ค้นหา :

ผลการค้นหา "มหาสารคาม"

ปากท้องร้องทุกข์
12 ต.ค. 59

วอนช่วย ด.ญ.วัย 12 ป่วยศีรษะโต แขนขาลีบ ฐานะยากจนขาดเงินรักษา

มหาสารคาม-วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ น้องมาย เด็กหญิงวัย 12 พิการ มีศีรษะที่บวมโตผิดปกติ แขนขาเล็กลีบ หนังหุ้มกระดูก ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แม่ต้องจากไปทำงานส่งเงินมารักษา มีเพียงยายและน้าที่มีฐานะยากจนเฝ้าดูแล แม้ว่าหลานพิการเช่นนี้ก็ดูแลจนกว่าจะหมดลมหายใจ สำหรับผู้ใจบุญ สามารถร่วมบริจาคเงินได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขา มหาสารคาม หมายเลขบัญชี 409-3-32451-4 ชื่อบัญชี น.ส.แสงดาว สมเสาร์ หรือ นายบุญถม มวลมนตรี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P9QNCZqaO6M  

 3,142
ปากท้องร้องทุกข์
07 ต.ค. 59

ผู้ว่าฯมหาสารคามแจงภาพชาวบ้านอาบน้ำกลางถนน เกิดก่อนนายกฯตำหนิ ล่าสุดอนุมัติงบซ่อมเบื้องต้นแล้ว

มหาสารคาม-ชาวบ้าน ต.ท่าตูม อ.เมือง จำนวนหลาย 10 คน รวมกลุ่มกันนุ่งกระโจมอกลงไปนั่งอาบน้ำกลางถนนในหมู่บ้านที่มีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำท่วมขัง ขณะที่บางรายก็ได้นำแหมาหว่านหาปลา และนำต้นข้าวมาปักดำลงบนกลางถนนภายในหมู่บ้าน โดยเหตุการณ์เกิดก่อนที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะออกมาตำหนิถึงพฤติกรรมดังกล่าว โดยชาวบ้านท่าตูม เล่าว่า ถนนมีสภาพเป็นหลุมเป็นบ่อมานานหลาย10ปี แล้ว และเป็นเส้นทางหลักที่ชาวบ้านใช้สัญจรระหว่างหมู่บ้าน เชื่อมต่อกับถนนสายหลัก ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ และเมื่อชาวบ้านลงทุนซ่อมแซมถนนกันเอง เจ้าหน้าที่ทางการก็บอกว่าให้หยุดซ่อมเพราะว่าผิดกฎหมาย ทำให้ชาวบ้านเกรงกลัวจึงไม่ได้ซ่อมแซมถนนต่อ จึงได้รวมตัวกันนุ่งกระโจมอกอาบน้ำกลางถนนดังกล่าว   ทั้งนี้ ภายหลังจากที่มีกระแสข่าวเผยแพร่ออกไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้นำหินคลุกมาลงให้แล้ว และได้มีการตั้งงบประมาณไว้จำนวน 8.6 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างถนนลาดยางผิวจราจรแสฟัลติกคอนกรีต ระยะทาง 2.608 กิโลเมตร โดยสำนักงานทางหลวงชนบทจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเมื่อได้งบประมาณมาแล้วก็จะเร่งดำเนินการหาผู้รับเหมามาดำเนินการซ่อมแซมถนนให้กับชาวบ้านต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oZ-XEQRkoCA  

 11,661
ข่าวภูมิภาค
04 ต.ค. 59

พ่อค้ารับซื้อมือถือเก่าแลกถัง โอดข่าวลือมั่วทำขาดรายได้ ปัดนำก่อเหตุระเบิดใต้

ชาวบ้านที่ประกอบอาชีพรับซื้อและรับแลกโทรศัพท์มือถือเก่ากับของใช้ตามหมู่บ้าน ใน จ.มหาสารคาม และ จ.แพร่ เข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรม หลังถูกโลกโซเซียลนำไปโพสต์ว่ารับซื้อและแลกมือถือเก่าเพื่อส่งไปขายให้ผู้ก่อการร้ายในภาคใต้เพื่อใช้เป็นวงจรจุดระเบิดสังหาร ทำให้ถูกไล่จับ และขาดรายได้เพราะไม่มีคนนำมือถือเก่ามาแลก ทั้งนี้ ผู้รับซื้อมือถือรายใหญ่ชี้แจง ว่ามือถือและแท็ปแล็ตรุ่นเก่าที่รับซื้อ ได้นำไปถอดชิ้นส่วนเอาแผงวงจรที่มีโลหะทองผสม และแยกโลหะทองแดงออก ส่วนถ่านหรือแบตเตอรี่เก่าพร้อมวงจรบางตัวส่งขายกลับคืนประเทศจีนได้ และมือถือ 500 เครื่อง จะนำมาแยกทองได้ 1 บาท   ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยว่า โทรศัพท์มือถือที่ถูกรับซื้อนี้ไม่ได้นำไปใช้ก่อเหตุที่ภาคใต้แน่นอน แต่จะมีการตรวจสอบอีกครั้ง และจะให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านแน่นอน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8YF-1xJ8JD8  

 5,726
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ย. 59

ไฟไหม้ร้านขายพลุ ประทัด ในตลาดสดเชียงยืนวอด เสียหายกว่า 45 ล้านบาท

มหาสารคาม-เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด ภายในตลาดสดเทศบาลตำบลเชียงยืน อ.เชียงยืน ได้รับความเสียหาย 11 คูหา มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 45 ล้านบาท ซึ่งขณะเกิดเหตุมีเสียงพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ระเบิดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากร้านค้าต้นเพลิงได้มีการสั่งดอกไม้ไฟมาสต็อกไว้ภายในร้าน เพื่อรอจำหน่ายในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งซ่อมแซมร้านค้าที่เสียหาย แต่ร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ดที่ถูกเพลิงไหม้ คาดว่าจะต้องรื้อถอนออกทั้งหมด เนื่องจากตัวอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยจะต้องใช้เวลารื้อถอนประมาณ 1 สัปดาห์   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบว่าทางผู้ประกอบการมีการขออนุญาตจำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ว่าได้ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแล้วหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบปรากฎว่าในห้วงตั้งแต่เดือน มกราคม-กันยายน 59 ยังไม่มีผู้ใดมายื่นขออนุญาตจำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้เพลิงแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามต้องตรวจสอบจากต้นขั้วอีกครั้งหนึ่งว่า ทางผู้ประกอบการเคยมีการยื่นขออนุญาตจำหน่ายดอกไม้เพลิงหรือไม่ หากไม่ได้มีการยื่นขอ ก็มีความผิดฐานจำหน่ายโดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2yRyKaAOSG4  

 4,177
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 59

ไฟไหม้ร้านค้าเบ็ดเตล็ดกลางตลาดเมืองมหาสารคาม วอดเสียหาย 45 ล้านบาท

เกิดเหตุไฟไหม้ร้านค้าเบ็ดเตล็ดกลางตลาดเมืองเชียงยืน จ.มหาสารคาม เจ้าหน้าดับเพลิงต้องระดมน้ำฉีดสกัดกว่า 10 คัน ด้านเจ้าของร้านคาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรก่อนลุกลามวอดเสียหาย เพราะเพิ่งสั่งดอกไม้ไฟมาเก็บเอาไว้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายประมาณ 45 ล้านบาท   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kONO4p9Lzb0

 6,153
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ก.ย. 59

โผล่อีก! นร.ยืนบนหลังคารถรับส่ง-โหนต้นไม้สุดหวาดเสียว ตร.ขู่ปรับโชเฟอร์ 5 พัน

มหาสารคาม-โลกออนไลน์แชร์คลิปจากเฟซบุ๊ก วันเฉลิม อยู่โกสุม ที่เห็นนักเรียนขึ้นไปนั่งบนหลังคารถรับส่งนักเรียนอย่างหวาดเสียว มีการลุกขึ้นยืนหยอกล้อกัน โหนต้นไม้ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุอย่างยิ่ง ทำให้ผู้ชมคลิปดังกล่าววิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแพร่หลายว่าไม่เหมาะสม และเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า หากสามารถจับกุมผู้ขับขี่รถรับส่งนักเรียนคนดังกล่าวได้ จะมีโทษปรับ 5000 บาท และคนขับไม่สามารถอ้างได้ว่าไม่ทราบหรือไม่รู้ว่านักเรียนขึ้นไปบนหลังคารถได้อย่างไร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-ely2da0e8Q  

 2,085
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ย. 59

แชร์ถามหาคนรับผิดชอบ? ผู้รับเหมาชุ่ยเทหินคลุกกลางถนน ทำจยย.ชนกองหินเสียชีวิต

โลกโซเชียลแห่แชร์เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Oat Phanphanit ได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจ และตัดพ้อผู้รับเหมา เนื่องจากลูกน้อง ที่ร้านขายวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม ได้ขับรถออกไปซื้อนมให้ลูก แต่กลับต้องมาประสบอุบัติเหตุ รถมอเตอร์ไซด์ชนกองหินจนเสียชีวิต โดยข้อความระบุว่า "ตื่นมาต้องเจอข่าวร้ายแต่เช้า พนักงานที่ร้านเสียชีวิตเพราะความมักง่ายของเจ้าของกองหินพวกนี้ เหตุเกิดเมื่อคืน ประมาณ 19.00 น. ถ.บ้านกุดแคน-หินลาด จ.มหาสารคาม ลูกน้องที่ร้านออกไปซื้อนมให้ลูก แล้วเกิดอุบัติเหตุขี่รถมอเตอร์ไซด์ชนกองหิน คอหักตาย ผมสอบถามชาวบ้านได้ความว่ามีคนมาเทไว้เมื่อตอนเย็นเมื่อวาน ไม่มีการทำสัญลักษณ์อะไรไว้เลย สงสารลูกสงสารครอบครัวเค้า วอนขอให้ผู้มีส่วนร่วมออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย #ลูกน้องผมต้องไม่ตายฟรีเพราะความมักง่าย #RIPตังค์" โดยหลังเกิดเหตุไม่มีใครออกมารับผิดชอบ ทำให้นายจ้างและครอบครัวของผู้เสียชีวิตออกมาร้องเรียน เนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นเสาหลักของครอบครัว และครอบครัวมีฐานะไม่ดีนัก แม้แต่ค่าโลงศพยังต้องไม่ขอยืมคนรู้จักมาจ่ายก่อน และลูกชายต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ซึ่งวันเกิดเหตุมีฝนตกลงมา รถที่นำหินคลุกมาเทไม่ได้มีการติดป้ายเตือนว่ามีการทำถนนแต่อย่างใด ประกอบกับถนนไม่มีไฟทาง จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตขึ้น จึงอยากเรียกร้องให้ผู้รับเหมาที่นำหินคลุกมาเทกองไว้บนถนน ออกมารับผิดชอบกับการกระทำดังกล่าว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JBCT4wFf3Ds  

 2,978
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ก.ย. 59

นักเรียนเฮฮา! เมื่อคุณครูพาน้องหมาไซบีเรียน ผูกเอวมาสอนหนังสือด้วย

โลกโซเชียลแชร์ภาพน่ารัก ๆ ของน้องหมาไซบีเรียนฮัสกี้ จากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อวิไลวรรณ บุญทัน ที่น้องหมาเพศเมีย อายุ 1 ปี 2 เดือน น้ำหนัก 23.5 กิโลกรัมชื่อ ไข่ดาว ต้องไปโรงเรียนกับคุณครู เนื่องจากในหมู่บ้านจะมีการพ่นยากำจัดลูกน้ำยุงลาย ทำให้ต้องหอบน้องหมาไปโรงเรียนด้วย เนื่องจากน้องไข่ดาวจะอยู่ในกรงหน้าบ้าน หาก อสม.มาฉีดยาฆ่ายุง อาจจะสำลักยาฉีดยุงแล้วเป็นอันตรายได้ ซึ่งเมื่อมาที่โรงเรียนเจ้าของก็ต้องนำโซ่มาผูกไว้กับเอว เพราะว่าไข่ดาวเป็นสุนัขขี้เล่น เป็นมิตรกับทุกคน ไม่ดุ และขี้อ้อน กลัวว่าจะกระโจนใส่เด็ก ๆ เพราะความขี้เล่น เด็ก ๆ อาจจะกลัวและได้อาจเป็นอันตรายได้ จึงต้องผูกไว้กับเอว พอเวลาโซ่ตึง ไข่ดาวก็จะรู้ว่าควรจะต้องอยู่เฉย ๆ จากนั้นก็สอนเด็กนักเรียนตามปกติ พอหมดชั่วโมงเรียน เด็กๆ ก็จะมาเล่นกับไข่ดาว เป็นที่สนุกสนาน เพราะมันนิสัยน่ารัก ไม่ดื้อไม่ซน ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านซองแมว กล่าวว่า ทางโรงเรียนไม่ได้มีข้อห้ามที่ห้ามนำสุนัขเข้ามาในโรงเรียน วันนั้นเข้าใจว่าเป็นความจำเป็นของคุณครูจริง ๆ เพราะที่หมู่บ้านที่ครูอยู่นั้นมีการพ่นยุง ไม่มีคนดูแล ทำให้ต้องนำมาโรงเรียนด้วย ซึ่งคุณครูก็ดูแลสุนัขให้อยู่ในขอบเขต และปฏิบัติหน้าที่ไปด้วย ยังสามารถทำการเรียนการสอนได้ตามปกติ ไม่ได้รบกวนการเรียนของนักเรียน แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่เคยเกิดขึ้นในโรงเรียนมาก่อน ครั้งต่อไปก็คงต้องมีมาตรการออกมาให้ชัดเจนว่าจะต้องทำอย่างไรหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CT4_Tmlks6s    

 21,822
เรื่องเล่าเช้านี้เด็ก
31 ส.ค. 59

'น้องใบพลู' หนูน้อยสัญชาติไทย โชว์พูดภาษาอังกฤษคล่องเกินวัย

โลกออนไลน์แห่ชื่นชม น้องใบพลู-เด็กหญิงอชิษฐา ยศพล วัย 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 ใน จ.มหาสารคาม สามารถพูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว ทั้งที่พ่อแม่เป็นคนไทย และไม่ได้เรียนโปรแกรมภาษาอังกฤษ แม่ของน้องเปิดเผยว่า ตั้งท้องที่ประเทศออสเตรเลีย เคยฝันเห็นเด็กชาวต่างชาติมายืนอยู่ปลายเตียงตอนท้อง ก่อนกลับมาคลอดที่ประเทศไทย ซึ่งน้องใบพลูจะชื่นชอบการฟังเพลง อ่านหนังสือ ภาษาอังกฤษ จนทำให้ผู้ที่พบเห็นเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กลูกครึ่ง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vk7QEg_vd04

 14,253
สังคม-อาชญากรรม
31 ส.ค. 59

รวบโชเฟอร์โหดฆ่าชิงทรัพย์ผู้โดยสาร สำนึกผิดร่ำไห้ก้มกราบแม่ รับเสพยาก่อนก่อเหตุ

จากกรณีคนขับรถทัวร์ใช้ค้อนทุบฆ่าชิงทรัพย์ผู้โดยสารสาวใหญ่ ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วาปีปทุม สามารถจับกุมตัว นายวัชรินทร์ ประทุมพร อายุ 26 ปี ผู้ก่อเหตุได้ที่กระท่อมกลางทุ่งนา ท้ายหมู่บ้านจอกขวาง ต.หนองแสง จ.มหาสารคาม ซึ่งระหว่างเข้าจับกุม ผู้ต้องหาได้ต่อสู้ขัดขืน และทำร้ายนายตำรวจ 2 คน ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องหาที่อยู่ในอาการลุกลี้ลุกลน พูดกลับไปกลับมาคล้ายคนเมายา สารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นางบุญเพ็ง ปัญโญ อายุ 56 ปี ผู้โดยสารจริง โดยในวันเกิดเหตุได้เสพยาบ้ามาก่อน เมื่อเห็นนางบุญเพ็งโบกรถจึงจอดรับ ก่อนก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ตายจนเสียชีวิต และนำศพไปทิ้งในที่เกิดเหตุ ส่วนสร้อยคอทองคำที่ขโมยไปจากผู้ตาย ได้นำไปทิ้งบริเวณทุ่งนาใกล้ที่เกิดเหตุ เนื่องจากสร้อยขาด แต่ยืนยันว่าไม่ได้ขโมยสร้อยข้อมือไป ทั้งนี้ ภายหลังก่อเหตุได้เดินลัดเลาะตามทุ่งนาไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะกลับไปที่บ้านเกิด โดยได้อาศัยนอนตามกระท่อมกลางนา จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด ซึ่งภายหลังการจับกุมตัว ทันทีที่ผู้ต้องเห็นแม่ก็ร่ำไห้โผเข้ากอดทันที และได้ก้มลงกราบแม่ พร้อมบอกว่าสำนึกผิดในสิ่งที่ได้กระทำลงไป พร้อมที่จะรับโทษชดใช้กรรม ด้าน แม่ของผู้ต้องหา กล่าวกับลูกของตนว่า ลูกทำไมต้องฆ่าเขา แม่มีลูกคนเดียว มีอะไรทำไมไม่บอกแม่ ไม่รู้ว่าอีกกี่ปีกี่เดือนถึงจะได้พบลูกอีก ขอให้หลังพ้นโทษออกมาให้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีของแม่ พร้อมเผยว่า ไม่เคยคิดว่าลูกจะกล้าก่อเหตุร้ายแรงเช่นนี้ เหตุที่เกิดสะเทือนใจตนมากในฐานะความเป็นแม่ ส่วนเจ้าของรถทัวร์คันเกิดเหตุ หลังจากทราบว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว ก็เตรียมเดินทางจาก จ.บุรีรัมย์ ไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งไปติดต่อเรื่องรถทัวร์คันที่ถูกใช้ก่อเหตุ ว่าจะสามารถนำรถออกมาได้ตอนไหนเพราะมีรถเพียงคันเดียวที่นำมาวิ่งร่วม  ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ต้องขาดรายได้จากการวิ่งรถทัวร์ซึ่งถือเป็นรายได้หลัก ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่รถทัวร์โดยสารคันเกิดเหตุ ซึ่งผู้ต้องหา เล่าว่า ได้ชกเข้าที่ใบหน้าของผู้ตาย 1 ครั้งจนผู้ตายสลบ จากนั้นก็ขับรถต่อมาเรื่อยๆ พอผู้ตายฟื้นและร้องขอให้ปล่อยตัว ได้ใช้ค้อนเคาะยางรถตีเข้าที่ศีรษะจนแน่นิ่งทำให้คิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงจะนำศพไปทิ้ง แต่รถเกิดติดหล่มไม่สามารถไปต่อได้ ซึ่งขณะนั้นพบว่าผู้ตายยังพอมีสติและร้องขอชีวิต จึงลากผู้ตายลงจากรถไปกลางทุ่งนา และทำร้ายร่างกายด้วยการกระทืบซ้ำจนแน่นิ่ง ก่อนหลบหนีไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/v6jpb2rtYWE    

 4,953
สังคม-อาชญากรรม
30 ส.ค. 59

จับแล้ว โชเฟอร์รถบัสใช้ค้อนทุบหัว ฆ่าชิงทรัพย์ผู้โดยสาร รับลงมือจริง

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.วาปีปทุม สามารถจับกุมตัว นายวัชรินทร์ ประทุมพร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่17 หมู่ 16 ต.หัวเรือ อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม โดยจับได้ที่กระท่อมกลางทุ่งนา ท้ายหมู่บ้านจอกขวาง ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม โดยสามารถจับกุมตัวได้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเวลาประมาณ 09.00 น. ก่อนนำตัวมาสอบสวนต่อที่ สภ.กันทรวิชัย     ซึ่งระหว่างชุดสืบสวน สภ.วาปีปทุม เข้าจับกุมนายวัชรินทร์ได้ต่อสู้ โดยชกเข้าที่ใบหน้าของ ด.ต.คมกริช มลาศรี ทำให้ตาซ้ายบวมปูด และ ด.ต.สาธิต ประพาศพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้ายเคล็ด ซึ่งทั้งสองนายได้ไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลวาปีปทุม แพทย์ได้รักษาอาการและให้ยามารับประทานเรียบร้อยแล้ว   ด้าน พ.ต.อ.วิศักดิ์ อินทรกรอุดม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวาปีปทุม กล่าวว่า การจากสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาคือนายวัชรินทร์ ประทุมพร หรือ ทุ่ง อายุ 26 ปี รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นางบุญเพ็ง ปัญโญ อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้โดยสารจริง เบื้องต้นในวันเกิดเหตุรับว่าเสพยาบ้ามาก่อน เมื่อเห็นนางบุญเพ็งโบกรถ จึงได้จอด ก่อนทำทีเป็นรถเสียช่วงใกล้ถึงตัวอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย เมื่อซ่อมรถเสร็จจึงได้ขับรถต่อไป และได้จอดรถลงไปปัสสาวะ บริเวณใกล้แยกบ้านยางบ่ออี ต.เมืองบัว อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ จากนั้นได้ขึ้นมาบนรถและได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ตาย จากนั้นได้วกรถกลับมาทางอำเภอวาปีปทุม ก่อนจะขับรถเข้าหมู่บ้านหนองผือ ต.นาสีนวล อ.พยัคฆภูมิพิสัย ผ่านหมู่บ้านดงบาก-บ้านเหล่าน้อย เพื่อที่จะนำศพมาทิ้ง    สำหรับของกลางคือสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ผู้ต้องบอกว่าได้นำไปทิ้งบริเวณทุ่งนาใกล้ที่เกิดเหตุ เนื่องจากสร้อยขาด ส่วนสร้อยข้อมือน้ำหนัก 1 บาทปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป ซึ่งหลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เดินลัดเลาะตามทุ่งนาไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะกลับมาที่บ้านเกิด ที่หมู่บ้านดงเค็ง ต.หัวเรือ อ.วาปีปทุม อาศัยนอนตามกระท่อมกลางนา ซึ่งไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่วันนั้น จนถึงช่วงเช้าวันนี้ มีรถเข็นขายปิ้งไก่ผ่านมาจึงได้เรียกซื้อ จากนั้นก็ไปนอนในกระท่อมกลางนา บ้านจอกขวาง ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด     โดยระหว่างที่ให้การกับเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหามีอาการลุกลี้ลุกลน พูดกลับไปกลับมา คล้ายคนเมายา ซึ่งผู้ต้องหาได้สารภาพกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้ามาด้วย ต่อจากนี้ไปพนักงานสอบสวน สภ.พยัคฆภูมิพิสัย จะได้มารับตัว เพื่อนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป              

 5,859
ข่าวภูมิภาค
29 ส.ค. 59

ผวา คดีฆ่าชิงทรัพย์บนรถบัส กระทบผู้โดยสารสายบุรีรัมย์-ร้อยเอ็ดลดลงกว่าเท่าตัว

คดีอุกฉกรรจ์ที่คนขับรถบัสฆ่าชิงทรัพย์ผู้โดยสาร ภายในรถบัสโดยสารปรับอากาศ สายร้อยเอ็ด-บุรีรัมย์ เหตุเกิดเขตพื้นที่ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ผู้ดูแลรถบัสเผยปกติผู้ก่อเหตุเป็นคนขี้ขลาด ไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ หลังเกิดเหตุส่งผลให้ผู้โดยสารสายนี้ลดน้อยลงกว่าเท่าตัว   (29 ส.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สถานีขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะที่บริเวณชานชาลารถปรับอากาศสายบุรีรัมย์-ร้อยเอ็ด ได้มีพนักงานขับรถมานั่งจับกลุ่มคุยกันถึงกรณี ที่นายวัชรินทร์ หรือกุ้ง ประทุมพร อายุ 26 ปี คนขับรถบัส ที่คาดว่าเป็นคนก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นางบุญเพ็ง ชารีโย อายุ 51 ปี บนรถบัสระหว่างทาง โดยส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่านายวัชรินทร์ จะก่อเหตุขึ้นได้ เพราะปกติจะเป็นคนขี้กลัว ไม่ใช่เป็นคนนักเลง เวลามีเรื่องมักจะวิ่งหนี   นายสุพล บุญเกิด อายุ 42 ปี คนดูแลรถที่เกิดเหตุ บอกว่าวันเกิดเหตุได้โทรศัพท์สั่งให้นายวัชรินทร์ ขับรถกลับที่อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย สาเหตุที่ขับรถออกนอกเส้นทางภาษาคนรถเรียกว่าลักไก่ เพื่อหาเงินค่ากับข้าว แต่ครั้งนี้อาจจะเห็นทรัพย์สินผู้โดยสารแล้วเกิดความโลภ   นายสุพล ยังบอกด้วยว่า ปกติรถสายนี้มีผู้โดยสารใช้บริการน้อยอยู่แล้ว หลังจากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนนี้เริ่มกระทบรถบัสสาย 275 ที่วิ่งบุรีรัมย์-ร้อยเอ็ดแล้ว เนื่องจากหลังจากเกิดเป็นข่าวมีผู้โดยสารมาใช้บริการน้อยกว่าเท่าตัว ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควร ผู้โดยสารจึงจะกลับมาเหมือนปกติ        ข่าวที่เกี่ยวข้อง โชเฟอร์รถทัวร์ร้อยเอ็ด-บุรีรัมย์ ฆ่าโหดชิงทรัพย์ผู้โดยสาร ก่อนนำศพทิ้งอำพราง

 17,762
ข่าวภูมิภาค
29 ส.ค. 59

โชเฟอร์รถทัวร์ร้อยเอ็ด-บุรีรัมย์ ฆ่าโหดชิงทรัพย์ผู้โดยสาร ก่อนนำศพทิ้งอำพราง

มหาสารคาม-จากกรณี คนขับรถโดยสารปรับอากาศ ก่อเหตุใช้ค้อนทุบผู้โดยสารหญิง อายุ 56 ปี เสียชีวิต พร้อมชิงทรัพย์สินบางส่วนไป ก่อนเตรียมนำศพไปทิ้งแต่รถติดหล่ม และมีชาวบ้านมาพบ จึงหลบหนีไปนั้น ล่าสุด ตำรวจ สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ตรวจสอบพบบัตรประชาชนของคนขับรถ ระบุชื่อ นายวัชรินทร์ ประทุมพร จึงนำรูปหน้าบัตรให้พยานยืนยันตัว ทราบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน เบื้องต้นคาดว่า คนขับรถอาจจะเห็นผู้ตายแต่งตัวดีใส่เครื่องประดับทองคำจึงวางแผนชิงทรัพย์ เนื่องจากบนรถมีผู้โดยสารเพียงคนเดียว ทั้งนี้ เตรียมขอหมายจับผู้ต้องหามาดำเนินคดี คาดได้ตัวเร็วๆ นี้ เพราะมีที่อยู่ที่ชัดเจน ด้าน ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เผยว่า แม่ขึ้นรถที่บริเวณศาลาปากทางบ้านนาฝาย เพื่อเดินทางกลับบ้านที่ จ.สุรินทร์ แต่เวลาผ่านไปนานยังไม่ถึงบ้าน จึงโทรสอบถาม เมื่อแม่รับโทรศัพท์ กลับได้ยินเสียงแม่ร้องว่า ช่วยแม่ด้วย เขาตีแม่ มัดแม่ไว้ มืดไปหมด แม่จะตายแล้ว จึงแจ้งตำรวจเพื่อออกติดตาม แต่ก็พบกลายเป็นศพแล้ว ส่วนน้องชายของผู้เสียชีวิตหลังโทรศัพท์หาผู้เสียชีวิตได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ และเสียงร้อง โอ๊ย อย่างเจ็บปวด ก่อยสายตัดไป โดยในพิธีฌาปนกิจที่วัดในหมู่บ้านบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PlQq89DjwE8 ข่าวที่เกี่ยวข้อง ออกหมายจับโชเฟอร์โหดฆ่าชิงทรัพย์ผู้โดยสาร ชาวบ้านผวาไม่กล้าใช้บริการรถทัวร์ รวบโชเฟอร์โหดฆ่าชิงทรัพย์ผู้โดยสาร สำนึกผิดร่ำไห้ก้มกราบแม่ รับเสพยาก่อนก่อเหตุ

 92,082
ข่าวภูมิภาค
09 ส.ค. 59

อุทาหรณ์ นิสิตเภสัชฯ ปี 4 ม.มหาสารคาม โพสต์ จยย.ล้ม เหตุคันหน้าเบรคกะทันหันเพื่อจับโปเกม่อน

อุทาหรณ์นักล่าโปเกมอนที่กำลังเป็นกระแสฮิตในไทย พบวัยรุ่นที่มหาสาารคามขี่ จยย.ล้มได้รับบาดเจ็บ เนื่องจาก รถ จยย.คันหน้าเบรคกะทันหัน และวัยรุ่นชาวร้อยเอ็ด ทำมือถือตกสระน้ำ ขณะเล่นเกม Pokemon Go ด้าน จนท.กู้ภัย จ.ฉะเชิงเทรา ต้องปิดป้ายศาลเจ้าเป็นเขตอภัยทานห้ามจับโปเกมอน เนื่องจากมีผู้เล่นเกมเข้าไปตามจับโปเกมอนและไอเท็มจำนวนมาก    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kWvpd1uZAAo

 31,533
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.ค. 59

จับได้แล้วมือฆ่าสาวนักเรียนนอกที่มหาสารคาม พบเป็นแฟนเก่า อ้างแค้นถูกทวงเงินพันสาม

ความคืบหน้าเหตุสาวนักเรียนนอกถูกฆาตกรรมทิ้งศพข้างทางที่มหาสารคาม ล่าสุด เมื่อวานนี้ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย พ.ท.นพสิทธิ์ พงศ์วราพิศาล รองผู้บังคับการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดมหาสารคาม และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายศักดิ์ดา ประเสริฐสังข์ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเช้าวันนี้ เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุมหาชัย สภ.เมืองมหาสารคาม ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีพบศพหญิงสาวที่บริเวณถนนบายพาสเลี่ยงเมืองมหาสารคาม หลังตลาดเกษตร ซึ่งเป็นถนนปิด ไม่มีรถสัญจร โดยพบถูกพบอยู่ในป่าหญ้าข้างทาง สภาพศพนอนหงาย มีบาดแผลถูกทุบด้วยของแข็งที่บริเวณศีรษะ สวมเสื้อแขนยาวสีแดง กางเกงยีนส์ขาสั้น ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ สีดำชมพู ทะเบียน มหาสารคาม ของผู้ตายจอดอยู่ ทราบชื่อผู้ตายภายหลังคือ นางสาวรุจิษยา อมรศรีรัตนชัย หรือ แจน อายุ 23 ปี ซึ่งเพิ่งกลับมาจากศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย และเป็นหลานสาวของเจ้าของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งของจังหวัดมหาสารคาม   ตนจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ออกติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า คนร้าย คือนายศักดิ์ดา ประเสริฐสังข์ หรือเอ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นแฟนเก่าของผู้ตาย โดยสามารถจับกุมได้ที่หมู่บ้านเมธาทาวน์โฮม 2 บ้านดอนนา ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม รวมแล้วเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเพียง 5 ชั่วโมง ก็สามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้   โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า เคยคบหาดูใจกับผู้ตายราว 4-5 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะเลิกรากันไป โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตนได้มาขอยืมเงินผู้ตายจำนวน 1,800 บาท และได้ใช้ไปแล้ว 500 บาท เหลือเงิน 1,300 บาท ซึ่งผู้ตายก็ได้โทรศัพท์มาทวงเงินอยู่เรื่อยมา จนในวันเกิดเหตุ ผู้ตายได้โทรศัพท์มาหา เพื่อที่จะทวงเงิน จึงได้นัดหมายกันบริเวณจุดเกิดเหตุ และเกิดมีปากเสียงกัน ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ จึงได้ใช้เชือกที่หาได้บริเวณที่เกิดเหตุรัดคอผู้ตาย จนผู้ได้ล้มลงกระแทกพื้น เกิดมีแผลที่ศีรษะ และเสียชีวิตในที่สุด ก่อนทิ้งศพไว้ข้างทางและหลบหนีไป โดยพบโทรศัพท์มือถือไอโฟนของผู้ตายตกอยู่ จึงได้หยิบติดมือมาด้วย ซึ่งตนไม่ได้ตั้งใจฆ่าผู้ตาย แต่เพราะผู้ตายทวงเงินบ่อย จึงเกิดความเครียดสะสม และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาจับที่บ้าน ก็ยอมรับสารภาพแต่โดยดี ไม่ได้คิดที่จะหลบหนี ทั้งนี้ อยากขอโทษพ่อและแม่ของผู้ตายที่ก่อเหตุขึ้น และพร้อมยอมรับผิดทุกอย่าง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KRl0jcUaOmc  

 16,813

Top