (ซอยวัดกู้) ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุเป็นอาคารเรียนสูง 4 ชั้นบริเวณห้องพักครูวิทยาศาสตร์ชั้น 2 พบแสงเพลิงและกลุ่มควันกำลังโพยพุ่งออกมาอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำทำการสกัดเพลิงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังห้องเรียนที่อยู่ติดกัน โดยสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายใน 10 นาที หลังเพลิงสงบตรวจสอบพบโต๊ะครู สมุด หนังสือ และอุปกรณ์สอนหลายอย่างพังเสียหายทั้งหมด   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมกับสอบถามข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนไว้ ซึ่งให้การว่าขณะเกิดเหตุได้ปฎิบัติหน้าที่เฝ้าเวรยามอยู่ที่ป้อมหน้าโรงเรียน หลังจากนั้นก็พบเห็นกลุ่มควันและแสงเพลิงเกิดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตามจะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาทำการตรวจสอบหาสาเหตุของการเกิดเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KBWWkj75VxU

 1,205
ข่าวภูมิภาค
20 ม.ค. 63

กลุ่มโจ๋ควบ จยย.ไล่ยิงกัน เสียหลักล้มโดนเก๋งชนซ้ำ ตาย 1 สาหัส 3

นนทบุรี-จากกรณีกลุ่มชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปีจำนวน 4 คนขี่จักรยานยนต์ ไล่ทำร้ายร่างกายกันมาและเกิดเสียหลักล้มคว่ำ ทำใหัถูกรถยนต์เก๋งที่ขับมาตามเส้นทางพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้ง 4 ราย เหตุเกิดถนนชัยพฤกษ์ขาเข้า เชิงสะพานต่างระดับวัดสาลีโข ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด ในพื้นที่ของ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ล่าสุดมีรายงานว่า 1 ในผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตลงแล้ว 1 ราย เป็นชายอายุ 17 ปี   ด้านคนขับรถยนต์เก๋งกล่าวว่า ในขณะที่ขับรถมาจากทางด้านอำเภอบางบัวทอง เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านย่านอำเภอปากเกร็ด ในขณะที่ขับรถลงมาจากสะพานต่างระดับจู่ๆ ก็พบเห็นในระยะที่กระชั้นชิดโดยมีรถ จยย. 2 คันเกิดเสียหลักล้มลงต่อหน้าทำให้ตนเองไม่สามารถหยุดรถได้ทันเป็นเหตุให้เกิดพุ่งชนเข้าอย่างเต็มแรง   ขณะเดียวกันมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า พบเห็นกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถ จยย.2 คันโดยขับขี่และซ้อนท้ายมาด้วยกันคันละ 2 คน ซึ่งขับขี่ลักษณะย้อนศรขึ้นสะพานต่างระดับ โดยสังเกตเห็นว่าทั้ง 2 คันนั้นมีการไล่ทำร้ายกันจากนั้นรถ จยย.ทั้ง 2 คันเกิดเสียหลักล้มลงเป็นจังหวะเดียวกันที่รถยนต์เก๋งขับลงมากจากสะพานพอดี จึงเป็นสาเหตุให้รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวพุ่งชนกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 คันจนได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ตายถูกยิงที่ศีรษะ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 รายอายุประมาณ 20 ปี บางคนแขนและขาหักศรีษะแตกทางแพทย์เร่งทำการรักษาเป็นการเร่งด่วน     ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้บาดเจ็บทั้งหมดนี้น่าจะเป็นคู่อริกันและได้เกิดขับขี่รถ จยย.โดยมีอาวุธไล่ทำร้ายกันมาตามทางและเกิดเหตุทำให้รถ จยย.เสียหลักล้มคว่ำจึงเป็น สาเหตุให้ถูกรถยนต์เก๋งพุ่งชนซ้ำดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้งหลังอาการดีขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KTbDUp44xxs

 3,653
อาชญากรรม
20 ม.ค. 63

กลุ่มโจ๋ควบ จยย.ไล่ยิงกัน เสียหลักล้มโดนเก๋งชนซ้ำ ตาย 1 สาหัส 3

นนทบุรี-จากกรณีกลุ่มชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปีจำนวน 4 คนขี่จักรยานยนต์ ไล่ทำร้ายร่างกายกันมาและเกิดเสียหลักล้มคว่ำ ทำใหัถูกรถยนต์เก๋งที่ขับมาตามเส้นทางพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้ง 4 ราย เหตุเกิดถนนชัยพฤกษ์ขาเข้า เชิงสะพานต่างระดับวัดสาลีโข ต.บางพลับ อ.ปากเกร็ด ในพื้นที่ของ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ล่าสุดมีรายงานว่า 1 ในผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตลงแล้ว 1 ราย เป็นชายอายุ 17 ปี   ด้านคนขับรถยนต์เก๋งกล่าวว่า ในขณะที่ขับรถมาจากทางด้านอำเภอบางบัวทอง เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านย่านอำเภอปากเกร็ด ในขณะที่ขับรถลงมาจากสะพานต่างระดับจู่ๆ ก็พบเห็นในระยะที่กระชั้นชิดโดยมีรถ จยย. 2 คันเกิดเสียหลักล้มลงต่อหน้าทำให้ตนเองไม่สามารถหยุดรถได้ทันเป็นเหตุให้เกิดพุ่งชนเข้าอย่างเต็มแรง   ขณะเดียวกันมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า พบเห็นกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถ จยย.2 คันโดยขับขี่และซ้อนท้ายมาด้วยกันคันละ 2 คน ซึ่งขับขี่ลักษณะย้อนศรขึ้นสะพานต่างระดับ โดยสังเกตเห็นว่าทั้ง 2 คันนั้นมีการไล่ทำร้ายกันจากนั้นรถ จยย.ทั้ง 2 คันเกิดเสียหลักล้มลงเป็นจังหวะเดียวกันที่รถยนต์เก๋งขับลงมากจากสะพานพอดี จึงเป็นสาเหตุให้รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวพุ่งชนกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 คันจนได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ตายถูกยิงที่ศีรษะ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 รายอายุประมาณ 20 ปี บางคนแขนและขาหักศรีษะแตกทางแพทย์เร่งทำการรักษาเป็นการเร่งด่วน     ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้บาดเจ็บทั้งหมดนี้น่าจะเป็นคู่อริกันและได้เกิดขับขี่รถ จยย.โดยมีอาวุธไล่ทำร้ายกันมาตามทางและเกิดเหตุทำให้รถ จยย.เสียหลักล้มคว่ำจึงเป็น สาเหตุให้ถูกรถยนต์เก๋งพุ่งชนซ้ำดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้งหลังอาการดีขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KTbDUp44xxs

 3,653
สังคม
19 ม.ค. 63

แฟนคลับเดือด! หลังคอนเสิร์ต ‘the legend music festival 2020’ ยกเลิกกะทันหัน

นนทบุรี - เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 18 ม.ค. 63 ที่สนาม เอสซีจี สเตเดียม ภายในเมืองทองธานี ผกก.สภ.ปากเกร็ด พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ สายสืบ กว่า 50 นาย เข้าตรวจสอบเหตุวุ่นวายบริเวณหน้างานคอนเสิร์ต รวมทัพศิลปินยุค 90 S ระดับตำนานใน The Legend Music Festival 2020 ประกอบไปด้วย 8 ศิลปินดังในตำนาน คือ เสก โลโซ ติ๊ก ชีโร่ บิลลี่ โอแกน หรั่งรอสเคสต้า วงนูโว เจ เจตริน คริสติน่า อากีล่า และใหม่ เจริญปุระ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แฟนคลับนับพันต่างยืนเอะอะโวยวายหน้างานแสดงคอนเสิร์ต เรียกร้องให้มีการแสดงตามที่ได้มีการซื้อบัตรเข้าชมตั้งแต่ราคา 1,900 บาท 1,500 บาท 1,200 บาท ทาง ผกก.สภ.ปากเกร็ด ต้องชี้แจงทำความเข้าใจว่าการให้มีการจัดงานคอนเสิร์ต เป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเพียงผู้รักษาความปลอดภัยเท่านั้น แต่แฟนคลับก็ยังโวยวายส่งเสียงด่าทอผู้จัดงานในครั้งนี้ที่ยกเลิกการแสดงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งโต๊ะและแจ้งให้ผู้ที่ซื้อบัตรในครั้งนี้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้จัดงานเพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย ขณะที่นายสมยศ วิชากร นอภ.ปากเกร็ด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้วเพราะมีการประสานกับ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ตลอดเวลา ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถอนุญาตให้จัดงานในครั้งนี้ ต้องชี้แจงว่าทางผู้จัดได้มายื่นหนังสือขออนุญาตที่อำเภอวันที่ 16 ม.ค.63 ทางอำเภอได้พิจารณาในวันที่ 17 ม.ค. 63 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่กระชั้นชิด แต่เราก็อยากให้มีการจัดงานเพราะจะได้ดึงเม็ดเงินเข้ามาในพื้นที่และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่การจัดงานในครั้งนี้ ทราบมาว่ามี รปภ.เพียง 100 คน ซึ่งผู้มาชมคอนเสิร์ตมีนับหมื่นคน ทางอำเภอและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ประชุมหารือร่วมกันโดยมีข้อสรุปและเป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องความปลอดภัยทั้งภายในงานและหลังเลิกงาน เราเองก็พร้อมสนับสนุนกำลังทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยแต่ต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่กระทันหันตำรวจ ฝ่ายปกครอง มีภารกิจสำคัญที่ต้องทำหลายอย่างจึงไม่สามารถอนุญาตให้จัดการแสดงคอนเสิร์ตในครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/z3GeBOLUO74    

 1,456
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 63

มารศาสนา! ใช้อุบายหลอกพระให้แกะกล่องสบู่ ลุ้นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนให้จ่ายเงินราคาแพง

นนทบุรี-พระโพสต์เตือนภัย มิจฉาชีพขับรถยนต์เข้ามาภายในวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง เอาสบู่สมุนไพรมาแจกให้กับพระภิกษุ ก่อนจะออกอุบายว่าให้แกะกล่องสบู่เพื่อลุ้นรางวัล ถ้าใครแกะออกมาแล้วพบกระดาษรางวัลที่เขียนว่าได้เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ได้ต้องเสียเงินจ่ายค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ เป็นจำนวนเงินที่มีราคาสูงกว่าท้องตลาดหลายเท่า   พระสุริยา ญาณวโร พระภิกษุที่โพสต์ข้อความเตือนภัยทางเฟสบุ๊ค กล่าวว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพให้ทดลองใช้สบู่ โดยภายในกล่องมีลุ้นรับรางวัล แต่อาตมาเคยได้ยินข่าวมาว่าที่วัดอื่นเคยมีคนโดนเหตุเเบบนี้มาแล้ว จึงได้ปฎิเสธ หลังจากนั้นอาตมาได้เดินมาที่กุฏิ พบว่ามิจฉาชีพกำลังให้หลวงตาแกะสบู่ และได้แกะมาหลายก้อนแล้ว จึงรู้ว่ากลุ่มนี้เป็นมิจฉาชีพ อาตมาจึงไล่ถ่ายรูปทีละคน ทว่ากลุ่มมิจฉาชีพไหวตัวทันจึงรีบขับรถยนต์หลบหนีออกไป   ทั้งนี้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่เเล้ว มีมิจฉาชีพจำนวน 5 คนเข้ามาที่วัดเข้ามาขายสบู่ ให้แกะกล่องสบู่พบว่ามีรางวัลจริง อาตมาปฎิเสธจะไม่เอารางวัลที่ได้แต่โดนยัดเยียด คนร้ายบอกว่าแกะแล้วต้องเอา   ปรากฏว่าเปิดออกมาได้รางวัลเป็นเตาแก๊สแบบพกพา จำนวน 2 เครื่อง ราคาเครื่องละ 2,000 บาท ต้องจ่ายเงินไป 4,000 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าตามท้องตลาด จากที่ดูภาพจากกล้องวงจรปิด กลุ่มคนร้ายที่มาหลอกพระในวัดวันนี้ พบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน กับที่หลอกไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว     ส่วนผู้เสียหายอีกราย คือพระบุญยืน ธัมมวโร เล่าว่า คนร้ายได้เดินมาเคาะประตูห้อง บอกกับอาตมาว่า ให้เปิดกล่องสบู่ชิงโชค ซึ่งรางวัลมีไมโครเวฟ กับ ทีวี ให้เตรียมเงินไว้จำนวน 6,000 บาท อาตมาได้เปิดกล่องไป 3 กล่อง แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินไป ซึ่งคนร้ายมีรางวัลเป็นนาฬิกาแค่เรือนเดียว โชคดีที่พระสุริยามาพบคนร้ายก่อน แล้วเดินมาถ่ายรูปใบหน้าคนร้าย ทำให้คนร้ายไหวตัวทันรีบหลบหนีไปมิเช่นนั้นอาจจะสูญเงินก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kJatzOA1aII

 1,666
สังคม
16 ม.ค. 63

มารศาสนา! ใช้อุบายหลอกพระให้แกะกล่องสบู่ ลุ้นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนให้จ่ายเงินราคาแพง

นนทบุรี-พระโพสต์เตือนภัย มิจฉาชีพขับรถยนต์เข้ามาภายในวัดลาดปลาดุก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง เอาสบู่สมุนไพรมาแจกให้กับพระภิกษุ ก่อนจะออกอุบายว่าให้แกะกล่องสบู่เพื่อลุ้นรางวัล ถ้าใครแกะออกมาแล้วพบกระดาษรางวัลที่เขียนว่าได้เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ได้ต้องเสียเงินจ่ายค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ เป็นจำนวนเงินที่มีราคาสูงกว่าท้องตลาดหลายเท่า   พระสุริยา ญาณวโร พระภิกษุที่โพสต์ข้อความเตือนภัยทางเฟสบุ๊ค กล่าวว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพให้ทดลองใช้สบู่ โดยภายในกล่องมีลุ้นรับรางวัล แต่อาตมาเคยได้ยินข่าวมาว่าที่วัดอื่นเคยมีคนโดนเหตุเเบบนี้มาแล้ว จึงได้ปฎิเสธ หลังจากนั้นอาตมาได้เดินมาที่กุฏิ พบว่ามิจฉาชีพกำลังให้หลวงตาแกะสบู่ และได้แกะมาหลายก้อนแล้ว จึงรู้ว่ากลุ่มนี้เป็นมิจฉาชีพ อาตมาจึงไล่ถ่ายรูปทีละคน ทว่ากลุ่มมิจฉาชีพไหวตัวทันจึงรีบขับรถยนต์หลบหนีออกไป   ทั้งนี้เมื่อประมาณ 2 เดือนที่เเล้ว มีมิจฉาชีพจำนวน 5 คนเข้ามาที่วัดเข้ามาขายสบู่ ให้แกะกล่องสบู่พบว่ามีรางวัลจริง อาตมาปฎิเสธจะไม่เอารางวัลที่ได้แต่โดนยัดเยียด คนร้ายบอกว่าแกะแล้วต้องเอา   ปรากฏว่าเปิดออกมาได้รางวัลเป็นเตาแก๊สแบบพกพา จำนวน 2 เครื่อง ราคาเครื่องละ 2,000 บาท ต้องจ่ายเงินไป 4,000 บาท ซึ่งมีราคาสูงกว่าตามท้องตลาด จากที่ดูภาพจากกล้องวงจรปิด กลุ่มคนร้ายที่มาหลอกพระในวัดวันนี้ พบว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน กับที่หลอกไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว     ส่วนผู้เสียหายอีกราย คือพระบุญยืน ธัมมวโร เล่าว่า คนร้ายได้เดินมาเคาะประตูห้อง บอกกับอาตมาว่า ให้เปิดกล่องสบู่ชิงโชค ซึ่งรางวัลมีไมโครเวฟ กับ ทีวี ให้เตรียมเงินไว้จำนวน 6,000 บาท อาตมาได้เปิดกล่องไป 3 กล่อง แต่ยังไม่ได้จ่ายเงินไป ซึ่งคนร้ายมีรางวัลเป็นนาฬิกาแค่เรือนเดียว โชคดีที่พระสุริยามาพบคนร้ายก่อน แล้วเดินมาถ่ายรูปใบหน้าคนร้าย ทำให้คนร้ายไหวตัวทันรีบหลบหนีไปมิเช่นนั้นอาจจะสูญเงินก็เป็นได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kJatzOA1aII

 1,666
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 63

พ่อตาร้องถูกน้องสาวลูกเขย พากลุ่มชายฉกรรจ์บุกบ้าน ข่มขู่เอารถอ้างเป็นมรดก แจ้งความแต่ ตร.บอกไม่เข้าข่ายบุกรุก

นายประทีป มากคำ อายุ 63 ปี และ น.ส.สมรักษ์ ภิรมย์พร อายุ 46 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งความกรณีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 7-8 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ อ้างตัวเป็นตำรวจบุกเข้ามาที่บ้าน โดยข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ซึ่งเป็นรถของสามีลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิต   ผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวของตนคือ น.ส.เกวลี ได้แต่งงานอยู่กินกับนายทอง เงินเผือก ลูกเขย นานกว่า 8 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และไม่มีลูกด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 62 นายทองได้เสียชีวิต หลังจัดการเรื่องงานศพเสร็จแล้ว ทางน.ส.น้ำ (นามสมมุติ) น้องสาวของผู้ตายได้มาทวงทรัพย์สินของพี่ชาย ที่เป็นพระเครื่องเลี่ยมทอง และรถยนต์เอากลับคืนไป ซึ่งลูกสาวตนก็ให้พระไป ส่วนรถเก๋งทางตนไม่ได้คืนให้ เพราะว่ารถคันดังกล่าวเป็นชื่อของผู้ตายก็จริง แต่ซื้อตอนที่อยู่กินกับลูกสาวตน ช่วยกันผ่อนมาด้วยกัน   กระทั่ง น.ส.น้ำ ได้พากลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7-8 คน ซึ่งมีตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 3-4 คนรวมอยู่ด้วยบุกเข้ามาที่บ้าน ซึ่งน.ส.น้ำได้พูดจาข่มขู่สารพัด บอกว่าเขาไม่กลัวใครทั้งนั้น เพราะแฟนเขาเป็นนายตำรวจใหญ่ และพยายามจะเอารถเก๋งไป แต่ทางตำรวจและคนอื่นๆที่มาด้วยไม่ได้พูดอะไร ซึ่งทางตนและลูกสาวไม่ยอม จนมีการโต้เถียงกันอยู่นานก่อนที่ทางน.ส.น้ำจะกลับออกไป ได้ขู่ว่าให้ระวังตัวกันให้ดี ตนจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี โดยนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐานด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ อ้างว่าไม่เข้าข่ายบุกรุก โดยให้การบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น   ต่อมาวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำได้พากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน เดินทางมาที่บ้านอีกครั้ง พร้อมตำรวจในเครื่องแบบ 2 นาย เพื่อมาเอารถจยย. และรถยนต์ ซึ่งตนได้ให้รถจยย. ไปเพราะเป็นชื่อของน.ส.น้ำ แม้ว่าลูกสาวคนจะเป็นคนผ่อนก็ตาม แต่รถยนต์ตนก็ไม่ยินยอมให้ไป   กล้องวงจรปิดจับภาพหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามจะเปิดชายเสื้อเพื่อโชว์อาวุธปืนที่พกมา ก่อนจะเดินเอาไปเก็บที่รถ ส่วนน.ส.น้ำก็พูดจาข่มขู่เพื่อพยายามที่จะเอารถยนต์ไปให้ได้ ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย ตนจึงตัดสินใจนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาทนายความเพื่อให้ทนายความพาเข้าแจ้งความพร้อมนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่ากลัวตำรวจจะไม่รับแจ้งเหมือนครั้งที่แล้ว   พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  ระบุว่า จากการสอบสวน พบว่า วันที่ 7 มกราคม มีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปที่บ้านผู้เสียหายจริง แต่เป็นเพียงตัวกลางเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย เพราะตำรวจกลุ่มดังกล่าวรู้จักกับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วและตนได้ทำการตักเตือนแล้ว ซึ่งผู้เสียหายระบุว่าไม่มีการข่มขู่จากตำรวจแต่อย่างใด ทำให้เหตุการณ์วันดังกล่าวไม่มีความผิดทางอาญาเกิดขึ้น   กรณีที่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความในวันดังกล่าว แต่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ ตนได้พิจารณาลงโทษร้อยเวรไปแล้ว ส่วนหนึ่งยอมรับว่าบางครั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อาจไม่ประทับใจไปบ้าง   ส่วนวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำ ได้เข้าไปอีกครั้ง โดยพากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเข้าไปด้วย เพื่อทวงรถจยย. ที่เป็นชื่อของน.ส.น้ำ โดยผู้เสียหายยินยอมให้ไป โดยตำรวจทั้ง 2 นายได้ออกมาพร้อมกับรถจยย.   จากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือยังคงอยู่ โดยมีการข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์ไปด้วย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการพกพาอาวุธปืน ผู้เสียหายจึงรีบเดินทางมาแจ้งความอีกครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่รับเป็นคดีอาญาแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหากับน.ส.น้ำและกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดในฐาน ร่วมกันบุกรุกโดยมีอาวุธ ซึ่งจะเรียกตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ด้านน.ส.น้ำ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และได้นำพวงมาลัยมาไหว้ขอขมานายประทีปและภรรยา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่ เหตุที่เข้าไปที่บ้านเพราะต้องการพูดคุยเท่านั้น ส่วนที่เห็นว่ามีบุคคลอยู่ในภาพหลายคนเพราะส่วนหนึ่งเป็นคนที่มามุงดูเหตุการณ์ด้วย ส่วนเรื่องรถยนต์ขอพูดคุยกับครอบครัวนายประทีปก่อน   ด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ระบุว่า กรณีทรัพย์สินของผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่อยู่กินฉันสามีภรรยา ต่อมาสามีเสียชีวิต ตามกฎหมายแล้ว ภรรยามีสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวครึ่งหนึ่ง เพราะแม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้มาด้วยกัน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม หากแม่สามีจะมาเอาไป ต้องแบ่งคนละครึ่ง เพราะเป็นทรัพย์สินที่ลูกชายไม่ได้ซื้อคนเดียว แม้ว่าทรัพย์สินจะเป็นชื่อของลูกชายก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NoCBfKmIBE4

 2,845
สังคม
15 ม.ค. 63

พ่อตาร้องถูกน้องสาวลูกเขย พากลุ่มชายฉกรรจ์บุกบ้าน ข่มขู่เอารถอ้างเป็นมรดก แจ้งความแต่ ตร.บอกไม่เข้าข่ายบุกรุก

นายประทีป มากคำ อายุ 63 ปี และ น.ส.สมรักษ์ ภิรมย์พร อายุ 46 ปี ภรรยา พร้อมทนายความ นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อแจ้งความกรณีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 7-8 คน แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ อ้างตัวเป็นตำรวจบุกเข้ามาที่บ้าน โดยข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์เก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ซึ่งเป็นรถของสามีลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิต   ผู้เสียหายเล่าว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวของตนคือ น.ส.เกวลี ได้แต่งงานอยู่กินกับนายทอง เงินเผือก ลูกเขย นานกว่า 8 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และไม่มีลูกด้วยกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 62 นายทองได้เสียชีวิต หลังจัดการเรื่องงานศพเสร็จแล้ว ทางน.ส.น้ำ (นามสมมุติ) น้องสาวของผู้ตายได้มาทวงทรัพย์สินของพี่ชาย ที่เป็นพระเครื่องเลี่ยมทอง และรถยนต์เอากลับคืนไป ซึ่งลูกสาวตนก็ให้พระไป ส่วนรถเก๋งทางตนไม่ได้คืนให้ เพราะว่ารถคันดังกล่าวเป็นชื่อของผู้ตายก็จริง แต่ซื้อตอนที่อยู่กินกับลูกสาวตน ช่วยกันผ่อนมาด้วยกัน   กระทั่ง น.ส.น้ำ ได้พากลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 7-8 คน ซึ่งมีตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 3-4 คนรวมอยู่ด้วยบุกเข้ามาที่บ้าน ซึ่งน.ส.น้ำได้พูดจาข่มขู่สารพัด บอกว่าเขาไม่กลัวใครทั้งนั้น เพราะแฟนเขาเป็นนายตำรวจใหญ่ และพยายามจะเอารถเก๋งไป แต่ทางตำรวจและคนอื่นๆที่มาด้วยไม่ได้พูดอะไร ซึ่งทางตนและลูกสาวไม่ยอม จนมีการโต้เถียงกันอยู่นานก่อนที่ทางน.ส.น้ำจะกลับออกไป ได้ขู่ว่าให้ระวังตัวกันให้ดี ตนจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สภ.เมืองนนทบุรี โดยนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐานด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ อ้างว่าไม่เข้าข่ายบุกรุก โดยให้การบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น   ต่อมาวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำได้พากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน เดินทางมาที่บ้านอีกครั้ง พร้อมตำรวจในเครื่องแบบ 2 นาย เพื่อมาเอารถจยย. และรถยนต์ ซึ่งตนได้ให้รถจยย. ไปเพราะเป็นชื่อของน.ส.น้ำ แม้ว่าลูกสาวคนจะเป็นคนผ่อนก็ตาม แต่รถยนต์ตนก็ไม่ยินยอมให้ไป   กล้องวงจรปิดจับภาพหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามจะเปิดชายเสื้อเพื่อโชว์อาวุธปืนที่พกมา ก่อนจะเดินเอาไปเก็บที่รถ ส่วนน.ส.น้ำก็พูดจาข่มขู่เพื่อพยายามที่จะเอารถยนต์ไปให้ได้ ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย ตนจึงตัดสินใจนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปปรึกษาทนายความเพื่อให้ทนายความพาเข้าแจ้งความพร้อมนำภาพกล้องวงจรปิดไปเป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่ากลัวตำรวจจะไม่รับแจ้งเหมือนครั้งที่แล้ว   พ.ต.อ.สีหเดช สระกอบแก้ว ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  ระบุว่า จากการสอบสวน พบว่า วันที่ 7 มกราคม มีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้าไปที่บ้านผู้เสียหายจริง แต่เป็นเพียงตัวกลางเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ย เพราะตำรวจกลุ่มดังกล่าวรู้จักกับทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วและตนได้ทำการตักเตือนแล้ว ซึ่งผู้เสียหายระบุว่าไม่มีการข่มขู่จากตำรวจแต่อย่างใด ทำให้เหตุการณ์วันดังกล่าวไม่มีความผิดทางอาญาเกิดขึ้น   กรณีที่ผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความในวันดังกล่าว แต่ร้อยเวรไม่รับแจ้งความ ตนได้พิจารณาลงโทษร้อยเวรไปแล้ว ส่วนหนึ่งยอมรับว่าบางครั้งการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อาจไม่ประทับใจไปบ้าง   ส่วนวันที่ 9 มกราคม น.ส.น้ำ ได้เข้าไปอีกครั้ง โดยพากลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบเข้าไปด้วย เพื่อทวงรถจยย. ที่เป็นชื่อของน.ส.น้ำ โดยผู้เสียหายยินยอมให้ไป โดยตำรวจทั้ง 2 นายได้ออกมาพร้อมกับรถจยย.   จากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือยังคงอยู่ โดยมีการข่มขู่เพื่อจะเอารถยนต์ไปด้วย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการพกพาอาวุธปืน ผู้เสียหายจึงรีบเดินทางมาแจ้งความอีกครั้ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่รับเป็นคดีอาญาแล้ว เบื้องต้นแจ้งข้อหากับน.ส.น้ำและกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดในฐาน ร่วมกันบุกรุกโดยมีอาวุธ ซึ่งจะเรียกตัวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ด้านน.ส.น้ำ ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา และได้นำพวงมาลัยมาไหว้ขอขมานายประทีปและภรรยา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการข่มขู่ เหตุที่เข้าไปที่บ้านเพราะต้องการพูดคุยเท่านั้น ส่วนที่เห็นว่ามีบุคคลอยู่ในภาพหลายคนเพราะส่วนหนึ่งเป็นคนที่มามุงดูเหตุการณ์ด้วย ส่วนเรื่องรถยนต์ขอพูดคุยกับครอบครัวนายประทีปก่อน   ด้านทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ระบุว่า กรณีทรัพย์สินของผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่อยู่กินฉันสามีภรรยา ต่อมาสามีเสียชีวิต ตามกฎหมายแล้ว ภรรยามีสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวครึ่งหนึ่ง เพราะแม้ว่าจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เป็นทรัพย์ที่ทำมาหาได้มาด้วยกัน ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วม หากแม่สามีจะมาเอาไป ต้องแบ่งคนละครึ่ง เพราะเป็นทรัพย์สินที่ลูกชายไม่ได้ซื้อคนเดียว แม้ว่าทรัพย์สินจะเป็นชื่อของลูกชายก็ตาม ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/NoCBfKmIBE4

 2,845
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 63

สามีเก่าหึงโหดต่อยสู้ไม่ได้ คว้ามีดกระหน่ำแทงสามีใหม่ของอดีตแฟนสาวดับ

นนทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันเสียชีวิตบริเวณริมฟุตบาทภายในหมู่บ้านกฤษดานคร ซ.22 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นสวิฟ สีขาว บริเวณข้างรถพบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดง ลายขวาง กางเกงขาสั้น เจเจ สีเขียว ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกชัย ศรีประสิทธิ์ อายุ 32 ปี อาชีพช่างกระจกบริษัทแห่งหนึ่ง สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณข้อมือขวา 1 แผล / แขนขวา 1 แผล / ใต้รักแร้ขวา 1 แผล และต้นขาขวา 2 แผล รวมทั้งหมดจำนวน 5 แผล   จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีปากเสียงและชกต่อยกับอดีตสามีของแฟนสาว ทางคู่กรณีได้พกอาวุธมีดมาด้วย เห็นว่าสู้ไม่ได้จึงได้ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงผู้ตาย จากนั้นได้นำมีดไปทิ้งในป่าภายในซอยที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้รอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านของตนเองภายในหมู่บ้านเดียวกัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LV0xxxCVe-w

 587
อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

สามีเก่าหึงโหดต่อยสู้ไม่ได้ คว้ามีดกระหน่ำแทงสามีใหม่ของอดีตแฟนสาวดับ

นนทบุรี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธมีดแทงกันเสียชีวิตบริเวณริมฟุตบาทภายในหมู่บ้านกฤษดานคร ซ.22 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ยี่ห้อ ซูซูกิ รุ่นสวิฟ สีขาว บริเวณข้างรถพบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายจมกองเลือดใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดง ลายขวาง กางเกงขาสั้น เจเจ สีเขียว ทราบชื่อต่อมาคือนายเอกชัย ศรีประสิทธิ์ อายุ 32 ปี อาชีพช่างกระจกบริษัทแห่งหนึ่ง สภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณข้อมือขวา 1 แผล / แขนขวา 1 แผล / ใต้รักแร้ขวา 1 แผล และต้นขาขวา 2 แผล รวมทั้งหมดจำนวน 5 แผล   จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายมีปากเสียงและชกต่อยกับอดีตสามีของแฟนสาว ทางคู่กรณีได้พกอาวุธมีดมาด้วย เห็นว่าสู้ไม่ได้จึงได้ใช้อาวุธมีดจ้วงแทงผู้ตาย จากนั้นได้นำมีดไปทิ้งในป่าภายในซอยที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นได้รอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ้านของตนเองภายในหมู่บ้านเดียวกัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนจะนำตัวผู้ก่อเหตุส่งพนักงานสอบสวนสภ.ปากเกร็ดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LV0xxxCVe-w

 587

Top