ค้นหา :

ผลการค้นหา "ไทย"

ต่างประเทศ
04 เม.ย. 60

สถานทูตไทยในมอสโก ออกประกาศเตือนคนไทย หลังเกิดเหตุระเบิดในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ออกเรื่อง คำเตือนเกี่ยวกับการเดินทางมาประเทศรัสเซีย และรายงานสถานการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุระเบิดในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยเนื้อหาระบุว่า   ประกาศสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ฉบับที่ ๗/๒๕๖๐ เรื่อง คำเตือนเกี่ยวกับการเดินทางมาประเทศรัสเซีย และรายงานสถานการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุระเบิดในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก   ตามที่ได้เกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟใต้ดินในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอแนะนำให้ผู้มีแผนจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่รัสเซีย โดยเฉพาะในกรุงมอสโกและนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางและใส่ใจสังเกตความเป็นไปและสิ่งผิดปกติรอบข้าง รวมทั้งติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่น จากเว็บไซต์ (www.thaiembassy.org/moscow) และ Facebook Page ของสถานเอกอัครราชทูตฯ (www.facebook.com/rtemoscow) เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยของตนและผู้ร่วมเดินทาง นอกจากนี้ ควรทำประกันการเดินทางทุกครั้งเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ   หากเกิดเหตุฉุกเฉิน โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ทางโทรศัพท์สายด่วนของสถานเอกอัครราชทูตฯ ตลอด ๒๔ ชั่วโมงที่หมายเลขโทรศัพท์ +๗​ (๙๑๖) ๙๓๙ ๒๑๕๕ หรือติดต่อสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ +๗​ (๘๑๒) ๓๒๕ ๖๒๗๑ ในวันและเวลาทำการปกติ   ทั้งนี้ เมื่อเวลา ๒๑.๒๓ น. (เวลาท้องถิ่น) มีรายงานข่าวว่า รถไฟใต้ดินในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเริ่มให้บริการในบางส่วนแล้ว แต่ระหว่างสถานี Sennaya Ploshchad และสถานี Technological Institute ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ยังปิดให้บริการอยู่ มาตรการการตรวจตราและรักษาความปลอดภัยบริเวณทางเข้า-ออกสถานีรถไฟใต้ดินมีความเข้มงวดขึ้น   เมื่อเวลา ๒๓.๐๘ น. (เวลาท้องถิ่น) คณะกรรมการต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติของรัสเซีย (National Antiterrorism Committee) ได้แถลงข่าวว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดแล้ว ๑๑ คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งกำลังรับการรักษาในโรงพยาบาล ๔๕ คน เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขรัสเซียได้ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์และการเยียวยาสภาพจิตใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บและญาติแล้ว   นอกจากนี้ ไม่ปรากฏรายชื่อบุคคลสัญชาติไทย ในรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว   ประกาศ ณ วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๐  

 4,389
กีฬา
28 มี.ค. 60

'ซิโก้' รับญี่ปุ่นสุดแกร่งหลังพ่าย 0-4 มั่นเล่นแบบนี้สู้ได้ทุกทีม บอกเกมที่เหลือเต็มที่แม้ตกรอบ

     หลังจากการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบตัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 7 ทีมชาติไทย บุกไปพ่ายแพ้ ทีมชาติญี่ปุ่น 0-4 ที่สนามไซตามะ สเตเดี้ยม ทำให้ทีมชาติไทยเพิ่งเก็บได้ 1 แต้ม และทำให้หมดสิทธิ์เข้ารอบอย่างแน่นอนแล้วนั้น        โดยหลังจบเกม 'ซิโก้' เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า  “ก่อนอื่นต้องแสดงความยินดีกับญี่ปุ่นที่ได้รับชัยชนะในวันนี้ รูปเกมทั่วไปวันนี้เรารู้ดีว่าต้องเจอกับทีมที่แข็งแกร่ง แม้จะวางเกมรับมาเหนียวแน่นแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าญี่ปุ่นคมกว่า รวมถึงจุดเปลี่ยนที่จะเป็นประตู แต่เราทำไม่ได้ แม้ครึ่งหลังจะแก้เกม เน้นประสานงานในแนวรุก พยายามสู้อย่างเต็มที่ แต่ญี่ปุ่นเฉียบคมในลูกที่ 3 และ 4 เสียดายจุดโทษ ภาพรวมพอใจ เป็นประสบการณ์ที่ดี ก็ต้องเรียนรู้กันต่อไป”        “ธนบูรณ์ กับ วัฒนา เป็นกลางรับธรรมชาติและทำหน้าที่ได้ดี ที่ผ่านมาใช้ ธนบูรณ์ เซนเตอร์ฮาล์ฟ ซึ่งเราต้องการมีเกมรับที่แน่น ทำให้ไม่มีทางเลือก เลยต้องให้ทั้งสองคนมาเล่นด้วยกัน ซึ่งก็ทำได้ดีทั้งคู่ มีอนาคต และในเกมต่อๆไปก็จะได้เป็นตัวหลักของทีม”        “มันเป็นเรื่องยากมาก เพราะแพ้ในบ้านมา 3-0 ก่อนเดินทางเด็กๆทุกคนผิดหวังมาก แต่วันนี้ทุกคนแสดงให้เห็นว่าพร้อมสู้เพื่อคนไทยทุกคน วันนี้น้องๆไม่มีใครบ่น ไม่มีเหนื่อย ทุกตำแหน่งไม่ถอดใจ วิ่งโดยไม่ท้อ ไม่เดิน แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นทุ่มเท ทั้งที่รู้ว่าเป็นเกมที่ยาก”        “เราได้เรียนรู้กับทีมที่แข็งแกร่ง เห็นได้ชัดว่าความคมของไทยกับญี่ปุ่นนั้นต่างกัน เรามีโอกาสแต่ก็ทำไม่ได้ ต้องเรียนรู้กันต่อไป แม้จะมีจุดโทษด้วย แต่ก็พลาด ซึ่งโทษใครไม่ได้ อย่างน้อยก็ได้ทำเต็มที่ และถือว่าทุกคนร้อยเปอร์เซ็นต์กับเกม“        “จริงๆเกมรุก-เกมรับของญี่ปุ่นไม่มีจุดอ่อนเลย เพียงแต่ว่าเด็กๆอยากเล่นกับคนที่เก่งกว่า สิ่งที่จะพัฒนาต่อไปใน 3 เกมข้างหน้า จะทำทุกวิถีทางให้ทุกทีมต้องเจองานยากเมื่อเล่นกับเรา ถ้าเล่นได้อย่างวันนี้ ก็มีโอกาสต่อกรกับทุกทีมที่เหลือได้ เราต้องการสร้างความยากให้กับทุกทีม ฉะนั้นวันนี้ผ่านเกมนัดนี้แล้ว ก็จะทำทุกวีถีทางให้อีก 3 ทีม พบกับความยากลำบากในการไปรัสเซีย”   ขอบคุณภาพ Fa Thailand

 6,699
ต่างประเทศ
21 มี.ค. 60

สตม.ปัดข่าวลือมือสังหาร 'คิม จองนัม' หนีกบดานไทย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กล่าวถึงกระแสข่าวว่านายชอง นำ อุน ชายสัญชาติเกาหลี ผู้ต้องสงสัย 1 ในทีมสังหาร นายคิม จอง นัม อายุ 45 ปี พี่ชายต่างมารดา นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดประเทศเกาหลีเหนือ ได้เดินทางหลบหนีเข้าประเทศไทย หลังก่อเหตุในมาเลเซียว่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไม่ได้รับการประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากตำรวจมาเลเซียแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบผู้ต้องกักภายในห้องควบคุม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยแต่อย่างใด 

 10,031
เศรษฐกิจ
21 มี.ค. 60

'นอร์เวย์' แชมป์ประเทศมีความสุขที่สุดในโลก ไทยติดอันดับ 32 จาก 155 ชาติ

นอร์เวย์ ถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก ตามรายงานของหน่วยงานสหประชาชาติฉบับหนึ่งที่ถูกนำออกเผยแพร่ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 หรือวันแห่งความสุข โดยแซงหน้าสหราชอาณาจักรเดนมาร์ก เพื่อนบ้านขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ตามด้วยไอซ์แลนด์, สวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่กลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง หรือสงครามกลางเมืองจะอยู่ในลำดับล่างๆ ของตาราง โดยสหรัฐอาหรับซีเรียอยู่ในลำดับ 152 จากทั้งหมด 155 ประเทศ และแอฟริกากลางเป็นประเทศอันดับสุดท้ายจากการสำรวจ ด้านประเทศไทยอยู่อันดับที่ 32 

 27,471
ต่างประเทศ
08 มี.ค. 60

ผลสำรวจชี้คนไทยต้องจ่ายสินบนมากสุดเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย รองจากอินเดีย-เวียดนาม

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ Transparency International เปิดเผยว่า คนที่อาศัยอยู่ในเอเชียมากกว่า 1 ใน 3 หรือราว 900 ล้านคน ต้องจ่ายเงินสินบน เพื่อเข้าถึงการให้บริการสาธารณะของรัฐ อาทิ การศึกษา และการรักษาสุขภาพ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จากการสอบถามและเก็บสถิติจากผู้คนกว่า 20,000 คน ใน 16 ประเทศ ในเอเชียแปซิฟิก ตั้งแต่ปากีสถานถึงออสเตรเลีย ซึ่งประเทศไทยติดอันดับที่ 3 ที่มีการจ่ายเงินสินบนพบมากที่สุด รองจากอินเดียและเวียดนาม ขณะที่ประเทศซึ่งพบการจ่ายสินบนน้อยที่สุดคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง

 13,080
พระราชสำนัก
05 มี.ค. 60

สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นและพระจักรพรรดินี เสด็จฯ เยือนไทย ถวายราชสักการะพระบรมศพ 'ในหลวง ร.๙'

สำนักพระราชวังอิมพีเรียลประเทศญี่ปุ่น แจ้งหมายกำหนดการ เสด็จพระราชดำเนิน ของสมเด็จพระจักรพรรดิ อากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ผ่านสถานเอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2560 สมเด็จพระจักรพรรดิ อากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ จะเสด็จพระราชดำเนินจากประเทศเวียดนาม มายังประเทศไทย เพื่อถวายพระราชสักการะพระบรมศพ และลงพระนามในสมุดหลวงแสดงความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง    จากนั้นจะทรงเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตโดยทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯ ไปประทับที่โรงแรม ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/2nDmKIWytlw

 8,270
บันเทิง
25 ก.พ. 60

'อีจงซอก' พระเอกเกาหลีหน้าใส บินลัดฟ้าเปิดแฟนมีตติ้ง แจกความฟินแฟนคลับชาวไทย

อีจงซอก พระเอกเกาหลีขายาว บินลัดฟ้าเปิดงานแฟนมีตติ้งในไทยที่ใช้ชื่อว่า 2017 LEE JONG SUK FANMEETING “VARIETY”IN BANGKOK ในวันเสาร์นี้ (25 กุมภาพันธ์) ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี หลังออนทัวร์โชว์ออร่าความหล่อใสไปแล้วทั่วเอเชีย ทั้ง เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ฯลฯ

 3,811
ข่าวภูมิภาค
13 ก.พ. 60

อุตุฯ ระบุทั่วไทยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาฯ ใต้มีฝนตกเพิ่มขึ้น-คลื่นลมแรง

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป และอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและคลื่นลมจะมีกำลังแรงขึ้น   บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวในช่วงวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2560 มีอากาศหนาวเย็นลง โดยอุณหภูมิจะลดลงได้อีก 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง จึงขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยตามชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 12-16 กุมภาพันธ์ 2560     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/5ykF4smxQlM

 10,996
บันเทิง
30 ม.ค. 60

ฝรั่งเศสคว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส น้ำตาล ชลิตา ชนะใจคนไทย เข้ารอบ 6 คนสุดท้าย

"ฝรั่งเศส" คว้ามงกุฎ Miss Universe  ไปครอง ตามมาด้วย "เฮติ"และ"โคลัมเบีย" ส่วน "น้ำตาล ชลิตา" ดีที่สุดรอบ6คน    การประกวดมิสยูนิเวิร์สในปีนี้ ได้พิธีกรคนเดิม “สตีฟ ฮาร์วีย์” มาทำหน้าที่ โดยที่เจ้าตัวได้ออกมาให้สัญญาว่าปีนี้เขาจะไม่ประกาศผลผิดแน่นอน หลังจากนั้นมีการเดินโชว์ของสาวงามก่อนประกาศชื่อผู้เข้ารอบ 13 คนสุดท้าย ซึ่งก็ทำเอาบรรดาแฟนๆนางงามเมืองไทยลุ้นจนนั่งไม่ติด ก่อนจะเฮกันลั่นเมื่อมีชื่อของ น้ำตาล ชลิตา ติด 1 ใน 13 คน ซึ่งสาวงามที่เข้ารอบทั้งหมดได้แก่ เคนยา อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก  เปรู  ปานามา โคลัมเบีย ฟิลิปปินส์ แคนาดา บราซิล ฝรั่งเศส เฮติ และไทย ก่อนที่ทั้งหมดจะไปเปลี่ยนชุดเพื่อออกมาเดินโช์ว์ในชุดว่ายน้ำ ที่เปิดให้แฟนๆนางงามทั่วโลกสามารถร่วมโหวตแบบเรียลไทม์ได้ และ น้ำตาล ก็สามารถทำได้ดี จนสามารถเข้ารอบ 9 คนสุดท้าย ซึ่งรอบนี้สาวงามที่เข้ารอบทั้งหมดได้แก่ สหรัฐอเมริกา ไทย ฝรั่งเศส เม็กซิโก เคนยา  โคลัมเบีย แคนาดา เฮติ และ  ฟิลิปปินส์     ต่อจากนั้น พิธีกร สตีฟ ฮาร์วีย์ ได้ประกาศผลรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ปีนี้ได้แก่ สาวงามจากประเทศเมียนมา  ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากการแสดงหุ่น ที่เป็นศิลปวัฒนธรรมเก่าแก่ของประเทศ ก่อนที่พิธีกรจะตัดกลับมายังเวทีเพื่อให้สาวงามที่เข้ารอบ 9 คนสุดท้าย ออกมาเดินโชว์ในชุดราตรี และประกาศผลผู้เข้ารอบ 6 คนสุดท้าย ซึ่งน้ำตาลก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวัง เมื่อมีชื่อน้ำตาลติดอยู่ในผู้เข้ารอบ สาวงามที่เข้ารอบ 6 คนสุดท้ายมิสยูนิเวิร์ส ได้แก่ ฝรั่งเศส เคนยา  โคลัมเบีย ฟิลิปปินส์  ไทย และ เฮติ        ลุ้นกันต่อ! 'น้ำตาล ชลิตา' ผ่านเข้ารอบ 9 คนสุดท้าย miss universe แล้ว   และมาถึงเวลาสำคัญที่บรรดาสาวงามจะต้องตอบคำถามบนเวที ซึ่งรอบนี้ น้ำตาล ทำได้ดี โดยเธอได้คำถาม ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของโลกที่เคารพคือใครและทำไม ซึ่งน้ำตาลตอบถึง ในหลวง ร.9 ที่เปรียบเสมือนพ่อคนไทย ซึ่งพระองค์ทรงงานหนักมาโดยตลอดและไม่เคยบ่น และเมื่อสาวงามทั้ง 6 ประเทศตอบคำถามหมด พิธีกรก็ประกาศรายชื่อสาวงามผู้เข้ารอบ 3 คนสุดท้าย ได้แก่   โคลัมเบีย ฝรั่งเศส และ เฮติ          สำหรับรอบ 3 คน สุดท้ายนี้เป็นการตอบคำถาม อะไรเป็นสิ่งที่คุณทำผิดพลาดในชีวิตและได้เรียนรู้กับมัน โดยสาวงามจาก โคลัมเบียเป็นผู้ตอบก่อน ต่อมาเป็นคิวของสาวงามฝรั่งเศส และ เฮติ ก่อนที่จะมาถึงวินาทีสำคัญในการประกาศสาวงามที่ได้รับมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ตกเป็นของสาวงามจากฝรั่งเศส รองอันดับ 1 ได้แก่ เฮติ และรองอันดับสอง คือ โคลัมเบีย        

 75,120
กีฬา
30 ม.ค. 60

ฟุตซอลไทย ถล่ม เมียนมา 8-1 ผงาดคว้าแชมป์อาเซียนสมัยที่12

ศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซี่ยน ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก รอบชิงชนะเลิศ ทีมโต๊ะเล็กทีมชาติไทยชุดสีดำ ลงสนามพบกับทีมชาติเมียนมาชุดสีขาว ท่ามกลางแฟนฟุตซอลที่เข้าไปชมเกมเต็มความจุของสนามกว่า 6,000 คน โดยในรอบรองชนะเลิศทีมไทยพลิกจากตามหลังมาเลเซีย 0-3 ก่อนกลับมาชนะไปได้ 5-3 ส่วนเมียนมาก็ทำผลงานได้ดีเช่นกันเมื่อพวกเขาปราบติมอร์ เลสเต 8-3 ในรอบรองชนะเลิศ เกมนี้ไทยส่งผู้เล่นชุดแรกลงไปสู้ก่อน ประกอบด้วยผู้รักษาประตูคณิศร ภู่พันธ์ , กัปตันทีมกฤษดา วงศ์แก้ว , จิรวัฒน์ สอนวิเชียร ,ไตรรงค์ เพชรเทียมและมูฮัมหมัด อุสมานมูซา เริ่มเกมเป็นทีมไทยที่เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ ขณะที่เมียนมาเน้นรับในแดนตัวเองและอาศัยจังหวะสวนกลับ นาทีที่ 8 โต๊ะเล็กไทยมาได้ประตูนำ 1-0 สรศักดิ์ พูนจังหรีดกึ่งยิงกึ่งผ่านก่อนที่บอลไปแฉลบผู้เล่นเมียนมาเข้าประตูตัวเอง นาทีที่ 12 ทีมชาติไทยมาได้ประตูที่ 2 พีรพัฒน์ แก้ววิลัยไหลบอลให้จิรวัฒน์ สอนวิเชียรยิงหักข้อผ่านมือผู้รักษาประตูเมียนมาเข้าไป ไทยนำ 2-0 ผ่านมานาทีเดียวสกอร์ไหลเป็น 3-0 จากการยิงของชัยวัฒน์ แจ่มกระจ่าง ก่อนหมดเวลา 5 นาที เมียนมาตีไข่แตก 1-3 จากนั้นนาที 18 ไทยหนีเป็น 4-1 จากลูกยิงเต็มข้อของพีระพล สัตย์ซื่อ ก่อนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ เริ่มครึ่งหลังมา 2 นาที ทีมไทยหนีออกไปเป็น 5-1 จากการชาร์จจ่อๆของปัญญา อรัญภูวนาท ไทยยังไม่ผ่อนเกมและมาได้ประตูหนีออกไปเป็น 6-1 จากการยิงของปนัท กิตติภานุวงศ์ จากนั้นนาที 29 ไทยนำเป็น 7-1 สรศักดิ์ พูนจังหรีดแปบอลผ่านมือนายทวารเมียนมาเข้าไป นาทีสุดท้ายโต๊ะเล็กไทยมาได้ประตูปิดท้ายจากจิรวัฒน์ สอนวิเชียรเป็นประตูที่ 2 ของเจ้าตัวในเกมนี้ จบเกมทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติเมียนมาขาดลอย 8-1 ผงาดคว้าแชมป์และครองจ้าวอาเซี่ยนสมัยที่ 12 ไปครองได้สำเร็จ       ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/NIODYAuJyS8

 2,980
สังคม-อาชญากรรม
30 ม.ค. 60

พณ.ตั้งกรรมการสอบรองอธิบดีฯ ฉกภาพ - อัยการแจงเหตุทางการญี่ปุ่นไม่สั่งฟ้อง

ความคืบหน้ากรณี นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมในข้อหาลักทรัพย์เป็นภาพวาดในโรงแรมที่พักจำนวน 3 ภาพ มูลค่า 15,000 เยน หรือประมาณ 4,500 บาท หลังได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับประเทศไทยแล้วนั้น   ล่าสุด  นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว มีกรรมการครบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) สำนักนายกรัฐมนตรี และผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ถูกต้อง และได้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดทุกด้าน โดยตั้งเป้าตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์ จากนั้นเมื่อได้ข้อสรุปแล้ว ก็จะเสนอผลการตรวจสอบต่อผู้บังคับบัญชา และจะดำเนินการตามขั้นตอนระเบียบราชการต่อไป  โดยทางกระทรวงฯ ได้มีคำสั่งให้ข้าราชการคนดังกล่าว มาช่วยงานที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปพลางก่อน จนกว่าผลการตรวจสอบจะได้ข้อยุติ      ขณะที่ นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ออกมาอธิบายข้อกฎหมายกรณีที่อัยการญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้องนายสุภัฒ หลังถูกนำไปเปรียบเทียบกับคดีอื่นที่เคยเกิดขึ้นกับคนไทยในโซเชียลมีเดียอย่างดุเดือดว่า คนไทยจำนวนมากอาจไม่เข้าใจและสงสัยว่าที่อัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนี้มาจากการเจรจากับทางการไทยที่เข้าไปช่วยเหลือ หรือว่ามีมูลเหตุมาจากเรื่องอื่น จนส่งผลให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ด้วยเรื่องนี้สังคมไทยอาจจะนำความรู้สึกมาเป็นประเด็นพิจารณาว่าผู้กระทำผิดเป็นข้าราชการระดับสูง ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและชื่อเสียงของคนไทยโดยรวม แต่อาจไม่ได้พิจารณาว่า การที่อัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องรองอธิบดี เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายในเรื่องใด อย่างไร จึงมีความจำเป็นต้องทำความเข้าใจหลักการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสั่งฟ้องคดีของอัยการญี่ปุ่น ซึ่งใช้หลักการฟ้องคดีอาญาโดยดุลพินิจ เช่นเดียวกับอัยการในประเทศฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา เเละตรงนี้จะทำให้อัยการญี่ปุ่นมีอิสระในการสั่งคดีและมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องคดีบางคดีได้ แม้จะมีหลักฐานเพียงพอควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิดจริง แตกต่างจากหลักการฟ้องคดีโดยกฎหมาย เช่นที่อัยการของประเทศเยอรมนีและอิตาลี โดยในกรณีหลังนี้ หากอัยการเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอควรเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระทำความผิด อัยการต้องฟ้องคดีต่อศาล ประกอบกับประเทศญี่ปุ่นมีการบังคับใช้กฎหมายชะลอการฟ้องด้วย จึงทำให้อัยการญี่ปุ่นมีดุลพินิจในการสั่งคดีได้อย่างกว้างขวางภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด     นายธนกฤติ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญาเป็นมาตรการที่สอดคล้องกับทฤษฎีอาชญาวิทยาสมัยใหม่ ที่ไม่ต้องการลงโทษผู้กระทำความผิดทุกคน แต่ต้องการให้โอกาสผู้กระทำความผิดที่ไม่ใช่ผู้กระทำผิดโดยสันดานได้ปรับปรุงแก้ไขความประพฤติของตนเพื่อกลับคืนเข้าสู่สังคม โดยไม่ต้องถูกสังคมตีตราว่าเป็นนักโทษที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกในเรือนจำมาก่อน และการที่ผู้กระทำผิดต้องเข้าไปรับโทษในเรือนจำแทนที่จะเป็นผลดีกับสังคม อาจกลับกลายเป็นผลร้าย จากการที่ผู้กระทำผิดได้รับการบ่มเพาะสิ่งไม่ดีจากนักโทษคนอื่นและจากสภาพแวดล้อมภายในเรือนจำก็ได้ ญี่ปุ่นมีบัญญัติกฎหมายชะลอการฟ้องไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 248 โดยกำหนดว่า หากอัยการพิจารณาถึงบุคลิกลักษณะ อายุ สภาพแวดล้อมของผู้กระทำผิด ความร้ายแรงและพฤติการณ์ของการกระทำความผิด และสภาพการณ์ภายหลังการกระทำความผิด แล้วเห็นว่าการฟ้องคดีต่อศาลไม่มีความจำเป็น อัยการมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีได้ คดีลักทรัพย์ภาพวาดนี้ ตามกฎหมายญี่ปุ่นไม่ถือเป็นความผิดร้ายแรง     และตามข่าวที่ปรากฏทางสื่อมวลชน อัยการญี่ปุ่นเห็นว่าไม่ได้สร้างความเสียหายแก่สังคม ประกอบกับผู้กระทำผิดไม่มีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน และผู้กระทำผิดได้สำนึกผิดแล้ว และยินดีชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด โรงแรมที่เป็นผู้เสียหายก็ยินยอมให้มีการชดใช้ค่าเสียหายและไม่ติดใจเอาความ ซึ่งเข้าองค์ประกอบตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาญี่ปุ่น มาตรา 248 บัญญัติไว้ดังกล่าว อัยการญี่ปุ่นจึงมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับหลักเกณฑ์พื้นฐานประกอบการพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีตามมาตรการแทนการฟ้องคดีอาญาหรือกฎหมายชะลอการฟ้องทั่วไป โดยไม่ได้เป็นการเลือกปฏิบัติกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นพิเศษ เพราะหากมีการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันและมีความเป็นไปของคดีแบบเดียวกันนี้ อัยการญี่ปุ่นก็ต้องมีหลักเกณฑ์ในการใช้ดุลพินิจสั่งคดีแบบเดียวกัน         ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/JGi3mDJ9d0k

 3,386
บันเทิง
30 ม.ค. 60

กองเชียร์ไทยจัดเต็มบินเชียร์ 'น้ำตาล ชลิตา' ชิงมงกุฎ miss universe ที่ฟิลิปปินส์คึกคัก

บรรยากาศก่อนเริ่มการประกวด Miss Universe  2016 เป็นไปอย่างคึกคัก กองเชียร์ชาวไทยบินไปร่วมเชียร์  น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ สาวงามตัวแทนจากประเทศไทย พิชิตมงกุฎถึงขอบเวทีถึงกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ยังมีคนดังไปร่วมให้กำลังใจอีกด้วย ทั้ง ปอย ตรีชฎา , อั๋น ภูวนาท และภรรยา   สำหรับการประกวด Miss Universe รอบตัดสิน จะประกาศผู้เข้ารอบสุดท้าย 13 คน จากผู้เข้าร่วมประกวด 86 คนทั่วโลก ก่อนจะคัดเหลือ 9 คน และ 3 คนตามลำดับ และจะเปิดให้มีการโหวตอีกครั้งแบบ real time ระหว่างการถ่ายทอดสดการประกวด Miss Universe ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป   โดยจะแบ่งการโหวตเป็นรอบ 1.ชุดว่ายน้ำ 2.ชุดราตรี 3.รอบตอบคำถาม 4.Final Look รอบ 3 คนสุดท้าย ทำได้ 4 ช่องทางหลัก คือ 1. โหวตผ่านแอพลิเคชั่น VODI 2. โหวตผ่านแอพพลิเคชั่น Miss U 3. โหวตผ่านเว็บไซต์หลัก vote.Miss Universe 4. โหวตผ่าน Twitter โดยติดแฮชแทค 2 คำ คือ #MissUniverse (ตัว U กับตัว M ต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่) และคำว่า #Thailand (ตัว T ต้องเป็นตัวพิมพ์ใหญ่เช่นกัน)   กองเชียร์ไทยร่วมให้กำลังใจและสามารถติดตามบรรยากาศการถ่ายทอดสด การประกวด Miss Universe 2016 รอบตัดสินได้ ในวันจันทร์ที่ 30 มกราคมนี้ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไป ทางช่อง 3SD ช่อง 28 และชมเทปบันทึกภาพอีกครั้งทางช่อง 3 HD ช่อง 33 เวลา 23.20 น.     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/xEH9UkUQuIs

 8,589
การเมือง
25 ม.ค. 60

ดัชนีวัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นชี้ไทยแย่ลง ได้แค่ 35 คะแนนจากเต็มร้อย รั้งอันดับที่ 101

องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผยผลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ประจำปี 2559 โดยประเทศไทยได้คะแนนความโปร่งใส 35 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 101 จาก 176 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับที่ 5 ในกลุ่มประเทศอาเซียนเท่ากับฟิลิปปินส์ ขณะที่เดนมาร์กครองแชมป์ร่วมนิวซีแลนด์   องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ได้จัดอันดับภาพลักษณ์คอรัปชั่นประจำปี 2559 โดยในปีนี้ ประเทศไทย ได้ 35 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 101 จาก 176 ประเทศทั่วโลก เทียบเท่าประเทศฟิลลิปปินส์ เปรู ติมอร์-เลสเต ส่วนกลุ่มอาเซียน ประเทศไทยมีคะแนนเป็นอันดับ 5 เท่ากับฟิลิปปินส์ รองจากสิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ขณะที่เดนมาร์กครองแชมป์ 3 ปีซ้อน และมีนิวซีแลนด์ร่วมครองแชมป์ด้วย   จากรายละเอียดขององค์กรดังกล่าว ระบุว่าสาเหตุที่คะแนนของไทยตกลงไปกว่าเดิม เป็นเพราะพบความเชื่อมโยงทางการเมืองและการคอร์รัปชั่นเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งรัฐบาลยังละเลยและปิดกั้นสิทธิในการแสดงออกในที่สาธารณะของประชาชน ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ที่ระบุว่า จะแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น นำประเทศสู่ประชาธิปไตย และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความเห็นอย่างเสรีนั้น ยังพบว่ารัฐบาลดำเนินการตรงกันข้าม มีการจำกัดขอบเขตเสรีภาพของประชาชนและจับกุมคุมขัง อีกทั้งห้ามตรวจสอบและสังเกตการณ์ประชามติ   ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบคะแนนในปีที่ผ่านมาในช่วงการบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (ปี 2557-2559) ไทยมีคะแนนที่ตกลงไปกว่าเดิมเท่ากับปี 2556 ในช่วงการบริหารประเทศของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี     ข้อมูลเพิ่มเติม   ปี 2556 ไทยได้ 35/100 คะแนน อันดับโลก 102/177 ปี 2557 ไทยได้ 38/100 คะแนน อันดับโลก 85/175 ปี 2558 ไทยได้ 38/100 คะแนน อันดับโลก 76/168 ปี 2559 ไทยได้ 35/100 คะแนน อันดับโลก 101/176     คะแนนความโปร่งใสปี 2559 ในกลุ่มอาเซียน   1.สิงคโปร์ 84/100  2.บรูไน 58/100 3.มาเลเซีย 49/100  4.อินโดนีเซีย 37/100 5.ไทย 35/100 5.ฟิลิปปินส์ 35/100 6.เวียดนาม 33/100 7.ลาว 30/100 8.เมียนมา 28/100 9.กัมพูชา 21/100  

 4,132
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 60

ครอบครัวเผาศพ โซนัม หนุ่มญี่ปุ่นก่อนนำอัฐิกลับประเทศ 28 ม.ค.นี้

ญาติเผาศพหนุ่มญี่ปุ่น ก่อนนำอัฐิกลับไปทำพิธีทางศานาที่ประเทศญี่ปุ่น 28 ม.ค.นี้   ครอบครัวพร้อมเจ้าหน้าที่จากสถานทูตญี่ปุ่น นำร่างนายโซนัม ทะสุโบะ อายุ 21 ปี นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นหายตัวไปนานเกือบ 1 เดือน มาทำพิธีฌปณกิจ ที่วัดคลองเตยใน เขตคลองเตย โดยนายอิจิโระ ซึซึมิ นางอะซะโกะ ซึโบอิ  และ น.ส.มะริอิ โอกาวะ พ่อ แม่ และแฟนสาว ของ นายโซนัม ซึโบอิ อายุ 21 ปี ยังอยู่ในอาการโศกเศร้า ได้นิมนต์พระประกอบพิธีทางศาสนา และเริ่มพิธีฌปณกิจ และจะนำอัฐิกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ โดยทางครอบครัวไม่ติดใจการเสียชีวิต และคาดว่าผู้ตายคงจะกระโดดน้ำเพื่อฆ่าตัวตายตามที่ตำรวจสันนิษฐานไว้เบื้องต้น เนื่องจากไม่มีร่องรอยบาดแผล    โดยนายโซนัมได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 27 เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจสน.บางคอแหลมพบเป็นศพลอยน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานกรุงเทพ โดยไม่พบเอกสารระบุว่าเป็นใคร เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งสถาบันนิติเวช รพ.ศิริราช โดยทางนิติเวชศาสตร์ รพ.ศิริราช ระบุว่า ได้รับศพไว้เพื่อทำการผ่าศพตรวจในวันที่ 30 ธันวาคม 2559 เวลา 23.00 น.เศษ และในวันต่อมาได้ผ่าศพตรวจอย่างละเอียด โดยได้ดำเนินการดังนี้  1 ได้ทำการดูรายละเอียดจากเอกสารที่มีอยู่  2 ได้ทำการถ่ายภาพศพ ตั้งแต่ยังมีเสื้อผ้า และดูร่องรอยต่างๆ โดยเฉพาะรอยสัก 2 ตำแหน่ง คือ รอยสักรูปดอกไม้เป็นวงซ้อนกันที่บริเวณหลังเท้าซ้าย และรอยสักรูปหยินหยางกับแคสเปอร์ ที่บริเวณหน้าอกด้านซ้าย  และ 3 ได้ทำการผ่าศพตรวจตามแนวทางมาตราฐานของการตรวจศพทางนิติเวชศาสตร์ โดยไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายร่างกาย  

 82,834
สังคม-อาชญากรรม
20 ม.ค. 60

สื่อนอกตีข่าว! หนุ่มไทยให้เด็ก 2 ขวบ บังคับรถ จยย.บนถนน ชี้เป็นเรื่องน่าตกใจ-กฎหมายควรเข้มงวด

       จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวีดีโอ ขณะที่วัยรุ่นชายวัย 18 ปี ที่ให้เด็กชายวัย 2 ขวบ ซึ่งเป็นลูกของพี่ชาย ใช้มือบังคับรถจักรยานยนต์ขี่บนท้องถนนด้วยความเร็ว ตลอดระยะทางประมาณ 500 เมตร โดยตนเองคอยคุมอยู่ด้านหลังพร้อมอัดคลิปด้วยความคึกคะนอง ทำให้ถูกวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างยิ่งและเสี่ยงต่อการอุบัติเหตุ           ล่าสุด เว็ปไซต์สำนักข่าว Mirror เผยแพร่คลิปวีดีโอพร้อมทั้งรายงานข่าวดังกล่าว ระบุว่า เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจและประมาทอย่างมาก เมื่อชายไทยให้เด็กวัยหัดเดินที่ไม่ได้สวมหมวกกันน็อค เป็นผู้ควบคุมรถจักรยานบนถนนในช่วงกลางคืน ในขณะที่ตนเองถ่ายเซลฟี่เพื่อบันทึกคลิปวีดีโอ           ทั้งนี้ยังได้ระบุด้วยว่า คลิปวีดีโอดังกล่าวถูกพูดถึงและสร้างเสียงวิจารณ์อย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ ผู้กระทำผิดจึงได้ออกมากล่าวขอโทษแล้ว แต่กลับไม่ต้องเผชิญการดำเนินคดีตามกฎหมาย แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อกฎหมายจราจรในประเทศไทย แม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจำนวนมากต่อปีก็ตาม      ข่าวที่เกี่ยวข้อง   

 3,423

Top