ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตรัง"

ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 60

ชาวใต้ต้องระวัง! อุตุฯเตือน 6 จังหวัดเสี่ยงภัยฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลากถึงวันศุกร์!

  ศูนย์อุตุนิยมภาคใต้ฝั่งตะวันตก รายงานสภาพอากาศในช่วงวันที่ 15 - 19 สิงหาคม 2560 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกชุกและมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย   ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร และในบริเวณฝนฟ้าคะนองรวมทั้งบริเวณใกล้เคียงมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ ขณะที่จังหวัดพังงา ได้แจ้งเตือนประชาชนในทุกอำเภอของจังหวัดพังงา โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัย บริเวณที่ลาดเชิงเขา ที่ลุ่มต่ำ และบริเวณริมทะเล หลังกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังฝนที่อาจตกหนักในช่วง 3-4 วันนี้ ว่า อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้ โดยให้เฝ้าระวังและติดตามข่าวสารตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมอุปกรณ์ พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ทันที พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และตาก    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดหนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ    ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี และนครปฐม    ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด   ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่  และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง 

 1,965
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 60

ตีนแมวย่องขโมยนกบ้านรอง ผอ.พัทลุง 3 ครั้งติด คาดขโมยตามใบสั่ง

ตรัง-ตีนแมวย่องขโมยนกบ้าน นายพีรพล จริงจิตร อายุ 53 ปี เจ้าของบ้าน ที่มีตำแหน่งเป็น รอง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) พัทลุง เขต 2 เป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยล่าสุดกล้องวงจรปิดเห็นภาพคนร้ายได้ชัดเจน ตำรวจเชื่อเป็นคนในพื้นที่ เพราะรู้เส้นทางเข้าออกดี และอาจขโมยตามใบสั่ง   ทั้งนี้ เหตุการณ์แรกคนร้ายได้เข้ามาขโมยนกบินหลาดงไป 1 ตัว ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ชัดเจน กระทั่งล่าสุดโดนขโมยรอบที่ 2 ซึ่งกล้องวงจรปิดก็สามารถบันทึกพฤติการณ์และใบหน้า คนร้ายได้ทั้งหมดเช่นกัน   พบว่าเป็นชายหนุ่ม อายุประมาณ 30 ปี นุ่งกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ มีรอยสักที่บริเวณไหล่ซ้าย ได้ทำทีเดินเลียบมาทางริมห้วยหลังบ้าน ก่อนย่องเข้ามาขโมยนกเขียวขวัก แล้วหิ้วกรงพาวิ่งไปทางหลังบ้าน จากนั้น ได้ทิ้งกรงนกไว้ในป่าหลังบ้าน โดยเอาเฉพาะตัวนกไป เชื่อว่าน่าจะมีใบสั่งจากกลุ่มคนรักนกที่ต้องการมีไว้ครอบครอง จนเป็นที่มาของการบุกเข้ามาขโมยนกแล้วหลายครั้ง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/o_01UvjkqVw    

 845
ข่าวภูมิภาค
11 ส.ค. 60

คนเลี้ยงผวา แม่วัว จ.ตรัง เกิดคลุ้มคลั่ง หลังถูกหมาบ้ากัด ล่าสุดตายแล้ว 8 ตัว

ตรัง-พบวัวของเกษตรกรที่เลี้ยงไว้จำนวนหลายตัว ถูกสุนัขกัดจนกลายเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ตายไปแล้วหลายตัวและกำลังมีอาการอีกหลายตัว คาดว่าน่าจะตายเพิ่มอีก   คนเลี้ยงระบุแม่วัวเหล่านี้จะมีอาการคลุ้มคลั่ง และร้องเสียงดัง ผิดปกติ ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งก่อนหน้านี้มีคนเห็นมีหมาตัวหนึ่งมาไล่กัดลูกวัวอ่อนอายุราวๆ 1-2 เดือน และแม่วัวเห็นเข้าจึงเข้าขวางปกป้องลูกของตัวเองจึงโดนหมาตัวนั้นกัดไปหลายตัว เพราะวัวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ส่วนใหญ่เป็นแม่วัวที่มีลูกอ่อนทั้งสิ้น ซึ่งตอนนี้มีชาวบ้านประมาณ 4-5 ราย ที่เจอปัญหาเดียวกัน และมีแม่วัวติดเชื้อตายไปแล้วถึง 8 ตัว กระทบต่อรายได้ วอน จนท.ปศุสัตว์เข้าดูแล   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nxtm-GXb6_Q

 9,825
ข่าวดีประเทศไทย
10 ส.ค. 60

เด็กตรังเก่ง ออกไอเดียประดิษฐ์โดรนกังหันชัยพัฒนา-หุ่นยนต์มโนราห์

งานคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช. ที่ จ.ตรัง มีผลงานเด่นจากนักเรียนโรงเรียนย่านตาขาวรัฐชนูปถัมภ์ จังหวัดตรังประดิษฐ์โดรนรุ่นกังหันชัยพัฒนา เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.๙ นอกจากนี้ยังมีการประยุก์เทคโนโลยีและวัฒนธรรมท้องถิ่น ประดิษฐ์หุ่นยนต์มโนราห์ จากนักเรียนโรงเรียนวิเชียรมาตุ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Z7HjnKBPzsY  

 37,604
ข่าวภูมิภาค
08 ส.ค. 60

ตะลึง! พบแมงกะพรุนกล่องชนิดใหม่ พิษรุนแรงหากสัมผัสอาจถึงตายใน 2-3 นาทีที่ทะเลอันดามัน

  ผศ.ดร.มัสลิน โอสถานันต์กุล อาจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) พร้อมด้วย นางสาวอุษาวดี เดชศรี นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดภูเก็ต ได้นำเจ้าหน้าที่ และนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประมาณ 10 คน ออกสำรวจฝูงแมงกะพรุนพิษ บริเวณอ่าวบุญคง ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ตามโครงการสำรวจและรวบรวมความหลากชนิดของแมงกะพรุนและแมงกะพรุนพิษ ซึ่งเริ่มสำรวจมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 รวม 10 ครั้ง แต่เนื่องจากเป็นช่วงมรสุมคลื่นลมแรง ไม่สามารถออกไปยังแหล่งอาศัยของฝูงแมงกะพรุนพิษได้ ทีมนักวิจัยจึงได้วางอวนดักจับแมงกะพรุนพิษตามแนวชายฝั่งแทน โดยพบแมงกะพรุนไฟ 1 ตัว และดีเอ็นเอของแมงกะพรุนพิษอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะนำไปตรวจหาดีเอ็นเอว่า เป็นแมงกะพรุนกล่อง หรือแมงกะพรุนพิษชนิดใดบ้าง   ทั้งนี้ จากการสำรวจตั้งแต่ปลายปี 2559 พบว่า ในท้องทะเลตรัง มีแมงกะพรุนทั้งหมด 6 ชนิด ประกอบด้วยแมงกะพรุนกล่อง จำนวน 3 ชนิด คือ NORBAKKA, CHIROPSOIDES และ CHIRONEX นอกนั้นเป็นแมงกะพรุนไฟ แมงกะพรุนลายจุด และแมงกะพรุนลอดช่อง แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือ เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยได้พบแมงกะพรุนกล่องชนิดใหม่ ที่หากสัมผัสเข้าที่บริเวณลำตัวมากกว่า 50 % ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว หรือประมาณ 2-3 นาที   ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม ทีมนักวิจัยพบว่าแมงกะพรุนพิษยังมีขนาดเล็กหรือเป็นวัยอ่อน แต่ในช่วงลมมรสุมนี้กลับพบว่ามีขนาดใหญ่ขึ้น และเพิ่มปริมาณมากขึ้น สำหรับผู้ที่เสี่ยงต่อการถูกพิษแมงกะพรุนพิษมากที่สุด ได้แก่ ชาวประมงที่ออกไปวางอวนดักจับสัตว์น้ำ ส่วนนักท่องเที่ยวมักจะไม่ลงเล่นน้ำทะเลในช่วงมรสุม   อย่างไรก็ตาม แมงกะพรุนกล่องที่พบในจังหวัดตรังทั้ง 3 ชนิด ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งทีมนักวิจัยยังคงออกเก็บตัวอย่างเป็นประจำทุกเดือน เพื่อเฝ้าระวังการแพร่กระจายของแมงกะพรุนพิษ โดยเฉพาะแมงกะพรุนกล่องชนิดใหม่ที่เพิ่งค้นพบ ซึ่งจะมีการแจ้งเตือนผ่านทางเฟซบุ๊คของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งว่า ในพื้นที่ทุก 100 ตารางเมตร มีแมงกะพรุนพิษจำนวนเท่าไหร่ มากน้อยแค่ไหน โดยหากผู้ใดถูกพิษขอแนะนำให้ราดน้ำส้มสายชูต่อเนื่องอย่างน้อย 30 วินาที แต่หากไม่ดีขึ้นให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

 2,721
ข่าวภูมิภาค
07 ส.ค. 60

พบซากวาฬหัวทุย ถูกน้ำซัดเกยตื้นทะเลตรัง

ตรัง-พบซากปลาวาฬขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 12- 15 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 เมตร น้ำหนักประมาณ 3 ตัน เนื้อเปื่อยยุ่ยส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง ถูกน้ำซัดมาเกยตื้นที่บ้านแหลมลูกไม้ หมู่ที่ 12 ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ   ขณะที่จนท.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าเป็นวาฬหัวทุย น้ำหนักราว 3,000 กิโลกรัม ความยาวประมาณ 12 เมตร ไม่สามารถระบุเพศได้ เนื้อเปื่อยยุ่ย คาดว่าตายมาแล้วประมาณไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ และเพิ่งพบเป็นตัวแรกในบริเวณทะเลแถบนี้ ส่วนวาฬหัวทุยมักจะอยู่ทะเลนอก   ส่วนสาเหตุที่ลอยมาเกยตื้นน่าจะเกิดจากอาการป่วยร่างกายอ่อนแอ และหลบมรสุมในช่วงนี้จึงทำให้เกิดพลัดหลงเข้ามาเกยตื้นริมชายหาดดังกล่าว ก่อนนำซากชิ้นเนื้อและชิ้นส่วนกระดูกส่งต่อไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลฯ ภูเก็ต ส่วนซากที่เหลือชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ฯ ได้ระดมกันขุดหลุมฝังกลบบริเวณชายหาดดังกล่าว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lvfB_T4svgQ    

 1,977
สังคม-อาชญากรรม
30 ก.ค. 60

ลูกเหยื่อถูกฆ่าโหดหมกห้องน้ำเผยวันเกิดเหตุ เห็น 'ลุง ผอ.' ยืนดูศพแม่ ไม่ยอมช่วย

ความคืบหน้ากรณี แม่ของเด็กชายวัย 7 ขวบ ถูกฆ่าโหดหมกห้องน้ำโรงเรียนบ้านหนองคล้า ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ต่อมา นายวินิจ อัครสุวรรณกุล ผอ.โรงเรียนดังกล่าวได้ตกเป็นผู้ต้องหา และขณะนี้อยู่ในระหว่างประกันตัวนั้น         ล่าสุดพบว่าบรรดาญาติๆ ของผู้เสียชีวิตเริ่มมีความเครียดกับข่าวที่ออกมาในหลายกระแส เนื่องจากเกรงว่าคดีจะเงียบหายและครอบครัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเริ่มมีความระมัดระวังในการให้ข่าวและไม่ไว้ใจคนแปลกหน้ามากยิ่งขึ้น         ด้านนายอภิชัย อภิบาลศรี อดีตสามีของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนนี้ครอบครัวรู้สึกเครียด เพราะมีคนมากหน้าหลายตา สื่อเองก็มีหลายสำนัก ไม่ทราบสื่อใดเป็นแบบไหน อาจจะเป็นพวกของผู้ต้องหาก็ได้ เพราะคู่กรณีเป็นคนมีอำนาจทำให้ครอบครัวค่อนข้างระวังในการให้ข้อมูลมากขึ้น แต่ก็ยังเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่ตำรวจมีว่าจะสามารถเอาผิดต่อผู้ต้องหาได้ ซึ่งนายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ นายอำเภอวังวิเศษ ก็ได้รับปากว่าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เงียบหาย แม้ผู้ต้องหาจะเป็นผู้มีอำนาจขนาดไหนก็ตาม และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตนรู้ว่าคนมีการศึกษาสูงก็ไม่ใช่เป็นคนดีเสมอไป หากคนนั้นสามัญสำนึกไม่ดีมาตั้งแต่ต้น           นายอภิชัยเล่าอีกด้วยว่า ตนเองแต่งงานกับอดีตภรรยานานกว่า 12 ปี ไม่เคยพูดจาว่าร้าย ไม่เคยมีปากเสียงกัน และไม่เคยลงมือตบตีเลย แต่จู่ๆ ภรรยากลับถูกคนอื่นมาฆ่าตาย เวลากลางคืนลูกตนจะนอนปกติ เขาจะเล่นเส้นผมแม่เขาเป็นประจำก่อนนอน แต่ตอนนี้ตนต้องเป็นตัวแทนให้ลูกเล่นเส้นผมจนกว่าลูกจะหลับ เป็นความรู้สึกที่สุดแสนทรมานมาก           ด้านลูกชายวัย 7 ขวบ เล่าว่า วันเกิดเหตุ แม่ได้บอกให้ตนเองไปโรงเรียนบ้านและเมื่อไปถึง ขณะที่ตนเล่นอยู่ที่สนามเด็กเล่น ซึ่งห่างจากห้องน้ำจุดเกิดเหตุที่เป็นห้องน้ำด้านหลังประมาณ 40 เมตร ก็เห็น  ลุง ผอ. (ผู้ต้องหา) กับแม่เดินตามกันไปที่ห้องน้ำ พอมืดตนจะไปหาแม่ จึงเดินไปหาที่ห้องน้ำ ก็เห็นแม่นอนอยู่ แต่ ลุง ผอ. กลับห้ามตนเข้าไป กลัวลื่นและมืดด้วย แต่ ลุง ผอ.ไม่ช่วยแม่ กลับขับรถคันสีขาวออกไป ตนจึงเดินกลับบ้านคนเดียว พร้อมบอกอีกด้วยว่าพ่อบอกว่าแม่ไปสวรรค์ เมื่อไหร่จะกลับมา ตนคิดถึงแม่ อยากให้แม่กลับมาเร็วๆ                     ชมผ่านยูทูปได้ที่  :https://youtu.be/wzxOoqVEUNw

 12,033
ปากท้องร้องทุกข์
19 ก.ค. 60

'น้องน้ำขิง' วัย 3 ขวบ ป่วยเป็นตุ่มพุพองทั่วทั้งตัว แพทย์ชี้รักษาให้หายได้

ในโลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวของเด็กหญิงวัย 3 ขวบ ชื่อน้องน้ำขิง ชาวจังหวัดตรัง ที่ป่วยเป็นโรคประหลาด เป็นตุ่มใสขนาดใหญ่ผุดขึ้นมาทั่วทั้งตัว อาการหนักขึ้นจนกลายเป็นตุ่มหนอง แพทย์ที่รักษาบอกว่าไม่เคยเจออาการแบบนี้มาก่อน ทำได้แค่รักษาด้วยน้ำเกลือ กับยาฆ่าเชื้อ ปัจจุบันน้องต้องทนทรมานกับความเจ็บปวด จึงนำเรื่องมาโพสต์ผ่านเพจต่างๆในโลกออนไลน์ เพื่อขอความช่วยเหลือ  จากการเดินทางไปที่บ้านของน้องน้ำขิง วัย 3 ขวบทราบว่ามีอาการป่วยมาเป็นเวลา 10 วันแล้ว รักษาตัวที่โรงพยาบาลในจังหวัดตรัง แต่แพทย์ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าป่วยเป็นโรคอะไร และเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ นายเฉลิมรัตน์ กมุทรัตน์ อายุ 39 ปี ผู้เป็นพ่อ กล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า รู้สึกสงสารลูก ไม่คิดว่าจะป่วยหนักขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เป็นเด็กสุขภาพดี ร่าเริง ร่างกายแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วยหนักๆ มาก่อน แต่จู่ๆก็เกิดตุ่มใสขึ้นทั่วร่างกาย ตอนแรกตนและภรรยาคิดว่า เป็นอิสุกอิใส จึงซื้อยาเขียว มาให้กิน ชุบเช็ดตัวตามปกติ แต่อาการไม่ดีขึ้น มีไข้ ปวดศีรษะ มีอาการคันบริเวณที่เป็นตุ่ม พอเกาแผลก็จะเปิด ทำให้แสบ มีเลือดออก   เมื่อผ่านไป 2-3 วัน อาการยังไม่ดีขึ้น ตนและภรรยาจึงพาลูกสาวไปพบแพทย์ ได้ยาฆ่าเชื้อ กับน้ำเกลือกลับมา โดยแพทย์ได้ส่งชิ้นเนื้อไปตรวจที่กรุงเทพมหานคร เพื่อหาสาเหตุโดยละเอียด หลังจากกลับมาที่บ้าน อาการก็ยังไม่ดีขึ้น ตุ่มพองยังขึ้นมาใหม่อยู่ตลอด น้องน้ำขิงจะใส่เสื้อผ้าก็ไม่ได้ นอนก็ไม่ได้เพราะแผลจะติดที่นอน แม่ของน้อง ซึ่งทำงานเป็นพนักงานโรงแรมใน จ.ภูเก็ต ก็ต้องลางานมาดูแลลูกนานกว่า 10 วันแล้ว   ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตรัง และ เจ้าหน้าที่จากบ้านเด็กและครอบครัว จ.ตรัง นำสิ่งของ เป็นผ้าอ้อมเด็ก และของใช้ประจำวัน มาช่วยเหลือทางครอบครัวในเบื้องต้น และหาทางช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกครั้ง   ขณะที่โรงพยาบาลตรัง ได้มีการหารือกันเกี่ยวกับอาการป่วยของน้องน้ำขิง ก่อนจะมีการแถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งคณะแพทย์ได้ให้การวินิจฉัยว่า เป็นโรคตุ่มน้ำในเด็ก ซึ่งมักพบในเด็กเล็กช่วงอายุ 2-5 ปี สาเหตุเกิดจากร่างกาย ของผู้ป่วยสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านกับโปรตีน ที่ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวระหว่างชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเกิดการแยกชั้นขึ้น เป็นช่องว่างระหว่างหนังแท้ กับหนังกำพร้า แล้วเกิดมีน้ำในเซลล์ไปขังในช่องว่างนั้น กลายเป็นตุ่มน้ำใส สามารถรักษาได้ โดยการให้ยากิน จำพวกยาแดพโซน (Dapsone) สักระยะหนึ่ง และโรคมักหายได้ภายในเวลา 2 ปี แต่ต้องรักษาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง ไม่มีอะไรน่ากังวล   พร้อมกันนี้ทางเรื่องเล่าเช้านี้ได้รับน้องน้ำขิงเข้าสู่โครงการจากเงินกองทุนที่ช่วยเหลือน้องเคน ที่ป่วยโรคเด็กผีเสื้อ โดยจะรับผิดชอบค่ารักษาทั้งหมด และค่าใช้จ่ายอื่นๆอย่างเหมาะสม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fOV7llCqKyg  

 14,925
เศรษฐกิจ
17 ก.ค. 60

อดีตผู้การแบงก์ทิ้งเงินเดือนครึ่งแสนทำตามฝัน เปิดร้านอาหารใช้ปิ่นโตเป็นจุดขาย

อดีตผู้การแบงก์ทิ้งเงินเดือนครึ่งแสนมาทำตามฝัน เปิดร้านอาหารซึ่งมีจุดเด่นตรงที่นำปิ่นโตมาใส่อาหาร ทั้งขนมจีนน้ำยาปู และหมี่ปู น้ำเคยปลา ทอดมันกุ้งใบเล็บครุฑ และอื่นๆ อีก 50 เมนู         ร้านปิ่นโตคุณย่า ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกควนขนุน ในเขตเทศบาลนครตรัง ซึ่งมี น.ส.หนึ่งฤทัย ทองตัน อายุ 35 ปี อดีตผู้จัดการธนาคารชื่อดัง เป็นเจ้าของ โดยได้ตัดสินใจลาออกและทิ้งเงินเดือน 5-6 หมื่นบาท เพื่อมาทำตามฝันของตัวเอง เนื่องจากสมัยเด็กๆ ที่บ้านเปิดร้านค้าขาย จึงชอบในการให้บริการ การพูดคุย และต้องการย้อนยุคกลับไปในสมัยวัยเด็กที่ต้องหิ้วปิ่นโตตามคุณย่าคุณยายไปวัด จนเป็นที่มาของการเปิดร้านปิ่นโตคุณย่า ด้วยการนำปิ่นโต หม้อ กาละมัง และอุปกรณ์แบบโบราณ มาใส่อาหารให้เลือกวันละมากกว่า 50 เมนู           โดยเฉพาะขนมจีนน้ำยาปู ที่จะใส่เนื้อปูตำลงไปในเครื่องแกง ทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น หรือจะเป็นข้าวยำสมุนไพร ที่วัตถุดิบทุกอย่างต้องตำเองด้วยมือ พร้อมทั้งหั่นและคั่วเองชนิดวันต่อวัน โดยจะไม่ซื้อหอมกระเทียมเจียว หรือมะนาวขวดมาใช้ แต่จะคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ยังมีหมี่ปู น้ำเคยปลา และทอดมันกุ้งใบเล็บครุฑ สำหรับลูกค้าที่อยู่ในเขตเทศบาลนครตรัง หรือใกล้เคียง หากสั่งอาหารตั้งแต่ 150 บาทขึ้นไป จะมีบริการใส่ปิ่นโตส่งให้ถึงบ้านโดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มด้วย         ทั้งนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากเฟสบุ๊ค ไลน์ และการบอกต่อๆ กันไป แถมบางวันมีคุณย่าที่อายุมากแล้วมานั่งให้กำลังใจ น.ส.หนึ่งฤทัย หลานสาว เพื่อกำกับดูแลในเรื่องการให้บริการ ความสะอาด และรสชาติ ไม่ให้ผิดเพี้ยนไปจากฝีมือคุณย่า โดยเฉพาะวัตถุดิบต้องสดใหม่ทุกวัน เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า เพราะร้านเพิ่งเปิดได้เพียง 6 เดือน ส่วนราคาขายอาหารจะอยู่ที่จานละ 50-80 บาทเท่านั้น ยกเว้นขนมจีนน้ำยาปู และหมี่ปู ชุดละ 100-120 บาท ร้านปิ่นโตคุณย่า เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.    

 57,965
ข่าวภูมิภาค
17 ก.ค. 60

สลด หนุ่ม 19 โดดช่วยเด็กจมน้ำปลอดภัย แต่ตัวเองกลับถูกโคลนดูดเสียชีวิต

ตรัง-พบศพหนุ่มอายุ 19 ปี จมน้ำอยู่บริเวณก้นอ่างเก็บน้ำ หมู่ที่ 2 ควนตอ-พรุพลูเถื่อน ต.นาโยงใต้ อ.นาโยง โดยไม่พบบาดแผลใดๆ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง   จากการบอกเล่าของผู้ที่เห็นเหตุการณ์ และเด็กๆ ที่ลงเล่นน้ำก่อนเกิดเหตุ เล่าว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาได้ชวนเพื่อนๆ 4-5 คน อายุ ประมาณ 12-13 ปี ลงไปเล่นน้ำในอ่างเก็บน้ำบริเวณหน้า อบต.นาโยงใต้ เพื่อคลายร้อน จากนั้น มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไปเล่นน้ำด้วยเกิดอาการผิดปกติ หนุ่มผู้เสียชีวิต จึงอาสาลงไปช่วยให้ขึ้นมาจากน้ำได้ แต่ตัวเองกลับโดนโคลนในอ่างเก็บน้ำดูดจมลงไปไม่สามารถขึ้นมาจากน้ำได้   ดังนั้น เด็กๆ จึงรีบวิ่งไปบอกให้ชาวบ้านรีบมาช่วยเหลือ แต่เมื่อมาถึงกลับเป็นเฮือกสุดท้ายที่ ผู้ตาย อยู่เหนือผิวน้ำ ก่อนหมดแรงจมหายไปยังก้นอ่างเก็บน้ำ จึงมีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำ ซึ่งแม้จะนำร่างของผู้ตายขึ้นมาได้ แต่ก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยทางญาติๆ ของผู้เสียชีวิตไม่ติดใจอะไรจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ จึงนำศพของหนุ่มฮีโร่ไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jsbwqa9_7sc  

 5,346
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 ก.ค. 60

พยาบาลสาวโพสต์เตือนภัย ถูกโจรแกล้งขับ จยย.ให้ชนก่อนปล้นทรัพย์ ชาวเน็ตตั้งข้อสงสัยรอยกรีดที่แขน

ตรัง-พยาบาลสาววัย 28 ปี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อเป็นอุทาหรณ์สอนใจเตือนภัยผู้หญิง กรณีเหตุร้ายที่เกิดกับตัวเอง ขณะขับรถยนต์จาก รพ.ศูนย์ตรัง เพื่อกลับบ้าน ไปตามถนนบายพาสเลี่ยงเมือง เส้นสนามบินตรัง-กันตัง ซึ่งกระทำเป็นประจำทุกวันที่ลงเวรเช้าดึก   แต่ช่วงจังหวะก่อนที่ขับรถมีชายวัยรุ่น จำนวน 3 คน ขับขี่รถ จยย.สีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและป้ายทะเบียน มาปาดหน้ารถยนต์ของผู้เสียหาย ทำให้พยาบาลสาวตกใจ และเหยียบเบรคกะทันหัน ซึ่งตอนนั้นคิดว่าได้ชนชายวัยรุ่นทั้ง 3 คนแล้ว เลยลงจากรถ และไม่คิดอะไรมาก ด้วยความเป็นพยาบาลจึงอยากเข้าถามไปว่า เจ็บตรงไหนหรือไม่ เเต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายคนลักษณะอ้วน ได้ลุกขึ้นมาล็อคคอผู้เสียหาย ก่อนใช้อาวุธปืนจี้บริเวณที่เอว แล้วบังคับให้ไปขึ้นรถยนต์   จากนั้นชายคนที่ 2 ลักษณะผอมได้เดินมาทางประตูด้านคนนั่งข้าง ส่วนชายคนที่ 3 ยืนดูลาดเลาข้างนอก ทั้งนี้ คนร้ายทั้งคู่ได้ใช้อาวุธปืน เเละอาวุธมีด พยายามข่มขู่และทำร้ายร่างกาย พร้อมกับรื้อค้นกระเป๋า ได้เงินสดไปจำนวน 7,000 บาท เเละสร้อยคอทองคำ หนัก 2 สลึง จำนวน 1 เส้น โดยคนร้ายได้ข่มขู่ในรถว่าให้อยู่นิ่งๆ ไม่นั้นจะยิงให้ตาย จังหวะนั้น ผู้เสียหายรู้สึกกลัวมาก เลยพยายามสะบัดมือ เเละเปิดประตูรถยนต์ คนร้ายจึงดึงผมของพยาบาลสาว เเล้วเอามีดคัตเตอร์กรีดเข้าที่เเขนซ้าย จำนวนหลายเเผล เเละยังต่อยเข้าที่หน้าท้องอีก 2 ครั้ง   นอกจากนั้น ก่อนที่คนร้ายจะลงจากรถ ยังเอาหมวกกันน็อคฟาดที่ท้ายทอยของผู้เสียหาย 2 ครั้ง เเละตบที่หน้าอีก 1 ครั้ง จนพยาบาลสาวรู้สึกมึนมาก และฟุบไปกับพวงมาลัยรถ เเต่ยังมีสติพยายามโทรศัพท์บอกเเม่ สามี และเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือ ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พยาบาลสาวจึงขอเตือนภัยทุกคนว่า อย่าลงจากรถยนต์เด็ดขาด กรณีขับรถคนเดียวยามค่ำคืน เพราะเดี๋ยวนี้โจรมันมีวิธีมากมาย อาจทำแกล้งมาชนเรา หรือให้เราชน อย่างที่ตนเองประสบมาก็ได้   ด้าน ตร.สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า ตอนนี้กำลังเร่งทำการสเก็ตซ์ภาพของคนร้ายทั้ง 3 คน จากคำบอกเล่าของผู้เสียหาย พร้อมกับส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่หาเบาะแส ซึ่งคาดว่าจะสามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีได้ในเร็วๆ นี้   ขณะที่ในโลกออนไลน์ตั้งข้อสงสัยบาดแผลรอยมีดกรีดที่แขนผิดปกติ ที่มีรอยกรีดหลายๆแผล เหมือนการทำร้ายตัวเองมากกว่า เพราะโจรไม่น่าจะใช้เวลามากที่จะมากรีดเช่นนี้ อีกทั้งยังไม่ได้นำโทรศัพท์มือถือไปด้วย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oth1laVb1DQ    

 23,847
ข่าวภูมิภาค
10 ก.ค. 60

สลด ฝูงตัวต่อรุมต่อยตาวัย78 เสียชีวิต หลังหมอช่วยยื้อชีวิตแต่ทนพิษไม่ไหว

เกิดเหตุฝูงตัวต่อรุมต่อย นายแช่ม บางดี อายุ 78 ปี  ชาว จ.ตรัง บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังแพทย์ช่วยเหลือยื้อชีวิตเป็นเวลานานกว่า 15 ชั่วโมง แต่ผู้ตายทนพิษของฝูงตัวต่อไม่ไหวสิ้นใจตาย                    ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/--gRslIWjoM

 4,836
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ค. 60

แม่ร้องปวีณา ลูกสาวออกกรีดยางถูกฆ่าข่มขืน ผ่านไปเป็นเดือนยังไม่มีเบาะแสคนร้าย

2 แม่ลูกจาก จ.ตรัง เข้าร้องเรียนกับมูลนิธิปวีณาหงสกุล หลังลูกสาวคนสุดท้อง อายุ 21 ปี ถูกคนร้ายฆ่า-ข่มขืน ระหว่างออกไปกรีดยางพารากลางดึก เรื่องเกิดตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.60 แต่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ คนร้ายยังลอยนวล  ทางครอบครัวรู้สึกว่าคดีไม่มีความคืบหน้า และยังต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง และยังต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูลูกของผู้ตาย ที่อายุยังน้อยอีก 2 คน     โดยผู้ตายออกไปกรีดยางกลางดึก เพื่อจะนำน้ำยางไปขาย เอาเงินมาจ่ายค่าชุดนักเรียนให้ลูก แต่จนถึงช่วงบ่ายของวันที่ 13 พ.ค. ก็ยังไม่กลับมา พี่สาวจึงไปติดต่อคนในพื้นที่ช่วยกันออกตามหา จนพบว่าเสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำ ไม่ไกลจากบ้าน สภาพศพพบว่าเสื้อชั้นในถูกถลกขึ้นไปอยู่เหนือหน้าอก กางเกงวอร์ม ที่ผู้ตายสวมใส่ และกางเกงชั้นในถูกรูดลงมาอยู่ที่บั้นท้าย ลำคอถูกบีบเขียวช้ำ มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่คิ้วและเบ้าตาขวาจนแตก ใบหูขวามีรอยถูกกัด เบื้องต้นเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ บริเวณที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้ ต้นหญ้าถูกทับราบไปเป็นบริเวณกว้าง ทางครอบครัวเชื่อว่าคนร้ายเป็นคนในพื้นที่ และน่าจะเป็นคนใกล้ตัว เพราะตอนที่นางสาวเอออกไปกรีดยาง ไม่ใช่ช่วงปกติที่ชาวบ้านออกไปกรีดกัน น่าจะเป็นคนที่รู้ว่านางสาวเอจะออกจากบ้านกลางดึก แล้วไปดักรอก่อเหตุ   หลังเกิดเหตุ ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสอบสวน นำตัวผู้ต้องสงสัยหลายรายไปสอบปากคำและตรวจ DNA   ส่วนร่างของลูกสาว ก็ส่งให้โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ทำการชันสูตรโดยละเอียด ก่อนที่ทางครอบครัวจะทำการฌาปนกิจตามศาสนา แต่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบสองเดือน ก็ยังไม่รู้ตัวคนร้าย  ทางครอบครัวพยายามสอบถามไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง ก็ได้คำตอบเหมือนเดิมว่ายังอยู่ระหว่างสอบสวน ทำให้ครอบครัวยังหวาดกลัวอันตราย เนื่องจากคนร้ายยังลอยนวล ตอนนี้ต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวง ไม่กล้าออกจากบ้าน รายได้ก็ขาดหายไปจากเดิม ไม่เพียงพอใช้จ่าย   ด้าน ตร.สภ.รัษฎา จ.ตรัง เจ้าของคดี เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีว่า ตั้งแต่เกิดเหตุมีการตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียด มีการปูพรมตามหาเบาะแส แต่พบว่าคนร้ายไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้เลย มีเพียงร่องรอยการต่อสู้ที่จุดเกิดเหตุ ส่วนข้าวของต่างๆของผู้ตาย ก็พบ DNA ของผู้อื่นเพียง 1 จุด ที่ไฟฉายของผู้ตาย ตำรวจจึงเก็บตัวอย่าง DNA เอาไว้ สันนิษฐานว่าเป็นของคนร้าย   อย่างไรก็ตาม จากที่มีการสันนิษฐานไปก่อนหน้านี้ ว่าผู้ตายถูกข่มขืน เนื่องจากสภาพศพถูกถลกเสื้อผ้า และยังพบเมือกคล้ายอสุจิที่ช่องคลอด แต่หลังจากได้รับผลตรวจชันสูตรโดยละเอียดแล้ว ยืนยันว่าเมือกที่พบในช่องคลอดไม่ใช่อสุจิ และไม่พบ DNA ของผู้อื่น บนร่างกายของผู้ตายเลย แต่ก็เป็นไปได้ว่า DNA หายไปเพราะศพจมอยู่ในน้ำ   หลังจากนั้นได้มีการสอบปากคำผู้ต้องสงสัย รวมทั้งทยอยนำตัวมาตรวจ DNA ไปแล้วทั้งหมด 32 ราย  ไม่มีใครที่มี DNA ตรงกับที่เก็บได้บนไฟฉายเลย ส่วนมือถือของผู้ตายที่หายไป ก็ไม่ใช่สมาร์ทโฟน คาดว่าคนร้ายนำไปโยนทิ้ง เพราะจากการตรวจจับสัญญาน และเลขอีมี่ของเครื่อง ยังไม่พบว่ามีการนำมาเปิดใช้งานอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า มีการติดตามสืบสวนคดีนี้อย่างเต็มที่ ไม่ได้ละเลยอย่างที่ทางผู้เสียหายเข้าใจ แต่การทำงานต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่ให้เกิดความผิดพลาด หรือจับกุมผิดตัว จะกลายเป็นปัญหาจับแพะตามมาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G-V4RXIdb3s    

 6,583
ข่าวภูมิภาค
28 มิ.ย. 60

ตรังเผชิญเหตุฝนตกหนักลมกรรโชกแรง พัดต้นไม้ทับบ้านเรือนเสียหายหลายหลัง

วันที่ 28 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา (27 มิ.ย.) ได้เกิดฝนตกหนักและมีลมกรรโชกแรงพัดต้นไม้หักโค่นล้มทับบ้านที่อยู่อาศัยของประชาชนในหลายพื้นที่ของ จ.ตรัง โดยเฉพาะบริเวณชุมชนวังตอ ซอย 2 และซอย 3 ต.ทับเที่ยง ภายในเขตเทศบาลนครตรัง ทำให้บ้านเรือน ได้รับความเสียหายจำนวน 13 หลัง รวมทั้งต้นทุเรียนอายุกว่า 20 ปีที่กำลังออกผลเต็มต้นหักโค่นลงมากแบบถอนรากถอนโคนจำนวน 4 ต้น เสียหายยับเยิน    นางเรณู สินไชย อายุ 79 ปี เจ้าของสวนทุเรียนภายในซอยวังตอ 3 เล่าว่า ช่วงคืนวาน (27 มิ.ย.60) ได้เกิดลมกรรโชกอย่างรุนแรงและมีฝนตกตามลงมาอย่างหนัก ทำให้ต้นทุเรียนที่กำลังออกลูกดก ปลูกยืนต้นอยู่บริเวณโดยรอบของบ้านหักโค่นลงมาแบบถอนรากถอนโคน ได้รับความเสียหายและได้ล้มมาฟาดกับหลังหาบ้านทำให้กระเบื้องแตกเสียหายกว่า 60 แผ่นอีกด้วย   ด้านน.ส.สมศรี ญาณารณพ อายุ 69 ปี ข้าราชการบำนาญ มีบ้านพักอยู่ในซอยวังตอ 2 เล่าว่าในซอยดังกล่าวมีบ้านห้องแถวขนาดสองชั้นอยู่จำนวนหลายหลัง เมื่อเกิดลมพายุพัดถล่มดังกล่าวทำให้บ้านที่อยู่ติดๆกันได้รับความเสียหายทั้งหมด แต่โชคดีที่ส่วนอื่นๆของบ้านไม่ได้รับผลกระทบ เพียงแต่กระเบื้องมุงหลังคาและฝ้าเพดานเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย   ขณะที่นางกุลธารินทร์ โรจนสุรสีห์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.ตรัง กล่าวว่าจากสถานการณ์วาตภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนวังตอ และบริเวณสมาคมฮกเกี้ยน ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง นั้น ทาง ปภ.ตรัง ได้ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว โดยมีการสนับสนุนกระเบื้องมุงหลังคาให้ประชาชนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงหน้าฝน หากไม่มีการซ่อมแซมก่อนจะมีผลกระทบกับอุปกรณ์ส่วนอื่นภายในบ้านได้ ซึ่งในพื้นที่อื่นๆ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหาย แต่ก็มีการเฝ้าระวังอยู่ตลอด 24 ชม. ซึ่งอยากฝากไปยังประชาชนว่า ในเรื่องของวาตภัยนั้นค่อนข้างระมัดระวังลำบาก เนื่องจากกระแสลมมาในทิศทางไหนไม่สามารถรู้ได้ อย่างไรก็ตามหากเกิดเมฆฝนหรือมีฝนตก หรือได้รับการแจ้งเตือนว่าจะมีลมพัดแรงก็ให้หลบไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยไว้ก่อน ซึ่งหากว่าบ้านเรือนได้รับความเสียหายให้แจ้งมายังท้องถิ่นและ ปภ.ตรังได้ทันที

 4,451
ข่าวภูมิภาค
27 มิ.ย. 60

นัก กม.ชี้ภรรยาจับได้สามีมีกิ๊กจนกระโดดเกาะรถ ต้องฟ้องหย่าควบคู่ถึงจะเอาผิดทางอาญากิ๊กสาวได้

ตรัง-จากคลิปภรรยาเจอสามีกำลังขับรถยนต์มาเติมน้ำมันในปั๊มเอสโซ่ และมีผู้หญิงอื่นนั่งมาในรถด้วย จึงเกิดอารมณ์โกรธแค้นตรงเข้าไปหา แต่ฝ่ายสามีเมื่อเห็นดังนั้น จึงรีบขับรถออกไป ทั้งที่หัวจ่ายน้ำมันยังคารถอยู่ และยังไม่ได้จ่ายเงินค่าน้ำมัน ขณะที่ฝ่ายภรรยาได้วิ่งเข้าไปกระโดดเกาะประตูรถด้านข้างคนขับ ไปประมาณ 100 เมตร แต่ฝ่ายสามีก็ยังไม่ยอมจอดรถ จนฝ่ายภรรยาหมดแรงล้มลงร่างครูดไปกับพื้นถนน และโดนล้อรถเหยียบซ้ำ ก่อนที่จะฝ่ายสามีจะขับรถหนีไป   ด้านพนักงานปั๊มน้ำมันดังกล่าว เล่าถึงวินาทีขณะเกิดเหตุว่า ฝ่ายหญิงวิ่งปรี่เข้าไปจะเปิดประตูรถของสามี จากนั้น คนขับรถเก๋งได้เร่งเครื่องออกไปทันที โดยที่หัวจ่ายยังเสียบคารถอยู่ และเติมน้ำมันไปได้ประมาณ 300 บาท พร้อมทั้งยังไม่มีการจ่ายค่าน้ำมันแต่อย่างใด ส่วนผู้เสียหายได้เกาะตรงที่เปิดประตูรถ และกระจกมองข้างติดไปด้วย เมื่อตนกับเพื่อนพนักงานได้ขี่รถมอเตอร์ไซน์ตามไป จนเจอผู้เสียหายรายดังกล่าวนอนล้มอยู่บนถนน จึงได้แจ้งไปยังสายด่วน 191 ให้รับทราบ แต่ที่โชคดีคือหัวจ่ายน้ำมันหลุดออกมาก่อน ในขณะรถเก๋งดังกล่าวขับออกไป มิเช่นนั้นอาจจะเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมาได้   ด้านนักกฎหมายระบุ ไม่ใช่ความผิดส่วนตัว สามีอาจมีความผิดฐานพยายามฆ่า ส่วนการที่จะเอาผิดกับกิ๊กสาวที่นั่งมากับฝ่ายสามี อาจดำเนินการได้ในทางเพ่ง แต่หากต้องการเอาผิดทางอาญา ต้องดำเนินการฟ้องหย่าก่อน    ส่วนกรณีในกรณีขับรถโดยประมาท แต่เนื่องจากฝ่ายเจ้าทุกข์ไม่ประสงค์เอาเรื่อง เพราะเป็นสามี    ขณะที่ ตร.เข้าของคดี ระบุสำหรับคดีพยายามฆ่านั้นยังไม่เข้าประเด็น เพราะผู้เสียหายอยู่ด้านข้างของตัวรถ แต่ถ้าอยู่ด้านหน้า อาจจะเข้าข่ายพยายามฆ่าได้ เพราะถ้าชนเข้าตรงๆ อาจถึงแก่ชีวิต แต่จากการดูกล้องวงจรปิดพบว่า รถเก๋งไม่ได้เหยียบผู้เสียหายดังที่มีการเสนอข่าวไป เพราะบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WEtUadB6lYA  

 28,944

Top