ค้นหา :

ผลการค้นหา "สรรเสริญ"

การเมืองเข้มข้น
07 มิ.ย. 60

รบ.เปิดรับฟังความเห็น ปชช.ทั่วประเทศตอบ 4 คำถามนายกฯ 12 มิ.ย.นี้

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี4คำถามจากนายกฯว่า กระทรวงมหาดไทยได้รายงานให้ที่ประชุมครม.ทราบ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการเปิดรับคำตอบในวันที่ 12 มิ.ย. เป็นต้นไป   สำหรับประชาชนในพื้นที่ กทม.สามารถแสดงความเห็นได้ ที่สำนักงานเขต50เขต ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ 1111   ส่วนในต่างจังหวัดให้ประชาชนแสดงความเห็นได้ที่ศูนย์ดำรงค์ธรรม ทั้งนี้ประชาชนต้องเตรียมบัตรประจำตัวประชาชนไปด้วยเพื่อแสดงตัวตน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/J9pMU4s_OkU  

 10,509
การเมืองเข้มข้น
27 เม.ย. 60

รบ.แจงซื้อเรือดำน้ำไม่ใช่เรื่องลับ ยันใช้งบกองทัพเรือ ตามยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่าในการประชุมครม. เมื่อวานนี้ ได้มีการพิจารณายกเลิกเอกสารมุมแดงเป็นบางเรื่อง ซึ่งทุกวันอังคารมีการเสนอให้พิจารณาเรื่องที่เป็นเอกสารมุมแดงอยู่แล้ว แต่จะพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไปในการชี้แจงกับสื่อ เพราะสุดท้ายเอกสารมุมแดงที่เป็นความลับก็ต้องเปิดเผยอยู่แล้ว เช่นเดียวกันเรื่องการอนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากประเทศจีน วงเงิน 13,500 ล้านบาท เมื่อถึงเวลาเบิกจ่ายงบประมาณ ร่างสัญญาจัดซื้อรับเรือจากประเทศจีนก็ต้องมีการเปิดเผยอยู่แล้ว   ด้าน พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำไม่ใช่เรื่องลับ ชี้ประเทศมหาอำนาจและทุกๆประเทศไม่มีใครออกประกาศว่ากำลังจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อะไร มีอุปกรณ์ประกอบอะไร ทั้งหลายเหล่านี้คือ ศักยภาพอำนาจกำลังรบ บางคนอาจมองว่าเราเป็น AEC เราสมานฉันท์กันทำไมเราถึงต้องซื้อ ทหารเรือ วิชาชีพก็คือ การป้องกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลนั่นคือวิชาที่เขาเรียนมา จึงต้องประเมินอำนาจกำลังรบ เปรียบเทียบภัยคุกคามว่าประเทศที่อยู่รอบบ้านเราวันนี้เป็นมิตร วันหน้าอาจจะเปลี่ยนแปลงไปก็ได้ ด้วยผลประโยชน์ของชาติ อีกประการประเทศเหล่านั้นที่ดูสมานฉันท์กันทำไมเขามีเรือดำน้ำ ก็เมื่อรักกันมีเรือดำน้ำทำไม นั่นคือเหตุผลสำคัญว่าเราทำไมจำเป็นต้องมี   ยันไม่ใช่การเห็นเขาขี้ก็ขี้ตามช้าง แต่มันเป็นยุทธศาสตร์ของการป้องกันประเทศ แล้วไม่ได้เอาสตางค์ หรืองบกลางไปจ่าย เอาเงินของกองทัพเรือ เพราะฉะนั้นถ้ากองทัพเรือจะซื้อเขาก็ต้องไปจัดลำดับว่างบประมาณที่เขามีอยู่เขาควรจะจัดลำดับความเร่งด่วนอะไร อะไรควรจะต้องลดอะไรควรจะต้องเพิ่มเพื่อจะตอบรับต่อโครงการนี้ แล้วที่ลดที่เพิ่มต้องตอบรับกับภารกิจที่เขาดำรงไว้ให้มีประสิทธิภาพเหมือนเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย ขอให้เข้าใจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bQ-Cefz8wWM    

 16,028
การเมืองเข้มข้น
25 เม.ย. 60

พล.ท.สรรเสริญ ยอมรับ ครม.อนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำจีนแล้ว

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ตามที่กองทัพเรือเสนอ เมื่อวันที่18 เม.ย.ที่ผ่านมาจริง โดยจัดซื้อเรือดำน้ำหยวนคลาส เอส 26 ที (Yuan Class S26T)จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 1 ลำ วงเงิน 13,500 ล้านบาท ยืนยันการจัดซื้อไม่มีอะไรลับลมคมใน เป็นการจัดซื้องบผูกพัน ไม่ได้จ่ายเงินครั้งเดียว แต่จะทยอยจ่าย   โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงกลาโหม ได้ชี้แจงในที่ประชุม ครม.ว่า มีความจำเป็นต้องจัดซื้อ เพราะเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ ไม่ใช่อยากได้ตามประเทศอื่น แต่กองทัพเรือประเมินจากภัยคุกคามของประเทศที่มีอาณาเขตติดกับไทย และประเมินจากความมั่นคงทางท้องทะเล เพื่อป้องกันภัยคุกคาม จึงต้องมีศักยภาพที่เหนือกว่าเพราะประเทศไทยอยู่ติดทะเล วันข้างหน้าไม่มีสิ่งที่แน่นอน จึงต้องมีศักยภาพเพื่อป้องกันภัย   ส่วนสาเหตุ ที่ไม่ได้แถลงข่าว เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเอกสารลับที่สุดหรือมุมแดง และเป็นโหมดงานด้านความมั่นคง จึงไม่จำเป็นต้องแถลงข่าว แต่ยืนยันว่าไม่มีลับลมคมในแต่อย่างไร       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kNPRxW_72NA    

 20,463
การเมืองเข้มข้น
07 เม.ย. 60

รบ.ผ่อนผันบังคับใช้ กม.ห้ามนั่งท้ายกระบะ-แคป วอนสังคมเข้าใจความหวังดี

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสังคมวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายห้ามนั่งท้ายรถกระบะและแค็บของรถ รวมทั้งให้คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย. ว่า อยากให้สังคมเข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริงของรัฐบาลว่า ทำไปเพื่อลดอุบัติเหตุ ป้องกันการสญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนด้วยความจริงใจ ไม่มีสิ่งใดซ่อนเร้น หรือต้องการทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกลำบาก แต่เมื่อได้รับฟังเสียงสะท้อนของคนส่วนใหญ่แล้ว จึงมีความเห็นให้ผ่อนผันชะลอการบังคับใช้กฎหมายออกไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนก่อน     ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า เมื่อประชาชนเดือดร้อนและยังปรับตัวไม่ทัน รัฐบาลยินดีฟังทุกความคิดเห็นด้วยความห่วงใย โดยความจริงแล้วข้อบังคับตามมาตรา 44 ที่ออกมานั้น มีกฎหมายปกติกำหนดไว้อยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาการเกิดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บล้มตายส่วนใหญ่เกิดจากการไม่ปฏิบัติตามกฏหมาย เช่น ขับรถเร็ว เมาสุรา บรรทุกเกิน ฝ่าฝืนกฎจราจร จึงอยากให้คนไทยมองถึงจุดนี้และช่วยกันคิดว่า จะลดความสูญเสียได้อย่างไร เพื่อให้เกิดความยั่งยืน     โดยในช่วงนี้จะยังไม่มีการจับปรับรถกระบะ ที่มีผู้โดยสารนั่งท้ายกระบะหรือในแคปของรถ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงข้อกฎหมาย ส่วนการคาดเข็มขัดนิรภัยในรถยนต์นั่งส่วนบุคคลนั้น เจ้าหน้าที่จะยังคงบังคับใช้กฎหมายด้วยการจับปรับผู้โดยสารเบาะคู่หน้าต่อไป ขณะที่ผู้โดยสารด้านหลังหากพบว่าไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เจ้าหน้าที่จะตักเตือนก่อน แต่สำหรับรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ และรถโดยสารประจำทาง จะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง หากฝ่าฝืนจะถูกจับปรับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสารที่ต้องฝากชีวิตไว้กับผู้ขับขี่รถสาธารณะ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6rM8tH9WizI    

 73,086
การเมืองเข้มข้น
06 เม.ย. 60

พล.ท.สรรเสริญ แถลงอนุโลมให้นั่งท้ายกระบะ-แคป ได้ไม่เกิน 6 คน เข้มคาดเบลต์ลดความสูญเสีย

โฆษก รัฐบาล แจง มาตรการคุมเข้มความปลอดภัยช่วงสงกรานต์ พร้อมให้เวลาปรับตัว ห้ามนั่งท้ายกระบะ คาดเข็มขัดแคปหลัง ก่อนบังคับใช้ กม.จริงจัง ยันไม่มีเจตนาสร้างความลำบากแก่ประชาชน   เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2560  พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลอยากสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชน กรณีการบังคับใช้กฎหมายและการผ่อนปรนเป็นบางกรณี สำหรับการใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุ ดังนี้   1. รัฐบาลไม่มีเจตนาสร้างความลำบากแก่ประชาชน แต่จำเป็นต้องมีมาตรการลดอุบัติเหตุ แต่เมื่อประชาชนยังไม่พร้อม รัฐบาล จะเร่ง รณรงค์สร้างความเข้าใจ และให้เวลาปรับตัวอีกระยะหนึ่ง    2. เจ้าหน้าที่จะยังคงบังคับใช้กฎหมายด้วยการ จับปรับ ในกรณีของรถยนต์ส่วนบุคคลที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่นั่งเบาะหน้าที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย แต่จะอนุโลม ตักเตือน ผู้ที่ นั่งเบาะหลังที่ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างถูกต้อง    3. รถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ รถโดยสารประจำทาง ต้องคาดเข็มขัดทุกที่นั่ง   4. สำหรับรถกระบะ อนุโลมให้นั่งในแคป และในท้ายกระบะได้ไม่เกิน 6 คน แต่ห้ามนั่งบนขอบกระบะหรือฝาปิดท้ายรถ    5. เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดกวดขันผู้ขับขี่ที่ดื่มสุรา หรือใช้ความเร็วเกินกำหนด ขับรถหวาดเสียว หรือแซงในที่คับขัน ที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุอีกทางหนึ่ง    6. นายกฯ สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่เรียกรับผลประโยชน์ใดๆ จากประชาชน หากผู้ใดพบเห็น ขอให้ถ่ายคลิปและแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และฝากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการปฏิบัติงาน โดยขอความร่วมมือให้คนไทยช่วยกันหาทางออกที่เหมาะสม มุ่งเน้นที่การสร้างจิตสำนึก และความรับผิดชอบของทุกคน เพื่อลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน จากอุบัติเหตุในการใช้รถใช้ถนน ที่ติดอันดับต้นๆ ของโลก     ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 58,194
การเมืองเข้มข้น
05 เม.ย. 60

'พล.ท.สรรเสริญ' ชี้ ม.44 ยังมีผลบังคับใช้จนกว่า คสช.จะพ้นตำแหน่งเมื่อมี รบ.ใหม่

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะประกาศใช้ แต่มาตรา 44 และคำสั่งตามมาตรา 44 ที่เคยประกาศใช้ยังคงอยู่จนกว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพ้นวาระ ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 265 อย่างไรก็ตามรัฐบาลใช้คำสั่ง มาตรา 44 เท่าที่จำเป็น และใช้เฉพาะที่กรณีที่กฎหมายปกติบังคับใช้ไม่ทันสถานการณ์เท่านั้น   พลโทสรรเสริญ กล่าวอีกว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้แจงวาระดำรงตำแหน่งของแม่น้ำ 5 สาย ต่อที่ประชุม ครม. ดังนั้น ครม. และ คสช. จะพ้นจากตำแหน่งเมื่อรัฐบาลใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณ  ส่วนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะ พ้นตำแหน่งใน 15 วันก่อนเลือกตั้งทั่วไป และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อร่างกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติและกฎหมายการปฏิรูปแล้วเสร็จใน  4 เดือน. หลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะพ้นจากตำแหน่งเมื่อร่างกฎหมายลูก 10 ฉบับ เสร็จใน 8 เดือน   อย่างไรก็ตาม สนช. และ สปท. ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จะต้องลาออกจากตำแหน่งภายใน 90 วัน หรือภายในวันที่ 4 ก.ค. นี้ ส่วนการสมัครเป็น ส.ว. ไม่จำเป็นจะต้องลาออกตามเงื่อนไขดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cz8mPE9CSpo

 29,721
การเมืองเข้มข้น
05 เม.ย. 60

รบ.อนุโลมเล่นน้ำสงกรานต์ท้ายรถกระบะได้ในถนนสายรอง สายหลักต้องหยุดรถเล่น

นายกรัฐมนตรีห่วงสูญเสียเทศการสงกรานต์ ขอรัฐมนตรีทุกกระทรวงรณรงค์ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน อนุโลมเล่นน้ำท้ายรถกระบะได้ ในเขตชุมชนหรือถนนสายรอง ถนนสายหลักต้องหยุดรถเล่น ขณะที่จังหวัดที่มีการจัดกิจกรรมให้ผู้นำท้องถิ่นหารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อผ่อนปรนให้เล่นน้ำสงกรานต์ท้ายรถกระบะได้ แต่ไม่สามารถบรรทุกโดยสารเดินทางกลับภูมิลำเนาได้   พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเป็นห่วงการเล่นน้ำเทศการสงกรานต์ โดยขอให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงแม้จะไม่เกี่ยวข้อง ก็ขอให้ชี้แจงกับประชาชน โดยเฉพาะการรณรงค์เล่นน้ำให้มีความปลอดภัย โดยสามารถเล่นน้ำบนท้ายรถกระบะได้แต่ต้องจอดรถ แต่หากจะเล่นสาดน้ำบนรถขณะรถวิ่ง ให้เล่นในพื้นที่ชุมชนถนนสายรอง อย่าเล่นในถนนสายหลัก ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หรือจังหวัดอื่นๆที่มีการจัดงานสงกรานต์บนถนนสายหลัก นายกเทศมนตรีสามารถคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อผ่อนปรนให้เล่นสาดน้ำบนท้ายรถกระบะได้   ทั้งนี้ในส่วนของการนั่งท้ายรถกระบะเดินทางกลับภูมิลำเนา ไม่สามารถทำได้ เพราะมีการบังคับใช้ม.44คุมเข้มเรื่องความปลอดภัย เพราะรัฐบาลไม่อยากให้เกิดการสูญเสียในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ส่วนจะลดความสูญเสียได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชนในการใช้รถใช้ถนนและเคารพกฏหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H_jlomzqNdo    

 33,799
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
04 เม.ย. 60

นายกฯพอใจหนี้ครัวเรือนไทยลดลงในรอบ 11 ปี

นายกรัฐมนตรีพอใจ หนี้ครัวเรือนไทยลดลงรอบ 11 ปี ชื่นชมประชาชนลดกู้ซื้อรถ ออกบัตรเครดิต ใช้เงินอย่างระมัดระวัง ย้ำรัฐห่วงใยผู้มีรายได้น้อย เร่งแก้ปัญหาหนี้สะสม สร้างอาชีพ และส่งเสริมการออม   พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้รับทราบข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยว่า หนี้ครัวเรือนของไทยลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยเมื่อปีที่แล้วสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ลดลงจากร้อยละ 81.2 ในปี 2558 เหลือร้อยละ 79.9 ซึ่งเกิดจากการขยายตัวของจีดีพีที่สูงกว่าหนี้ครัวเรือน ส่วนหนึ่งมาจากการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินอย่างระมัดระวัง ทำให้หนี้ครัวเรือนของประเทศลดลง โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อรายบุคคลที่ก่อนหน้านี้เป็นตัวก่อหนี้จำนวนมาก   ทั้งนี้รัฐบาลได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างครบวงจร เพื่อลดภาระหนี้และช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยซึ่งมีหนี้ครัวเรือนมากกว่ากลุ่มอื่น เช่น เปิดลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ สนับสนุนสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ckQk76KjLy4

 38,433
สังคม-อาชญากรรม
25 มี.ค. 60

ดีเดย์ 5 เม.ย.! .คนขับ-ผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดในรถ ย้ำเล่นน้ำสงกรานต์ห้ามยืน-นั่งท้ายกระบะ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวพร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกฉบับแก้ไข โดยระบุว่า ระหว่างนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนรับทราบเกี่ยวกับการคาดเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะจับปรับจริงในวันที่ 5 เมษายนนี้ ไม่ว่าจะเป็นรถแท็กซี่ รถยนต์ส่วนบุคคลที่มีเข็มขัดนิรภัย ผู้โดยสารทุกคนต้องรัดเข็มขัดด้วย ส่วนรถกระบะจะห้ามไม่ให้นั่งด้านหลังจะให้นั่งเฉพาะห้องโดยสารเท่านั้น หากบอกว่าได้รับผลกระทบก็กระทบแน่นอน แต่เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของประชาชน เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแต่ละครั้งไม่ใช่เดือดร้อนเฉพาะตัวเอง ครอบครัว และรัฐก็ต้องจ่ายเงินดูแลรักษาด้วย   สำหรับสงกรานต์ปีนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ห้ามนำโอ่ง หรือถังน้ำ ขึ้นท้ายรถกระบะ สามารถนำขึ้นได้ตามปกติ แต่จะต้องไม่มีคนไปนั่ง หรือยืนอยู่ท้ายรถ หากพบก็จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับปรับแน่นอน โดยจะต้องนั่งรัดเข็มขัดนิรภัยอยู่ภายในห้องโดยสารเท่านั้น     พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ม.44 ที่ออกมาจะมีเรื่องของการห้ามจอดรถในที่ห้ามจอดด้วย ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเวลาไปกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการ รวมถึงค่าปรับต่างๆ ก่อน จึงจะเริ่มดำเนินการจับปรับอย่างจริงจังต่อไป ส่วนเรื่องของการบังคับให้คนขับ รวมถึงผู้โดยสารรถยนต์ส่วนบุคคลและรถโดยสารสาธารณะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยนั้น ในระหว่างวันที่ 21 มีนาคม-4 เมษายน 2560 ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบเกี่ยวกับคำสั่งตามมาตรา 44 ที่ออกมา หากพบเห็นผู้กระทำความผิดทางเจ้าหน้าที่พบเห็นจะเป็นการแจ้งเตือนก่อน ยังไม่มีการจับปรับตามกฎหมาย แต่ในวันที่ 5 เมษายนเป็นต้นไป จะไม่มีการแจ้งเตือนจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก เพราะจะดำเนินการจับปรับตามกฎหมายทันที เพราะถือว่าได้มีการแจ้งเตือนไปแล้ว       สำหรับรถโดยสารสาธารณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นรถแท็กซี่ รถตู้ หรือรถทัวร์ จะต้องแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยก่อนรถออกด้วย หรือจะต้องมีการติดป้ายแจ้งเตือนให้ผู้โดยสารรัดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทาง หากคนขับรถแจ้งแล้วผู้โดยสารไม่ปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติตามแล้ว ระหว่างทางปลดออก หากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบก็จะต้องถูกปรับทั้งคนขับ และผู้โดยสาร ยกเว้นว่าทางคนขับได้ยืนยันแล้วว่าบอกให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว แต่ผู้โดยสารไม่ยอมคาด ทางคนขับจึงจะไม่ถูกปรับ และจะปรับเฉพาะผู้โดยสาร โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดูที่เจตนาเป็นหลัก กรณีรถโดยสารสองแถว และรถสามล้อเครื่อง(ตุ๊กตุ๊ก)จะไม่มีการบังคับให้รัดเข็มขัด แต่จะมีมาตรการอื่นออกมาบังคับใช้เพื่อความปลอดภัยแทน เช่น การติดตั้งราวกั้นเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย และการบังคับลดความเร็ว เป็นต้น     ขณะที่ นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า อัตราค่าปรับของผู้ที่ไม่รัดเข็มขัดนิรภัยนั้น หากเป็นไปตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นอำนาจของเจ้าหน้าของกรมการขนส่งทางบก ทางผู้ประกอบการจะต้องถูกปรับ 5 หมื่นบาท คนขับและผู้โดยสารปรับ 5 พันบาท แต่หากเป็นกฎหมายตาม พ.ร.บ.จราจร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรับผิดชอบ รถโดยสารสาธารณะจะถูกปรับ 1 พันบาท ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคลปรับ 500 บาท     นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการปรับที่นั่งรถรถตู้โดยสารสาธารณะให้เหลือ 13 ที่นั่ง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเคลื่อนตัวออกจากตัวรถได้ง่ายหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีในเรื่องของความปลอดภัย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาในรายละเอียดว่าจะเอาที่นั่งตรงไหนออกไปบ้าง จากนั้นภายในวันที่ 5 เมษายน จะกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนออกมาเพื่อให้รถตู้โดยสารสาธารณะทุกคันนำไปปรับปรุงให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป     ในส่วนของการคาดเข็มขัดนิรภัยนั้น มีประกาศกรมการขนส่งทางบกเรื่องการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยและตำแหน่งที่นั่งเพื่อกำหนดคุณสมบัติและการติดตั้งเข็มขัดนิรภัย ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2555 กำหนดให้รถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่ และรถที่ใช้รับส่งจากสนามบิน(รถลีมูซีน) ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2531 – วันที่ 31 ธันวาคม 2553 จะต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยสำหรับที่นั่งของคนขับและที่นั่งตอนหน้ารถ ส่วนรถที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป กำหนดให้ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง และสำหรับรถตู้ส่วนบุคคล รถปิคอัพ และรถสองแถว ที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2537 กำหนดให้ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยในที่นั่งของผู้ขับรถและที่นั่งตอนหน้า     ทั้งนี้รถตู้ส่วนบุคคลที่ผลิตหรือนำเข้าตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 เป็นต้นไป ต้องติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง สำหรับรถสี่ล้อเล็กรับจ้างที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 กำหนดให้ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยเฉพาะที่นั่งด้านหน้าของคนขับและผู้โดยสาร โดยรูปแบบของเข็มขัดนิรภัยที่ต้องติดตั้งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบรัดหน้าตักและรั้งพาดไหล่ ใช้สำหรับตำแหน่งที่นั่งผู้ขับรถ ที่นั่งตอนเดียวกับผู้ขับรถและที่นั่งตอนหลังผู้ขับรถริมสุด ส่วนที่นั่งระหว่างกลางเป็นเข็มขัดนิรภัยแบบรัดหน้าตัก (แบบคาดเอว)             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/vzQL6PvJxVg      

 18,669
การเมืองเข้มข้น
19 มี.ค. 60

พล.ท.สรรเสริญ ปัดข่าวลือโซเชียลฯ รัฐอนุมัติงบสร้างมัสยิดหลายจังหวัด ชี้บิดเบือนข้อมูล เตือนปชช.อย่าหลงเชื่อ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่ารัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณจำนวนมาก สร้างมัสยิดกลางประจำจังหวัดหลายจังหวัด พร้อมกับให้เงินเดือนโต๊ะอิหม่ามเดือนละ 18,000 บาท และคณะกรรมการมัสยิดทุกคน แต่ไม่เคยสนับสนุนการสร้างวัด โดยพยายามทำให้สังคมรู้สึกว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับศาสนาอิสลามมากกว่าศาสนาพุทธนั้น ว่า ทางรัฐบาลมีหน้าที่อุปถัมภ์ดูแลทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน และส่งเสริมให้ศาสนิกชนทุกคนมีความรักใคร่กลมเกลียว เอื้ออาทร และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ดังนั้น ข้อความที่มีการแชร์ต่อกันจึงเป็นเรื่องที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ จึงขอเตือนผู้ไม่หวังดีหยุดสร้างกระแสบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ส่วนประชาชนก็จะต้องใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร อย่าหลงเชื่อ และไม่ส่งต่อหรือวิพากษ์วิจารณ์ เพราะจะตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดี โดยไม่รู้ตัว     พล.ท.สรรเสริญ ยังกล่าวอีกด้วยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงหลายเรื่อง เช่น การสร้างมัสยิดที่ จ.นนทบุรี นั้น เป็นงบประมาณส่วนท้องถิ่น ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาลส่วนกลาง ส่วนมัสยิดที่ จ.นครศรีธรรมราช มีการอนุมัติงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้าง ตั้งแต่ปี 2555 โดย ครม.ในขณะนั้น แต่มาแล้วเสร็จในปี 2559 ขณะที่ภาพของโรงเรียนอิสลามขนาดใหญ่บนเขายายเที่ยง แท้จริงแล้วตั้งอยู่ที่เขตลาดพร้าว กทม. นอกจากนี้ อัตราค่าตอบแทนของโต๊ะอิหม่ามที่มีการเผยแพร่ก็ไม่ถูกต้องเช่นเดียวกัน โดยระเบียบ มท.ว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัด อิหม่าม คอเต็บ และบิหลั่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2552 กำหนดให้บุคคลดังกล่าวมีค่าตอบแทนระหว่าง 1,000-3,500 บาทต่อเดือน ไม่ใช่ 18,000 บาท ตามที่มีการกล่าวอ้าง           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/B9mqk8aOfb0    

 2,649
การเมืองเข้มข้น
12 มี.ค. 60

นายกฯ ขอบใจ นักศึกษา ม.รังสิต วาดภาพเหมือนให้ ลั่นชื่นชมในความสามารถ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชื่นชมในความสามารถ และขอบใจ นายดารวงศ์ แจ้งใจดี นักศึกษาสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่วาดภาพเหมือน พร้อมเปิดเพลงคืนความสุขให้คนในชาติคลอไปด้วย เพื่อสร้างอารมณ์ในการทำงานศิลปะ เพื่อมอบความสุขแด่นายกรัฐมนตรี ตลอดจนเชิญชวนให้เพื่อนๆ แชร์ต่อๆ กัน โดยถือเป็นกำลังใจในการทำงานเพื่อบ้านเมือง พร้อมทั้งอยากเห็นการเรียนรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ได้ในชีวิตจริงอย่างงานศิลปะ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ การผลิตแอนนิเมชั่น หรือสาขาอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ผู้ปกครองและครูควรสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษาหาความรู้ในสิ่งที่ตัวเองถนัดและชื่นชอบ และพัฒนาทักษะที่มีอยู่ให้สูงขึ้น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/rZ3u9uQo7Bc

 8,221
การเมืองเข้มข้น
10 มี.ค. 60

'สรรเสริญ-ดีเอสไอ' ปฎิเสธเผด็จศึกวัดพระธรรมกายใน 5 วัน

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธกระแสข่าวอีก 5 วัน จะสามารถดำเนินคดีวัดพระธรรมกายกับพระธัมมชโยได้ ว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งจากการตรวจสอบคำให้สัมภาษณ์ของดีเอสไอ ไม่ได้พูดลักษณะนี้ แต่เป็นการกล่าวว่าภายใน 5 วัน จะมีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรม ซึ่งการทำต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวัง และป้องกันการนำประเด็นไปขยายผล รวมถึงเรื่องจับสึกพระธัมมชโย จะต้องมีขั้นตอนตามพระธรรมวินัยสงฆ์ ซึ่งจะต้องมีการแจ้งความผิดและเจอตัวพระธัมมชโย จึงสามรถสึกได้ ไม่ใช่การสึกในโซเชียล ดังนั้นขอให้สังคมเข้าใจและอย่ากดดัน เพราะการดำเนินการเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเป็นเรื่องของพระและมีมวลชนเข้าเกี่ยวข้อง   ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า สำหรับกรณีที่ดีเอสไอระบุจะจบภารกิจการตรวจค้นวัดพระธรรมกายภายใน 5 วันนั้น ตนไม่ได้ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 4-5 วัน แต่ระบุว่าจะปฏิบัติการโดยเร็วและใช้ระยะเวลาสั้นๆ โดบไม่สามารถระบุได้ว่าจะจบภารกิจในรูปแบบไหน โดยขณะนี้ก็มีความชัดเจนและคืบหน้าขึ้นตลอด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_J3rqRQI78E    

 10,392
การเมืองเข้มข้น
10 มี.ค. 60

'สรรเสริญ' ปฏิเสธรัฐเตรียมปรับขึ้นภาษี vat 1% ชี้ที่นายกฯพูดแค่เปรียบเปรย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงงบประมาณของประเทศว่า ประเทศไทยอยู่ด้วยระบบทุนนิยมเสรี ซึ่งเป็นรายได้ของประเทศ และมีภาษีจากข้าราชการ ที่มีการเสียภาษีเต็มจำนวนทั้งหมด ขณะที่ประชาชนจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT ซึ่งยังอยู่ที่ร้อยละ 7 มาหลายปี แต่หากเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 1 จะทำให้รายได้ประเทศเพิ่มขึ้นกว่าแสนล้านบาท ประชาชนจะเสียสละได้หรือไม่ จะได้นำงบประมาณไปทำในสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ตูดขาด เพราะเดินด้วยความระมัดระวังและมีภูมิคุ้มกันอยู่ตลอด สามารถบริหารจัดการได้ เงินกู้ต่างๆ ก็อยู่ในกรอบทั้งหมด และหนี้สาธารณะลดลง   นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่กำลังลงทุนจะเกิดมูลค่าและรายได้ในปีหน้าและปีต่อไป ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ หลายอย่างรัฐบาลไม่สามารถทำเร็วมากได้ เพราะยังติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย ขออย่าทำอะไรตามใจมากนัก   ด้าน พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนหลายสำนักนำเสนอข่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีนโยบายให้ปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 1 เพื่อเพิ่มรายได้รัฐ ในช่วงที่กล่าวปราศรัยระหว่างลงพื้นที่และพบปะประชาชนที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า เรื่องดังกล่าวอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากเจตนาที่แท้จริงของนายกรัฐมนตรี จึงมีการนำเสนอข่าวที่ไม่ถูกต้อง เพราะนายกฯ เพียงต้องการชี้ให้เห็นว่า เมื่อประชาชนเสนอข้อเรียกร้องขอความช่วยเหลือมายังรัฐบาลหลายเรื่อง แต่รายได้หลักของรัฐบาลมาจากการเก็บภาษีแต่เพียงอย่างเดียว แล้วจะนำเงินที่ไหนไปจ่าย   ฉะนั้น หากประชาชนต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ หรือได้รับเงินจากภาครัฐ ประชาชนก็ต้องรู้จักเสียสละด้วย โดยได้ยกตัวอย่างว่า หากประชาชนจ่ายภาษี VAT เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 1 ก็จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกกว่า 100,000 ล้านบาท “ยืนยันว่านายกฯ ไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะไม่มีรัฐบาลไหนที่จะออกนโยบายซ้ำเติมประชาชนในขณะที่ทุกคนเดือดร้อนเนื่องจากเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ดังนั้น จึงอยากให้พี่น้องสื่อมวลชนสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม และหวังว่าคงไม่มีผู้ใดหยิบฉวยโอกาสนี้ กระพือข่าวโจมตีว่ารัฐบาลถังแตก เพื่อลดความน่าเชื่อถือ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F0K2En1CBSY    

 10,950
การเมืองเข้มข้น
09 มี.ค. 60

รัฐบาลวอนอย่าเชื่อข่าวลือกำหนดวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แนะใช้วิจารณญาณไม่ส่งต่อข่าว

พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในระหว่างวันที่ 25-30 ธ.ค.60 ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีฯ เมื่อวันที่ 1 มี.ค.60 ที่ประชุมเห็นชอบช่วงเวลาการจัดงานพระราชพิธีดังกล่าวคือช่วงปลายเดือน ต.ค. 60 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัย ดังนั้น ประชาชนจึงควรใช้วิจารณญาณไม่ส่งต่อข่าวสารที่อาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้อื่น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PtjLX_ojtvE

 11,891
การเมืองเข้มข้น
08 มี.ค. 60

รัฐบาลวอน อย่าเชื่อข่าวลือกำหนดวันพระราชพิธีพระบรมศพ ขออย่าส่งต่อ

รัฐบาลวอนอย่าเชื่อข่าวลือกำหนดวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 แนะใช้วิจารณญานไม่ส่งต่อสร้างความสับสน พร้อมแจงทำเนียบงดออกกำลังกายประจำสัปดาห์ เหตุอากาศเริ่มร้อนจัด   พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในระหว่างวันที่ 25 - 30 ธ.ค.60 ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีฯ เมื่อวันที่ 1 มี.ค.60 ที่ประชุมเห็นชอบช่วงเวลาการจัดงานพระราชพิธีดังกล่าวคือช่วงปลายเดือน ต.ค. 60 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อมีพระบรมราชวินิจฉัย ดังนั้น ประชาชนจึงควรใช้วิจารณญาณไม่ส่งต่อข่าวสารที่อาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้อื่น   นอกจากนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ในวันนี้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้งดจัดกิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้งประจำสัปดาห์ที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากสภาพอากาศที่เริ่มร้อนจัด จึงเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อสุขภาพของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ไปร่วมกิจกรรม แต่ในส่วนของหน่วยงานอื่น ๆ นั้น นายกรัฐมนตรีขอให้ใช้ดุลพินิจว่า ควรจัดกิจกรรม หรือไม่อย่างไรทั้งนี้หากจะจัด ควรเป็นบริเวณใดจึงจะเหมาะสม โดยให้คำถึงสุขภาพของบุคลากรภายในหน่วยงานเป็นสำคัญ

 13,301

Top