ค้นหา :

ผลการค้นหา "ตรัง"

ข่าวภูมิภาค
22 ต.ค. 62

ให้ออกจากราชการ ด.ต.เมายาคลั่ง กราดยิงบ้าน ส.ส.ตรัง

ตรัง - เกิดเหตุดาบตำรวจคลั่ง กราดยิงใส่บ้าน น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.เขต 3 จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หลังแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม ปรากฎพบว่าปัสสาวะของ ด.ต.เป็นสีม่วง จึงโดนแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด มีอาวุธปืนในครอบครอง และยิงปืนในที่สาธารณะ   ด้านนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พ่อของ น.ส.สุณัฐชา บอกว่า จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยไปว่าความให้ ด.ต.คนนี้โดยไม่คิดเงิน แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน ทำไมจึงต้องมายิง จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ด.ต.คนนี้เมายาเสพติด เพราะก่อนหน้านี้เคยเมายา แล้วมาที่บ้านแล้วครั้งหนึ่ง   หลังเกิดเหตุ  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งให้ ด.ต.คนดังกล่าว ออกจากราชการแล้ว เพราะมีสารเสพติดในร่างกาย และดำเนินคดีขั้นสูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c7XDdBnrt50

 647
สังคม
22 ต.ค. 62

ให้ออกจากราชการ ด.ต.เมายาคลั่ง กราดยิงบ้าน ส.ส.ตรัง

ตรัง - เกิดเหตุดาบตำรวจคลั่ง กราดยิงใส่บ้าน น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.เขต 3 จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ หลังแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม ปรากฎพบว่าปัสสาวะของ ด.ต.เป็นสีม่วง จึงโดนแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด มีอาวุธปืนในครอบครอง และยิงปืนในที่สาธารณะ   ด้านนายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พ่อของ น.ส.สุณัฐชา บอกว่า จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยไปว่าความให้ ด.ต.คนนี้โดยไม่คิดเงิน แต่ปรากฎว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน ทำไมจึงต้องมายิง จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า ด.ต.คนนี้เมายาเสพติด เพราะก่อนหน้านี้เคยเมายา แล้วมาที่บ้านแล้วครั้งหนึ่ง   หลังเกิดเหตุ  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งให้ ด.ต.คนดังกล่าว ออกจากราชการแล้ว เพราะมีสารเสพติดในร่างกาย และดำเนินคดีขั้นสูงสุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/c7XDdBnrt50

 647
ข่าวภูมิภาค
11 ต.ค. 62

รวบอดีตนักมวยหญิง 'น้องบัว เกียรติประกอบ' ผันตัวค้ายา ผัวแสบหนีทิ้งให้เมียโดนจับคนเดียว

ตรัง-ตำรวจนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมนายชำนิ มีลือ อายุ 36 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย น.ส.นิสานาฎ รอดแสน หรือบัว อายุ 26 ปี   แต่หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ นายชำนิจึงอาศัยจังหวะรีบวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหลังบ้าน และวิ่งเข้าสวนยางพาราไปอย่างไร้ร่องรอย จึงควบคุมตัว น.ส.นิสานาฏไว้ได้พียงคนเดียว ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าจำนวน 3,322 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 600 กรัม น้ำต้มพืชกระท่อม 1 ขวด จำนวน 1 ลิตร อาวุธปืนยาวขนาด .22 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 4 นัด จึงนำไว้เป็นของกลาง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยากัน น.ส.นิสานาฎ ให้การรับสารภาพว่า ตนและนายชำนิสามีค้ายาบ้าจริง และตรวจปัสสาวะผลปรากฏว่ามีสีม่วง ส่วนประวัติของ น.ส.นิสานาฎ เดิมเคยเป็นอดีตนักมวยทีมชาติไทย ในชื่อน้องบัว เกียรติประกอบ และยังเข้าอบรมนายร้อยตำรวจ แต่เกิดตั้งท้องกับสามีเก่าเสียก่อน จึงไม่ได้ไปรายงานตัว ก่อนผันตัวมาเป็นนักค้ายา ในขณะนั้นอายุ 20 ปี ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและรับโทษอยู่จำนวนหลายปี   กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงหย่าร้างกับสามีเก่าและมาอยู่กินกับนายชำนิ ยังคงยึดการค้ายาบ้า จนมาถูกจับกุม ขณะเดียวกันนายชำนิเคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนในพื้นที่ สภ.ปะเหลียน ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี แต่อยู่ระหว่างการประกันตัวข้อยื่นอุทธรณ์   ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวฝากขังต่อไป ส่วนทางด้านนายชำนิทางเจ้าหน้าที่จะขออนุมัติหมายศาลนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hJHnhUOkcfk

 5,228
สังคม
11 ต.ค. 62

รวบอดีตนักมวยหญิง 'น้องบัว เกียรติประกอบ' ผันตัวค้ายา ผัวแสบหนีทิ้งให้เมียโดนจับคนเดียว

ตรัง-ตำรวจนำกำลังชุดสืบสวน พร้อมด้วยชุดปราบปรามยาเสพติด จับกุมนายชำนิ มีลือ อายุ 36 ปี ชาว อ.ปะเหลียน จ.ตรัง พร้อมด้วย น.ส.นิสานาฎ รอดแสน หรือบัว อายุ 26 ปี   แต่หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ นายชำนิจึงอาศัยจังหวะรีบวิ่งหลบหนีออกไปทางประตูหลังบ้าน และวิ่งเข้าสวนยางพาราไปอย่างไร้ร่องรอย จึงควบคุมตัว น.ส.นิสานาฏไว้ได้พียงคนเดียว ตรวจค้นภายในบ้านพบยาบ้าจำนวน 3,322 เม็ด ยาไอซ์จำนวน 600 กรัม น้ำต้มพืชกระท่อม 1 ขวด จำนวน 1 ลิตร อาวุธปืนยาวขนาด .22 ไม่มีทะเบียน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 1 นัด อาวุธปืนอัดลม 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 4 นัด จึงนำไว้เป็นของกลาง   จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้ง 2 เป็นสามีภรรยากัน น.ส.นิสานาฎ ให้การรับสารภาพว่า ตนและนายชำนิสามีค้ายาบ้าจริง และตรวจปัสสาวะผลปรากฏว่ามีสีม่วง ส่วนประวัติของ น.ส.นิสานาฎ เดิมเคยเป็นอดีตนักมวยทีมชาติไทย ในชื่อน้องบัว เกียรติประกอบ และยังเข้าอบรมนายร้อยตำรวจ แต่เกิดตั้งท้องกับสามีเก่าเสียก่อน จึงไม่ได้ไปรายงานตัว ก่อนผันตัวมาเป็นนักค้ายา ในขณะนั้นอายุ 20 ปี ก่อนจะถูกจับกุมในข้อหายาเสพติดและรับโทษอยู่จำนวนหลายปี   กระทั่งพ้นโทษออกมา จึงหย่าร้างกับสามีเก่าและมาอยู่กินกับนายชำนิ ยังคงยึดการค้ายาบ้า จนมาถูกจับกุม ขณะเดียวกันนายชำนิเคยถูกจับกุมในคดีอาวุธปืนในพื้นที่ สภ.ปะเหลียน ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี แต่อยู่ระหว่างการประกันตัวข้อยื่นอุทธรณ์   ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวฝากขังต่อไป ส่วนทางด้านนายชำนิทางเจ้าหน้าที่จะขออนุมัติหมายศาลนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hJHnhUOkcfk

 5,228
ข่าวภูมิภาค
07 ต.ค. 62

มือปืนอุกอาจ สวมชุดขาวขับเก๋ง กระหน่ำกราดยิงพ่อค้าขายผักกลางเมืองตรัง

ตรัง-เกิดเหตุมีคนโดนยิงได้รับบาดเจ็บ ในบริเวณซอยสังขวิทย์ ถ.เพลินพิทักษ์ ต.ทับเที่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ 4 ประตู โตโยต้า สีดำ สภาพประตูฝั่งคนขับมีรอยโดนยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. จำนวน 14 นัด   มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 คน ทราบชื่อคือ นายเชิดศักดิ์ พลายพรรณ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นพ่อค้าขายผักในเขตตลาดสดเทศบาลนครตรัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 4 นัด เข้าที่บริเวณชายโครงด้านขวา 2 จุด สะโพกขวา 1 จุด และที่โหนกแก้ม ด้านขวา 1 จุด เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง   ห่างจากรถกระบะ 4 ประตูคันดังกล่าวประมาณ 200 เมตร พบรถเก๋ง โตโยต้า สีแดง สภาพถูกชนด้านหน้าพังยับ และถัดมามีข้าวของหน้าบ้านของชาวบ้านนับ 10 หลัง กระจัดกระจายได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนขนาด 11 มม.จำนวน 2 ปลอก ตกอยู่บริเวณปากซอยสังขวิทย์ ห่างจากรถกระบะประมาณ 300 เมตร   จากการสอบถาม นายสุวิทย์ สิทธิชัย อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ และเป็นเจ้าของรถเก๋งที่ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าจากการโดนถอยชนเล่าว่า ตนเองได้ขับรถตามหลังรถกระบะ 4 ประตู ซึ่งมีนายเชิดศักดิ์ ผู้บาดเจ็บ เป็นคนขับ และมีเพื่อนนั่งข้างมาด้วย 1 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ได้ขับตามหลังและเข้ามาประกบตีคู่ขึ้นมา   ขณะที่รถกระบะ 4 ประตูของนายเชิดศักดิ์ จอดรอเพื่อเลี้ยวขวา คนร้ายซึ่งสวมชุดสีขาว และสวมหมวกไอ้โม่ง ได้เปิดประตูรถเก๋งลงมากระหน่ำยิงทันที จนทำให้นายเชิดศักดิ์ ต้องขับรถถอยออกมาเพื่อหลบหนี จึงชนกับรถของตนเองเข้าอย่างจัง แถมยังถอยยาวไปชนม้าหินอ่อนหน้าบ้านของชาวบ้าน และข้าวของกระจัดกระจายได้รับความเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน จนรถกระบะ 4 ประตู ไปติดอยู่กับกำแพงบ้าน ส่วนคนร้ายได้รีบขึ้นรถเก๋งขับเลี้ยวขวาไปทางสามแยกรักษ์จันทน์เพื่อหลบหนีไปทันที   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาขัดแย้งส่วนตัว ขณะที่นายเชิดศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ulsayMVCZw8

 1,614
อาชญากรรม
07 ต.ค. 62

มือปืนอุกอาจ สวมชุดขาวขับเก๋ง กระหน่ำกราดยิงพ่อค้าขายผักกลางเมืองตรัง

ตรัง-เกิดเหตุมีคนโดนยิงได้รับบาดเจ็บ ในบริเวณซอยสังขวิทย์ ถ.เพลินพิทักษ์ ต.ทับเที่ยง ในเขตเทศบาลนครตรัง ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ 4 ประตู โตโยต้า สีดำ สภาพประตูฝั่งคนขับมีรอยโดนยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. จำนวน 14 นัด   มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 คน ทราบชื่อคือ นายเชิดศักดิ์ พลายพรรณ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นพ่อค้าขายผักในเขตตลาดสดเทศบาลนครตรัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 4 นัด เข้าที่บริเวณชายโครงด้านขวา 2 จุด สะโพกขวา 1 จุด และที่โหนกแก้ม ด้านขวา 1 จุด เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง   ห่างจากรถกระบะ 4 ประตูคันดังกล่าวประมาณ 200 เมตร พบรถเก๋ง โตโยต้า สีแดง สภาพถูกชนด้านหน้าพังยับ และถัดมามีข้าวของหน้าบ้านของชาวบ้านนับ 10 หลัง กระจัดกระจายได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนขนาด 11 มม.จำนวน 2 ปลอก ตกอยู่บริเวณปากซอยสังขวิทย์ ห่างจากรถกระบะประมาณ 300 เมตร   จากการสอบถาม นายสุวิทย์ สิทธิชัย อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ และเป็นเจ้าของรถเก๋งที่ได้รับความเสียหายบริเวณด้านหน้าจากการโดนถอยชนเล่าว่า ตนเองได้ขับรถตามหลังรถกระบะ 4 ประตู ซึ่งมีนายเชิดศักดิ์ ผู้บาดเจ็บ เป็นคนขับ และมีเพื่อนนั่งข้างมาด้วย 1 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ได้ขับตามหลังและเข้ามาประกบตีคู่ขึ้นมา   ขณะที่รถกระบะ 4 ประตูของนายเชิดศักดิ์ จอดรอเพื่อเลี้ยวขวา คนร้ายซึ่งสวมชุดสีขาว และสวมหมวกไอ้โม่ง ได้เปิดประตูรถเก๋งลงมากระหน่ำยิงทันที จนทำให้นายเชิดศักดิ์ ต้องขับรถถอยออกมาเพื่อหลบหนี จึงชนกับรถของตนเองเข้าอย่างจัง แถมยังถอยยาวไปชนม้าหินอ่อนหน้าบ้านของชาวบ้าน และข้าวของกระจัดกระจายได้รับความเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน จนรถกระบะ 4 ประตู ไปติดอยู่กับกำแพงบ้าน ส่วนคนร้ายได้รีบขึ้นรถเก๋งขับเลี้ยวขวาไปทางสามแยกรักษ์จันทน์เพื่อหลบหนีไปทันที   อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นคาดว่ามาจากปัญหาขัดแย้งส่วนตัว ขณะที่นายเชิดศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ulsayMVCZw8

 1,614
ข่าวภูมิภาค
16 ก.ย. 62

เศร้า พะยูนตายไส้ทะลัก กลางทะเลตรังเป็นตัวที่ 11 ของปี 62

ตรัง-นายวิทยา มากนคร นายช่างเครื่องกล ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สบทช.10 ได้รับแจ้งจากนายสมศักดิ์ พันธุเมต ประธานชมรมมัคคุเทศก์อาชีพ จ.ตรัง ว่า ขณะพานักท่องเที่ยวออกเที่ยวทะเลตามปกติ ช่วงระหว่างเกาะยา จ.ตรัง กับเกาะไหง จ.กระบี่ ระยะทางประมาณ 3 ไมล์ทะเล   แต่ระหว่างทางได้พบซากพะยูนลอยตายอยู่ในทะเล สภาพมีลำไส้ทะลักออกมา จึงถ่ายภาพยืนยันส่งมาให้เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สบทช.10 เข้าไปตรวจสอบ เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานขอความร่วมมือให้ช่วยทำสัญลักษณ์ หรือผูกมักซากพะยูนกับอะไรไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าไปค้นหาได้ชัดเจน และนำซากพะยูนกลับเข้าฝั่ง   ซึ่งพะยูนตัวนี้นับเป็นพะยูนตัวที่ 11 ที่พบตายลงในท้องทะเลตรัง สำหรับปี 2562 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RTimhNunT_Q

 7,201
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ค. 62

แจ้งจับรายการดังเกาหลี the law of jungle งมหอยมือเสือใต้ทะเลตรัง มาทำอาหาร

ตรัง-นายณรงค์ คงเอียด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และ นายอำนาจ หยังหลัง หัวหน้าหน่วยเกาะกระดาน อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้นำหลักฐานเป็นข่าวภาพถ่าย และแผ่นซีดี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจ สภ.กันตัง เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่มีการลักลอบจับหอยมือเสือ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง มาปรุงเป็นเมนูอาหารรับประทาน เหตุเกิดในพื้นที่ อ่าวโล๊ะอุดัง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง   สืบเนื่องจากอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ได้รับแจ้งจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่า มีภาพปรากฏทางสื่อโซเชียลว่า มีการจับสัตว์น้ำ ชนิดหอยมือเสือ ขึ้นมาโพสต์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562 และปรากฏภายหลังทราบว่า   รายการที่มาถ่ายทำคือ The Law of Jungle ซึ่งเป็นของประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้มาเข้าถ่ายทำในประเทศไทย โดย บริษัท เดอะซิกซ์ เอลลิเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้ประสานงานการถ่ายทำของ SBS Broadcasting Center ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งได้ขออนุญาตกรมอุทยานแห่งชาติฯ เข้ามาถ่ายทำรายการโทรทัศน์ในอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม บริเวณหาดเจ้าไหม เกาะแหวน และเกาะมุกด์ ในวันที่ 29 มีนาคม และวันที่ 1-3 เมษายน 2562   อย่างไรก็ตาม หลังจากการตรวจสอบทางสื่อดังกล่าวแล้วเห็นว่า เป็นการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ป่า ซึ่งจากพฤติการณ์ที่ปรากฏ เป็นการกระทำต่อหอยมือเสือ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ.2546 ประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ ลำดับที่ 11   ถือเป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16 (3) ด้วยการนำสัตว์ออกไป หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 16 ห้ามมิให้ผู้ใดล่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นการกระทำโดยทางราชการที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 26   มาตรา19 ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่จะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตาม มาตรา 17 ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว โดยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี และต้องปฏิบัติตามข้อกฎกระทรวง และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตมาตรา 21   ดังนั้น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัมที่มาถ่ายทำรายการ ซึ่งถือเป็นผู้ที่กระทำความผิด เพื่อให้พนักงานสอบสวน สภ.กันตัง ดำเนินการตามข้อกฎหมายต่อไป ซึ่งจะมีโทษคือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

 3,848
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ค. 62

เฒ่าตัณหากลับ ข่มขืนยายเพื่อนบ้านวัย 89 ลานหน้าบ้าน อ้างอยากลองเล่นๆสักครั้ง

ตรัง-เกิดเหตุชายอายุ 71 ปี บุกข่มขืนหญิงชรา อายุ 89 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่ติดกัน โดยเหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพักของผู้เสียหาย ในพื้นที่ อ.ปะเหลียน   ลูกสาวของผู้ก่อเหตุ อายุ 57 ปี อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา ผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า บ้านที่เกิดเหตุอยู่ติดกับบ้านของตน และถัดออกไปเป็นบ้านของพ่อตน ขณะเกิดเหตุตนกำลังล้างหม้อและถ้วยชามอยู่ พอดีหันไปเห็นพ่อนุ่งผ้าขาวม้าเพียงผืนเดียวกำลังมีเพศสัมพันธ์อยู่กับผู้เสียหาย บนพื้นปูนหน้าบ้านที่เกิดเหตุ แต่ทันใดนั้น พ่อก็ลุกขึ้นแล้วรีบเดินออกมาหน้าบ้าน เปิดก๊อกพร้อมนำอวัยวะเพศของตัวเองล้างน้ำ ก่อนจะเดินผ่านบ้านของตนโดยมีอาการลุกลี้ลุกลน ตัวสั่น ก่อนจะเดินกลับบ้านไป   ระหว่างนั้นตนวิ่งไปดูผู้เสียหาย ซึ่งเป็นคนที่สนิทและเคารพกันมาก พบว่าอยู่ในอาการตื่นตกใจและร้องไห้ บริเวณผ้าถุงและอวัยวะเพศมีคราบน้ำสีขุ่น คล้ายอสุจิเปื้อนอยู่ทั่วบริเวณ จึงรีบพยุงนำไปล้างน้ำออก ก่อนที่ลูกสาวกลับมาบ้าน ตนจึงบอกว่าผู้เป็นพ่อเป็นคนลงมือข่มขืน ด้วยความโกรธแค้น   ตนและลูกสาวผู้เสียหายจึงเดินมาที่บ้านของผู้ก่อเหตุ โดยตะโกนถามว่าทำไมถึงทำอย่างนี้ แต่ถูกผู้ก่อเหตุตอบกลับมาว่า ไม่ได้เป็นคนทำ อย่ามาโกหกใส่ร้ายกัน ก่อนที่ทางญาติผู้เสียหายพร้อมด้วยตน รีบนำตัวผู้เสียหายมาโรงพยาบาลย่านตาขาว เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างเร่งด่วน   ขณะที่ลูกสาวผู้เสียหายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนออกไปนอกบ้าน โดยฝากให้เพื่อนบ้านอยู่ติดกันเป็นคนดูแลอยู่ห่างๆ โดยมีผู้เป็นแม่อยู่บ้านเพียงคนเดียว ก่อนที่จะกลับมาถึงพบว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว ก่อนที่จะนำตัวไปโรงพยาบาลและนำตัวแม่มาแจ้งความร้องทุกข์   โดยผู้เป็นแม่เล่าว่า ผู้ก่อเหตุมาบอกว่า “ขอเอาสักครั้ง อยากลองเอาเล่นๆ ดูสักครั้ง” พร้อมใช้หมัดชกหน้าท้องไปจำนวนหลายครั้งอีกด้วย ซึ่งแม่เป็นคนอายุมากจะเอาแรงที่ไหนไปต่อสู้ขัดขืน   ส่วนตนรู้จักกับครอบครัวของผู้ก่อเหตุอย่างสนิทและรักใคร่กันเหมือนญาติพี่น้อง และอยู่ใกล้กันมาตั้งแต่เกิด นิสัยส่วนตัวของผู้ก่อเหตุเป็นคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้อยู่แล้ว คนในพื้นที่หลายรายเคยถูกล่วงละเมิดมาแล้ว ทั้งโดนจับหน้าอก จับอวัยวะเพศ แต่ไม่มีใครติดใจเอาเรื่อง แต่ไม่เคยถึงขั้นมาข่มขืนขนาดนี้   แถมยังทำหน้าบ้านที่เป็นลานไม่มีอะไรปิดกั้น ใครเดินผ่านไปมาก็เห็น ตนรู้สึกเสียใจที่สุดในชีวิต ไม่คิดว่าคนที่เราไว้ใจกลับมาทำกันแบบนี้ หลังจากเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ผู้ก่อเหตุ ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ตามปกติที่บ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตนเองจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยไม่มีการยอมความใดๆ ทั้งสิ้น   อย่างไรก็ตาม ผลตรวจร่างกายจากแพทย์โรงพยาบาลย่านตาขาวในเบื้องต้นระบุว่า พบร่องรอยช่องคลอดฉีกขาด และพบน้ำสีขาวในช่องคลอด ก่อนจะตรวจว่ามีการติดเชื้อหรือไม่   ต่อมาบรรดาญาติของผู้เสียหายได้ช่วยกันใช้ไม้กวาดทำร้ายผู้ต้องหาจนแขนซ้ายหัก และได้รับบาดเจ็บที่ชายโครงด้านซ้ายไปก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะถูกตำรวจแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเรา และนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลปะเหลียน  เบื้องต้นนายหยาบได้รับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริง แต่จะดำเนนการแจ้งความดำเนินคดีกับบรรดาญาติๆของผู้เสียหายฐานทำร้ายร่างกาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/w_HKZxcAN5s

 4,622
ข่าวภูมิภาค
22 มิ.ย. 62

ลูกชายข้องใจ! ครูฝึกปล่อยให้แม่หัดขับรถคนเดียว ก่อนพุ่งชนกำแพงตกสระน้ำดับ ขณะเรียนขับรถ

ตรัง - จากเหตุการณ์ที่มีหญิงคนหนึ่งได้ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ที่ใช้สำหรับฝึกหัดขับของโรงเรียนสอนขับรถ ตกใจเหยียบคันเร่งพุ่งชนกำแพงปูนของโรงเรียนจนทะลุออกไปตกลงในสระน้ำที่อยู่ใกล้กัน จนทำให้ติดอยู่ภายในรถไม่สามารถช่วยตัวเองออกมาได้ และเสียชีวิตในที่สุด ระหว่างกำลังฝึกหัดขับรถอยู่ภายในโรงเรียนดังกล่าวนั้น   ล่าสุดลูกชายสาวชาวกระบี่ที่ขับรถเก๋งชนทะลุกำแพง แล้วจมไปในสระจนเสียชีวิต ยังข้องใจเรื่องการสอนขับรถ ว่า ทำไมครูฝึกสอนขับรถยนต์ ถึงไม่ได้นั่งประกบแม่ตลอดเวลา และปล่อยให้แม่ขับรถคนเดียว จนเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น    ทางด้านคดี ร.ต.อ.มนตรี สงคง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง เจ้าของคดี บอกว่า เบื้องต้นสอบปากคำครูที่สอนขับรถ บอกว่าได้พยายามช่วยเหลือแล้วแต่ไม่ทันการณ์ ตอนนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/EdRZuNeWE0M

 2,009
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 62

รวบหนุ่มวัย 25 สารภาพบีบคอ-เผาอำพรางศพ ด.ญ.วัย 14 คลี่คดีโครงกระดูกในป่าละเมาะ

ตรัง-จากกรณีชาวบ้านพบพบโครงกระดูกและชิ้นส่วนมนุษย์ถูกปิดบังอำพรางอยู่ป่าละเมาะ บริเวณพื้นที่ หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่เปลี่ยว คาดว่าเป็นของเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่หายออกไปจากบ้านพักในพื้นที่ อ.นาโยง และได้มีการเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.นาโยง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 มี.ค.62 ที่ผ่านมา โดยสร้อยคอสแตนเลสรูปตัวการ์ตูนคุกกี้รันที่พบอยู่ที่เกิดเหตุ เป็นอันเดียวกับที่เด็กหญิงคนดังกล่าวใส่ ก่อนที่จะหายตัวไปและขนาดความสูงใกล้เคียงกัน   ต่อมาตำรวจจับกุมตัวนายวิษณุ บุญคง อายุ 25 ปี แฟนหนุ่มของ ด.ญ.วัย 14 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียว โดยก่อนหน้านี้ญาติ ด.ญ.14 ปี ได้ไปแจ้งความคนหายและข้อหาพรากผู้เยาว์กับนายวิษณุ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ไปนำตัวจากท้องที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากหลบหนีออกไปจากบ้านพักหลังจากเกิดเหตุ เพื่อกลับมาทำการสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ต่อไป และทำการอายัดตัวเอาไว้ก่อน อีกทั้งเขามีคดีติดตัว 2 คดี มีคดีหลบหนีจากทหารเกณฑ์ และคดีพรากผู้เยาว์ตามที่ญาติของ ด.ญ.14 ปี แจ้งเอาไว้ก่อนหน้านี้   ทั้งนี้ในเบื้องต้นอย่างไม่ชัดเจนได้ให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุจริงเพียงบางส่วน โดยการลงมือบีบคอผู้ตายจนเสียชีวิต หรือจะมีการทำร้ายก่อนหน้า แล้วนำร่างมาราดน้ำมันจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดีที่ป่าละเมาะ แต่จะมีใครร่วมขบวนการด้วยจะต้องสืบสวนต่อไป ในขณะนี้ได้มีการสอบปากคำไปทั้งหมด 10 ปาก ซึ่งเชื่อว่าหลักจากผล ดีเอ็นเอ ออกมาสามารถออกหมายจับและปิดคดีนี้ได้อย่างแน่นอน ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FCJ0y_yOddM

 13,276
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ค. 62

ผงะ พบโครงกระดูกหมกป่าละเมาะ ญาติคาดเป็นด.ญ.วัย 14 รอตรวจ dna ยืนยัน

ตรัง-ชาวบ้านพบพบโครงกระดูกและชิ้นส่วนมนุษย์ถูกปิดบังอำพรางอยู่ป่าละเมาะ บริเวณพื้นที่ หมู่ 4 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่เปลี่ยว ห่างจากเขตชุมชนประมาณ 200 เมตร   พบโครงกระดูกโผล่เห็นเพียงกะโหลกศีรษะ และชิ้นส่วนของมนุษย์ ผม ชิ้นเนื้อ ตกเกลื่อนอยู่บนพื้นในรัศมีประมาณ 10 เมตร บนพื้นดินพบมีร่องรอยของขี้เถ้า และร่องรอยการเผาไหม้ ชันสูตรโครงกระดูกและชิ้นส่วนมนุษย์พบมีร่องรอยของการเผา สันนิษฐานว่าเป็นร่างของเพศหญิง อายุระหว่าง 20-25 ปี สูงประมาณ 160 ซม.พบฟันบนหักจำนวน 3 ซี่ สวมสร้อยคอสแตนเลส รูปตัวการ์ตูนคุกกี้รัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 วัน   ต่อมามีครอบครัวหนึ่งเข้าพบตำรวจ เพราะคาดว่าโครงกระดูกและชิ้นส่วนที่พบนั้น น่าจะเป็นของ ด.ญ.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นบุตรหลานของตนเองที่ได้หายออกไปจากบ้านพักในพื้นที่ อ.นาโยง และได้มีการเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.นาโยง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 มี.ค.62 ที่ผ่านมา โดยสร้อยคอสแตนเลสรูปตัวการ์ตูนคุกกี้รันที่พบอยู่ที่เกิดเหตุ เป็นอันเดียวกับที่ ด.ญ.น้อยใส่ ก่อนที่จะหายตัวไปและขนาดความสูงใกล้เคียงกัน   อย่างไรก็ตาม แม้ทางญาติจะมายืนยันว่าโครงกระดูกและชิ้นส่วนดังกล่าวเป็นของบุตรหลานที่สูญหายไป แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถยืนยันและชี้ชัดได้ ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอ หลังจากนำร่างไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ รพ.สงขลานครินทร์ ซึ่งจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อยืนยันตัวบุคคลให้แน่ชัดว่าเป็นบุคคลเดียวกันตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปในแนวทางของกฎหมาย และแนวทางหลักนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะสามารถให้ทราบถึงต้นตอของการเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน   รายงานข่าวแจ้งว่า ตำรวจเชื่อว่าเป็นคดีนี้น่าจะเป็นการฆาตกรรม เนื่องจากมีการจุดไฟเผาศพและอำพรางอย่างแน่นอน คาดว่าคงจะมีการถูกทำร้ายร่างกายก่อนที่จะเสียชีวิตเนื่องจากฟันบน  3 ซี่หัก แต่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นการเสียชีวิตในรูปแบบใด คงจะต้องรอผลพิสูจน์อีกครั้ง อย่างไรก็ตามขณะนี้พอจะทราบกลุ่มผู้ต้องสงสัยบ้างแล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WnjZKCfxRrQ

 3,712
ข่าวภูมิภาค
21 มี.ค. 62

'แต๋ม หมื่นบาล' โวยถูกจับเป็นแพะติดคุก 5 ปี ก่อนฎีกายกฟ้องคดีฆ่า 'น้องเพลง' ซุกท่อระบายน้ำ

ตรัง-ศาลจังหวัดตรังนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีนายประถมพงษ์ หรือ แต๋ม หมื่นบาล ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีฆ่า ด.ญ.เกตุมาตุ รำนา (น้องเพลง) อายุ 11 ปี ซุกท่อระบายน้ำ บนถนนสายวัดพระงาม-บ้านควน ม.7 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นคดีดังเมื่อปี 2557  ทำให้นายประถมพงษ์ถูกตั้งข้อหา ในฐานความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา และฐานซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ   ซึ่งล่าสุดศาลฎีกาได้เวลาอ่านคำพิพากษากลับ ยกฟ้องจำเลยใน 2 ฐานความผิดดังกล่าว และยกคำขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวน 840,000 บาท และยกค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล โดยข้อเท็จจริงตามที่ศาลได้พิจารณาแล้วปรากฏว่า 1.ฝ่ายโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นในที่เกิดเหตุ 2.พยานเชิงนิติเวชก็ปรากฏว่าไม่มีดีเอ็นเอของฝ่ายจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้อง ศาลได้ให้เหตุผลสองอย่างนี้เลยยกฟ้อง   สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2557 เมื่อน้องเพลงได้หายออกไปจากบ้าน ครอบครัวและญาติๆ ช่วยกันตามหาแต่ไม่พบ จนกระทั่งวันที่ 12 พ.ค.2557 มีคนพบศพถูกฆ่าซุกซ่อนไว้ในท่อระบายน้ำ ห่างจากบ้านน้องเพลงประมาณ 1 กิโลเมตร   เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนหาพยานหลักฐานจนได้ขอหมายศาลจับกุมนายประถมพงษ์ หมื่นบาล เพื่อนบ้านของน้องเพลง โดยแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อการปิดบังการเกิด การตาย หรือเหตุแห่งการตาย โดยในชั้นจับกุมนายประถมพงษ์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ตำรวจได้ทำสำนวนส่งอัยการและส่งฟ้องต่อศาล   ต่อมาวันที่ 16 ธ.ค.58 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา โดยพิเคราะห์จากพยานหลักฐานเชื่อว่านายประถมพงษ์เป็นผู้กระทำผิดจริงจึงพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาปิดบังอำพรางซ่อนเร้นศพ พร้อมให้จำเลยชดเชยค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วม จำนวน 840,000 บาท   จำเลยอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 28 ก.ย.59 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแก้ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 840,000 บาท ฝ่ายจำเลยยื่นฎีกาสู้คดี ขณะที่ฝ่ายโจทก์ร่วมยื่นฎีกาเช่นกัน เพื่อขอให้ลงโทษจำเลยตามศาลชั้นต้น คือประหารชีวิต และศาลฏีกาได้นัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ ซึ่งปรากฎว่าศาลฏีกาได้สั่งยกฟ้องดังกล่าว   หลังฟังคำตัดสิน นายประถมพงษ์ กล่าวว่า จรรยาบรรณของแต่ละหน่วยงานอยู่ตรงไหน ต้องการให้คดีให้จบ แต่เราไม่รู้เรื่องอะไรเลย เมื่อเขาเข้าไปตรวจค้น ก็ให้ตรวจค้นอย่างดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ อยากให้เขารู้ว่าเราไม่ได้ทำ และตนก็ทำงานเลี้ยงลูก ส่งลูกเรียนหนังสือ แต่ตอนที่ตนเองติดคุกทำให้ลูกต้องออกจากโรงเรียน และตนเองเคยแสดงความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่ตอนแรกว่าตนเองไม่ได้ทำ ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอะไร เขาต้องการปิดคดีให้ได้ จึงใช้อำนาจ ความยุติธรรมไม่มีตั้งแต่ตอนแรก ทำให้ตนต้องติดคุกนาน 5 ปี แต่ยังดีที่ศาลยังเห็นความยุติธรรม   ด้านนายสายัณห์ พี่ชายนายประถมพงษ์ กล่าวว่า อยากให้ตำรวจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริงทำให้เราต้องเสียหาย เสียชื่อเสียงพ่อแม่พี่น้อง สังคมประณามเรามามาก ทำให้เราไปไหนไม่ได้เลย ลูกเมียต้องลำบากต้องเดือดร้อน ลูกสองคนต้องออกจากโรงเรียน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ujtx7mFE9EM

 4,629
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.พ. 62

ตร.บุกรวบทีมฆ่าหนุ่มดับอนาถต่อหน้าเมีย พบผู้บงการคือแม่แท้ ๆ อ้างแค้นลูกปมขัดแย้งมรดกที่ดิน

ตรัง-กองปราบฯ บุกรวบทีมฆ่าหนุ่มพัทลุง ยิงดับอนาถต่อหน้าเมีย พบผู้บงการคือแม่แท้ ๆ เป็นคนสั่งตาย ปมขัดแย้งเรื่องที่ดิน   เป็นอีกคดีหนึ่งที่สลดใจ ย้อนไปเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 2561 เวลาประมาณ 21.30 น. ตร.สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่ง ม.8 ต.ห้วยนาง อ.ห้วยยอด หลังคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกยิง นายกนกพล รัตนพันธุ์ จนเสียชีวิตต่อหน้าภรรยา ใช้เวลาสืบสวนนานกว่า 2 เดือน   โดยก่อนจะถูกยิง นางสาววิภาวดี ภรรยาของผู้ตาย เล่าว่า สามีมาบ่นว่ารู้สึกใจคอไม่ดี "ถ้ากูตายขอให้รู้ไว้นะว่าไม่เกี่ยวกับยาบ้า" โดยนายศักดิ์ พ่อของผู้ตาย ให้ข้อมูลว่า เชื่อว่าที่ถูกยิงเสียชีวิตน่าจะไม่เกี่ยวกับยาเสพติด แต่อาจจะเป็นเพราะเรื่องทะเลาะกับแม่เรื่องที่ดินที่มีปัญหากันอย่างรุนแรง จนแม่ต้องย้ายไปอยู่บ้านอีกหลัง   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (1 ก.พ.) ตร.สามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุทั้งหมดได้แล้ว และพบว่าคนบงการให้ฆ่านายกนกพล คือ นางกมลฉัตร รัตนพันธุ์ แม่แท้ ๆ ของผู้ตาย เมื่อวานนี้  (1 ก.พ.) พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม สั่งการให้ พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผกก.6 กองปราบปราม เข้าจับกุม  นายณรงค์ สีตอง นายธานิน สรเสนีย์ และ นายทวีพร หรือ อบต.เหมี่ยว ทวีสุข  ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ลงวันที่ 30 ม.ค. 2562   โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ ต.ป่าพะยอม อ.ป่าพะยอม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ทั้งหมดเป็นมือปืนรับจ้าง ให้การซักทอดว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสั่งให้ไปฆ่านายกนกพล ในครั้งนี้คือ นางกมลฉัตร เนื่องจากโกรธแค้นลูกชาย เรื่องปมปัญหามรดกที่ดิน ที่เคยขัดแย้งกันมาก่อน ตำรวจจึงติดตามไปจับกุม นางกมลฉัตร ได้ที่บ้านพักใน จ.ตรัง   เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันควร จากการสอบสวนผู้ต้องหาหมดยังคงให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/CU_FXYUnYY4

 29,957
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 62

วิ่งสิรออะไร! ผงะ งูจงอางยักษ์ยาว 6 เมตร เลื้อยซุกโซฟา โชว์แผ่แม่เบี้ยสูง 1 เมตร

ตรัง-ชาวสวนยางพบงูจงอาง หรืองูบองหลา เลื้อยเข้ามาหลบซ่อนอยู่ภายในบ้าน จำนวน 1 ตัว จึงประสานไปยังหน่วยกู้ภัย ให้รีบไปทำการช่วยเหลือ   เจ้าของบ้านเล่าว่า ขณะที่ตนเองกำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนๆ ซึ่งเดินทางมาเที่ยวที่บ้านประมาณ 4-5 คน จู่ๆ ก็มีงูจงอางขนาดยักษ์ หรือเรียกได้ว่า พญาจงอาง เนื่องจากตนเองไม่เคยพบเห็นที่ใดมาก่อนในชีวิต กำลังชูคอแผ่แม่เบี้ยสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร จนทำให้ตนเองและเพื่อนๆ ที่กำลังนั่งคุยกันอยู่วงแตกกระเจิง แล้วต่างวิ่งหนีกับไปคนละทิศคนละทางแบบสุดชีวิตด้วยความหวาดกลัว   หลังจากนั้น พญาจงอางก็ค่อยๆ เลื้อยเข้าไปภายในบ้านแล้วซุกอยู่ในโซฟา จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย นำกำลังพร้อมอุปกรณ์มาตรวจสอบ โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที จึงสามารถจับพญาจงอาง ออกมาจากภายในบ้านได้อย่างปลอดภัยทั้งคนทั้งงู และนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากที่มามุงดู ต่างตีตัวเลขต่างๆ นานา เพราะใกล้วันหวยออก   ด้านหัวหน้ากู้ภัยกล่าวว่า สำหรับพญาจงอาง หรือบองหลา ตัวนี้ มีขนาดยาวกว่า 6 เมตร และหนักกว่า 20 กก. ถือเป็นงูจงอางที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ทีมงานกู้ภัยเคยไปจับมา ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างแห่กันมามุงดูด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับขอถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก เพราะต่างก็ไม่เคยพบไม่เคยเห็นกันมาก่อนในชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4FEMB33Nk5k

 19,559

Top