ค้นหา :

ผลการค้นหา "คนร้าย"

สังคม-อาชญากรรม
17 ก.พ. 61

คุมตัว 'ชิต สายเบิร์น' มือยิงนศ.หนุ่ม-ฉุดสาวข่มขืนทำแผน อ้างทำไปเพราะเมา-ทะเลาะภรรยา

คืบหน้า – ‘ชิต สายเบิร์น’ ขอมอบตัว หลังหนีกบดานอยู่บนภูเขานาน 3 คืน ยอมรับลงมือไปเพราะเมาสุรา – ยาเสพติด ภรรยาเผยปกติเป็นร่างเริง ตร.ตั้งข้อหาชิงทรัพย์เพิ่มเติม หลังเอาเงินเหยื่อจ่ายค่าน้ำมัน เพื่อก่อเหตุ   ความคืบหน้ากรณีที่ นายทิษณุ โถนารัตน์ หรือ ชิต สายเบิร์น คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุขับรถกระบะเบียดรถ จยย. แล้วใช้อาวุธปืนยิงนักศึกษาหนุ่ม ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนจะฉุดนักศึกษาสาวรุ่นน้องชั้นปีที่ 2 ที่นั่งมาด้วยกัน ขึ้นรถกระบะออกไปกระทำชำเรา ก่อนปล่อยทิ้งไว้ข้างทางบนเทือกเขาภูพาน เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว จนนำไปสู่การออกหมายจับนั้น   วานนี้(16 ก.พ.) ภายหลังตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดกาฬสินธุ์ นำโดย พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผู้กำกับสืบสวน พร้อมด้วยกำลังทำการกดดัน และเร่งติดตามตัวคนร้ายอย่างหนัก จนสุดท้าย นายทิษณุ หรือ ชิต สายเบิร์น ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.คำม่วง ที่บริเวณปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในตำบลนาทัน ซึ่งเป็นปั้มน้ำมันของพี่สาว หลังหลบหนีไปอยู่บนภูเขาที่ติดกับหมู่บ้าน นาน 3 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปควบคุมตัว มาสอบปากคำที่ สภ.นามน พร้อมกับอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยมีญาติของผู้ต้องหามารออยู่ที่ สภ.   โดยจากการสอบปากคำ นายทิษณุ ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนก่อเหตุตนทะเลาะกับภรรยา จึงไปซื้อสุรา 40 ดีกรี และยาบ้า 2-3 เม็ด มาเสพก่อนจะขับรถออกจากบ้านไปหาเหยื่อเพื่อระบายอารมณ์ ภายในอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จนช่วงดึกขับรถมาถึงบริเวณสามแยกทางเข้าอำเภอนามน พบผู้เสียหายขับรถ จยย. เลี้ยวเข้าไปในซอย จึงได้ขับรถไล่ตาม และพยายามเบียดให้ล้มอยู่หลายครั้ง จนสุดท้าย จยย. ของผู้เสียหาย เสียหลักล้มลงบริเวณหน้าวัดอรัญญิกาวาส    หลังจากนั้นตนจึงลงจากรถ พยายามฉุดนักศึกษาสาวขึ้นรถ โดยมีปืนพกติดตัวอยู่ที่เอว แต่นักศึกษาชายต่อสู้ จึงใช้ปืนยิง ก่อนที่จะนำตัวนักศึกษาหญิงไปขึ้นรถออกไปกระทำชำเรา  โดยขับรถขึ้นไปทางเขาภูพาน ระหว่างนั้นได้บังคับให้นักศึกษาถอดเสื้อ และนำเสื้อมามัดแขนไว้ พร้อมกับเอาเงินในกระเป๋าตังนักศึกษาไปเติมน้ำมัน 600 บาท ก่อนจะแวะจอดบริเวณข้างทางเพื่อพยามจะข่มขืนถึง 3 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ จึงนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ข้างทางบนเขาภูพานและหลบหนีไป   หลังสอบปากคำเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายทิษณุ มาเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์ เพิ่มเติม และให้พิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บหลักฐานตามร่างกายของผู้ต้องหา ก่อนจะคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่างๆ     คุมตัวผู้ต้องหาทำแผน ใชเงินนักศึกษาสาวเติมน้ำมัน 600 บาท เพื่อขับรถก่อเหตุ ก่อนนำ 1-10 ให้เหยื่อวิ่งหนี   โดยจุดแรกบริเวณหน้าวัดอรัญญิกาวาส ที่คนร้ายลงมือก่อเหตุขับรถเบียด จยย. นศ. จนเสียหลักล้มลง แล้วลงไปฉุด นศ.สาวขึ้นมาบนรถ พร้อมกับลงมือยิง นศ.ชาย โดยให้การว่า นศ.ชาย พยายามเข้ามาขัดขว้าง ซึ่งระหว่างทำแผนบริเวณจุดดังกล่าวมีชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงออกมายืนดูกันเป็นจำนวนมาก    มีรายงานจากแหล่งข่าวว่า ระหว่างทางจากที่เกิดเหตุไปที่เขาภูพาน ผู้ก่อเหตุได้พยายามข่มขืน นศ.สาว 2 ครั้ง แต่ไม่สำเร็จ แล้วไม่สามารถจำได้ว่าจอดรถบริเวณใด เผื่อก่อเหตุ   ส่วนจุดที่สองเป็นบริเวณปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จ.สกลนคร ที่ผู้ก่อเหตุขับรถมาเติมน้ำมัน หลังฉุดนักศึกษาขึ้นมาบนรถ โดยทำการชิงกระเป๋าเงิน ของ นศ. นำเงินมาจ่ายค่าน้ำมันจำนวน 600 บาท ซึ่งระหว่างนั้น นศ. สาวนั่งอยู่ภายในแคปหลัง โดยผู้ก่อเหตุข่มขู่ไม่ให้ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ก่อนจะขับรถออกมาจากปั้มน้ำมัน มุ่งหน้ากลับมาที่เขาภูพาน   จุดสุดท้ายเป็นบริเวณริมถนนข้างทาง บนเขาภูพาน ตรงพื้นที่ ต.ตาดโตน อ.เมือง จ.สกลนคร แล้วพยามยามข่มขืน นศ.สาว อีกครั้ง แต่ไม่สำเร็จความใคร่ จึงลงจากรถไปปัสสาวะข้างทาง แล้วเปิดประตูให้ นศ.สาว วิ่งลอดลวดหนามหนีเข้าไปในป่า พร้อมตะโกนขู่นับ 1-10 เพื่อให้ นศ.สาว รีบวิ่งหลบหนีไป    หลังจากนั้นก็ขับรถมุ่งหน้ากลับไปบ้านที่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อจอดรถไว้ที่บ้าน และให้หลานชายขับ จยย. พาหลบหนีขึ้นไปบนภูเขาใกล้หมู่บ้าน โดยระหว่างทางได้มีการจอดรถติดแผ่นป้ายทะเบียน หลังถอดออกก่อนก่อเหตุ      ภรรยาคาดสามีน้อยใจ ดื่มเหล้า-เสพยา เผยปกติแล้วสามีเป็นคนร่าเริง   ขณะที่ ภรรยา ของ นายทิษณุ ที่เดินทางมาที่ สภ.นามน บอกกับทีมข่าวเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ว่า หลังก่อเหตุสามีได้มาหา บอกว่า ‘ไปก่อเหตุยิงคนมา แต่ไม่รู้ว่าเสียชีวิตไหม’ แต่ตอนนั้นไม่คิดว่าสามีจะพูดจริง หลังจากนั้นเขาก็หลบหนีไปอยู่บนภูเขา ตอนแรกที่ได้ยินข่าวว่ามีนักศึกษาถูกยิง ไม่คิดว่าเป็นสามีตนเอง พอรู้ว่าเป็นสามีตนเองก็ทำใจไม่ได้ พอสามีติดต่อมาตนก็เลยกล่อมให้กลับมามอบตัว รับผิดตามกฎหมาย   ปกติแล้วสามีไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ เป็นคนร่าเริงสนุกสนาน แต่น่าจะเพราะว่าฤทธิ์ของสุราจึงก่อเหตุ ตนคาดว่าที่สามีดื่มสุราและเสพยาเสพติด น่าจะเกิดจากเรื่องที่ทะเลาะกัน แล้วตนเองหนีออกจากบ้าน จึงน้อยใจ                          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/eod3ULWTYbE  

 12,505
ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 61

ตร.บุกจับคนร้ายลอบขนยาไอซ์ล็อตมโหฬารที่สงขลา อ้าง 'แบวา' เป็นคนจ้าง

พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 บก.ป. นำกำลังตำรวจกองปราบปราม สนธิกำลังร่วมกับตำรวจ กก.3 บก.ปส.4 และ ตำรวจสภ.สะเดา จ.สงขลา บุกเข้าจับกุมตัว นายพิศาล ทองธรรมชาติ หรือแม็ก อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสตูล ข้อหาร่วมกันค้ายาเสพติด หลังหลบหนีจากจ.สตูล มากบดานอยู่ในพื้นที่ ยึดของกลางยาไอซ์รวม 123 กิโลกรัม       จากการสอบสวน นายพิศาล ให้การรับสารภาพว่า นายวา หรือ แบวา ไม่ทราบนามสกุล ได้ว่าจ้างให้ขนยาไอซ์ล็อตใหญ่น้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม โดยใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 6 ใบ กระเป๋าเป้ 2 ใบ ให้มารับที่โรงแรมริมถนนนิพัทธิ์อุทิศ 2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จากนั้นก็นำไปพักเก็บไว้ที่บ้านเช่า จากนั้นทยอยนำไอซ์ล็อตแรก 3 กระเป๋า หนัก 95 กิโลกรัมไปพักเอาไว้ที่รีสอร์ตใน จ.สตูล แต่ยังไม่ทันที่จะถึงมือลูกค้า ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตามแกะรอยและยึดได้เสียก่อน จึงหลบหนีมากบดานที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ส่วนไอซ์อีก 3 กระเป๋าที่เหลือก็ยังคงถูกเก็บเอาไว้ที่บ้านเช่า สำหรับไอซ์ล็อตใหญ่ครั้งนี้หากทำงานสำเร็จจะได้รับค่าจ้าง 1 แสนบาท                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/YwzkVeptn98

 6,277
ข่าวภูมิภาค
10 ก.พ. 61

ตร.เร่งล่าตัวคนร้ายสวมไอ้โม่งบุกเดี่ยวจี้ร้านทองกลางห้างเมืองนนท์ กวาดไปได้กว่า 6 แสน

เกิดเหตุคนร้ายสวมหมวกไหมพรมไอ้โม่งบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ที่ร้านทองมังกรทองเยาวราช ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  ได้สร้อยคอและแหวนทองคำ หนักกว่า 30 บาท มูลค่ารวมกว่า 6 แสนบาท    จากการสอบถาม  น.ส.ศิริพร หรือแพร บุ่งหวาย อายุ 21 ปี พนักงาน เปิดเผยว่า คนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมหมวกไหมพรมคลุมหน้าเหมือนไอ้โมง รูปร่างสูง ผอม ใส่แจ็คเก็ตแขนยาวสีดำ สวมกางเกงขายาวสีดำ สะพานกระเป๋าเป้สีดำ เดินเข้ามาในร้านยื่นกระเป๋าให้พร้อมยกปืนสั้นขู่ให้หยิบทรัพย์สินใส่กระเป๋า คนร้ายใช้ปืนยิงไปที่ตู้กระจกจำนวน 4 นัด ใช้มือหยิบทรัพย์สินทองรูปพรรณในตู้ไป ก่อนวิ่งไปขึ้นรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีบรอนด์ ทะเบียน สข1074 กทม.ขับหลบหนีไป   ด้าน น.ส.วริศรา คงคะชาติ อายุ 36 ปี พนักงาน เล่าว่าก่อนเกิดเหตุเห็นชายสวมเสื้อสีเทา กางเกงน้ำตาล รูปร่างสูงเข็นรถเข็นมายืนดูอยู่หน้าร้านพักหนึ่งจากนั้นก็เดินเข้าไปในห้าง หลังจากนั้นประมาณ 14.00 น.ได้มีคนร้ายขับรถเก๋งมาจอดด้านหน้าห้าง และเข้ามาปล้นชิงทรัพย์ไป โดยใช้อาวุธปืนยิงตู้กระจกทำให้เศษกระจกกระเด็นใส่ขาตนจนได้รับบาดเจ็บ     เบื้องต้นตำรวจ สภ.บางบัวทอง  ได้แจ้งชุดสายตรวจสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยแล้ว คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกับคนที่เข้ามาดูลาดเลาก่อน และเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้ามาก่อเหตุภายหลัง                         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/jZVkxATHKP4

 7,238
ต่างประเทศ
04 ก.พ. 61

ตร.อิตาลีรวบคนร้ายขับรถไล่ยิงผู้อพยพชาวแอฟริกันเจ็บระนาว เผยมีอุดมการณ์สุดโต่ง

ตำรวจอิตาลีจับคนร้ายก่อเหตุขับรถยนต์ไล่ยิงผู้อพยพชาวแอฟริกันในเมืองมาเซอราต้า เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 คน เผยคนร้ายเคยลงรับสมัครเลือกตั้งให้กับพรรคที่มีแนวคิดต่อต้านผู้อพยพ และมีอุดมการณ์สุดโต่ง 

 1,249
ข่าวภูมิภาค
28 ม.ค. 61

อุกอาจ แก๊งคนร้ายบุกยิงถล่มทหารพรานดับที่ปัตตานี ก่อนชิงเอ็ม16เผ่นหนี

เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงอาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิต ก่อนขโมยปืนหลบหนีไป บริเวณหน้าบ้านใน ต.ตันหยงลุโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี ทราบชื่อคือ อาสาสมัครทหารพรานไพศาล ลาแล อายุ 27 ปี สังกัดหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 47 อ.ยะหา จ.ยะลา ถูกยิงเข้าศีรษะและลำตัวหลายนัด นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถยนต์กระบะ สภาพถูกยิงกระจกแตกเป็นรูพรุนทั้งคัน บนพื้นมีปลอกกระสุนตกอยู่ 9 ปลอก      จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายปฏิบัติภารกิจในโครงการญาลันนันบาลูที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ วันเกิดเหตุขณะขับรถกลับเข้าบ้านพัก ได้มีคนร้ายประมาณ 6 คนขับรถจักรยานยนต์ 3 คันมาจอดซุ่มอยู่ในที่มืดข้างบ้านแล้วกรูกันวิ่งเข้ามาใช้อาวุธปืนยิงใส่ไม่ยั้งจนเสียชีวิตคาที่แล้วขโมยอาวุธปืนเอ็ม 16 ของผู้ตายหลบหนีไป                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/bsqIKQnJ0b0

 4,958
ข่าวภูมิภาค
28 ม.ค. 61

คนร้ายบุกฆ่าชิงทรัพย์สาวใหญ่ดับคาร้านแว่นกลางเมืองสมุทรปราการ

เกิดเหตุคนร้ายบุกแทงคอ นางสุจินดา สิงขรโอฬารึก อายุ 50 ปี เสียชีวิตบริเวณหลังร้านตรวจวัดสายตาประกอบแว่น ตรงข้ามกับวิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ สาขาเคหะบางพลี  จากการตรวจสอบพบว่า สร้อยคอหนัก 1 บาท สร้อยข้อมือหนัก 2 บาทและแหวนทอง 2 วงที่ผู้ตายสวมใส่ รวมทั้งเงินอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในลิ้นชักหายไป     ด้านตำรวจคาดสาเหตุเกิดจากการชิงทรัพย์ จึงเร่งตรวจสอบกล้องจากภาพวงจรปิดเพื่อหารูปพรรณคนร้าย เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/T04-MV1ymMs

 17,494
ข่าวภูมิภาค
23 ม.ค. 61

เร่งล่ามือบึ้มกลางตลาดยะลา แม่ทัพภาค 4 ประณามคนร้าย "ร่างกายเป็นคน แต่จิตใจเป็นสัตว์"

ยะลา-จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบไว้ในรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกูปปี้ไอ แล้วนำมาจอดไว้ที่หน้าแผงขายเนื้อหมู ซอย 3 ในตลาดพิมลชัย เขตเทศบาลนครยะลา โดยกลุ่มคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว มาไว้แล้วก็เดินหนีไป จากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บรวม 31 ราย   ในเวลาต่อมา พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ก็จะต้องเรียกผู้ประกอบการทั้งหมดมาพูดคุยกัน เพราะตลาดพิมลชัย เป็นพื้นที่ของรถไฟ ที่ยังไม่ให้เข้ามาจัดระเบียบ ซึ่งที่อื่นก็มีการจัดระเบียบกันหมดแล้ว ตลาดแห่งนี้เอกชนที่รับเหมาได้ไม่ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาจัดระเบียบ จึงมีช่องโหว่ ทางเจ้าหน้าที่ก็มีความพยายามที่จะปิดช่องโหว่ให้ได้ ก็ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความสูญเสียที่เกิดขึ้น ที่จะมีการพูดคุยจัดระเบียบเพิ่มขึ้น เช่นเมื่อเลิกตลาด ก็จะต้องเก็บของ และจะมีเจ้าหน้าที่มาดูแล ส่วนในช่วงเช้าก็จะต้องช่วยกันดูว่ามีสิ่งแปลกปลอมหรือไม่   ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นการต้องการทำลายเศรษฐกิจ เพราะทางรัฐบาลได้ดำเนินการตามนโยบาย สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ถูกทาง ประชาชนปฎิเสธความรุนแรงหมด คนร้ายจึงมีความพยายามที่จะทำลายเศรษฐกิจ ทั้งๆที่รู้ว่าที่แห่งนี้มีประชาชนมาซื้ออาหารกันจำนวนมาก ตนเองเชื่อว่าคนก่อเหตุมีร่างกายเป็นคน แต่จิตใจเป็นสัตว์ บอกว่าเกลียดหมา แต่ทำตัวเป็นหมาซะเอง ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐก็จะทำให้ดีที่สุด พี่น้องก็ต้องช่วยดูแลกันด้วย หากมีอะไรผิดปกติ ก็ให้รีบแจ้ง เรื่องของเหตุการณ์อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องของการแบ่งแยกดินแดน เป็นเพียงคนร้ายที่รับคำสั่งมา ที่ก็ทราบกันว่ามีไม่กี่ตระกูลที่ทำแบบนี้ได้ 3-4 เพราะตระกูลที่มีชื่อเสียงอยู่ในขณะนี้ เป็นคนทำ   ทั้งนี้จากการตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่า เบื้องต้นนั้น ระเบิดที่เกิดขึ้น เป็นระเบิดแสวงเครื่อง แบบที่คนร้ายประกอบขึ้นเอง และบรรจุไว้ในตัวรถจักรยานยนต์คันที่นำมาก่อเหตุ และจากการตรวจสอบอย่างละเอียด ตามทะเบียนประวัติ และเลขตัวเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ ที่กลายเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ   เจ้าหน้าที่พบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวนั้น เป็นรถที่ได้เคยถูกแจ้งหายไว้ ที่ สภ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 โดยเจ้าของเป็นชาวจังหวัดยะลา และเพียง 1 ปี วันที่ 22 มกราคม 2561 รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ก็ถูกคนร้ายนำมาก่อเหตุระเบิดในตลาดสดพิมลชัย เขตเทศบาลนครยะลา   โดยทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น มีการวางแผน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักทรัพย์ หรือโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งในแต่ละวันจะมีรถจักรยานยนต์ถูกลักขโมยไปจำนวนไม่ต่ำกว่า 1-2 รายเป็นประจำทุกสัปดาห์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yf5GXzzdC0g    

 4,970
ต่างประเทศ
21 ม.ค. 61

แก๊งคนร้ายบุกยึดโรงแรมหรูใจกลางกรุงคาบูล เปิดฉากยิงปะทะจนท. มือปืนดับแล้ว2ศพ

เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายบุกยึดโรงแรมอินเตอร์คอนติเนตัลในกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน ก่อนเปิดฉากยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ โดยรายงานระบุว่ามือปืนถูกสังหารไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 ราย ส่วนที่เหลือได้หลบหนีไปซ่อนตัวที่ชั้น4      

 1,623
สังคม-อาชญากรรม
20 ม.ค. 61

จับได้แล้ว! คนร้ายแต่งกายคล้ายทหารอุ้มนักธุรกิจอินเดียรีดเงินเกือบ3แสน พบก่อเหตุมาแล้ว 14 คดี

ความคืบหน้าคดี นายรามา ยาดอร์ อายุ 47 ปี นักธุรกิจสัญชาติอินเดีย ถูกคนร้ายแต่งกายคล้ายชุดทหารใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ให้พาไปกดเงินโอนออกไปเกือบ 3 แสนบาท บริเวณซอยรามอินทรา 109 ถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะมีข่าวว่าเป็นสารวัตรทหารรักษาการดูแลบ้านรองนายกรัฐมนตรี แต่หัวหน้าทีมรปภ.หน้าบ้านบิ๊กป้อมได้ยืนยันว่า บุคคลที่อยู่ในภาพดังกล่าวไม่ใช่กำลังพลของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์อย่างแน่นอนนั้น    ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัว นายพีระพัฒน์ บุญคง อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาได้แล้ว พร้อมของกลางเครื่องแบบทหาร(ชุดลายพราง) เสื้อเกราะอ่อนกันกระสุน และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุรีดทรัพย์นายรามาจริง โดยผู้ต้องหาอ้างว่า เคยรับราชการเป็นทหารยศสิบเอก หน่วยรบพิเศษ จ.ลพบุรี แต่ถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว         ทั้งนี้จากการตรวจประวัติยังพบว่าผู้ต้องหารายนี้ เคยก่อเหตุคดีรีดทรัพย์ถึง 14 คดี โดยมักจะใช้วิธีสวมชุดทหารอ้างตัวว่ามาจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ปล่อยเงินกู้ และผู้ที่เปิดโต๊ะพนันบอลและโต๊ะสนุ๊ก           ทั้งนี้ยังพบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุคดีรีดทรัพย์ 14 คดี ในพื้นที่ สน.พหลโยธิน สภ.บางพลี สมุทรปราการ จ.สมุทรสาคร และอีกหลายพื้นที่ และล่าสุด ปี 2561 ที่มีนบุรี โดยมักจะใช้วิธีสวมชุดทหารอ้างตัวว่ามาจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ปล่อยเงินกู้ และผู้ที่เปิดโต๊ะพนันบอล-โต๊ะสนุ๊ก อีกทั้งเคยก่อเหตุเข้าไปข่มขู่โต๊ะพนันบอลที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้กลอุบายคำพูดว่า “นี่ทหาร หยุด หมอบลงให้หมด” จนทำให้คนในโต๊ะบอลที่มีจำนวน 30 คน ยังต้องหมอบลงหมด เนื่องจากหวาดกลัว                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/_hVVey8YsoQ

 13,324
สังคม-อาชญากรรม
15 ม.ค. 61

เปิดไทม์ไลน์แก๊งเปิดบัญชี 'ณิชา' เจ้าตัวยันบริสุทธิ์ แจงยิบที่มาเงิน 6 ล้าน เพจดังโพสต์อาจเป็นแกะ ซ้ำรอยครูจอมทรัพย์

กรณีนางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปขอเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี และนำไปใช้เป็นบัญชีหลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำให้ตกเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกงแทน     ล่าสุด ตำรวจสืบสวนนครบาล 1 ได้จับกุมตัว นางสาวปวีณา หญิงสาวที่นำบัตรประชาชนของ นางสาวณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคารได้แล้ว   จากการสอบปากคำนางสาวปวีณา เบื้องต้นรับสารภาพว่าเป็นผู้นำบัตรของนางสาวณิชาไปเปิดบัญชีจริง โดยได้รับการว่าจ้างจากนายไซม่อน ชาวแคเมอรูน หัวหน้าแก๊งโรแมนสแกรม ให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร รวม 5 บัญชี ในราคา 1 หมื่นบาท แต่ได้รับเงินเพียงแค่ 4 พันบาทเท่านั้น     ขณะที่ลำดับเหตุการณ์การทำบัตรประชาชนหายของ นางสาวณิชา มีทั้งสิ้น 3 ครั้ง ได้แก่ 26 ธ.ค.51 / 31 ม.ค.57 / 18 ก.ย.60 ซึ่งบัตรที่คนร้ายนำไปเปิดบัญชีคือบัตรที่หายในปี 57 โดยคนร้ายสวมรอยไปรับคืนจากพนักงานร้านสะดวกซื้อที่เก็บได้ ก่อนคนร้ายมาสวมรวยมารับและเก็บไว้นาน 3 ปี ก่อนนำมาเปิด 9 บัญชีในปี 60 ทั้งนี้ ตร.อยู่ระหว่างความเชื่อมโยงของ นางสาวณิชาและกลุ่มคนร้ายว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยทาง ตร.ตั้งข้อสังเกตไว้หลายประเด็น อาทิ คนร้ายทั้งหมดมีการโทรติดต่อกับนางสาวณิชาหรือไม่ อีกทั้งนางสาวณิชาและคนในครอบครัวมักทำบัตรประชาชนหายบ่อยครั้ง โดยมีข้อมูลว่าในปี 60 พ่อของนางสาวณิชาทำบัตรหายถึง 8 ครั้ง อีกทั้งผู้เป็นแม่ก็ทำการเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง นอกจากนี้ยังมีเงินหมุนเวียนในบัญชีส่วนตัวของนางสาวณิชา 6 ล้าน ซึ่งเจ้าตัวชี้แจงว่าเป็นเงินจากการทำธุรกิจของครอบครัว ด้านเพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โดยนายนายอัจฉริยะ เรืองรัตน์พงศ์ ประธานชมรมฯ ที่เคยออกมาตั้งข้อสังเกตในคดีครูจอมทรัพย์ ล่าสุดได้โพสต์ระบุว่า   "แกะตัวที่ 2 อ้างบัตรประชาชนถูกลักไป แล้วนำไปเปิดบัญชีธนาคาร มาร่วมติดตามคดีนี้ไปพร้อมกัน ในสัปดาห์หน้า จะมีการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึก ว่าแท้จริงแล้วบัตรประชาชนที่ว่า ถูกลักไป หรือเป็นแค่เรื่องโกหกเพื่อหวังผลประโยชน์หลายต่อ เลียนแบบจอมทรัพย์ลวงโลก"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W4zGs659OMY    

 52,983
สังคม-อาชญากรรม
14 ม.ค. 61

'ณิชา' ดีใจ ตร.จับแก๊งคนร้ายขโมยบัตรปชช.เปิดบัญชี ยันตัวเองเป็นเหยื่อ-ไม่มีเอี่ยว

ความคืบหน้าจากกรณีของ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ถูกคนร้ายเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปขอเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี ทำให้น้องณิชาเป็นผู้รับเคราะห์เป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง ต้องติดคุกนาน 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัวนั้น   ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) สามารถจับกุมตัว 3 ผู้ต้องหาที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคารทั้งหมดได้แล้ว ได้แก่ น.ส.ปวีณา , น.ส.แอน และนายไซม่อน   ด้าน น.ส.ณิชา ได้เปิดเผยความรู้สึกว่า ดีใจมากที่ตำรวจจับตัวคนนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีได้แล้ว ซึ่งก็จะทำให้ทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลในคดีนี้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ความจริงจะได้ปรากฏว่า ตนไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่เป็นเหยื่อ ส่วนข้อสงสัยที่ว่ากลุ่มคนร้ายสามารถติดต่อกับตนได้ ก็ไม่เป็นความจริง เพราะตนไม่รู้จักกลุ่มคนร้าย และมีโทรศัพท์หมายเลขเดียวที่ใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ส่วนอีก 4 หมายเลขที่คนร้ายได้นำบัตรประชาชนที่ขโมยไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ใหม่แล้วใช้หลอกลวงเหยื่อ ซึ่งหลังตนทราบก็ได้เดินทางไปยกเลิกเบอร์ดังกล่าวแล้ว โดยมีหลักฐานแจ้งบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา      นอกจากนี้ยังได้กล่าวขอขอบคุณ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และชุดสืบสวนทุกหน่วย รวมทั้งผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองปราบปราม รวมทั้งธนาคารทุกแห่ง ที่ให้ความร่วมมือมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ จนสามารถจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5UJubgcGycA

 24,599
สังคม-อาชญากรรม
14 ม.ค. 61

จับยกแก๊ง! 3 คนร้ายขโมยบัตรประชาชน 'ณิชา' เปิดบัญชี - ตร.จ่อแถลง

ความคืบหน้าจากกรณีของ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ถูกคนร้ายเป็นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นำบัตรประชาชนไปขอเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี ทำให้น้องณิชาเป็นผู้รับเคราะห์เป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง ต้องติดคุกนาน 3 วัน ก่อนได้รับการประกันตัวนั้น     ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) สามารถจับกุมตัว น.ส.ปวีณา  หญิงสาวที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคารได้แล้ว พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อทำการสอบสวนขยายผลต่อไป     เบื้องต้นเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีจริง โดยได้รับการว่าจ้าง 1 หมื่นบาท จากนายไซม่อน ชายชาวต่างชาติผิวดำ ให้ไปเปิดบัญชีธนาคารรวม 5 บัญชี แต่ได้รับเงินเพียงแค่ 4,000 บาทเท่านั้น     นอกจากนี้ตำรวจยังจับกุมตัว นายไซม่อน บุคคลที่ถูกซัดทอดทำหน้าที่เป็นคนกดเงิน ซึ่งถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ รวมทั้ง น.ส.แอน หญิงสาวคนสนิทที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคารอีก 4 บัญชีที่เหลือ                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/i_hKzgkReTk  

 153,175
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 61

หนุ่มเมายาหลอนมีคนตามฆ่า บุกจี้คอแม่ลูกอ่อนเป็นตัวประกัน ก่อน ตร.เกลี้ยกล่อมยอมสยบ

สุราษฎร์ธานี-หญิงสาววัย 20 ปีร้องขอความช่วยเหลือ ว่ามีคนร้ายบุกเข้าห้องนอน พร้อมใช้มีดจี้คอเป็นตัวประกัน ภายในบ้าน   ในที่เกิดเหตุ ภายในห้องนอนของบ้านพักดังกล่าว ได้มียินเสียงคนร้ายซึ่งเป็นชายไทย กำลังส่งเสียงตะโกนว่าอย่าเข้ามา หากใครเข้ามาจะใช้มีดแทงตัวประกัน โดยทางตร.ได้กระจายกำลังเจ้าหน้าที่ล้อมรอบบ้าน พร้อมปีนหน้าต่างตรวจสอบ พบว่า ภายในห้องพัก พบคนร้ายเป็นชายไทยวัยรุ่น นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ไม่สวมเสื้อ กำลังใช้มีดจี้ทีบริเวณลำคอ ของตัวประกันหญิงที่กำลังอุ้มทารกซึ่งเป็นลูกสาววัย 4 เดือน ที่กำลังหลับอยู่ในอ้อมแขน   ขณะที่คนร้าย ทราบว่าชื่อนายอนุชา หรือบอม สายช่วย อายุ 27 ปี ภูมิลำเนา อ.เกาะสมุย กำลังล็อกคอหญิงสาว ใช้มีดปลายแหลม จี้ที่บริเวณลำคอตลอดเวลา ซึ่งคนร้ายพูดว่ามีคนร้ายตามมาจะฆ่า   หลังทราบข้อมูลของคนร้าย จึงได้เดินไปที่หน้าประตู ในห้องที่คนร้ายจี้ตัวประกัน พร้อมพูดจาเกลี้ยกล่อม ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จนคนร้ายใจอ่อน ยอมปล่อยตัวประกันพร้อมเดินออกมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อแต่อย่างใด พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสงบสติอารมณ์และสอบปากคำที่ สภ.เกาะสมุย   ขณะเดียวกันผู้เสียหาย พร้อมญาติ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำ พร้อมเปิดเผยว่าไม่เคยรู้จักกับผู้ต้องหารายนี้แต่อย่างใด ขณะนอนหลับอยู่ภายในห้องนอน ได้มีผู้ต้องหาวิ่งมาจากไหนไม่รู้ วิ่งปีนเข้ามาในห้องนอน ขณะที่ตนนอนกอดลูกสาววัย 4 เดือนอยู่ในห้อง โดยคนร้ายได้นำมีดปลายแหลมที่อยู่ในห้องครัว เข้ามาจี้ที่คอตน พร้อมพูดว่ามีคนจะทำร้าย พร้อมเข้ามล็อกคอตน แล้วใช้มีดจี้ที่คอ ตนจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือ ให้ญาติโทรศัพท์แจ้ง 191ดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบ พบว่าที่บริเวณลำคอของผู้เสียหายมีรอยแดงจากคมมีด   ส่วนผู้ต้องหายังให้การแบบมึนงงว่า ตนเสพยาไอซ์เข้าไป และมีคนจะทำร้าย ขอให้ช่วยด้วย ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงได้วิ่งหลบเข้าไปยังห้องของผู้เสียหายดังกล่าว ทั้งนี้ถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา คือกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำร้ายร่างกาย และครอบครองและเสพยาเสพติด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G_0--ZQi0UI    

 7,903
สังคม-อาชญากรรม
04 ม.ค. 61

รวบหนุ่มทำทีซื้อยาหอม สบโอกาสชักมีดคัตเตอร์ขู่บังคับขืนใจหญิงวัย 30 ปี กลางร้านขายยา

ชลบุรี-เกิดเหตุคนร้ายข่มขืนผู้ช่วยเภสัชพนักงานร้านขายยาแห่งหนึ่ง ในซอยจรินเขตแสนสุข โดยชายดังกล่าวทำท่าเข้าไปซื้อยาหนึ่งขวดในราคา 10 บาทแล้วออกจากร้านไป   สักครู่ผู้ร้ายคนเดิมได้กลับมาอีกครั้งทำทีขอซื้อยาหอมเพิ่ม แต่ขณะที่ผู้เสียหายก้มเก็บเงินในลิ้นชักคนร้ายได้มีการชักคัตเตอร์มาจี้ข่มขู่ผู้เสียหายให้นอนมอบลงกับพื้นหลังเคาน์เตอร์ แล้วใช้เชือกที่เตรียมมามัดมือผู้เสียหายและปิดประตูร้านจากนั้น ได้ทำการข่มขืนผู้เสียหายจนสำเร็จไปหนึ่งครั้ง เมื่อเสร็จกิจได้ค้นเอาทรัพย์สินภายในร้านไปมีโทรศัพท์หนึ่งเครื่องและเงินสด 7,000 บาทหลบหนีไป   จากนั้น ตร.ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่อย่างละเอียดตรวจสอบพยานแวดล้อมและเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีจนกระทั่งทราบตัวคนร้ายคือ นายสมเจน เตชะมาอายุ 29 ปี ให้การสารภาพ โดนข้อหาว่ากระทำความผิดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1Xtcl8NrWjA    

 55,463
ข่าวภูมิภาค
31 ธ.ค. 60

รู้ตัวแล้ว! พ่อพาลูกขอขมาเซียนพระเมืองสกลฯ หลังเป็นคนงัดบ้านฉกพระเครื่อง เจ้าตัวอโหสิกรรม-ชวนฝึกสมาธิ

ความคืบหน้าจากกรณีที่ นายเดโช สู่โนนทอง เจ้าของฉายาปราชญ์เมืองสกลนครร้องทุกข์ถูกโจรบุกงัดบ้านขโมยพระเครื่องชื่อดังเป็นรอบที่3 หลังเคยไปโพสต์ขายพระเครื่อง รวมมูลค่านับล้านบาท พร้อมวิงวอนโจรไม่ต้องมางัดบ้านแล้ว เพราะได้นำพระเครื่องราคาสูงไปฝากไว้กับธนาคารแล้วนั้น   ล่าสุดพ่อของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่รู้จักกันได้นำตัวลูกมาขอขมาเพราะเป็นคนก่อเหตุเข้ามาขโมยพระเครื่องไปจำนวน 30 องค์ อ้างนำไปขายหมดแล้ว ด้านผู้เสียหายยอมอโหสิกรรมให้ ไม่ติดใจเอาความ พร้อมชวนวัยรุ่นคนดังกล่าวให้มีฝึกสมาธิอีกด้วย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/W3eh526sRys  

 10,435

Top