ค้นหา :

ผลการค้นหา "นราธิวาส"

สังคม
21 ธ.ค. 62

ยังวิกฤต! ผวจ.นราธิวาส ประกาศ 'สุไหงโก-ลก' เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติน้ำท่วม - ปัตตานีแม่น้ำเอ่อล้นเข้า 2 หมู่บ้าน

นราธิวาส - รายงานข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับสภาวะน้ำท่วมจากพื้นที่ จ.นราธิวาส บรรยากาศโดยทั่วไปในช่วงเช้าท้องฟ้าเริ่มแจ่มใส หลังจากในช่วงคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนักอีกละลอก ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลก ที่รองรับมวลน้ำจากพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง เพื่อไหลลงสู่ทะเลปากอ่าวด้าน อ.ตากใบ มีปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฏรที่ปลูกสร้างอยู่ที่ราบลุ่มแนวริมตลิ่งในพื้นที่ 7 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนท่าประปา ชุมชนท่ากอไผ่ ชุมชนหัวสะพาน ชุมชนโปฮงยามู ชุมชนท่าบือเร็ง และชุมชนหัวสะพาน ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก มีระดับน้ำท่วมขังที่ทรงตัวสูงโดยเฉลี่ย 70 ถึง 190 ซ.ม.   และจากการนั่งเรือยนต์รับจ้างข้ามฟากในการตระเวนตรวจสอบสภาวะน้ำท่วมขัง ที่บริเวณชุมชนท่ากอไผ่และชุมชนหัวสะพาน พบว่า ชาวบ้านที่สามารถยังอาศัยอยู่ที่บ้านพักบริเวณชั้น 2 ยังคงต้องพึ่งพาอาศัยเรือยนต์รับจ้างในการเดินทางมาทำงานและติดต่อกิจธุระที่จำเป็น โดยจะขึ้นลงเรือยนต์รับจ้างทางหน้าต่างของบ้านพักที่บริเวณชั้น 2 ซึ่งจะพบเห็นชินตาในช่วงฤดูน้ำท่วม โดยทั้ง 2 ชุมชนมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ยประมาณ 90 ถึง 190 ซ.ม. ส่วนชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถอาศัยอยู่ที่บ้านพักได้ ก็ได้อพยพไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ อาคารเรียนของโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง จำนวน 51 ครัวเรือน รวม 164 คน   ด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส จึงได้ประกาศพื้นที่ อ.สุไหงโกลก เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในช่วงเช้าของวันนี้ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประกาศพื้นที่ 5 อำเภอ คือ อำเภอแว้ง สุคิริน ศรีสาคร จะแนะและรือเสาะ เป็นเขตภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินมาแล้ว เพื่อที่จะได้จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินนำไปใช้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎรแบบเร่งด่วนต่อไป   ส่วนสภาวะน้ำท่วมขังพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ อ.สุคิริน แว้ง ศรีสาคร จะแนะและระแงะ ล่าสุด พบว่า มีปริมาณน้ำท่วมขังลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาอย่างหนักและซ้ำอีกละลอก จะคืนกลับสภาวะปกติ   ปัตตานี - ระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีเออล้นตลิ่งในช่วง 2 คืนที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ม.2 บ้านจางา และ ม.2 บ้านปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี กว่า 150 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 30 ซม. ชาวบ้านต้องเร่งขนข้าวของ เครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงของมีค่าทุกอย่างเอาไว้บนที่สูงเพื่อความปลอดภัย   เนื่องจากชาวบ้านกลัวว่าระดับน้ำมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สืบเนื่องจาก ต.ปะกาฮารัง มีแม่น้ำปัตตานีที่ไหลผ่านเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทย แต่ทั้งนี้ หลายหมู่บ้านและตำบลที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำจะได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นท่วมทุกปีในช่วงมรสุมฝนตกหนักของปลายปี โดยเฉพาะน้ำเหนือจำนวนมากที่ไหลบ่ามาจากต้นน้ำ จ.ยะลา ก็จะเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มติดแม่น้ำปัตตานีระดับน้ำ 1-2 เมตร และบางจุดน้ำท่วมสูงถึงเกือบ 3 เมตร แม้ว่าในปีนี้ฝนตกน้อยในพื้นที่ จ.ปัตตานี แต่น้ำเหนือที่ฝนตกหนักจากต้นน้ำก็ทำให้ระดับในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้นจนไหลบ่าลงปลายทางทะเลทาง จ.ปัตตานี ซึ่งก็ทำให้ทั้ง บ้านจางา บ้านปะกาฮารัง ต.ปะกาฮารัง อ.เมืองปัตตานี ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ และพื้นที่ ต.ปะกาฮารัง ถือว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงที่สุดเนื่องจากทุกปีน้ำจะท่วมสูง 1-3 เมตร หากเกิดฝนตกหนัก   สำหรับสภาพอากาศในพื้นที่ปัตตานีฝนตกบางพื้นที่ ท้องฟ้าเปิด แต่เนื่องจากน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดยะลาซึ่งมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณมวลน้ำที่มากที่ไหลเข้ามาในจังหวัดปัตตานี ซึ่งทำให้หมู่บ้านจางาที่ติดกับบริเวณริมสายแม่น้ำปัตตานีได้รับผลกระทบปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่งและไหลเข้าท่วมในหมู่บ้านเกือบแทบทุกปี   นางสาวนูไรนี ดามิ อายุ 28 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านจางาเปิดเผยว่า พื้นที่ ต.ปะกาฮะรังมีน้ำท่วมสูงตลอดทุกปี ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำปัตตานีสูงขึ้น ทำให้น้ำล้นเข้าท่วมหมู่บ้าน แต่ตอนนี้ลดลงบ้างแล้ว หากน้ำสูงมากกว่านี้ บ้านตนและครัวเรือนอื่นๆจะลำบากมาก จะไปมาไหนไม่ได้ ต้องใช้เรือ เพราะหมู่บ้านแห่งนี้ติดกับแม่น้ำปัตตานี เป็นพื้นที่ต่ำ และเป็นที่แห่งแรกในจังหวัดปัตตานีที่เกิดน้ำท่วม หลังจากแม่น้ำปัตตานีเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วม ตนได้มีการเตรียมพร้อมนำรถจักรยานยนต์ขึ้นพื้นสูง รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ สำหรับคืนนี้คาดว่าน้ำจะสูงถ้าทะเลเกิดการหนุน ซึ่งได้มีทางภาครัฐกำนันผู้ใหญ่บ้านเข้ามาช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0xmqLTaemPY

 767
ข่าวภูมิภาค
18 ธ.ค. 62

แม่น้ำโกลก จ.นราธิวาส ล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนช่วงกลางดึก

นราธิวาส-มีรายงานว่าแม่น้ำโกลก ล้นตลิ่ง ช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. บริเวณท่าเรือ ตลาดปลาโอ่ง จ.นราธิวาส ซึ่งเข้าท่วมหนักกว่าคราวก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านบูเก๊ะตา และโละจูด โดยระดับน้ำขณะนี้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งอพยพขนของเพื่อป้องกันความเสียหาย  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q6JFORgfzjc

 475
สังคม
18 ธ.ค. 62

แม่น้ำโกลก จ.นราธิวาส ล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนช่วงกลางดึก

นราธิวาส-มีรายงานว่าแม่น้ำโกลก ล้นตลิ่ง ช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. บริเวณท่าเรือ ตลาดปลาโอ่ง จ.นราธิวาส ซึ่งเข้าท่วมหนักกว่าคราวก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านบูเก๊ะตา และโละจูด โดยระดับน้ำขณะนี้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต้องเร่งอพยพขนของเพื่อป้องกันความเสียหาย  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q6JFORgfzjc

 475
อาชญากรรม
17 ธ.ค. 62

จนท.เปิดแผนกดดันไล่ล่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธบนเทือกเขาตะเว ปะทะเดือดกว่า 20 นาที โจรใต้ดับ 3 ราย

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 16 ธ.ค. 62 พ.อ.ธีร์พัชร์ เมพันธุ์ ผบ.ฉก.ทพ.45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้จัดกำลังชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ ฉก.ทพ.45 จำนวน 3 ชุดปฏิบัติการณ์เปิดแผนกดดันไล่ล่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ที่เคลื่อนไหวกบดานบนเทือกเขาตะเวเขตรอยต่อระหว่าง อ.ระแงะกับ อ.เจาะไอร้อง      หลังสืบทราบมีกองกำลังติดอาวุธได้เคลื่อนไหวเพื่อประชุมวางแผนก่อเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันเดินลาดตระเวนอยู่บนเทือกเขา ช่วงบริเวณหลังหมู่บ้านอาแน ม.8 ต.บองอ ได้พบกับกองกำลังติดอาวุธ จำนวน 6 ถึง 7 คน กำลังพักผ่อนอยู่ที่เพิงพักชั่วคราว และเมื่อกองกำลังติดอาวุธพบเห็นเจ้าหน้าที่ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนทั้ง 2 ฝ่าย ได้เปิดฉากยิงปะทะกันเป็นละลอกๆนานกว่า 20 นาที กลุ่มคนร้ายเห็นจวนตัวจึงได้ใช้อาวุธปืนยิงเบิกทางหลบหนีเข้าไปในเขตรอยต่อ อ.เจาะไอร้อง     เมื่อเสียงปืนสงบลงเจ้าหน้าที่ได้ทำการเคลียร์พื้นที่ พบกลุ่มกองกำลังติดอาวุธเสียชีวิต 3 คน และตรวจยึดอาวุธปืนได้ 2 กระบอก คือ อาวุธปืน อา.ก้า. 1 กระบอก อาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน และสิ่งของสัมภาระจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งได้กันพื้นที่เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งในช่วงเช้า     ต่อมา พ.อ.ธีร์พัชร์ เมพันธุ์ ผบ.ฉก.ทพ.45 เมื่อได้รับรายงาน จึงได้ประสานไปยัง พ.อ.เอกพล เลขนอก ผบ.ฉก.ทพ.48 อ.เจาะไอร้อง เพื่อขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ในการสกัดกั้นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่กำลังหลบหนีเข้าพื้นที่ ด้วยการจัดกำลังออกเป็น 4 ชุดปฏิบัติการณ์ ในการบล๊อกเส้นทางที่คาดว่ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธจะหลบหนีไปซ่อนตัวที่บ้านของสมาชิกแนวร่วมในพื้นที่ บ้านเจาะเกราะ ม.1 บ้านกูเว ม.4 และบ้านไอสะเตียร์ ม.5 ต.บูกิต และบ้านไอปาแย ม.8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง ซึ่งการปฏิบัติในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ตรวจสอบกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่หลบหนีลงจากเทือกเขาตะเว แต่อย่างใด

 2,366
พระราชสำนัก
04 ธ.ค. 62

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย บรรจุถุงยังชีพพระราชทาน ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในนราธิวาส

วันที่ 4 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงห่วงใย เสด็จไปทรงบรรจุถุงยังชีพพระราชทานของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งกำลังประสบอุทกภัยอย่างหนักจากผลกระทบของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ณ ขณะนี้      โดยมีคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ อาทิ ข้าราชบริพารในพระองค์ , กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร , กองทัพภาคที่ 1 มณฑลทหารบกที่ 11 , กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ , กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้าย กองทัพบก , เจ้าหน้าที่อาสากาชาด , สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ,สำนักงานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร , มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครเทเวศร์ , บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , ธนาคารไทยพาณิชย์ เฝ้ารับเสด็จ      และทั้งหมดได้ร่วมบรรจุถุงยังชีพพระราชทานของมูลนิธิฯ ถุงยังชีพพระราชทานที่บรรจุในวันนี้ทั้งหมด 7,000 ถุง จะถูกส่งไปเพิ่มเติมในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

 347
พระราชสำนัก
03 ธ.ค. 62

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย บรรจุถุงยังชีพพระราชทาน ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

ที่กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้าย กองทัพบก  บางเขน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ซึ่งดำเนินงานตามตามพระดำริของพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กำลังพลจากกองทัพภาคที่ 1, มณฑลทหารบกที่.11, กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ , จิตอาสาไทยอาสาป้องกันชาติ จากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร , นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ตลอดจนประชาชนจิตอาสา ร่วมกันบรรจุเครื่องอุปโภค บริโภค ได้แก่ ข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนราธิวาส ณ ที่ว่าการอำเภอแว้ง  ,ที่ว่าการอำเภอโกลก , ที่ว่าการอำเภอสุคิริน  และ ที่ว่าการอำเภอปาดี   จำนวนรวมสี่พันหนึ่งร้อยถุง โดยลำเลียงขึ้นรถบรรทุกนำส่งยังจังหวัดนราธิวาสในวันนี้  

 261
ข่าวภูมิภาค
03 ธ.ค. 62

น้ำท่วมหนักนราธิวาส แม่น้ำสุไหงโกลกเพิ่มสูง - พัทลุงเจอน้ำป่าซัด

นราธิวาส-คืบหน้าสภาวะน้ำท่วมในภาคใต้ตอนล่าง ยังมีฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลกและแม่น้ำสายบุรี ยังคงมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลพวงของมวลน้ำในพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง ได้ไหลลงมาสมทบ เพื่อระบายสู่ทะเลอ่าวไทยด้าน อ.ตากใบ   โดยแม่น้ำสุไหงโกลกมีปริมาณน้ำล้นตลิ่ง 2.20 เมตร ส่งผลทำให้น้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร ที่ปลูกสร้างอยู่ตลอดแนวริมตลิ่งในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ขยายเป็นวงกว้างเป็น 23 ชุมชน โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 80 ถึง 200 ซม. โดยชุมชนหัวสะพานมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงสุด   ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 3 อำเภอ ได้แก่ อ.สุไหงโกลก, สุไหงปาดี และสุคิริน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 3 หมื่นคน   ส่วนที่พัทลุงเกิดน้ำป่า จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดพัทลุง เอ่อล้นจากลำคลอง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า80 ครอบครัว ทำให้ชาวบ้านยังต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง นอกจากนี้เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านยังมีน้ำท่วมสูง30 เซนติเมตร บางจุด 50 เซนติเมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ITMdUTOW-JA

 594
สังคม
03 ธ.ค. 62

น้ำท่วมหนักนราธิวาส แม่น้ำสุไหงโกลกเพิ่มสูง - พัทลุงเจอน้ำป่าซัด

นราธิวาส-คืบหน้าสภาวะน้ำท่วมในภาคใต้ตอนล่าง ยังมีฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโกลกและแม่น้ำสายบุรี ยังคงมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลพวงของมวลน้ำในพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง ได้ไหลลงมาสมทบ เพื่อระบายสู่ทะเลอ่าวไทยด้าน อ.ตากใบ   โดยแม่น้ำสุไหงโกลกมีปริมาณน้ำล้นตลิ่ง 2.20 เมตร ส่งผลทำให้น้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของราษฎร ที่ปลูกสร้างอยู่ตลอดแนวริมตลิ่งในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ขยายเป็นวงกว้างเป็น 23 ชุมชน โดยมีระดับน้ำท่วมขังสูงโดยเฉลี่ย 80 ถึง 200 ซม. โดยชุมชนหัวสะพานมีปริมาณน้ำท่วมขังสูงสุด   ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 3 อำเภอ ได้แก่ อ.สุไหงโกลก, สุไหงปาดี และสุคิริน พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบกว่า 3 หมื่นคน   ส่วนที่พัทลุงเกิดน้ำป่า จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดพัทลุง เอ่อล้นจากลำคลอง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า80 ครอบครัว ทำให้ชาวบ้านยังต้องขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง นอกจากนี้เส้นทางเข้าออกหมู่บ้านยังมีน้ำท่วมสูง30 เซนติเมตร บางจุด 50 เซนติเมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ITMdUTOW-JA

 594
สังคม
02 ธ.ค. 62

ท่วมหนัก! นราธิวาสประกาศเขตภัยพิบัติทุกอำเภอแล้ว หลังเจอฝนถล่มต่อเนื่อง

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดนราธิวาส วันนี้ศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ ประกาศเตือนประชาชนริมฝั่งแม่น้ำ 3 สายสำคัญของนราธิวาส เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน จากฝนตกหนักและน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้านผู้ว่าฯนราธิวาส ประกาศภัยพิบัติฉุกเฉินทั้ง 13 อำเภอ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว    ชุมชนโรงเลื่อยในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก เป็นหนึ่งจุดที่น้ำท่วมถึงเป็นประจำ ประชาชนส่วนใหญ่อพยพออกไปแล้ว เพราะน้ำสูงเกินกว่าที่อาศัยได้ แต่ก็อาจจะมีบ้างที่อาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้าน โดยอพยพย้ายข้าวของทรัพย์สินไปอย่บนที่สูงแล้วครับ    ถือเป็นน้ำท่วมรอบแรกของปลายปีนี้ ปกติแล้วน้ำในแม่น้ำโกลก จะหลากท่วมแบบนี้ถึง 3 รอบ ภายในเวลาห่างกันไม่ถึงเดือน ซึ่งคนที่นี่จะถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องเตรียมตัวไว้เสมอ ดังนั้น สิ่งที่จะทำได้คือเมื่อรู้ว่าถึงฤดูน้ำท่วมก็ต้องเตรียมตัว หรือจัดการให้เสียหายน้อยที่สุด   ชุมชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโกลก ในเขตเทศบาล อพยพไปอยู่ในศูนย์อพยพที่เทศบาลและอำเภอจัดไว้ให้  ขณะที่ในแต่ละซอยหรือแต่ละชุมชนที่เชื่อมต่อยังแม่น้ำ จะมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 4 ฝ่าย ร่วมกันเฝ้าดูแลความเรียบร้อย คือทหาร ตำรวจ อส. และตัวแทนชุมชน เพื่อเฝ้าดูคนเข้าออกในชุมชนด้วย   นอกจากแม่น้ำโกลก ซึ่งเป็นแม่น้ำเขตแดนกั้นไทย-มาเลเซียที่มีน้ำสูงแล้ว ที่คลองตันหยงมัส ซึ่งมีต้นน้ำจากอำเภอจะแนะ ก็มีน้ำหลากท่วมในหลายตำบลของอำเภอระแงะ และบางพื้นที่ของอำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาสซึ่งเป็นทิศทางน้ำที่จะไหลบ่าลงทะเล   ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ยืนยันกับข่าว 3 มิติว่า ตอนนี้ประกาศให้ทั้ง 13 อำเภอของนราธิวาส เป็นพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยอำเภอที่ประกาศภัยนั้น ไม่ได้ท่วมทั้งหมด แต่เป็นบางตำบลที่อยู่ใกล้แม่น้ำ และที่ลุ่มที่น้ำจะหลากถึง และประเมินสถานการณ์ว่า ตอนนี้ยังไม่ทรงตัวเต็มที่ มีโอกาสที่จะลดลง แล้วกลับมาเพิ่มอีก ขึ้นอยู่กับปริมาณฝนที่จะตกหนักในระหว่างนี้ ซึ่งเป็นไปตามคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาด้วย จึงแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังสถานการณ์ด้วย   วันนี้ ศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ ที่มีรองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังน้ำจากแม่น้ำ 3 สายหลัก คือแม่น้ำโกลก ตลอดลำน้ำ ซึ่งตอนนี้วัดทที่สถานีวัดน้ำที่อำเภอแว้ง ระดน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 22 เซนติเมตร แต่เมื่อมาถึงสะพานลันตู ซึ่งมี 7 ชุมชน ของเทศบาลสุไหงโกลก ที่ได้รับผลกระทบนั้น ระน้ำสูงกว่าตลิ่งถึง 1 เมตร 96 เซนติเมตร ส่วนคลองตันหยง ที่อำเภอระแงะ ระดับน้ำสูงกว่า ตลิ่ง 91 เซนติเมตร แต่น้ำมีแนวโน้มลดระดับลง   ที่ยังต้องจับตาใกล้ชิดคือแม่น้ำสายบุรี ซึ่งวัดที่บ้านซากอ เภอศรีสาคร ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งราว 2 เมตร 60 เซน แต่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งมีการคาดว่าการณ์จะมีฝนตกเช่นนี้ต่อไปอีกอย่างน้อย 5-7 วัน   น้ำหลากท่วมจนต้องประกาศเขตภัยพิบัติ 13 อำเภอ มาจากฝนที่ตกหนักตั้งแต่วันที่ 2 วันที่ผ่านมา และล่าสุดวันนี้ ฝนตกหนักสุดอยู่ที่ อำเภอสุคิริน รองมาคืออำเภอแว้ง อำเภอจะแนะ อำเภอสุไหงโกลก และ อำเภอเจาะไอร้อง ซึ่งล้วนเป็นอำเภอพื้นที่สูง เชิงเขา ที่นับจากนี้น้ำจะหลากลงที่ลุ่ม ตามทิศทางการระบายลงสู่ทะเล  

 550
ข่าวภูมิภาค
02 ธ.ค. 62

นราธิวาสน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก ผู้ว่าฯประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 3 อำเภอ

นราธิวาส-จากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในขณะนี้ ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฏรและพื้นที่ทางการเกษตร ที่อยู่ในที่ราบลุ่ม 99 หมู่บ้าน 20 ตำบล 14 ชุมชน คือ อ.สุไหงโกลก สุไหงปาดี สุคิรินและระแงะ และมีแนวโน้มจะสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนขยายเป็นวงกว้าง เนื่องจากยังคงมีแนวโน้มฝนที่จะตกลงมาอย่างหนักในอีก 1 ถึง 2 วัน   ล่าสุดนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส จึงได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติอุทกภัย 3 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก สุคิรินและสุไหงปาดี เพื่อที่จะได้นำงบประมาณฉุกเฉินมาให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน และจะมีการพิจารณา อ.ระแงะ เป็นเขตประสบภัยพิบัติในโอกาสต่อไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z2mb9G1t7xE

 845
สังคม
02 ธ.ค. 62

นราธิวาสน้ำท่วม หลังฝนตกหนัก ผู้ว่าฯประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว 3 อำเภอ

นราธิวาส-จากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในขณะนี้ ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฏรและพื้นที่ทางการเกษตร ที่อยู่ในที่ราบลุ่ม 99 หมู่บ้าน 20 ตำบล 14 ชุมชน คือ อ.สุไหงโกลก สุไหงปาดี สุคิรินและระแงะ และมีแนวโน้มจะสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนขยายเป็นวงกว้าง เนื่องจากยังคงมีแนวโน้มฝนที่จะตกลงมาอย่างหนักในอีก 1 ถึง 2 วัน   ล่าสุดนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส จึงได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติอุทกภัย 3 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก สุคิรินและสุไหงปาดี เพื่อที่จะได้นำงบประมาณฉุกเฉินมาให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน และจะมีการพิจารณา อ.ระแงะ เป็นเขตประสบภัยพิบัติในโอกาสต่อไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z2mb9G1t7xE

 845
สังคม
02 ธ.ค. 62

นราธิวาส - ประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วม 3 อำเภอ

วันที่ 1 ธ.ค. 62 นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้เดินทางมายังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่อาคารโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก โดยมีนายปรีชา นวลน้อย นายอำเภอสุไหงโกลก และนางสุชาดา พันธุ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโกลก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยให้การต้อนรับ โดยมีประชาชนที่ถูกน้ำท่วมขังบ้านเรือนมาอาศัยอยู่ จำนวน 28 ครัวเรือน รวม 123 คน จาก 3 ชุมชนที่มีระดับน้ำท่วมขังขั้นวิกฤติ โดยอยู่ในระดับ 180 ซ.ม. ที่มวลน้ำจากพื้นที่ อ.สุคิรินและแว้ง ได้ไหลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโกลก ซึ่งมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งจากช่วงเช้าอยู่ในระดับ 1.69 ซ.ม. โดยเพิ่มระดับสูงขึ้นจากเดิมอย่างรวดเร็ว ซึ่งอยู่ในระดับ 1.89 ซ.ม.   และจากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในขณะนี้ ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนราษฏรและพื้นที่ทางการเกษตร ที่อยู่ในที่ราบลุ่ม 99 หมู่บ้าน 20 ตำบล 14 ชุมชน คือ อ.สุไหงโกลก สุไหงปาดี สุคิรินและระแงะ และมีแนวโน้มจะสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนขยายเป็นวงกว้าง เนื่องจากยังคงมีแนวโน้มฝนที่จะตกลงมาอย่างหนักในอีก 1 ถึง 2 วัน   ล่าสุดนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส จึงได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติอุทกภัย 3 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก สุคิรินและสุไหงปาดี เพื่อที่จะได้นำงบประมาณฉุกเฉินมาให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน และจะมีการพิจารณา อ.ระแงะ เป็นเขตประสบภัยพิบัติในโอกาสต่อไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง   และภายหลังนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ได้เยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว ได้นั่งเรือยนต์ในการสำรวจสภาวะน้ำท่วม ที่บริเวณท่าเจ๊ะกาเซ็ง ซึ่งตั้งอยู่ ถ.เจริญเขต ซอย 5 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโกลก ซึ่งมีปริมาณน้ำท่วมขังบ้านเรือนประชาชนสูงโดยอยู่ในระดับ 1,70 ซ.ม. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลในการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ซ้ำซากต่อไป

 495
สังคม
01 ธ.ค. 62

นราธิวาสประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วม 3 อำเภอ หลังเจอฝนถล่มหนัก

จังหวัดนราธิวาสประกาศเขตภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว 3 อำเภอหลังจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มจะตกหนักอีก 1-2 วัน      นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส เดินทางลงพื้นที่ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เพื่อตรวจเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทอง ที่มีประชาชนที่ถูกน้ำท่วมขังบ้านเรือนมาอาศัยอยู่ จำนวน 28 ครัวเรือน รวม 123 คน จาก 3 ชุมชนที่มีระดับน้ำท่วมขังขั้นวิกฤติ โดยอยู่ในระดับ 180 ซ.ม. ที่มวลน้ำจากพื้นที่ อ.สุคิรินและอำเภอแว้ง ไหลงมาสมทบในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ซึ่งมีปริมาณน้ำล้นตลิ่งจากช่วงเช้าอยู่ในระดับ 1.69 ซ.ม. และเพิ่มระดับสูงขึ้นจากเดิมอย่างรวดเร็วถึงระดับ 1.89 ซ.ม.     ล่าสุดมีบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตร ในที่ราบลุ่ม 99 หมู่บ้าน 20 ตำบล 14 ชุมชน คือใน อ.สุไหงโก-ลก สุไหงปาดี สุคิรินและระแงะ และมีแนวโน้มจะสร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนขยายเป็นวงกว้าง เนื่องจากยังคงมีแนวโน้มฝนที่จะตกลงมาอย่างหนักในอีก 1 ถึง 2 วัน     ล่าสุดนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส ได้ประกาศเขตภัยพิบัติอุทกภัยใน 3 อำเภอแล้ว คือ อ.สุไหงโก-ลก สุคิรินและสุไหงปาดี เพื่อที่จะได้นำงบประมาณฉุกเฉินมาให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน และจะมีการพิจารณา อ.ระแงะ เป็นเขตประสบภัยพิบัติต่อไป ซึ่งอยู่ในระหว่างการสำรวจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง     ปัญหาน้ำท่วมจังหวัดนราธิวาสเกิดจากฝนตกหนักปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ ส่งผลทำให้มีสภาวะน้ำท่วมขับพื้นที่ทางเกษตรและบ้านเรือนของประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่มทั้ง 13 อำเภอ แต่พื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่ในขั้นวิกฤติอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก จากมวลน้ำที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในพื้นที่ อ.สุคิรินและ อ.แว้ง

 1,246
พระราชสำนัก
20 พ.ย. 62

รองผู้ว่าฯ ยะลา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน เยี่ยมตำรวจบาดเจ็บจากเหตุลอบวางระเบิดที่รือเสาะ

วันนี้ เวลา 15 นาฬิกา ที่โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ อ.เมืองยะลา จ.ยะลา  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายเจษฎา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่ สิบตำรวจเอก จักร์ชัย จันทร์ลอย และ สิบตำรวจตรี พรเทพ ชัยมุสิก ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายได้จุดชนวนระเบิด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจจราจร สถานีตำรวจภูธรอำเภอรือเสาะ ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจจุดสกัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบ บริเวณริมถนนบ้านบือแนยาโมง หมู่ที่ 2 ตำบลรือเสาะนอก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้

 118
อาชญากรรม
20 พ.ย. 62

ผู้ก่อการร้ายลอบวางระเบิดตร.รือเสาะ บาดเจ็บ 3 นาย

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 19 พ.ย. 62  เกิดเหตุคนร้ายวางระเบิดใต้โคนต้นไม้ริมถนน ใกล้มัสยิดบือแนยาโมง บ้านปลายนา ต.รือเสาะออก ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.รือเสาะได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย ด.ต.ณรงค์ชัย กิมาคม ส.ต.อ.จักรชัย จันทร์ลอบ และ ส.ต.ต.พรเทพ ไชยมุสิก เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะ   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.ต.อ.เทียนชัย อินนุพัฒน์ สารวัตรจราจร สภ.รือเสาะ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร จำนวน 6 นาย ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนน และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น คนร้ายซึ่งคาดว่าแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ได้จุดชนวนระเบิดที่แฝงตัวนำไปวางไว้ใต้โคนต้นไม้ จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 3 นายดังกล่าว   เมื่อแพทย์โรงพยาบาลรือเสาะได้ทำการปฐมพยาบาลเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย พบว่ามีอาการสาหัส จึงได้นำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของทหารเพื่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iWuPdoObdm8

 817

Top