ค้นหา :

ผลการค้นหา "นนทบุรี"

ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 61

สลด! 2 หนุ่มเดินข้ามถนน ถูกเก๋งดำพุ่งชน ดับคู่

วันที่ 3 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 01.00 พ.ต.ท.รพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม สว. (สอบสวน) สภ. บางกรวย ได้รับแจ้งเหตุ มีชาย 2 คน ข้ามถนนถูกรถเก๋งชนเสียชีวิต หน้าหมู่บ้านสีวลี หมู่ 5 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี  ที่เกิดเหตุบริเวณช่องทางด่วนพบรถเก๋งสีดำ สภาพรถพังยับ กระจกด้านหน้าแตกกันชนหลุด ไฟหน้าแตก ใกล้กันพบศพ ชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 30 ถึง 35 ปี นอนหงายเสียชีวิตสวมเสื้อกีฬาสีนำเงิน สวมกางเกงขาสั้น สภาพศพแขนหัก ศีรษะยุบ ใบหน้ามีบาดแผลลึก ส่วนอีก 1 ราย เป็นชาย นอนคว่ำเสียชีวิตอายุประมาณ 25 ถึง 30 ปี สวมเสื้อกล้ามสีขาว สวมกางเกงขาสั้น สภาพศพ บริเวณลำตัวมีรอยฟกช้ำจากแรงกระแทก มีแผลบริเวณใบหน้า   จากการสอบถามนายเสนีย์ เอี่ยมจุ้ย อายุ 29 ปี เล่าว่า ตนขับรถมาจากพระราม 8 กำลังจะกลับบ้านวิ่งเลนขวามาถนนมืดเห็นมีคนข้ามถนนอยู่ 2 คนกำลังจะข้ามฝั่ง พอเห็นก็ไม่ทันแล้วชนเข้าเต็มๆ วิ่งมาทางตรงไม่คิดว่าจะมีคน ข้ามถนน    เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบเอกสารในตัวผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน คาดว่าน่าจะเป็นคนงานในระแวกที่เกิดเหตุ คงต้องรอให้ญาติมาติดต่อถึงจะทราบว่าผู้ตายเป็นใคร ส่วนนายเสนีย์ จะนำตัวไปสอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย  

 1,721
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 61

โจรชะตาขาดบุกเข้าบ้านหวังลักทรัพย์ แต่ดันเผลอหลับ ตื่นขึ้นมาถูกลูกชายเจ้าของบ้านฮึดสู้รัดคอจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายเข้าบ้านพักประชาชนมีการต่อสู้และมีผู้เสียชีวิต ในซอยงามวงศ์วาน 18 ต.บางเขน อ.เมือง   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวส์เฮ้าส์ 3 ชั้น ที่หน้าบันไดชั้นล่างพบคนร้ายเป็นชาย นอนเสียชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบและกันพื้นที่ ภายในบ้านพบนายสหรัฐ ปุณณรัตน์กุล อายุ 56 ปี และนายทรงวุฒิ ปุณณรัตน์กุล อายุ 23 ปี นักศึกษาปริญญาโท ทั้งสองเป็นพ่อลูกกันและเป็นเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ยืนรอให้การอยู่   จากการสอบถาม นายทรงวุฒิ ทราบว่า ปกติครอบครัวจะอาศัยอยู่ที่ จ.สระบุรี ส่วนบ้านหลังนี้เอาไว้พักเวลาเข้ามา กทม. ส่วนใหญ่ตนและน้องสาวจะเข้ามาพักเฉพาะวันศุกร์-อาทิตย์ เพื่อมาเรียนหนังสือ แต่เมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) ตนเองเดินทางมาคนเดียวโดยรถตู้สาธารณะ เมื่อมาถึงบ้านเวลาประมาณ 20.00 น.จึงได้ไขประตูบ้านเข้าไป ระหว่างนั้นตนเองได้โทรศัพท์คุยกับพ่อตลอดเวลา ตนยังไม่ได้เปิดไฟแต่เท้าไปเตะกับข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ จึงคาดว่าน่าจะมีคนร้ายเข้ามาในบ้าน จากนั้นตนได้ขึ้นไปที่ห้องนอนชั้น 2 เพื่อสำรวจดูข้าวของในห้องแต่พบว่าห้องถูกล็อคจากข้างใน ตนจึงได้เอากุญแจไขเข้าไปดู พบคนร้ายนอนอยู่ โดยข้างตัวมีมีดวางอยู่ ตนจึงได้คว้ามีดที่วางอยู่ออกมา จึงทำให้คนร้ายตื่นขึ้นมาและต่อสู้กันจนคนร้ายหล่นมาที่ชั้นล่าง ตนจึงตามลงมาเพราะคิดว่าคนร้ายจะเข้าไปเอาอาวุธในครัว   จากนั้นตนได้ใช้แขนล็อคคอไว้จนคนร้ายนิ่งไป ซึ่งตลอดเวลาตนเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้ตลอด ทำให้พ่อได้ยินเหตุการณ์และขับรถมาจาก จ.สระบุรี เมื่อพ่อมาถึงคนร้ายก็นิ่งไปแล้ว และได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนว่าคนร้ายรายนี้เป็นใคร และยังไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป ต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบก่อนจึงจะสามารถทราบว่าคนร้ายรายนี้เป็นใคร        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kIxxYNT-KUs

 22,948
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 61

คนงานถูกไฟคลอกเสียชีวิตเพิ่มอีก 2 เหตุไฟไหม้โรงงานผลิตเครื่องสำอาง จ.นนทบุรี

จากกรณี วันที่ 29 พ.ย.61 เกิดเหตุเพลิงไหม้ลุกไหม้ภายในโรงงานผลิตเครื่องสำอางและนำเข้าเครื่องสำอาง ตั้งอยู่ในซอยพระแม่การุณ 25 จ.นนทบุรี โดยวานนี้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และสาหัส 3 ราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ความคืบหน้า วันที่ 30 พ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้บาดเจ็บจากการถูกไฟคลอกเพิ่มอีก 2 ราย คือนายณัฐกานต์ บัวบาง อายุ 25 ปี ถูกไฟคลอกร่างกายเสียหายกว่า 80% เสียชีวิตในระหว่างรักษาตัวที่ห้อง ICU เมื่อเวลา 01.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนอีก 1 ราย คือ นายจามร คำอ่อนสา อายุ 53 ปี เสียชีวิตเมื่อเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ระหว่างรับร่างเพื่อนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์   จากการสอบถาม นายศุภกฤต บัวบาง อายุ 59 ปี บิดาของนายณัฐกานต์  เผยว่า น้องเป็นคนนิสัยดีมาก เอื้อเฟื้อเพื่อแพร่ เป็นคนดูแลพ่อและน้องๆ ทำงานที่นี่ได้เดือนกว่าๆ เขาอยากทำงาน เมื่อวานเพื่อนเขาโทรมาบอกว่าลูกชายถูกไฟคลอก ตอนเกิดเหตุตนทำงานอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี จึงได้ขับรถกลับมา ตอนนี้ทางบริษัทแจ้งว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไฟไหม้โรงงานเครื่องสำอาง ดับ 1 สาหัส 3 - อีกที่โรงงานรีไซเคิล จ.ชลบุรี ถูกเพลิงเผา เสียหายทั้งโกดัง    

 1,776
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 61

ไฟไหม้โรงงานผลิตเครื่องสำอาง คลอกพนักงานดับ 1 เจ็บ 3 เผยก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงระเบิด

วันที่ 29 พ.ย. 61 เกิดเหตุไฟไหม้โรงงานพร้อมมีเสียงระเบิด ที่ซอยพระแม่การุณ 25 หมู่ 1  ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี    ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานเป็นผลิตเครื่องสำอางและนำเข้าเครื่องสำอาง มีผู้บาดเจ็บสาหัสจากการถูกไฟคลอก 3 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากการติดภายในอาคารเนื่องจากฝ้าเพดานถล่ม 1 ราย เจ้าหน้าที่เทศบาลนครปากเกร็ดนำรถดับเพลิงจำนวน 8 คันมาสะกัดเพลิง    จากการสอบถาม นายสมยศ อายุ 56 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัทดังกล่าว ทราบว่าขณะเกิดเหตุ ตนนั่งทำงานอยู่ชั้น 2 ซึ่งเป็นส่วนออฟฟิศ ได้ยินเสียงระเบิดที่ชั้นล่าง ซึ่งเป็นส่วนผลิตเครื่องสำอาง ตนยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด   (ขอบคุณภาพ กู้ภัย 444)  

 5,391
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 61

เมืองนนท์ จับจริง-ยกจริง จยย.ขับ-จอด บนฟุตปาธ วันเดียว 28 คัน

เพจเฟซบุ๊ก 'ข่าวคนนนท์' ได้เผยภาพเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงเทศบาลนครนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ได้ออกตรวจและจับกุมผู้กระทำผิด กรณีจอดรถมอเตอร์ไซค์บนทางเท้าบริเวณหน้าคอนโดลุมพินี ถนนนครอินทร์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี จำนวน 28 คัน โดยได้รับสนับสนุนรถบรรทุก 6 ล้อ ขนของกลางมาเก็บไว้ที่สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี    โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า พื้นที่ต่อไปเตรียมตัวโดนไม่ใช่แค่กระแสกำลังมา จักรยานยนต์ขับบนทางเท้า จอดรถบนทางเท้า แต่นนทบุรีเขาก็เอาจริงด้วยจ้า จัดเก็บ-ยก-ขนรถที่จอดบนทางเท้าออกไปเลย แถมมีคอยตักเตือนจักรยานยนต์ที่ชอบขับบนทางเท้าด้วย    ถ้าทำดีได้ขนาดนี้ ประชาชนฝากมาว่า ขอให้จัดระเบียบเช่นนี้ให้ได้ทุกพื้นที่ที่มีปัญหา และ อำเภอหรือเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลอื่นๆในจังหวัดนนทบุรี โปรดดูไปเยี่ยงอย่างด้วย ประชาชนจะได้ไม่ต้องคอยมาฟ้อง จะได้คอยแต่ชื่นชม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4ukr0_vd0KI

 3,662
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 พ.ย. 61

นศ.สาวโพสต์เตือนภัย เจอชายโรคจิตลวนลามบนรถเมล์ ข่วนจนเลือดออกยังชอบ ต้องร้องให้คนช่วย รวบตัวได้

นนทบุรี-น.ส.น้ำหวาน เบญจมาพร อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เล่าเหตุการณ์ถูกทำอนาจารขณะนั่งรถเมล์สาย 104 วิ่งระหว่าง ปากเกร็ด-หมอชิต ถนนติวานนท์ กำลังจะกลับบ้าน ระหว่างนั้นได้คุยโทรศัพท์อยู่ไม่ได้สนใจอะไร ผู้ชายที่ก่อเหตุขึ้นมาจากเมเจอร์รัชโยธิน และมานั่งข้างๆผู้เสียหาย   จากนั้นคนร้สยก็เอาข้อศอกมาชนผู้เสียหาย หลายครั้ง และมีเอามือมาสะกิด ผู้เสียหาย จึงหันไปมอง และก็กลับมาคุยโทรศัพท์ต่อ ชายคนนั้นได้มีการพูดคุยกับตนว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ขอเบอร์โทรศัพท์หน่อย บอกจะชวนผู้เสียหายไปทานข้าว ทางผู้เสียหายก็ปฎิเสธ และเริ่มโมโหจึงโกหกไปว่ามีลูก แล้วเขาก็ขอดูรูป จากนั้นก็เริ่มเอามือมาจับแขน ชวนผู้เสียหายไปบ้านเขา เริ่มลวนลามที่ต้นขา ผู้เสียหาย ก็ปัดออก ชวนพูดคุยต่างๆนาๆ ตนจึงบอกไปว่าอย่ายุ่ง แต่ทางคนร้ายก็เหมือนชอบและยิ่งลวนลามมากขึ้น   ผู้เสียหาย ข่วนเขาไปจนเลือดออก แต่คนร้ายก็ยิ่งชอบ ก่อนใช้มือล้วงเขาไปถึงกางเกงและอีกมือจับหน้าอกผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงใช้มือจิกหัวและกระชากคอเสื้อเขา จึงร้องให้กระเป๋ารถเมล์และคนในรถช่วย ก่อนนำส่งตำรวจ แต่ทางคนร้ายก็ไม่ยอมเปิดปากพูดใดๆ ทางตำรวจจึงไปยึดโทรศัพท์มาตรวจสอบ แต่ปรากฏว่าแบตหมด ทำให้ต้องเสียเวลาชาร์จแบตเพื่อตรวจสอบ และได้ข้อมูลเป็นหลักฐาน   ซึ่งตอนแรกจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่สงสารเขาที่มีลูกเล็ก 2 คน และเหมือนคนไม่สบายไม่ยอมพูดอะไร ปิดบังข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายผู้เสียหาย ก็ไม่ได้ติดใจเอาความให้ตำรวจปรับเขาไป และจ่ายค่าเสียหายมาให้ 10,000 บาท เหตุการณ์แบบนี้เคยได้ยินรุ่นพี่เคยเจอไว้คราวหน้าจะสังเกตคนให้มากกว่านี้   เบื้องต้นจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายจักรพงศ์ (สงวนนามสกุลและปิดบังใบหน้า ) อายุ 35 ปี ยอมรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อทำการเปรียบเทียบปรับ เนื่องจากผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ และได้ปล่อยตัวไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Vys88HcGihA

 27,573
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 61

จับ 2 ผัวเมียใส่วิกผมตระเวนลักถังแก๊ส สารภาพขโมยมาแล้ว 2,500 ถัง หาเงินเล่นแชร์ออนไลน์

นนทบุรี-ตร.จับกุมตัว นายปริญญา อิ่นคำ อายุ 33 ปี  และ น.ส.ธันยพร เกิดพูล อายุ 37 ปี สองสามีภรรยาหลังตกเป็นผู้ต้องหาลักขโมยถังแก๊ส   โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าตลาดจิตเทวัญ พื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ สามารถบันทึกภาพคนร้ายได้เมื่อเวลา 01.18 น. วันที่ 31 ต.ค. คนร้ายได้ขับรถยนต์ของกลางมาจอดที่ด้านหน้าตลาด จากนั้นได้เดินลงมาและเดินเข้าไปสำรวจภายในตลาดและร้านค้าต่างๆ ใช้เวลาเดินดูอยู่ประมาณ 7-8 นาที จากนั้นได้เดินกลับเข้าไปขึ้นรถและขับเข้าไปก่อเหตุภายในตลาด ซึ่งพ้นจากรัศมีกล้องวงจรปิด   สืบเนื่องจากเมื่อตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 61 จนถึงวันที่ 5 พ.ย.61 ได้มีคนร้ายก่อเหตุลักถังแก๊สตามร้านอาหารริมถนน ในเขตพื้นที่ สภ.บางศรีเมือง และพื้นที่ใกล้เคียงหลายพื้นที่ โดยคนร้ายใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์ ซึ่งตรวจสอบพบเป็นป้ายทะเบียนปลอม   ทาง ตร.จึงวางแผนการจับกุม และส่งกำลังลงพื้นที่ออกตรวจสอบยานพาหนะ จนพบรถเก๋งขับมาจอดที่ร้านสะดวกซื้อ ตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวไม่ตรงกับทะเบียน และมีลักษณะต้องสงสัยตามที่ผู้เสียหายแจ้งและกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ จึงได้ขอเข้าตรวจค้น พบผู้ต้องหาทั้ง 2 คนอยู่ภายในรถสวมหน้ากากอนามัย ตรวจค้นภายในรถพบคีมตัดเหล็ก วิกผมปลอม จึงได้ควบคุมตัว ส่งสภ.บางศรีเมือง เพื่อสอบสวนขยายผล   จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การว่าก่อเหตุลักถังแก๊สในเขตพื้นที่ กทม.นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ฉะเชิงเทราและชลบุรี รวมแล้วกว่า 2,500 กว่าถัง ครั้งละประมาณ 10-15 ถัง ก่อเหตุมาแล้วประมาณเกือบ 2 ปี โดยนำไปขายได้ราคาถังละ 500-700 บาท ซึ่งขายให้ร้านขายแก๊สหุงต้มที่ จ.สมุทรปราการ เงินที่ได้นำไปหมุนใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเล่นแชร์ออนไลน์ เวลาก่อเหตุจะสวมวิกผม   ด้านผู้ต้องหากล่าวว่า ก่อเหตุมาประมาณ 1 ปีกว่าๆ ได้ถังแก๊สครั้งละประมาณ 12 ใบแต่ไม่ได้ทุกครั้งที่ออก ตนจะออกก่อเหตุหลังเวลาเที่ยงคืนไปแล้ว โดยจะเลือกร้านตามข้างทางเป็นหลัก ถ้าร้านปิดมิดชิดจะใช้คีมตัดโซ่เข้าไปลัก ได้เงินไปจะนำไปจ่ายค่าแชร์ออนไลน์ จ่ายครั้งละ 6-8 พันบาท วันหนึ่งที่ตนก่อเหตุได้ครั้งละสูงสุด 9 พันบาท พ้นโทษออกมาจะไม่ทำแล้ว ตนต้องขอโทษเจ้าของถังแก๊สด้วย อยากฝากบอกว่าล่ามโซ่จะใช้ป้องกันไม่ได้ต้องใช้เหล็กแท่งเท่านั้น   เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนร้านค้าที่รับซื้อจะทำการขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมดำเนินคดี สำหรับผู้เสียหายที่คาดว่าเคยถูกคนร้ายรายนี้ก่อเหตุ สามารถติดต่อสถานีตำรวจพื้นที่แจ้งความไว้ เพื่อติดต่อขออายัดตัวไปดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XTl6j3JEQgU

 3,368
สังคม-อาชญากรรม
09 ต.ค. 61

ทอมโหดดักยิง ขรก.หญิงวัย 54 ดับหน้าบ้านพัก ฉุนปมทวงเงิน ตร.ตามจับควักปืนสู้ ปืนลั่นใส่ขาเจ็บ

นนทบุรี-เกิดเหตุหญิงมีลักษณะคล้ายทอม ดักยิงหญิงวัย 54 ปี เสียชีวิตบริเวณหน้าบ้านพักภายในหมู่บ้านบัวทอง ซอย 23/6  หมู่ 8 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี    ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวเฮาน์ 2 ชั้น ผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่บนพื้นถนน ใกล้กับรถเก๋งโตโยต้า วีออส ทราบชื่อคือนางสุภาพ มูลมงคล เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เขตตลิ่งชัน กทม. ตรวจสอบพบร่องรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืน เข้าที่บริเวณขมับด้านซ้ายกระสุนฝังใน   สอบถามพยานเล่าว่า ได้ยินเสียงผู้หญิงพูดอย่าทำ อย่ายิง เหมือนร้องขอชีวิต และตะโกนร้องให้คนช่วย ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 ครั้ง จึงรีบวิ่งออกไปดูที่หน้าบ้าน เห็นคนร้ายที่ลงมือยิงมีลักษณะคล้ายทอม ไว้ผมสั้น หลังก่อเหตุเสร็จก็เดินออกไปยืนอยู่ริมรั้วบ้านอีกหลังหนึ่ง ห่างจากบ้านหลังเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร คล้ายยืนดูว่าเสียชีวิตหรือยัง จากนั้นคนร้ายได้เดินถือปืนย้อนกลับมา ตนวิ่งเข้าไปหลบในบ้าน พอเขาเดินออกจากจุดเกิดเหตุตนก็วิ่งเข้าไปช่วยเหลือ แต่ช่วยไม่ทันเพราะนางสุภาพ เสียชีวิตแล้ว ก่อนยิงขู่อาฆาต "ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต"   ด้านชาวบ้านละแวกนั้นเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณตี 4 เห็นคนร้ายยืนลับๆล่อๆ อยู่ในซอย พอตนเดินออกไปดูเขาก็เดินหลบเข้าไปในที่มืด ตอนนั้นไม่รู้ว่ามาทำไร จึงไม่ได้สนใจ คาดว่ามาซุ่มดูผู้ตาย ก่อนหน้านี้เคยเห็นคนร้ายมาที่บ้านหลังเกิดเหตุ โดยมาอาศัยอยู่กับน้องสาวของคนตายทราบว่าเป็นคู่ขากัน จากนั้นย้ายไปอยู่ที่อื่นได้หลายปีก็ไม่เคยเห็นอีกเลย ไม่ทราบมีปัญหาอะไรกัน ซึ่งปัจจุบันบ้านหลังเกิดเหตุผู้ตายอาศัยอยู่กับลูกสาว 2 คน   พยานผู้เห็นเหตุหารณ์ กล่าวว่า ขณะผู้ตายกำลังจะออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน กำลังถอยรถออกจากบ้านแล้วลงมาจะปิดประตูบ้าน คนร้ายที่ดักรออยู่ก็เดินเข้ามาหา พูดคุยและมีปากเสียงกัน แล้วคนร้ายก็ลงมือยิงก่อนหลบหนีไป   จากการสอบปากคำสอบน้องสาวของผู้ตาย ให้การว่าคนที่ลงมือยิงพี่สาวน่าจะเป็นสาวทอมที่มาติดพันตนเอง ชื่อนางทัศนัย อุดมผล  อายุ 57 ปี  เนื่องจากก่อนหน้านี้พี่สาวมักต่อว่านางทัศนัย ที่มาติดพันตนเองและชอบมายืมเงินแล้วไม่เคยใช้คืน อาจทำให้นางทัศนัยโกรธแค้น และมาดักยิงพี่สาวจนเสียชีวิต   ต่อมา ตร.สายตรวจพบตัวนางทัศนัย  คนร้ายที่ก่อเหตุยิง กำลังนั่งรถแท็กซี่วิ่งผ่านมาตามถนนเลี่ยงเมืองนนทบุรี-สนามบินน้ำ พอมาถึงหน้าร้านอาหารครัวขมิ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ และ สภ.ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จึงได้สกัดรถให้จอดและขอตรวจค้น พบนางทัศนัย นั่งคู่มากับคนขับ เจ้าหน้าที่ให้ลงจากรถแต่นางทัศนัย พยายามหยิบสิ่งของในถุงกระดาษ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปล้ำแย่ง จนอาวุธปืนลั่นถูกที่โคนขาซ้าย 1 นัด นำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า เพื่อรักษา   ด้านคนขับรถแท็กซี่ เผยว่า รับนางทัศนัย มาจากปากซอยนนทบุรี 46 ตรงข้ามสำนักงานกองสลากกินแบ่งรัฐบาล ถนนนนทบุรี 1 ให้ไปส่งที่สถานีขนส่งสายใต้ ระหว่างทางนางทัศนัย ถามว่าถ้าให้ไปส่งที่ จ.ชุมพร คิดเท่าไร ตนบอกว่าไม่เคยไปเพราะไกลเกินไป ขณะที่นั่งรถนางทัศนัย พยายามล้วงหาสิ่งของในถุงกระดาษอยู่ตลอดเวลา จนเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเรียกให้จอด แต่นางทัศนัย บอกว่าไม่ให้จอด ตนจึงบอกว่าเราไม่ได้ทำผิดอะไร จึงได้จอดรถเข้าข้างทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้น   อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 ต.ค.61 นางทัศนัย ได้เขาพบตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี  แจ้งความดำเนินคดีกับโรงพยาบาลศรีธัญญา ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและทำให้สูญเสียรายได้ พร้อมเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุข แต่เรื่องกลับเงียบจึงร้องสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรม   นางทัศนัย อ้างว่า ตนเป็นภรรยาเสี่ยเต้นท์รถมือสองใน จ.ปทุมธานี แต่มาคบหากับนางแคท น้องสาวของผู้ตาย โดยมีความสัมพันธ์กันแบบหญิงรักหญิง แล้สโดนนางแคท ปลอกลอกจนต้องขายทรัพย์สินเป็นบ้านเดี่ยว 50 ต.ร.ว. ที่บางบัวทอง ทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียวในหมู่บ้านพฤกษา 3 บางบัวทอง รถเก๋งโตโยต้า วีออส เพื่อนำเงินมาให้นางแคท   หลังจากหมดเงินแล้วอีกทั้งยังต้องแยกทางกับสามี ทำให้ตนเครียดจัดคิดมาก นางแคทจึงพาไปหาหมอที่ รพ.ศิริราช เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 59 เพื่อรักษาสภาพจิตใจ แต่พอนางแคทคุยกับหมอในห้องเพียงไม่นานก็มีรถตู้ของ รพ.ศรีธัญญา มารับตัวตนเองทันที   เมื่อถึง รพ.ศรีธัญญา ตนเองก็ยืนยันว่ามีจิตปกติทุกประการ แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อ กลับพาตนเองไปไว้ในห้องผูกแขนผูกขาไว้ก่อนกักตัวไว้รักษาบังคับให้กินยา ตนปฎิเสธก็จะถูกทุบตี จนถึงวันที่ 2 พ.ย. 59 จึงปล่อยตนเองกลับมา และออกหนังสือให้มารับยาบำบัดประสาทไปทาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IwnfBsev2Hc

 16,104
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 61

นศ.หนุ่มโวย โดน ตร.ยิงปืนขู่-แย่งมือถือ ฉุนโดนถ่ายคลิป

นนทบุรี-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Saychon Nitkitr โพสต์ภาพนายตำรวจท่านหนึ่งสวมเครื่องแบบ ใช้ผ้าอนามัยปิดปาก กำลังมีปากเสียงกับวัยรุ่นชายจำนวน 2 คน ใจความว่าวัยรุ่นได้ถามตำรวจว่ายิงปืนทำไม จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตอบว่าเรื่องของผม ซึ่งวัยรุ่นได้พูดว่าตนไม่ใช่คนทำผิดกฎหมายหรือค้ายาถึงได้มายิงปืน จนมีปากเสียงกันอยู่พักหนึ่ง   ทางวัยรุ่นคนหนึ่งได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปที่ถูกแชร์อยู่ในขณะนี้ ทำให้ตำรวจไม่พอใจหาว่าละเมิดสิทธิ์ และขู่ว่าจะยิงคนถ่ายคลิป จากนั้นได้ใช้มือคว้าโทรศัพท์ของวัยรุ่นคนดังกล่าวทำให้โทรศัพท์หล่นลงพื้น จากนั้นได้ยินเสียงวัยรุ่นเจ้าของโทรศัพท์ตะโกนด่าด้วยความโมโหว่า โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวเป็นของขวัญวันเกิดที่พ่อซื้อให้ แต่ได้มีการห้ามไว้จากกลุ่มคนที่เข้ามายืนดูเหตุการณ์   จากการสอบถามนายเอ็ม (นามสมมติ) อายุ 20 ปี นักศึกษา ปวส.ปี 2 สถาบันแห่งหนึ่ง ผู้ที่เป็นเจ้าของโทรศัพท์และถ่ายคลิปดังกล่าวบอกว่า ขี่ จยย.มากับเพื่อน ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง มีดาวที่บ่า 3 ดวง (ยศร้อยเอก) ขับรถ จยย.ประกบรถของตนมาตลอดทาง   เมื่อมาถึงบริเวณปากซอยคลองโต๊ะใหม่ ซึ่งเป็นทางเข้าหมู่บ้าน ตนได้ชะลอรถจากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ตนจึงได้จอดรถเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มาจอดประกบตาม ตนจึงลงจากรถและถามว่ามีอะไรกับพวกตนหรือเปล่า และยิงปืนทำไม จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นอย่างที่เห็นในคลิป วันนี้ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์มาเคลียร์เพื่อไม่ให้เอาเรื่อง   แต่ตนไม่ยอมเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นข้าราชการมาทำแบบนี้กับประชาชนไม่ได้ ตนและเพื่อนไม่ได้ทำอะไรผิด จากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ผลักมือตนทำให้โทรศัพท์หล่นหน้าจอแตก และใช้งานไม่ได้บางครั้ง โทรศัพท์เครื่องนี้พ่อตนซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ตนรักมาก กว่าจะได้มาพ่อของตนต้องทำงานมาด้วยความลำยาก ที่โพสต์เพราะอยากให้สังคมรู้ว่าข้าราชการทำไมทำแบบนี้   เหตุการณ์นี้ผู้เสียงหายจะเดินทางไปแจ้งความที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อให้ติดตามเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวมารับผิดชอบโทรศัพท์และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CtsMBB2ll_o

 1,479
ข่าวภูมิภาค
16 ก.ค. 61

วงจรปิดจับภาพหนุ่มเมาถูกรุมทำร้ายกลางร้านสะดวกซื้อ ชุลมุนต่อสู้แทง ตร.เข้าห้ามเจ็บ

นนทบุรี-เกิดเหตุชายเมาสุราอาละวาทและมีอาวุธมีดทำร้ายผู้อื่น ภายในร้านสะดวกซื้อ สาขานนทบุรี 20 (ซอยโรงน้ำแข็ง) ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี เมื่อไปถึงพบพลเมืองดีกำลังควบคุมตัวนายกฤต แสงนาค อยู่ภายในร้านสะดวกซื้อดังกล่าว   ซึ่งพลเมืองดีทราบชื่อภายหลังคือ 1.นายเอกรัตน์ วงษ์ราช 2.นายประยัศ ตรวจมรรค 3.นายวัฒนา ขำกล่อม ซึ่งได้รับบาดเจ็บถูกมีดฟันที่แก้มได้สอบถามพยาน   ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในร้านจึงทราบว่าก่อนเกิดเหตุประมาณสองวันถึงสามวันที่แล้ว นายกฤตได้เข้ามาดื่มสุราภายในร้านซึ่งทางร้านห้ามลูกค้าดื่ม ต่อมาวันนี้เวลาประมาณ 23.00 น. นายกฤตได้เข้ามาร้านที่เกิดเหตุและซื้อเบียร์ จากนั้นได้เปิดดื่มภายในร้านพนักงานจึงได้ห้ามไม่ให้ดื่มในร้านเนื่องจากผิดกฏทางร้าน นายกฤตจึงได้ถือขวดเบียร์ยืนอยู่ด้านนอกมองหน้าจ้องจะหาเรื่องพนักงานหญิง จนเกิดความหวาดกลัวจึงโทรเรียกเพื่อน   ต่อมาเพื่อนของพนักงานมาถึงร้านดังกล่าว ก็ได้เกิดการพูดคุยและเกิดการทะเลาะวิวาทชุลมุนกัน ที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น โดยนายกฤต ได้ชักอาวุธมีด แทงบริเวณแก้มด้านขวาของนายวัฒนา ได้รับบาดเจ็บ ต่อมานายวัฒนา ได้กลับออกไปและพาพวกประมาณ 5 -6 คน มาเจรจากับนายกฤต ฯ จึงเกิดการทะเลาะวิวาทอีกภายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น   จากนั้นได้มี ส.ต.ต.ชัยพฤกษ์ ศรีแดน ผบ.หมู่ สืบสวน สภ.พุทธมณฑล กำลังซื้อของอยู่ภายในร้านได้เห็นเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทจึงได้เข้าไปห้าม จากนั้นนายกฤตได้ชักอาวุธมีด ซึ่งซุกซ่อนไว้ที่เอวออกมาแทง ส.ต.ต.ชัยพฤกษ์จำนวนสองถึงสามครั้ง แต่โดนบริเวณช่วงท้อง จำนวน 1 ครั้ง ได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า   เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายกฤตพร้อมมีดของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ จากการสอบสวน นายกฤต แสงนาค ผู้ก่อเหตุ ทราบว่าวันเกิดเหตุตนนั่งดื่มเบียร์อยู่ด้านหน้าร้าน เห็นว่ากลุ่มคู่กรณีมาหลายคนและถามตนว่า มึงมองหน้าเพื่อนกูทำไม ตนจึงคิดว่าเขาไปอยู่ในร้านจะปลอดภัยกว่า จึงเดินไปที่หน้าตู้ไอศครีมคู่กรณีจึงเดินตามเข้ามาและพูดว่ามาคุยกันหน่อย ตนจึงให้เขาเว้นระยะห่าง   จากนั้นเขาเดินตามจากตู้ไอศรีมเข้าไปด้านใน ตนจึงชักมีดออกมาว่าตนมีมีด จากนั้นก็มีการกระชากมีดชุลมุน และก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามา เป็นช่วงชุลมุนตนไม่ทราบว่าใครแทงตำรวจ เมื่อก่อนตนมาดื่มเบียร์บ่อยแต่ถูกห้ามไม่ให้ดื่มด้านในตนจึงออกมานั่งหน้าร้าน จนมาเกิดเหตุและตนได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน ตนยืนยันว่ามีสติรู้เรื่อง ตนป่วยเป็นโรคซึมเศร้าต้องทานยาตลอด   เบื้องต้นผู้ถูกจับให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวผู้ถูกจับพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UOEDynTCOsY

 1,792
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ก.ค. 61

ฟังความอีกมุม! 2สาวมือตบแม่ค้ากลางตลาดแจงปมวิวาท ฉุนคู่กรณีขายมะม่วงเน่าให้

จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปรุมตบแม่ค้าขายข้าวเหนียวมูนกลางตลาดบางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งต่อมาทางแม่ค้าคาดว่าสาเหตุที่ตัวเองถูกทำร้ายน่าจะเป็นเพราะตนเองเคยร้องเรียนเรื่องแรงงานต่างด้าว จนได้มีการเข้าจับกุม         ล่าสุด น.ส.วรรณา งามดี และ น.ส.นภัสสร สุดใจ ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ก่อนหน้านี้ตนไปซื้อมะม่วงที่ร้านของคู่กรณี แต่กลับได้มะม่วงเสียทำให้ทานไม่ได้ วันเกิดเหตุจึงตั้งใจที่จะมาต่อว่า ว่าทำไมต้องเอามะม่วงที่เสียมาขายให้ตน แต่กลับถูกคู่กรณีพูดจาไม่ดีและใช้สายตามองอย่างเหยียดหยาม ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนจะตะลุมบอนกัน ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมแรงงานต่างด้าวในตลาด ตามที่อีกฝ่ายให้การแต่อย่างใด         ด้าน น.ส.รัชนี บุญประเสริฐ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุได้เดินเข้าไปในตลาดที่เกิดเหตุพบเห็นเขามีเรื่องตบตีกัน จึงยืนดูเฉยๆ ไม่ได้ถ่ายคลิป และด่าทอแต่อย่างใด อย่างที่เป็นข่าว โดยยืนดูอยู่สักพักก่อนที่จะเข้าไปห้ามปราม และข่าวที่ออกไป มีการพาดพิงไปถึง นายสมาน บุญประเสริฐ พ่อของตน ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย เพราะคนที่ถูกทำร้ายนั้นตนเองไม่รู้จัก และไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อน     ขณะที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 2 ข้อหา คือร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นทำให้สูญเสียอิสรภาพตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนได้รับบาดเจ็บ ในส่วนของรายละเอียดของคดีนั้น ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะรับสารภาพหรือปฏิเสธก็ได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนของพยานและหลักฐาน ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/RH7qDwm761w

 8,052
สังคม-อาชญากรรม
20 พ.ค. 61

กองปราบบุกค้นบ้านหรูเอี่ยวทุจริตเงินทอนวัด พบปล่อยเช่าที่วัดอัพราคาจาก3หมื่นเป็น3แสน

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม นำกำลังตำรวจบุกตรวจค้นบ้านหรู 2 ชั้น ย่านบางกรวย จ.นนทบุรี หลังสืบสวนสอบสวนทราบว่าเป็นบ้านหลังดังกล่าวมีเป็นของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือเงินทอนวัด โดยพบว่าเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งโอนเงินจำนวน  5 ล้านบาทมาให้ ซึ่งผู้รับโอนมีความเลื่อมใสศรัทธาพระรูปนี้เป็นอย่างมาก และมีความสนิทสนมคุ้นเคยกันในระดับหนึ่ง       จากการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังนี้ทำธุรกิจเปิดบริษัทเช่าที่ดินวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่พบเอกสารสัญญาการเช่าที่โดยจ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน เดือนละ 3 หมื่นบาท แต่ปรากฏว่าบริษัทได้ปล่อยเช่าช่วงต่อเปิดร้านอาหารให้กับทัวร์จีนเดือนละ 3 แสนบาท ซึ่งเงินส่วนต่างนี้จะมีการขยายผลต่อด้วยว่าเงินถูกนำไปโอนคืนให้กับทางวัดด้วยหรือไม่     จากการเข้าตรวจค้น เบื้องต้นพบเอกสารการโอนเงิน หนังสือสัญญาเช่าที่ดินวัด และเอกสารอื่นๆ หลายรายการที่ต้องนำไปตรวจสอบ แต่เบื้องต้นพระที่เกี่ยวข้องเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ นอกจากนี้ ชุดสืบสวน กองปราบปรามยังกระจายกำลังเข้าตรวจค้นร้านขายเครื่องสังฆภัณฑ์ในละแวกเดียวกัน ซึ่งเป็นธุรกิจของผู้ที่พักอาศัยในบ้านหลังนี้ เพื่อค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมด้วย หลังจากนี้ ตำรวจจะมีการเชิญผู้พักอาศัยในบ้านหลังนี้ไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงการรับโอนเงิน รวมถึงการทำธุรกิจต่างๆ      ส่วนความคืบหน้าการเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านรามคำแหงเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับ ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา เจ้าหน้าที่ทหารในสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย  (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทยนั้น ล่าสุด พล.อ.หัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ รอง ผบ.ทหารสูงสุด ทำการแทน ผบ.ทหารสูงสุด ได้ลงนามในคำสั่ง กองบัญชาการกองทัพไทย ที่ 208/2561 สำรองราชการ ร.ท.ฐิติทัศน์ ซึ่งเป็นที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัด ทั้งนี้ หากภายใน 15 วัน ร.ท.ฐิติทัศน์ไม่มารายงานตัว ก็จะถูกปลดออกจากราชการทันที         โดยจากการตรวจสอบประวัติการเข้ารับราชการของ ร.ท.ฐิติทัศน์ พบว่าได้ถูกส่งตัวมาช่วยราชการที่สำนักงานของ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เสนาธิการทหาร ที่ในขณะนั้นเป็นรองเสนาธิการทหาร แต่ปรากฏว่า ร.ท.ฐิติทัศน์ไม่เคยมาทำงานที่สำนักงานรองเสธ.ทหาร มีแต่ชื่อขอฝากเอาไว้เท่านั้น เพราะถูกขอตัวไปช่วยราชการที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เพื่อไปดูแลนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าฯ สตง. ตั้งแต่ปี 2559 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า จากการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนฯ ปรากฏว่าไม่พบว่ามีหนังสือขอตัวไปช่วยราชการที่ สตง. ของ ร.ท.ฐิติทัศน์ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแต่อย่างใด                          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/ATM7msnyT3U

 2,811
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 พ.ค. 61

ไล่ล่ากลางเมือง! กลุ่มวัยรุ่น-วินจยย.รับจ้าง ล่าตัวกระบะเมายาชนแล้วหนี

โซเชียลมีเดียแชร์คลิปเหตุการณ์ระทึก ขณะกลุ่มวัยรุ่นและวินจักรยานยนต์รับจ้างขับรถไล่ล่ารถกระบะคันหนึ่งกลางถนนเมืองนนทบุรี หลังคนขับเมายาบ้าจนคลุ้มคลั่งชนแล้วหนี  ก่อนจะไปจนมุมภายในซอยวัดมะเดื่อ คนขับได้วิ่งหลบหนีไปก่อนจะถูกตำรวจจับตัวในเวลาต่อมา ทิ้งให้คนที่นั่งมาด้วยซึ่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมประชาทัณฑ์ได้รับบาดเจ็บ   จากการสอบสวนทราบว่ารถกระบะคันดังกล่าวเป็นของนายจ้างซึ่งผู้ต้องหาขโมยขับหนีเจ้าหนี้ โดยที่ภายในรถมีหลานของนายจ้างนั่งมาด้วย ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด             ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vPijx1j3k9M

 10,138
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 61

หนุ่ม พนง.เมืองนนท์ดวงเฮง ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ห้าใบ รับเต็มๆ 30 ล้าน

นนทบุรี-หนุ่มพนักงานบริษัทวัย 29 ปี โชคดีถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 หมายเลข 248038 เป็นจำนวน 5 ใบ รับเงิน 30 ล้านบาท จึงนำมาลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน พร้อมทั้งกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าซื้อสลากดังกล่าวมาจากห้างแม็คโคร แจ้งวัฒนะ ไม่คิดว่าจะโชคดีถูกรางวัลใหญ่ หลังลงบันทึกประจำวันเสร็จรีบลงจากโรงพักขึ้นรถกลับไปทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P7xqzcdVXG4    

 9,362
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 61

วิน จยย.ใจหล่อ! เก็บกระเป๋าเงินมีลอตเตอรี่ถูกรางวัลเหยียบหมื่นตามหาเจ้าของ ไม่ขอเอาเป็นของตัวเอง

นนทบุรี-นายประพล สุทธิลักษมี อายุ 28 ปี หนุ่มขับวิน จยย. เข้าแจ้งความกับ ตร.ว่าเก็บกระเป๋าเงินได้ บริเวณท้ายซอย 22 ซึ่งเป็นถนนเชื่อมต่อกับถนนเลียบคลองบางไผ่ เพื่อให้ติดตามหาเจ้าของ   จากการตรวจสอบเป็นกระเป๋าแบบสั้น สีน้ำตาลภายในมีเงินสดจำนวน 13,879 บาท บัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต จำนวน 6 ใบบัตรบริจาคร่างกาย 1 ใบ ใบขับขี่จำนวน 2 ใบ ระบุชื่อนายปรีดา คำทวี อายุ 46 ปี และสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 3 ใบ ซึ่งมี 2 ใบถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัว เป็นเงินรางวัล 8,000 บาท   จากการสอบถามนายพิทักษ์ อยู่สุข กำนันตำบลบางรักพัฒนา ทราบว่าตนได้รับแจ้งจากลูกบ้านซึ่งขับรถจยย.รับจ้าง ว่าเก็บกระเป๋าเงินได้และไม่กล้าที่จะเปิดดู ตนจึงได้ไปตรวจสอบพบว่ามีเงินสดและเอกสารจำนวนมาก ที่สำคัญในกระเป๋าพบสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลเลขท้าย 3 ตัวจำนวน 2 ใบ จึงได้พามาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน   ด้านพลเมืองดีที่เก็บกระเป๋าเงินได้กล่าวว่า ตนขับรถจยย.ไปส่งผู้โดยสาร โดยขับไปตามถนนเลียบคลองบางไผ่เพื่อเข้าท้ายซอย 22 เมื่อถึงช่วงโค้งเห็นสิ่งของตกอยู่ข้างถนนคล้ายกระเป๋าเงิน แต่ไม่แน่ใจจึงได้ขับรถไปส่งผู้โดยสารก่อน หลังจากนั้นได้ขับรถกลับมาตรงจุดที่พบกระเป๋าเพื่อตรวจสอบให้แน่ชัด   เมื่อพบว่าเป็นกระเป๋าเงินจึงได้โทรแจ้งกำนันให้ออกมาดูและพบว่ามีเงินสดจำนวนมาก กำนันจึงได้พามาแจ้งความ ตนไม่คิดจะเก็บไว้ใช้เอง ในนั้นมีเงินจำนวนมากและเจ้าขอกระเป๋าก็เป็นคนดีบริจาคร่างกาย มันไม่ใช่ของเรา เก็บไว้ก็ไม่สบายใจด้วย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภายในกระเป๋าทั้งหมด คาดว่าน่าจะเป็นของเจ้าของใบขับขี่ทำตกไว้ จึงได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน และจะประสานเจ้าของกระเป๋าให้เข้ารับคืนต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YqTRhTEQKqc    

 8,136

Top