ค้นหา :

ผลการค้นหา "ภาคใต้"

ข่าวภูมิภาค
02 ธ.ค. 60

อุตุฯ ระบุภาคใต้ยังมีฝนตกต่อเนื่อง เตือนรับมือน้ำท่วมฉับพลัน

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีปริมาณฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยยังคงป้องกันและระวังอันตรายจากฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วย สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมอยู่แล้วต้องเฝ้าระวังต่อไปอีก ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย สำหรับประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง   ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมเกาะสุมาตรา ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีปริมาณฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/e35JUesbYv4

 15,208
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 60

น้ำท่วมปัตตานี-นครศรีธรรมราชยังวิกฤต ต้องโหนเชือกอพยพ ชาวบ้านท่ามกลางน้ำป่าเชี่ยวกราก

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ยังวิกฤตในหลายจุด โดยที่ จ.ปัตตานี มีหลายอำเภอได้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำปัตตานี และน้ำได้ขยายวงกว้างเข้ามาในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ทำให้บ้านเรือนและถนนถูกน้ำท่วม   ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช หลายจุดต้องปักธงแดง ต้องใช้วิธีอพยพประชาชนใน 7 อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ต้องโหนเชือกข้ามน้ำเชี่ยวด้วยความทุลักทุเล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W8y6Koii4po  

 5,108
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 60

น้ำท่วมใต้อ่วมหลายจุด ต้องประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน

เกิดน้ำท่วมหลายจุดในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ จ.ยะลา โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอยะหา อำเภอบันนังสตา อำเภอเมือง และอำเภอรามัน เช่นเดียวกับที่นครศรีธรรมราช สงขลา ทำให้บ้านเรือนของประชาชน พื้นที่การเกษตร เส้นทางสาธารณะ ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ทางการต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f7hWKqTVt0A  

 6,603
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 60

อ.ยะรังอ่วมหนัก! 6 ตำบล จมน้ำ สะพานชำรุด จนท.เร่งช่วยเหลือ

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดปัตตานีในช่วงบ่ายของวันนี้(วันที่ 29 พ.ย. 60 ) สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากระดับน้ำยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากน้ำเหนือจากจังหวัดยะลา ยังคงไหลบ่าลงในแม่น้ำปัตตานีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งสภาพอากาศยังคงมีฝนตกหนัก ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดกับแม่น้ำปัตตานี ในหลายอำเภอยังมีน้ำท่วมสูงจนถึงขั้นวิกฤติ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง   โดยผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ ม.2 บ.โต๊ะกาลี ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากมีระดับน้ำสูง 1 เมตร และบางแห่งที่เป็นที่ลุ่ม น้ำสูงกว่า 2 เมตร ทำให้บ้านเรือนราษฎรจำนวนกกว่า 30 หลัง ถนนทางเข้าออกจมอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้าน ต้องอยู่แต่ภายในบ้านเท่านั้น รอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยล่าสุดทาง นายโอฬาร บิลสัน นายอำเภอยะรัง พร้อมด้วย พ.อ.ภาคภูมิ นภากาศ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 ได้เดินลุยน้ำ นำถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มไปแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมสูง ที่ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น และเพื่อเป็นเสบียงไว้สำหรับรับประทาน ในช่วงที่ไม่สามารถออกจากบ้านได้ นอกจากนี้ กระแสน้ำที่แรงยังได้กัดเซาะคอสะพานที่ ม.4 บ.สุไหงบารู ต.คลองใหม่ จนทำให้ดินทรุดเป็นหลุมกว้าง 3 เมตรลึก 3 เมตร ทำให้รถไม่สามารถผ่านไปมาได้เพราะจะทำให้เกิดอันตราย เจ้าน้าที่จึงได้ปิดเส้นไว้ชั่วคราว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงชนบทจังหวัดปัตตานี ได้ระดมกำลังสร้างสะพานแบริ่งชั่วคราว ให้กับประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจรไปมา โดยคาดว่าสะพานแบริ่งจะแล้วเสร็จในวันนี้   สำหรับในพื้นที่ อ.ยะรัง ถูกน้ำเข้าท่วมทั้ง 12 ตำบลของ อ.ยะรัง โดยเฉพาะในพื้นที่ 6 ตำบล ได้แก่ ต.เขาตูม ต.คลองใหม่ ต.เมาะมาวี ต.ปิตุมุดี ต.ยะรัง และ ต.ประจัน ได้รับความเสียหายหนักสุด เนื่องจากอยู่ติดกับแม่น้ำปัตตานี และเป็นพื้นที่รองรับน้ำเหนือจากจังหวัดยะลาโดยตรง อีกทั้งเป็นพื้นที่อยู่ติดกับเขื่อนปัตตานี ซึ่งขณะนี้ ระดับน้ำในเขื่อนเออล้นปริงเวย์กว่า 15 เซนติเมตร ยิ่งทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ย่ำแย่ลงไปอีก   ในขณะที่ภาพรวมความเสียหายในพื้นที่ อ.ยะรังในขณะนี้ น้ำได้เข้าท่วมในพื้นที่ทั้งหมด ทั้ง 12 ตำบล หมู่บ้านได้รับผลกระทบ 72 หมู่บ้าน บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 2,170 ครัวเรือน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 5,575 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

 3,027
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 60

ปภ.สรุปสถานการณ์น้ำท่วม 7 จว.ภาคใต้ ยังอ่วม!

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 7 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ กว่า 3 แสนคน   นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เปิดเผยว่า จากอิทธิพลมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่วันที่ 25 –28 พฤศจิกายน 2560 ส่งทำให้เกิดน้ำไหลหลากในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ,ตรัง , นครศรีธรรมราช , ปัตตานี , สงขลา , นราธิวาส และ ยะลา รวม 63 อำเภอ 348 ตำบล 2,089 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 90,612 ครัวเรือน 316,041 คน เสียชีวิต 1 ราย   ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยแจกจ่ายถุงยังชีพตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานจังหวัดจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ตามแผนเผชิญเหตุ รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำและ เครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังสู่ลำน้ำสายหลักโดยเร็ว   อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาพอากาศ ร่วมกับหรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกสะสม ไปจนถึงวันที่ 1 ธันวาคมนี้ อาจเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล จึงสั่งการให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ และให้การช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดภัย ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,071
การเมือง
29 พ.ย. 60

ราชกิจจาฯออกประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคง 5 อำเภอสงขลา-ปัตตานี จากเหตุความไม่สงบ

วันที่ 28 พ.ย. 2560 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   โดยประกาศเรื่องนี้เริ่มประกาศครั้งแรกตั้งแต่ปี 2552 โดยมีผลครั้งละ 1 ปี และมีการประกาศต่ออายุซ้ำทุกปีในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนมาจนถึงปัจจุบัน จากสถานการณ์ที่ยังเกิดเหตุโจมตีและความไม่สงบในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา และ 1 อำเภอของ จ.ปัตตานี (อ่านประกาศครั้งแรกในปี 2552 คลิกที่นี่)   อนึ่ง ประกาศฉบับปี 2560 ที่เพิ่งเผยแพร่ลงราชกิจจานุเบกษา มีใจความว่า   ด้วยสถานการณ์ในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ซึ่งปรากฏเห็นชัดในรูปแบบของเหตุการณ์รุนแรง ทั้งนี้ ห้วงเวลาที่ผ่านมาได้มีการ ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นผล ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ระดับหนึ่ง   ดังนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการบริหารจัดการรักษาความสงบและความปลอดภัยให้มีเอกภาพและเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ยังคงต้องกําหนดมาตรการป้องกันไว้เช่นเดิม เพื่อมิให้สถานการณ์ขยายตัวลุกลาม หรือหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็วโดยไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ดังต่อไปนี้   1. ให้เขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร   2. ให้กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือหน่วยงานภายในที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมอบหมายให้เป็นศูนย์อํานวยการเป็นผู้รับผิดชอบในการป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และจัดทําแผนการดําเนินการในการบูรณาการ การกํากับ ติดตาม และเร่งรัดหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ดําเนินการให้เป็นไปตามแผนที่กําหนด   3. เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ การป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไข หรือบรรเทาเหตุการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ให้บรรดาประกาศ คําสั่ง หรือการดําเนินการใดที่กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรกําหนดขึ้น หรือการปฏิบัติการใดของศูนย์อํานวยการ หน่วยงาน พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้ใดที่ได้รับมอบหมายจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2559 ซึ่งมีผลใช้บังคับในเขตพื้นที่อําเภอแม่ลาน จังหวัดปัตตานี และอําเภอจะนะ อําเภอนาทวี อําเภอเทพา และอําเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ยังคงมีผลใช้บังคับโดยต่อเนื่อง จนกว่าจะมีการกําหนดเป็นอย่างอื่น   ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561   ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HuzXREcAqDw    

 14,582
เศรษฐกิจ
29 พ.ย. 60

ครม.เห็นชอบแผนพัฒนาภาคใต้ สั่งส่วนราชการใช้ยางพาราเพิ่ม

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่12 ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เสนอ โดยจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของภาคใต้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลก   โดยจะส่งเสริมธุรกิจต่อเนื่องในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของภาครวมถึงการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวหลักให้เป็นสมาร์ทซิตี้ เช่นที่ จ.ภูเก็ต นอกจากนี้จะต้องพัฒนาระบบขนส่งมวลชนตามเมืองใหญ่ พัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งใหม่ของประเทศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน   พร้อมออกนโยบายแก้ปัญหายางพารา ด้วยการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในส่วนราชการให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความสมดุลกับผลผลิตที่ออกมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FC3vK1Gn360

 7,048
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 60

ครม.อนุมัติ อัตรากำลังครู 5 จว.ชายแดนใต้ สร้างแรงจูงใจให้บุคคลากรในพื้นที่

รัฐบาลอนุมัติกรอบงบประมาณ อัตรากำลังของบุคลากรอาจารย์ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้ โดยสร้างแรงจูงใจให้บุคคลากรในพื้นที่ 5 จังหวัด ชายแดนใต้ได้คะแนนพิเศษเพิ่มร้อยละ 5 เพื่อ พัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว   พันเอกอธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรอบการอนุมัติกรอบงบประมาน 2561-2564 กว่า อัตรากำลังของบุคลากรอาจารย์ ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้ เนื่องจากมีกำลังคนไม่เพียงพอกับภาระงานที่อยู่ปฎิบัติอยู่จริง และส่วนหนึ่งเกิดจากความเสี่ยงในการทำงานในพื้นที่ สำหรับวิทยาลัยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ อัตรากำลังพนักงาน ฝ่ายวิชาการทั้งหมด 374 อัตรา ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 138.88 ล้านบาท   ทั้งนี้เพื่อทำให้การศึกษามีประสิทธิภาพในระยะยาว สำหรับเงื่อนไขในสายวิชาที่คาดแคลนให้สอดคล้องกับในภาครวมโดยจะเปิดให้บุคคลทั่วไป และเป็น เป็นแรงจูงใจให้คนในพื้นที่มาสมัครใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ นราธิวาส,สงขลา,ปัตตานี,ยะลา และสตูล โดยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ไม่น้อยกว่า 1 ปี จะมีคะแนนภายหลังการสอบเพิ่มขึ้นอีก ร้อยละ 5 โดยเงื่อนไข ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องประจำอยู่ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10 ปี โดยไม่มีการโอนย้ายออกนอกพื้นที่ สำหรับกรอบอัตรากำลังคนเพิ่มเติม ในสาขามนุษยศาสตร์,สาขาสังคมศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งแต่ละมหาลัยในพื้นที่ก็จะมีอัตราความต้องการไม่เท่ากัน       

 6,207
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 60

น้ำท่วมภาคใต้ยังวิกฤต น้ำป่าทะลักนราธิวาส-ดินสไลด์กำแพงถล่มทับหลังคา ร.ร.ยะลา

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ ยังวิกฤตในหลายพื้นที่ โดยที่ จ.นราธิวาส เกิดฝนตกลงมาเป็นช่วงๆ ส่งผลทำให้น้ำป่าบนเทือกเขาบูโดสุไหงปาดี ในพื้นที่ อ.บาเจาะ ที่สะสมกันเป็นเวลานาน 4 วัน ได้ไหลทะลักลงมาจากเทือกเขาผ่านโขดหินหน้าผาชั้นที่ 4 ของน้ำตกปาโจ ซึ่งมีความสูง 60 เมตร แถมกระแสน้ำมีความรุนแรงจนน่าสะพรึงกลัว และเป็นอันตรายต่อชีวิตของนักท่องเที่ยวได้   นอกจากนี้ยังมีปริมาณน้ำท่วมขังในพื้นที่ราบลุ่มที่รอระบายลงสู่คลองตันหยงมัส ทำให้ถนนหนทางภายในหมู่บ้าน บ้านเรือนของประชาชนและมัสยิด มีน้ำท่วมขังสูงกว่าในช่วงเช้าประมาณ 10 ถึง 20 ซม.   ที่ จ.ยะลา เกิดดินสไลด์จนทำให้กำแพงบ้านของชาวบ้านพังไปทับหลังคาของโรงอาหารโรงเรียนธีรวิทยา ได้รับความเสียหาย   จากการสอบถามเจ้าของบ้านทราบว่าเมื่อช่วงกลางดึกขณะที่ฝนตก ก่อนได้ยินเสียงดัง เมื่อตรวจสอบพบว่ากำแพงบ้านด้านหลังซึ่งอยู่ติดกับโรงอาหารของโรงเรียนธีรวิทยา ได้พังลงไปทับหลังคาของโรงอาหารได้รับความเสียหาย แต่ยังโชคดีที่เหตุเกิดในเวลากลางคืนเลยทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หากเหตุเกิดในเวลากลางวันคาดว่าคงต้องมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน   ขณะที่ จ.ตรัง ญาติๆและลูกหลานร่วมกันเคลื่อนย้ายศพ นายทอง หรือทวดทอง คงแก้ว ทวด 3 แผ่นดิน วัย 91 ปี ท่ามกลางน้ำที่ไหลทะลักเข้าท่วมบริเวณวัด โดยระดับสูงที่ประมาณ 60 ซม.แต่วันนี้เป็นวันฌาปนกิจศพ จึงจำเป็นต้องหามหีบศพออกจากศาลากลางวัดไปยังเมรุซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และทุลักทุเลเต็มที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QkGvOW4I-rU  

 7,163
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 60

อุตุฯเตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนักและคลื่นลมแรง กระทบถึง 1 ธ.ค.60

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2560)" ฉบับที่ 23 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560   ในช่วงวันที่ 28 พ.ย.- 1 ธ.ค. 2560 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านภาคใต้ตอนล่าง และทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นอย่างต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนเตรียมการป้องกันและระวังอันตรายจากสภาวะอากาศดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย   พื้นที่ที่คาดว่าได้รับผลกระทบมีดังนี้ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ในช่วงวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2560 บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามัน   มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 และสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZYNlg2bSMTI    

 6,506
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 60

ใต้ยังอ่วม! ฝนถล่มหนัก น้ำป่าไหลทะลักท่วมฉับพลัน

น้ำป่าไหลทะลักในพื้นที่น้ำตกอ้ายเขียว น้ำตกพรหมโลก ใน อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช จนเกิดน้ำป่าขุ่นแดงไหลเชี่ยวกรากอย่างรุนแรง ด้านเจ้าหน้าที่ประกาศเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เชิงเขาเตรียมรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก     ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วม อควนขนุน จ.พัทลุง เริ่มเข้าขั้นวิกฤต หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด เขตอุทยานแห่งชาติเขาปู่ เขาย่า  อ.ศรีบรรพต  ไหลหลากลงไปสมทบกับน้ำฝน ทำให้น้ำฝายท่าแนะล้นสปริงเวย์  เข้าท่วม ต.ชะมวง ดอนทราย ควนขนุน ปันแต โตนดด้วน และต.มะกอกเหนือ  นอกจากนี้น้ำยังไหลหลาก เข้าท่วมถนนสายรองและสายหลักโดยเฉพาะสายเอเชีย 41 ฝั่งขาขึ้นน้ำท่วมผิวถนนระยะทางยาวกว่า 400 เมตร และถนนสายรอง จากแยกโพธิ์ทองไปยังตัว อ.ควนขนุน ระยะทางยาวกว่า 800 เมตร                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/45LgLVNCp9s  

 3,715
ข่าวภูมิภาค
23 พ.ย. 60

ปภ.ติดตั้งเรือผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำ 5 อ. เพชรบุรี เตือน 11ภ.ใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

           กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดเพชรบุรี ได้รับผลกระทบรวม 5 อำเภอ เบื้องต้นเร่งติดตั้งเรือผลักดันน้ำ 74 เครื่อง เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมยังมีคำเตือนถึง 11 จังหวัดภาคใต้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันไปจนถึงวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้   กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ล่าสุด มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 5 อำเภอ โดยจุดสำคัญ คือ 4 ตำบลของพื้นที่อำเภอเมือง ได้แก่ ต.บ้านหม้อ,ต.ท่าราบ,ต.คลองกระแซง และ ต.บ้านกุ้ม ที่มีน้ำเออล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน              ส่วนอีก 4 อำเภอมีน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร ได้แก่ อ.บ้านลาด,อ.บ้านแหลม,อ.ชะอำ และ อ.ท่ายาง ซึ่งขณะนี้ ได้ติดตั้ง รถสูบน้ำจำนวน 4 คัน พร้อมเรือผลักดันน้ำรวม 74 เครื่อง ที่สนับสนุนจาก ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือและกรมชลประทาน เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกจากพื้นที่    อย่างไรก็ตาม จากการติดตามสภาอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักมากในบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากดินถล่ม และลมกรรโชกแรง ในช่วงวันที่ 23 ถึง 28 พฤศจิกายน บริเวณพื้นที่ภาคใต้รวม 11 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช,พัทลุง,สงขลา,ปัตตานี,ยะลา,นราธิวาส,ภูเก็ต,กระบี่,ตรัง และ สตูล    ดังนั้นปภ.จึงกำชับในพื้นที่เสี่ยงเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยจัดเจ้าหน้าที่ติตตามสภาพอากาศตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมชุดเคลื่อนที่เร็วและอุปกรณ์ประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัย ทั้งนี้กรณีฝนตกหนักและมีสิ่งบ่งชี้จะเกิดสาธารณภัย ให้พิจารณาอพยพในจุดปลอดภัย และปฏิบัติตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 5,463
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ย. 60

"ตูน" เจ็บข้อเท้า หยุดวิ่ง 2 วัน ระยะทางวิ่งล่าสุดถึงเกือบพ้นภาคใต้แล้ว

  วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 ที่แหลมแท่น โฮมบีช รีสอร์ท ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” และทีมงานโครงการก้าวคนละก้าว ได้เริ่มออกวิ่ง SET ที่ 1 ของการวิ่งวันที่ 22 เพื่อมุ่งหน้าสู่จุดพักคือ อู่ช่างธร ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ระยะทางประมาณ 15.7 กิโลเมตร ซึ่งระหว่างทางที่วิ่งผ่านมีประชาชนในพื้นที่และอำเภอใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก มารอต้อนรับและร่วมบริจาคเงินอยู่เป็นระยะๆ    จนเวลา 7.30 น.ตูนและทีมงานได้วิ่งถึงจุดพักอู่ช่างธร แต่ตูนเริ่มมีอาการเจ็บขาบริเวณน่อง แพทย์ที่ติดตามต้องตรวจเช็ค ก่อนฉีดสเปรย์บรรเทาความเจ็บปวดให้ โดยมีประชาชนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ มารอต้อนรับเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้น ยังมีศิลปินนักร้องลูกทุ่งชาวใต้ชื่อดังคือ “เอกชัย ศรีวิชัย” และทีมงาน เดินทางนำธนบัตรที่ร้อยเป็นพวงมาลัยมาคล้องคอให้กำลังใจตูนด้วย   โดย “เอกชัย ศรีวิชัย” เปิดเผยสั้นๆ ก่อนสวมธนบัตรร้อยเป็นพวงมาลัยให้ตูนว่า ตั้งใจมาให้กำลังใจตูนและทีมงาน พร้อมขอร่วมบริจาคเงินช่วย 11 โรงพยาบาลด้วย และในฐานะที่เป็นชาวใต้ซึ่งถือเป็นเจ้าของบ้าน ก็อยากมาส่งตูนและทีมงานที่กำลังจะพ้นจาก จ.ชุมพร ที่ถือเป็นจังหวัดสุดท้ายของภาคใต้ ก่อนที่ตูนจะวิ่งเข้าสู่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ต่อไป ส่วนที่ถามว่าตนจะเข้าร่วมวิ่งกับตูนและทีมงานด้วยหรือไม่ คิดว่าคงไม่ไหวแน่เพราะตนอายุมากแล้ว ทุกวันนี้แม้แต่เดินยังต้องให้คนจูงอยู่เลย ทันทีที่พูดจบก็เรียกเสียงฮาจากประชาชนที่มาร่วมต้อนรับได้ทันที   จากนั้นในช่วงสาย ในการวิ่งเซตที่สองออกสตาร์ทจากอู่ช่างธร หมู่บ้านบนไร่ อำเภอปะทิว ระยะทางเซตนี้ประมาณ 10.3 กิโลเมตรไปสิ้นสุดที่โรงเรียนวัดบางแหวน และจะเสร็จสิ้นการวิ่งวันนี้ด้วยการเข้าสู่อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การวิ่งเซตนี้ต้องวิ่งท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนจัด แต่ตูนก็มี โดม-ปกรณ์ ลัม เพื่อนศิลปินนักร้องมาร่วมวิ่งด้วย และยังมี ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ดาราช่อง 3 ซึ่งอยู่ในคณะก้าวเป็นวันที่สองแล้วมาร่วมบรรยายในเพจก้าวด้วย   อย่างไรก็ตามก่อนถึงโรงเรียนบ้านบางแหวน 5 กิโลเมตร ตูนมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาจนต้องเรียกแพทย์เข้ามาเช็คอาการโดยด่วน แต่เจ้าตัวยังกัดฟันวิ่งประคองตัวเองในช่วงท้ายเข้าไปยังจุดพักที่โรงเรียนบ้านบางแหวนได้ในที่สุด ขณะเดียวกันนายอิทธิพล สมุทรทอง นักวิ่งที่วิ่งเคียงคู่ตูนมาตลอดตั้งแต่เบตง ก็มีอาการบาดเจ็บและล้าเช่นกัน ทำให้ต้องเดินตามหลังขบวนเข้าที่พัก   เมื่อถึงโรงเรียนวัดบางแหวน ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ตูนได้เข้ามอบทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนโรงเรียนวัดบางแหวน หลังจากพักการวิ่งและให้คุณหมอดูอาการบาดเจ็บที่ขา เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งในระหว่างพักนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนักนานกว่า 1 ชั่วโมง และได้เข้ามอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 2 ทุน ได้แก่ ด.ช.ณัฐพงศ์ โรจนชัชวาล และ ด.ญ.สุพรรณษา เพ็งจันทร์ นอกจากนี้ยังมอบทุนสนับสนุนโรงเรียน จำนวน 50,000 บาท โดยมีนายเอกชัย จันทร์มี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางแหวนเป็นผู้รับมอบ โดยขณะที่มอบทุนและรับมอบเงินบริจาคจากหน่วยงานต่างๆ ตูนก็มีอาการเจ็บขาอยู่ตลอด แต่ทนและยิ้มแย้ม พร้อมกับถ่ายวีดิโอ ขณะที่เด็กๆส่งเสียงให้กำลังใจว่า พี่ตูนสู้ๆ    ในที่สุด ตูนก็เผยว่า เนื่องจากอาการบาดเจ็บขา ทำให้ต้องพักร่างกายเป็นเวลา 2 วัน โดยจะกลับมาเริ่มต้นวิ่งที่ โรงเรียนวัดบางแหวน แห่งนี้อีกครั้งในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2560    สำหรับการวิ่งโครงการก้าวคนละก้าวตอนนี้วิ่งมาแล้ว 22 วัน เป็นระยะทางกว่า 850 กิโลเมตร ยอดบริจาคล่าสุดอยู่ที่ 317 ล้านบาท

 12,524
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ย. 60

อุตุฯ เตือน 10 จว.ใต้ ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน ชี้เหนือ-อีสานอุณหภูมิลดลงต่ำสุด 4 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยจะมีฝนบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลและรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย  สำหรับภาคใต้ตอนบนมีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันพรุ่งนี้ (23 พ.ย.60) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิลดลงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคเหนืออุณหภูมิลดลงในระยะต่อไป ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันจะมีกำลังแรง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 23-28 พ.ย. 60   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็น โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และตาก  อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 13,136
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 60

อุตุฯ เตือน สงขลา-ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีฝนมากกว่าบริเวณอื่น และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนล่างของภาค ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก รวมทั้งฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก   ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกและภาคกลางตอนล่าง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า ในขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศมาเลเซียและช่องแคบมะละกาประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนมากกว่าบริเวณอื่น และมีฝนตกหนักบางแห่งทางตอนล่างของภาค อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 18-21 พ.ย. 2560 ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะเย็นลง โดยอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง และคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า  โดยมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า  โดยมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีหมอกในตอนเช้า  โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีหมอกในตอนเช้า  โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดสระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และชลบุรี  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่  และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่  และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า  โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 4,228

Top