ค้นหา :

ผลการค้นหา "พิษณุโลก"

ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 63

นทท.ไม่กลัวไวรัสโคโรนา เฝ้าชมค้างคาวนับล้านตัว บินออกจากถ้ำที่พิษณุโลก

พิษณุโลก-มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเฝ้ารอชมฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำ บริเวณแลนด์มาร์กบ้านมุง ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง ซึ่งฝูงค้างคาวเหล่านี้ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านในพื้นที่บอกว่ามีอยู่มาก่อนที่ชาวบ้านจะเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแล้ว   โดยในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ฝูงค้างคาวนับล้านจะทยอยบินออกมาจากถ้ำ เพื่อออกไปหาอาหารในช่วงค่ำคืน โดยได้บินเรียงกันเป็นแถวไหลไปในทิศทางเดียวกันเหมือนกระแสน้ำไหล หรือคลื่นน้ำ พาดผ่านไปบนท้องฟ้า เป็นระยะเวลาประมาณ 15 นาที สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงพากันถ่ายภาพปรากฏการณ์ตามธรรมชาติในครั้งนี้ไว้เป็นที่ระลึก   ซึ่งการเฝ้าชมปรากฏการณ์ธรรมชาติของค้างคาวดังกล่าว ไม่ได้สร้างความกังวลให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่แต่อย่างใด ถึงแม้ว่าขณะนี้จะเกิดสถานการณ์ โรคระบาดจากค้างคาวในประเทศจีน จนเป็นสาเหตุทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตจำนวนมากแล้วก็ตาม รวมถึงยังระบาดเข้าไปในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยก็ตาม เพราะการมาชมค้างคาวบินออกจากถ้ำ ไม่ได้สัมผัสค้างคาว มนุษย์กับค้างคาวอยู่ห่างไกลกัน และไม่ได้จับค้างคาวมารับประทาน จึงไม่น่าจะมีโอกาสได้รับเชื้อโรคจากค้างคาวได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rdkpv0Gl40U

 1,045
สังคม
03 ก.พ. 63

นทท.ไม่กลัวไวรัสโคโรนา เฝ้าชมค้างคาวนับล้านตัว บินออกจากถ้ำที่พิษณุโลก

พิษณุโลก-มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเฝ้ารอชมฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำ บริเวณแลนด์มาร์กบ้านมุง ตำบลบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง ซึ่งฝูงค้างคาวเหล่านี้ จากคำบอกเล่าของชาวบ้านในพื้นที่บอกว่ามีอยู่มาก่อนที่ชาวบ้านจะเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านแล้ว   โดยในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ฝูงค้างคาวนับล้านจะทยอยบินออกมาจากถ้ำ เพื่อออกไปหาอาหารในช่วงค่ำคืน โดยได้บินเรียงกันเป็นแถวไหลไปในทิศทางเดียวกันเหมือนกระแสน้ำไหล หรือคลื่นน้ำ พาดผ่านไปบนท้องฟ้า เป็นระยะเวลาประมาณ 15 นาที สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงพากันถ่ายภาพปรากฏการณ์ตามธรรมชาติในครั้งนี้ไว้เป็นที่ระลึก   ซึ่งการเฝ้าชมปรากฏการณ์ธรรมชาติของค้างคาวดังกล่าว ไม่ได้สร้างความกังวลให้แก่นักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่แต่อย่างใด ถึงแม้ว่าขณะนี้จะเกิดสถานการณ์ โรคระบาดจากค้างคาวในประเทศจีน จนเป็นสาเหตุทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตจำนวนมากแล้วก็ตาม รวมถึงยังระบาดเข้าไปในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยก็ตาม เพราะการมาชมค้างคาวบินออกจากถ้ำ ไม่ได้สัมผัสค้างคาว มนุษย์กับค้างคาวอยู่ห่างไกลกัน และไม่ได้จับค้างคาวมารับประทาน จึงไม่น่าจะมีโอกาสได้รับเชื้อโรคจากค้างคาวได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rdkpv0Gl40U

 1,045
ข่าวโซเชียล
02 ก.พ. 63

เปิดใจ ‘ลุงน้อย’ เข้าเรียนวันแรก เผยจะตั้งใจเรียน คว้าปริญญาให้ได้ หลังพลังน้ำใจชาวโซเชียลช่วยเหลือค่าเทอม

พิษณุโลก - จากกรณีธารน้ำใจจากชาวโซเชียลที่ร่วมกันบริจาคเงินช่วยเหลือเป็นค่าเทอมให้กับ นายวิรัชชัย สงวนสิน หรือลุงน้อย อายุ 56 ปี นักศึกษา กศ.บป. ภาคเสาร์-อาทิตย์ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก และเป็นนักศึกษาที่มีอายุมากที่สุดในชั้นเรียน และมีความใฝ่ฝันว่าชีวิตนี้จะต้องคว้าใบปริญญาตรีมาให้ได้ แต่ประสบปัญหาเรื่องค่าเล่าเรียนไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมในขณะกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 เทอม 2 เป็นเงินจำนวน 8,000 บาท ก่อนจะตัดสินใจลาออกเนื่องจากไม่มีเงินเรียนต่อ จนคณะอาจารย์ได้นำเรื่องราวไปโพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กของทางคณะถึงความเป็นอยู่ที่ยากลำบากแต่มีความมุมานะที่จะเรียนหนังสือ จนทำให้มีผู้เมตตาสงสารช่วยกันบริจาคเงินให้กับลุงน้อยกันเป็นจำนวนมาก ล่าสุดได้ปิดรับบริจาคไปเรียบร้อยแล้วและลุงน้อยได้มีเงินชำระค่าเทอมแล้วนั้น ล่าสุดวันที่ 1 ก.พ. 63 ที่ผ่านมา ลุงน้อยได้เดินทางมาเรียนเป็นวันแรกของเทอม 2 หลังจากได้จ่ายค่าเทอมเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นนักศึกษา ชั้นปีที่ 2 กศ.บป. ภาคเสาร์-อาทิตย์ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก และเป็นนักศึกษาที่มีอายุมากที่สุดในชั้นเรียน  ลุงน้อยมีความมุ่งมั่นตั้งใจเรียนอย่างมาก ซึ่งวิชาแรกที่เรียนเป็นวิชาคอมพิวเตอร์ ซึ่งบรรยากาศตลอดการเรียน ลุงน้อยจะมีเพื่อนนักศึกษาห้องเดียวกัน ที่คอยให้การช่วยเหลือ สอนให้กรณีฟังไม่ทันเป็นภาพที่เห็นถึงความตั้งใจใฝ่เรียนรู้ของลุงน้อย ด้านนายวิรัชชัย สงวนสิน หรือลุงน้อย อายุ 56 ปี กล่าวว่า หลังจากนี้จะตั้งใจเรียนให้มากขึ้น ซึ่งคาบแรกมาเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ อาจารย์ให้เขียนประวัติ ในคอมพิวเตอร์ มีการจัดหน้า และสอบวิธีการลิ้งค์ข้อมูลเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย ซึ่งก็เรียนได้ตามทัน ถ้าช้าฟังไม่ทันหรือไม่เข้าใจก็จะมีเพื่อนช่วยแนะนำ ก็ยังไหวเรียนได้สนุกดี และมีความตั้งใจจะคว้าปริญญาบัตรมาให้ได้ เพื่อนร่วมห้องคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม กล่าวว่า ลุงน้อยมีความตั้งใจในการเรียน สามารถเรียนได้เรื่อยๆ ตามทันที่อาจารย์สอน ผมก็คอยฟังอาจารย์และก็คอยให้คำแนะนำบ้าง ลุงมีความสนใจติดขัดก็สอบถามก็สามารถตามได้ทัน ส่วนที่คนมีอายุกับมาเรียนก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี โดยเฉพาะลุงน้อย มีความตั้งใจ ความมานะพยายามทำให้สามารถตามเพื่อนร่วมห้องได้ทัน อาจช้าบ้างในเรื่องเทคโนโลยี แต่ลุงก็สามารถเข้าใจปฏิบัติได้ดี ไม่แพ้เพื่อนร่วมห้องที่อายุน้อยกว่า   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/gqvQ-RJbbOg    

 3,694
พระราชสำนัก
31 ม.ค. 63

องคมนตรี ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดพิษณุโลก

นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งนำ้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ โครงการสถานี   วันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2563 เวลา 09.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะที่ปรึกษา เดินทางไปยังสำนักงานชลประทานที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก เพื่อร่วมประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการด้านพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่ โครงการประตูระบายน้ำบ้านป่าซ่าน อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำล้องปูพร้อมระบบส่งน้ำ อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ และโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยมะหุ่งพร้อมระบบส่งน้ำ อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 3 ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริเพื่อให้เป็นตามพระราชประสงค์และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน   จากนั้น เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว จำนวน 250 ชุด และพบปะกับประชาชน สอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ พร้อมกับรับฟังการบรรยายสรุปถึงการดำเนินของโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มุ่งเน้นในการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ชายแดนไทย – ลาว ให้ได้เรียนรู้การทำเกษตรแผนใหม่ที่ถูกต้อง เป็นแหล่งจ้างแรงงาน ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ดินและระบบนิเวศป่าไม้บนพื้นที่สูง และนำความรู้การทำเกษตรที่ถูกหลักวิชาการไปพัฒนาในการประกอบอาชีพของตนเองต่อไป จากการดำเนินงานส่งผลให้ราษฎรมีผลผลิตด้านอาหารที่ปลอดภัยจากสารพิษไว้บริโภคและจำหน่ายมีรายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน   ในการนี้ องคมนตรี ได้ร่วมปลูกต้นไม้ เป็นเป็นการเตือนให้ประชาชนมีจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรต่อไป รวมถึงได้เชิญพระราชกระแสความห่วงใยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มากล่าวกับราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในครั้งนี้ ต่อมา เดินทางไปยังฐานเอกราชร้อย ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 315 อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทาน ไปมอบให้แก่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 315 จำนวน 30 ชุด และทหารจากศูนย์อำนวยการประสานงานโครงการพัฒนาความมั่นคงพื้นที่ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว พล ม.1 จังหวัดเพชรบูรณ์ และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดลพบุรี จำนวน 20 ชุด รวมทั้งสิ้น 50 ชุด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

 206
ข่าวภูมิภาค
31 ม.ค. 63

โซเชียลแห่ช่วยค่าเทอม 'ลุงน้อย' ทำตามฝันเรียนมหาวิทยาลัยในวัย 56

พิษณุโลก-โซเชียลแห่บริจาคเงินช่วยเหลือ ลุงน้อย อายุ 56 ปี นักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาไทย ที่ทำงานเก็บเงิน มุ่งมั่นตั้งใจเรียน แต่ตอนนี้เงินหมด จนต้องขอลาออกกลางภาคเรียน    เพจเฟซบุ๊ก สาขาวิชาภาษาไทย มรภ.พิบูลสงคราม โพสต์ปิดรับบริจาคทุนการศึกษาให้แก่ นายวิรัชชัย สงวนสิน หรือลุงน้อย นักศึกษาภาคเสาร์-อาทิตย์ อายุ 56 ปี สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม   หลังจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ได้บอกเล่าเรื่องราวให้ศิษย์เก่าได้ทราบว่า ลุงน้อย เป็นนักศึกษาของสาขาที่อายุมากที่สุดเท่าที่เคยสอนมา จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลุงน้อย ได้พบอาจารย์ที่ปรึกษา และแจ้งอาจารย์ว่าจะขอลาออกเนื่องจากไม่มีค่าเทอมแล้ว มีเงินเหลือในบัญชีเพียงแค่ 50 บาท   และเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านก็พบว่า ลุงน้อย ไม่มีญาติพี่น้องและครอบครัว พักอาศัยอยู่ในบ้านที่สร้างเอาไว้ บ้านเล็ก ๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีผนังกันแดดกันฝน ไม่มีห้องน้ำ มีเพียงกะละมังกับสายยางเก่า ๆ ที่เอาไว้ต่อกับประปาที่ทางโรงเรียนแบ่งให้ใช้ เวลาอาบน้ำก็ต้องอาบในป่ากล้วย อาหารการกินใช้อย่างประหยัด พอประทังชีวิตได้ จึงแจ้งข่าวสารให้เหล่าศิษย์ได้รับทราบเพื่อหาทางช่วยเหลือลุงน้อย และเมื่อเรื่องราวของลุงน้อยถูกเผยแพร่ออกไป เหล่าบรรดาชาวโซเชียลจากทั่วประเทศ ได้บริจาคเงินช่วยเหลือค่าเทอมเข้ามาเป็นจำนวนมาก   ล่าสุด ลุงน้อย ได้เข้ามาที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อฟังข่าวจากทางผู้บริหารคณะ ว่าขณะนี้มีผู้ที่ทราบข่าวเข้ามาให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าเทอมและช่วยปรับปรุงบ้าน รวมถึงบริจาคเงินเพื่อให้ลุงน้อยเอาไว้ใช้จ่ายในการเรียน ตามความตั้งใจเป็นจำนวนมากแล้ว   นายวิรัชชัย หรือลุงน้อย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเองมีฐานะยากจน ในอดีตเคยไปเป็นคนงานขายแรงในกรุงเทพฯ เก็บเงินเอาไว้ได้ก้อนหนึ่ง จึงซื้อที่ดินเก็บเอาไว้พักอาศัยในปัจจุบัน ในราคา 30,000 บาท โดยตนทำงานรับจ้างทั่วไป ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ซึ่งพบปัญหาว่าหากยังคงขายแรงทำงานต่อไป แบบคนไม่มีความรู้ ไม่มีวุฒิการศึกษา คงจะต้องลำบากตลอดไป   จึงนำเอาเงินเก็บ จำนวน 40,000 บาท ที่เหลืออยู่ มาใช้ในการเรียน กศน.ชั้นมัธยมต้น และมัธยมปลาย รวมถึงระดับปริญญาตรี แต่ปัจจุบันรายได้มีไม่เพียงพอที่จะมาเรียนหนังสือได้อีกแล้ว จึงเข้ามาพบแจ้งความจำนงที่จะลาออก เพราะไม่มีเงินมาเรียนอย่างที่เคยวางแผนเอาไว้แล้ว   ทั้งนี้ หลังจากทราบว่ามีผู้ทราบข่าว โอนเงินเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ลุงน้อยได้กล่าวขอบคุณทุกคน ที่ทำให้ความฝันของตนเอง ที่ต้องการปริญญาบัตร ในการประกอบอาชีพ ทำงานสุจริต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามความตั้งใจ โดยลุงน้อยจะตั้งใจเรียนให้จบ ตามที่ทุกคนให้การสนับสนุน   ด้าน นายปฐมพงษ์ สุขเล็ก อาจารย์สาขาภาษาไทย อาจารย์ที่ปรึกษาของนายวิรัชชัย เปิดเผยว่า ในชั้นปีที่ 1 นายวิรัชชัย มีผลการเรียนอยู่ในระดับที่เรียนได้ แต่สิ่งที่พบเจอและสัมผัสได้จากนักศึกษาคนนี้ คือความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียน ถึงแม้ว่าการเรียนในระดับ กศน. จะแตกต่างจากการเรียนตามปกติ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคมากต่อการเรียนของลุงน้อยแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/voAQ-K1XH1M

 7,178
สังคม
31 ม.ค. 63

โซเชียลแห่ช่วยค่าเทอม 'ลุงน้อย' ทำตามฝันเรียนมหาวิทยาลัยในวัย 56

พิษณุโลก-โซเชียลแห่บริจาคเงินช่วยเหลือ ลุงน้อย อายุ 56 ปี นักศึกษาปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาไทย ที่ทำงานเก็บเงิน มุ่งมั่นตั้งใจเรียน แต่ตอนนี้เงินหมด จนต้องขอลาออกกลางภาคเรียน    เพจเฟซบุ๊ก สาขาวิชาภาษาไทย มรภ.พิบูลสงคราม โพสต์ปิดรับบริจาคทุนการศึกษาให้แก่ นายวิรัชชัย สงวนสิน หรือลุงน้อย นักศึกษาภาคเสาร์-อาทิตย์ อายุ 56 ปี สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม   หลังจากเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2563 ได้บอกเล่าเรื่องราวให้ศิษย์เก่าได้ทราบว่า ลุงน้อย เป็นนักศึกษาของสาขาที่อายุมากที่สุดเท่าที่เคยสอนมา จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลุงน้อย ได้พบอาจารย์ที่ปรึกษา และแจ้งอาจารย์ว่าจะขอลาออกเนื่องจากไม่มีค่าเทอมแล้ว มีเงินเหลือในบัญชีเพียงแค่ 50 บาท   และเมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านก็พบว่า ลุงน้อย ไม่มีญาติพี่น้องและครอบครัว พักอาศัยอยู่ในบ้านที่สร้างเอาไว้ บ้านเล็ก ๆ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีผนังกันแดดกันฝน ไม่มีห้องน้ำ มีเพียงกะละมังกับสายยางเก่า ๆ ที่เอาไว้ต่อกับประปาที่ทางโรงเรียนแบ่งให้ใช้ เวลาอาบน้ำก็ต้องอาบในป่ากล้วย อาหารการกินใช้อย่างประหยัด พอประทังชีวิตได้ จึงแจ้งข่าวสารให้เหล่าศิษย์ได้รับทราบเพื่อหาทางช่วยเหลือลุงน้อย และเมื่อเรื่องราวของลุงน้อยถูกเผยแพร่ออกไป เหล่าบรรดาชาวโซเชียลจากทั่วประเทศ ได้บริจาคเงินช่วยเหลือค่าเทอมเข้ามาเป็นจำนวนมาก   ล่าสุด ลุงน้อย ได้เข้ามาที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เพื่อฟังข่าวจากทางผู้บริหารคณะ ว่าขณะนี้มีผู้ที่ทราบข่าวเข้ามาให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าเทอมและช่วยปรับปรุงบ้าน รวมถึงบริจาคเงินเพื่อให้ลุงน้อยเอาไว้ใช้จ่ายในการเรียน ตามความตั้งใจเป็นจำนวนมากแล้ว   นายวิรัชชัย หรือลุงน้อย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเองมีฐานะยากจน ในอดีตเคยไปเป็นคนงานขายแรงในกรุงเทพฯ เก็บเงินเอาไว้ได้ก้อนหนึ่ง จึงซื้อที่ดินเก็บเอาไว้พักอาศัยในปัจจุบัน ในราคา 30,000 บาท โดยตนทำงานรับจ้างทั่วไป ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ซึ่งพบปัญหาว่าหากยังคงขายแรงทำงานต่อไป แบบคนไม่มีความรู้ ไม่มีวุฒิการศึกษา คงจะต้องลำบากตลอดไป   จึงนำเอาเงินเก็บ จำนวน 40,000 บาท ที่เหลืออยู่ มาใช้ในการเรียน กศน.ชั้นมัธยมต้น และมัธยมปลาย รวมถึงระดับปริญญาตรี แต่ปัจจุบันรายได้มีไม่เพียงพอที่จะมาเรียนหนังสือได้อีกแล้ว จึงเข้ามาพบแจ้งความจำนงที่จะลาออก เพราะไม่มีเงินมาเรียนอย่างที่เคยวางแผนเอาไว้แล้ว   ทั้งนี้ หลังจากทราบว่ามีผู้ทราบข่าว โอนเงินเข้ามาช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ลุงน้อยได้กล่าวขอบคุณทุกคน ที่ทำให้ความฝันของตนเอง ที่ต้องการปริญญาบัตร ในการประกอบอาชีพ ทำงานสุจริต เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามความตั้งใจ โดยลุงน้อยจะตั้งใจเรียนให้จบ ตามที่ทุกคนให้การสนับสนุน   ด้าน นายปฐมพงษ์ สุขเล็ก อาจารย์สาขาภาษาไทย อาจารย์ที่ปรึกษาของนายวิรัชชัย เปิดเผยว่า ในชั้นปีที่ 1 นายวิรัชชัย มีผลการเรียนอยู่ในระดับที่เรียนได้ แต่สิ่งที่พบเจอและสัมผัสได้จากนักศึกษาคนนี้ คือความมุ่งมั่น ตั้งใจเรียน ถึงแม้ว่าการเรียนในระดับ กศน. จะแตกต่างจากการเรียนตามปกติ แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคมากต่อการเรียนของลุงน้อยแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/voAQ-K1XH1M

 7,178
สังคม
28 ม.ค. 63

ตร.งง? สาวสองซิ่งเก๋งก่อนจอดข้างทางหนีเข้าป่า จนท.ตรวจไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

วันที่ 27 ม.ค. พ.ต.ท.ธเนศ รองผกก.สส.สภ.แก่งโสภา จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีรถยนต์เก๋งขับหนีด่านตรวจ บนถนนเส้นพิษณุโลก - หล่มสัก มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.วังทอง บริเวณจุดตรวจแก่งจูงนาง หมู่ 7 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานกำลังตำรวจทางหลวง พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยตา รุ่นยาริส สภาพจอดรถย้อนศรอยู่ริมไหล่ทางและมีร่องรอยเฉี่ยวชนที่สเกิร์ตหน้าฝั่งขวา ส่วนตัวคนขับพบว่าเป็นชาย 1 ราย ลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง ได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าหญ้าริมทางซึ่งติดกับลำน้ำเข็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกันออกติดตามค้นหาเป็นเวลานานกว่า 1 ชม. แต่ก็ไม่พบตัวแต่อย่างใด   จากนั้นตรวจสอบภายในรถยนต์เก๋งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายซุกซ้อนเอาไว้ แต่ทะเบียนด้านหน้ามีร่องรอยถูกขูดเลข 8 ออกจนคล้ายกับเลข 3 และทะเบียนด้านหลังถูกขูดหมวดจังหวัดออกไปจนหมดยากต่อการมองเห็น นอกจากนี้ยังเอาแผ่นทองคำเปลวปิดบังตัวเลขทะเบียนรถไว้อีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกมาลากจูงไปเก็บไว้ที่ สภ.แก่งโสภา   ด้าน ด.ต.เจษฎางค์ ภู่ทิม สังกัด ส.ทล.3 กก.5 บก.ทล เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่ามีรถยนต์เก๋งขับเฉี่ยวชนกับรถยนต์คู่กรณีแล้วหลบหนีมุ่งหน้าจุดตรวจแก่งจูงนาง เมื่อคนขับเห็นตำรวจจึงวกรถกลับมาทางพื้นที่ หมู่ 3 บ้านบ่อ ต.วังนกแอ่น ตำรวจขับรถไล่ตามระยะทางไกลกว่า 10 กม. กระทั่งรถคันดังกล่าวขับย้อนศรมาจอดทิ้งเอาไว้ริมถนน แล้วจวนตัววิ่งหลบหนีไปเข้าไปในป่าหญ้าข้างทางโดยเอากุญแจรถติดตัวไปด้วย พบว่าลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง ก่อนตำรวจจะกระจายกำลังกันออกค้นหาแต่ไม่พบตัว พร้อมตรวจสอบในรถก็ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย   ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.ท.ธเนศ เทียนแก้ว รองผกก.สส.สภ.แก่งโสภา จ.พิษณุโลก ถึงความคืบหน้าของคดีนี้ ได้ความว่า ขณะนี้พอจะทราบตัวเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวแล้วว่าเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด คาดว่าเจ้าตัวยังตกใจในเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ คงจะหนีไปตั้งตัวแล้วคาดว่าภายใน 2 - 3 วันนี้จะมาขอรับรถยนต์คืนอีกครั้ง ซึ่งรถยนต์ดังกล่าวได้จอดไว้ที่ สภ.แก่งโสภา หลังจากนั้นก็จะสอบถามได้ว่าทำไมถึงทิ้งรถยนต์หนีไปตามเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป

 5,121
ข่าวภูมิภาค
28 ม.ค. 63

เก๋งขับหนีด่านตรวจ ก่อนคนขับทิ้งรถ วิ่งหนีหายเข้าป่า งง! ตรวจรถไม่เจอของผิด กม.

พิษณุโลก-เกิดเหตุรถยนต์เก๋ง โตโยต้า ยาริส ขับหนีด่านตรวจ บนถนนเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.วังทอง ส่วนตัวคนขับพบว่าเป็นชาย 1 ราย ลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง ได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าหญ้าริมทางซึ่งติดกับลำน้ำเข็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกันออกติดตามค้นหาเป็นเวลานานกว่า 1 ชม. แต่ก็ไม่พบตัวแต่อย่างใด   จากนั้นตรวจสอบภายในรถยนต์เก๋งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายซุกซ้อนเอาไว้ แต่ทะเบียนด้านหน้ามีร่องรอยถูกขูดเลข 8 ออกจนคล้ายกับเลข 3 และทะเบียนด้านหลังถูกขูดหมวดจังหวัดออกไปจนหมดยากต่อการมองเห็น นอกจากนี้ยังเอาแผ่นทองคำเปลวปิดบังตัวเลขทะเบียนรถไว้อีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกมาลากจูงไปเก็บไว้ที่ สภ.แก่งโสภา   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำเลขทะเบียนรถไปตรวจสอบเพื่อหาตัวผู้ครอบครอง ว่าเคยเกี่ยวข้องกับคดีใดหรือไม่ ก่อนจะเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ถึงสาเหตุที่แน่ชัดอย่างละเอียดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d7lDvifMdFQ

 2,201
สังคม
28 ม.ค. 63

เก๋งขับหนีด่านตรวจ ก่อนคนขับทิ้งรถ วิ่งหนีหายเข้าป่า งง! ตรวจรถไม่เจอของผิด กม.

พิษณุโลก-เกิดเหตุรถยนต์เก๋ง โตโยต้า ยาริส ขับหนีด่านตรวจ บนถนนเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.วังทอง ส่วนตัวคนขับพบว่าเป็นชาย 1 ราย ลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง ได้วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าหญ้าริมทางซึ่งติดกับลำน้ำเข็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกันออกติดตามค้นหาเป็นเวลานานกว่า 1 ชม. แต่ก็ไม่พบตัวแต่อย่างใด   จากนั้นตรวจสอบภายในรถยนต์เก๋งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายซุกซ้อนเอาไว้ แต่ทะเบียนด้านหน้ามีร่องรอยถูกขูดเลข 8 ออกจนคล้ายกับเลข 3 และทะเบียนด้านหลังถูกขูดหมวดจังหวัดออกไปจนหมดยากต่อการมองเห็น นอกจากนี้ยังเอาแผ่นทองคำเปลวปิดบังตัวเลขทะเบียนรถไว้อีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกมาลากจูงไปเก็บไว้ที่ สภ.แก่งโสภา   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำเลขทะเบียนรถไปตรวจสอบเพื่อหาตัวผู้ครอบครอง ว่าเคยเกี่ยวข้องกับคดีใดหรือไม่ ก่อนจะเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ถึงสาเหตุที่แน่ชัดอย่างละเอียดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d7lDvifMdFQ

 2,201
สังคม
28 ม.ค. 63

ตร.ไล่ตามเก๋งแหกด่าน ขณะที่คนขับทิ้งรถหนีเข้าป่าหญ้าริมทาง เบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

วันที่ 27 ม.ค. ตำรวจ สภ.แก่งโสภา จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีรถยนต์เก๋งขับหนีด่านตรวจ บนถนนเส้นพิษณุโลก-หล่มสัก หลังรับแจ้งจึงรุดตรวจสอบพร้อมประสานกำลังตำรวจทางหลวง พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีบรอนซ์-เงิน สภาพจอดรถย้อนศรอยู่ริมไหล่ทางและมีร่องรอยเฉี่ยวชนที่สเกิร์ตหน้าฝั่งขวา ส่วนตัวคนขับพบว่าเป็นชาย 1 ราย ลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง วิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าหญ้าริมทางซึ่งติดกับลำน้ำเข็ก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกันออกติดตามค้นหาเป็นเวลานานกว่า 1 ชม. แต่ก็ไม่พบตัวแต่อย่างใด   จากนั้นตรวจสอบภายในรถยนต์เก๋งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนเอาไว้ แต่ทะเบียนด้านหน้ามีร่องรอยถูกขูดเลข 8 ออกจนคล้ายกับเลข 3 และทะเบียนด้านหลังถูกขูดหมวดจังหวัดออกไปจนหมดยากต่อการมองเห็น นอกจากนี้ยังเอาแผ่นทองคำเปลวปิดบังตัวเลขทะเบียนรถไว้อีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกมาลากจูงไปเก็บไว้ที่ สภ.แก่งโสภา   ด้าน ด.ต.เจษฎางค์ ภู่ทิม สังกัด ส.ทล.3 กก.5 บก.ทล เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งว่ามีรถยนต์เก๋งขับเฉี่ยวชนกับรถยนต์คู่กรณีแล้วหลบหนีมุ่งหน้าจุดตรวจแก่งจูงนาง เมื่อคนขับเห็นตำรวจจึงวกรถกลับมาทางพื้นที่ หมู่ 3 บ้านบ่อ ต.วังนกแอ่น ตำรวจขับรถไล่ตามระยะทางไกลกว่า 10 กม. กระทั่งรถคันดังกล่าวขับย้อนศรมาจอดทิ้งเอาไว้ริมถนน แล้วจวนตัววิ่งหลบหนีไปเข้าไปในป่าหญ้าข้างทางโดยเอากุญแจรถติดตัวไปด้วย   ตำรวจได้กระจายกำลังกันออกค้นหาแต่ไม่พบตัว พร้อมตรวจสอบในรถก็ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำเลขทะเบียนรถไปตรวจสอบเพื่อหาตัวผู้ครอบครอง ว่าเคยเกี่ยวข้องกับคดีใดหรือไม่ ก่อนจะเชิญตัวมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ถึงสาเหตุที่แน่ชัดอย่างละเอียดต่อไป   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4sil0fDhowY

 473
สังคม
26 ม.ค. 63

พ่อค้ามาเอง! ข้าราชการโชว์ลีลาฟาดแป้งโรตีแจกปชช. แบบมืออาชีพ

ที่โรงเรียนนาบัววิทยา จังหวัดพิษณุโลก ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด คุณพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ พร้อมด้วยหน่วยงานราชการทุกกระทรวง เป็นประธานเปิดกิจกรรม “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข สร้างรอยยิ้มให้ประชาชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563” บนศาลากลางจังหวัด   ทั้งงานบริการฟรีหมด ไม่ว่าจะเป็น การรักษาพยาบาล การตัดผม แจกทุนการศึกษานักเรียน แจกพันธุ์ปลา - ไก่ และเลี้ยงอาหาร โดยที่การมาบริการในครั้งนี้ ซุ้มอาหารที่ประชาชนชื่นชอบเป็นที่สุดคือ 'ซุ้มโรตี' ประชาชนต่อแถวยาวเหยียด เพราะได้ยินว่าอร่อยมาก และคนทำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของศาลากลางจังหวัด ตำแหน่งสถิติจังหวัดพิษณุโลก คุณภาณุพันธุ์ พิลึก ลีลาการทำคล่องแคล่ว ดูเป็นมืออาชีพมาก   ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมถึงได้ทำโรตีได้คล่องแคล่วแบบนี้ ได้รับคำตอบจาก คุณภาณุพันธุ์ ว่าตอนเรียนจบปริญญาตรี ยังสอบเข้ารับราชการไม่ได้ ต้องมาขายโรตีอยู่ 4-5 ปี เมื่อสอบเข้ารับราชการได้แล้ว เรียนต่อปริญญาโท เงินยังมีไม่มากหลังเลิกงานจึงต้องมาขายโรตีต่อ กลายเป็นว่าเชี่ยวชาญด้านการทำโรตีขายไปเลย     รับชมทางยูทูปได้ที่ : youtu.be/j_7DhuilofI  

 902
ข่าวภูมิภาค
22 ม.ค. 63

ผีไม่ช่วย! รวบพ่อค้ายาหัวใส ซุกยาบ้าแสนกว่าเม็ด ในบ้านร้างผีดุ

พิษณุโลก-รวบแก๊งค้ายาเสพติดหัวใส ซุกยาบ้าแสนกว่าเม็ด ในบ้านร้างผีดุ   เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 6 จับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ จ.พิษณุโลก หลังสืบทราบว่าแอบลักลอบนำยาบ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน กระจายขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ โดยสามารถจับกุม นายเพชรชัย ปิ่นสกุล อายุ 26 ปี ได้   จากการสอบสวน นายเพชรชัย ให้การรับสารภาพว่า ซุกซ่อนยาบ้าไว้ที่บ้านร้างไม่มีเลขที่ ที่หมู่ที่ 7 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้พาตัวไปยึดของกลางเป็นยาบ้า 69 มัด ประมาณ 138,000 เม็ด   นายเพชรชัย ให้การว่า รับยาบ้ามาจากนายนิรันดร์ จันทร์ศรี ซึ่งถูกจับก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน โดยที่ผ่านมาหลังจากรับยาบ้ามาแล้ว ก็จะนำยาบ้ามาซุกซ่อนไว้ที่บ้านร้างใกล้บ้านตัวเอง ที่เคยมีคนเสียชีวิตมาแล้ว 2 ราย ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว ไม่กล้ามายุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังดังกล่าว และกลายเป็นสถานที่อำพรางสายตาผู้อื่นเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม และตรวจยึดยาบ้าได้ดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TXpt5fTrNlE

 1,707
สังคม
22 ม.ค. 63

ผีไม่ช่วย! รวบพ่อค้ายาหัวใส ซุกยาบ้าแสนกว่าเม็ด ในบ้านร้างผีดุ

พิษณุโลก-รวบแก๊งค้ายาเสพติดหัวใส ซุกยาบ้าแสนกว่าเม็ด ในบ้านร้างผีดุ   เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 6 จับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ จ.พิษณุโลก หลังสืบทราบว่าแอบลักลอบนำยาบ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน กระจายขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ โดยสามารถจับกุม นายเพชรชัย ปิ่นสกุล อายุ 26 ปี ได้   จากการสอบสวน นายเพชรชัย ให้การรับสารภาพว่า ซุกซ่อนยาบ้าไว้ที่บ้านร้างไม่มีเลขที่ ที่หมู่ที่ 7 ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้พาตัวไปยึดของกลางเป็นยาบ้า 69 มัด ประมาณ 138,000 เม็ด   นายเพชรชัย ให้การว่า รับยาบ้ามาจากนายนิรันดร์ จันทร์ศรี ซึ่งถูกจับก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน โดยที่ผ่านมาหลังจากรับยาบ้ามาแล้ว ก็จะนำยาบ้ามาซุกซ่อนไว้ที่บ้านร้างใกล้บ้านตัวเอง ที่เคยมีคนเสียชีวิตมาแล้ว 2 ราย ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว ไม่กล้ามายุ่งเกี่ยวกับบ้านหลังดังกล่าว และกลายเป็นสถานที่อำพรางสายตาผู้อื่นเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม และตรวจยึดยาบ้าได้ดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหา พร้อมยาบ้า ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TXpt5fTrNlE

 1,707
แชร์ออฟเดอะเดย์
19 ม.ค. 63

โอละพ่อ เพื่อนแห่ยินดีตำรวจถูกหวย ก่อนเจ้าตัวเปิดโป๊ะ เป็นของปชช.มาลงบันทึกประจำวัน

สำนักข่าวนำเสนอพันตำรวจโทท่านหนึ่งใน จ.พิษณุโลก ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 โดยส่งภาพที่พันตำรวจถือลอตเตอรี่ที่มีสีหน้ายิ้มแย้มลงในห้องแชทแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อนสมาชิกและประชาชนเห็นข่าวแห่แสดงความยินดีกับตำรวจท่านนี้   ล่าสุด ปรากฏพตท.ออกมาปฏิเสธว่าลอตเตอรี่ไม่ใช่ของตน แต่เป็นของประชาชนที่มาลงบันทึกประจำวันไว้ ตนจึงได้ขอยืมถ่ายรูปซ้อมรับรางวัลใหญ่เพียงเท่านั้น   ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/yjP3xkmcTZc

 2,241
สรุปข่าว
17 ม.ค. 63

พบกระดูกชิ้นส่วนมนุษย์-พิษณุโลก ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน-มท.1 แจงค่าความเค็มน้ำประปา-ประธานสภาชี้ความวุ่นวายในกมธ. เป็นภาพลบ

พิษณุโลก ค่าฝุ่นละออง เกินค่ามาตรฐาน สาธารณสุข จ.พิษณุโลก เตือนประชาชน งดกิจกรรมกลางแจ้งและสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหลังพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สูงถึง 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐานในเขต อ.เมืองพิษณุโลก สาเหตุเกิดจากการเผาและฝุ่นละอองในพื้นที่   พบกระดูกชิ้นส่วนมนุษย์แล้ว 108 ชิ้น การดำน้ำหาชิ้นส่วนมนุษย์ภายในบ่อหลังบ้านของนาย ไอซ์ ซอยเพชรเกษม 47 พบทั้งหมด 108 ชิ้น รวมถึงกระดูกเชิงกราน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประดาน้ำจะยังคงค้นหากระดูกส่วนอื่นตลอดทั้งวัน   มท.1 แจงค่าความเค็มน้ำประปา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเผย ค่าความเค็มน้ำปะปาเกินมาตรฐานและมีลดกร่อยในบางเวลา ซึ่งการปะปานครหลวงและการปะปาส่วนภูมิภาค ควบคุมการใช้น้ำให้เพียงพอตลอดหน้าแล้งส่วนน้ำเพื่อการเกษตรยังไม่เกินค่ามาตรฐาน   ประธานสภา ชี้ความวุ่นวายใน กมธ. เป็นภาพลบ ประธานสภายอมรับในคณะกรรมาธิการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบทำให้เกิดภาพลบ และเป็นเรื่องที่ต้องแก้ปัญหากันเองโดยพร้อมเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่าย ส่วนการถอดถอนประธานกรรมาธิการตามหลักการสามารถทำได้   รับผ่านทางยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Dk5mAFYbrB0  

 864

Top