ค้นหา :

ผลการค้นหา "มหาสารคาม"

การเมือง
19 ก.ค. 61

นายกฯบอกคนเป็นหนี้ก็ต้องใช้ แซว "มีหนี้น่าภูมิใจเพราะมีเกียรติ"

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวกับบุคลากรสาธารณสุข ระหว่างเปิดการประชุมวิชาการ 100 ปีการสาธารณสุขไทย ถึงกลุ่มครูที่ออกปฏิญญามหาสารคาม เรียกร้องให้รัฐบาลและธนาคารออมสิน พักหนี้โครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกโครงการตั้งแต่ 1 ต.ค. และยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ว่า   "ที่นี่ไม่มีปฏิญญาเมืองทอง นะ เพราะการเป็นหนี้ เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจเพราะมีเกียรติ เป็นหนี้ที่ไม่มีใครเอาไปใช้ แต่ตัวเองใช้เอง จะบอกว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้ เป็นหนี้ก็ต้องทยอยใช้คืน ทุกคนก็มีหนี้ ตนเองก็มีหนี้เช่นกัน" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dv46dKiH8tc

 2,402
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

ครูด้วยกันยังไม่เห็นด้วย...กลุ่มครูเบี้ยวหนี้โดนจวกยับ ธ.ออมสินชี้สังคมจะตัดสินเอง มีสิทธิ์ฟ้องล้มละลาย

จากกรณีที่มีกลุ่มวิชาชีพครูรวมตัวประกาศปฎิญญามหาสารคาม เรียกร้องให้รัฐบาล และธนาคารออมสินพักหนี้โครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค.ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป จนถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมว่าเป็นถึงบุคลากรทางการศึกษา แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งแม้แต่ผู้มีอาชีพครูด้วยกันยังแสดงความไม่เห็นด้วย   ด้านนายกรัฐมนต รีพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา กล่าวว่าครูส่วนใหญ่ชำระหนี้ดี ไม่ได้เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องนี้ และกระทรวงศึกษาฯ ได้พยายามช่วยเหลือโดยเจรจาธนาคารออมสินให้ลดดอกเบี้ยและแก้ไขเรื่องประกันชีวิตให้อยู่แล้ว   ขณะที่ธนาคารออมสินมองว่า สังคมจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าการที่ครูจะเบี้ยวหนี้ ควรสนับสนุนหรือไม่ เชื่อว่า คนกลุ่มนี้มีเพียง 1% ที่จะเกาะกระแสเบี้ยวหนี้ และธนาคารไม่ต้องไปบริหารจัดการอะไร เพราะเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แถมอ้างอิงกระทรวงยุติธรรมที่ระบุว่า หากครูเบี้ยวชำระหนี้จะถูกฟ้องร้องตามกฎหมายและอาจถึงขั้นล้มละลาย และกระทรวงศึกษาก็บอกว่า ครูจะพ้นสภาพเพราะเป็นบุคคลที่ถูกฟ้องและล้มละลาย   ด้านเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบุว่า ตัวเลขครูที่มีปัญหาภาระหนี้สินมีเพียง 2 หมื่นกว่าราย จากสมาชิกกองทุนฯ ทั้งหมดกว่า 9 แสนราย และส่วนใหญ่ที่ออกมาปลุกระดมครูให้ไม่ต้องชำระหนี้เงินกู้ เป็นครูที่เกษียณอายุราชการแล้วเกือบทั้งหมด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KiDstJNI8N0

 5,796
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 61

สังคมจวกยับ กลุ่มครูประกาศเบี้ยวหนี้ ชี้ส่วนใหญ่เป็นครูเกษียณแล้ว

จากประเด็นปฏิญญามหาสารคาม เครือข่ายองค์กรครูประกาศยุติการชำระหนี้ ประสบวิกฤติ ล่าสุดมีปฏิกิริยาจากสังคมต่อว่าวิพากษ์วิจารณ์รุนแรง ตามคาดหมาย   นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา บอกครูส่วนใหญ่ชำระหนี้ดี ไม่ได้เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องนี้ และกระทรวงศึกษาฯ ได้พยายามช่วยเหลือโดยเจรจาธนาคารออมสินให้ลดดอกเบี้ยและแก้ไขเรื่องประกันชีวิตให้อยู่แล้ว   ส่วนธนาคารออมสิน ได้โอกาสบอก สังคมจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าการที่ครูจะเบี้ยวหนี้ ควรสนับสนุนหรือไม่ เชื่อว่าคนกลุ่มนี้มีเพียง 1% ที่จะเกาะกระแสเบี้ยวหนี้ และธนาคารไม่ต้องไปบริหารจัดการอะไร เพราะเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ แถมอ้างอิงกระทรวงยุติธรรมที่ระบุว่า หากครูเบี้ยวชำระหนี้จะถูกฟ้องร้องตามกฎหมายและอาจถึงขั้นล้มละลาย และกระทรวงศึกษาก็บอกว่า ครูจะพ้นสภาพเพราะเป็นบุคคลที่ถูกฟ้องและล้มละลาย   ด้านเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบุว่า ตัวเลขครูที่มีปัญหาภาระหนี้สินมีเพียง 2 หมื่นกว่าราย จากสมาชิกกองทุนฯ ทั้งหมดกว่า 9 แสนราย และส่วนใหญ่ที่ออกมาปลุกระดมครูให้ไม่ต้องชำระหนี้เงินกู้ เป็นครูที่เกษียณอายุราชการแล้วเกือบทั้งหมด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ueMMSyfj0kg

 3,893
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ค. 61

เครือข่ายครูออก 'ปฏิญญามหาสารคาม' จี้ ธ.ออมสิน พักหนี้ ช.พ.ค. 6 เดือน อ้างดอกเบี้ยแพง เงินต้นไม่ลด

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิป ที่มีคณะครูรวมตัวประกาศปฏิญญามหาสารคาม ความว่า ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการสวัสดิการเงินการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป และลูกหนี้ ช.พ.ค.จำนวน 450,000 คน จะดำเนินการยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ถึงความไม่เหมาะสม   ต่อมา ดร.อวยชัย วะทา ประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย ทราบว่า คลิปที่เผยแพร่ออกไป เป็นการประชุมผู้นำเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมเธียเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม   โดยตนเองเป็นคนแถลงต่อที่ประชุมว่า เมื่อปี 2552 สกสค. (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา) ได้ทำข้อตกลงกับธนาคารออมสิน เพื่อให้สมาชิก ช.พ.ค.และ ช.พ.ส. กู้เงินจากธนาคารออมสินรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยมีกำหนดผ่อนชำระ 30 ปี หรือ 360 งวด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ   1.ใช้หนี้สถาบันการเงินและหนี้นอกระบบ 2.เพื่อซื้อบ้านหรือสร้างที่อยู่อาศัย 3.เพื่อซื้อรถยนต์หรือยานพาหนะ 4.เพื่อซื้อหุ้นหรือลงทุนทำธุรกิจ 5.เพื่อใช้จ่ายในการศึกษาหรือธุรกรรมที่จำเป็นอื่นๆ โดยมีข้าราชการครู คณาจารย์และบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมโครงการประมาณ 450,000 คน วงเงินกว่า 4 แสนล้านบาท   ซึ่งในการดำเนินการช่วยเพื่อนครูตามโครงการดังกล่าว กลับไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้เพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องเดือดร้อน แบกรับภาระหนี้สินเป็นจำนวนมาก ซึ่งในการคิดดอกเบี้ยของธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ให้กับเพื่อนครู คิดอัตราดอกเบี้ยเหมือนธนาคารพาณิชย์ และปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ   มีการหักเงินจากผู้กู้ในแต่ละเดือนเป็นค่าดอกเบี้ยแทบทั้งหมด จนกว่าจะได้ดอกเบี้ยครบก่อน แล้วจึงหักเงินต้น ทำให้ผู้กู้ต้องเสียค่าดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 เท่าของเงินต้น ในระยะเวลานานถึง 30 ปี ยกตัวอย่างเคสของตนเอง กู้เงินมาจำนวน 1.2 ล้านบาท หักเงินเดือนละกว่า 7,000 บาท ซึ่งส่งเงินมาแล้วระยะเวลา 7 ปี เงินต้นลดลงเพียง 100,000 บาท ยอดหนี้ยังอยู่ที่ 1.1 ล้านบาท   นอกจากนี้ยังบังคับให้ทำประกันชีวิตอ้างว่า เพื่อประกันความเสี่ยงของธนาคารออมสิน โดยบังคับหักเงินค่าประกัน 10 ปี งวดเดียว 80,000 -200,000 บาท รวมแล้วกว่า 1 แสนล้านบาทโดยผู้กู้ไม่ได้รับประโยชน์หรือดอกผลจากเงินจำนวนดังกล่าวเลย แต่ผู้ได้รับประโยชน์มหาศาลคือ บริษัทประกัน ธนาคารออมสินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   นอกจากนี้ สกสค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีโครงการระดมทุน หรือโครงการร่วมทุนจากผู้กู้ ครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเพิ่มพูนรายได้หรือหาทางปลดเปลื้องหนี้สินและเพิ่มพูนรายได้อย่างเป็นระบบ นอกจากโครงการขายบ้าน ขายรถ ขายประกัน และโครงการส่งเสริมการเป็นหนี้อื่นๆ ซึ่งยิ่งแต่จะสร้างภาระหนี้สินทับซ้อนขึ้นไปยิ่งกว่าเดิมอีก   โดยในวันดังกล่าว มี นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้เดินทางมารับหนังข้อเรียกร้องจากองค์กรครู โดยทางพี่น้องเครือข่ายครู ขอเรียกร้องให้ 1. ให้ดำเนินการพักหนี้ครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการ ช.พ.ค. โดยเร่งด่วน 2. รัฐบาลประกาศพักหนี้ครูเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นให้ลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 1 เหมือนเกษตรกร 3.ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติและรัฐบาล แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญและคณะกรรมการร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินครู พร้อมทั้งประกาศเป็นวาระแห่งชาติภายในเดือนตุลาคม 2561 นี้   ก่อนที่จะมีการกล่าวปฏิญญามหาสารคาม โดยนายสุริยนต์ สุวรรณวงศ์ ประธานชมรมครูภาคกลาง เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ ตามที่ปรากฏคลิปที่แพร่กระจายออกไป โดยมีสโลแกนร่วมกันว่า “ปลดหนี้ครู ปลดหนี้ กยศ. ปลดแอกการศึกษาไทย" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KNLge0TZsYE

 12,314
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ก.ค. 61

วิจารณ์ เครือข่ายครูประกาศ 'ปฏิญญามหาสารคาม' ขอพักชำระหนี้ ช.พ.ค. 6 เดือน อ้างดอกเบี้ย ธ.ออมสินสูง

โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวีดีโอ ที่มีการประกาศปฏิญญามหาสารคาม ความว่า ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการสวัสดิการเงินการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป  ซึ่งลูกหนี้ ช.พ.ค.จำนวน 450,000 คน จะดำเนินการยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสินตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป      โดยอ้างว่าทำให้ต้องแบกรับภาระหนี้สินจำนวนมาก เพราะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยแพง และปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยผู้กู้ไม่ได้รับประโยชน์หรือดอกผลจากเงินจำนวนดังกล่าวเลย แต่ผู้ได้รับประโยชน์มหาศาลคือ บริษัทประกัน ธนาคารออมสิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง ถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นครูบาอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาที่เรียกว่าแม่พิมพ์ของชาติ แต่ขาดวินัยมนการชำระหนี้ ทำให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อนักเรียน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C_oBQ3A9-wM

 13,318
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 61

ลูกสาววัย 15 เผยวางแผนสังหารแม่นานนับปี ปมน้อยใจทิ้งไปตั้งแต่เกิดได้ 15 วัน

มหาสารคาม-ติดตามคดีวางยาพิษในน้ำดื่ม ทำให้น้องกะเพรา เด็กหญิง 4 ขวบเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับสารพิษอีก 3 คน โดยผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนวัย 15 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวต่างบิดาของผู้เสียชีวิต   ซึ่งก่อนเกิดเหตุทั้งหมดได้นั่งล้อมลงรับประทานส้มตำป่า อยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน จากนั้นได้ดื่มน้ำในกระติกที่ไม่ทราบว่ามีการปนเปื้อนสารพิษเข้าไป ทำให้มีอาการชักเกร็ง ตาค้าง น้ำลายฟูมปาก ต่อมาญาติและเพื่อนบ้านได้นำตัวส่งโรงพยาบาล จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต   ต่อมาตร. ได้นำตัวเยาวชนหญิงวัย 15 ปี มาสอบสวน กระทั่งรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นบุตรสาวของนางสาวนุชจรี ศรีสัง และเป็นพี่สาวต่างบิดาของน้องกะเพรา   โดยจากการซักถามต่อหน้าผู้ปกครองซึ่งเป็นตาและยาย ได้ความว่า ในวันเกิดเหตุ ได้นำขวดยาฆ่าแมลงที่วางไว้ที่พื้นข้างยุ้งข้าวข้างบ้าน ที่มียาฆ่าแมลงอยู่ในขวดนำมาผสมน้ำเปล่าแล้วเทลงไปในกระติกน้ำสีแดง ที่วางไว้ใต้ถุนบ้าน เพื่อหมายเอาชีวิตมารดา   เนื่องจากไม่พอใจที่แม่ไม่เคยดูแล ทิ้งตนเองไปตั้งแต่อายุได้เพียง 15 วัน ทำให้มีความแค้นฝังใจมาตลอด โดยมีการวางแผนไว้นานนับปี เมื่อแม่เดินทางมาเยี่ยมตาที่ป่วยต้องนอนโรงพยาบาล จึงได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น   โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อนและพยายามฆ่าบุพการีโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อนและปลอมปนสิ่งเจือปนหรือสารพิษลงในอาหารและเครื่องดื่ม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวเยาวชนหญิงวัย 15 ปี ไปยังสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหายังเป็นเยาวชนต้องสอบสวนร่วมกับอัยการ สหวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ และเจ้าหน้าที่สอบสวน สภ.บรบือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7Hr7KNFiLNs

 20,265
ข่าวภูมิภาค
27 มิ.ย. 61

สาววัย 15 สารภาพวางยาพิษในน้ำ ปมน้อยใจแม่-กีดกันไม่ให้มีแฟน แต่พลาดน้องสาว 4 ขวบ รับเคราะห์แทน

มหาสารคาม-ความคืบหน้ากรณีวางยาพิษในกระติกน้ำดื่ม หวังฆ่ายกครัว ซึ่งมีผู้ที่ดื่มน้ำและได้รับสารพิษรวม 4 คน โดยมีผู้เสียชีวิต 1 คน คือน้องกะเพรา อายุ 4 ปี ส่วนอีก 3 คน ประกอบด้วยแม่ของน้องกระเพรา และหลานอายุ 3 และ 7 ปีที่ยังต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล   ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัว พี่สาวต่างพ่อ ของน้องกะเพรา ซึ่งเป็นวัยรุ่นสาวอายุ 15 ปี มาสอบสวน โดยพี่สาวต่างพ่อมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง จึงเปิดปากยอมรับสารภาพว่าเป็นคนผสมยาฆ่าแมลง และนำไปเทลงในกระติกน้ำ หวังที่จะทำร้ายแม่ เนื่องจากน้อยใจที่แม่ไม่เคยมาดูแล ทิ้งตนให้อยู่กับตายายตั้งแต่อายุ 16 วัน และไปมีครอบครัวใหม่   อีกทั้งแม่มาทราบเรื่องว่า ตนเองกับคบหาดูใจอยู่กับแฟนหนุ่ม แต่ก็ถูกกีดกันให้เลิกกัน ทำให้เกิดความคับแค้นใจจนก่อเหตุดังกล่าว แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีคนเสียชีวิต ซึ่งเจ้าตัวก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระหว่างการสอบสวนก็ร้องไห้ตลอดเวลา   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังดำเนินการสอบสวนไม่แล้วเสร็จ โดยได้มีการนัดทีมอัยการและสหวิชาชีพ มาร่วมสอบสวนด้วย เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VF15yZLTxPU

 54,086
แชร์ออฟเดอะเดย์
11 พ.ค. 61

ด.ช.ในคลิป กระดกเหล้าซดหมดขวด เฉลยแค่โคล่าผสมน้ำ+เฉาก๊วย จัดฉากเมาแอ๋ รับจากนี้เข็ดแล้วไม่ทำอีก

มหาสารคาม-จนท.ลงพื้นที่ตรวจสอบคลิปเด็กชายดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จนหมดขวด พร้อมมีเสียงเชียร์จากเพื่อนๆ   โดยทางเด็กคนดังกล่าวบอกว่า วันเกิดเหตุได้พากันไปเที่ยวเล่นที่บ้านของเพื่อนคนหนึ่งที่บ้านหนองม่วง ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดกัน โดยไปกันทั้งหมด 4 คน ซึ่งน้ำที่เห็นในขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ไม่ใช่เหล้า เป็นการนำน้ำอัดลม น้ำเปล่า และน้ำเฉาก๊วย ผสมกันลงไปในขวด จากนั้นก็ได้ยกขวดขึ้นดื่ม เพื่อนเป็นคนถ่ายคลิปและเป็นคนโพสต์ ซึ่งทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และคึกคะนอง ส่วนภาพที่นอนหมดสภาพบนเปล ก็เป็นการจัดฉากถ่ายรูปเฉยๆ ไม่ได้เมาจนหมดสติแต่อย่างใด   ซึ่งหลังจากที่คลิปเผยแพร่ออกไป มีคนเข้ามาคอมเม้นท์ในเชิงตำหนิเป็นจำนวนมาก และพอรู้ว่าผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตนเองก็หาทางที่จะลบคลิปดังกล่าวออกไป แต่ปรากฏว่า เฟซบุ๊กของตนถูกแฮ็ค ทำให้ไม่สามารถเข้าไปแก้ไขอะไรได้เลย ทำให้ยังคงมีการส่งต่อคลิปต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ตั้งเกิดเรื่องก็นอนไม่หลับ ไม่คิดว่าเรื่องราวจะร้ายแรง และเผยแพร่ออกไปมากมายขนาดนี้ ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่และได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ไปก็รู้สึกสบายใจขึ้น จึงอยากเตือนสติทุกคนว่า ก่อนจะทำอะไรก่อนจะโพสต์อะไรลงไปบนโลกโซเชี่ยล ก็ให้คิดให้ดีๆ จะทำอะไรก็ให้ระมัดระวัง ส่วนพวกตนยืนยันว่าจากนี้ไปก็คงไม่กล้าทำอีกแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IPh93jexe64    

 27,094
ข่าวภูมิภาค
26 เม.ย. 61

ชายวัย 64 ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตกลางคอกวัวที่มหาสารคาม

มหาสารคาม-ชายวัย 64 ปี ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิต ที่บริเวณคอกวัว ท้ายหมู่บ้านหนองบัว หมู่ 8 ต.หัวเรือ อ.วาปีปทุม   ด้านภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่าเกิดฝนฟ้าคะนอง มีลมพัดแรง ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าเป็นระยะ เมื่อฝนหยุดตกจึงได้รีบออกไปที่ทุ่งนา เพื่อไปดูสามีว่าเอาวัวเข้าคอกหมดแล้วรึยัง แต่เมื่อมาถึงคอกวัว ก็พบว่าสามีนอนหงายเสียชีวิตอยู่ภายในคอกวัว ที่แขนด้านขวามีร่องรอยไหม้ ส่วนวัวอยู่กลางทุ่งนา จึงได้รีบเรียกเพื่อนบ้านให้มาช่วย แต่ว่าสามีเสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นแล้ว   ห่างออกไปราว 200 เมตร มีต้นแคนาที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนา ถูกฟ้าผ่าจนเนื้อไม้ฉีกออกมาหมด ซึ่งคาดว่าสามีของตน น่าจะถูกปลายๆ ของฟ้า ลักษณะเหมือนไฟดูด เพราะภายในคอกวัว มีสายไฟอยู่เส้นหนึ่ง ที่ไม่ได้หุ้มผ้าพันสายไฟเอาไว้ คาดว่าแขนของสามีจะไปโดนสายไฟพอดีกับช่วงที่ฟ้าผ่าลงมา จึงเป็นเหตุให้เสียชีวิต   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/61qiEbN_Ndc  

 904
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 เม.ย. 61

เด้งเข้ากรุ! พ.ต.ท. อารมณ์ร้อน สั่งซ่อมลูกน้องให้วิดพื้น พังตู้ยาม-ชกปากนายก อบต.

ผู้การฯมหาสารคาม สั่งย้าย พ.ต.ท. อารมณ์ร้อน เข้าศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ไม่มีกำหนดจนกว่าคำสั่งจะเปลี่ยนแปลง หลังสั่งซ่อม ร.ต.ท.ให้วิดพื้น ห้ามชาวบ้านถ่ายคลิป พร้อมชักปืนขู่ และชกปากนายก อบต.   จากกรณีชาวบ้านตำบลลานสะแก อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ร้องทุกข์ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี พ.ต.ท.ยุทธนา บรรจงปรุ รอง ผกก.ป.สภ.พยัคฆภูมิพิสัย ได้ออกตรวจพื้นที่ตำบลลานสะแก และได้สั่งให้ตำรวจประจำตู้ยามเข้ารายงานตัว แต่มีตำรวจอยู่นายหนึ่ง ชื่อ ร.ต.ท.สันติสุข หลงสอน รอง สวป.เดินทางมารายงานตัวช้า ทำให้ถูกลงโทษด้วยการดันพื้น 30 ครั้ง และให้นอนกลิ้งไปมาบนพื้นดิน โดยมีผู้บันทึกคลิปวีดีโอไว้เป็นหลักฐานและมีการส่งต่อกันเป็นจำนวนมากบนโลกออนไลน์   ซึ่งขณะเกิดเหตุ นายนิกรพล ศรีชัย นายก อบต.ลานสะแก ได้เข้าไปสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลับถูก พ.ต.ท. คนดังกล่าว ชกจนปากแตก และได้ทำลายจุดบริการประชาชนและประตูเสียหาย ทำให้เกิดการวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของผู้บังคับบัญชา ที่กระทำต่อผู้ใต้บังคับบัญชาแบบนี้ ซ้ำยังทำลายทรัพย์สิน ซึ่งก็คือตู้ยาม ที่ชาวบ้านลงขันกันจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์มาก่อสร้าง   ล่าสุด พล.ต.ต.อภิศักดิ์ เดชะคำภู ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ได้ออกคำสั่งให้ พ.ต.ท.ยุทธา บรรจงปรุ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจภูธรพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการตามที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย   โดยให้อยู่ในความควบคุม กำกับดูแลของ พันตำรวจเอกสุรศักดิ์ นาถวิล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งรับผิดชอบศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2561 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง โดยคำสั่งออก ณ วันที่ 15 เมษายน 2561 ลงนามโดย พลตำรวจตรีอภิศักดิ์ เดชะคำภู ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hvtAK4JC3Z8  

 8,207
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 มี.ค. 61

เผยโฉมหน้าเจ้าของชุดก็อตซิลล่าขี่เวสป้า ติดไฟแดงสุดฮา ชาวเน็ตชอบใจคลิกดูกว่า 7 ล้านครั้ง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Onin Jadboonnak ได้โพสต์ภาพนิ่งและวีดีโอโดยมีข้อความว่า "ก็อตซิลล่า ติดไฟแดง 55555 ที่มหาสารคาม"   ปรากฎเป็นตัวมาสคอตชุดก็อตซิลล่า 2 ตัว ขับรถเวสป้ามาเครื่องดับ และเมื่อไฟเขียว ก็อตซิลล่า 2 ตัวก็ขับรถออกไป พร้อมเสียงหัวเราะของคนที่ถ่ายคลิป ทำให้กลายเป็นกระแส ถึงความน่ารักของก็อตซิลล่าทั้ง 2 ตัว และเสียงหัวเราะของคนถ่ายคลิป สร้างความสนุกสนานให้กับคนที่เข้าดูคลิป จนมีการกดไลท์กดแชร์กันเป็นจำนวนมาก โดยมีคนเข้าไปดูคลิปนี้แล้วกว่า 7 ล้านคน   จากการสอบถามหาพบว่าผู้สวมใส่เป็น นศ.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อใส่ไปเล่นกับเพื่อนๆ แต่ปรากฎว่า พัดลมที่ทำให้ตัวก็อตซิลล่าพองลมนั้น ถ่านใกล้จะหมด ทำให้ลมอ่อนลง ต้องแวะซื้อถ่านกลางทาง เมื่อมาถึงสี่แยกไฟแดง ก็ปรากฎว่ารถดับ ทำให้มาสคอต 2 ตัวช่วยกันสตาร์ทรถ จนเกิดเป็นคลิปอย่างที่เห็น   ขณะที่เจ้าของก็อตซิลล่า 2 ตัวนี้ เป็นเจ้าของสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน ต.ท่าขอยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม กล่าวว่าเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ทางร้านมีการจัดกิจกรรมปาร์ตี้ โดยมีก็อตซิลล่า 2 ตัวนี้ ซึ่งเป็นตัวมาสคอตของร้าน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย   เมื่อใกล้เวลาที่ร้านเปิด ก็ปรากฎว่า พัดลมที่ทำให้ตัวก็อตซิลล่าพองลมนั้น ถ่านใกล้จะหมด ทำให้ลมอ่อนลง น้องที่ใส่มาสคอต จึงได้ขับรถจักรยานยนต์เวสป้า ไปซื้อถ่าน 2A จำนวน 4 ก้อน เมื่อซื้อถ่านเสร็จแล้ว ก็จะขับรถกลับมาที่ร้าน ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 300 เมตร เมื่อมาถึงสี่แยกไฟแดง ก็ปรากฎว่ารถดับ ทำให้มาสคอต 2 ตัวช่วยกันสตาร์ทรถ และเมื่อสตาร์ทรถเสร็จแล้ว ก็อตซิลล่าที่นั่งซ้อนท้ายก็ม้วนหางเก็บเพราะกลัวจะเข้าไปล้อ คนถ่ายคลิปก็เลยหัวเราะชอบใจ ไม่คิดว่าจะมีคนถ่ายคลิปและนำแชร์กันมากมายขนาดนั้น จึงกลายเป็นกระแสที่ถือว่าเป็นการคลายเครียดให้กับผู้ที่เข้ามาดูคลิปได้เป็นอย่างดี   ทั้งนี้ชุดมาสคอตก็อตซิลล่า โดยราคาที่ซื้อมาราคาตัวละ 2,000 และ 3,000 บาท เมื่อใส่เข้าไป ก็จะมีพัดลมดูดอากาศ เพื่อให้พองลมอยู่ตลอดเวลา และเป็นการถ่ายเทอากาศ ไม่ให้คนใส่ขาดอากาศหายใจ และเมื่อพองลมเต็มที่หัวของคนใส่ก็จะอยู่ตรงปากของก็อตซิลล่าพอดี     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ejgBtiCuKe8

 96,846
ข่าวภูมิภาค
19 ก.พ. 61

ตระการตา! นทท.แห่ชมหุ่นฟางยักษ์และหมอลำหุ่น แลนด์มาร์คใหม่มหาสารคาม

มหาสารคาม-นักท่องเที่ยวชาวมหาสารคาม และจังหวัดใกล้เคียงนับหมื่นคน เดินทางมาท่องเที่ยวถ่ายรูปคู่กับประติมากรรมหุ่นฟางยักษ์รูปแบบต่าง ๆ ตามจินตนาการของผู้สร้างจำนวน 20 ตัว เช่น พญานาค นกฮูก ปลาโลมา ปลาหมึก ปูทูลกระหม่อม กระบือ อูฐ วานรยักษ์ ม้าบิน วัวกระทิง สิงโต แมมมอส กบเคโระ ปักษา แมงคาม แมงมุม พระยาคุรฑ และไก่ชน   ในงานเทศกาลหุ่นฟางยักษ์และหมอลำหุ่นกระติบข้าวมหาสารคาม 2018 ครั้งที่ 1 ที่บริเวณ คันแทนเธียร์เตอร์ หรือโรงละครโฮม ทองศรี อุปถัมภ์ บ้านหนองโนใต้ ต.นาดูน ต.นาดูน อ.นาดูน จ.มหาสารคาม ที่ชาวบ้านได้เนรมิตพื้นที่นา 10 ไร่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ พร้อมกับ เปิดเวทีศิลปะให้ชาวบ้าน เยาวชนและประชาชนจากจังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดใกล้เคียงร่วมกันแสดงฝีมือประกวดแข่งขันการทำหุ่นฟางยักษ์ เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของจังหวัดมหาสารคาม สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน   สำหรับงานเทศกาลหุ่นฟางยักษ์และหมอลำหุ่นจังหวัดมหาสารคาม จะจัดไปจนถึงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 และจะยังคงอยู่ที่ทุ่งนาแห่งนี้ไปอีก 2 เดือน ก่อนที่จะเริ่มไถพรวนปลูกข้าวในฤดูกาลต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LGaNpHz5Ags    

 6,430
แชร์ออฟเดอะเดย์
01 ก.พ. 61

อาจารย์ ม.มหาสารคาม โชว์เต้นคุกกี้เสี่ยงทายหน้าชั้น ฮอตไม่แพ้ bnk 48 นิสิตเห็นแล้วหายง่วงเลย!

โลกโซเชียลแชร์คลิปจากเฟซบุ๊ก บุญจู เนรมิต เปยให้เห็นภาพของอาจารย์ท่านหนึ่งกำลังเต้นท่าประกอบเพลงฮิต คุกกี้เสี่ยงทาย ของสาวสาว วง BNK48 อยู่หน้าชั้นเรียนอย่างน่ารัก โดยภาพดังกล่าวถ่ายโดยนิสิตที่กำลังนั่งเรียนอยู่ในชั้นเรียน โดยระบุว่า   “วันนี้อาจารย์จะสอนเต้น คุกกี้เสี่ยงทาย กันนะนิสิต คณะบัญชี มมส น่ารักสุดงับ จากง่วงๆตื่นเลย คุกกี้เสี่ยงทาย”   จากการตรวจสอบพบว่าอาจารย์คนดังกล่าวคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ญาณินท์ ตั้งภิญโญพุฒิคุณ อาจารย์คณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม   โดยอาจารย์ญาณินท์เล่าว่า วันนั้นกำลังสอนนักศึกษาปี3 ในภาคบ่าย ของรายวิชาการบัญชีเพื่อการจัดการ โดยจากประสบการณ์ที่สอนมา จะสังเกตได้ว่านักศึกษาที่เข้าเรียนในภาคบ่ายจะไม่ค่อยสดชื่น ซึมๆ ง่วงๆ วิชาเรียนก็ค่อนข้างเครียด   ประกอบกับกำลังสอนเรื่องบัญชี ต้นทุน และทำท่าทางประกอบการอธิบาย เหมาะเจาะกับท่าทางที่ทำคล้ายท่าเต้นเพลงดัง คุกกี้เสี่ยงทาย ของวง BNK48 ถือโอกาสเปิดเพลงประกอบการเต้นซะเลย และชวนนิสิตในห้องเรียนมาเต้นกัน เพื่อที่นิสิตจะได้ตื่นตัว ไม่ง่วง และไม่เครียดจนเกินไป พร้อมเปิดยูทูปเพลงคุกกี้เสี่ยงทาย เพื่อดูท่าเต้นเป็นวีดีโอประกอบ และก็ไม่คิดว่าจะมีนิสิตนำไปโพสต์บนโลกออนไลน์ จนเป็นกระแสดังขนาดนี้ ตัวอาจารย์เองถึงกับตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Gg1wTrWXFI4  

 25,177
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 61

รถตู้ตกร่องกลางถนน พลิกตะแคงที่มหาสารคาม ผู้โดยสารเจ็บยกคัน 13 ราย คาดคนขับหลับใน

มหาสารคาม-เกิดอุบัติเหตุรถตู้ตกร่องกลางถนน ที่บริเวณปากทางบ้านท่างาม ต.ห้วยแอ่ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 11 คน หลายคนมีอาการจุกแน่นหน้าอก มีแผลถลอก ตามตัว    จากการสอบถาม 1 ใน ผู้โดยสารเล่าว่า กลุ่มรถตู้จะมีเครือข่ายกันหลายคัน และได้มีการนัดหมายให้มาขึ้นรถ ส่วนใหญ่จะเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันและใกล้เคียง เสียค่าเดินทางเป็นเงินคนละ 600 บาท ก่อนเกิดเหตุ รถตู้มารับเวลาประมาณ 2 ทุ่ม จาก อ.บัวขาว จ.กาฬสินธุ์ ก่อนจะมุ่งหน้ามายัง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด และเข้าสู่จังหวัดมหาสารคาม ไปออก ถ.มิตรภาพ มุ่งหน้ากรุงเทพฯ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็หลับกันหมด ได้ยินแต่เสียงชน จากการรถตู้ก็พลิกตะแคง ก่อนที่ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่จะมาช่วยเหลือออกมาจากรถ ซึ่งรถตู้คันนี้มีผู้โดยสารจำนวน 11 คน และคนขับอีก 2 คน รวม 13 คน  ด้านตำรวจกล่าวว่า คนขับซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บาดเจ็บ ขณะนี้พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาสารคาม เบื้องต้นคาดว่าคนขับอาจหลับใน จึงเกิดเหตุขึ้น แต่อย่างไรก็ตามต้องรอสอบปากคำคนขับรถอีกครั้ง เพื่อให้ทราบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wpCBqXm3Los    

 9,828
ข่าวภูมิภาค
20 ธ.ค. 60

เหนือ-อีสานหนาวสุดวันหนึ่งในรอบปี! ดอยอินทนนท์สุดขั้ว -2 องศา แห่ชมเหมยขาบตรึม เตือนดูแลสุขภาพ

อากาศเย็นถึงหนาวปกคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยวันนี้ ไปติดตามบรรยากาศจากผู้สื่อข่าวทั่วไทยที่ทยอยรายงานเข้ามาในเช้าวันนี้จากทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน   เริ่มต้นที่ จ.เชียงใหม่ อากาศที่หนาวเย็นจากอุณหภูมิที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บนดอยสูงหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ อย่างเช่นที่บ้านหลวง ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว ที่อุณหภูมิในช่วงกลางดึกและตอนเช้าเหลือเพียง 10 – 12 องศาเซลเซียส และยังมีลมแรงตลอดทั้งคืน ทำให้ชาวบ้านต้องตื่นแต่เช้าออกมาก่อไฟอาศัยไออุ่นคลายหนาว ขณะเดียวกันยังมีผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อย่างเช่น ยายมูล แปงแก้ว อายุ 80 ปี ที่อาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง ต้องหาผ้าห่มมาบรรเทาความหนาวเย็น เนื่องอายุมาก เดินไม่สะดวก ไม่สามารถลงบันไดมาก่อไฟผิงได้เหมือนชาวบ้านคนอื่น ๆ ได้    ส่วนที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ สภาพอากาศเช้านี้ยังเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งหรือเหมยขาบ ติดต่อกันมาหลายวันเป็นบริเวณกว้างทั้งที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปานและยอดดอย เป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปหนาแน่น ซึ่งต่างไม่ผิดหวังเพราะอุณหภูมิลดฮวบต่ำสุดรอบปีไปอยู่ที่ระดับ -2 องศา โดยนางรุ่ง หิรัญวงศ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เปิดเผยว่า ตลอดคืนที่ผ่านมาอากาศหนาวจัดยอดหญ้าติดลบ ทำให้ตอนเช้าที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปานมีน้ำค้างแข็งทั่วบริเวณเช่นเดียวกับยอดดอย ถือว่าเป็นวันที่หนาวที่สุดวันแรกของปีนี้อีกครั้ง สภาพอากาศวันนี้ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ท้องฟ้าเปิด ยอดดอยอุณหภูมิติดลบครั้งแรกในฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ที่ยอดดอยอินทนนท์ -2 องศา สูงสุด 15 องศา ที่กิ่วแม่ปาน 3-7 องศา ที่ทำการอุทยานฯ 9-22 องศา มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในวันที่ 19 ธันวาคม รวม 3,950 คน   ซึ่งจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นติดต่อกันหลายวันทำให้ประชาชนเริ่มเจ็บป่วยโดยเฉพาะกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ปอดบวมและผู้ป่วยเรื้อรัง สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้แจ้งเตือนทุกอำเภอเฝ้าระวังสุขภาพ เนื่องจากตามโรงพยาบาลต่างๆ พบสถิติผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น ส่วนมากเป็นพื้นที่สูง ในกลุ่มคนชรา เด็กเล็กและผู้ป่วยเรื้อรัง    ข้ามไปที่บริเวณหมู่บ้านชายแดน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และเขตชุมชนหนาแน่น จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา มีหมอกลอยปกคลุมอย่างหนาแน่น อุณหภูมิพื้นราบช่วงเช้าประมาณ 12-13 องศาเซลเซียส และต่ำสุดช่วงเช้ามืดวันนี้เหลือ 9 องศาเซลเซียส บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณจุดชมวิวมุมสูงของพระธาตุดอยเวา เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อชมวิวทิวทัศน์ 2 ฝั่งประเทศและสัมผัสอากาศหนาวเย็น   ทึ่ จ.พิษณุโลก อากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทำให้เช้านี้ที่บ้านใหม่ร่องกล้า ม.10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หมู่บ้านท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยภูเขาเผ่าม้งใจกลางอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งบางๆ เกาะยอดหญ้า และหลังคารถยนต์ของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีลมเป็นส่วนใหญ่ แต่มีสภาพอากาศหนาวเย็น โดยอุณหภูมิยอดหญ้าอยู่ที่ -1 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิทั่วไปที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อยู่ที่ 5-6 องศา    ส่วนสภาพอากาศโดยทั่วไปในพื้นที่จังหวัดลำปางทั้ง 13 อำเภอ ยังลดลงอย่างต่อเนื่องกับมีหมอกหนาจัดปกคลุมพื้นที่ โดยอุณหภูมิลดลงเรื่อยๆตั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อุณหภูมิพื้นราบอยู่ที่ 17-18 องศา ถือว่าหนาวจัดที่สุดในรอบฤดูหนาวปีนี้ สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปางระบุว่า ผลการตรวจวัดอุณหภูมิต่ำสุดในตัวเมืองลำปาง เช้าวันนี้ วัดได้ที่อำเภอเมือง จ.ลำปาง 10.6 องศาเซลเซียส, ที่อ.เถิน และอ.ห้างฉัตร 11 องศาเซลเซียส   นายทิวา พันธ์ไม้สี หัวหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง กล่าวว่า เนื่องจากความกดอากาศสูงที่หนาวเย็นแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้จังหวัดทางภาคเหนือ รวมถึงจังหวัดลำปาง เกิดความหนาวเย็น และหนาวจัดลง ขอเตือนประชาชนโดยเฉพาะเด็ก และผู้สูงอายุ ให้ดูแลรักษาสุขภาพป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยด้วยการสวมใส่เครื่องนุ่งห่มหนาๆ สร้างความอบอุ่นแก่ร่างกายอยู่เสมอ ที่สำคัญคือในช่วงฤดูหนาวอากาศจะแห้งกว่าปกติ ขอให้ประชาชนระมัดระวังเพราะอาจเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ง่าย อันเนื่องมาจากการก่อกองไฟผิงคลายหนาว หรือการก่อไฟเพื่อประกอบอาหาร   ด้านนายเมธี มหายศนันท์ ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 20-22 ธ.ค. อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนในช่วงวันที่ 23-25 ธ.ค. อุณหภูมิจะสูงขึ้นแต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-19 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง    ไปกันต่อที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพอากาศที่จังหวัดเลยยังคงหนาวต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่อำเภอภูเรือ ซึ่งมีพื้นที่เป็นภูเขาและที่สูง เป็นส่วนมาก จึงทำให้อุณหภูมิของอ.ภูเรือลดต่ำลงมาก โดยอุณหภูมิยอดภูเรือวันนี้อยู่ที่ 2 องศาเซลเซียส ต่ำกว่าวานนี้ 1 องศา ส่วนพื้นราบอำเภอภูเรือ 5.5 องศาเซลเซียส ซึ่งเด็กนักเรียนต้องทนกับสภาพอากาศหนาว โรงเรียนในพื้นที่ต้องจัดกิจกรรมอบอุ่นร่างกายก่อนเข้าห้องเรียน    ส่วนจุดอื่นๆ ในจังหวัดเลยก็มีอุณหภูมิต่ำ อาทิ อ.เมืองเลย 7.8 องศาเซลเซียส, อ.วังสะพุง 7.0 องศาเซลเซียส, อ.ด่านซ้าย 8.5 องศาเซลเซียส, อ.เชียงคาน 8.0 องศาเซลเซียส, อ.ท่าลี่ 8.0 องศาเซลเซียส, อ.ภูกระดึง 6.7 องศาเซลเซียส,อ.ภูเรือ 5.5 องศาเซลเซียส, อ.นาแห้ว 6.0 องศาเซลเซียส, อ.ปากชม 8.8 องศาเซลเซียส, อ.นาด้วง 10.0 องศาเซลเซียส, อ.ภูหลวง 9.0 องศาเซลเซียส, ผาขาว 8.2 องศาเซลเซียส, อ.เอราวัณ 8.5 องศาเซลเซียส, อ.หนองหิน 10.3 องศาเซลเซียส ส่วนอุทยานแห่งชาติภูกระดึง 3.8 องศาเซลเซียส, อุทยานแห่งชาติภูเรือ 2.0 องศาเซลเซียส, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (อ.ภูเรือ) 2.0 องศาเซลเซียส, ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 8.2 องศาเซลเซียส, อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย (อ.นาแห้ว) 6.0 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดยอดหญ้าที่ อ.เมืองเลย 4.8 องศาเซลเซียส   ที่ตลาดสดบ้านแวง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 185-200 เมตร เช้ามืดวันนี้อุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 10 องศาเซลเซียส พร้อมอากาศที่หนาวเย็น ทำให้พ่อค้า-แม่ขายในตลาดสดต้องก่อไฟผิงคลายความเหน็บหนาวเกือบทุกแผง ส่งผลให้อาชีพขายถ่านไม้เพื่อนำมาก่อไฟผิง และ ปิ้งข้าวจี่มียอดขายดีกว่าวันที่ผ่านมา   และปิดท้ายกันที่ตลาดเอ็กซ์โปร เขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ประชาชนต่างออกมาเลือกซื้อเสื้อผ้ากันหนาวและเครื่องกันหนาวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยวันนี้อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 24 องศาองศาเซียส ส่งผลให้บรรยากาศการเลือกซื้อเสื้อผ้ากันหนาว เป็นไปอย่างคึกคัก ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ตัวละ 100 บาท ไปจนถึง 500 บาท ส่วนเครื่องกันหนาว อย่างผ้าห่ม ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ผืนละ 159-490 บาท

 6,516

Top