ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทำร้าย"

สังคม-อาชญากรรม
18 พ.ค. 59

ไล่ล่าหนุ่ม 25 โมโหหึงสาว 16 แชทชายอื่น ใช้มีดกรีด-จับขังครึ่งเดือน

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รุดเยี่ยมดูอาการเหยื่อสาววัย 16 ปีหลังถูกอดีตแฟนหนุ่มวัย 25 ปีที่รู้จักกันทางแชทออนไลน์ เข้าทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ไม่ให้กินข้าวให้กิน มีเพียงน้ำประทั้งชีวิตเพียงอย่างเดียวนานครึ่งเดือน แถมขู่เผาบ้าน หลังโมโหเห็นฝ่ายหญิงแชทกับหนุ่มอื่น ก่อนแม่ออกตามตัวมาพบ ขณะตำรวจเร่งตามตัวโดยเร็วหวั่นครอบครัวผู้เสียหายอาจไม่ปลอดภัย ตั้งข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นจะเต็มใจไปด้วยหรือไม่ก็ตาม และหน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายและทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zaMqRE8x9kw

 2,938
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 พ.ค. 59

โลกออนไลน์แชร์ภาพ พ่อเมาทำร้ายลูกบาดแผลเต็มตัว จนท.รุดช่วย ย่าเด็กไม่ประสงค์ดำเนินคดี

จากกรณีที่ได้มีพลเมืองดีร้องเรียนให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือหนูน้อยสองพี่น้องอายุ 5 ขวบ และ 8 ขวบโดนที่โดนพ่อบังเกิดเกล้าทุบตี กระทำทารุณกรรมอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน ทั่วร่างกายเต็มไปด้วยริ้วรอยบาดแผล จนมีการเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จากการตรวจสอบพบว่าพ่อแม่ของเด็กทั้ง 2 แยกทางกัน เด็กจึงอาศัยอยู่กับย่า ซึ่งวันเกิดเหตุย่าได้ออกเดินทางไปแสดงมโนราห์ที่อำเภอหาดใหญ่ พ่อของเด็กกลับมาเยี่ยมบ้านจึงให้เลี้ยงดูเด็กทั้งสอง สาเหตุที่ทุบตีเด็ก เพราะเมาเหล้า ใช้ไม้กวาดและไม้แขวนเสื้อทุบตีเด็กทั้งสองจนฟกช้ำไปทั่วร่างทั้งสองคน หลังจากเด็กถูกทุบตี จึงไปนอนที่บ้านญาติ   ต่อมาทางตำรวจจึงเรียกตัว ย่าและพ่อผู้เกิดเหตุมาให้ข้อมูล โดยทางตัวย่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับลูกชายเพราะไม่เคยทำร้ายเด็กมาก่อนและสงสารลูก และหลาน และย่ายังได้โทรศัพท์ไปประสานมารดาเด็กก็ไม่ประสงค์แจ้งความดำเนินคดีซึ่งพ่อก็รับปากว่าจะไม่ทำร้ายลูกชายทั้งสองแบบนี้อีก ก่อนปล่อยตัวพ่อเด็กกลับไปกรุงเทพฯ ส่วนเด็กทั้งสองย่ารับไปดูแลเอง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-SzW7e6BxIY  

 9,692
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 พ.ค. 59

แชร์ว่อนคลิปพ่อทำร้ายลูก อ้างเมา-เครียดแยกทางภรรยา

โลกออนไลน์แชร์คลิปพ่อทำร้ายร่างกายเด็ก ภายในซอยลาดปลาเค้าบริเวณข้างวัดลาดปลาเค้า โดยชาวบ้านในละแวกใกล้จุดเกิดเหตุ ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่า ชายคนดังกล่าวที่เป็นพ่อเด็ก ชอบทำร้ายร่างกายลูก เวลาที่มีอาการมึนเมาอยู่บ่อยครั้งแต่ไม่รู้จะช่วยเหลือเด็กทั้งสองอย่างไร เพราะเกรงกลัวว่าพ่อเด็กจะมาทำร้าย โดยญาติของชายที่ก่อเหตุระบุ พ่อวัย 36 มีประวัติการเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับจิตเวช ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วหลังมีการเสพยาเสพติดจนประสาทหลอน แต่ภายหลังมีอาการดีขึ้น จึงกลับมารักษาตัวและใช้ชีวิตตามปกติที่บ้าน และก็เข้าทำงานได้ตามปกติ แต่เมื่อสองถึงสามอาทิตย์ที่ผ่านมา นายหน่อยได้เลิกกับภรรยาแม่ของเด็กทั้งสอง และเกิดความเครียด และระยะหลังไม่ได้ทำงาน ประกอบกับการดื่มสุรา จึงทำให้เวลาที่อยู่ในอาการมึนเมา จะมีการใช้ความรุนแรงกับลูกบ่อยครั้ง ด้านตัวพ่อผู้ก่อเหตุระบุ ในวันเกิดเหตุโมโหที่ลูกชายไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ประกอบกับมีความคิดถึงภรรยา และมีอาการมึนเมาสุรา จึงได้ลงมือทำร้ายลูกชายไป ทั้งนี้ยอมรับว่าเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ขณะที่เด็กที่ถูกทำร้ายกล่าวว่าตนและน้องไม่อยากอยู่กับพ่อและแม่ เพราะพ่อจะชอบทำร้ายร่างกาย บ่อยครั้งเวลามึนเมา และพ่อจะชอบออกไปข้างนอกเพื่อดื่มสุราทุกวัน ทำให้ตนเองต้องเลี้ยงดูน้องเพียงลำพัง โดยไม่ได้มีการได้รับการดูแลจากผู้เป็นพ่อ ส่วนแม่ที่ไม่อยากอยู่ด้วยเพราะแม่ไม่สนใจตนเองและน้องชาย เมื่อครั้งยังอยู่ด้วยกันมักจะเล่นแต่โทรศัพท์จนไม่สนใจตนเอง ทำให้ตนเองและน้องชายไม่อยากอยู่กับทั้งพ่อและแม่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะนำตัวเด็กทั้งสองไปคุ้มครองชั่วคราว ที่สถานแรกรับบ้านเด็กชายปากเกร็ด (บ้านพุมเวช) และต่อไปจะพยายามติดต่อญาติพี่น้องของนายหน่อยและภรรยาเพื่อตรวจสอบว่าใครจะสามารถรับเด็กทั้งสองไปเลี้ยงดูได้ หากไม่มี ก็จะนำเข้าระบบการรับอนุเคราพห์ต่อไป แต่หากว่าต่อไปนายหน่อย สามารถมาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ว่าจะไม่ทำร้ายร่างกายเด็กทั้งสองอีก และตัวเด็ก มีความยินยอม ก็จะอนุญาตให้รับตัวเด็กกลับไปดูแลได้ตามปกติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AmBSA7SXEt4  

 5,038
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 พ.ค. 59

ชาวเน็ตแชร์คลิปรุมยำหนุ่มอ้างเป็นอาสาตร. ขึงเชือกดัก จยย.

ความคืบหน้ากรณีเพจเฟซบุ๊ก เรารักด่านตรวจ และผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า In'Time T'nt เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ขณะคนรุมทำร้ายชายคนหนึ่งที่ระบุว่าเป็นอาสาตำรวจ บริเวณด่านพระราม 3    จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายคือ นายวุฒิกร เสฏฐัตต์ อายุ 29 ปี เล่าว่าขณะขับ จยย. กลับบ้าน ระหว่างทางกลับถูกคนร้ายขึงเชือกดักและพยายามเรียกเก็บค่าผ่านทางเป็นเงิน200 บาท แต่ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าเป็นอาสาสมัครจริงหรือไม่ กระทั่งกลับมาที่บ้านและเล่าให้เพื่อนฟัง ทำให้เพื่อนบุกไปหาตัวผู้ก่อเหตุและช่วยกันจับไว้ตามคลิปที่ถูกเผยแพร่ไป    ด้าน พ.ต.ท. นิพนธ์ กุลชฤทธิ์ รอง ผกก.จร. สน.วัดพระยาไกร แจงชายที่ถูกจับได้ไม่ใช่อาสาตำรวจตามที่อ้าง โดยมีพฤติกรรมนำเชือกมาขึงขวางกลางถนน เมื่อเห็นผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาจึงดึงเชือกให้ตึงทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ จากการสอบปากคำเบื้องต้น เจ้าตัวอ้างไม่พอใจกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบขี่รถจักรยานยนต์ก่อกวนเมืองและขี่รถย้อนศร    ขอบคุณภาพจาก In'Time T'nt   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YP01oCLvmA0

 11,535
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 พ.ค. 59

โชเฟอร์แท็กซี่โร่แจง ถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้โดยสารสาว ปมค่าโดยสารไม่พอ

โลกออนไลน์แชร์ภาพและข้อความกรณีมีแท็กซี่พยายามที่จะทำร้ายร่างกายผู้โดยสารสาว ที่เผยเหตุการณ์ขณะนั่งรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง จากซอยรามอินทรา 19 เพื่อให้มาส่งยังห้องพักภายใน วีวีเอส. แมนชั่น ซอยรามอินทรา 115 ซึ่งหลังจากถึงที่พัก ค่าโดยสารราคา 220 บาท แต่ผู้เสียหายมีเงินติดตัวเพียง 200 บาท จึงได้แจ้งกับโชเฟอร์แท็กซี่เพื่อที่จะกลับเข้าใปในห้องพัก เพื่อนำเงินมาจ่ายเพิ่ม โดยผู้โดยสารสาวเผยว่าหลังจากที่ออกมาจากที่พักภายในแมนชั่น เพื่อนำเงินมาจ่ายค่ารถ แต่ไม่พบคนขับ ก่อนที่จะเปิดประตูหลังเพื่อหยิบกระเป๋า กลับถูกโชเฟอร์แท็กซี่พยายามผลักเข้าไปในรถ โดยตนพยายามดิ้นสุดชีวิต และวิ่งเข้ามาที่แมนชั่นเพื่อเปิดประตู โดยมีโชเฟอร์แท็กซี่ตามเข้ามา โดยที่ตัวเธอล้มลงบริเวณทางเข้าประตู แต่โชเฟอร์ยังพยายามดึงแขน ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะถูกดึงจากประตู จนถึงห้องแม่บ้าน ห่างประมาณ 10 เมตร เพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนที่จะมีผู้ออกมาพบเห็น โดยโชเฟอร์แท็กซี่คนดังกล่าวพยายามชี้แจงกับผู้ที่มาพบเห็นว่า ผู้โดยสารจ่ายเงินไม่ครบ ก่อนที่จะออกจากแมนชั่นดังกล่าว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความหวาดวิตกให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะเข้าแจ้งความยัง สน.มีนบุรี ล่าสุดโชเฟอร์แท็กซี่เข้าพบ ตร.สน.มีนบุรี เพื่อชี้แจงแล้วโดยระบุว่า ภายหลังจากรักผู้โดยสารสาว บ้านสวนสน ซอยพหลโยธิน 48 เพื่อมาส่งยังจุดเกิดเหตุ หลังถึงจุดหมาย ผู้โดยสารสาวแจ้งว่าค่าโดยสารไม่พอจะเข้าไปหยิบในห้องพัก โดยได้ทิ้งกระเป๋าถือไว้ที่เบาะหลัง ระหว่างนั้นผู้ได้สารได้เข้าไปในแมนชั่นเป็นเวลานาน เป็นจังหวะที่ตนเดินออกไปปัสสาวะและหันกลับมาเห็นผู้โดยสารเดินมาที่รถก่อนที่จะหยิบกระเป๋าวิ่งกลับไปที่ประตูแมนชั่นแต่ไม่สามารถเข้าได้ พร้อมกับยื่นเงินซึ่งเป็นแบงค์ 50 และ แบงค์ 20 อย่างละ 1 ใบ พร้อมเศษเหรียญอีก 1 กำ ส่งให้ก่อนที่จะผลักประตู เพื่อเข้าแมนชั่น เหตุที่ตนเองยื้อยุดดึงแขนไว้ เนื่องจากยังไม่ได้นับค่าโดยสาร ซึ่งทั้งหมด227 บาท ตนเกรงว่าค่าโดยสารไม่ครบจึงได้ยื้อแขนเอาไว้ โดยที่หญิงสาวพยายามเคาะเรียกเพื่อนให้เปิดประตู ซึ่งตนเองเห็นว่ารู้จักห้องแล้ว จึงได้เดินกลับมาก้มเก็บเงิน ซึ่งเป็นเศษเหรียญ รวมได้ 200 บาท ก่อนที่จะกลับออกไปจาแมนชั่นดังกล่าว ยันความบริสุทธิ์ใจ โดยทั้งหมดไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B0UTZvoZgo0    

 17,538
สังคม-อาชญากรรม
11 พ.ค. 59

สาวร้องถูกโชเฟอร์แท็กซี่ทำร้าย หลังเงินไม่พอ กลับไปหยิบค่าโดยสารที่ห้องมาจ่ายให้

สาวโพสต์ FB ถูกคนขับแท็กซี่ทำร้ายหลังขึ้นไปหยิบค่าโดยสารมาจ่ายให้ เนื่องจากเงินที่มีในกระเป๋าไม่พอ พร้อมโพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุไว้ได้ ขณะที่กรมการขนส่งฯอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล      โดยสมาชิกเฟซบุ๊คที่ชื่อ "นู๋ อุ้ม จอ แบน" ได้โพสต์เรื่องราวดังกล่าว ระบุ “เรื่องนี้เป็นเรื่องเตือนใจ สำหรับผู้หญิงที่ต้องกลับบ้านดึก ควรระวังตัวให้มากๆ ! เมื่อวันที่8 พ.ค.ที่ผ่านมา เราได้นั่งแท็กซี่จากบางเขน เพื่อมาลงหอพักที่รามอินทรา แต่ตอนนั้นเป็นเวลาดึกแล้ว จึงทำให้บริเวณซอยหอพักที่เราอยู่ ดูเปลี่ยวผิดกับตอนกลางวันมาก จึงทำให้แท็กซี่คนนี้กล้าทำอุกอาจ พยายามจะทำร้ายเราดังภาพที่เห็น เพียงเพราะค่าโดยสาร ขาดแค่ 20 บาท เมื่อเวลาประมาณเกือบตี 3 ของวันนั้น พอแท็กซี่หยุดรถที่หน้าตึก มิเตอร์บอกราคาว่า 220 บาท ซึ่งที่ตัวเรามีติดตัวอยู่เพียงแค่ 200 จึงบอกแท็กซี่ไปว่า ให้รอแปปนึง เพื่อที่เราจะเอาเศษที่ค้างไว้ 20 บาทไปให้       โดยที่เราทิ้งกระเป๋าอีกใบไว้บนรถ แต่แท็กซี่คนนี้กลับบอกว่า ‪‎ทำไมน้องไม่ทิ้งโทรศัพท์ไว้ล่ะ‬ เราก็ไม่ได้สนใจ ลงรถไปละกลับไปหยิบเงินในห้องออกมาอีก 50 บาท เพื่อเอาไปให้แท็กซี่คนนี้ แต่พอเราไปถึงที่รถ กลับไม่มีคนขับอยู่บนรถ เราจึงก้มหยิบกระเป๋าจากหลังรถที่เราวางไว้ แต่กลับโดนแท็กซี่คนนี้อ้อมมาจากด้านหลัง จับหัวเรากดลงไปในหลังรถ แต่ด้วยความตกใจเราจึงเด้งตัวถีบแท็กซี่คนนี้แล้ววิ่งเข้ามาในตึก แต่แท็กซี่ก็ยังไม่หยุด วิ่งตามกลับมาฉุดกระชากลากถูเรา พยายามดึงเราให้ไปขึ้นบนรถ เดชะคุณที่แม่บ้านประจำตึกตื่นขึ้นมา เพราะเสียกเราตะโกนโวยวาย และคนอื่นๆ ในตึกก็ตื่น เราจึงปลอดภัยไม่ได้โดนแท็กซี่คนนี้ลากไปทำร้ายอะไร มีก็เพียงแต่รอยฟกช้ำตามแขนขา ที่เราขัดขืนต่อสู้กับผู้ชายคนนี้   ปล‬.แท็กซี่คันนี้ป้ายทะเบียนรถข้างประตูหลังผู้โดยสารไม่ติดให้ชัดเจน (ไม่มี) ‪‎ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันแชร์ค่ะ‬ เราพยายามจะเอาเรื่องแต่ไม่สามารถทำได้เพราะจำป้ายทะเบียนแท็กซี่คันนี้ไม่ได้ค่ะ ถึงเอาเรื่องไม่ได้แต่เราก็อยากแชร์ให้เพื่อนระวังตัวไว้ว่า ขึ้นแท็กซี่คันนี้ไม่ปลอดภัย ถ้าตกหล่นตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ ประสบการณ์นี้จะจดจำไปจนตาย @นู๋ อุ้ม จอ แบน”           ด้านกรมการขนส่งทางบก ระบุว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลจากทั้งคนขับแท็กซี่และผู้เสียหาย และพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากคนขับแท็กซี่มีความผิดจริงก็ต้องมีการลงโทษตามขั้นตอน และแนะนำให้ประชาชนที่ใช้บริการรถแท็กซี่จดจำรายละเอียดของรถและคนขับทุกครั้งที่ใช้บริการ                      

 33,169
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 59

ทนายงัดหลักฐานวงจรปิดมัดตัว 6 โจ๋ เจตนาฆ่าชายพิการ จ่อเอาผิดสาวอีกคนข่มขู่ครอบครัวผู้เสียชีวิต

ทนายความหอบหลักฐานลำดับภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัด 6 วัยรุ่น ก่อเหตุใช้อาวุธทำร้ายชายพิการส่งขนมปังเสียชีวิต มีการไต่ตรองไว้ก่อน พร้อมนำมารดาและหลานชาย ผู้เสียชีวิตแจ้งความสาว 19 เพิ่ม ฐานข่มขู่ครอบครัวอีกข้อหา  นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ อาชีพส่งขนมปัง เสียชีวิต ย่านโชคชัย4 พานางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ และนายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชาย นำหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับกลุ่มวัยรุ่นชาย 6 คน และหญิง 2 คน ตามที่ปรากฎในภาพวงจรปิด ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน โดยระบุว่าหลังจากกลุ่มวัยรุ่น และชายพิการได้มีการโต้เถียงกันหลายครั้ง ได้มีผู้ต้องหา 1 คน ยืนโทรศัพท์อยู่บริเวณแยกสัญญาณไฟจราจรซอยโชคชัย4 แยก69 ระยะเวลานานกว่า 10 นาที ก่อนที่จะมีกลุ่มวัยรุ่นบางคนพร้อมอาวุธมีดจะไปที่ร้านขนมปัง และเกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น จึงเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนล่วงหน้า เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา289  ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจได้มีการแจ้งความกับกลุ่มผู้ต้องหา เพียง 7 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเท่านั้น โดยหญิงวัยรุ่นอีกราย พบว่ามีภาพปรากฎอยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ยังไม่มีพยานกลักฐานยืนยันว่ามีการร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในฐานะพยาน แต่หากพบหลักฐานเกี่ยวข้องก็จะแจ้งข้อหาทันที ขณะที่ทนายความ ระบุด้วยว่า มีผู้เสนอให้ยื่นคำร้องขอโอนคดีไปยังกองบังคับการปราบปราม แต่ทางทนายและญาติ ยังเห็นว่า การทำคดีของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ยังไม่มีข้อบกพร่อง จึงไม่มีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องเพื่อขอโอนคดี ส่วนนายเมธัส และภรรยาของผู้ตาย จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับสาว 19 ปี ฐานข่มขู่ เนื่องจากมีพยานยืนยันว่าในวันเกิดเหตุสาว 19 ได้ขับรถไปที่โรงพยาบาล พร้อมมีการข่มขู่ และพูดจาถากถางครอบครัวผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามญาติของนายสมเกียรติ ยืนยันจะเก็บศพไว้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ผู้ต้องหาทั้งหมดต้องได้รับโทษสูงสุด เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานต่างๆมีความชัดเจน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ethaE2_YvOo    

 19,925
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ค. 59

ทนายงัดหลักฐานแน่น เอาผิดแก๊งโจ๋เจตนาฆ่าชายพิการดิ้นไม่หลุด

ทนายความหอบหลักฐานลำดับภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัด 6 วัยรุ่น ก่อเหตุใช้อาวุธทำร้ายชายพิการส่งขนมปังเสียชีวิต มีการไต่ตรองไว้ก่อน พร้อมนำมารดาและหลานชาย ผู้เสียชีวิตแจ้งความสาว 19 เพิ่ม ฐานข่มขู่ครอบครัวอีกข้อหา     นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ อาชีพส่งขนมปัง เสียชีวิต ย่านโชคชัย4 พานางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ และนายเมธัส ผลประเสริฐ หลานชาย นำหลักฐานเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เพื่อขอความเป็นธรรม พร้อมแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับกลุ่มวัยรุ่นชาย 6 คน และหญิง 2 คน ตามที่ปรากฎในภาพวงจรปิด ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน   โดยระบุว่าหลังจากกลุ่มวัยรุ่น และชายพิการได้มีการโต้เถียงกันหลายครั้ง ได้มีผู้ต้องหา 1 คน ยืนโทรศัพท์อยู่บริเวณแยกสัญญาณไฟจราจรซอยโชคชัย4 แยก69 ระยะเวลานานกว่า 10 นาที ก่อนที่จะมีกลุ่มวัยรุ่นบางคนพร้อมอาวุธมีดจะไปที่ร้านขนมปัง และเกิดการทำร้ายร่างกายกันขึ้น จึงเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนล่วงหน้า เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา289   ซึ่งก่อนหน้านี้ตำรวจได้มีการแจ้งความกับกลุ่มผู้ต้องหา เพียง 7 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเท่านั้น โดยหญิงวัยรุ่นอีกราย พบว่ามีภาพปรากฎอยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ยังไม่มีพยานกลักฐานยืนยันว่ามีการร่วมก่อเหตุด้วยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในฐานะพยาน แต่หากพบหลักฐานเกี่ยวข้องก็จะแจ้งข้อหาทันที ขณะที่ทนายความ ระบุด้วยว่า มีผู้เสนอให้ยื่นคำร้องขอโอนคดีไปยังกองบังคับการปราบปราม แต่ทางทนายและญาติ ยังเห็นว่า การทำคดีของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ยังไม่มีข้อบกพร่อง จึงไม่มีความจำเป็นต้องยื่นคำร้องเพื่อขอโอนคดี ส่วนนายเมธัส และภรรยา จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับสาว 19 ปี ฐานข่มขู่ เนื่องจากมีพยานยืนยันว่าในวันเกิดเหตุสาว 19 ได้ขับรถไปที่โรงพยาบาล พร้อมมีการข่มขู่ และพูดจาถากถางครอบครัวผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามญาติของนายสมเกียรติ ยืนยันจะเก็บศพไว้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม ผู้ต้องหาทั้งหมดต้องได้รับโทษสูงสุด เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานต่างๆมีความชัดเจน

 34,991
สังคม-อาชญากรรม
09 พ.ค. 59

ฝากขังสาว 19 ฐานร่วมฆ่า คดี 6 โจ๋รุมทำร้ายชายพิการ

ตำรวจนำตัวหญิงคนสนิทกลุ่มวัยรุ่นที่ทำร้ายชายพิการจนเสียชีวิต ไปฝากขังต่อศาลอาญาในข้อหาร่วมกันฆ่า พร้อมคัดค้านการประกันตัว หญิงวัย 19 ปีถูกควบคุมตัวจากสน.โชคชัยมาขออำนวจศาลอาญาฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ในคดีที่กลุ่วัยรุ่นก่อเหตุรุมฆ่านายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการส่งขนมปังย่านโชคชัย 4เสียชีวิต และถูกจับกุมในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์มีอัตราโทษสูง หากได้รับการประกันตัวเกรงว่าจะหลบหนี และต้องสอบพยานอีกหลายปาก พฤติการณ์ของหญิงคนดังกล่าวจากคำให้การของพยานระบุว่าเป็นผู้ยุยงส่งเสริมให้กลุ่มวัยรุ่นทั้ง 6 คนกระทำผิด นับเป็นผู้ต้องหารายที่ 7 ในคดีนี้ โดยระหว่างถูกคุมตัวมาที่ศาลมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด เบื้องต้นยังไม่มีญาติมายื่นขอประกันตัว สำหรับกรณีที่ทนายความของผู้เสียชีวิต แจ้งความดำเนินคดีเนื่องจากถูกข่มขู่ทางโซเซียลมีเดีย เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน หากพิสูจน์ว่าเป็นเพจจริง ก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/laflFVVWRsw    

 16,716
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ค. 59

โจรเหี้ยมคว้าอิฐบล็อกทุบหัวยายวัย 68 ชิงทรัพย์หลายแสน

ตร.สุพรรณบุรีรับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเข้าไปชิงทรัพย์ผู้สูงอายุวัย 68 ปี โดยถูกอิฐบล็อกทุบหน้าผากจนหน้าตาบวมปูด และมีรอยฟกช้ำ ขณะที่ภายในห้องนอนมีร่องรอยถูกรื้อค้นข้าวของกระจายเกลื่อน จากการตรวจสอบทรัพย์สินในบ้านพบสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทพระเครื่องเก่าแก่ จำนวนหลายองค์ และสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ธกส.สาขาดอนเจดีย์ 5 เล่มหายไปรวมมูลค่าหลายแสนบาท ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุเบื้องต้นคาดว่าเป็นวัยรุ่นขี้ยาในพื้นที่ซึ่งรู้จักกับทางบ้านผู้เสียหายเป็นอย่างดีจึงรู้ความเคลื่อนไหวของคนในบ้านจึงรอโอกาสที่ผู้เสียหายอยู่บ้านเพียงลำพังเดินลัดทุ่งนาเข้ามาทางห้องครัวด้านหลังแล้วงัดประตูห้องนอนด้านหลังเข้ามาใช้ก้อนอิฐบล๊อกซึ่งอยู่ในบ้านผู้เสียหายเองเป็นอาวุธกระหน่ำตีจนผู้เสียหายแน่นิ่งแล้วจึงลงมือรื้อค้นเอาทรัพย์สินมีค่าหนีไปอย่างลอยนวล หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งออกสืบหาเบาะแสของคนร้ายเพื่อจับกุมตัวมาสอบสวนดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6AcomU-8OvM

 3,180
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 59

2 นทท.อังกฤษเหยื่อรุมทำร้ายที่หัวหิน แจงไม่เกลียดประเทศไทย ยันจะกลับมาเที่ยวอีก

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เข้าเยี่ยมติดตามอาการเจ็บป่วยของ 2 สามีภรรยาชาวอังกฤษ หลังถูกรุมทำร้ายขณะเดินทางมาฉลองวันเกิดลูกชาย ที่ อ.หัวหิน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยันไม่โกรธเกลียดประเทศไทย ยันจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยอีก เนื่องจากเดินทางมาพักผ่อนเป็นประจำทุกปี และเข้าใจเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างดีว่าเป็นการกระทำของบุคคลเพียง 4 รายไม่ใช่คนไทยทั้งประเทศ พร้อมชื่นชมความช่วยเหลือของ จนท.หลังเกิดเหตูและเด็กชาวหัวหินอายุ 10  ขวบ ที่ออกมารณรงค์ให้ชาวหัวหินร่วมกันบริจาคเงินเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับครอบครัวผู้เสียหายซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมในความมีน้ำใจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CKBttHrNrUM  

 3,164
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 59

แม่ร้องปวีณาล่าพ่อเลี้ยงโหด ทุบตีลูกสาว 2 ขวบดับ ฉุนเล่นแป้งเลอะพื้น

มูลนิธิปวีณา หงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมแม่เด็ก ร้องตำรวจให้ตามจับพ่อเลี้ยงโหดทำร้ายเด็กหญิงวัย 2 ขวบ 4 เดือน จนเสียชีวิต พร้อมถูกข่มขู่จะฆ่า โดยแม่ของเด็กหญิงวัย 2 ขวบ 4 เดือน เข้าพบตำรวจสถานีตำรวจเทียนทะเล ให้ตามจับตัวสามีใหม่ที่อยู่กินกันมาแค่ 4 เดือน ใช้ไม้ไผ่ตีลูกสาวของตนเองจนเสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา สาเหตุเพราะโกรธที่ลูกสาวนำแป้งมาเทเล่นในครัว เมื่อตนและแม่ของผู้ก่อเหตุ เข้าไปห้ามก็ถูกทุบตี จนสะบักสะบอม และตนเองได้นอนกอดลูกหลับไปด้วยกัน พอตื่นขึ้นมาพบลูกสาวกลายเป็นศพ ทั้งนี้ผู้ก่อเหตุพยายามเกลี่ยกล่อมไม่ให้แจ้งความ และจะนำศพไปฝังข้างบ้าน แต่ตนเองรับไม่ได้ จึงเข้าแจ้งความ แต่ให้การมีพิรุธ ตำรวจจึงส่งศพไปชันสูตร ตนจึงอาศัยจังหวะที่กำลังวุ่นวาย โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิฯ เนื่องจากพ่อเลี้ยง ข่มขู่จะฆ่าทั้งแม่และลูก หากถูกจับ โดยขณะนี้ศาลอาญาธนบุรี อนุมัติหมายจับตัวพ่อเลี้ยงโหดแล้วอยู่ระหว่างติดตามตัว โดยมีอาชีพรับจ้างทำประมง จะใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในเรือ ทำการจับกุมทำได้ยาก และยังมีหมายจับ สภ.โคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร ข้อหารับของโจรด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WefRVr3w8Ls    

 2,225
สังคม-อาชญากรรม
30 เม.ย. 59

โจ๋รุมทำร้ายครอบครัวชาวอังกฤษ ยกมือไหว้ขอโทษคนไทย อ้างทำไปเพราะเมา

ความคืบหน้ากรณีกลุ่มชายไทยรุมทำร้ายครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 3 ราย ประกอบด้วยพ่อแม่อายุประมาณ 60 ปี ลูกชายอายุ 43 ปี จนหมดสตินอนกองกับพื้นที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยไม่มีใครยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ล่าสุด ตำรวจ สภ.หัวหิน สามารถปิดคดีได้แล้ว หลังจับกุมตัวผู้ต้องหาครบทั้ง 4 คน   ด้านผู้ต้องหายกมือไหว้ขอโทษคนไทย ร่ำไห้สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำไป อ้างขาดสติเพราะดื่มสุราจนมึนเมา ขณะที่ตำรวจสั่งเพิ่มกำลังลงพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวเพื่อคุมเข้มความปลอดภัย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/js7gWMk69Xg     ข่าวเก่า รวบแล้ว! แก๊งอันธพาลรุมทำร้ายครอบครัวชาวอังกฤษงานสงกรานต์หัวหิน

 11,195
ข่าวภูมิภาค
29 เม.ย. 59

สลด จับพ่อติดยาทำร้ายลูกสาววัย 4 เดือนดับ อ้างรำคาญเสียงร้องไห้

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ จับกุมตัวพ่อวัย 20 ปี ก่อเหตุทำร้ายลูกสาวแท้ๆวัยเพียง 4 เดือน จนเสียชีวิต สารภาพเสพยาไอซ์ อ้างทำไปเพราะรำคาญเสียงร้องไห้งอแง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IN21DoRQs9o  

 3,497
ข่าวภูมิภาค
28 เม.ย. 59

โจ๋พัทยาเหี้ยมจับ รปภ.โรงแรมดัง ใส่กุญแจมือรุมตียับ-ไถเงิน 200

ตร.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมี รปภ.โรงแรมดังอายุ 48 ปีถูกทำร้ายด้วยของแข็งตีที่ศีรษะแตกเลือดไหลอาบใบหน้า ที่มือถูกใส่ด้วยกุญแจมือ นอนร้องขอความช่วยเหลืออยู่บนพื้นทราย ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สัญจรไปมา บริเวณชายหาด จากการสอบปากคำพบเป็นวัยรุ่น 2 คนเข้าขับขี่จยย.ไล่ติดตามเข้ามาข่มขู่ไถเอาเงินจาก รปภ. ด้วยความกลัวจึงควักเงินให้ไป 200 บาท แต่ไม่พอใจที่ได้น้อย จึงปรี่เข้ารุมต่อยและคว้ากุญแจมือมาล็อกไม่ให้ต่อสู้ ก่อนตีด้วยไม้หน้าสามหลายที จนกระทั้งผู้คนที่เดินผ่านไปมาตะโกนว่าตำรวจมา ผู้ก่อเหตุจึงได้ขับขี่จยย.หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h8XPqS-qDFk  

 2,803

Top