ค้นหา :

ผลการค้นหา "นนทบุรี"

ข่าวภูมิภาค
15 มี.ค. 61

ชายอ้างตัวเป็น ผบ.สูงสุด เมาปลิ้นขี่ จยย.วนรอบไฟแดง ไม่รอดโดนจับเมาแล้วขับ

นนทบุรี-ตร.พบชายอายุ 33 ปี ขี่ รถจยย.ต้องสงสัย ขับขี่ในลักษณะวนไป-มาบริเวณโดยรอบสี่แยกไปแดง ขณะตรวจค้นพบห่อพลาสติดพันด้วยเทปสีดำจึงขอเปิดเพื่อตรวจสอบ แต่ผู้ต้องหามีการอ้างว่าตนเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด มาช่วยเหลือที่อำเภอบางใหญ่ สิ่งของที่พกมาเป็นเครื่องรางสำหรับช่วยเหลือประชาชน ไม่ได้มีสิ่งผิดกฏหมาย เป็นทหารในพื้นที่ มียศใหญ่เป็นผู้บัญชาการตำรวจทหารสูงสุด   จากนั้นทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ผลการตรวจวัดมีปริมาณแอลกอฮอล์ 96 มิลิกรัมเปอร์เซนต์ จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ขับขี่รถในขณะเมาสุรา   จากการสอบถามตร.ในที่เกิดเหตุทราบว่า วันเกิดเหตุได้ปฎิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกจราจรบริเวณดังกล่าว พบชายชับขี่รถจยย.ลักษณะวนไปมาหลายรอบตรงแยกไฟแดง มีลักษณะต้องสงสัยจึงได้เรียกตรวจค้น ผู้ต้องหามีกลิ่นสุราและอ้างตัวเป็นทหาร ยศผู้บัญชาการทหารสูงสุด   ตนจึงอธิบายให้ฟังว่าขอตรวจค้นห่อพลาสติกเนื่องจากเกรงว่าจะเป็นยาเสพติด แต่ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ช่วยเหลือประชาชน ตนจึงได้นำตัวมาเป่าแอลกอฮอล์ที่สถานี พบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ 96 จึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี ต่อมาหลังจากสร้างเมาผู้ต้องหามีอาการสงบไม่พูดจาอะไรอีก จากนั้นจะได้นำตัวส่งฟ้องศาล จ.นนทบุรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pFrnP9EpIXw  

 5,069
ประชาสัมพันธ์
13 มี.ค. 61

งานหัตถศิลป์ ถิ่นเมืองนนท์

งานหัตถศิลป์ ถิ่นเมืองนนท์ วันนี้-20 มีนาคม 2561 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YfOx3tq-1og  

 1,552
ข่าวภูมิภาค
08 มี.ค. 61

วงจรปิดจับภาพนาทีชีวิต ยายวัย 74 ปี เดินลงแม่น้ำเจ้าพระยาฆ่าตัวตาย

นนทบุรี-วงจรปิดจับภาพนาทีชีวิตหญิงสูงอายุวัย 74 ปี เดินลงแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณโป๊ะท่าเรือหอนาฬิกา อ.เมือง ชาวบ้านช่วยขึ้นมาได้แต่เสียชีวิตก่อนนำส่งโรงพยาบาล   จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายเดินถือถุงในมือตรงไปที่ท่าเทียบเรือโดยเดินวนไปวนมา ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปที่โป๊ะจอดเรือแล้วค่อยๆเดินลงหายไปในสายน้ำเจ้าพระยา   ซึ่งระหว่างนั้นมีเรือแล่นผ่านและชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นเห็นเหตุการณ์ ต่างพากันลงไปช่วยกันนำร่างขึ้นมาได้ แต่ผู้ตายสำลักน้ำเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคงเครียดจากปัญหาครอบครัวหรืออาจจะมาจากสุขภาพร่างกาย เนื่องจากมีอายุมากจะได้ติดต่อญาติมารับศพเพื่อไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/S4-WU9VnMK8    

 17,797
สังคม-อาชญากรรม
03 มี.ค. 61

เจ้าของบริษัทให้เช่ารถรุดแจ้งความถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกเช่ารถหรูไปจำนำเต็นท์

นางพัชรินทร์ ยิ้มแย้ม เจ้าของบริษัท ไอริณออโต้คาร์ อ.เมือง จ.สระบุรี เข้าแจ้งความร้อยเวร สภ.บางบัวทอง หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพทำทีมาเช่ารถยนต์หรูจำนวน 2 คัน มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท จากนั้นได้นำรถไปจำนำไว้ที่เต็นท์รถยนต์ใน อ.บางบัวทอง  จ.นนทบุรี โดยมี นายเม้ง เป็นผู้รับจำนำไว้ แต่เมื่อทวงถามกลับได้รับการปฏิเสธ                 ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/0tdGzqPKUcQ

 9,488
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 61

จับแม่เลือดเย็น ผลักลูกชาย 3 ขวบตกน้ำตายต่อหน้า อ้างเครียดไม่มีคนดูแล

นนทบุรี-ตร.จับกุมตัวแม่วัย 21 ปี หลังก่อเหตุผลักลูกชายวัย 3 ขวบตกน้ำด้วยมือตัวเอง โดยมีหลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพผู้ต้องหาซึ่งเป็นมารดา สวมเสื้อผ้าของกลางจูงมือเด็กไปยังบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกติดตามตัว สามารถจับกุมตัวได้ที่หน้าหมู่บ้านปิยวรารมย์ อ.บางบัวทอง จึงได้เข้าจับกุมตัว   จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่าเป็นคนผลักลูกชายตกลงไปในคลอง เนื่องจากตนเครียดเรื่องน้องที่ไม่มีคนดูแล ตนต้องทำงาน ก่อนเกิดเหตุยายของตนได้นำเด็กมาทิ้งไว้ให้ตนที่หน้าที่ทำงาน ตนทำงานไม่ได้ตนจึงได้พาน้องนั่งรถมาลงที่ที่เกิดเหตุ แล้วพาน้องมานั่งที่ริมคลอง นั่งตัดสินใจก่อนจะผลักน้องลงไป จากนั้นเห็นน้องคว่ำหน้าอยู่ในน้ำตนจึงเดินออกมา เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/S6HyMscf2mI  

 109,435
ข่าวภูมิภาค
22 ก.พ. 61

รอง ผบ.ตร.แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาแทงวัยรุ่นดับ ย่านเมืองนนทบุรี

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 22 ก.พ.61 ที่สภ.เมืองนนทบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผยช.ภ.1 พล.ต.ต.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนเมืองนนทบุรี เจ้าหน้าที่กำลัง นปพ.จ.นนทบุรี ได้ร่วมกันจับกุมตัว ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว    1. นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันพกพาอาวุมีดไปในเมืองหรือหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”    2. นายสุทธิศักดิ์ หรือ ติ๋ม วรรณจักร อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันพกพาอาวุธมีด ไปในเมือง หมู่บูานทาง สาธารณะโดยไม่มิเหตุอันควร” พร้อมด้วยของกลางประกอบด้วยอาวุธมีด จำนวน 1 ด้าม (อาวุธที่ใช้แทงผู้ตาย) และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน จำนวน 1 คัน ใช้หลบหนี    สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2559 เวลาประมาณ 22.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต แล้วหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณหน้าร้านสะดวก ซื้อ 7-11 ภายในปั้มน้ำมัน ปตท. ริม ถ.กรุงเทพนนท์ หมู่ 6 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี จากการตรวจสอบทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายอนันดา หรือ ต้า ศรีวรนันท์ ถูกแทงเข้าที่บริเวณชายโครงด้านขวา จากการสอบถามพยาน คือ กลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตที่ได้เดินทางมาด้วยกันทราบว่าขณะที่กลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตยืนอยู่หน้าร้าน สะดวกซื้อ 7-11 ได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นจำนวน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาภายในบริเวณปั้มที่เกิดเหตุ จากนั้นคนร้ายที่นั่งซ้อนท้าย ได้ลงจากรถและเดินเข้ามา ใช้อาวุธมีดปลายแหลมที่พกติดตัวมาแทงนายอนันดาได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีไป ส่วนนายอนันดาได้ถูกนำตัวส่ง รพ.เกษมราษฎร์ประชาชื่น เพื่อทำการรักษาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา    หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเร่งรัดสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตรวจสอบเส้นทางหลบหนี หาข้อมูลความเชื่อมโยงจากเพื่อนผู้เสียชีวิต เพื่อทราบ ตำหนิรูปพรรณผู้ก่อเหตุ สอบถามข้อมูลจากบิดามารดากลุ่มเครือญาติเพื่อทราบสาเหตุในการถูกแทงจนเสียชีวิตในครั้งนี้ จนกระทั่งสามารถทราบตัวหนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุคือนายเอ จึงได้รวบรวม พยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” และได้สืบสวนติดตามจับกุมตัวเรื่อยมา    ต่อมา พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนทุกชุด เร่งรัดการสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 ก.พ.2561 เวลาประมาณ 14.00 น. ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการกองปราบปราม สามารถติดตามจับกุมตัวนายเอ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว ได้ที่จังหวัดบึงกาฬ จากการสืบสวนสอบสวนขยายผล นายเอให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมลงมือก่อเหตุจริง โดยในวันเกิดเหตุทำหน้าที่เป็นคนขับขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนคนที่ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียชีวิต คือ นายสุทธิศักดิ์หรือ ติ๋ม วรรณจักร จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ นายสุทธิศักดิ์ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” จนกระทั่งสามารถสืบสวนติดตามจับกุมตัวนายสุทธิศักดิ์ได้ในเวลาต่อมา    โดยในชั้นจับกุมนายสุทธิศักดิ์ได้ให้การรับสารภาพโดยตลอดข้อกล่าวหาว่า ได้ร่วมกับนายเอก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนายอนันดาเสียชิวิตตามวันที่เกิดเหตุจริง สำหรับสาเหตุคือไม่รู้จักผู้เสียชีวิตมาก่อน ที่ก่อเหตุเพราะเกิดจากอาการมึนเมาจากยาเสพติด จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปทำการตรวจยึดอาวุธมีดและตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของกลาง แล้วได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยังจุดเกิดเหตุ จากนั้นจึงได้นำตัวผู้องหาพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.เมือง นนทบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 4,186
ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 61

ชายสติไม่ดีแย่งปืนตร.กลางถนนที่ปากเกร็ด ก่อนปืนลั่นเจ็บทั้งคู่

เกิดเหตุชายสติไม่ดีอาละวาดแย่งปืน ดาบตำรวจทยกร แก้ว โสม อายุ 47 ปี  ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.ปากเกร็ด บริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด มุ่งหน้าถนนแจ้งวัฒนะ  จ.นนทบุรี เป็นเหตุให้ปืนลั่นได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ เบื้องต้น ดาบตำรวจทยกร ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังจะเปลี่ยนเสื้อเพื่อไปกินข้าวกับเพื่อน แต่จู่ๆ ชายคนดังกล่าวก็เข้ามาแย่งปืนที่เอว กอดรัดฟัดเหวี่ยงจนกระสุนลั่น 3 นัด                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/wng2HzKl000

 4,453
ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 61

ตร.เร่งล่าตัวคนร้ายสวมไอ้โม่งบุกเดี่ยวจี้ร้านทองกลางห้างเมืองนนท์ กวาดไปได้กว่า 6 แสน

เกิดเหตุคนร้ายสวมหมวกไหมพรมไอ้โม่งบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ที่ร้านทองมังกรทองเยาวราช ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  ได้สร้อยคอและแหวนทองคำ หนักกว่า 30 บาท มูลค่ารวมกว่า 6 แสนบาท    จากการสอบถาม  น.ส.ศิริพร หรือแพร บุ่งหวาย อายุ 21 ปี พนักงาน เปิดเผยว่า คนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้าเหมือนไอ้โมง รูปร่างสูง ผอม ใส่แจ็คเก็ตแขนยาวสีดำ สวมกางเกงขายาวสีดำ สะพานกระเป๋าเป้สีดำ เดินเข้ามาในร้านยื่นกระเป๋าให้พร้อมยกปืนสั้นขู่ให้หยิบทรัพย์สินใส่กระเป๋า คนร้ายใช้ปืนยิงไปที่ตู้กระจกจำนวน 4 นัด ใช้มือหยิบทรัพย์สินทองรูปพรรณในตู้ไป ก่อนวิ่งไปขึ้นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีบรอนด์ ทะเบียน สข1074 กทม.ขับหลบหนีไป   ด้าน น.ส.วริศรา คงคะชาติ อายุ 36 ปี พนักงาน เล่าว่าก่อนเกิดเหตุเห็นชายสวมเสื้อสีเทา กางเกงน้ำตาล รูปร่างสูงเข็นรถเข็นมายืนดูอยู่หน้าร้านพักหนึ่งจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้าง หลังจากนั้นประมาณ 14.00 น.ได้มีคนร้ายขับรถเก๋งมาจอดด้านหน้าห้าง และเข้ามาปล้นชิงทรัพย์ไป โดยใช้อาวุธปืนยิงตู้กระจกทำให้เศษกระจกกระเด็นใส่ขาตนจนได้รับบาดเจ็บ     เบื้องต้นตำรวจ สภ.บางบัวทอง  ได้แจ้งชุดสายตรวจสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยแล้ว คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกับคนที่เข้ามาดูลาดเลาก่อน และเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้ามาก่อเหตุภายหลัง                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jZVkxATHKP4

 7,320
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 ก.พ. 61

รปภ.หื่นล็อกประตูหวังข่มขืน ลูกค้าสาวกลางห้องน้ำห้าง เคราะห์ดีพลเมืองดีช่วยทัน

นนทบุรี-สภ.บางกรวย รับแจ้งเหตุชายพยายามจะข่มขืนหญิงสาวภายในห้องน้ำหญิง แต่พลเมืองสามารถช่วยไว้ได้ทันและจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้ เหตุเกิดห้องน้ำหญิงชั้น 2 ห้างแห่งหนึ่งย่านราชพฤกษ์   ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ของห้างและประชาชนได้ช่วยกันจับกุมตัวนายสิทธิพงษ์ ธนะสุข อายุ 35 ปี ทำงานเป็น รปภ.ของบริษัท ไทยเซ็นทรัล อินเตอร์เนชั่นแนล ส่งมาประจำห้างที่เกิดเหตุ นายสิทธิพงษ์ อยู่ในชุดเครื่องแบบ รปภ.สภาพเลือดท้วมปากแตก เนื่องจากถูกประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้าจับกุมตัวนายสิทธิพงษ์   สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้มาเดินที่ห้างดังกล่าว และเข้าห้องน้ำหญิงชั้น 2 ระหว่างที่เข้าห้องน้ำอยู่นั้น นายสิทธิพงษ์ ได้เดินตามมาแล้วล็อคประตูทางเข้าห้องน้ำบานด้านหน้า ไม่ให้คนด้านนอกเข้ามาได้ จึงลงมือพยายามจะข่มขื่น แต่ผู้เสียหายต่อสู้ขัดขืนร้องให้คนช่วย ซึ่งในขณะเกิดเหตุมีแม่บ้านกำลังทำความสะอาดในห้องน้ำอีกห้องอยู่ แม่บ้านจึงได้ตะโกนเรียกให้คนช่วยและเปิดประตูด้านหน้าออกไป จนมีประชาชนที่เดินผ่านมาได้ยินจึงพังประตูเข้าไปช่วยไว้ได้ทัน และช่วยกันจับกุมตัวนายสิทธิพงษ์ ไว้ได้   ทั้งนี้ ตร.ระบุคนร้ายรายนี้มีพฤติกรรมเก็บตัว เป็นคนเงียบไม่พูดกับใคร เพิ่งมาทำงานที่ห้างได้ประมาณ 1เดือนและจากพฤติกรรมดังกล่าวจึงถูกเลิกจ้างในวันที่ 1 ก.พ.61 แต่เช้าวันเกิดเหตุก็ยังดื้อมาทำงานโดยที่ทางห้างไม่ทราบมาก่อน จนมาก่อเหตุดังกล่าว   เบื้องต้นผู้ต้องหายังไม่ให้การใดๆทั้งสิ้น อยู่ระหว่างประสานญาติให้เข้าสอบปากคำ ตรวจสอบสารเสพติดในร่างกายไม่พบ ส่วนประวัติทางจิตเวชไม่มีประวัติแต่อย่างใด จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นว่า กักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากอิสรภาพ ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ส่วนผู้เสียหายยังคงรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศิริราช เพื่อดูอาการ   จากการสอบถามพนักงานร้านอาหารภายในห้างดังกล่าว เป็นพลเมืองดีที่ปีนห้องน้ำเข้าไปช่วยเหลือผู้เสียหาย ทราบว่า ในช่วงเกิดเหตุตนมาทำงานกับเพื่อนอีกคนหนึ่งได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยจึงได้ชวนเพื่อนไปดู พบแม่บ้านห้างกำลังเปิดประตูห้องน้ำออกมาขอความช่วยเหลือเนื่องจากประตูใหญ่ด้านนอกถูกปิดล็อค   หลังเข้าไปได้จึงได้ปีนห้องน้ำด้านข้างขึ้นไปดูพบมีคนร้ายกำลังนั่งทับร่างผู้หญิงอยู่ ตนบอกให้หยุดแต่คนร้ายไม่หยุดตนจึงได้ปีนข้ามไปพร้อมกับเพื่อนและล็อคตัวคนร้ายไว้ เปิดประตูนำร่างออกมา ส่วนผู้เสียหายแม่บ้านและพนักงานหญิงได้ช่วยกันดูแล ตอนเกิดเหตุตนไม่ได้คิดอะไร แค่ต้องช่วยผู้หญิงให้ออกมาได้ก่อน โชคดีของตนที่แม่บ้านอยู่ด้านในและมาเปิดประตูใหญ่ให้ไม่อย่างนั้นก็เข้าไปไม่ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8LowY5NLTj4    

 32,058
สังคม-อาชญากรรม
13 ม.ค. 61

ลุยกวาดล้าง! รวบ 2 ชาวไต้หวันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รับหน้าที่ม้ากดเงิน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ร่วมกับตำรวจสภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี แถลงข่าวจับกุมตัว นายซื่อ ผิง และนายหลี่ เสีย จง ผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวไต้หวัน 2 คน หลังพบว่าคนร้ายทำหน้าที่เป็น ม้ากดเงิน เมื่อได้เงินออกมาก็จะนัดกันไปกดออกมานำเงินเข้าบัญชีของแก็งคอลเซ็นเตอร์ เบื้องต้นตั้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนแสดงตังเป็นบุคคลอื่น      พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  ระบุว่าได้ประสานกลับธนาคารในการเฝ้าระวังบัญชีในลักษณะพิเศษคือเมื่อมีการโอนเงินเข้ามาสามารถทำได้ แต่จะไม่สามารถถอนเงินออกไปได้เพื่อให้ทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกหลอกยังคงอยู่ในบัญชีต่อไป ขณะนี้สามารถอายัดเงินคืนมาได้กว่า 130 ล้านบาทแล้วและจะทำการตรวจสอบเพื่อเฉลี่ยเงินคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป                       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/f8M2KCMBL8U

 1,436
ข่าวภูมิภาค
12 ม.ค. 61

วิน จยย.ฉุนเจอกระบะปาดหน้า เปิดศึกชกต่อยก่อนถูกแทงสวนเจ็บ ล่าสุดยอมความไม่ติดใจทั้งคู่

โลกออนไลน์แชร์คลิปกรณีที่ผู้ขับรถยนต์กระบะใช้อาวุธมีดแทงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บ บริเวณห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี เหตุเพราะวิวาทกันเรื่องขับรถตัดหน้า ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ระบุผู้ขับขี่รถจยย.เป็นฝ่ายผิด เปิดเรื่องชกผู้ขับขี่รถกระบะก่อน จึงถูกแทงสวนกลับจนได้รับบาดเจ็บ   จากการตรวจสอบพบว่าชายที่ตะโกนด่าและถืออาวุธมีดในที่เกิดเหตุคือ นายณัฐรพัฒน์ วิชัยภูมิ อายุ 27 ปี เป็นชาว จ.ร้อยเอ็ด เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ และชายที่ถูกอาวุธมีดจนได้รับบาดเจ็บเย็บ 13 เข็มคือ นายสุรชัย อาชีวะ อายุ 28 ปี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้างวินหน้าห้างดังกล่าว ชาว จ.นนทบุรี เป็นผู้ขับขี่รถจยย.   ซึ่งล่าสุดคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมและสามารถตกลงยอมความกันไม่ติดใจด้วยกันทั้งคู่   ด้านวิน จยย. กล่าวว่าวันเกิดเหตุตนขับรถมาทางถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี พบรถยนต์กระบะขับปาดไปปาดมาและเบิ้ลรถ ตนคิดว่ามันไม่ใช่ถนนของรถคันเดียว ตนไม่พอใจและขับตามไปจนพบว่าเขาเลี้ยวเข้าไปในห้างจึงขับตามไปเพื่อไปต่อยเขา จากนั้นเขาได้ถือมีดลงมาโดยตนถือหมวกกันน็อก จนเขาเหวี่ยงมีดมาถูกตนจนเลือดออก ตนจึงวิ่งไปห้องพยาบาลและนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า ตนยอมรับว่าไปชกเขาก่อนสาเหตุเพราะขับรถปาดไปปาดมา เบิ้ลรถ ไม่สนใจใคร ตนไม่ชอบตรงนี้ไม่พอใจมันหยามกันเกินไป ทางเขาก็มีขู่ว่าเดี๋ยวเจอปืน ทำให้สู้กันจนตนได้รับบาดเจ็บ   ด้าน ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว เบื้องต้นเป็นเรื่องทำร้ายร่างกายกัน และต่อสู้กัน ซึ่งเราต้องดูเรื่องการบาดเจ็บและผลแพทย์จึงจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้ ซึ่งหลังจากทั้งสองได้มาพบและปรับความเข้าใจกันก็เลิกแล้วต่อกัน ไม่ติดใจเอาความทั้งคู่ มันเป็นเรื่องอารมณ์ร้อนและกระทบกระทั่งกัน และรับปากว่าจะไม่ใช้อารมณ์อีก จากเรื่องดังกล่าวขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใจเย็น อย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4OhsfNruuwQ    

 6,436
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 ม.ค. 61

ฟังความ 2 มุม แม่ค้า vs นร.สาว ม.5 ตบสนั่นกลางตลาด ปมเดิมช้า-โดนด่าไม่มีการศึกษา

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิด ภายในตลาดแห่งหนึ่ง จับภาพเหตุการณ์ นักเรียนหญิงคนหนึ่ง ถูกแม่ค้าในตลาด 3 คน รุมทำร้ายร่างกาย ทั้งตบตี และใช้เท้าเตะ โดยมีผู้ชายอยู่ในเหตุการณ์ด้วย แต่ยืนดูในลักษณะคุมเชิง    เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ ตลาดบีบี มาร์เก็ต พาร์ค อ.บางใหญ่ นนทบุรี โดย น.ส.เอ(นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนหญิงชั้น ม.5 ที่ถูกทำร้าย ได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางใหญ่ทันทีหลังเกิดเหตุ    จากการดูกล้องวงจรปิด โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 16.40 น. แม่ค้าที่สวมชุดลายทหาร เดินคุยโทรศัพท์ออกมาจากร้านขายเสื้อชั้นในสตรี เดินมาที่ม้านั่งข้างตู้ขายน้ำดื่ม แล้วไปหยุด ยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าร้านขายน้ำ จากนั้นก็เดินหายไปจากกล้อง  จากนั้นเวลา 16.43 น. แม่ค้าคนเดิมกลับมาบริเวณตู้ขายน้ำ มายืนคุยกับแม่ค้าคนอื่นๆในตลาด ก่อนที่เพื่อนชายที่มากับนักเรียนสาว เดินมาที่จุดดังกล่าว แล้วมีปากเสียงกับแม่ค้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ น.ส.เอ จะเดินเข้ามาในที่เกิดเหตุ แล้วร่วมมีปากเสียงด้วย ก่อนจะเกิดเหตุรุมทำร้ายในที่สุด   ในเวลาต่อมา น.ส.เอ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง พร้อมด้วยมารดา และน้าสาว เดินทางไปให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่  น.ส.เอ เล่าเหตุการณ์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนไปที่ตลาดที่เกิดเหตุพร้อมกับเพื่อนชาย เพื่อจะนำของไปส่งให้ลูกค้า ระหว่างที่เดินก็ได้กดโทรศัพ์มือถือไปด้วยเพื่อติดต่อนัดหมายกับลูกค้า จู่ๆก็มีหญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 40 ปี เดินอยู่ข้างหลัง พูดขึ้นมาว่า “ถ้าเดินแบบนี้ไปเดินในห้างไหม ?” แล้วยังถามอีกว่า “ไม่มีการศึกษาหรือ ?” ตนไม่พอใจ จึงหันไปพูดตอบโต้ว่า “แล้วป้ามีการศึกษาหรือเปล่า ?” จนมีการด่าทอกันไปมาด้วยคำหยาบคาย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป คิดว่าไม่ได้มีเรื่องอะไรต่อ   แต่ระหว่างที่ตนกับเพื่อนชายเดินกลับไปที่รถ ผู้หญิงคู่กรณีปรี่เข้ามากระชากผม และยังมีผู้หญิงอีก 2 คนอายุประมาณ 30-35 ปีเข้ามาช่วยกันรุมทำร้ายตน จนล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับเตะซ้ำ โดยมีชายวัยรุ่นที่มีรอยสักที่แขน 2 คนคอยยืนคุมเชิง ไม่ให้เพื่อนชายที่มาด้วยนั้นเข้ามาช่วย โดยพูดว่า “เรื่องของผู้หญิงมึงอย่ายุ่ง” ก่อนที่พลเมืองดีจะเข้ามาห้าม น.ส.เอ บอกอีกว่า คู่กรณียังพูดใส่ตนอีกว่า “อย่างมากก็เสียค่าปรับ 500 กูก็จะตบมึงอีก”    เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนได้รับบาดเจ็บ มีรอยเล็บข่วนที่หางคิ้วขวา เป็นแผลที่หัวเข่าและหลังมีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย รวมถึงโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 7 พลัส หน้าจอแตกร้าวจากการถูกรุมทำร้ายด้วย   ในเวลาต่อมา หญิงวัย 49 ปี แม่ค้าผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า น้องผู้หญิงกับผู้ชายเดินกอดคอกันมาเดินเบี่ยงซ้าย เบี่ยงขวา ประมาณ 3 รอบ ตนจึงบอกว่าจะไปทางไหนก็ไปสักทาง จากนั้นน้องเขาก็พูดจาไม่ดี ตนจึงพูดไปว่ามีการศึกษาพูดจาแบบนี้เหรอ จากนั้นก็มีการด่ากันหยาบคาย จากนั่นก็แยกย้ายกัน จนต่อมาน้องผู้ชายเดินมาที่หน้าร้านและพูดว่าป้าจะเอายังไง ตนจึงถามไปว่ายังไม่จบอีกหรือ น้องผู้หญิงก็มาชี้หน้าว่านี่ไง จากนั้นตนก็ตบไปและมันก็ชุลมุนกันตนไม่รู้ว่าใครมาช่วยบ้าง ไม่มีใครรุมน้องเขา ตนไม่ได้โทรเรียกใครแต่คุยธุระเรื่องงานอยู่ เขาไม่ได้มาขอโทษแต่เขามาเหมือนหาเรื่องเรา เราจะห้าสิบแล้วโตแล้วเขาด่าเราหยาบคายก้าวร้าว วันนี้ตนมารับทราบข้อกล่าวหา ตนยอมรับผิด   ขณะที่แม่ค้าอีก 2 คนที่อยู่ในคลิปอ้างว่าไม่ได้เข้ามาช่วยรุมทำร้าย แต่เข้ามาช่วยห้ามในช่วงชุลมุน วันนี้ตำรวจเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ก็ขอปฎิเสธไปเพราะไม่ได้รุมทำร้ายเขา   จากการสอบถามผู้จัดการตลาดเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ รปภ.ของตลาดได้รีบเข้าระงับเหตุทันที แม่ค้าที่ก่อเหตุเป็นแม่ค้าขายเสื้อชั้นในสตรี ขายของในตลาดมาประมาณ 10 ปีแล้ว เป็นคนอารมณ์ร้อน   หลังเกิดเหตุทางตลาดได้ไปพูดคุยทั้งกับผู้เสียหายและแม่ค้า ทราบว่าผู้เสียหายน่าจะเดินกีดขวางทางและเดินช้า ทำให้แม่ค้าไม่พอใจ จนมีการด่าทอกันและทำร้ายกัน สำหรับมาตรการของทางตลาด ตอนนี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะระงับการขายชั่วคราวหรือระงับการขายถาวร อยู่ระหว่างผู้บริหารประชุมหาข้อสรุป โดยต้องมีการพูดคุยกับทางแม่ค้าอีกครั้งเพื่อตรวจสอบที่มาที่ไป ส่วนทางเรื่องคดีต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fN9sZDywkYY  

 53,102
ข่าวภูมิภาค
11 ม.ค. 61

รถกระบะยางแตก เสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางชนเก๋ง แรงงานพม่าดับ 3 เจ็บ 6

นนทบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถกระบะบรรทุกคนงานชาวพม่า ขับมาทางวงเวียนนครอินทร์ มุ่งหน้าไปทางสะพานพระราม 5 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถได้เกิดเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางชนกันต้นไม้ เสาไฟฟ้าและตอม่อสะพานลอยคนเดินข้าม ก่อนที่จะแฉลบมาชนกับรถเก๋งที่กำลังขับมุ่งหน้าไปทางวงเวียน ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจำนวน 3 ราย ทั้งหมดเป็นชาวพม่า ส่วนคนเจ็บอีก 6 ราย   จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นสันนิษฐานว่า รถกระบะน่าจะเกิดอุบัติเหตุยางแตกเนื่องจากพบว่ามีรอยยางรถยนต์ครูดไปกับพื้นถนน ทำให้คนขับไม่สามารถบังคับรถได้ รถจึงเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางมาชนกับต้นไม้ เสาไฟฟ้า ก่อนที่จะมาปะทะกับรถเก๋ง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวคนขับรถกระบะมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหลังออกมาจากโรงพยาบาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nOSsMaCZdLY  

 5,482
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 61

หนุ่มวัย 32 ขี่ จยย.เสยท้ายแท็กซี่ ร่างกระเด็นติดคาฝากระโปรงท้ายเสียชีวิตสลด

นนทบุรี-หนุ่มวัย 32 ปี ครูสอนขับรถยนต์ ขับจยย.เสยท้ายแท็กซี่ บนช่องด่วนถนนกาญจนาภิเษก เขต สภ.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ทำให้ร่างกระเด็นติดคาฝากระโปรงท้ายเสียชีวิตสลด   จากการสอบสวนคนขับแท็กซี่ให้การว่า ขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุพบว่ามีรถยนต์ชนกันกลางช่องทางด่วนตนเองเลยจอดรถเพื่อจะลงไปช่วย จู่ๆคนตายซึ่งขี่จยย.มาด้วยความเร็วเพื่อจะไปทำงานก็เสียหลักพุ่งชนท้ายรถแท็กซี่ตนเอง จนร่างกระเด็นไปนอนเสียชีวิตคาฝากระโปรงท้าย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุว่าฝ่ายใดประมาท เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนศพผู้เสียชีวิตได้มอบให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช ก่อนมอบให้ญาติรับไปดำเนินการต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W6JL1WDwpT4  

 11,376
สังคม-อาชญากรรม
28 ธ.ค. 60

ตู้คอนเทนเนอร์หลุดจากรถพ่วง 18 ล้อ ทับรถเก๋งยุบทั้งคัน คนขับหวิดดับ ชาวเน็ตจวกโชเฟอร์ไม่ล็อคตู้ทำเกิดอุบัติเหตุ

นนทบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถพ่วงคอนเทนเนอร์ 18 ล้อ บรรทุกไม้อัด หลุดออกจากตัวรถทับรถเก๋ง จนท.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ รอดตายปาฎิหาริย์ ได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายข้อมือแตกกระดูกหัก เหตุเกิดบนถนนนครอินทร์ต่างระดับบางคูเวียง หมู่6 ขาออกมุ่งหน้าบางใหญ่   สอบสวนคนขับรถพ่วง เป็นชายอายุ 61 ปี ที่ยืนรอในที่เกิดเหตุ ให้การว่าขับรถจะนำสินค้าไปส่งย่านไทรน้อย ช่วงเกิดเหตุมีฝนตกตลอดทาง จู่ๆก็ได้ยินเสียงดังตึ้งก่อนที่น๊อตขึงตัวพ่วงจะหลุดออก ทำให้ส่วนท้ายของตู้พ่วงกระเด็นไปใส่รถเก๋งที่ตามมาแล้วทับใส่ตัวรถอย่างที่เห็น   ขณะที่คนขับรถเก๋งอีกรายที่ตามหลังรถคนเจ็บมา กล่าวว่า ช่วงนั้นเป็นทางโค้ง ฝนตกถนนลื่น ตนเห็นส่วนท้ายของตู้รถพ่วงหลุดออกมาจากตัวรถ คนขับที่ได้รับบาดเจ็บพยายามเบรคแล้วแต่ก็ไม่พ้นโดนตู้พ่วงทับรถทั้งคัน ส่วนตนเองตามหลังมาก็เบรคตัวโกร่งหักหลบทัน โชคดีที่รอดมาได้   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายวิเศษ คนขับรถพ่วง 18 ล้อ รายนี้ไปสอบปากคำที่โรงพัก เพื่อหาสาเหตุอีกครั้ง หากพบว่าประมาทก็จะแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   อย่างไรก็ตามในโลกออนไลน์มีการถกเถียงกันถึงการที่รถบรรทุกไม่ล็อคน็อตตู้คอนเทนเนอร์ จนทำให้หลุดเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยคนในแวดวงรถบรรทุกให้เหตุผลว่าหากไม่ล็อคตู้จะทำให้คว่ำเฉพาะตัวตู้ ไม่ได้คว่ำทั้งคัน ทำให้ส่วนหัวของตัวรถยังปลอดภัย เกิดความเสียหายไม่มาก ซึ่งมีชาวเน็ตมาแสดงความคิดเห็นและชี้แจงว่า ถ้าล็อคตู้แล้ว หากเกิดอุบัติเหตุหรือเข้าโค้งพลาด น้ำหนักของตู้จะทำให้ควบคุมรถลำบาก และคว่ำตกเหวง่าย แต่ถ้าไม่ล็อคตู้หากเข้าโค้งพลาด ก็แค่ตู้หล่น แต่ตัวรถไม่คว่ำไปด้วย เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับคนขับ แต่อาจไปหล่นใส่รถคันอื่น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/i7muw5Lgl-4    

 21,542

Top