ค้นหา :

ผลการค้นหา "นนทบุรี"

ข่าวภูมิภาค
24 พ.ย. 60

สบส.แจ้ง 4 ข้อหาคลินิกเสริมความงามย่านรัตนาธิเบศร์ ฉีดโบท็อกซ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียน

นนทบุรี-จนท.กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบคลินิกเสริมความงามย่านรัตนาธิเบศร์ หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่าผู้ให้บริการในคลินิกดังกล่าวเป็นหมอเถื่อน   จากการตรวจสอบคลินิกเสริมความงามดังกล่าว พบว่าคลินิกแห่งนี้มีการขออนุญาตเปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ให้บริการเสริมความงามทั้งฉีดโบท็อกซ์, ฟิลเลอร์ และร้อยไหม โดยในขณะที่เข้าตรวจสอบไม่พบผู้ดำเนินการ แต่พบผู้ให้บริการจำนวน 2 คน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ให้บริการทั้ง 2 คนไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม และยังพบสารโบท็อกซ์ คอลลาเจน และวิตามินซี ฯลฯ บางส่วนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย.   จึงได้แจ้งข้อหา 4 กระทงกับผู้กระทำผิด ได้แก่   1. ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ถือว่าเป็นหมอเถื่อน มีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   2. จำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท   3. จำหน่ายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   4. ผู้ดำเนินการปล่อยให้บุคคลอื่นที่มิใช่แพทย์ทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล มีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของแพทย์จะส่งเรื่องให้แพทย์สภาพิจารณาดำเนินการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qdCgbMIBLsA  

 5,401
ข่าวภูมิภาค
24 พ.ย. 60

วงจรปิดจับภาพ คู่ชายหญิงปีนรั้วอพาร์ทเม้นท์ทวงหนี้โหด อ้างเป็นทหาร

นนทบุรี-วงจรปิดจับภาพชายสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีม่วง สวมกางเกงวอร์มขายาวสีเทา กำลังปีนข้ามรั้วอพาร์เมนท์เข้าไปด้านใน จากนั้นได้หยิบเก้าอี้ไม้ส่งให้หญิงสาวผมยาว สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมกระโปรงสั้นสีเทา ปีนข้ามรั้วตามเข้าไปด้านใน ต่อมาผู้หญิงคนดังกล่าวได้หยิบกระถางที่วางอยู่ข้างกำแพงทุ่มลงกับพื้นจนแตกกระจาย   จากนั้นทั้งคู่ได้เปิดประตูรั้วเดินออกไปที่รถยนต์ ผู้หญิงได้หยิบไม้เบสบอลออกมาจากกระโปรงหลังรถและเดินเข้ามาด้านในออฟฟิศ กล้องตัวที่ 2 อยู่ใต้บันได้สามารถจับภาพคนทั้ง 2 ได้อีกเมื่อเวลา 13.37 น.โดยมีหญิงสาวเดินนำหน้าและผู้ชายถือไม้เบสบอลเดินตาม จากนั้นได้เดินขึ้นไปที่ชั้น 2 เปิดประตูห้องพักและเข้าไปด้านในห้องพัก   จากการสอบถามผู้เสียหาย ทราบว่าเรื่องมีอยู่ว่าตนไปซื้อโทรศัพท์มือถือราคา 21,000 บาท จากนั้นตนได้จ่ายเช็คให้ไปแต่เช็คมันเด้ง ต่อมาทั้งคู่ได้เดินทางมาทวงเงินที่อพาร์ทเม้นท์ โดยคนทั้งสองได้ปีนรั้วเข้ามาด้านใน ในขณะที่ตนเองอยู่บนชั้น 2 เมื่อทั้งคู่เข้ามาด้านในแล้วตนจึงได้พยายามเคลียร์เรื่องหนี้สินแต่ทั้งคู่ไม่ยอม ตนจึงขอเวลาออกไปยืมเงินเพื่อนแล้วค่อยกลับมาเอาเงิน   ต่อมาผู้หญิงได้เดินเข้ามาอีกครั้งพร้อมไม้เบสบอลเข้ามาเคาะและเขี่ยไปมา ตนจึงขอตัวออกไปหาเงินตอนเวลาประมาณ 13.00 น.ซึ่งตนพยายามหาเงินมาให้และตนได้เดินทางไป สภ.ปากเกร็ดเพื่อลงบันทึกประจำวันว่าจะใช้หนีโดยแบ่งจ่าย ในขณะเดียวกันไฟที่อพาร์ทเม้นท์ก็ดับ ตนจึงให้ลุงเล็กไปตรวจคัทเอาท์และเปิดไฟ   ต่อมาไฟก็ดับอีกคนข้างอพาร์ทเม้นท์ได้ยินเสียงมีของแตกซึ่งกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพได้ ตนคิดว่าของแตกเล็กน้อย จากนั้นเวลา 19.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุแต่ไม่ได้ทำอะไรให้ และเวลา 20.00 น.ทั้งสองคนได้เข้ามาเคลียเงินหนี้สินกันและแยกย้ายกันกลับ เมื่อตนกลับถึงที่พักพบว่าถูกทำลายข้าวของเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ และแจ้งความว่าเกิดความเสียหายและลูกค้าที่พักไม่ปลอดภัย ซึ่งทางคู่กรณีใช้ความเป็นทหารและอ้างเป็นหลานตำรวจซึ่งเราพยายามที่จะเคลียร์แล้ว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบว่ามีทรัพย์สินสูญหาย ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน พร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตามหาผู้ต้องสงสัยว่าเป็นใคร จากนั้นจะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/noeACP08cM4    

 70,295
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ย. 60

สั่งปิดศูนย์ตอกเส้น-จับ 5 พนง. 'พระมหาสีไพร' ยันเป็นการรักษาทางเลือก ท้าหากผิดจริงพร้อมสึก

นนทบุรี-เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจสอบและทำการปิดศูนย์ตอกเส้น สาขาปากเกร็ด พร้อมทั้งจับกุมผู้ที่ทำการตอกเส้นจำนวน 5 คน ส่ง ตร.สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยโดยมิได้รับอนุญาต ผู้ถูกกล่าวหาได้ขอประกันตัวออกไปคนละ 10,000 บาท   ด้านพระมหาสีไพร อาภาธโร ได้เดินทางเข้าเยี่ยมศิษยานุศิษย์ ที่ถูกจับกุม พร้อมกล่าวว่า เตรียมใจไว้ก่อนตั้งแต่วันแรกที่ให้ข่าวไปแล้ว ว่าขาข้างหนึ่งอยู่ในคุก อีกข้างอยู่บนความทุกข์ยากของประขาชนที่เจ็บป่วยต่างๆ ยันที่ผ่านมาได้ติดต่อยื่นเรื่องต่อสภาแพทย์แผนไทย สบส.เพื่อขอการรับรองให้ถูกกฎหมายมาโดยตลอด ลั่นหากสอบสวนว่าตนมีความผิด ก็จะขอลาสิกขาจากการเป็นพระ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/geLRv4gWOHE  

 42,302
การเมือง
15 พ.ย. 60

ผู้บริหารท้องถิ่นนนทบุรีร่วมให้กำลังใจผู้ว่าฯ เรียกร้อง มท.หากไม่ผิดส่งตัวกลับมาปฏิบัติหน้าที่

    เมื่อเวลา 14.30 น กลุ่มภาคเอกชนและกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี รวมทั้งประชาชน กว่า 700 คน  ได้มาร่วมกันแสดงความเห็นและให้กำลังใจ นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีที่ถูกคำสั่งให้ย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีนายสุธี ทองแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี มารับหนังสือและช่อดอกไม้แทน โดยเกือบทั้งหมดต่างแสดงความเห็นว่า หากผลสอบสวนของกระทรวงมหาดไทย พบว่าผู้ว่าไม่ผิดก็ขอให้รีบส่งนายภานุ กลับคืนมาบริหารราชการจังหวัดนนทบุรีโดยด่วน        โดย นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศมนตรีนครปากเกร็ด กล่าวว่า "ผู้ว่าฯภานุ มาทำงานได้เพียงหนึ่งเดือน ลงพื้นที่ดูแลชาวบ้านทุกวัน ในส่วนของเขตเทศบาลนครปากเกร็ด ก็เข้ามาแก้ไขดูแลปัญหาน้ำท่วมที่ผ่านมา พร้อมวางแนวทางแก้ไขจนทุกอย่างดีขึ้น "อยากให้ทุกคนเข้าใจว่าเราคนไทยทุกคนรักและเทิดทูนในหลวง รัชกาลที่ 9 เหมือนกัน หลายๆคนไปปักหลังนอนที่ท้องสนามหลวงเป็นเวลาหลายๆวันยังไม่ย่อท้อ แล้วนี่รอช้าเพื่อถวายดอกไม้จันทร์ในวันงานซึ่งมีคนมาเป็นจำนวนมาก ตนคิดว่าน่าเห็นใจท่านมากเพราะเท่าที่ทราบท่านเองก็แต่งชุดจิตอาสามาดูแลงานแต่เช้ามืด ตรงนี้ขอความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่ในกระทรวงด้วยครับ หากผลสอบไม่มีความผิดก็ขอท่านคืนให้แก่ชาวนนทบุรีด้วย"

 2,610
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 60

ตร.ลุยกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวบชาวจีน-ไต้หวันได้ 8 ชีวิต

นนทบุรี-ตร.จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวต่างชาติได้จำนวน 8 คน เป็นชายชาวไต้หวันจำนวน 4 คน และหญิงชาวจีน 2 คน ชายชาวจีน 2 คน หลบมาอาศัยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี พร้อมหลักฐานเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และตัวแปลงสัญญาณระบบโทรศัพท์   ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่าได้เข้าจับกุมตามนโยบาลรองนายกรัฐมนตรี ในเรื่องขอแก๊งโอเวอร์สเตย์ หรือคนที่อยู่เกินกว่ากฏหมายอนุญาต ซึ่งมีอยู่ในประเทศไทยเกินกว่า 2 แสนคน แต่ที่สำคัญบุคคลที่อยู่เกินกำหนดดังกล่าวแล้วได้เข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศไทย และอาชญากรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้นคือแก๊งคอลเซนเตอร์ ได้มีการไล่ล่าจับกุมแก๊งดังกล่าวที่ผ่านมาได้ขออนุมัติหมายศาลออกจับไปแล้วกว่า 89 หมาย   โดยทาง ผบ.ตร.ได้ออกคำสั่งให้มีชุดปฏิบัติการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ซึ่งระบาดและสร้างปัญหาให้กับประชาชนอย่างมากและทำให้รัฐสูญเสียรายได้มหาศาล วันนี้ได้มีการขยายผลจับกุมจากการออกหมายจับ 89 หมาย จับกลุ่มแก๊งชาวจีนและชาวไต้หวันได้จำนวน 8 คนยึดอุปกรณ์วิดีโอไอพี เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ และอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการหลอกลวงประชาชน นักธุรกิจและนักท่องเที่ยว มีการยึดอุปกรณ์ของกลาง คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และศูนย์ที่ตั้งเป็นเซนต์เตอร์ขึ้นมา   ปัจจุบันแก๊งดังกล่าวได้กลับมาระบาดอีกครั้ง มีการใช้แปลงสัญญาณหมายเลขของรัฐ เช่นการหลอกลวงอาญัติบัตรเครดิต เป็นต้น มีการให้โอนเงินออกจากบัญชี มีการพัวพันกับยาเสพติด เป็นพฤติกรรมหลอกลวงซ้ำๆ ถ้ามีการโทรไปขอข้อมูลส่วนบุคคลประชาชนอย่าให้เป็นอันขาด ถ้าจะตรวจสอบให้ตรวจสอบกับสถาบันการเงินโดยตรงห้ามทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์เด็ดขาด   ซึ่งในพื้นที่ กทม.ได้ออกจับทั้งหมด 7 จุดเป็นชาวจีน ไต้หวัน และคนไทย เจ้าหน้าที่มีการดำเนินคดีความผิดทาง พ.ร.บ.ฉ้อโกงประชาชน และความผิดฐานสนับสนุนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ในการขับกุมแก๊งคอลเซนเตอร์มีการบูรณาการในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะกรุงเทพ พัทยา ภูเก็ต สำหรับคนที่อยู่เกินกว่ากฏหมายกำหนดตำรวจท่องเที่ยวรับผิดชอบหลักในเรื่องการปราบปราม ได้มีการให้ออกกวาดล้างปราบปรามทั่วทุกพื้นที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WySmWr9OnRQ  

 5,977
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 60

สลด ลูกหมูป่าใต้ทางด่วนแจ้งวัฒนะ ถูกฟันหลังเหวอะ คาดเตรียมนำไปทำอาหาร

นนทบุรี-จนท.นำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณชุมชนใต้ทางด่วน หมู่ 8 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีลูกหมูป่าถูกฟันได้รับบาดเจ็บ   ในที่เกิดเหตุพบลูกหมูป่า เพศผู้ อายุราว 2 เดือน เดินหากินอยู่ในฝูง 4 ตัว ที่บริเวณหลังมีบาดแผลเหวอะหวะยาว 8-10 นิ้ว เป็นที่น่าเวทนากับผู้พบเห็น สอบถามทราบว่าฝูงหมูป่าดังกล่าว มีนายอภิรักษ์ ทองพรหม อายุ 52 ปี เป็นเจ้าของ ซึ่งอยู่ในชุมชนใต้ทางด่วน   โดยนายอภิรักษ์เล่าว่าหมูป่าทั้ง 4 ตัว เดิมทีเป็นหมูป่าเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ใต้ทางด่วนมานานกว่า 1 ปี ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาวางกรงดักจับหมูป่าไปแล้วกว่าร้อยตัวและได้ขนย้ายออกจากพื้นที่ เนื่องจากหมูป่าขยายพันธ์อย่างรวดเร็วและออกเดินหากินเพ่นพ่านจนบางครั้งขึ้นไปบนทางด่วน เกรงจะเป็นอันตรายกับคนใช้รถที่ขับผ่านมารวมทั้งฝูงหมูป่าที่อาจโดนรถชนได้ อีกทั้งบางครั้งก็สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับคนที่ไม่รักสัตว์ในชุมชนใต้ทางด่วนแห่งนี้   ในส่วนของตนเองได้รับเลี้ยงไว้ จำนวน 4 ตัว ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา ขณะที่หมูป่าพากันเดินหากินอยู่ในพงหญ้าใกล้บ้าน มีคนร้ายแอบเข้ามาใช้มีดฟันลูกหมูป่า หวังจะฆ่าเพื่อนำไปเป็นอาหาร แต่ไม่สำเร็จ ฝูงหมูป่าได้พากันวิ่งหนีรอดมาได้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่และทีมงานได้รักษาบาดแผลให้กับลูกหมูป่าตัวดังกล่าวแล้ว และนายอภิรักษ์เตรียมจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ให้ติดตามจับกุมคนใจร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bbzCca_eufo

 23,062
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ย. 60

เร่งสืบสวนหาคนร้ายฉกเงิน 6 ล้านจากรถขนเงินกลางลานจอดรถห้างดังย่านบางใหญ่

นนทบุรี-ตร.วางแนวทางและเร่งรัดการติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์จากรถขนเงินบริษัท Brinks จำกัด ย่านสีลม ภายในลานกว้างก่อนเข้าลานจอดรถห้างเซ็นทรัล เวสเกต สาขาบางใหญ่ ถนนกาญจนาภิเษก ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ได้ถุงบรรจุเงินสดจำนวน 2 ถุง ภายในบรรจุเงินสดถุงละ 3 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 6 ล้านบาท และหลบหนีไป   โดยเจ้าหน้าที่กองวิทยาการได้มาเก็บร่องรอยลายนิ้วมือที่รถขนเงินไว้เป็นหลักฐาน มีการออกตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง สอบปากคำพนักงานขนเงินทั้ง 2 ราย และสอบพยานแวดล้อม เพื่อหาหลักฐานในการนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีรวมทั้งติดตามเงินสดที่หายไป   จากการสอบสวนทราบพนักงานขับรถขนเงิน มาจอดยังจุดเกิดเหตุเพื่อเข้าไปรับเงินจากร้านทรู ภายในห้างดังกล่าว หลังจากนั้นได้กลับมาที่รถพบว่าประตูเปิดอ้าอยู่ ด้วยความตกใจจึงเข้าไปสำรวจทรัพย์สินซึ่งเป็นถุงใส่เงินจำนวน 13 ถุง โดยมีถุงเงินที่ไปรับมาจากธนาคารไทยพาณิชย์ หายไปจำนวน 2 ถุงๆละ 3 ล้านบาท ส่วนอีก 11 ถุงซึ่งเป็นเงินปลีกย่อยคนร้ายไม่ได้แตะต้อง   ซึ่งทั้งคู่ยืนยันว่าระหว่างขึ้นไปรับเงินที่บริษัททรูได้ทำการล็อคประตูรถขนเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ทราบว่าประตูรถเปิดอ้าได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบแล้วไม่พบร่องรอยการงัดแงะแต่อย่างใด เบื้องต้นได้นำตัวทั้งคู่กลับไปที่บ้านพักในกรุงเทพ เพื่อตรวจค้นหาหลักฐานและสอบสวนอย่างละเอียดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับคนร้ายหรือไม่   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถปิคอัพ ยี่ห้ออีซูซุ ขับวนเวียนไปมาหลายรอบใกล้จุดที่รถขนเงินจอดอยู่ แต่กล้องไม่สามารถมองเห็นภาพระหว่างที่คนร้ายก่อเหตุหยิบถุงเงิน เบื้องต้นเชิ่ือว่าน่าจะมีเกลือเป็นหนอนคอยชี้เป้าให้คนร้ายลงมือก่อเหตุในครั้งนี้อย่างแน่นอน ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดติดตามตัวคนร้ายก่อเหตุมาดำเนินคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7ofNtmdAiZQ    

 1,619
แชร์ออฟเดอะเดย์
08 พ.ย. 60

โลกออนไลน์แชร์คลิปหัวหน้า รปภ. ฟาดสุนัขไม่ยั้งก่อนลากขึ้น จยย. - ชาวบ้านประณามรับไม่ได้

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวีดีโอชายคนหนึ่งใช้ไม้กระหน่ำตีสุนัข 2 ตัวที่นอนอยู่ข้างป้อมยามของหมู่บ้านอย่างรุนแรงนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะนำสุนัขทั้งสองตัวที่ถูกตีจนสลบไปขึ้นรถจักรยานยนต์ก่อนขับออกไป และไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าวจะนำสุนัขไปทำอะไร   เหตุการณ์เกิดขึ้นหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าสอบถาม น.ส.โบว์ (นามสมมุติ) แม่ค้าขายอาหารตามสั่งที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุและเห็นเหตุการณ์วันเกิดเหตุ ระบุว่า สุนัขที่ถูกตี นอนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ไปทำอะไรใคร ไม่รู้จิตใจคนตีทำด้วยอะไร เห็นแล้วรับไม่ได้ เป็นภาพสลดใจ โดยส่วนตัว พอจะรู้จักคนที่ตีสุนัข ทราบว่านิสัยเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่สิ่งที่ทำในคลิปเกินกว่าเหตุมาก ทั้งที่สุนัขก็ไม่ได้ทำอะไรใครก่อน   ด้านนางพี (นามสมมุติ) ชาวบ้านที่อาศัยที่หมู่บ้านดังกล่าว ทราบว่าคนที่ตีสุนัขเป็นประธานหมู่บ้าน และเป็นหัวหน้า รปภ.เวลาปกติก็เป็นคนพูดจาดี เหมือนคนทั่วไป แต่พอเมาสุรา จะเป็นคนอารมณ์ร้าย ตนยังเคยถูกชายคนดังกล่าวกระชากคอเสื้อ เพราะมีปัญหากันเรื่องในหมู่บ้าน ก่อนหน้านี้ได้ยินแต่คนพูดกันว่า ชายคนนี้ตีสุนัขแต่ตนไม่เคยเห็น เพิ่งมาเห็นจากคลิปครั้งนี้ ตนรับไม่ได้ เสียใจและสะเทือนใจมาก สุนัขมันไม่มีทางสู้ ส่วนเรื่องจะนำสุนัขไปกินหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ  

 15,666
การเมือง
08 พ.ย. 60

มท.1 สั่ง ผวจ.ชลบุรี-นนทบุรี ช่วยราชการสำนักนายกฯ ชาวเมืองชลพอใจยอมสลายตัว

มท.1 เผยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีและนนทบุรีมาช่วยราชการประจำสำนักนายกฯ แทนการโยกย้ายสลับพื้นที่ ชี้เพื่อความเหมาะสมและป้องกันข้อครหา จากกรณีถูกประชาชนร้องเรียนจัดงานพระราชพิธีฯ   พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีไม่ได้พิจารณาวาระโยกย้ายนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายภาณุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี จากกรณีที่ประชาชนร้องเรียนไม่ได้รับความสะดวกในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 แต่ได้ใช้วิธีให้มาช่วยราชการที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราวซึ่งยังไม่ได้ระบุระยะเวลา ทั้งนี้การมาช่วยราชการไม่ถือเป็นการขาดราชการจากราชการในตำแหน่งเดิม   ส่วนเหตุผลที่ไม่โยกย้ายสลับพื้นที่นั้น พลเอกอนุพงษ์กล่าวว่า เนื่องจากได้คำนึงถึงความเหมาะสมและป้องกันข้อครหา จึงตัดสินใจให้มาช่วยราชการแทน   ขณะที่ชาว จ.ชลบุรี ได้รวมตัวกันกว่า 100 คน บริเวณหน้าศาลากลาง แสดงความพอใจกับคำสั่งย้ายผู้ว่าฯออกจากพื้นที่ ก่อนสลายตัวกันไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YF8FPWMxJTw      

 3,678
การเมือง
07 พ.ย. 60

มติครม.สั่ง ผวจ.ชลบุรี-นนทบุรีช่วยราชการสำนักนายกฯ แทนการโยกย้าย 'อนุพงษ์' ชี้ป้องกันข้อครหา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเผย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีและนนทบุรีมาช่วยราชการประจำสำนักนายกฯ แทนการโยกย้ายสลับพื้นที่ ชี้เพื่อความเหมาะสมและป้องกันข้อครหา จากกรณีถูกประชาชนร้องเรียนจัดงานพระราชพิธีฯ    พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีไม่ได้พิจารณาวาระโยกย้ายนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และนายภาณุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี จากกรณีที่ประชาชนร้องเรียนไม่ได้รับความสะดวกในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 แต่ได้ใช้วิธีให้มาช่วยราชการที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราวซึ่งยังไม่ได้ระบุระยะเวลา ทั้งนี้การมาช่วยราชการไม่ถือเป็นการขาดราชการจากราชการในตำแหน่งเดิม    ส่วนเหตุผลที่ไม่โยกย้ายสลับพื้นที่นั้น พลเอกอนุพงษ์กล่าวว่า เนื่องจากได้คำนึงถึงความเหมาะสมและป้องกันข้อครหา จึงตัดสินใจให้มาช่วยราชการแทน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 26,440
การเมือง
07 พ.ย. 60

มท.เตรียมพิจารณาย้ายผู้ว่า 4 จังหวัด ปมจัดวางดอกไม้จันทน์

มีรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ย.) กระทรวงมหาดไทยจะเสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้โยกย้ายข้าราชการตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด 4 ตำแหน่ง ได้แก่   1.นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ   2.นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี   3.นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี   4.นายภาณุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์   พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าผลการสอบสวนผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ นนทบุรี เกี่ยวกับการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ว่า ขณะนี้ผลการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จซึ่งต้องรอให้ครบตามกำหนด 7 วัน ทั้งนี้ตนเองไม่อยากจะสื่อสารหรือชี้แจงอะไรเพิ่มเติม เพราะพูดไปก็จะถูกนำไปสื่อสารบิดเบือนจนเกิดความเข้าใจผิด ดังนั้นจึงต้องรอผลการสอบสวนที่เป็นข้อเท็จจริง   อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นตนเองไม่คาดคิดว่าจะเป็นปัญหาที่บานปลาย เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการประชุมเตรียมความพร้อมงานต่างๆ ก็ได้มีการย้ำกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการให้ความสำคัญกับการบริการประชาชนเป็นหลัก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xg6bcb4O1as    

 33,169
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 60

เจ้าของหอพักโดนหลอกโอนเงิน ล่าสุดอายัดไม่ทัน สูญเงิน 2.5 ล้าน จ่อเรียกเจ้าของบัญชีสอบปากคำ

จากกรณีนางวลี  ศรีกลั่น  อายุ 68 ปี  เจ้าของอพาร์ทเม้นท์ในซอยงามวงศ์วาน 14 จ.นนทบุรี  ถูกคนร้ายแก๊งคอลเซนเตอร์โทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พล.ต.ต.หลอกให้โอนเงินไปจำนวน 2.5 ล้านบาท โดยอ้างว่านางวลีมีส่วนพัวพันกับการฟอกเงิน ให้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อตรวจสอบ ด้วยความตกใจจึงทำตามคนร้าย เมื่อทราบว่าโดนหลอกจึงได้เข้าแจ้งความเพื่อคิดตามคดี   ล่าสุดทาง ตร.แจ้งว่าไม่สามารถอายัดเงินจากบัญชีที่โอนไป 5 บัญชีได้ทัน เนื่องจากมีการถอนเงินไปใช้จ่ายแต่ล้ว ซึ่งทั้ง 5 บัญชีอยู่คนละจังหวัด ซึ่ง ตร.จะเรียกตัว 1 ในเจ้าของบัญชีมาสอบสวน ซึ่งอ้างว่ามีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีจริง ให้ญาตินำไปใช้ ซึ่งจะมีการตรวจสอบต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/70XBC4R9l5o  

 16,638
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ย. 60

รัก 4 เส้า ส.ต.ต.เคลียร์ปัญหารักไม่ลงตัว ชักปืนยิงตัวเองเจ็บสาหัส

เกิดเหตุคนยิงตัวเองกลางซอยถนนแจ้งวัฒนะ 28 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ ส.ต.ต.วุฒิชัย หุ่นประเสริฐ ผบ.หมู่ กองร้อยปฎิบัติการพิเศษ ที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. หน่วยอรินราช 191  มีบาดแผลถูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ยิงกลางศีรษะอาการสาหัส      สอบสวนหญิงสาวที่ยืนร้องไห้ในที่เกิดเหตุระบุว่า เคยอยู่กินกับ ส.ต.ต.วุฒิชัย นานกว่าปีครึ่งแล้ว ก่อนจะถูกภรรยาของ ส.ต.ต.วุฒิชัย จับได้และห้ามไม่ให้ตนมายุ่งเกี่ยวกับสามี ทำให้ ส.ต.ต.วุฒิชัย หนีไปบวช ส่วนตนเองก็มีแฟนใหม่ แต่ ส.ต.ต.วุฒิชัย ก็ยังแอบบมาหา ทำให้แฟนใหม่ของตนไม่พอใจไปฟ้องภรรยา ส.ต.ต.วุฒิชัย    ในวันเกิดเหตุ ส.ต.ต.วุฒิชัย ดื่มเหล้าจนเมาและมาหาตน บอกว่าจะมายิงแฟนใหม่ที่แอบไปฟ้องภรรยา ตนจึงขอร้องให้ใจเย็นๆ แต่ระหว่างเดินมาถึงกลางซอย  ภรรยาของส.ต.ต.วุฒิชัย  เดินมาเจอพอดีจึงตรงเข้ามาต่อว่าตนเองที่ยังแอบมาคบกับสามี ก่อนที่ ส.ต.ต.วุฒิชัย จะล้วงโทรศัพท์ออกมาขว้างทิ้ง และชักปืนจ่อยิงที่ศีรษะจนล้มคว่ำ ต่อหน้าตนเองและภรรยา                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/mprHyPt3FWQ

 29,335
สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ย. 60

แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกป้าโอนเงิน สูญกว่า 2.5 ล้าน

นางวลี  ศรีกลั่น  อายุ 68 ปี  เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ถูกคนร้ายแก๊งคอลเซนเตอร์โทรศัพท์มาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พล.ต.ต.หลอกให้โอนเงินไปจำนวน 2.5 ล้านบาท หลังอ้างว่าเหยื่อมีส่วนพัวพันกับการฟอกเงิน ออกอุบายให้โอนเงินเข้าบัญชีเพื่อตรวจสอบ ด้วยความตกใจผู้เสียหายจึงทำตามคนร้าย กระทั่งมาทราบว่าถูกหลอก จึงรีบมา แจ้งความให้ตำรวจติดตามเงินและจับกุมตัวคนร้าย     ด้าน พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์  เดชโชติพิสิฐ  ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  ระบุว่า ขณะนี้ได้ให้ชุดสืบสวนตรวจสอบหมายเลขบัญชีปลายทาง ตอนนี้ทราบชื่อเจ้าของบัญชีทั้งหมดแล้ว จากนี้จะเชิญตัวมาสอบสวนว่ามีส่วนรู้เห็นกับแก๊งนี้หรือไม่ ขณะเดียวกันก็ได้เร่งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ธนาคารทั้ง 5 บัญชี เพื่อให้ทำการอายัดเงินจำนวนดังกล่าว กำลังอยู่ระหว่างรอคำตอบจากทางธนาคารว่าจะสามารถอายัดเงินในบัญชีได้ทันหรือไม่ เนื่องจากผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/4Ql1pDzVnt8

 33,652
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ย. 60

ไม่เนียน! รวบชายวัย 32 หัวใสทำสลากปลอม หวังขึ้นเงินรางวัลที่ 1

ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลว่า มีมิจฉาชีพนำสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมไปขึ้นเงินรางวัล จึงนำกำลังไปตรวจสอบ   ตรวจสอบพบนายประนดนิรันดธ์ เพชรมุณี อายุ 32 ปี กำลังนำสลากกินแบ่งรัฐบาล ปรากฎตัวเลขบนฉลากหมายเลข 533726 ซึ่งเป็นเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 เมื่องวดวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ยื่นขอขึ้นรางวัลกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอยู่ จึงได้ร่วมกับนายจักรพงศ์ ขำคล้าย ตำแหน่งนิติกร 7 ประจำสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำการตรวจสอบ   จากการตรวจสอบสลากดังกล่าว พบว่าปรากฎตัวเลข 533726 แต่ข้อความภาษาอังกฤษใต้สลากที่เขียนว่า for six two sev for six และข้อความภาษาไทยข้างสลาก สี่ หก สอง เจ็ด สี่ หก นั้นไม่ตรงกับหมายเลขที่ปรากฎ จึงสรุปว่ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเลข จึงได้ทำการจับกุมและควบคุมตัวไปที่โรงพัก   จากการสอบสวน นายประนดนิรันดธ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าเมื่อวันที่ 1 พ.ย. เวลาประมาณ 16.00 น. ได้มีชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25-30 ปี นำสลากดังกล่าวจ้างให้ตนมาขึ้นรางวัลที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยจะได้รับค่าจ้างเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท หลังขึ้นเงินรางวัลเสร็จแล้วจะติดต่อมาอีกครั้งหนึ่ง   เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารสิทธิปลอม ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามหาชายคนที่ว่าจ้างมาเพื่อมาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ll0LOk6mIkY

 22,122

Top