ค้นหา :

ผลการค้นหา "แบงก์ชาติ"

เศรษฐกิจ
25 ม.ค. 62

ธนาคารเตรียมสำรองเงินสด 1.2 แสนล้านช่วงตรุษจีน เตรียมแบงก์ใหม่ให้คนใส่อั่งเปา

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินการใช้จ่ายของประชาชน ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2562 พบว่าในปีนี้ประชาชนมีความต้องการใช้ธนบัตรสูงกว่าในช่วงปกติ และมีความต้องการใช้จ่ายเงินเพื่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆมากกว่าปี 2561 ที่ผ่านมา โดย ธปท.คาดว่าธนาคารพาณิชย์จะเบิกจ่ายธนบัตรสุทธิประมาณ 62,500 ล้านบาท   สูงกว่าการเบิกจ่ายในปีที่ผ่านมา ที่มีการเบิกจ่าย 46,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 16,500 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26.4% จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ทั้งนี้ ธปท.ได้มีการสำรองธนบัตร และได้มีการทยอยเบิกจ่ายให้ธนาคารพาณิชย์และศูนย์จัดการเงินสดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับได้กำชับให้ธนาคารพาณิชย์เตรียมสำรองธนบัตรใหม่อย่างพอเพียง   ซึ่งจากข้อมูลของธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารกสิกรไทย ได้มีการสำรองเงินสดไว้ให้บริการแก่ลูกค้าเพิ่มเติมจากช่วงปกติ ได้เตรียมเงินเกือบ 1.2 แสนล้านสำรองให้ลูกค้า พร้อมสำรองธนบัตรใหม่บางส่วนสำหรับใช้เป็นเงินอั่งเปามอบเป็นธรรมเนียมในเทศกาลปีใหม่จีน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/wD65hx04Mx0  

 802
เศรษฐกิจ
08 ม.ค. 62

แบงก์ชาติเผยบทความ แม้คนหันใช้ระบบจ่ายเงินออนไลน์ แต่ทั่วโลกยังใช้เงินสดเพิ่มขึ้น เผื่อเหตุฉุกเฉิน

แบงก์ชาติ หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกบทความเรื่อง “เมื่อคนเริ่มไม่ใช้เงินสด นโยบายการเงินจะได้รับผลกระทบอย่างไร?” โดยมีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า   แม้จะมีความก้าวหน้าของนวัตกรรมทางการเงินมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้พฤติกรรมการใช้เงินของคนเกี่ยวข้องกับดิจิทัลมากขึ้น ทำให้เงินสดเริ่มมีบทบาทน้อยลง แต่ก็พบว่าแม้ในหลายประเทศ คนนิยมใช้การชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) มากขึ้น แต่ล่าสุด พบว่าความต้องการใช้เงินสดยังไม่ได้ลดลง โดยเฉพาะช่วงที่คนไม่มั่นใจ ในระบบการเงินหรือช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำ   ที่น่าสนใจคือ คนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ใช้เงินสดเพิ่มขึ้นมาก หลังเกิดวิกฤตการเงินโลกปี 2551 หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งแตกต่างจากคนในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่สัดส่วนการใช้เงินสดต่อจีดีพีคงที่ 7-8% ของจีดีพี ดังนั้น จึงพบว่าความไม่แน่นอนของระบบการเงิน เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ถือเงินสดไว้เผื่อฉุกเฉินมากขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก จากการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายของธนาคารกลาง เป็นอีกสาเหตุที่มีผลเช่นกัน เพราะทำให้ต้นทุนการถือเงินสดถูกลง   ขณะที่ประเทศไทย ในระหว่างปี 2543-2560 พบว่า คนไทยใช้การชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นเช่นกัน แต่ก็ยังต้องการใช้เงินสดเพิ่มขึ้นทุกปี โดยสัดส่วนการใช้เงินสดต่อจีดีพีอยู่ที่ 9% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ต่างจากก่อนหน้านั้น ที่สัดส่วนนี้ การใช้เงินสดมีทิศทางสูงขึ้น และปริมาณเงินสดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย จึงยังสูงขึ้นเรื่อยๆ แค่เติบโตช้าลงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของไทย ที่ไม่สูงเหมือนในอดีต และอาจมีผลของการใช้การชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์บ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YS44GYDUJxM

 3,201
เศรษฐกิจ
24 ธ.ค. 61

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้แบงก์ไม่ขยับดอกเบี้ย หากจะขึ้นก็ควรขึ้นเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลว่าภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นหรืออัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์จะปรับขึ้น หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.25 จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.75   ชี้ธนาคารพาณิชย์ยังไม่จำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ที่คิดกับประชาชน ทั้ง MLR  MOR และ MRR หรือหากจะมีการขึ้นดอกเบี้ยควรปรับขึ้นเฉพาะสินเชื่อที่ให้กับภาคธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่การแข่งขันของธนาคารพาณิชย์ยังมีอยู่สูงมาก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aYh_nREq6Ig

 1,486
เศรษฐกิจ
21 ธ.ค. 61

แบงก์ยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย แม้ดอกเบี้ยนโยบายทั้งสหรัฐฯ-ไทยปรับเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม

(21/12/61) นายกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ถือเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้ว และเชื่อว่าคงยังไม่ส่งผลให้ดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ ปรับขึ้นโดยทันที เนื่องจากขณะนี้สภาพคล่องเงินฝาก ยังสูง การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อช่วงชิงเงินฝาก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ คงยังไม่เกิดขึ้นเร็วนัก   ทั้งนี้สาเหตุที่จะทำให้ธนาคารขึ้นดอกเบี้ยจะมาจากภาวะการขยายตัวของสินเชื่อมากกว่า หากเศรษฐกิจขยายตัวดี กว่าที่คาดไว้ที่ 3.7 % ดอกเบี้ยคงเริ่มขึ้นชัดในปีหน้า ซึ่งธนาคารเองก็ไม่อยากเพิ่มดอกเบี้ยเร็ว เพราะจะเป็นภาระผู้กู้ ซึ่งทำให้อาจเกิดการผิดนักชำระหนี้ได้ แต่หากสภาพคล่องเริ่มหายไป ก็จำเป็นต้องแข่งขันเพื่อให้ได้เงินฝาก มาปล่อยกู้ต่อ    ทั้งนี้สาเหตุที่แบงก์ชาติปรับดอกเบี้ยครั้งนี้ ก็ถือว่าสมเหตุสมผล เป็นการปรับเชิงนโยบาย เพราะดอกเบี้ยไม่ได้มีการปรับมาเป็นเวลานานกว่า 7 ปี และเศรษฐกิจก็เริ่มดีขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง หากไม่ปรับดอกเบี้ยขึ้นมา เมื่อเศรษฐกิจกลับมาแย่อีกครั้ง จะไม่มีเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในอนาคตเลย   

 1,602
เศรษฐกิจ
21 ธ.ค. 61

แบงก์ชาติชี้เศรษฐกิจไทยผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว จับตาปี 62 เจอปัจจัยรุมเร้า

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดสูงสุดของการขยายตัวไปแล้วที่ 4.9% ในไตรมาสแรกปี 61 และในปีหน้ายังมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด   ได้แก่ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่อาจจะทวีความรุนแรงมากกว่าในปีนี้, เศรษฐกิจจีนเกิดปัญหา, ความผันผวนจากตลาดการเงินโลก ที่กระทบต่อบรรยากาศการลงทุน และประเทศตลาดเกิดใหม่, ความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจ   อย่างไรก็ตาม สำหรับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันที่ขยายตัวได้ 4% ยังถือว่าเติบโตในระดับที่ดีภายใต้ความเสี่ยงที่สูงเมื่อเทียบกับการเติบโตในระดับ 3% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเชื่อว่า การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของ ธปท. จำเป็นจะต้องติดตามความเสี่ยงเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XufD6XONAbg

 2,542
เศรษฐกิจ
07 ธ.ค. 61

แบงก์ชาติยันยังไม่เคยหารือ เก็บค่าธรรมเนียมฝากถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์-atm

กรณีที่ธนาคารพาณิชย์จะเสนอธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เก็บค่าธรรมเนียม ถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มและออกเช็คหน้าเคาน์เตอร์   ล่าสุดทางธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่า ทางสมาคมธนาคารไทยยังไม่เคยหารือเรื่องเก็บค่าธรรมเนียมฝากถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ และเอทีเอ็ม พร้อมแสดงความเป็นห่วงการใช้อินเตอร์เน็ตแบงกิ้งไม่ทั่วถึง   ด้านนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า เรื่องค่าธรรมเนียมกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม ต้องขอหารือกับทุกฝ่ายก่อน เช่น ธปท. และธนาคารสมาชิกของสมาคมฯ   ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้หารือกันอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันแต่ละธนาคารยังยกเว้นค่าธรรมเนียมการกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม 4 ครั้งต่อเดือนอยู่ และจะเก็บเท่าไหร่ หรือจะเก็บหรือไม่ ตอนนี้ยัง ไม่ได้เริ่ม ก็ขอให้ลูกค้าและประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก ยังไม่ต้องกังวล ถ้าหากธนาคารพาณิชย์มีการเก็บค่าธรรมเนียมส่วนนี้จริง อาจไม่ใช่ทำทันที เชื่อว่าวิธีการคงต้องค่อยเป็นค่อยไป ให้ลูกค้าได้ปรับตัว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0tGBRvpFdno

 1,737
เศรษฐกิจ
06 ธ.ค. 61

แบงก์เผยยอดเบี้ยวหนี้ซื้อรถพุ่ง ออกสินเชื่อแบบเงินทอน หวั่นซ้ำรอยวงการอสังหาฯ

ธนาคารเกียรตินาคิน กังวลแบงก์ชาติคุมเข้มสินเชื่อรถยนต์ เผยจะกระทบต่อระบบสินเชื่อยานยนต์ เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังพบยอดเบี้ยวหนี้พุ่ง ธนาคารยอมรับพบพฤติกรรมให้สินเชื่อแบบมีเงินทอน โดยให้กู้สูงกว่าราคาจริง แถมบวกอุปกรณ์ตกแต่ง เผยส่วนใหญ่พบในรถยนต์ใกล้ตกรุ่น ทำคุณภาพ สินเชื่อตกต่ำ คาดแบงก์ชาติอาจออกมาตรการสกัดเพื่อลดดีมานด์เทียม แต่ยันโดยภาพรวมยังไม่น่าห่วง   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/EiFxFWJddNU  

 85,739
เศรษฐกิจ
03 ธ.ค. 61

ธนาคารเล็งเก็บค่าธรรมเนียมเบิกถอน หน้าเคาน์เตอร์-atm หลังเลิกเก็บทำผ่านออนไลน์

จากกระแสการใช้งานธุรกรรมออนไลน์ อินเตอร์เนตแบงก์กิ้งอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ แต่ล่าสุดกลายเป็นการไล่ล่าคนฝากถอนเงินระบบเก่า แบงก์วางแผนหารือธนาคารแห่งประเทศไทยหรือ แบงก์ชาติ เตรียมเก็บค่าธรรมเนียม การถอนเงินสด -เช็ค หน้าเคาน์เตอร์ รวมถึงตู้เอทีเอ็ม โดยให้เหตุผลต้นทุนจัดการเงินสดเยอะ หลังจากก่อนหน้านี้ธนาคารพาณิชย์ได้ยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเงินและชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัล ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kq-F0loXcBA

 46,163
เศรษฐกิจ
27 พ.ย. 61

หอการค้าเผยผลสำรวจ sme ไทยยังอยู่ยุค 1.0 ร้องแบงก์ชาติชะลอปรับขึ้นดอกเบี้ย

ผลสำรวจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยบอกว่า เอสเอ็มอีไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในยุค 1.0 และ 2.0 ตอนนี้มีแค่ 2% กว่าๆ ก้าวไปสู่ 4.0 โดยยุค 1.0 คือการใช้แรงงานคนเป็นหลัก ส่วนยุค 2.0 คือการใช้แรงงานคนร่วมกับเครื่องจักรขนาดเล็ก ซึ่ง SME 95% ยังอยู่ในยุค 1.0 กับ 2.0   นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขแบบนี้แสดงว่า SME ไทย ยังไปไม่ถึงดวงดาว และตลอดสามปีของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้เอสเอ็มอีไทยก้าวไปสู่ 4.0 น้อยมาก   ซึ่งสิ่งที่ SME ต้องการให้รัฐบาลช่วยก็คือ อยากให้แบงก์ชาติชะลอการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายออกไป 6 เดือน ก็คือหลังเลือกตั้ง เพราะมองว่าหลังเลือกตั้งน่าจะมีเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เศรษฐกิจโลกดีขึ้น ก็จะมียอดการสั่งเยอะขึ้น หากเร่งปรับดอกเบี้ยขึ้นเดี๋ยวจะกระทบต่อต้นทุน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZUHx6q4jcw8    

 2,222
เศรษฐกิจ
23 พ.ย. 61

หมดยุคดอกเบี้ยต่ำ! แบงก์ชาติส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

หมดยุคดอกเบี้ยต่ำ ธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่มั่นใจจะไม่เศรษฐกิจ เชื่อสภาพคล่องในระบบการเงินยังคงสูง โดยหลังจากประกาศธนาคารพาณิชย์ จะทยอยปรับขึ้น   ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศ(ธปท.) นายวิรไท สันติประภพ  บอกว่า ที่ประชุมนโยบาย กนง. ล่าสุดมองว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมีความจำเป็น แต่จำเป็นน้อยลง มองว่าหากมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นสู่ 1.5% ก็ไม่เป็นอุปสรรค ต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย   แต่ทางฝั่งของรัฐบาล นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า ต้องดูปัจจัยอื่นมาประกอบ ไม่ใช่เรื่องเดียว เช่น กรณีที่บอกว่าประเทศอื่นเขาขึ้นหมดแล้ว คงไม่ใช่ แต่ต้องดูเรื่องของผลกระทบต่อความมั่นคง ทางการเงินและการลงทุนในประเทศด้วย   โดยในเรื่องผลกระทบของความมั่นคงทางการเงินนั้น ทางแบงก์ชาติจะต้องประเมินว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจะรับมือไหวหรือไม่ เช่น เรื่องของเงินไหลออก หรือ การแข็งค่าเงินที่รวดเร็ว   เช่นเดียวกับ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า เรื่องปรับอัตราดอกเบี้ย เป็นเรื่องปกติที่ กนง. จะค่อยๆส่งสัญญาณ เห็นได้จากเสียงในที่ประชุม กนง. เรื่องปรับอัตราดอกเบี้ย อยู่ใกล้เคียงกัน ก็คือ 4 ต่อ 3 เสียง จากเดิม 1 ต่อ 6 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QdoPUsiCRlM

 2,810
เศรษฐกิจ
13 พ.ย. 61

แบงก์ชาติ เคาะเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ มีผล 1 เม.ย. 62

ธปท.คลอดเกณฑ์กำกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย เปิดช่องสัญญาแรกผ่อน 3 ปีขึ้นไป สัญญาที่สองให้ดาวน์ 10% ถ้าผ่อนไม่ถึง 3 ปีต้องดาวน์ 20% กู้สัญญาที่ 3 ขึ้นไปต้องดาวน์ 30% สกัดดีมานด์เทียม-ฟองสบู่อสังหาฯ มีผล 1 เม.ย. 62   นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้กำหนดเวลาเริ่มใช้เกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ที่ทำสัญญา ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2562 เป็นต้นไป ขยับจากเดิมที่จะเริ่ม 1 ม.ค. 2562 ไปอีก 3 เดือน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาปรับตัว โดยยกเว้นไม่ครอบคลุมถึงผู้ที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายหรือผ่อนดาวน์ก่อน 15 ต.ค. 2561 โดยสถาบันการเงินต้องมีมาตรการตรวจสอบได้ด้วยว่ามีการชำระเงินจริง   เกณฑ์ใหม่ กำหนดให้ต้องวางเงินดาวน์ขั้นต่ำ แบ่งเป็น   ก.กรณีที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท หากเป็นสัญญากู้ที่อยู่อาศัยหลังแรกอยู่ที่ 0% หรือไม่จำเป็นต้องวางดาวน์ แต่กรณีสัญญากู้หลังที่ 2 (มีการผ่อนสัญญาแรกยังไม่หมด) หากผ่อนมาแล้ว 3 ปีขึ้นไป ต้องวางดาวน์ 10% แต่ถ้าผ่อนสัญญาแรกยังไม่ถึง 3 ปี ต้องวางดาวน์ 20% ส่วนสัญญากู้ที่อยู่อาศัยหลังที่ 3 ขึ้นไป ต้องวางดาวน์ 30%   ข.สำหรับกรณีที่อยู่อาศัยที่ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป สัญญากู้ที่อยู่อาศัยหลังที่ 1-2 ต้องวางดาวน์ 20% สัญญากู้หลังที่ 3 ขึ้นไป วางดาวน์ 30% ทุกระดับราคา นอกจากนี้ ในส่วนการกำหนดสินเชื่อ top-up ที่ใช้หลักประกันเดียวกัน จะยกเว้นให้ไม่ต้องนับรวมสินเชื่อเพื่อจ่ายเบี้ยประกันชีวิตผู้กู้ (MRTA) ประกันวินาศภัย และสินเชื่อที่ให้กับธุรกิจ SMEs   นายจาตุรงค์กล่าวว่า การออกเกณฑ์ดังกล่าวยังเพื่อช่วยลดดีมานด์เทียมในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริง ได้เข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่ราคากระโดดขึ้นมากเกินไป จึงมีการกำหนดเรื่องมูลค่าหลักประกัน ให้ใช้ตามราคาซื้อขายจริง   สำหรับเกณฑ์วงเงินสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ที่กำหนดใหม่ ในมุมผลกระทบผู้กู้ซื้อบ้าน ได้คำนึงถึงว่าปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของคนที่มีบ้านหลังที่ 2 ไม่ได้เป็นการเก็งกำไรเสมอไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sJuWqkXrAfY

 1,868
เศรษฐกิจ
01 พ.ย. 61

แบงก์ชาติชี้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 แผ่ว ชะลอตัวทั้งส่งออก-ท่องเที่ยว

ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือแบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 แผ่ว ขยายตัวชะลอตัว ทั้งส่งออก ทั้งท่องเที่ยว จับตาส่งออกลดลง การลงทุนภาครัฐหดตัว รายได้เกษตรกรก็หดตัว การผลิตอุตสากรรมหดตัว ส่งผลให้ฉุดเศรษฐกิจเติบโตต่ำ ได้แรงพยุงแค่การบริโภคภาคเอกชนในประเทศยังขยายตัว ส่วนการลงทุนเอกชนแค่ทรงตัว   แบงก์ชาติยังประเมินว่า ส่งออกไตรมาส 4 เติบโตต่ำกว่าที่คาดการไว้ คือไม่ถึง 9% หลังเดือนกันยายน ส่งออกติดลบถึง 5.5% เพราะผลจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/34xAbdhBJ54

 1,216
เศรษฐกิจ
26 ต.ค. 61

ผู้ประกอบการยอมรับ ได้รับผลกระทบมาตรการคุมเข้มสินเชื่ออสังหาฯ แต่ช่วยคัดกรองลูกค้าที่แท้จริง

ประเด็นการคุมสินเชื่อบ้าน ที่ล่าสุดแบงค์ชาติได้เปิดรับฟังความคิดเห็น และเตรียมออกมาตรการในเดือนพฤศจิกายนนี้  ผู้ประกอบการอสังหาฯ ยอมรับว่ากระทบ แต่ก็จะเป็นผลดีในแง่การคัดกรองลูกค้าที่แท้จริง   นายองคฤทธิ์ พรหมโยธี กรรมการบริหารบรัทณวรางค์ แอสเซท กล่าวว่า ที่ผ่านมาสถาบันการเงินได้มอนิเตอร์เรื่องดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว และแต่ละแห่งก็มีมาตรการบริหารจัดการภายใน ซึ่งในมุมของผู้ประกอบการ เชื่อว่ามาตรการที่แบงค์ชาติจะประกาศออกมา จะเป็นเครื่องมือในการช่วยคัดกรองลูกค้าในกลุ่มที่ไม่ได้เป็นลูกค้าที่แท้จริงได้ แต่ก็ยอมรับว่ามีผลกระทบสูง หากเป็นกรณีบ้านหลังที่สอง เพราะการที่มีบ้านหลังที่สอง ถือว่าเป็นไลฟ์สไตล์ปกติของคนกรุงเทพ ดังนั้นการคุมหลังที่ 3 น่าจะส่งผลดีกว่า ทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ประกอบการ    นายองคฤทธิ์ ยังเผยมุมมองตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะคอนโด ว่าภาพรวมยังคงเติบโตได้และจะต่อเนื่องไปปีหน้า โดยเฉพาะตลาดระดับกลาง และบน ที่ยังไม่มีปัญหา แต่การแข่งขันจะดุเดือดมากขึ้น เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่ เตรียมนำที่ดินแปลงสวยๆ เปิดโครงการในปีหน้าจำนวนมาก

 798
เศรษฐกิจ
12 ต.ค. 61

ธนาคาร-บริษัทอสังหาฯ เสนอความเห็น ธปท.เข้มปล่อยสินเชื่อกู้บ้าน

จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2 แนวทาง คือ   1.กำหนดให้นับรวมสินเชื่อ TOP-UP ทุกประเภท ในการคำนวณสัดส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน   2.การปล่อยกู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป หรือปล่อยกู้ซื้อบ้านและคอนโดฯ ราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป LTV ต้องไม่เกิน 80% ของมูลค่าหลักประกัน   ล่าสุดทาง ธปท.ได้รับฟังความคิดเห็นตัวแทนธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในวันที่ 11 ต.ค.61 ที่ผ่านมา โดยบางส่วนได้แสดงความคิดเห็นว่า ขอให้คุมเข้มการกู้บ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป และการปรับลด LTV แบบขั้นบันได เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจได้ถูกต้อง และขอเลื่อนการบังคับใช้ไปอีก 1 ปี เพื่อการปรับตัวทั้งตัวผู้ประกอบการและลูกค้า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/utlBpvJwh3U

 3,263
เศรษฐกิจ
08 ต.ค. 61

ห่วงแบงก์ชาติคุมเข้มปล่อยสินเชื่อกู้บ้าน กระทบการขยายตัวอสังหา-ลดการจ้างงาน

จากกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ แบงก์ชาติ ปรับปรุงกฎเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2562 โดยกำหนดให้การปล่อยกู้บ้านหลังที่ 2 ขึ้นไปและบ้านที่มีมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ห้ามปล่อยสินเชื่อเกินกว่า 80 เปอร์เซนต์ของมูลค่าบ้าน หรือ LTV วงเงินสินเชื่อต่อหลักประกัน (LTV) ห้ามเกิน 80% ซึ่งเท่ากับว่าผู้กู้ต้องวางเงินดาวน์แล้ว 20%   แบงก์ชาติยังกำหนดให้การคำนวณวงเงินสินเชื่อต่อหลักประกัน ( LTV) ต้องรวมเงินกู้ทุกประเภทที่ใช้หลักประกันเดียวกันด้วย เช่น สินเชื่อบุคคล สินเชื่อจ่ายเบี้ยประกันชีวิต ให้อยู่ภายใต้เกณฑ์ 80% นี้ จากเดิมสถาบันการเงินคิดวงเงินสินเชื่อต่อหลักประกันเฉพาะบ้าน และให้สินเชื่อเพิ่มเติม (Top-up) จนบางรายได้วงเงินกู้จริงเกิน 100% ของหลักประกันไป   ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดพบว่า มีการเร่งโอนบ้านในช่วงปลายปีกันจำนวนมาก เพื่อเลี่ยงเกณฑ์ใหม่ที่กำหนดขึ้น อย่างไรก็ตามมองว่านโยบายดังกล่าว อาจกระทบต่อการขยายตัวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ กระทบการจ้างงานในหลายภาคส่วน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9zOA7O64sjg

 1,608

Top