ค้นหา :

ผลการค้นหา "ภาคใต้"

สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 60

อุตุฯเตือน! ภาคใต้ ระวังฝนตก ร้อยละ 60 ชี้ เหนือ-ตะวันออก-กลาง ฝนตกบางแห่ง

กรมอุตุนิยมวิทยา ประจำวันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาค ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย  ส่วนประเทศไทยตอนบนมีอากาศอุ่นขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีฝนตกบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวไทย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า  โดยมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่  บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-16 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า  โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-16 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝน ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม  อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่  อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก  โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 4,302
บันเทิง
09 พ.ย. 60

สุดปลื้ม 'ตูน บอดี้สแลม มอบทุน ร.ร.ปากระวะ จ.นครศรีฯ ก่อนหยุดพักวันพรุ่งนี้ เพื่อตรวจสภาพร่างกาย

เด็กนักเรียน ครู และชาวบ้านอำเภอหัวไทร สุดปลื้ม พี่ตูน บอดี้สแลม แวะเยี่ยม มอบทุน มอบเงิน สนับสนุนโรงเรียนปากระวะ เผยเป็นโรงเรียนบ้านนอก ห่างไกลความเจริญ   เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 9 พ.ย.60 ที่โรงเรียนวัดปากระวะ หมู่ 5 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรธรรมราช คณะตูน บอดี้สแลม ซึ่งเริ่มออกวิ่งของวันที่ 9 จาก โดยตูน เริ่มสตาร์ตั้งแต่เช้า จากพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา รวมระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร ท่ามกลางประชาชนที่รอต้อนรับตลอดเส้นทาง ก่อนที่ตูน และคณะ หยุดการวิ่งของวันนี้ ที่โรงเรียนท่าบอนมิตรภาพที่ 9 อ.ระโนด จ.สงขลา เพื่อเดินทางมายังโรงเรียนปากระวะ ต.หน้าสนต อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เพื่อร่วมกิจกรรมมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนวัดปากระวะ จำนวน 20,000 บาท ทุนละ 10,000 บาท ให้กับ ด.ญ.กชกรณ์ นิคมจิตร นักเรียนชั้น ป.5 และ ด.ช.สุวัฒน์ อภิบาล นักเรียนชั้น ป.3 นอกจากนี้ตูน ยังได้มอบเงินสนับสนุนการศึกษาให้โรงเรียนวัดปากระวะอีกจำนวน 50,000 บาท ซึ่งเงินทั้งหมดที่มอบให้โรงเรียนปากระวะ ครั้งนี้ เป็นเงินส่วนตัวของตูน บอดี้สแลม ท่ามกลางความปลื้มของนักเรียน ครู และชาวบ้าน ที่ชื่นชมความมีน้ำใจของตูน บอดี้สแลม ที่ไม่มองข้อมโรงเรียนในชนบท ห่าไกลชุมชน      เมื่อตูน บอดี้สแลม และคณะ เดินทางมาถึงที่โรงเรียนวัดปากระวะ ได้ร่วมทำกิจกรรม นักเรียน ครู รวมทั้งชาวบ้าน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเองมาก สร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับนักเรียน ครู รวมทั้งชาวบ้าน ที่ต่างรู้สึกปราบปลื้มเป็นอย่างมากที่ ตูน บอดี้สแลม ศิลปินชื่อดังและเป็นศิลปินในดวงของใครหลายๆคน มีความเป็นกันเอง และไม่ถือตัว ถึงแม้จะวิ่งมาเหนื่อยแค่ไหน แต่พี่ตูน ยังสามารถให้ความสุขกับนักเรียน ครูและชาวบ้านที่มารอต้อนรับ    สำหรับกำหนดการล่าสุด หลังจากตูน บอดี้สแลม วิ่งออกจาก อ.สทิงพระ จ.สงขลา รวมระยะทางกว่า 60 กิโลเมตร และสิ้นสุดที่โรงเรียนท่าบอนมิตรภาพที 9 อ.ระโนด จ.สงขลา ก่อนจะเดินทางมาร่วมทำกิจกรรมกับนักเรียนโรงเรียนวัดปากระวะ ต.หน้าสตน อ.หัวไทร หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ตูน บอดี้สแลม และคณะจะเดินทางกลับไปนอนในพื้นที่ จ.สงขลา ในวันพรุ่งนี้ (10 พ.ย.) ตูน หยุดวิ่ง 1 วัน เพื่อตรวจสภาพร่างกาย ก่อนจะเริ่มสตาร์ออกวิ่งใหม่ ในวันที่ 11 พ.ย.60 จะเริ่มสตาร์ ที่บริเวณร้านค้าหน้าฟาร์ม ภายในปั้ม ปตท. อ.ระโนด จ.สงขาล จุดมุ่งหมายวิ่งเข้าพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ข่าวที่เกี่ยวข้อง     </iframe</div>

 27,342
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 60

อุตุฯ ประกาศ ฉ.9 หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุม ประจวบฯ-ชุมพร ส่งผลภาคใต้ตอนบนฝนตกหนาแน่น

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ ฉบับที่ 9 ลงวันที่ 08 พฤศจิกายน 2560   พายุ “ดีเปรสชัน” บริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)"       เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ (8 พ.ย. 60) หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และชุมพร กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ตอนบนมีฝนตกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนบนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก รวมทั้งฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปภาคใต้ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง         คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้            ในวันที่ 8 พ.ย. 60 บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานีรวมทั้งเกาะสมุย นครศรีธรรมราช ระนอง           พังงา และภูเก็ต           ในช่วงวันที่ 9 พ.ย. 60 บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต            สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน            จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ประกาศ ณ วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 17.00 น.   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่  บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-16 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-16 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.   ภาคกลาง มีเมฆมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออก มีเมฆมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่  และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร  สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส  ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร  ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปขึ้นไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต  อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร   กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.             

 6,046
อุทกภัย
08 พ.ย. 60

ปภ.เตือน 14 จว.ใต้ รับมือน้ำท่วมฉับพลัน 8-9 พ.ย.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถานการณ์น้ำท่วมทั้งประเทศใน 12 จังหวัด ขณะที่ภาคใต้ ยังคงประสาน ประจวบคีรีขันธ์ และ 14 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักในช่วงวันที่ 8-9 พฤศจิกายนนี้   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทยตอนกลางได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณจังหวัดชุมพร และกำลังเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ (8 พ.ย.60) ส่งผลให้ภาคใต้มีลมแรงและมีฝนตกมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ซึ่งปริมาณฝนสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ ดินถล่ม และลมกระโชกแรง ช่วงระหว่างวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2560 บริเวณพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่ภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง อ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร จึงขอให้ชาวประมงเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกให้ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นซัดชายฝั่ง    ทั้งนี้ ปภ. ได้ประสานจังหวัด และ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยจากภาวะฝนตกหนัก โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึง จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ ให้พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัย    ขณะที่สรุปสถานการณ์น้ำท่วมทั้งประเทศ ปัจจุบัน ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ ใน 12 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สุพรรณบุรี หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด รวม 46 อำเภอ 327 ตำบล 1,787 หมู่บ้าน 93,061 ครัวเรือน 244,495 คน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง   </iframe</div>

 5,207
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 60

อุตุฯเตือนภาคใต้ รับมือผลกระทบจากพายุดีเปรสชันถึง 9 พ.ย.นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “ดีเปรสชัน” บริเวณอ่าวไทย(มีผลกระทบถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)" ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 07 พฤศจิกายน 2560   เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันนี้ (7 พ.ย. 60) พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทยตอนกลางที่อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ แล้วเคลื่อนผ่านบริเวณจังหวัดชุมพร และจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ย. 60) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีลมแรง และมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณภาคใต้ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง   คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้ ในช่วงวันที่ 7-8 พ.ย. 60 บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานีรวมทั้งเกาะสมุย และนครศรีธรรมราช   ในช่วงวันที่ 8-9 พ.ย. 60 บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้   ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 23.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.   นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9ruDTBPHNSg    

 4,214
MV
08 พ.ย. 60

ปรากฏการณ์ 'ตูน บอดี้สแลม' วิ่งก้าวคนละก้าว รวมความประทับใจครบรอบ 1 สัปดาห์

รวมความประทับใจ ครบรอบ 1 สัปดาห์ ในการวิ่งการกุศลในโครงการ ก้าวคนละก้าว ของตูน บอดี้สแลม จาก อ.เบตง จ.ยะลา เป้าหมาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทางกว่า 2,191 กิโลเมตร เพื่อขอรับบริจาคเป็นการกุศลในการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศ   ซึ่งล่าสุดเดินทางถึง จ.สงขลา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่น้องชาวใต้ ขณะที่ยอดบริจาคทะลุ 111 ล้านบาทแล้ว    เพลง ชีวิตยังคงสวยงาม ศิลปิน บอดี้สแลม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OYM9ovpRa_o  

 54,702
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 60

ปภ.ประสาน 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก ช่วง 6-9 พ.ย.นี้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก ในช่วง 6-9 พฤศจิกายนนี้ สั่งเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคใต้ตอนล่างได้เคลื่อนลงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง และทวีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชัน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 และเคลื่อนลงทะเลอันดามันในระยะต่อไป   ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง ฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และลมกระโชกแรง ประกอบกับมีฝนตกสะสมในพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยในช่วงวันที่ 6 – 8 พฤศจิกายน 2560 จะส่งผลกระทบใน 9 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานีรวมทั้งเกาะสมุย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จากนั้นช่วงวันที่ 7 – 9 พฤศจิกายน 2560 จะส่งผลกระทบใน 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ปภ. จึงได้ประสานพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว และเครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งนี้เน้นย้ำ หากสถานการณ์รุนแรง   เกินศักยภาพให้รายงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทันท่วงที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RoA_mRPJpBM

 4,062
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 60

อุตุฯประกาศ ฉ.4 เตือนรับมือพายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทย มีผลกระทบถึง 9 พ.ย.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "เรื่อง พายุ “ดีเปรสชัน” บริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 07 พฤศจิกายน 2560   เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (7 พ.ย. 60) พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทยตอนกลางมีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดชุมพรประมาณ 200 กิโลเมตร หรือละติจูด 9.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 101.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดชุมพรในวันนี้ (7 พ.ย. 60) และจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันพรุ่งนี้(8 พ.ย. 60)   ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีลมแรง และมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณภาคใต้ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง   คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้ ในช่วงวันที่ 7-8 พ.ย. 60 บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานีรวมทั้งเกาะสมุย และนครศรีธรรมราช   ในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. 60 ระนอง พังงา และภูเก็ต   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.   (ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zc_-7d-gZZg    

 6,507
สังคม-อาชญากรรม
06 พ.ย. 60

ปภ.เตือน ประจวบฯ-14 จว.ใต้ รับมือฝนตกหนัก 6-9 พ.ย.นี้

  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลันจากในตกหนัก ในช่วง 6-9 พฤศจิกายนนี้ สั่งเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับ กรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พบว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคใต้ตอนล่างได้เคลื่อนลงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง และทวีกำลังแรงเป็นพายุดีเปรสชัน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 และเคลื่อนลงทะเลอันดามันในระยะต่อไป ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง ฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และลมกระโชกแรง ประกอบกับมีฝนตกสะสมในพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยในช่วงวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2560 จะส่งผลกระทบใน 9 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานีรวมทั้งเกาะสมุย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จากนั้นช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2560 จะส่งผลกระทบใน 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล    ปภ. จึงได้ประสานพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว และเครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งนี้เน้นย้ำ หากสถานการณ์รุนแรงเกินศักยภาพให้รายงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและทันท่วงที   ข่าวที่เกี่ยวข้อง   </iframe</div>

 4,578
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 60

อุตุฯ ประกาศ ฉ.1 พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวไทย เตือน 'ใต้' รับมือฝนตกหนัก มีผลกระทบถึงวันที่ 9 พ.ย.นี้

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “ดีเปรสชัน” บริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560)"  ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 06 พฤศจิกายน 2560          เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (6 พ.ย. 60) หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ได้เคลื่อนลงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง และได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของจังหวัดนครศรีธรรมราชประมาณ 250 กิโลเมตร หรือละติจูด 7.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 102.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุด           ใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อน           ขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ย. 60) และจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีลมแรง และมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณภาคใต้ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง           คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้            ในช่วงวันที่ 6-8 พ.ย. 60 บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานีรวมทั้งเกาะสมุย นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส            ในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. 60 ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล           สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย           จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้                     ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.           

 30,893
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 60

อุตุประกาศเตือน ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงในภาคใต้ จากพายุด็อมเร็ย กระทบถึง 6 พ.ย.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “ด็อมเร็ย” (DAMREY) และฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560)" ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 06 พฤศจิกายน 2560   1.หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงยังคงปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรง   พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมีดังนี้ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณดังกล่าวควรงดออกจากฝั่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังคลื่นซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย   2. หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “ด็อมเร็ย” (Damrey) ได้สลายตัวแล้ว จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้   ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.   กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.   (ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ya29Rd3oJeA    

 4,012
ข่าวภูมิภาค
04 พ.ย. 60

ผู้ว่าฯ เมืองคอนสั่งเฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชม. หลังอุตุฯ เตือนภาคใต้ตอนล่างรับมือฝนถล่ม

ความคืบหน้าจากกรณีกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศพายุ “ด็อมเร็ย” ฉบับที่ 4 เตือนภาคใต้ตอนล่างรับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล    ล่าสุด นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอ เฝ้าระวังน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมเรือท้องแบนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่ถึงขณะนี้ทางจังหวัดยังไม่ได้รับรายงานว่ามีพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยแต่อย่างใด            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/GDT0j0GGXqs

 6,297
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ย. 60

ปัตตานี ฝนตกตลอดคืน-คลื่นสูงลมแรงเรือประมงจอดยาว สั่ง 12อ. เฝ้าระวังและงดเล่นทะเล

วันที่ 3 พย. ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศในพื้นที่ จ.ปัตตานี หลังจากกรมอุตุฯออกประกาศ 14 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน เนื่องจากฝนตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วม ขณะที่คลื่นลมแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง    โดยที่ จ.ปัตตานี ทั้ง 12 อำเภอ ท้องฟ้ามืดมีลมแรง และมีฝนตกลงมาต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ฝนยังคงตกลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรือประมงบริเวณท่าเทียบเรือปัตตานี ทั้งสองฟากฝังแม่น้ำปัตตานีไปจนถึงปากอ่าวต้องจอดลอยลำกว่า 500 ลำหลังจากคลื่นลมแรงไม่สามารถออกเรือได้ ในขณะที่คลื่นลมทะเลบริเวณอ่าวปัตตานี ยังคงมีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร และลมแรง พัดเข้าหาฝั่ง ทำให้เรือประมงขนาดกลางและขนาดเล็กยังคงต้องจอดเทียบท่า ส่วนเรือประมงที่ออกหาปลาต้องเร่งนำเรือเข้าเทียบและเร่งระบายสัตว์น้ำออกถึงแม้ว่าสัตว์น้ำที่จับได้ยังคงมีปริมาณน้อย แต่เพื่อความปลอดภัยจึงต้องนำเรือเข้าเทียบท่าก่อน   เช่นเดียวกับชาวประมงพื้นบ้านใน 6 อำเภอ คือ อ.เมือง หนองจิก ยะหริ่ง ปะนาเระ สายบุรี และไม้แก่น ต้องหยุดทำการประมงทันที เนื่องจากว่าทะเลมีคลื่นสูงและมีลมแรง ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านต้องนำเรือลากขึ้นมาจอดไว้ก่อน ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย    นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ย้ำเตือนให้ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานีและอำเภอลงพื้นที่แจ้งเตือนให้ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง เฝ้าระวังคลื่นลมแรง พื้นที่ลาบลุ่มอาจจะเกิดน้ำท่วมขัง นอกจากนี้ ยังแจ้งเตือนไม่ให้ลงเล่นน้ำทะเลเพื่อความปลอดภัย โดยให้ปักธงแดง เพื่อเตือน ผู้ที่จะลงเล่นน้ำด้วย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 3,989
ข่าวภูมิภาค
02 พ.ย. 60

มท.1 สั่ง ปภ.ประสาน 14 จังหวัดภาคใต้รับมือฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการ ปภ.ประสาน 14 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนัก เน้นย้ำ บริหารจัดการน้ำและระบายน้ำรวดเร็ว ควบคู่กับการดูแลผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่   มท.1 เปิดเผยว่า จากการติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง จะเคลื่อนตัวผ่านปลายแหลมญวนไปทางอ่าวไทย ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ในช่วงวันที่ 1 - 3 พฤศจิกายน 2560 อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและคลื่นลมแรง   จึงได้สั่งการ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสาน 14 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เตรียมพร้อมรับมือ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัยอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกด้าน โดยเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยเชิงรุก มุ่งเน้นการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำและแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อประสานให้หน่วยปฏิบัติเตรียมพร้อมรับมือ และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอพยพหนีภัยได้ทันท่วงที    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M4d-B8yYnE8  

 4,406
สังคม-อาชญากรรม
31 ต.ค. 60

ปภ.เร่งรับมือฝนหนักภาคใต้ 31 ต.ค.- 3 พ.ย.นี้ เผยน้ำท่วม ต.ค. 60 กระทบประชาชนกว่า 3 แสนคน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยยังมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 17 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ระบุตั้งแต่วันที่ 10-30 ตุลาคมที่ผ่านมา มีประชาชนได้รับผลกระทบรวมมากกว่า 3 แสนคน พร้อมรับมือฝนหนักภาคใต้ 31 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายนนี้   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์น้ำท่วมว่า ปัจจุบัน ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 17 จังหวัด ประกอบด้วย สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี หนองบัวลำภู ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี รวม 57 อำเภอ 390 ตำบล 2,154 หมู่บ้าน 110,627 ครัวเรือน    ขณะที่ภาพรวมความเสียหายจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชัน และการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 10-30 ตุลาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งในพื้นที่ 23 จังหวัด รวม 78 อำเภอ 2,785 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 125,372 ครัวเรือน 325,212 คน ผู้เสียชีวิต 10 ราย   ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังสู่ลำน้ำสายหลัก   ส่วนสถานการณ์ฝนในภาคใต้ จากการตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 31 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2560 ภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่จากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรง ซึ่งกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง หรือ กอปภ.ก. ได้ประสานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ เตรียมรับสถานการณ์    ล่าสุด กอปภ.ก. ได้ร่วมกับ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. จัดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยเผชิญเหตุ พร้อมทรัพยากรและเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เข้าประจำ ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามสถานการณ์ และ เตรียมพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมเป็นต้นไป   นอกจากนี้ ได้กำชับให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ประสานข้อมูลด้านสภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการในการป้องกัน แก้ไขปัญหา และให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ได้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมกำชับจังหวัดดำเนินการตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอย่างเป็นระบบ    (ภาพจากกรมอุตุนิยมวิทยา)

 2,815

Top