ค้นหา :

ผลการค้นหา "พิษณุโลก"

แชร์ออฟเดอะเดย์
21 พ.ย. 60

พริตตี้สาวโวย ถูกหลอกกินบราวนี่ผสมกัญชา ต้องหามส่ง รพ.ด่วน แพทย์ชี้อาจเกิดอันตรายเฉียบพลัน

เพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์เล่าเรื่องราวของพริตตี้สาวคนหนึ่ง ที่รับงานอีเว้นท์ ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในเมืองลพบุรี โดยก่อนเริ่มงาน เจ้าของร้านชวนให้พริตตี้สาวกินขนมบราวนี่ (ขนมหวานชนิดหนึ่ง รสช็อคโกแล็ต) แต่ปรากฎว่ากินเข้าไปแล้ว มีอาการคอแห้ง วิงเวียน ใจเต้นแรง หายใจไม่ออก หนักเข้าก็เห็นภาพหลอน จนเกือบไม่ได้สติ เมื่อนำส่งโรงพยาบาล ตรวจสอบโดยละเอียดจึงทราบว่า ได้รับกัญชาเข้าร่างกาย จนเกิดอาการดังกล่าว   จากการพูดคุยกับ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี พริตตี้สาวเจ้าของเรื่องดังกล่าว เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา ตนเองกับเพื่อนสาวรวม 3 คน รับงานเป็นพริตตี้ เชียร์ขายสินค้าให้กับบริษัทเครื่องดื่มยี่ห้อหนึ่ง ภายในสถานบันเทิง ในตัวเมืองลพบุรี ซึ่งวันดังกล่าวตนไม่ได้กินข้าวเย็นไปก่อน ทำให้ช่วงใกล้เลิกงาน รู้สึกหิวมาก จนกระทั้งมีชายคนหนึ่ง ซึ่งตนทราบว่า เป็นอดีตเจ้าของร้าน เดินเข้ามาหา พร้อมชักชวนให้กินขนมบราวนี่ที่บรรจุอยู่ในกระป๋อง ด้วยความหิว ประกอบกับเป็นคนที่ชอบกินบราวนี่อยู่แล้ว จึงกินเข้าไปทั้งหมด 5 ชิ้น ส่วนเพื่อนของตนกินไป 2 ชิ้น   แต่ไม่กี่นาทีต่อมา ตนก็มีอาการคอแห้ง กระหายน้ำ หัวใจเต้นแรง หายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรง ตาพร่ามัว เห็นภาพหลอน  น.ส.ซี (เพื่อนคนที่ 3) ซึ่งไม่ได้กินขนมเข้าไป เห็นอาการไม่ดี จึงรีบพาไปส่งโรงพยาบาล โดยระหว่างที่รอเพื่อนเอารถมารับ มีผู้ชายเดินเข้ามาอาสาจะไปส่งที่ รพ. แต่ตนปฏิเสธ เพราะกลัวว่าหลังจากนี้จะไม่ได้สติ หากไปกับคนแปลกหน้า กลัวจะเกิดอันตราย   เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ที่จ.ลพบุรี แพทย์แจ้งว่าน่าจะเป็นอาการไฮเปอร์ เวนติเลชั่น (Hyperventilation) หรืออาหารหอบรุนแรงจากภาวะเครียด  แพทย์ฉีดยาให้ 2 เข็ม แล้วก็จ่ายยาให้ไปกินที่บ้านตามอาการ   วันรุ่งขึ้นหลังจากกลับมาที่ จ.พิษณุโลกแล้ว ตนยังอาการไม่ดีขึ้น จึงไปตรวจอีกครั้งที่โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก แพทย์ทำการตรวจปัสสาวะ พบกัญชาตกค้างในร่างกายจำนวนมาก และออกใบรับรองแพทย์มาให้ โดยตนเองคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการกินขนมบราวนี่ที่มีส่วนผสมของกัญชาเข้าไป  ตนจึงให้ น.ส.บี(เพื่อนคนที่สอง) ที่กินบราวนี่ไปสองชิ้น ตรวจร่างกายหาสารเสพติด เพื่อนำไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานพร้อมกัน  และเตรียมจะนำหลักฐานเข้าแจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย กับชายที่นำขนมบราวนี่มาให้กิน ที่ สภ.เมืองสุโขทัย ต่อไป   ด้าน นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นจังหวัดที่เกิดเรื่อง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเอ็กซเรย์สถานบันเทิงโดยเร่งด่วนหากพบการใช้สารเสพติดในสถานบันเทิง จะเร่งดำเนินการตามกฎหมายทันที เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายสาวทั้งสองคน และเพื่อให้นักท่องเที่ยว ใน จ.ลพบุรีวางใจด้วย   ผู้สื่อข่าวยังได้พูดคุยกับ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นาวาโท นายแพทย์สรยุทธ ชำนาญเวช  ศัลยแพทย์ประสาท โรงพยาบาลรามาธิบดี เกี่ยวกับการอันตรายจากการได้รับกัญชาเข้าสู่ร่างกาย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นาวาโท นายแพทย์สรยุทธ เปิดเผยว่า โดยมากแล้ว การได้รับกัญชาเข้าสู่ร่างกายด้วยการกิน จะพบอันตรายรุนแรงไม่บ่อยนัก ส่วนมากจะเกิดอาการผ่อนคลาย อารมณ์ดีผิดปกติ   แต่ในผู้ป่วยบางราย ที่ร่างกายไม่เคยได้รับกัญชามาก่อนเลย มีโอกาสเกิดอันตรายเฉียบพลันจากการได้รับพิษของกัญชา ที่จะเข้าไปทำปฏิกริยากับตัวรับสารในสมอง ทำให้หลอดเลือดทั้งในสมอง และทั่วร่างกายเกิดการขยายตัว ผู้ป่วยจะมีอาการวิงเวียน ควบคุมแขนขาไม่ได้ อาจจะหมดสติ และเกิดความดันโลหิตตกอย่างรวดเร็ว ต้องรีบนำตัวพบแพทย์ในทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UDmdt5mq7aM    

 21,226
ข่าวภูมิภาค
20 พ.ย. 60

รถทัวร์พลิกคว่ำขณะลงเขาพิษณุโลก ไฟลุกท่วม ผู้โดยสารเจ็บ 8 เสียชีวิต 1 คาดคนขับหลับใน

พิษณุโลก-เกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พิษณุโลกยานยนต์ สายกรุงเทพ-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-เขาค้อ เกิดพลิกคว่ำขณะลงเขา จนเกิดไฟลุกไหม้ที่ห้องเครื่องยนต์ด้านหลังทำให้ผู้โดยสารต้องหนีตายออกนอกตัวรถอย่างจ้าละหวั่น พร้อมช่วยกันนำถังดับเพลิงมาช่วยกันฉีดพ่นจนดับ   เหตุเกิดบริเวณถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก กม.ที่320-321 บ้านห้วยทรายเหนือ หมู่ 10 ต.ห้วยเฮี้ย อ.นครไทย เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 1 ราย   เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานคาดว่าน่าจะเกิดจากคนขับไม่ชินเส้นทาง หรือขับรถมาด้วยความเร็วสูง หรืออาจวูบหลับใน ประกอบกับเป็นทางโค้งหักศอกลงเขาจึงทำให้ไม่สามารถควบคุมรถเอาไว้ได้จนเกิดอุบัติเหตุในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HZG7lUb-nYQ  

 8,932
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 60

น้ำท่วมพิษณุโลก-ลุ่มภาคกลางขยายวงกว้าง เตือน ปชช.ติดตามสถานการณ์น้ำใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดทั่วประเทศยังคงวิกฤต โดยที่ จ.พิษณุโลก ในเขตอำเภอบางระกำ ยังคงมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและขยายวงกว้างไม่หยุด จึงเตือนให้ประชาชนและผู้ประสบภัยน้ำท่วมในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลก พรหมพิราม และบางระกำ คอยติดตามสถานการณ์น้ำและเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น   ที่ จ.อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านเผชิญวิกฤตน้ำทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ต้องย้ายของมาอาศัยศาลาวัดนอน ขาดแคลนน้ำดื่ม ด้าน จนท.วอนชาวบ้านอย่ารื้อกระสอบทราย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r9XTMA7O6Nw  

 1,119
ข่าวภูมิภาค
24 ต.ค. 60

พิษณุโลกน้ำท่วมสูงหลายจุด สลด พ่อโดดลงช่วยลูก 2 คนจมน้ำ สุดท้ายลูกรอด พ่อเสียชีวิต

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พิษณุโลก ยังมีน้ำท่วมสูงหลายจุด พบมีระดับน้ำใกล้เคียงกับน้ำท่วมปี 54 จนท.ต้องนำป้ายมาติดเพื่อเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน ให้เพิ่มความระมัดระวัง   ขณะที่ ตร.สภ.บางระกำ รับแจ้งมีบุคคลจมน้ำสูญหาย ที่บ้านคลองวัดไร่ อ.บางระกำ โดยที่เกิดเหตุเป็นทุ่งนาที่ถูกน้ำไหล่บ่าเข้าท่วมสูงกว่า 3 เมตร กระแสน้ำค่อนข้างแรงเนื่องจากเป็นจุดที่พนังกั้นน้ำแดก นักประดาน้ำได้ทำการค้นหาบริเวณดังกล่าวประมาณ 30 นาที จึงพบร่างของผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 43 ปี   จากการสอบถามญาติผู้ตาย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านมาพร้อมกับลูกชายสองคน คนเล็กอายุ 7 ขวบ และ คนโตอายุ 14 ปี เพื่อจะมาวางข่ายดักปลา ที่บริเวณดังกล่าว พอมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นถนนลูกรังที่มีน้ำท่วมขัง ไหล่บ่าข้ามถนน จึงได้จอดรถจักรยานยนต์ ส่วนลูกชายทั้ง 2 คน ก็ได้เดินลงจากรถ   จู่ๆ ทั้ง 2 คน ถูกกระแสน้ำพัดร่างตกลงไปในน้ำ ลอยไปไกลกว่า 10 เมตร เมื่อผู้ตายเห็นจึงได้กระโดดลงไปช่วย ซึ่งได้ช่วยเหลือลูกชายคนโตให้เกาะไว้กับลำไม้ไผ่ที่ปักไว้อยู่กลางน้ำ และระหว่างที่กำลังจะกลับไปช่วยลูกชายคนเล็ก จู่ๆผู้ตายก็หมดแรงจมน้ำหายไป ลูกชายคนโตเห็นพ่อจมน้ำ และน้องชายกำลังจะหมดแรงจึงพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ โชคดีมีชาวบ้านกำลังพายเรือหาปลาอยู่ห่างไปประมาณ 300 เมตรได้ยินเสียงจึงได้รีบพายเรือมาช่วย 2 พี่น้องขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัย ส่วนพ่อได้จมน้ำหายไป จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยทำการค้นหาและพบศพดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/npCyXfTwDnU  

 1,063
ข่าวภูมิภาค
23 ต.ค. 60

สีสันน้ำท่วม! ชาวบ้านพิษณุโลกแห่เล่นน้ำหลังท่วมสูงนานกว่า 2 สัปดาห์

สีสันน้ำท่วม! ชาวบ้านในอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะเด็กๆ ออกมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน หลังมวลน้ำเอ่อท่วมสูงมานานกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสน้ำอาหารมาขายสร้างรายได้         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/WCqPMzf6mlA

 5,099
ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 60

สุดยื้อ! 'ชมพู' ช้างป่าตกคลองล้มอย่างสงบ สัตวแพทย์คาดเกิดภาวะไตวาย เหตุมีความเครียดสูง

ความคืบหน้ากรณีช้างป่าสีดอ "ชมพู" อายุ 15 ปี น้ำหนักกว่า 4 ตัน ที่ถูกน้ำป่าซัดตกคลองชมพู บ้านชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ได้รับบาดเจ็บที่ 2 ขาหลัง จนไม่สามารถพยุงตัวได้เอง ก่อนถูกส่งมารักษาต่อที่สถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 20 ต.ค.นั้น     ล่าสุด เมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) เวลา 20.15น. ชมพูได้ล้มอย่างสงบแล้ว ท่ามกลางความโศกเศร้าของทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคน      ด้าน  นายสัตวแพทย์ทวีโภค อังควานิช สัตวแพทย์สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จ.ลำปาง เปิดเผยว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุการล้มน่าจะเกิดจากภาวะไตวาย เนื่องจากมีอาการเครียดและเจ็บปวดจากบาดแผล แต่ก็ถือว่าเป็นการล้มอย่างสงบ ซึ่งทางสัตวแพทย์ก็ไม่ทราบอย่างชัดเจนว่าชมพูจมอยู่ในน้ำนานขนาดไหน รวมทั้งมีความกดดันกับการเคลื่อนย้ายที่อยู่ ประกอบกับเป็นช้างป่าทำให้มีภาวะเครียด โดยจากนี้จะมีการทำพิธีทางศาสนา และพิสูจน์ซาก คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะทราบผลชัดเจน                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/yhlueX4m0vw

 5,121
ข่าวภูมิภาค
21 ต.ค. 60

สัตวแพทย์เผย 'ชมพู' ช้างป่าตกคลอง อาการน่าเป็นห่วง ต้องประเมินแบบวันต่อวัน

ความคืบหน้าอาการของช้างป่าสีดอ "ชมพู" อายุ 15 ปี น้ำหนักกว่า 4 ตัน ที่ถูกน้ำป่าซัดตกคลองชมพู บ้านชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ได้รับบาดเจ็บที่ 2 ขาหลัง  จนไม่สามารถพยุงตัวได้เอง      ล่าสุด นายสัตวแพทย์ทวีโภค อังควานิช สัตวแพทย์สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จ.ลำปาง  เปิดเผยว่า อาการล่าสุดของชมพูตอนนี้นอกจากขาหลังจะใช้การไม่ได้แล้ว ตอนนี้ขาหน้าก็เริ่มที่จะใช้การไม่ได้เช่นเดียวกัน จึงต้องนำมาพิงเสา ช่วงท้ายของลำตัวมีปัญหาน่าเป็นห่วง นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณช่องท้องมีการดันตัวของลม ทำให้อวัยเพศไม่ยอมกลับเข้าที่ รูทวารก็มีเลือดซึมออกมา ซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย ซึ่งทีมสัตวแพทย์ต้องร่วมประชุมวางแผนการรักษา โดยสิ่งที่ต้องการทำมากที่สุดคือเอกซเรย์ร่างกายบริเวณลำตัวเพื่อหาจุดที่ผิดปกติ รวมถึงช่องท้องและกระดูกขา แต่ยังไม่สามารถเอกซเรย์ได้เนื่องจากเครื่องมือไม่พร้อม โดยจากการตรวจพบว่าไขสันหลังมีเลือดออก จึงทำให้เพียงให้ยาลดการอักเสบ เนื่องจากไม่สามารถผ่าตัดได้ และต้องประเมินอาการวันต่อวัน                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Y_QDCRlZTtk  

 5,687
ข่าวภูมิภาค
20 ต.ค. 60

ลุ้น 6 ชม. ย้าย 'ช้างพลายชมพู' ขึ้นรถบรรทุก ล่าสุดเดินทางถึง รพ.ช้างลำปาง เข้ารักษาขาแล้ว

พิษณุโลก-ความพยายามในการเคลื่อนย้ายช้างพลายชมพู ช้างป่าเพศผู้ ที่ถูกน้ำป่าพัดมาอยู่ที่บริเวณคลองชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ขึ้นรถบรรทุก 10 ล้อ เพื่อนำไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง เป็นผลสำเร็จ โดยการเคลื่อนย้ายเริ่มตั้งแต่เที่ยงวัน โดยใช้รถแบ็กโฮ 2 คัน พยุงช้างให้ใช้ขาหน้าที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเคลื่อนตัวไปข้างหน้าระยะทาง 400 เมตร   แต่เนื่องจากช้างป่าที่บาดเจ็บ 2 ขาหลัง ทำการการเคลื่อนตัวทำได้ไปทีละนิด และหยุดไปช่วงๆ เพื่อพักให้ช้างหายเหนื่อย เนื่องจากอาการอ่อนล้า โดยมีทีมแพทย์จากสถานบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง , จนท.กรมอุทยานสัตว์ป่าฯ และ จนท.ป่าไม้ดูแลอย่างใกล้ชิด บางช่วงทีมแพทย์ต้องให้ยากระตุ้นและน้ำเกลือเป็นระยะ พร้อมกับให้น้ำเพื่อให้ช้างคลายเครียด ซึ่งมีประชาชนคอยลุ้นและให้กำลังใจช้างสีดอตัวนี้กันตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา   โดยในการนำช้างมาจากริมตลิ่งต้องใช้เวลาร่วมกว่า 6 ชั่วโมง จึงสามารถนำช้างสีดอขึ้นรถบรรทุก 10 ล้อได้สำเร็จ ท่ามกลางดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ชาวบ้านที่มาดูและให้กำลังใจต่างชมและปรมมือให้ช้างสีดอ กันอย่างดีอกดีใจ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำ เหมือนส่งเจ้าช้างสีดอไปรักษาตัวที่ จ.ลำปาง ซึ่งล่าสุดรถบรรทุกได้นำตัวช้างพลายชมพู ไปถึงยังโรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/M8jPmIVGnJU  

 7,872
ข่าวภูมิภาค
19 ต.ค. 60

เฝ้าดูอาการ 'ช้างพลายชมพู' หลังใช้แบ็คโฮลากขึ้นจากน้ำป่าได้สำเร็จ เบื้องต้นยังยืนเองไม่ได้

พิษณุโลก-ที่บริเวณคลองชมพู ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง สัตวแพทย์ประจำศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง เดินทางมาให้ความช่วยเหลือรักษาอาการป่วยและอิดโรยของ ช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 10 ปีขึ้นไป ที่ชาวบ้านพบว่าถูกน้ำป่าพัดลอยน้ำมาในคลองชมพู เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา และชาวบ้านพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ จากทุกหน่วยของ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ระดมกำลังเข้ามาช่วยเหลือช้างให้ขึ้นจากน้ำ แต่ไม่เป็นผล จนกระทั่งในช่วงเช้าของวันที่ 18 ตุลาคม การให้ความช่วยเหลือจึงเริ่มขึ้นอีกครั้งและสามารถนำช้างป่าตัวนี้ ขึ้นมาบนฝั่งได้สำเร็จ   เบื้องต้นสัตวแพทย์ต้องให้สารน้ำและวิตามิน มากกว่า 12 ขวด แก่พลายชมพู ซึ่งเป็นชื่อ ที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้ตั้งชื่อให้ เพราะว่าพบมันในคลองชมพู และหลังจากเวลาผ่านไปพบว่า พลายชมพูมีอาการดีขึ้น มันพยายามลุกขึ้นเองหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ สอดคล้องกับอาการที่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมานั้นพลายชมพู สามารถเดินขึ้นตลิ่งได้โดยใช้สองขาหน้า แต่ในที่สุดมันได้หงายท้องลงน้ำไปถึง 3 ครั้ง   และจากการติดตามอาการป่วยของพลายชมพู พบว่ามีอาการไข้สูง ซึ่งถือว่าผิดปกติ และจากการสังเกตเบื้องต้นพบว่า ขาหลังขวาช่วงเหนือเข้าขึ้นไปมีอาการบวมผิดปกติ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอาการดังกล่าวเกิดจากอะไร รวมถึงยังไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บดังกล่าวได้ ต้องนำไปตรวจอย่างละเอียดก่อนรักษา   เบื้องต้น จึงนำเอารถแบคโฮจำนวน 2 คัน พยุงเคลื่อนย้ายเจ้าพลายชมพู เอามาไว้ที่บริเวณ ใต้ต้นยางขนาดใหญ่ จากนั้นได้นำเอาต้นกล้วยมาให้มันกินเพื่อให้มันฟื้นจากอาการป่วยและบาดเจ็บโดยเร็ว ส่วนแผนการช่วยเหลือขั้นตอนต่อไป จะมีการประชุมหารืออีกครั้งต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dunDS3H54iI  

 3,382
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

เอาใจช่วย ช้างป่าตกคลองชมพูถูกน้ำป่าซัดหมดเรี่ยวแรง ยังขึ้นไม่ได้

พิษณุโลก-ชาวบ้านพบช้างป่าสีดอคาดว่า เพศผู้ อายุประมาณ 10 ปี ถูกน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์พัดตามลำคลองชมพู ยังคงอยู่ในสภาพที่อิดโรย และพยายามจะขึ้นตลิ่งด้วยตนเองเป็นช่วงๆ ใกล้บริเวณที่มีการปรับพื้นที่ตลิ่งที่ทำใหม่เพื่อให้มันเดินขึ้นมาเองได้ ขณะเดียวกันระดับน้ำป่าในคลองชมพูได้ลดต่ำลงไปมากกว่า 2 เมตรแล้ว ซึ่งช้างอาการตื่นกลัว เพราะมันเป็นสัตว์ป่า สามารถรับกลิ่นได้ดี โดยเฉพาะพฤติกรรมของมันที่ชูงวงขึ้นมาดมกลิ่นรอบตัวอยู่ตลอดเวลา   ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.ระดับน้ำในคลองชมพูลดลง ช้างป่าตัวนี้พยุงตัวลุกขึ้นยืนได้แล้ว แต่ยังไม่ยอมขึ้นจากน้ำ เจ้าหน้าที่คาดหวังว่าหากไม่มีรบกวนช้าง พื้นที่สงบเงียบ ช้างอาจเดินขึ้นมาบนตลิ่งได้เอง หากช้างไม่มีอาการเจ็บใดๆ และถ้าหากช้างขึ้นเองไม่ได้พรุ่งนี้เช้าจะเข้าให้การช่วยเหลือต่อไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เฝ้าดูอาการช้างป่าตลอดคืน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1Cx1fgAz-O4  

 8,133
ข่าวภูมิภาค
17 ต.ค. 60

มทร.อีสานจัดพิธีจุดเทียนชัยแปรอักษรเลข ๙ - พระ จ. พิษณุโลกปลูกดอกดาวเรืองประดับพระบรมฉายาลักษณ์สวยงาม

โคราช-คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) กว่า 10,000 คน พร้อมใจกันจัดกิจกรรม “มทร.อีสาน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” มีการทำพิธีจุดเทียนชัยแปรอักษรเลข ๙ ถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้   ที่ จ.พิษณุโลก พระภิกษุสงฆ์วัดจันทร์ตะวันออก ร่วมดูแลต้นดอกดาวเรือง จำนวน 2,500 ต้น ความยาวจำนวน 84 เมตร ที่ประดับดอกดาวเรืองหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาประดับไว้ให้ชมกันในพระอิริยบถและพระราชกรณียกิจต่างๆของพระองค์ท่าน จำนวน 100 กว่าภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รำลึกพระจริยวัตรที่งดงามของพระองค์    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SqjQGiE_HYc  

 3,215
ธ ทรงอยู่ในใจไทย
17 ต.ค. 60

มทร.อีสานจัดพิธีจุดเทียนชัยแปรอักษรเลข ๙ - พระ จ. พิษณุโลกปลูกดอกดาวเรืองประดับพระบรมฉายาลักษณ์สวยงาม

โคราช-คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) กว่า 10,000 คน พร้อมใจกันจัดกิจกรรม “มทร.อีสาน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” มีการทำพิธีจุดเทียนชัยแปรอักษรเลข ๙ ถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้   ที่ จ.พิษณุโลก พระภิกษุสงฆ์วัดจันทร์ตะวันออก ร่วมดูแลต้นดอกดาวเรือง จำนวน 2,500 ต้น ความยาวจำนวน 84 เมตร ที่ประดับดอกดาวเรืองหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาประดับไว้ให้ชมกันในพระอิริยบถและพระราชกรณียกิจต่างๆของพระองค์ท่าน จำนวน 100 กว่าภาพ เพื่อให้ประชาชนได้รำลึกพระจริยวัตรที่งดงามของพระองค์    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SqjQGiE_HYc  

 3,215
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 60

ชวนสัมผัสทะเลหมอกร่องเขานครชุม จ.พิษณุโลก ช่วงปลายฝนต้นหนาว

พิษณุโลก-สภาพอากาศปลายฝนต้นหนาว ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ทะเลหมอกที่ร่องเขานครชุม อ.นครไทย สร้างความสวยงามแก่นักท่องเที่ยวที่ได้ชม ท่ามกลางอุณหภูมิเย็นสบายประมาณ 18-20 องศา ซึ่งจะสามารถชมได้ไปจนถึงสิ้นฤดูหนาว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RaL-nku1B68  

 1,858
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 60

พบทารกวัยแบเบาะถูกทิ้งหน้าวัดดังพิษณุโลก ชาวบ้านตั้งชื่อ 'น้องกฐิน'

พิษณุโลก-พบหนูน้อยทารกวัยแบเบาะถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงศาลาริมแม่น้ำน่าน หน้าวัดโพธิญาณ อ.เมืองพิษณุโลก ตรวจสอบดูพบว่าเป็นทารกเพศหญิงรูปร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์ กำลังน่าเกลียดน่าชัง ผิวขาวเนียน อายุ 1-2 วัน น้ำหนักกว่า 3,000 กรัม ถูกคลุมด้วยเสื้อกันหนาวสีส้มและผ้าขนหนูสีเหลือง มีคราบเลือดติดที่ปลายผ้าเป็นหย่อมๆ และสะดือของหนูน้อยยังมีสีแดง   หลังจากนั้นทางวัดจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก และเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้รับทราบ ก่อนประสานไปยังโรงพยาบาลพุทธชินราชเพื่อให้ไปอยู่ในความดูแลของแพทย์และพยาบาล พร้อมทั้งให้ตำรวจติดตามหาตัวผู้ปกครองหรือญาติของหนูน้อยรายนี้แล้ว ขณะที่ชาวบ้านที่ทราบข่าวแห่มาดูพร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า 'น้องกฐิน' เนื่องจากทางวัดกำลังจะมีงานทอดกฐินสามัคคีในวันรุ่งขึ้น   ด้านเจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า สาเหตุที่มีคนนำเด็กมาทิ้งไว้หน้าวัดน่าจะเกิดจากพ่อแม่วัยรุ่นที่เพิ่งคลอดลูกแล้วไม่สามารถเลี้ยงดูแลได้ จึงตัดสินใจพากันนำมาทิ้งโดยอาศัยช่วงเวลากลางดึกปลอดคน ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยมีเหตุการณ์นำคนแก่มาทิ้งไว้ให้วัดดูแลถึง 2 คน และวัดก็ดูแลเอาใจใส่เรื่อยมาจนกระทั่งเสียชีวิตลง แต่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำเด็กทารกมาทิ้งเอาไว้ ขอฝากเตือนใจวัยรุ่นหญิงชายให้มีสติรู้จักยับยั้งชั่งใจและรู้จักป้องกันควบคุม อย่ารักสนุกเพียงชั่วครู่ชั่วคราว เพราะชีวิตหนึ่งเกิดมาแล้วก็น่าสงสาร การเอาเด็กที่ไร้เดียงสามาทิ้งแบบนี้ก็เป็นวิบากกรรมกับเด็ก และเป็นบาปกรรมติดตัวพ่อแม่อีกด้วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_-szNs0nP8w    

 18,990
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 60

พบศพเด็กทารกอายุครรภ์ 5 เดือนบนรถทัวร์สายกรุงเทพ-พิษณุโลก คาดแท้งแล้วทิ้งลงชักโครก

     เมื่อเวลา 18.00 น. ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งว่ามีผู้พบศพเด็กทารกบนรถโดยสารสายกรุงเทพ-พิษณุโลก ที่อู่รถบนถนนพิชัยสงคราม อ.เมือง พิษณุโลก จึงนำกำลังพร้อมประสานกู้ภัยในพื้นที่เข้าตรวจสอบ โดยในที่เกิดเหตุพบศพเด็กทารกเพศชาย อายุครรภ์ 5 เดือน ที่บริเวณท่อน้ำทิ้งด้านล่างของรถโดยสาร        ด้านนายนพดล อ่อนตา อายุ 24 ปี พนักงานทำความสะอาดรถ กล่าวว่า รถคันดังกล่าวก่อนเดินออกจากหมอชิต กรุงเทพฯ  ได้มีการทำความสะอาดแล้ว และเมื่อมาถึงพิษณุโลกส่งผู้โดยสารจนหมดแล้ว ตนจึงได้มาล้างทำความสะอาด ก็พบว่าท่อระบายน้ำตัน ตอนแรกนึกว่าเป็นกระดาษทิชชูไปติดท่อน้ำ จึงได้เปิดท่อดูกลับพบเท้าของศพทารกน้อยดังกล่าว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที         จากนั้นได้ตรวจสอบบนรถ พบว่าเบาะที่นั่งของผู้โดยสารหมายเลข D12 มีคราบเลือด จึงได้ตรวจสอบรายชื่อดู ก็พบว่าผู้โดยสารที่นั่งเป็นทหารหญิงและลงที่ บขส.พิษณุโลก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบดีเอ็นเอของศพเด็กทารกอีกครั้ง         ขณะแพทย์เวร ระบุว่า ศพเด็กดังกล่าวเป็นเพศชาย อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือนคาดว่าเสียชีวิตจากการแท้ง แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าแท้งจากร่างกายไม่พร้อม หรืออะไรกันแน่ ทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

 9,053

Top