ค้นหา :

ผลการค้นหา "นราธิวาส"

ข่าวภูมิภาค
12 ม.ค. 62

ใต้เดือด! เด็ก9ขวบถูกลูกหลงโดนยิงเจ็บ-โต๊ะอิหม่ามถูกประกบยิงดับ ด้านงานวันเด็กยังคึกคักคนแห่เที่ยวนับหมื่น

ปัตตานี-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะหริ่ง ได้รับแจ้งมีเหตุยิงปะทะกัน บริเวณ ม.3 ต.ตะโละกาโปร์ โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และยังมีชาวบ้านถูกลูกหลง 1 ราย เป็นเด็กผู้หญิง อายุ 9 ปี ซึ่งทั้งสองถูกทำส่ง รพ.ปัตตานี ก่อนที่ต่อมาพบว่าฝ่ายคนร้ายถูกยิงเสียชีวิต 2 ราย   นราธิวาส-เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รือเสาะ รับแจ้งเหตุ นายดอเลาะ สะไร อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดปูโปะ ถูกคนร้ายขี่รถ จยย.ประกบยิง 4 นัด เสียชีวิต    นอกจากนี้ ขณะเดียวกันที่นราธิวาส มีการจัดงานวันเด็ก โดยมีเด็กจากหลายจังหวัดไปเที่ยวนับหมื่นคน ที่ค่ายจุฬาภรณ์          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xOJ69B5llY0  

 1,021
ข่าวภูมิภาค
01 ม.ค. 62

วงจรปิดจับภาพวัยรุ่นควงมีดกระหน่ำแทงคู่อริ วิ่งหนีตามแทงซ้ำดับสลด

นราธิวาส-โลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เทศบาลตำบาลแว้ง โดยภาพวงจรปิดสามารถจับภาพชายวัยรุ่น ขณะกำลังลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงผู้เสียชีวิตอย่างบ้าคลั่ง โดยไม่สนใจสายตาผู้คนในที่พบเห็นเหตุการณ์ ซึ่งภาพที่อยู่ในคลิปดังกล่าว ปรากฏภาพผู้เสียชีวิตกำลังขี่รถจยย.ออกมาที่หน้าปากซอย ขณะนั้นมีชายวัยรุ่นอีกคนที่สวมหมวกกันน็อก ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุได้ขี่รถจยย.มาจอดในเลนสวน จากนั้นได้มีการพูดคุยเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสองจะเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา ซึ่งชายที่ก่อเหตุได้นำมีดที่พกติดตัวมาด้วยกระหน่ำแทงจนผู้เสียชีวิตวิ่งหลบหนีไป แต่ผู้ก่อเหตุยังตามไปแทงซ้ำจนเสียชีวิต

 14,368
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 61

เผยกล้องหน้ารถจับภาพ นาทีระเบิดใส่ถุงดำลอบวางบึ้ม ตร.บาเจาะเสียชีวิต

นราธิวาส-ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ทำให้ ส.ต.อ.ยุทธพงศ์ นุ้ยแก้ว ผู้บังคับหมู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สภ.ปะลุกาสาเมาะ เสียชีวิต และเพื่อนตำรวจอีก 5 นายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณริมถนนเพชรเกษม สายปัตตานี นราธิวาส ก่อนถึงปั๊มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. ประมาณ 100 เมตร ช่วงบ้านบาตู ม.6 ต.ปะลุกาสาเมาะ ในช่วงของคืนวันที่ 24 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา   ล่าสุดมีกล้องติดหน้ารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถบันทึกหลักฐาน ซึ่งเป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิก หนัก 20 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ที่คนร้ายได้อำพรางใส่ไว้ในถุงดำขนาดใหญ่ริมถนน เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ขับขี่ยานพาหนะไปมา ซึ่งกล้องติดหน้ารถยนต์ของเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพไว้ได้ชัดเจน เมื่อถุงดำขนาดใหญ่ถูกแสงไฟหน้ารถยนต์ของเจ้าหน้าที่ จะเห็นเป็นสีขาวขุ่น เนื่องจากเม็ดพลาสติกที่เป็นส่วนผสมของการผลิตถุงดำได้ส่องประกายออกมา   ส่วนคนร้ายที่ลอบนำระเบิดมาซุกเพื่อจุดชนวนดักสังหารเจ้าหน้าที่ คงเป็นการวางระเบิดแบบเร่งด่วน ซึ่งคาดว่า คนร้ายกลุ่มนี้มีด้วยกัน 2 ชุด คือ ชุดที่ส่งสัญญาณให้กลุ่มวางระเบิดทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับเพื่อผ่านจุดดังกล่าว และเมื่อชุดที่ 2 ซึ่งเป็นชุดวางระเบิด เมื่อได้รับการส่งสัญญาณจากชุดแรก จึงได้ลอบนำระเบิดไปวางไว้ริมถนน   เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล่นผ่าน จึงได้จุดชนวนระเบิดทันทีด้วยความแม่นย้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นฝีมือการกระทำของสมาชิกแนวร่วมที่แฝงตัวเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่ อ.บาเจาะ โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนสอบสวนในการติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/k244SNvyQew

 2,790
ข่าวภูมิภาค
07 ธ.ค. 61

ลูกระแวงแม่เฒ่าจะทำร้าย คว้ามีดปาดคอดับสยอง ก่อนหนีไปจิบน้ำชาบ้านเพื่อน

นราธิวาส-พบศพนางทิม ฉัตรวิจิตร อายุ 73 ปี นอนจมกองเลือดเสียชีวิตภายในห้องน้ำของบ้านพัก โดยมีบาดแผลถูกของมีคมปาดที่บริเวณลำคอเป็นแผลฉกรรจ์ 1 แผล   จากการสอบสวนพยานซึ่งเป็นหลานสาวของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายวันนิวัติ ฉัตรวิจิตร อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นน้าชายและเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต หลังจากก่อเหตุได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป คาดว่าน่าจะไปหลบซ่อนตัวที่บ้านเพื่อนสนิทคนหนึ่งในพื้นที่บ้านละหาร ม.1 ต.ละหาร   เมื่อถึงบริเวณหน้าบ้านเป้าหมาย พบว่า นายวันนิวัติ ได้นั่งดื่มกาแฟอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ไปเชิญตัวนายวันนิวัติ ไปสอบสวนปากคำที่ สภ.ยี่งอ ซึ่งนายวันนิวัติ มีลักษณะอาการเหมือนคนเหม่อลอยซึมเศร้า แต่ก็ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่แต่โดยดี ต่อมานายวันนิวัติ ได้ให้การว่า ตนมีอาการหวาดระแวงว่ามารดาจะทำร้าย จึงได้ตัดสินใจใช้มีดทำกับข้าว บุกไปปาดคอมารดาที่กำลังอาบน้ำภายในห้องน้ำจนเสียชีวิต แล้วตนได้รีบขี่รถ จยย.ออกจากบ้านพักโดยหลบหนีไปบ้านเพื่อน เมื่อถึงบ้านเพื่อนตนได้อาบน้ำและเมื่ออาบน้ำแล้วเสร็จ จึงได้เดินออกมานั่งกินน้ำชา แล้วเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวไปโรงพักดังกล่าว พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา ผกก.สภ.ยี่งอ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบประวัติของนายวันนิวัติ เคยก่อคดีพยายามฆ่าผู้อื่นในปี พ.ศ. 2539 ที่เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้กับชาวบ้านมาแล้ว 1 ครั้ง และเมื่อพ้นโทษมาก็ได้รักษาตัวจากอาการทางจิต ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอีกครั้งว่านายวันนิวัติ เป็นผู้ป่วยทางจิตจริงหรือไม่อย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FhxJVXLFniY

 2,142
สังคม-อาชญากรรม
04 ธ.ค. 61

สลด! หนุ่มใหญ่ป่วยจิตเวชวัย 50 พลัดตกบ่อเลี้ยงปลาร้างเสียชีวิต หลังญาติตามหาตลอดคืน

วันนี้ (4 ธ.ค.61) เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.ท.หญิงปรียาภรณ์ ชูอินทร์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุพบศพผู้เสียชีวิตภายในบ่อเลี้ยงปลาร้าง ถ.ประชาวิวัฒน์ ซอย 8 ต.สุไหงโกลก จึงสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจสุไหงโกลก รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีบ่อเลี้ยงปลาร้างอยู่ด้านขวามือของศาลาที่พัก ซึ่งมีศพนายสมหมาย ศิรินารถ อายุ 50 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคจิตเวช นอนหงายลอยขึ้นอืดในบ่อเลี้ยงปลา เจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจสุไหงโก-ลก จึงได้ช่วยกันนำศพขึ้นจากบ่อ และได้ตรวจสอบศพอย่างละเอียดไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายใดๆตามร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบกระเป๋าสะพายของผู้เสียชีวิตที่ได้คาดไว้บริเวณไหล่ซ้าย พบบัตรประชาชน บัตรผู้ป่วยของโรงพยาบาลสุไหงโกลก พร้อมด้วยยาอาการทางจิตเวชจำนวนหนึ่ง ที่บรรจุอยู่ในซองยาของโรงพยาบาลสุไหงโกลก เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจสุไหงโกลก ส่งโรงพยาบาลสุไหงโกลก เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา   จากการสอบสวน นายสมชาย ศิรินารถ ซึ่งเป็นพี่ชายของผู้เสียชีวิตทราบว่า น้องชายซึ่งป่วยเป็นโรคทางจิตเวช ที่ปัจจุบันยังได้รับประทานยาของหมออยู่เป็นประจำ ได้หายออกจากบ้านเมื่อเวลา 20.00 น. ของคืนวันที่ 1 ธ.ค. 61 ที่ผ่านมา ตนและญาติๆได้ออกตามหาตามสถานที่ต่างๆ ที่ผู้เสียชีวิตมักเดินทางไปเป็นประจำทั้งตามบ้านของเครือญาติ และบ้านเพื่อนๆของผู้เสียชีวิตแต่ไม่มีใครพบเห็น ตนจึงได้เตรียมนำหลักฐานจะเดินทางไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และในขณะที่ตนกำลังขี่รถ จยย.เพื่อไปเปิดประตูรั้ว ได้มีกลิ่นเหม็นคล้ายซากศพโชยมากับกระแสลม ตนจึงได้เดินไปที่บ่อเลี้ยงปลาร้าง พบศพน้องชายลอยขึ้นอืด จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ   นายสมชาย ยังได้กล่าวลอยๆด้วยเสียงสั่นเครือกับเจ้าหน้าที่ ว่า ตนตั้งใจมานานแล้วจะนำตาข่ายมากั้นบริเวณบ่อเลี้ยงปลาร้าง เพราะเกรงว่าสักวันหลานตัวเล็กๆของตนที่อยู่ในวัยซุกซน อาจจะพลัดตกหากแอบมาเล่นซุกซนที่บริเวณบ่อดังกล่าว แต่กลับมาเกิดกับน้องชายของตนเสียเอง ที่ชอบมานั่งเล่นคนเดียวบ่อยครั้งตามประสาผู้ป่วยทางจิต ซึ่งอาจจะเดินไปตามขอบบ่อเลี้ยงปลาร้างที่มีตะไคร่น้ำขึ้นโดยรอบ แล้วเกิดลื่นพลัดตกลงไปจนเสียชีวิต ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ที่ตนต้องรีบนำตายข่ายมากั้น และไม่ติดใจการเสียชีวิตของน้องชายแต่อย่างใด

 1,413
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ย. 61

ประมวลภาพลอยกระทงปี 61 คึกคักทั่วไทย กระทงลงลิฟต์ก็มา!

ประมวลภาพบรรยากาศเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2561 ที่คึกคักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ คนไทย-มาเลย์ร่วมลอยกระทงที่นราธิวาส, ประเพณียี่เป็ง จ.เชียงใหม่, ลอยกระทงกาบกล้วย 2 แสนใบ จ.สมุทรสงคราม, ลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จ.กำแพงเพชร, ลอยกระทงคุณยายนพนาศ จ.นครปฐม, ลอยกระทงกว๊านพะเยา จ.พะเยา, ลอยกระทงลงลิฟต์ จ.พิจิตร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/L8QD_M5mN2w

 2,137
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 61

ฝนถล่มนราธิวาส 1 สัปดาห์ 13 อำเภอ ได้รับผลกระทบเต็มๆ แม่น้ำสายหลักจ่อล้นตลิ่ง เสี่ยงน้ำท่วม

(6 พ.ย. 61) พื้นที่ใน จ.นราธิวาส ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ โดยพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกลงมาหนักอยู่ในพื้นที่ อ.แว้ง วัดได้ 74 มิลลิเมตร รองลงมาคือ อ.ยี่งอ วัดได้ 45 มิลลิเมตร ส่งผลทำให้บ้านเรือนของประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตร ที่ปลูกสร้างและตั้งอยู่ในที่ราบลุ่ม 2 อำเภอ คือ 1. อ.เจาะไอร้อง บริเวณบ้านบาโงดุดุง ม.6 ต.จวบ มีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือน 45 ครัวเรือน รวม 360 คน โดยมีปริมาณน้ำท่วมขังโดยภาพรวมสูงเฉลี่ย 20 ถึง 30 ซ.ม. 2.อ.สุไหงปาดี บริเวณบ้านปิเหล็ง ม.7 ต.สุไหงปาดี มีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือน จำนวน 20 ครัวเรือน รวม 125 คน มีปริมาณน้ำท่วมขังโดยภาพรวมสูงเฉลี่ย 20 ถึง 40 ซ.ม. โดยถนนภายในหมู่บ้านทั้ง 2 แห่ง มีปริมาณน้ำท่วมขังเป็นช่วงๆสูงเฉลี่ยโดยภาพรวม 10 ถึง 20 ซ.ม. แต่ยานพาหนะทุกชนิดยังสามารถสัญจรไปมาได้   ส่วนแม่น้ำสายสุไหงโกลก ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของแม่น้ำสายหลัก ที่รองรับปริมาณน้ำฝนและมวลน้ำป่าจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในพื้นที่ อ.สุคิริน นั้น ยังคงมีสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกจำนวนหนึ่ง โดยมีปริมาณน้ำต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1 เมตร แต่ถึงอย่างไรก็ตามทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส และทางศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม จ.นราธิวาส ได้ประกาศเตือน ประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ในที่ราบลุ่มริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโกลก จำนวน 5 ชุมชน คือ ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนท่าประปา ชุมชนท่ากอไผ่ ชุมชนหัวสะพาน และชุมชนหลังด่าน ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ให้เฝ้าระวังอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากขึ้นได้ในระยะนี้ หากฝนยังคงตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในระยะเวลา 2 ถึง 3 วันนี้   นอกจากนี้ในส่วนของกระแสลมที่พัดกรรโชกแรงและทะเลมีคลื่นสูงโดยเฉลี่ย 1 ถึง 2 เมตร ส่งผลทำให้ประชาชนที่ประกอบอาชีพทำการประมงชายฝั่งเป็นจำนวนมาก ต่างพากันนำเรือจอดเทียบท่า เกรงอาจจะได้รับอันตรายในครั้งนี้เช่นกัน  

 825
ข่าวภูมิภาค
01 พ.ย. 61

โรงเรียนในนราธิวาสเริ่มเปิดเรียนวันแรกคึกคัก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้ม!

โรงเรียนในนราธิวาสเริ่มเปิดเรียนวันแรกคึกคัก ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้ม!   (1 พ.ย. 61) นราธิวาส-สำหรับบรรยากาศการเปิดภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2561 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาสทั้ง 3 เขต จำนวน 379 โรง ซึ่งเปิดเทอมพร้อมกันทั้งจังหวัดในวันนี้เป็นวันแรก จากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า จากการตระเวนสำรวจที่โรงเรียนบ้านศาลาใหม่ ม.3 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยภาพรวมมีเจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่าย ได้แยกย้ายกันปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบอย่างเข้มงวด โดยภายในบริเวณโรงเรียนมีเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วน ให้การรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบของโรงเรียน และมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ตากใบ ยืนให้การรักษาความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกครูและนักเรียน บริเวณประตูทางเข้าโรงเรียน รวมทั้งคอยสังเกตบุคคลต้องสงสัยที่อาจจะแฝงตัวคอยสังเกตการณ์ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กองกำลัง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลไปวางแผนหาช่องโหว่ก่อเหตุร้าย   นอกจากนี้จากที่บริเวณถนนสายหลักที่มีมุ่งสู่โรงเรียนแต่ละแห่ง จะมีเจ้าหน้าที่ทหารในการลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง รวมทั้งการตั้งจุดตรวจเพื่อตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย ที่ขี่และขับนายพาหนะผ่านไปมาเส้นทางดังกล่าว เพื่อสกัดกั้นกลุ่มผู้ไม่หวังดี แฝงตัวเข้ามาลอบก่อเหตุร้ายในช่วงเปิดเทอม

 827
ข่าวภูมิภาค
30 ต.ค. 61

นราธิวาสเข้ม ประชุมกองกำลังสามฝ่ายออกกฏเหล็กวางมาตรการ ครู-นร.-รปภ. รับเปิดเทอม

วันนี้(30 ต.ค. 61) เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ ห้องประชุมที่ว่าการ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นายเชาวลิต สิทธิฤทธิ์ ปลัดอำเภอสุไหงโก-ลก หัวหน้ากลุ่มงานความมั่นคง ได้เรียกประชุมหัวหน้าและตัวแทนหน่วยของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่าย รวมทั้งตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 2 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวม 15 คน เพื่อวางมาตรการให้การรักษาความปลอดภัยให้กับคณะครูและบุคคลากรทางการศึกษา โรงเรียนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 3 ตำบล 1 เขตเทศบาล ซึ่งมีโรงเรียนจำนวน 28 โรง ที่จะทำการเปิดการเรียนการสอน ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2561 ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ที่จะถึงนี้ เป็นการป้องกันและสกัดกั้นเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น จากการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี    ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ได้ข้อสรุปเป็นที่น่าพึ่งพอใจ โดยได้นำแผนการ รปภ.ครูของปีที่ผ่านมา พิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม เน้นความปลอดภัยของครูและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ประการสำคัญคือหากเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดกับทางโรงเรียนหรือคณะครู ทางโรงเรียนสามารถที่จะแจ้งแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงให้รับทราบได้อย่างรวดเร็ว   ส่วนการ รปภ.โรงเรียนและคณะครูก็มีการดึงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และกลุ่มลูกจ้างโครงการจ้างงานเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่ทหาร มายืนให้การรักษาความปลอดภัยหน้าประตูโรงเรียน โดยจะมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติ เนื่องจาก ชรบ.และกลุ่มลูกจ้าง ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่า มีบุคคลต้องสงสัยแฝงตัวปะปนกับผู้ปกครอง เพื่อฉวยโอกาสก่อเหตุหรือไม่อย่างไร   นอกจากนี้ในส่วนของเส้นทางสายหลัก ก็จะมีเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวน ขับรถยนต์วิ่งตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทาง และทำหน้าที่รับส่งคณะครูจากจุดรวมพลไปยังโรงเรียนแต่ละแห่ง โดยในส่วนของโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสูง ก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ รปภ.โรงเรียนและคณะครูหน้าประตูแต่ละแห่ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากคณะครูมีความจำเป็นต้องเดินทางออกนอกเส้นทาง หรือนอกเวลากำหนดในทุกกรณี ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้รับทราบ เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้จัดสรรกำลังมาดูแลคณะครูในส่วนนี้ เนื่องจากกรณีดังกล่าวมักเกิดเหตุร้ายเกิดขึ้นบ่อยครั้งกับคณะครูในช่วงทุกๆปีที่ผ่านมา  

 862
ข่าวภูมิภาค
11 ต.ค. 61

อุตุฯเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ รับมือฝนตกหนัก-น้ำป่าไหลหลาก 11-13 ต.ค.นี้

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก จ.สงขลา เตือน 6 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เตรียมรับมือฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก จากอิทธิพลของลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน   ประกอบกับร่องมรสุมกำลังอ่อนยังคงพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง และบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศลาวตอนบน ประเทศเวียดนาม และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ในวันที่ 11-13 ตุลาคม 2561 ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น บริเวณภาคใต้ตอนล่างจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนหนักหลายพื้นที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uYowtQshzNs

 2,076
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 61

โจรใต้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มบ้านชาวบ้าน 2 จุด ที่จะแนะ อรบ.เสียชีวิต-เจ็บอื้อ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงป้อม อรบ. และบ้านของชาวบ้านรวม 2 จุด ในพื้นที่บ้านไอร์บาลอ ม.6 ต.ช้างเผือก มี อรบ. 4 คน เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมเดินทางร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ   โดยจุดที่ 1 เป็นบ้านเลขที่ 281 พบศพนางอวบ อุทัย เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็น อรบ.บ้านไอร์บาลอ นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณภายในห้องโถงหน้าบ้านพัก และกระจกหน้าแตกถูกกระสุนปืนของคนร้ายแตก ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลจะแนะไปก่อนหน้าแล้ว ประกอบด้วย 1.นายศรีบุญเรือง อุทัย 2.นางวรรณเพ็ญ อุทัย และ 3.นายบุญเลิศ ชดช้อย ซึ่งทั้ง 3 คน เป็น อรบ.บ้านไอร์บาลอ เช่นกัน แต่นายศรีบุญเรือง มีอาการสาหัสได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีก 2 คน แพทย์ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุไหงโกลก   นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบอาคารศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งอยู่ด้านขวามือของบ้านพักเลขที่ 281 มีรถยนต์กระบะถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายทั้งคัน และที่บริเวณถนนหน้าอาคารศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเกษตรทฤษฎีใหม่เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้ารุ่นยาริส ถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณกระจกประตูด้านซ้ายมือแตก  ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจุดที่ 2 ซึ่งเป็นป้อม อรบ. ที่ปลูกสร้างอยู่บริเวณข้างอาคารศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจเกษตรทฤษฎีใหม่ มีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายได้รับความเสียหายเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลจะแนะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวนประมาณ 5 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือ ได้เดินลัดเลาะมาตามริมถนนที่มีพงหญ้ารกทึบ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่บ้านพักเลขที่ 281 และยิงใส่ป้อม อรบ.ที่อยู่ถัดจากอาคารศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจเกษตรทฤษฎีใหม่ จำนวนหลาย 10 นัดซ้อน จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ แถมรถยนต์เก๋งยาริสที่จอดอยู่ริมถนนหน้าอาคารศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้รับความเสียหาย จากนั้นคนร้ายได้ช่วยกันจุดไฟเผารถยนต์กระบะที่จอดอยู่ในอาคารศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจเกษตรทฤษฎีใหม่ แล้วคนร้ายได้พากันหลบหนีไป ต่อมาเมื่อเสียงปืนสงบลงชาวบ้านได้ช่วยกันดับไฟที่กำลังโหมลุกไหม้รถยนต์กระบะ และได้ช่วยกันนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี และจะระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/kliAbfI13cE

 1,473
แชร์ออฟเดอะเดย์
28 ส.ค. 61

ประจาน พนง.ร้านสะดวกซื้อมักง่าย กวาดขยะลงถนน ต้นสังกัดโร่ขอโทษ ทำหนังสือเตือนแล้ว

จากกรณีที่มีการโพสต์ภาพที่พนักงานร้านสะดวกซื้อ สาขาหน้าโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายระแงะมรรคา ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส ขณะกำลังกวาดขยะจากพื้นฟุตปาธลงมาบนพื้นถนน ทั้งที่ห่างกันเพียง 10 เมตร มีถังขยะของทางเทศบาลเมืองนราธิวาส วางไว้ที่มุมขวาของร้าน   ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลากลางดึก มีชาวบ้านได้บันทึกภาพวีดีไว้ได้ และถูกแชร์โพสต์เป็นประจานการกระทำของพนักงานทั้ง 2 คน พร้อมกล่าววิภาษณ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมนั้น   ล่าสุดมีสมาชิกพันทิป 'น้องเปาเซเว่น' ของร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ออกมาชี้แจงว่า เรียน คุณลูกค้าทุกท่าน ทางบริษัทต้องขออภัยอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การกระทำของพนักงานสาขาดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎระเบียบและขัดกับนโยบายของบริษัท     หลังจากทราบเรื่องที่เกิดขึ้นทางบริษัทได้เรียกประชุมพนักงานร้านสาขาและผู้ดูแลซึ่งเป็นผู้รับสิทธิ์ในการบริหารจัดการร้าน 7-11 ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ (Sub Area) อย่างเร่งด่วนเพื่อตักเตือนและแจ้งให้รีบปรับปรุงแก้ไข พร้อมให้ออกหนังสือเตือนพนักงานดังกล่าวและกำชับไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก ขณะเดียวกันได้รีบทำการปรับปรุงพื้นที่และดูแลทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขออภัยในความผิดพลาดมาอีกครั้งค่ะ ขอบคุณค่ะ   ต่อมาทางเทศบาลเมืองนราธิวาสได้มีการตรวจสอบคลิปดังกล่าว พบว่าเป็นคลิปที่ถ่ายไว้ช่วงเทศกาลวันฮารีรายอ กลางคืนของวันที่ 23 ส.ค.61 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส เป็นจำนวนมากเป็นประจำ และทางผู้เกี่ยวข้องของเทศบาลเมืองนราธิวาส จะเข้าไปพบกับผู้บริหารของร้านสะดวกซื้อ เพื่อไปดำเนินการตามกฏหมายเปรียบเทียบปรับตาม พ.ร.บ. การรักษาความสะอาดเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งกรณีดังกล่าวมีความผิดตามมาตรา 32 ในเรื่องของการทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยลงบนที่สาธารณะ   สำหรับการดำเนินการตามกฎหมายในครั้งนี้ ถือเป็นกรณีตัวอย่างสำหรับร้านค้า ผู้ประกอบการในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ทั้งหมดควรจะมีการรณรงค์ช่วยเหลือดูแลเรื่องความสะอาดในเขตเทศบาลด้วย   ด้านผู้จัดการร้านได้กล่าวขอโทษต่อทางเทศบาลเมืองนราธิวาส และสังคมด้วยต่อการกระทำของพนักงานของทางร้าน ซึ่งยอมรับว่าเป็นความมักง่ายของน้องพนักงาน ซึ่งภายหลังจากเกิดเรื่องขึ้นแล้วทางร้านได้ทำการอบรม ตักเตือนและสั่งการพนักงานทุกคนเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว พร้อมขอโทษสังคมแทนน้องพนักงานทั้ง 2 คน ด้วย ซึ่งต่อไปคงจะต้องให้พนักงานทุกคนระมัดระวังต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรให้มากกว่านี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/id2DQtzANTo

 1,945
ข่าวภูมิภาค
22 มิ.ย. 61

ยึดระเบิด 41 ลูกซุกกระบะ ขณะตั้งจุดตรวจที่ตากใบ

นราธิวาส-ตร.จับกุมคนร้ายได้ 1 คนพร้อมรถยนต์กระบะ บริเวณแค็ปหลังมีผ้าห่มนวม จำนวน 2 ผืนปิดทับกล่องกระดาษจำนวน 2 ใบไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดผ้าห่มนวมออก พบกล่องกระดาษภายในมีการบรรจุระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ เจ้าหน้าที่ชุด อีโอดีจึงใช้ความระมัดระวังในการขนย้ายวัตถุระเบิดออกมานอกรถ   และพบว่ามีระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ซุกไว้ในกล่องกระดาษทั้ง 2 ใบ รวม 41 ลูก น้ำหนักลูกละประมาณ 500 กรัม ซึ่งอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ภายในกล่องกระดาษเจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจสอบพบของกลาง เป็นวงจรจุดชนวนระเบิดที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องพลาสติกแบบ 4 เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง 4 นิ้วคูณ 4 นิ้ว   ซึ่งมีการตั้งเวลาให้ระเบิดทำงานในเวลา 5 นาที จำนวน 36 กล่อง วงจรจุดชนวนระเบิดที่มีการตั้งเวลาให้ระเบิดภายใน 10 นาที จำนวน 1 กล่อง และวงจรจุดชนวนระเบิดที่มีการตั้งเวลาให้ระเบิดทำงานภายใน 30 นาที จำนวน 2 กล่อง รวมทั้งวิทยุสื่อสารที่ตั้งความถี่ 138.100 MZ จำนวน 2 เครื่อง ที่ใช้ในการจุดชนวนระเบิด และ ไฟฉาย 4 อัน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝงและดีเอ็นเอ   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 1 คน คือ นายซานูซี ยาแต อายุ 39 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนขับรถยนต์กระบะ โดยให้การรับสารภาพในเบื้องต้น เป็นคนทำหน้าที่ขนย้ายวัตถุระเบิดจากพื้นที่ อ.สุไหงโกลก เพื่อไปมอบให้กับบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งที่จะมารอรับในพื้นที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ซึ่งเพื่อนที่มาด้วยกันอีก 1 คน ที่สามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไปได้ คือ นายอับดุลอาซิ สามะ ซึ่งเป็นคนมีภูมิลำเนาอยู่พื้นที่ ต.บางขุนทอง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส   ทั้งนี้ ตร.จะนำตัวผู้ต้องหาไปขยายผลถึงที่มาที่ไปของระเบิดแสวงเครื่องดังกล่าวว่าประกอบที่ใดและคนร้ายจะใช้ระเบิดดังกล่าวไปก่อเหตุที่ใดบ้างต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vNz4TKmg99k

 2,166
สังคม-อาชญากรรม
08 มิ.ย. 61

อุกอาจ! สังหารหมู่ 4 ศพ ชาวบ้านน้อมเกล้า ขณะออกไปร่อนทอง

วันนที่ 8 มิถุนายน 2561ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.40 น.วานนี้(7 มิถุนายน 2561)ผู้บัญชาการ ร้อย ทพ.1104 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพผู้เสียชีวิต 4 ราย พื้นที่บ้านน้ำตก หมู่ 5 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 5.56 ตกอยู่ 14 ปลอก ทราบรายชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายมะยูโซ๊ะ บาโด อายุ 49 ปี,นายฮีลมี บาโด อายุ 23 ปี,นายมูฮัมมัดฮาดิส บาโด อายุ 16 ปี และนายมะรอซาตี ปอ อายุ 36 ปี โดยทราบจากญาติว่าทั้งหมดออกไปร่อนทองในแม่น้ำสายบุรี บริเวณจุดเกิดเหตุ โดยญาติเห็นว่าออกไปร่อนทองเป็นเวลานานแล้ว ไม่กลับ จึงออกตามหา จนพบว่าเสียชีวิต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุคิริน อยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุ

 2,998
ข่าวภูมิภาค
10 เม.ย. 61

เปิดวงจรปิดเบาะแส คนร้ายวางระเบิด จยย.บอบม์กลางสุไหงโกลก 3 จุด ชาวบ้านเจ็บ 6

นราธิวาส-วงจรปิดจับภาพคนร้ายวางระเบิด จยย.บอบม์กลางสุไหงโกลก 3 จุด ได้แก่ จุดที่ 1. หน้าร้านนีโม่คาราโอเกะ ซึ่งตั้งอยู่ ถ.ประชาวิวัฒน์ ซอย 4 ต.สุไหงโกลก จุดที่ 2.บริเวณหน้าร้านพิเชษฐ์ อาหารตามสั่ง ตั้งอยู่เลขที่ 53 ถ.ประชาวิวัฒน์ ซอย 3 ต.สุไหงโกลก และจุดที่ 3 ที่บริเวณหลังโรงแรมพลาซ่า ต.สุไหงโกลก ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 ราย   ซึ่งล่าสุด พ.ต.อ.ประยุทธ์ วงศ์สันติ ผกก.สภ.สุไหงโกลก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บนเสาไฟฟ้าที่จุดเกิดเหตุทั้ง 3 จุด และกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายเอาไว้ได้ จำนวน 6 คน   โดยจุดที่ 1 หน้าร้านนิโม่คาราโอเกะ พบคนร้ายจำนวน 1 คน ขี่รถ จยย.ที่ซุกระเบิดผ่านมาตามถนนเจริญเขต ซอย 6 เลี้ยวขวาหน้าวัดโกลกเทพวิมล มาจอดที่หน้าร้านนีโม่คาราโอเกะ ก่อนที่จะเดินข้ามถนนไปซ้อนท้าย รถ จยย.ที่เพื่อนอีก 1 คน มาจอดรอรับ   ส่วนจุดที่ 2 บริเวณหลังโรงแรมพลาซ่า กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้ายเอาไว้ได้ โดยคนร้ายขี่รถ จยย.3ล้อพวงข้างซึ่งในกระบะได้ซุกซ่อนระเบิดไว้ และใช้ผ้าเต็นส์คลุมอำพราง ขี่จากถนนสฤษดิ์วงศ์เลี้ยวขวาผ่านข้างโรงแรมพลาซ่า แล้วนำรถไปจอดไว้บริเวณหน้ารถยนต์เก๋งของชาวบ้านที่จอดอยู่ก่อนหน้าแล้ว และคนร้ายได้เดินเข้าซอยซึ่งคาดว่าจะมีเพื่อนอีก 1 คน ขี่รถ จยย.มาจอดรับเหมือนกับจุดแรก ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า รถ จยย.พ่วงข้างคันดังกล่าว คนร้ายได้ปล้นจากพื้นที่ อ.ตากใบ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา ซึ่งนายรุณ จันทร์เดิม ได้แจ้งไว้กับ สภ.ตากใบ   ส่วนจุดที่ 3 หน้าร้านพิเชษฐ์อาหารตามสั่ง ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 53 ถ.ประชาวิวัฒน์ ซอย 3 ต.สุไหงโก-ลก กล้องวงจรปิดข้างร้านพิเชษฐ์ สามารถบันทึกพฤติกรรมของคนร้ายเอาไว้ได้ โดยขี่รถ จยย.คันที่ซุกระเบิดมาจอดไว้ที่บริเวณหน้าร้านพิเชษฐ์อาหารตามสั่ง แล้วคนร้ายได้เดินข้ามถนนไปซ้อนท้าย รถ จยย.ของเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งอำพรางด้วยการใส่เสื้อกันฝนหลบหนีไป   ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำภาพที่บันทึกได้ไปเปรียบเทียบกับบุคคลในแฟ้มคดีความมั่นคงค้างเก่า ที่เคยก่อเหตุในลักษณะนี้ในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก เป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวน เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0KKQDjtvS_U  

 2,700

Top