ค้นหา :

ผลการค้นหา "นราธิวาส"

ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 62

ฆ่าโหดลูกจ้างสาว ขณะนอนเฝ้าร้านข้าวแกงสุไหงโก-ลก ตั้งปมฆ่าชิงทรัพย์

นราธิวาส-พบผู้เสียชีวิตอยู่ในห้องนอนร้านจำหน่ายข้างแกงอิสลาม ในเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ตรวจสอบผู้ตายคือนางซูไฮณี วี อายุ 26 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือดอยู่ที่พื้นห้อง   โดยที่ลำคอมีสายไฟฟ้าจากพัดลมรัดคอไว้ และที่บริเวณหน้าอกมีร่องรอยถูกมีดแทง จำนวน 3 แผล และมีมีดสำหรับปลอกผลไม้ด้ามสีเหลือง ยาวประมาณ 5 นิ้ว ตกอยู่ข้างศพ โดยเฉพาะในห้องเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบหลังคากระเบื้องมีร่องรอยถูกงัดและเปิดอยู่จำนวน 2 แผ่น   จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ยังพบว่ามีร่องรอยคล้ายการต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนส่งศพให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา   จากการสอบสวนทราบว่า นางซูไฮณี ผู้เสียชีวิตได้มาสมัครเป็นลูกจ้างที่ร้านจำหน่ายข้าวแกงแห่งนี้ ซึ่งเปิดมาได้ประมาณเกือบ 1 เดือน โดยนางซูไฮณี จะนอนเฝ้าที่ร้าน ส่วนเจ้าของเมื่อจำหน่ายอาหารแล้วเสร็จจะกลับไปนอนที่บ้านพัก   ซึ่งก่อนที่จะรับแจ้งมีเหตุพบผู้เสียชีวิตนั้น เจ้าของร้านได้มาที่ร้านและเรียกผู้เสียชีวิตให้เปิดประตู แต่ผู้เสียชีวิตไม่ได้เดินมาแถมเงียบหายไป เจ้าของร้านจึงได้เปิดกุญแจเข้าไปดูพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ โดยสร้อยคอที่ใส่ไว้และนาฬิกาข้อมือที่สวมที่แขนได้หายไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นเหตุประสงค์ต่อทรัพย์ ที่คนร้ายได้งัดกระเบื้องหลังคาลงมา เมื่อผู้เสียชีวิตขัดขืนจึงได้ถูกคนร้ายใช้มีดแทงและใช้สายไฟฟ้าของพัดลมรัดคอ เพื่อปกปิดความผิดก่อนที่จะหลบหนี แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำเจ้าของร้านและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง ในการติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KV42sajnvsE

 2,362
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ค. 62

ฝนถล่มนราธิวาส ต้นไม้ใหญ่ล้มทับกระบะพัง-บ้าน ปชช.เสียหาย

นราธิวาส-เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักปกคลุมพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส เป็นเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง และมีลมกรรโชกแรงส่งผลทำให้ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้ริมถนนจำนวน 4 ต้น ได้หักโคนขวางถนนและทับรถยนต์กระบะที่จอดไว้ริมถนน ได้รับความเสียหายที่บริเวณฝากระโปรงหน้า กระจกหน้าแตกและหลังคายุบ   หลังเกิดเหตุต้องระดมเจ้าหน้าที่กองช่างและพนักงานเทศบาล นำเครื่องเลื่อยยนต์มีดและขวาน มาทำการตัดกิ่งไม้ที่ล้มขวางการจราจร และขนย้ายที่ทิ้ง โดยคาดว่าใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.สุไหงโกลก มาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจร เนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาเร่งด่วน   นอกจากนี้ยังบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 10 หลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ออกตระเวนสำรวจ เพื่อให้การช่วยเหลือแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lmfeEcrKsiY  

 815
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

ลอบวางระเบิดหลังสถานีรถไฟจะนะ ดับ 1 เจ็บ 4 - ประกบยิงทหารพรานนราธิวาส เจ็บ 1 เสียชีวิต 1

สงขลา-เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่บริเวณด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งตั้งอยู่บนถนนด้านหลังสถานีรถไฟจะนะ พื้นที่ ม.3 บ้านคลองลึก ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะนะ ซึ่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวพอดี ถูกแรงอัดระเบิดเสียชีวิตคาที่ 1 นาย คือ ด.ต.โกศล คงสวัสดิ์ ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ   มีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย ร.ต.ท.นิพล แก้วหนู รอง สว.(นปพ.) สภ.จะนะ / ด.ต.ชำนาญ สุขมี ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ / และ ด.ต.ศิริ ทองเทพ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.จะนะ นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวที่เป็นชาวบ้านในละแวกดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจะนะ และสงขลานครินทร์ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในเบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ลอบระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งยังไม่ทราบภาชนะบรรจุ และการจุดชนวน มาลอบวางเอาไว้ภายในท่อซีเมนต์ด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งเป็นป้อมใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ก่อนที่จะมีการจุดชวนระเบิดขึ้นในช่วงจังหวะที่เจ้าหน้าที่มีการนำกำลังออกมาตั้งจุดตรวจจุดสกัดชั่วคราวบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ด้านหน้าป้อม ชรบ. พอดี จนทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีชาวบ้านผู้หญิงโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บด้วย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่อำเภอชายแดนของ จ.สงขลา เพื่อสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสุดช่วงรอมฎอน หรือการถือศีลอด ซึ่งกลุ่มก่อความไม่สงบมักจะลงมือก่อเหตุด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาตัวคนร้าย   ขณะที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุคนร้ายตามประกบยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 11 เสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ริมถนนบ้านบือแนปีแย ม.1 ต.ปะลุกาสาเมาะ   โดยศพของ อส.ทพ.สมชาย เชิญชมพู นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ข้างรถ จยย. ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน มาแซ พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลไม้แก่น จ.ปัตตานี ไปก่อนหน้าแล้ว โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่วัดเชิงเขา โดยมี อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน นั่งซ้อนท้าย เดินทางไปซื้ออาหารที่ตลาดต้นไทรเพื่อนำมารับประทานแก้บวชในช่วงรอมฏอน หรือ ถือศีลอด เมื่อซื้ออาหารเรียบร้อยแล้ว อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.เพื่อกลับฐาน   ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. 2 คัน เป็นพาหนะตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายทั้ง 2 คัน ได้ขี่รถ จยย.เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ออกมายิงใส่ อส.ทพ.สมชาย และ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน จำนวนหลายนัด   เมื่อถูกกระสุนปืนรถ จยย.ได้เสียหลักล้มคว่ำ ทำให้ อส.ทพ.สมชาย เสียชีวิตคาที ส่วน อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน ได้รับบาดเจ็บ แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AsOzMXJtBps

 4,047
ข่าวภูมิภาค
10 เม.ย. 62

รถตู้ครูนราธิวาส กลับจากดูงานที่มาเลย์ เสียหลักชนต้นไม้ เสียชีวิต 4 เจ็บ 9

ขอบคุณภาพ ผญบ.ม.2 ต.สาวอ , ทวิตเตอร์ JS100   คนขับรถตู้รับคณะครูโรงเรียนดารุสสลาม กลับจากการเดินทางไปดูงานที่โรงเรียนสอนศาสนาในประเทศมาเลเซีย เกิดอาการหลับใน เป็นเหตุให้รถเสียหลักชนต้นไม้ เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บ 9 ราย    วันที่ 10 เม.ย. เมื่อเวลา 04.00 น. ร.ต.อ.ไพบูลย์ เกื้อดำ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งมีเหตุรถยนต์ตู้โดยสารของโรงเรียนดารุสลาม จ.นราธิวาส ชนต้นไม้ริมถนนสายเพชรเกษม ช่วงบริเวณเยื้องทางเข้าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 9 ต.ลูโบ๊ะสาวอ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ    ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ตู้ชนต้นไม้ที่ปลูกไว้บริเวณไหล่ขอบทางของเกาะกลาง อยู่ในสภาพได้รับความเสียหายที่บริเวณด้านหน้าทั้งแถบ และมีผู้โดยสารจำนวน 13 คน ทั้งเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ   เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมตตาธรรมจึงได้ใช้เครื่องตัดถ่าง ในการงัดและตัดชิ้นส่วนด้านหน้าของรถยนต์ตู้ ทั้งบานประตูและส่วนของหลังคาที่ยุบลงมาทับผู้โดยสาร เมื่อแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่มูลนิธิเมตตาธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองรวมทั้งพลเมืองดีจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ติดภายในรถยนต์ตู้ออกมา ก่อนที่จะรีบนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลบาเจาะ จำนวน 3 คน และส่งรักษาที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จำนวน 6 คน พร้อมทั้งได้ช่วยกันนำร่างของผู้เสียชีวิต จำนวน 4 คน ออกจากรถ เพื่อส่งโรงพยาบาลบาเจาะ   จากการสอบสวนคนขับรถ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้รับการว่าจ้าง ให้ไปรับคณะครูหรืออุสตาซโรงเรียนดารุสสลามซึ่งเป็นหญิงล้วน จำนวน 12 คน ที่กลับจากการเดินทางไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนสอนศาสนาในประเทศมาเลเซีย ที่บริเวณด่านสะเดา จ.สงขลา เพื่อเดินทางกลับพื้นที่ จ.นราธิวาส    เมื่อถึงจุดเกิดเหตุตนมีอาการง่วงนอนและเกิดหลับในไปชั่ววูบ และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งพบว่า รถได้แล่นเสียหลักไปชนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมเกาะกลางของคูน้ำ โดยที่ตนไม่สามารถที่จะบังคับพวงมาลัยได้ทัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ขอบคุณภาพ ผญบ.ม.2 ต.สาวอ , ทวิตเตอร์ JS100  

 3,015
ข่าวภูมิภาค
16 มี.ค. 62

คนร้ายดักยิงถล่มขบวนรถไฟเสียหายที่นราธิวาส - เจ้าหน้าที่ยึดระเบิดซุกในป่า 2 จุดที่ปัตตานี คนร้ายสารภาพเตรียมไว้สังหาร จนท.

นราธิวาส - ขณะที่นายพนารักษ์ ใจกระจ่าง พนักงานขับรถไฟขบวนที่ 454 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโกลก จรดปลายทางสถานีรถไฟ จ.ยะลา จำนวน 7 โบกี้ เมื่อถึงหลักกิโลเมตรที่ 1,065 เขตรอยต่อระหว่างสถานีรถไฟรือเสาะ กับ สถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ช่วงบริเวณบ้านดือแย ม.4 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะทำขบวนจะข้ามแม่น้ำรือเสาะ ได้ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่ขบวนรถไฟจำนวนหลายนัด    ซึ่งนายพนารักษ์ ใจกระจ่าง พนักงานขับรถ ได้เหลือบไปเห็นชายต้องสงสัยกำลังใช้อาวุธปืนยิงใส่ขบวนรถไฟ พร้อมได้ยินเสียงปืน จึงได้ควบคุมขบวนรถไฟไปจอดที่สถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น   โดยพบว่าขบวนรถไฟตู้โบกี้ที่ 2 ซึ่งเป็นตู้ทำการพนักงาน มีร่องรอยถูกกระสุนปืนปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ที่บริเวณขอบหน้าต่างด้านขวาบานที่ 5 จำนวน 1 นัด และตัวรถด้านขวา 3 นัด และบริเวณห้ามล้อ จำนวน 3 นัด รวมทั้งสิ้น 7 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบและได้บันทึกรายละเอียดเป็นที่เรียบร้อย ได้ส่งให้กับนายสถานีรถไฟบาลอ อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อแจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นให้ทราบต่อไป ก่อนที่นายพนารักษ์ ใจกระจ่าง จะควบคุมขบวนรถไฟดังกล่าวสู่สถานีปลายทางที่ จ.ยะลา โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด    โดยนายณรงค์ กล้ามงคล นายสถานีรถไฟรือเสาะ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.รือเสาะ โดยเหตุที่เกิดขึ้นเชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในพื้นที่   ปัตตานี - จากเหตุการณ์ที่คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ขณะเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ บ้านค่าย ม.7 ต.ปุโละปูโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนเกิดการยิงตอบโต้กันขึ้น โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาและผู้ต้องสงสัยได้ 3 คน ประกอบด้วย นายอิบรอเป สิเดะ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหามีหมายจับคดีความมั่นคง จำนวน 3 หมาย นายมะสุกรี สาและ อายุ 36 ปี และนายอิสมาแอ อาแว อายุ 41 ปี    ผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่ามีระเบิดซุกซ้อนไว้ในป่า จำนวน 2 จุดในพื้นที่ ม.1 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาไปทำการชี้จุดเพื่อทำการตรวจยึดระเบิดดังกล่าว   ปรากฏว่าจุดที่ซุกระเบิดอยู่ในป่ากลางทุ่งนา เมื่อมาถึงจุดแรกพบระเบิดแบบไปป์บอม จำนวน 2 ลูกในสภาพพร้อมใช้งาน ซุกไว้ในท่อพีวีซีฝังดินไว้    จากนั้นผู้ต้องหาได้ไปชี้จุดที่สองซึ่งเป็นอุปกรณ์ประกอบระเบิดห่างจากจุดแรกประมาณ 500 เมตร ถูกซุกซ้อนไว้ในป่ารกทึบ เมื่อมาถึงพบอุปกรณ์ประกอบระเบิด มีทั้งดินระเบิดและวงจรระเบิด ซุกไว้ในท่อพีวีซีฝังดินไว้ เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางทั้งหมดออกมาตรวจสอบ    ปรากฏว่าอุปกรณ์ประกอบระเบิดที่ยึดได้ในจุดที่สองหากนำไปประกอบจะได้ระเบิดชนิดไปป์บอม จำนวน 5 ลูก เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางไว้ทั้งหมดไปตรวจสอบ โดยเฉพาะวัตถุพยานที่สามารถตรวจสอบดีเอ็นเอว่าจะตรงกับข้อมูลประวัติคดีความมั่นคงว่าเป็นกลุ่มกลุ่มใด   จากการสอบปากคำ นายอิบรอเป หนึ่งในผู้ต้องหาที่จับกุมได้รับสารภาพว่ามีการซุกระเบิดไว้เพื่อเตรียมจะก่อเหตุ และได้นำเจ้าหน้าที่เข้าไปทำการตรวจสอบ ซึ่งระเบิดที่ยึดได้ทั้งหมด นายอิบรอเป รับว่าเป็นของนายูโซ๊ะ แมะตีเมาะ ผู้ต้องหาที่หลบหนีจากเหตุ   พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า นายยูโซ๊ะ แมะตีเมาะ ซึ่งจากประวัติถือว่าเป็นบุคคลอันตรายที่รัฐต้องการตัว          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/BSsD3PcdvDA

 1,833
ข่าวภูมิภาค
14 มี.ค. 62

วงจรปิดจับภาพ 2 คนร้ายแต่งหญิงใส่ฮิญาบ ขว้างระเบิดใส่ ตร.ยี่งอ

ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 13 มี.ค.62 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืน เอ็ม.79 ยิงใส่ฐานชุดป้องกันชายแดนที่ 2 หรือ ปชด. ซึ่งตั้งอยู่ ม.3 บ้านศรีพงัน ต.เกาะสะท้อน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยกระสุนปืนตกที่บริเวณ บก.ร้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ   นอกจากนี้กลุ่มคนร้ายยังได้ลอบวางระเบิดที่บริเวณถนนหน้าฐาน เพื่อเป็นการป้องกันการติดตามของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้มีการยิงปะทะกับคนร้าย โดยเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงได้เดินทางเข้าสนับสนุน กลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้อาศัยความมืดและความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป โดยในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบความเสียหายต่อไป   นอกจากนี้ในช่วงวันเดียวกัน เกิดเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่ที่พักของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านสุโบะตะแซ ซึ่งตั้งอยู่ถนนมณีชยางกูร ม.3 ต.ยี่งอ ที่เกิดเหตุพบที่บริเวณพื้นข้างเสาของตัวอาคารที่พักของ ชรบ. ด้านขวามือของประตูทางเข้า มีร่องรอยของระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์   ซึ่งประกอบใส่ไว้ในท่อเหล็กทรงกลม หนักประมาณ 1 ก.ก. ที่คนร้ายได้ผลิตเองตก ได้ตกลงมาโดยสะเก็ดระเบิดได้กระเด็นไปถูกฝาผนังปูนของที่พักเป็นรูพรุน โดยมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดได้กระเด็นคลุกเคล้ากับเหล็กเส้นตัดสั้น พร้อมด้วยกระเดื่องของระเบิดแสวงเครื่อง 1 อันตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   โดยคาดเป็นฝีมือคนร้ายจำนวน 2 คน แต่งกายอำพรางเป็นผู้หญิงด้วยการสวมใส่ชุดฮิญาบสีดำ ขี่รถ จยย. เมื่อผ่านที่พักของชุด ชรบ. คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ข้ามกำแพงรั้วมาตกที่บริเวณข้างเสาของตัวอาคาร ก่อนหลบหนีไปได้ โดยมุ่งหน้าไปยังเส้นทางถนนเพชรเกษม ซึ่งมีภาพวงจรปิดจับภาพไว้ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/-o-GuAZtMW4    

 751
ข่าวภูมิภาค
12 มี.ค. 62

บึ้มทหารพรานเจาะไอร้อง เจ็บ 1 มือป่วนแขวนป้ายผ้า-พ่นสี patani 110 กลางถนนนราธิวาส

นราธิวาส-เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดทหารพรานที่ อ.เจาะไอร้อง ทำให้ ส.ท.มาฮัมหมัด ยูโซ๊ะ อายุ 37 ปี ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ส.ท.มาฮัมหมัด หัวหน้าชุด ได้ระดมกำลังรวม 6 นาย เดินเท้าออกจากฐานซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 400 เมตร เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิด ที่นำไปวางไว้ที่บริเวณใกล้ป้ายโฆษณาหาเสียงของนายสมัย และได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ ส.ท.มาฮัมหมัด ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณต้นขาขวาและเข่าขวาล้มทั้งยืน แล้วคนร้ายได้หลบหนีไป   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน   นอกจากนี้ยังพบป้ายผ้าซึ่งเขียนข้อความเป็นภาษารูมี ใจความว่า 110 tahun tergadainya bangsa patani ซึ่งแปลว่า 110 ปี การจำนองชาติพันธุ์ปัตตานี ที่ผูกติดไว้กับราวสะพานข้ามคลองบ้านเด็ง ม.7 ต.ละหาร ซึ่งบริเวณจุดดังกล่าวมีการใช้สีสเปรย์สีแดงและสีขาว พ่นคำว่า patani 110 ไว้กลางถนนด้วย   เมื่อถึงเป้าหมายเจ้าหน้าที่ได้เปิดเครื่องรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือและวิทยุสื่อสาร ก่อนเข้าตรวจสอบ และเมื่อพบว่าปลอดภัยเจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะใช้ทินเนอร์ในการลบข้อความดังกล่าวบนถนน   ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้รับแจ้งมีเหตุแขวนป้ายผ้าและใช้สีสเปรย์พ่นข้อความดังกล่าวอีกหลายจุด โดยคนร้ายไม่ได้วางวัตถุต้องสงสัยและสิ่งแปลกปลอมใดๆ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส จึงได้เก็บรวบรวมป้ายผ้า ไปทำการตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝงและดี.เอ็น.เอ. เพื่อนำไปเปรียบเทียบลายนิ้วมือกับบุคคลในภาพคดีความมั่นคง   แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงสันนิษฐานว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มบุคคลเดิมๆ ที่แฝงตัวติดป้ายผ้าเพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนี้เป็นการครบรอบ 110 ปี สนธิสัญญาที่มาเลเซียยกพื้นที่แหลมมาลายู ให้อังกฤษปกครอง เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 1909 และในวันที่ 13 มี.ค. 1909 เพื่อเป็นเชิงสัญลักษณ์ในการหายสาบสูญของนายหะยีสุหลง โต๊ะมีนา ในการสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yKHkrNpx1Cs

 668
ข่าวภูมิภาค
28 ก.พ. 62

สั่งล่า 8 คนร้าย ยิง 2 ตร.เจาะไอร้องศพทิ้งคูน้ำ ล่าสุดเจอกระบะที่ถูกชิงไป เผาทิ้งที่ตากใบ

นราธิวาส-จากกรณีคนร้ายบุกปล้นปืนชิงรถ จับตัว 2 นายตำรวจ คือ ส.ต.ท.นเรศว์ เอียดทอง 31 ปี ผบ.หมู่ นปพ.ฉก.31 และ ส.ต.ท.รุสไวดี สาแม 30 ปี ผบ.หมู่ งานป้องกันและปราบปราม สภ.เจาะไอร้อง ที่นั่งดื่มน้ำชาในบ้านที่ อ.เจาะไอร้อง นราธิวาส ก่อนยิงทั้งสองเสียชีวิตทิ้งศพในคูน้ำ ส่วนรถกับปืนคนร้ายเอาไปด้วย   จากการสอบถามชาวบ้าน 2 คน ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ขณะกำลังนั่งดื่มน้ำชาภายในร้าน ได้มีชายฉกรรจ์ จำนวนประมาณ 8 คน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธปืนครบมือ โดยคนร้าย จำนวน 4 คน ซึ่งปิดบังใบหน้าได้เดินเข้าไปในร้านพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายด้วยภาษาไทย ส่วนคนร้ายที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าร้าน ได้พูดภาษายาวี   จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ออกจากร้าน โดยกำชับให้ตนทั้ง 2 คน อยู่ด้วยความสงบไม่เช่นนั้นจะยิง หลังจากนั้นคนร้ายได้ควบคุมตัวตำรวจทั้ง 2 นาย ขึ้นรถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิซิ รุ่นไทตัล สีฟ้า 4 ประตู ซึ่งเป็นรถยนต์กระบะของ ส.ต.ท.นเรศว์ ที่จอดข้างร้านขับออกจากร้านหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ตนทั้ง 2 คน ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับทราบ   ต่อมาพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ถูกคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต แล้วนำศพมาโยนทิ้งที่บริเวณคูน้ำในพื้นที่ ม.2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 200 เมตร จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า ศพเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย แต่งกายในชุดนอกเครื่องแบบ โดยมือทั้ง 2 ข้างถูกเชือกมัดไว้ และมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายยิงเข้าที่บริเวณศรีษะและลำตัว ในลักษณะคนร้ายนำลงจากรถยนต์กระบะแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงก่อน ที่จะผลักร่างให้ตกไปในคูน้ำ แล้วขับรถก่อนหลบหนี โดยมีปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 ม.ม. จำนวน 3 ปลอกของคนร้าย ทิ้งไว้ให้เจ้าหน้าที่ดูต่างหน้า   จากนั้นชาวบ้านพบรถยนต์กระบะถูกวางเพลิงได้รับความเสียหายทั้งคัน บนถนนในหมู่บ้านปะลุกา ม.3 ต.โฆษิต จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่รุดเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าว เป็นรถยนต์กระบะที่คนร้ายได้ปล้นแล้วจับกุม 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เจาะไอร้อง ขับหลบหนี   จากการตรวจสอบพบว่า จากความเสียหายของรถยนต์กระบะทั้งคันนั้น คนร้ายน่าจะดูดน้ำมันเชื้อเพลิงจากถัง แล้วนำมาราดในห้องโดยสารแล้วจุดไฟเผา ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝง และ ดีเอ็นเอของคนร้ายได้   ต้องรอผลการตรวจสอบวิถีของปลอกกระสุนปืนที่ตรวจพบในจุดเกิดเหตุทิ้งศพ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการขยายผลสู่กลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้ ส่วนอาวุธปืน เอ็ม.16 แบบเอ็ม.4 และอาวุธปืนพก รวม 3 กระบอกของ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะแจกจ่ายให้กับเพื่อนสมาชิกที่ร่วมก่อเหตุนำหลบหนี   คาดว่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ถือว่ามีความชำนาญพื้นที่เป็นอย่างดี ที่สามารถขับลัดเลาะมาตามถนนเส้นทางในหมู่บ้านจาก อ.เจาะไอร้อง ผ่านสุไหงปาดี สุไหงโก-ลก และถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อหลบหนีการสกัดกั้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้คาดว่ากลุ่มคนร้ายได้แยกย้ายกันหลบหนีบางส่วนเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านแล้ว และพยายามสร้างสถานการณ์ให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเป็นฝีมือของทหาร   ขณะที่ศพของนายตำรวจทั้งสอง ทางญาติได้มารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม ท่ามกลางความเศร้าโศกของญาติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ir1h1M5yruo

 1,463
ข่าวภูมิภาค
27 ก.พ. 62

4 คนร้ายแต่งชุดดำคล้ายทหาร บุกจับตัว-ชิงปืน 2 ตร.เจาะไอร้อง ก่อนยิงดับทิ้งศพในคูน้ำ

นราธิวาส-สภ.เจาะไอร้อง รับแจ้งเหตุมีคนร้ายจำนวน 4 คน แต่งกายชุดดำ รองเท้ายาง และชุดลายพรางทหาร ได้จับตัว จนท.ตำรวจไปด้วย 2 นาย ได้แก่   ส.ต.ท.นเรศ เอียดทอง อายุ 31 ปี สังกัด นปพ.ฉก.31 ส.ต.ท.รุสไวดี สาแม อายุ 30 ปี จนท.ตร.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส   พร้อมด้วยเอาอาวุธปืนยาว M16 (M4) 1 กระบอก ปืนสั้น ขนาด 9 มม. 1 กระบอก และปืนสั้นขนาด .45 อีก 1 กระบอก   ขณะนั่งอยู่ภายในหลังหนึ่งใน อ.เจาะไอร้อง โดยขึ้นรถยนต์ยี่ห้อ มิตรซูบิชิ สีฟ้า (4ประตู)ทะเบียน กล 3584 สข. ซึ่งเป็นรถของเจ้าหน้าที่ที่โดนจับตัวไป   ต่อมาช่วงเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่พบพศตำรวจทั้ง 2 นายที่ถูกคนร้ายจับตัวไป ในคูน้ำ พื้นที่ บ.บูเก๊ะ ม.2 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืน ส่วนอาวุธปืนที่ถูกชิงไปยังไม่พบ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่และชุด EOD จะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vHRYLW6vkkQ

 41,708
การเมือง
24 ก.พ. 62

โซเชียลแห่วิจารณ์คลิปซื้อเสียง แจกเงินหัวละ 1,000 จี้ กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริง

โซเชียลแห่วิจารณ์คลิปวิดีโอที่ระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อช่วงดึกวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีการเรียกประชาชนมาร่วมชุมนุมในสนามฟุตบอล ก่อนจะมีหัวคะแนนบอกให้เลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ก่อนจะแจกเงินให้รายละ 500-1,000 บาท จึงมีผู้ถ่ายคลิปมาและอยากให้ กกต.ตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/j2sFtIj64_o

 11,494
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
24 ก.พ. 62

โซเชียลแห่วิจารณ์คลิปซื้อเสียง แจกเงินหัวละ 1,000 จี้ กกต.ตรวจสอบข้อเท็จจริง

โซเชียลแห่วิจารณ์คลิปวิดีโอที่ระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อช่วงดึกวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีการเรียกประชาชนมาร่วมชุมนุมในสนามฟุตบอล ก่อนจะมีหัวคะแนนบอกให้เลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ก่อนจะแจกเงินให้รายละ 500-1,000 บาท จึงมีผู้ถ่ายคลิปมาและอยากให้ กกต.ตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/j2sFtIj64_o

 11,494
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 62

ใช้ ฮ.เร่งขึ้นเคลียร์จุดปะทะ นำศพ 2 คนร้ายลงจากเขาที่จะแนะ นราธิวาส

นราธิวาส-จนท.ใช้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพภาค 4 เดินทางไปบนเทือกเขาหลังหมู่บ้านไอร์ลาฆอ ม.5 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่กองกำลังผสมได้ปะทะกับกลุ่มคนร้ายในช่วงเวลา 12.45 น.ของวันที่ 11 ก.พ. 62 ที่ผ่านมา   ส่งผลทำให้คนร้ายเสียชีวิต 2 คน ตรวจยึดที่พักชั่วคราวได้ 8 หลัง รวมทั้งตรวจยึดอาวุธปืนสงครามได้ 2 กระบอกพร้อมกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง โดยการเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการย่นระยะเวลาการเดินทางด้วยเท้าที่ต้องลัดเลาะไปตามป่าทีรกทึบและสูงชัน แถมต้องเดินข้ามเนินเขาถึง 2 ลูก ที่ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ช.ม.ก่อนที่จะถึงจุดหมาย   จากการตรวจสอบที่พักชั่วคราวของกลุ่มคนร้ายทั้ง 8 หลัง ที่ใช้ผ้าใบพลาสติกสีดำมุงเป็นหลังคา โดยมีเชือกผูกปลายทั้ง 4 ด้านโยงไปผูกติดกับกิ่งไม้ ซึ่งแต่ละหลังสูงจากประมาณ 1 เมตร ด้วยการปรับพื้นที่เนินเขาให้เตียนโล่งและมีสมรภูมิที่พักชั่วคราวแต่ละหลัง มีความได้เปรียบหากถูกเจ้าหน้าที่บุกโจมตี   โดยเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนของคนร้ายเป็นจำนวนมาก ตกกระจายอยู่ตามพื้นของที่พักชั่วคราวทั้ง 8 หลัง พร้อมด้วยกองเลือดจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งได้ตรวจยึดเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัวที่ยังชีพอยู่ในป่า ไปทำการตรวจสอบคราบลายนิ้วมือแฝงและ ดี.เอ็น.เอ.ว่าหลักฐานที่ตรวจพบโยงไปถึงผู้ใดและเคยก่อเหตุที่ใดบ้าง   ส่วนกรณีศพคนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต 2 ศพ ในเบื้องต้นเป็นศพของนายอูเซ็ง เจ๊ะมิง และศพของนายมูฮัมหมัดซากีริน สาแม นั้น จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ด้วยการนำหมายจับมาเปรียบเทียบกับใบหน้าและรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย   พบว่าไม่ใช่ศพของนายอูเซ็งและนายมูฮัมหมัดซากีริน แต่เป็นศพของนายอายิ ยามา อายุ 37 ปี เป็นแกนนำระดับปฏิบัติการณ์ มีหมายจับ ป วิ อาญา ในคดี ร่วมกับพวกยิงนายมะยูโซ๊ะ บาโด และครอบครัวเสียชีวิต 4 ศพ ที่บ้านน้ำตก ม.5 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ขณะที่นายมะยูโซ๊ะ และครอบครัวเดินทางไปร่อนทอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 61 ที่ผ่านมา   และศพของนายสุกรี มามุ อายุ 36 ปี เป็นแกนนำระดับปฏิบัติการณ์ มีหมายจับ ป วิ อาญา ในคดี ยิงนายธะพล ชูส่งแสง ครูโรงเรียนบ้านบอเกาะ ม.2 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 55 ที่ผ่านมา เหตุเกิดบ้านดอเฮะ ม.3 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส   ด้าน พ.อ.อิศรา จันทะกระยอม หน.ชุดปฏิบัติการพิเศษร่วม จ.นราธิวาส เปิดเผยถึงอาวุธปืนสงครามที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดจากคนร้ายได้ จำนวน 2 กระบอก เป็นอาวุธปืน AK 102 และ อาวุธปืน M16 A2 นั้น จากการตรวจสอบพบว่า อาวุธปืน AK 47 เป็นอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.2923 ฉก.นราธิวาส 34 ที่คนร้ายได้ขโมยไปหลังจากก่อเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 8 นาย เหตุเกิด ม.4 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 51 ที่ผ่านมา   ส่วนอาวุธปืน M16 A2 คาดว่าน่าจะเป็นอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครอง ต.โต๊ะเด็ง ที่คนร้ายได้ขโมยไปหลังจากดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา บนถนนบ้านโต๊ะเด็ง ม.1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่คนร้ายได้ลบหมายเลขประจำปืนออก และคาดว่าเป็น 1 ในอาวุธปืน 11 กระบอก ที่คนร้ายใช้บุกยิงพระครูประโชติรัตนานุรักษ์ อดีตเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดีและเป็นอดีตเจ้าอาวาสรัตนานุภาพ มรณภาพพร้อมพระลูกวัด รวม 2 ศพและได้รับบาดเจ็บอีก 2 รูป เหตุเกิดวัดรัตนานุภาพ ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา   ต่อมาหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุแล้วเสร็จ ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ทำการลำเลียงศพ นายอายิ ยามา และศพของนายสุกรี มามุ 2 คนร้ายที่ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต มายังโรงพยาบาลจะแนะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยมีนายนพพร หนูเพชร นายอำเภอจะแนะ ได้เดินทางมาทำความเข้าใจกับเครือญาติของผู้เสียชีวิตและชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ที่เดินทางมารอรับศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนา   ด้าน พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ ผบก.ภ.จว.นราธิวาส หลังคนร้ายถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิต 2 ศพ ได้สั่งการไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร และสารวัตรสถานีตำรวจภูธร ทั้ง 13 อำเภอ ให้เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติ เพื่อป้องกันการตอบโต้ของกลุ่มคนร้าย ต่อเป้าหมายอ่อนแอ พระสงฆ์ ผู้นำศาสนาและชุมชนไทยพุทธ พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ข่าวสารความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yUJlbO8JzKI

 6,966
ข่าวภูมิภาค
27 ม.ค. 62

คนร้ายป่วนนราธิวาส วางระเบิด 2 จุด 2 อำเภอ ไร้เจ็บ

วันที่ 27 ม.ค. 62 เมื่อเวลา 10.30 น. พ.ต.อ.ลุกมาน บาเกาะ ผกก.สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส, ร.ต.อ.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส พร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง    รุดเดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณท่อลอดผิวถนนจารุเสถียร สายเจาะไอร้อง เมืองนราธิวาส ช่วงบริเวณบ้านโคก ม.5 ต.จวบ เหตุเกิดในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดการจราจรบนถนนสายดังกล่าว เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในช่วงเช้า   ที่เกิดเหตุพบท่อลอดผิวถนนมีหลุมลึก 1 เมตร กว้าง 1.5 เมตร และมีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังน้ำยาเคมีดับเพลิง หนัก 25 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนนและพงหญ้ารกทึบริมทาง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมขอสนับสนุนรถแบคโฮของเอกชน มาทำการฝังกลบผิวถนน เพื่อเปิดให้ประชาชนได้สัญจรไปมาตามปกติ   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีเจ้าหน้าที่ทหารพรานร้อย ทพ.4808 จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ นั่งโดยสารรถยนต์ออกจากฐานซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 600 เมตร เพื่อเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ใต้ท่อลอดผิวถนน จนเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีระเบิดที่คนร้ายนำไปวางไว้อยู่ริมถนนคนละเลนกับเจ้าหน้าที่ขับรถยนต์ผ่าน จึงทำให้เจ้าหน้าที่รอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด    ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้เดินทางไปตรวจสอบเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ อ.ตากใบ ในช่วงคืนที่ผ่านมาเช่นกัน ที่บริเวณมาตรวัดน้ำข้างบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่บ้านไร่ ม.2 ต.เจ๊ะเห ซึ่งเป็นจุดคนร้ายลอบวางระเบิด พบเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในขวดน้ำดื่มพลาสติกไม่ทราบยี่ห้อ หนักประมาณ 1 ถึง 2 ก.ก.จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาจากวงจรอีเล็กทรอนิกส์ หรือ ไอ.ซี.ไทม์เมอร์ ที่ตกกระจายเกลื่อนพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารร้อย ร.15133 ฉก.นราธิวาส 30 จำนวน 4 นาย ขี่รถ จยย.2คัน กลับจากการปฏิบัติหน้าที่ในเขตเทศบาลเมืองตากใบ เมื่อเจ้าหน้าที่ขี่รถ จยย.ผ่านจุดเกิดเหตุไปประมาณ 10 เมตร ได้เกิดระเบิดขึ้น แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อสร้างสถานการณ์ร้ายความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยที่ไม่ได้มุ่งหวังความสูญเสียแต่อย่างใด       

 1,783
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 62

ผบ.ทบ.แจงข่าวออกบิดเบือน ส่งทหารบวชพระวัดชายแดนใต้

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหาร (ผบ.ทบ.) ได้เดินทางมายังวัดรัตนานุภาพ หรือ วัดโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เพื่อเคารพศพพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และพระสมุห์อรรถพร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งมรภาพจากคนร้ายบุกยิงเมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 ม.ค. 62 ที่ผ่านมา               ต่อมา จากกรณีที่มีข่าวว่าผู้บัญชาการทหารบก สั่งการให้ทหารบวชเป็นพระ เพื่อไปประจำยังวัดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงว่าเป็นข่าวที่บิดเบือน เพราะทหารบวชเป็นประจำทุกปี และมีการจำพรรษาอยู่ในวัดในพื้นที่ภาคใต้อยู่แล้ว ไม่ได้มีการบังคับ ทั้งนี้มองว่าสื่อลงข่าวบิดเบือน ซึ่งทหารในพื้นที่เวลาบวชก็บวชในพื้นที่และสมัครใจบวชไม่ใช่การบังคับให้มาบวช     ขณะที่เด็กหญิงญาสุมินทร์ มูน๊ะ นักเรียนชั้น ป.5 ร.ร.บ้านดอนรัก จ.ปัตตานี ได้กล่าวแสดงความรู้สึกถึงเหตุความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งน้ำตาว่า ผลกระทบเกิดกับชีวิตของหนู จากเหตการณ์รุนแรง มีระเบิดมียิงมีเหตุปะทะใกล้บ้านหนูหลายครั้ง สร้างความหวาดกลัวให้แม่ เพราะแม่เป็นคนต่างจังหวัด กลัวจนต้องย้ายออกไปจากพื้นที่ พ่อแม่ต้องเลิกกัน ทำให้ครอบครัวต้องแตกแยก หนูไม่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ชีวิตหนูต้องลำบาก กลายเป็นเด็กที่ครอบครัวต้องระหกระเหิน ใครจะรับผิดชอบ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ อยากจะบอกให้ เลิกก่อเหตุรุนแรงเลิกความขัดแย้งกันได้แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ทีนี่: https://youtu.be/1HRSSwjQPSA

 1,144
สังคม-อาชญากรรม
22 ม.ค. 62

นายกฯประณามเหตุไม่สงบภาคใต้ เชื่อมุ่งยั่วยุ จนท. ยันคลิปเสียงขู่ทางไลน์เป็นแค่ข่าวลวง

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 โปรดเกล้าฯให้พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้   ด้านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ว่า คนร้ายมุ่งทำลายขวัญกำลังใจ ความอดทนในการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีของไทย มุ่งหวังจะให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเข้าสู่เงื่อนไขสากล นำไปสู่การปฏิบัติการขององค์การระหว่างประเทศดังที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายพื้นที่ ในหลายประเทศ   สังคม สื่อมวลชน สื่อโซเชียล และสื่อต่างๆ ควรเข้าใจในประเด็นนี้ และช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มการเฝ้าระวัง แจ้งข่าวสาร ไม่สนับสนุนความพยายามดังกล่าว ประชาชนซึ่งถือเป็นเป้าหมายอ่อนแอ เช่น ครู นักเรียน พระสงฆ์ ผู้นำศาสนา ประชาชนทั่วไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ล้วนแต่ได้รับการดูแลและเฝ้าระวังอยู่แล้ว     ทางรัฐบาล และคสช. ขอให้ทุกคนให้กำลังใจประชาชนทั่วไป ผู้นำศาสนาทุกศาสนา ครู นักเรียน รวมถึงเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร ทุกคนในพื้นที่ เพราะเขาอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อันตราย และขอให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เคารพกฎระเบียบ กติกาที่ฝ่ายความมั่นคงกำหนด เพื่อความปลอดภัยของทุกคน เช่น การตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ การตรวจยานพาหนะ การตรวจค้นสถานที่ ฯลฯ รวมทั้งขอให้สื่อมวลชน สื่อโซเชียล เสนอข่าวด้วยความระมัดระวัง และพรรคการเมือง นักการเมือง หาเสียงด้วยความระมัดระวังเช่นกัน   ขณะที่ล่าสุด ยังเกิดเหตุไม่สงบไม่ต่อเนื่อง ที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุรถยนต์ ซึ่งจอดอยู่ภายในโรงจอดรถของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลปะลุกาสาเมาะ ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย 2 คัน     ด้าน พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวลือและข่าวลวง เป็นคลิปเสียงและข้อความเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ที่ทำให้เชื่อว่ากลุ่มคนร้ายเตรียมการก่อเหตุในพื้นที่ สร้างความตื่นตระหนกหวาดกลัวส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนอย่างกว้างขวาง ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นข่าวลวง ที่มีเจตนาให้เกิดความวุ่นวายและตื่นตระหนก ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสืบค้นขยายผลไปยังตัวบุคคล ผู้ผลิต และผู้ปล่อยข่าวมาลงโทษตามกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/nqFBYcqMp-c

 625

Top