ค้นหา :

ผลการค้นหา "พิษณุโลก"

ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

คลิปลมแรงพัดกิ่งปาล์ม หล่นใส่สาวขี่จยย.จนล้มคว่ำ โชคดีได้หมวกกันน็อกช่วยชีวิต

พิษณุโลก-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก วันวาน ยังวานอยู่ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ จากกล้องหน้ารถ ขณะขับรถจากสะพานนเรศวร มุ่งหน้าขึ้นสะพานสูง   ขณะที่หญิงสาวรายหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟสีแดงดำ แซงหน้ารถที่มีกล้องหน้ารถขึ้นสะพานไป ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ เริ่มมีกระแสลมพัดแรง ท้องฟ้ามืดครึ้ม จู่ๆ ก้านใบต้นปาล์ม ที่ปลูกไว้เชิงสะพาน ได้หลุดปลิวเข้าใส่ คนขี่ จยย. อย่างรวดเร็ว   ทำให้รถเสียหลัก และสะบัดไปมาก่อนที่รถจะล้ม ร่างกระแทกพื้น และศีรษะที่สวมใส่หมวกกันน็อกไปกระแทกกับเกาะกลางถนน จึงทำให้ผู้ขี่ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ รวมถึงผู้ขับขี่รถที่มีกล้องหน้ารถบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ทั้งหมด ได้ลงไปช่วยเหลือในทันที   ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผู้ที่พบเห็นคลิปเหตุการณ์นี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หมวกกันน็อกสามารถช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้เป็นอย่างมาก เพราะหากผู้ขับขี่ไม่สวมใส่หมวกกันน็อกก็อาจจะเสียชีวิตได้ รวมถึงยกย่องสติในการขับขี่ของผู้ที่ขับขี่ตามมาสามารถหยุดรถได้ทัน และยังลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วย   พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้ริมถนน ควรหมั่นตัดแต่งกิ่งไม้ให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนนเพราะหากเกิดลมพัดแรงขึ้นมาก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุ จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินขึ้นมาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/6ZUESqWh3FA

 4,666
สังคม
08 ต.ค. 62

คลิปลมแรงพัดกิ่งปาล์ม หล่นใส่สาวขี่จยย.จนล้มคว่ำ โชคดีได้หมวกกันน็อกช่วยชีวิต

พิษณุโลก-ผู้ใช้เฟซบุ๊ก วันวาน ยังวานอยู่ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ จากกล้องหน้ารถ ขณะขับรถจากสะพานนเรศวร มุ่งหน้าขึ้นสะพานสูง   ขณะที่หญิงสาวรายหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟสีแดงดำ แซงหน้ารถที่มีกล้องหน้ารถขึ้นสะพานไป ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ เริ่มมีกระแสลมพัดแรง ท้องฟ้ามืดครึ้ม จู่ๆ ก้านใบต้นปาล์ม ที่ปลูกไว้เชิงสะพาน ได้หลุดปลิวเข้าใส่ คนขี่ จยย. อย่างรวดเร็ว   ทำให้รถเสียหลัก และสะบัดไปมาก่อนที่รถจะล้ม ร่างกระแทกพื้น และศีรษะที่สวมใส่หมวกกันน็อกไปกระแทกกับเกาะกลางถนน จึงทำให้ผู้ขี่ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ รวมถึงผู้ขับขี่รถที่มีกล้องหน้ารถบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ทั้งหมด ได้ลงไปช่วยเหลือในทันที   ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ผู้ที่พบเห็นคลิปเหตุการณ์นี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หมวกกันน็อกสามารถช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้เป็นอย่างมาก เพราะหากผู้ขับขี่ไม่สวมใส่หมวกกันน็อกก็อาจจะเสียชีวิตได้ รวมถึงยกย่องสติในการขับขี่ของผู้ที่ขับขี่ตามมาสามารถหยุดรถได้ทัน และยังลงไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วย   พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้ริมถนน ควรหมั่นตัดแต่งกิ่งไม้ให้เกิดความปลอดภัยบนท้องถนนเพราะหากเกิดลมพัดแรงขึ้นมาก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุ จนเป็นสาเหตุทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินขึ้นมาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/6ZUESqWh3FA

 4,666
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ย. 62

เจออีก! โครตเหล็กไหล มรดกตกทอดจากฝั่งลาว มีจระเข้จำศีลนอนเฝ้า

พิษณุโลก-นายคณาธิป นาทิพย์ เปิดเผยถึงการครอบครองก้อนเหล็กไหล หรือ โคตรเหล็กไหล มีลักษณะคล้ายก้อนหินมีหยดสีดำมันวาว สภาพแข็ง ถูกจัดวางไว้บนพาน ด้านหน้าพระบูชาหลวงปู่มั่น มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5 กิโลกรัม และบริเวณข้างๆ พานเหล็กไหล มีน้ำผึ้งบรรจุขวดอีกด้วย   ทั้งนี้ระบุว่าเหล็กไหลดังกล่าวเป็นสมบัติของปู่ ย่า ที่ให้สืบทอดกันมา มีหลานของนายคณาธิปเป็นผู้ให้น้ำผึ้งกับเหล็กไหลทุกวัน เนื่องจากพบว่า ก้อนเหล็กไหลโตขึ้น เพราะมีรากนับแต่บูชาเหล็กไหลมา ก็มี แต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในชีวิต เคยถูกหวยบ้างเล็กๆ น้อย   ซึ่งผู้มีบุญวาสนาได้ครอบครอง เป็นของบรรพบุรุษครอบครองกันมานานแล้ว ได้มาจากฝั่งสปป.ลาว นับตั้งแต่บูชาเหล็กไหล ก็มีแต่สิ่งดีขึ้นกับชีวิตตนและครอบครัว ที่ผ่านมาเคยมีคนขอแบ่งไป ตนก็ท้าให้ลองแกะดู ผลลัพธ์คือ งัดหรือบิด ก้อนเหล็กไหลไม่ออก เนื่องจากแข็งมาก มีเพียงไม่กี่คนที่มีบุญวาสนาขอแบ่งไปได้แค่เศษเล็กๆ น้อยเท่านั้น   ทุกวันพระหรือทุก 15 ค่ำ จะนำก้อนเหล็กไหล ออกมารับแสงจันทร์ และอาบน้ำผึ้ง เพื่อเป็นการบูชาเหล็กไหล เพื่อให้บุญบารมีของธาตุเหล็กไหลแผ่ขยายให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข โดยขณะนี้มีจระเข้ที่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านมายาวนานหลายสิบปีนอนเฝ้าจำศีลในห้องพระและเหล็กไหลนี้ด้วย   ส่วนที่นักการเมืองที่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 700 ล้านบาทนั้น ตนไม่ขอ วิจารณ์ ไม่ทราบเรื่องราคา แต่มั่นใจว่า ธาตุเหล็กไหลที่ตนครอบครองและบูชาอยู่นั้นเป็นเพราะ คนมีบุญและวาสนาเท่านั้นที่ได้มา ยืนยันว่าราคาคงประเมินค่ามิได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JrV0oyIY_4E

 16,637
สังคม
25 ก.ย. 62

เจออีก! โครตเหล็กไหล มรดกตกทอดจากฝั่งลาว มีจระเข้จำศีลนอนเฝ้า

พิษณุโลก-นายคณาธิป นาทิพย์ เปิดเผยถึงการครอบครองก้อนเหล็กไหล หรือ โคตรเหล็กไหล มีลักษณะคล้ายก้อนหินมีหยดสีดำมันวาว สภาพแข็ง ถูกจัดวางไว้บนพาน ด้านหน้าพระบูชาหลวงปู่มั่น มีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5 กิโลกรัม และบริเวณข้างๆ พานเหล็กไหล มีน้ำผึ้งบรรจุขวดอีกด้วย   ทั้งนี้ระบุว่าเหล็กไหลดังกล่าวเป็นสมบัติของปู่ ย่า ที่ให้สืบทอดกันมา มีหลานของนายคณาธิปเป็นผู้ให้น้ำผึ้งกับเหล็กไหลทุกวัน เนื่องจากพบว่า ก้อนเหล็กไหลโตขึ้น เพราะมีรากนับแต่บูชาเหล็กไหลมา ก็มี แต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในชีวิต เคยถูกหวยบ้างเล็กๆ น้อย   ซึ่งผู้มีบุญวาสนาได้ครอบครอง เป็นของบรรพบุรุษครอบครองกันมานานแล้ว ได้มาจากฝั่งสปป.ลาว นับตั้งแต่บูชาเหล็กไหล ก็มีแต่สิ่งดีขึ้นกับชีวิตตนและครอบครัว ที่ผ่านมาเคยมีคนขอแบ่งไป ตนก็ท้าให้ลองแกะดู ผลลัพธ์คือ งัดหรือบิด ก้อนเหล็กไหลไม่ออก เนื่องจากแข็งมาก มีเพียงไม่กี่คนที่มีบุญวาสนาขอแบ่งไปได้แค่เศษเล็กๆ น้อยเท่านั้น   ทุกวันพระหรือทุก 15 ค่ำ จะนำก้อนเหล็กไหล ออกมารับแสงจันทร์ และอาบน้ำผึ้ง เพื่อเป็นการบูชาเหล็กไหล เพื่อให้บุญบารมีของธาตุเหล็กไหลแผ่ขยายให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข โดยขณะนี้มีจระเข้ที่เลี้ยงไว้เฝ้าบ้านมายาวนานหลายสิบปีนอนเฝ้าจำศีลในห้องพระและเหล็กไหลนี้ด้วย   ส่วนที่นักการเมืองที่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 700 ล้านบาทนั้น ตนไม่ขอ วิจารณ์ ไม่ทราบเรื่องราคา แต่มั่นใจว่า ธาตุเหล็กไหลที่ตนครอบครองและบูชาอยู่นั้นเป็นเพราะ คนมีบุญและวาสนาเท่านั้นที่ได้มา ยืนยันว่าราคาคงประเมินค่ามิได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JrV0oyIY_4E

 16,637
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 62

นักเรียนชาย ม.4 จมน้ำเสียชีวิตคาสระว่ายน้ำ สนามกีฬาพิษณุโลก

พิษณุโลก-เกิดเหตุนายณัฐกิตติ์ สูงตรง หรือเจปลื้ม อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ จมน้ำเสียชีวิตที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก ขณะที่ไปฝึกว่ายน้ำกับเพื่อนๆ แล้วหายไปนานกว่า 30 นาที จนกระทั่งมีนักว่ายน้ำมาพบกลายเป็นศพจมอยู่ก้นสระ   จากการตรวจสอบพบว่า ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำขนาดความยาว 25 เมตร ลึกประมาณ 2-3 เมตร โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์ได้นำร่างของเด็กนักเรียนขึ้นมาทำการปั๊มหัวใจก่อนแล้ว มาทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลที่พาบุตรหลานมาว่ายน้ำเช่นกัน ขณะนั้นชีพจรไม่มีแล้วถึงแม้จะทำการปั๊มหัวใจเป็นเวลานานกว่า 40 นาที จึงรีบให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลพุทธชินราชเร่งนำส่งไปรักษาที่ห้องฉุกเฉินสุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ ซึ่งคาดว่าระหว่างที่มาเล่นน้ำอาจจะเป็นตะคริวจนไม่สามารถว่ายน้ำช่วยเหลือตนเองได้ และไม่มีใครสังเกตเห็นตอนที่จมน้ำจึงจมน้ำเสียชีวิตในที่สุด   ทางครอบครัวได้แต่ฝากเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์ของผู้ปกครอง อยากให้ลูกตนเองเป็นคนสุดท้ายไม่อยากให้เกิดเหตุสลดใจเช่นนี้กับใครอีก และขอให้ทางผู้ดูแลติดกล้องวงจรปิด หรือมีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดคอยดูแลขณะที่มีผู้มาใช้สระว่ายน้ำเพราะสถานที่ของราชการ และทำความสะอาดสระว่ายน้ำให้สะอาดให้น้ำใสสะอาดกว่านี้จะได้มองเห็นพื้นก้นสระ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DtQnKbsA9w8

 3,231
อาชญากรรม
19 ก.ย. 62

นักเรียนชาย ม.4 จมน้ำเสียชีวิตคาสระว่ายน้ำ สนามกีฬาพิษณุโลก

พิษณุโลก-เกิดเหตุนายณัฐกิตติ์ สูงตรง หรือเจปลื้ม อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคเหนือ จมน้ำเสียชีวิตที่สนามกีฬากลางจังหวัดพิษณุโลก ขณะที่ไปฝึกว่ายน้ำกับเพื่อนๆ แล้วหายไปนานกว่า 30 นาที จนกระทั่งมีนักว่ายน้ำมาพบกลายเป็นศพจมอยู่ก้นสระ   จากการตรวจสอบพบว่า ที่เกิดเหตุเป็นสระน้ำขนาดความยาว 25 เมตร ลึกประมาณ 2-3 เมตร โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์ได้นำร่างของเด็กนักเรียนขึ้นมาทำการปั๊มหัวใจก่อนแล้ว มาทราบภายหลังว่าเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลที่พาบุตรหลานมาว่ายน้ำเช่นกัน ขณะนั้นชีพจรไม่มีแล้วถึงแม้จะทำการปั๊มหัวใจเป็นเวลานานกว่า 40 นาที จึงรีบให้เจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลพุทธชินราชเร่งนำส่งไปรักษาที่ห้องฉุกเฉินสุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเอาไว้ได้ ซึ่งคาดว่าระหว่างที่มาเล่นน้ำอาจจะเป็นตะคริวจนไม่สามารถว่ายน้ำช่วยเหลือตนเองได้ และไม่มีใครสังเกตเห็นตอนที่จมน้ำจึงจมน้ำเสียชีวิตในที่สุด   ทางครอบครัวได้แต่ฝากเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์ของผู้ปกครอง อยากให้ลูกตนเองเป็นคนสุดท้ายไม่อยากให้เกิดเหตุสลดใจเช่นนี้กับใครอีก และขอให้ทางผู้ดูแลติดกล้องวงจรปิด หรือมีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดคอยดูแลขณะที่มีผู้มาใช้สระว่ายน้ำเพราะสถานที่ของราชการ และทำความสะอาดสระว่ายน้ำให้สะอาดให้น้ำใสสะอาดกว่านี้จะได้มองเห็นพื้นก้นสระ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DtQnKbsA9w8

 3,231
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

อีสาน-เหนือยังจมบาดาล เฝ้าระวังน้ำเหนือไหลลงภาคกลาง

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือและอีสาน จากปลกระทบของพายุโพดุลและคาจิกิในเวลาต่อเนื่องกัน ส่งผลให้เกิดความเสียหายแล้ว 5,000-8,000 ล้านบาท ยังต้องเฝ้าระวังมวลน้ำภาคเหนือไหลลงสู่ภาคกลาง ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในลุ่มพื้นที่ภาคกลาง   ที่ จ.พิษณุโลก มวลน้ำสุโขทัยประมาณ 200 ล้าน ลบ.ม. หลากเข้าทุ่งบางระกำ ชาวบ้านได้รับผลกระทบแล้ว 100 หลังคาเรือน ซึ่งพื้นที่ลุ่มต่ำใน โครงการบางระกำโมเดล สามารถรองรับน้ำได้อีก ถึง 550 ล้าน.ลบ.ม.เบื้องต้นทางชลประทานก็เสริมคันดินตลิ่งแม่น้ำยมสายเก่ามิให้ท่วมบ้านเรือน พร้อมกับติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดลุ่มต่ำ และจะมีการจูงน้ำที่มาครั้งนี้ให้เข้าทุ่งบางระกำให้มากที่สุด   ส่วนที่ จ.อุบลราชธานี เขื่อนสิรินธรมีความจำเป็นจะต้องระบายน้ำ โดยจะทำการเปิดประตูระบายน้ำในวันที่ 5 ก.ย.62 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราไหลและระดับน้ำท้ายเขื่อนมีความสูงขึ้น จึงขอแจ้งเตือนประชาชนที่มีเรือแพ หรือ สิ่งปลูกสร้างในลำโดมน้อนเตรียมป้องกันทรัพย์สินที่อาจจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำดังกล่าวด้วย   ขณะที่ลำปาง ฝนตกต่อเนื่อง ทำให้เกิดดินสไลด์ตัว บนถนนสายลำปาง - เด่นชัย แพร่ ขาออกจากจังหวัดลำปาง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 448-449 บริเวณช่องเขาขาด กิ่วพระเจ้า บ้านผาลาด ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง ซึ่งเบื้องต้นยังไม่สามารถ กำหนดเวลาการเปิดเส้นทางการจราจรได้ เพราะต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QW7rVMZi1ts

 596
การเมือง
05 ก.ย. 62

นายกฯลงตรวจน้ำท่วมสุโขทัย-พิษณุโลก แนะเปลี่ยนอาชีพเลี้ยงปลาแทนปลูกข้าว

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.พิษณุโลกและสุโขทัย ระบุพระบาทสมเด็จพระเจ้ายู่หัว ทรงห่วงประชาชนประสบอุทกภัย รับสั่งไปดูแลประชาชนดีที่สุด   โดยนายกฯได้มอบนโยบายให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือพร้อมกำชับเรื่องพื้นที่กักเก็บน้ำ ให้หาแนวทางคุยกับเอกชนที่มีพื้นที่ เพื่อจัดทำทำพื้นที่กักเก็บน้ำใน โครงการต่างๆเพื่อบริหารจัดการน้ำ พร้อมแนะประชาชนปรับเปลี่ยนอาชีพ พื้นที่น้ำท่วมเลี้ยงปลาแทนการทำนาปลูกข้าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PwuyCArFmK0

 2,835
การเมือง
04 ก.ย. 62

นายกฯสั่งทุกหน่วยงานช่วยน้ำท่วม เตรียมลงพื้นที่สุโขทัย-พิษณุโลก วันนี้

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยได้เตรียมการรับมือพายุโซนร้อน คาจิกิ แล้วซึ่งรัฐบาลมีประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ได้ย้ำเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งเตรียมการแก้ไขปัญหาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป   ในส่วนของกรมอุตุนิยมวิทยาเองก็ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะแล้ว รวมถึงกระทรวงมหาดไทย กองทัพบก กระทรวงสาธารณสุข และกรมชลประทาน รวมถึงการปรับแผนระบายน้ำ เพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด   อย่างไรก็ตามแม้จุดศูนย์กลางของพายุจะไม่เข้ามาประเทศไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งในวันพรุ่งนี้ตนและคณะรัฐมนตรีจะลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกและสุโขทัย เพื่อตรวจสอบความเสียหาย และเป็นขวัญกำลังใจให้ประชาชน   พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อนทุกมิติ เพราะส่งผลกระทบโดยตรงกับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ยืนยันว่ารัฐบาลมีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในย่านธุรกิจ โรงพยาบาล สถานที่ราชการ รวมไปถึงเส้นทางคมนาคม จึงได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมจัดกำลังพลลงไปคลี่คลายสถานการณ์ โดยเฉพาะเส้นทางสัญจรให้กลับมาใช้การได้โดยเร็วที่สุด   ทั้งนี้นายกฯและ ครม.เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียและเยี่ยมผู้ประสบภัยที่ จ.สุโขทัยและพิษณุโลก ในวันนี้ (4 ก.ย.62) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B2sKqAEkI6s

 1,477
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ย. 62

พิษณุโลก-พิจิตร-สุโขทัย ยังอ่วม ทหารหย่อนอาหารจาก ฮ.ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมจากอิทธิพลพายุโพดุลและพายุคาจิกิ ในภาคเหนือ ยังมีน้ำท่วมสูงในหลายพื้นที่ เช่น พิษณุโลก หน่วยบินทหารบกยุทธวิธีที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ เร่งลำเลียงอาหารส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปหย่อนช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน อ.วังทอง โดยหย่อนลงบนหลังคาบ้านของชาวบ้านที่มีน้ำท่วมสูง และตรงจุดต่างๆ ตามหมู่บ้านที่มีชาวบ้านมาเฝ้ารอ   ส่วนที่ จ.พิจิตร น้ำป่ากัดเซาะดินพนังกั้นน้ำ ขาดเป็นช่องกว้าง 10 เมตร ส่งผลทำให้น้ำมวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และ บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่อำเภอวังทรายพูน ขณะเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร พร้อมชาวบ้าน เร่ง อุดรอยรั่วชะลอน้ำ ขณะที่ทางจังหวัดพิจิตรประกาศพื้นที่ให้การช่วยเหลือ น้ำท่วม ใน 9 อำเภอ 25 ตำบล 108 หมู่บ้าน   ขณะที่ จ.สุโขทัย จนท.ยังได้มีการทำแนวกระสอบทราย เสริมป้องกันน้ำเพื่อไม่ให้ท่วมตัวเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ และเฝ้าระวังแม่น้ำยมตลอด 24 ชม. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3XuwhSrgxqE

 2,794
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

ผัวชาวจีนหึงโหด ฟันเมียคนไทยดับ ปิดบ้านล็อกศพอืด ก่อนหนีออกนอกประเทศ

พิษณุโลก-เกิดเหตุหญิงสาวถูกฆาตกรรมอำพรางเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก ใน อ.เมืองพิษณุโลก พบผู้ตายคือ น.ส.นันพิกา เกตุทอง อายุ 41 ปี สภาพศพถูกฟันเสียชีวิต คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 48 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่าง ส่งนิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด   ต่อมามีแม่และน้องชายของผู้เสียชีวิต หลังทราบข่าวได้เดินทางมาจาก จ.สุโขทัย เพื่อมาดูสภาพศพ ผู้เป็นแม่ถึงกับร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ พร้อมเปิดเผยว่า ปกติผู้ตายจะพักอาศัยอยู่กับสามี คือ นายยี อี่ ไซ่ หรือ เหลียง อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคนจีน    โดยช่วยกันทำมาหากินเปิดร้านขายน้ำเต้าหู้ บริเวณสี่แยกวุ่นวาย ถ.สิงหราชเดโชชัย ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก แต่เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา น.ส.นันพิกา ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาน้องชายให้ไปรับที่สนานบิน จ.พิษณุโลก แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะให้มารับกี่โมง แล้วก็เงียบหายไป ซึ่งเข้าใจว่าอาจจะให้นายยี อี่ ไซ่ เป็นคนมารับกลับบ้านแทน   แต่สุดท้ายโทรติดต่อพี่สาวไม่ได้ จึงเอะใจให้ญาติที่อยู่ จ.พิษณุโลก มาดูที่บ้านก็พบว่าประตูรั้วถูกปิดล็อคเรียกเท่าไรก็ไม่มีใครออกมา มีเพียงสุนัขพันธุ์บางแก้ว 2 ตัว ซึ่งปกติแล้วจะขังไว้ในกรง แต่กลับพบว่าถุกปล่อยออกมาข้างนอก จึงต้องแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ไปตัดกุญแจบ้านเพื่อตรวจสอบ   เมื่อเปิดประตูเข้าไปถึงกับผงะ เพราะได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากห้องนอนอย่างแรง กระทั่งไปพบศพของ น.ส.พันพิกา ถูกฆ่าเสียชีวิต  ส่วนนายยี อี่ ไซ่ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมกับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน   ขณะที่เพื่อนบ้านระบุได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน มาจากที่บ้านหลังเกิดเหตุ แล้วมีเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครสนใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นเรื่องในครอบครัว กระทั่งมาทราบเหตุสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น   ซึ่งปกติแล้วผู้ตายจะมีน้ำใจกับคนแก่ละแวกบ้าน มักจะนำน้ำเต้าหู้มาแบ่งให้อยู่เสมอ ส่วนสามีไม่เคยออกมาสุงสิงกับใคร และมักจะมีนิสัยขี้โมโห อารมณ์ร้อน และเคยก่อเหตุชกภรรยาจนฟันหักมาแล้ว   ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่า  คืนวันเกิดเหตุทั้งคู่น่าจะมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรืออาจจะเป็นเรื่องหึงหวง เนื่องจากผู้ตายมีรูปร่างหน้าตาสวย ก่อนจะก่อเหตุใช้มีดทำครัวที่อยู่ในบ้าน ฟันศีรษะและใบหน้าภรรยาจนเสียชีวิตคาที่ แล้วจับแก้ผ้ามัดมือมัดเท้า ใช้ผ้าห่มคลุมอำพราง และขับรถหลบหนี   เบื้องต้น ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจสอบแล้ว พบว่านายยี อี่ ไซ่ เดินทางออกนอกประเทศ ไปแล้วผ่าน สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เมื่อเวลา 10.08 น. ของวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการเสียชีวิต  พร้อมขออนุมัติหมายศาลจังหวัดพิษณุโลก  โดยจะประสานตำรวจสากลเร่งติดตามตามตัว คาดว่าหลบหนีกลับไปยังประเทศจีน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KfFTx4n1IxA

 6,152
ข่าวภูมิภาค
02 ก.ย. 62

น้ำท่วมพิษณุโลกเริ่มคลี่คลายบางจุด ทหารต้องช่วยจับหมูหนีน้ำ

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พิษณุโลก ยังคงน่าเป็นห่วง หลังจากน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์หลากลงลำน้ำเข็ก ทำให้แม่น้ำวังทองเอ่อล้น ท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ถนนสายพิษณุโลก-สาเหล็ก ทางขาดยาวกว่า 4 กม. และพื้นที่เศรษฐกิจตลาดอำเภอวังทอง ส่งผลให้ชาวบ้านเดือดร้อนกันจำนวนมาก ต้องขนทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูง เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด มีชาวบ้านติดอยู่ในบ้านออกไม่ได้หลายราย    นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อผู้ที่เลี้ยงหมู หรือสุกรนับ 10 รายในพื้นที่หมู่ 7 บ้านวังพรม ต.วังทอง อ.วังทอง น้ำท่วมคอกหมู จำเป็นต้องช่วยกันขนหมูขึ้นสู่ที่สูง ได้กำลังทหารจำนวนกว่า 10 นายของกองพลพัฒนาที่ 3  พร้อมรถบรรทุก ไปช่วยกันจับหมูขึ้นรถ นำไปไว้ขึ้นสู่ที่สูง กันอย่างทุกลักทุเล แต่ก็ขนหมูเป็นผลสำเร็จ ไม่มีหมูตายเพราะน้ำท่วมแต่อย่างใด   แต่มีรายงานแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้วในพื้นที่ จ.พิษณุโลก 2 ราย อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงและน้ำจะแห้งในอีกไม่กี่วันนี้    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-pUlERRj_6U

 1,463
ข่าวภูมิภาค
01 ก.ย. 62

สถานการณ์น้ำท่วม อ.วังทอง ยังอ่วม – เผยภาพกู้ภัยลุยช่วยเด็ก 4 คน ถูกน้ำพัด ปลอดภัย

วันที่ 1 ก.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วม อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งถึงแม้ว่า ในพื้นที่ของ จ.พิษณุโลก ขณะนี้พายุฝนจะหยุดตกแล้ว แต่ยังมีมวลน้ำจำนวนมากที่หลากมาจากหลายพื้นที่ เช่น เทือกเขาเพชรบูรณ์ ที่ไหลลงสู่ลำน้ำเข็ก และแม่น้ำวังทอง ได้เพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเอ่อเข้าท่วมภายในตลาดวังทอง ซึ่งถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญแห่งหนึ่งก็ว่าได้ ร้านค้าจำนวนมากต่างต้องปิดร้านพากันขนของขึ้นสู่ที่สูงและปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว    นอกจากนี้ถนนทางหลวงหมายเลข 12 เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ช่วงบริเวณหน้าโรงพยาบาลวังทองมีเจ้าหน้าที่ทหารมาคอยอำนวยความสะดวก ในการรับส่งผู้ป่วย เนื่องจากเส้นทางที่เข้าไปยังโรงพยาบาลนั้นมีน้ำท่วมถนนสูงการขับขี่รถเป็นไปด้วยความยากลำบาก มีน้ำท่วมเต็มพื้นผิวการจราจรและสูงกว่า 50-60 ซม. เป็นระยะทางกว่า 4 กม. ส่งผลทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้    สำหรับในช่วงบ่าย พบว่า ปริมาณน้ำได้ไหลเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ หมู่ 7 บ้านวังพรม หมู่ 12 บ้านวังครุฑ ต.วังทอง อ.วังทอง เจ้าหน้าที่ทหารต้องใช้รถบรรทุกในการเข้าไปรับชาวบ้านที่ติดอยู่ในที่พักอาศัยเข้าออกหมู่บ้าน    นอกจากนี้ยังได้รับแจ้งว่ามีเด็กจำนวน 4 ราย ถูกกระแสน้ำพัดไปติดกับกอไม้ ไม่สามารถว่ายกลับเข้าฝั่งได้ ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจำนวนกว่า 30 นาย ต้องรีบระดมกำลังกันเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลุยกระแสน้ำเข้าไปช่วยเด็กทั้งหมดกลับมายังฝั่งได้อย่างปลอดภัย        ทางด้านนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้อย่างราบรื่น  

 5,864
ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

เจ้าอาวาสโดนตุ๋นสูญ 3 หมื่น 'อ.เจษฎา' ยันแค่ถูกหลอกด้วยวาจา ป้ายยาไม่มีจริง

พิษณุโลก-เกิดเหตุคนร้ายขับรถเก๋งมาจอดหลอก พระครูปราโมชจันทคุณ อายุ 76 ปี เจ้าอาวาสวัดหัวนา และเจ้าคณะตำบลบ้านพร้าว โดยทำทีมาถวายสังฆทาน พอเข้าไปในกุฏิได้ก็มีหญิงสาวลงจากรถตามมาสมทบอีก 1 คน โดยชายคนดังกล่าว เล่าให้ฟังว่าจะได้เป็นนายตำรวจแล้ว และมีความจำเป็นต้องใช้เงินไปเดินเรื่อง แล้วพูดคุยกันไปเรื่อยแต่หลวงพ่อจำไม่ได้ และได้นำเงินให้ไป 30,000 บาท ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกัน   เมื่อได้เงินแล้วทั้งสองคนก็รีบออกจากกุฏิไปขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว พอหลวงพ่อรู้สึกตัวและมีพระลูกวัดมาสอบถามเลยรู้ว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกเอาเงินไปแน่แล้ว และรู้สึกว่าอาจจะโดนป้ายยาบางอย่างที่มือของหลวงพ่อระหว่างเดินจับมือมาจากหน้าวัด โดยขณะนั้นมีเงินติดตัว 2 หมื่นบาท จึงขอยืมเงินพระลูกวัด 1 หมื่นบาท รวมเป็น 3 หมื่นบาทให้คนร้ายไป ก่อนมารู้ตัวว่าถูกหลอก     ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในกล้องวงจรปิดของวัด พบคนร้ายมาพบกับพระครูปราโมชจันทคุณ ขณะเดินเลาะกำแพงอยู่หน้าวัด หลังจากนั้นได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.นครไทย เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางตำรวจจะเร่งสืบหาคนร้ายติดตามเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย และดูป้ายทะเบียนรถ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป   ด้าน รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Jessada Denduangboripant ถึงกรณีดังกล่าวที่มีการอ้างว่าป้ายยาว่า   "ถ้าสื่อยังไม่เลิกทำข่าวแบบนี้ คนไทยก็ยังหลงเชื่อไปตลอดว่า “ยาป้าย” มีจริง ทั้งที่ความจริงก็แค่ถูกหลอกลวงด้วยวาจาแค่นี้แหละ ไม่เคยมีคดีส่งฟ้องศาลแม้แต่คดีเดียว ว่าได้ถูกยาป้ายทำให้มึนงงและหลงเชื่อจนเสียทรัพย์ อย่างที่สื่อชอบทำข่าวกัน" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G_CGRs4wDZs

 1,376
ข่าวภูมิภาค
04 ก.ค. 62

นักเรียนช็อก เจอภารโรงผูกคอตายคา ร.ร. คาดปมเครียดคดีอนาจารเด็ก

พิษณุโลก-พบคนผูกคอเสียชีวิตภายในโรงเรียนประชาอุปถัมป์ (โรงเรียนบ้านโปร่งนก) ที่เกิดเหตุเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา บริเวณห้องพักภารโรงด้านในสุดของตัวอาคารพบศพผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย   ทราบชื่อคือ นายทองล้วน อ๊อดเอก อายุ 41 ปี ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอตนเองกับคานหน้าต่างข้างห้องห้อยโตงเตงออกไปอยู่นอกหน้าต่าง ลิ้นจุกปาก มีรอยเขียวช้ำที่ลำคอ เนื้อตัวเริ่มซีดขาว   กู้ภัยช่วยกันแก้เชือกแล้วนำร่างลงมาชันสูตรพลิกศพด้านล่าง ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนนำร่างส่งผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบกระดาษเขียนข้อความด้วยปากกาสีแดงระบุว่า “พี่ครับผมขอโทษ ดูลูกผมด้วย” คาดว่าน่าจะเป็นลายมือของผู้ตายเองจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะเกิดเหตุมีนักเรียนหญิงชั้น ป.4 วิ่งมาหานายทองล้วนซึ่งเป็นภารโรงที่ห้องพักที่เกิดเหตุ เนื่องจากจะมาขอกุญแจไปเปิดห้องเรียน แต่เด็กก็ต้องตกใจสุดเมื่อพบว่าภารโรงได้ผูกคอเสียชีวิตกับคานหน้าต่างข้างห้อง จึงรีบวิ่งไปบอกกับครูให้ทราบเรื่องและแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว   ด้านพี่สาวผู้ตายบอกว่า น้องชายเลิกรากับภรรยามาได้ประมาณ 5 เดือนแล้ว โดยภรรยารับลูกชายทั้ง 2 คนไปเลี้ยงดูเอง ก่อเกิดเหตุน้องชายได้โทรศัพท์นัดหมายให้ไปเป็นเพื่อนกันที่ สภ.พรหมพิราม ตามที่พนักงานสอบสวนได้นัดหมายไว้ เกี่ยวกับคดีที่มีบิดาและมารดาของ ด.ญ.น้อย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งไปแจ้งความกล่าวหาว่า นายทองล้วน ข่มขืนกระทำชำเรา   โดยหลังจากพ่อแม่เด็ก ซึ่งไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด เดินทางกลับมาที่บ้านพักพบเห็นบุตรสาวท่าทางมีพิรุธ และมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งชาวบ้านยังลือกันว่าเด็กมีความสัมพันธ์กับนักการภารโรงของโรงเรียน จึงแอบค้นกระเป๋านักเรียนแล้วพบยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินอยู่ในกระเป๋า เมื่อสอบถามจนทราบว่าแอบได้เสียกับนายทองล้วน นักการภารโรงตามที่ชาวบ้านลือกัน   ทำให้พ่อแม่เด็กแจ้งความเอาผิดกับนายทองล้วน พร้อมกับนัดหมายให้นายทองล้วนไปพบเมื่อวานนี้ (3 ก.ค.) เวลา 12.00 น. ตำรวจจึงเชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นายทองล้วนเกิดอาการเครียด จึงตัดสินใจผูกคอตนเองเสียชีวิต   เบื้องต้นให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งให้แพทย์ชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียดอีกครั้งที่ รพ.พรหมพิราม ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iJwrOiQOFKg

 11,597

Top