ค้นหา :

ผลการค้นหา "ไทย"

กีฬา
12 ต.ค. 59

'ช้างศึก' เดินทางถึงไทย 'ซิโก้' เร้านักเตะลืมฝันร้ายเกมพ่ายอิรัก มุ่งมั่นรับมือจิงโจ้

“ช้างศึก” ทีมชาติไทย ลงเตะฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่ม บี นัดแรกบุกแพ้ ซาอุดิอาระเบีย 0-1,นัด 2 เปิดบ้านแพ้ ญี่ปุ่น 0-2, นัด 3 บุกแพ้ ยูเออี 1-3 และล่าสุดนัด 4เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม บุกแพ้ อิรัก 0-4 ที่สนามปาส กรุงเตหะรานประเทศอิหร่าน ทำให้เตะ 4 นัด แพ้รวด ไม่มีคะแนน รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม โอกาสเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ริบหรี่   ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา นักเตะทีมชาติไทยเดินทางกลับถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยสายการบินเอติฮัด แอร์เวย์เที่ยวบิน อีวาย 408 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 18.25 น. ก่อนแยกย้ายกลับสู่สโมสร โดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวขอโทษแฟนบอลชาวไทยที่พาทีมพ่ายแพ้ทั้ง 2 นัด   “นักเตะทุกคนรู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ โดยเกมกับ อิรักทุกคนพยายามอย่างเต็มที่ ทั้งที่ต้องเล่น 9 คน ซึ่งมีหลายสิ่งเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝันมากมาย อาทิ ใบแดงกังขาของ กรวิทย์ นามวิเศษ,อาการบาดเจ็บของ ประทุม ชูทอง ที่ต้องหามส่งโรงพยาบาล และการโดนเตะของ ธนา ชะนะบุตร แต่ฝืนเล่นต่อจนจบเกม ซึ่งตั้งแต่ทำฟุตบอลมาผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน อีกทั้งผมไม่เคยวิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน แต่ครั้งนี้เกินกว่าที่จะยอมรับได้" เฮดโค้ชทีมไทยเริ่มกล่าว    "ซิโก้" กล่าวต่อว่าหลังจบเกมผู้ควบคุมการแข่งขันบอกให้เขียนรายงานถึง เอเอฟซี หากเห็นว่าผู้ตัดสินตัดสินผิดพลาด แต่ตนคงไม่เขียนเพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไร ส่วนใบแดงของ กรวิทย์ จะไม่มีการอุทธรณ์ใดๆ เช่นกัน เนื่องจากเกมได้จบไปแล้ว และคิดว่าคงไม่ผ่านการอุทธรณ์ ทำให้จะติดโทษแบนในเกมกับ ออสเตรเลีย วันที่ 15พฤศจิกายนนี้   "หลังจากนี้จะต้องเตรียมทีมกันใหม่ โดยเรายังมีเกมในบ้านเหลืออีก 4นัด พบ ออสเตรเลีย, ซาอุดิอาระเบีย, ยูเออี และอิรัก ซึ่ง 3 ทีมหลังหากเราเก็บชัยชนะได้จะเป็นการเรียกความมั่นใจกลับมา แต่หากแพ้ก็ต้องยอมรับว่ามาตรฐานของเรายังสู้กับทีมเหล่านี้ไม่ได้”   เฮดโค้ชทีมชาติไทย กล่าวปิดท้ายว่า จะเข้าหารือกับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับการเตรียมทีมนัดที่ 5 เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบ ออสเตรเลีย วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ รวมถึงศึกชิงแชมป์อาเซียน หรือ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งนัดแรกจะเตะวันที่ 19 พฤศจิกายน    “ส่วนตัวอยากใช้ผู้เล่นชุดฟุตบอลโลก ผสมกับผู้เล่นชุด 2 ซึ่งเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดีในฟุตบอลลีก แต่การฝึกซ้อมต้องหารือกับสมาคมฯ อีกครั้ง ว่าจะให้ฝึกซ้อมร่วมกันอย่างไร เพราะก่อนหน้านั้นต้องเตรียมทีมสำหรับเจอกับ ออสเตรเลีย และอีก 4 วัน จะประเดิมสนามศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ”   ส่วนอาการบาดเจ็บบริเวณศรีษะของ ประทุม ชูทอง ที่ถูกผู้เล่น อิรักผลักไปชนกับ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จนต้องส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลทันที ก่อนตรวจเบื้องต้นไม่พบว่ากระดูกหักและอาการอยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว แต่แพทย์ได้ให้อยู่เฝ้าระวังอาการที่โรงพยาบาลประเทศอิหร่านอีก 24 ชั่วโมง เนื่องจากมีอาการหมดสติไปชั่วครู่ และล่าสุดแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้ ซึ่งจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยวันที่ 13 ตุลาคมนี้

 4,906
เศรษฐกิจ
10 ต.ค. 59

หุ้นไทยดิ่งแรง 47.32 จุด คาดเหตุราคาหุ้นไทยสูง นักลงทุนจึงเทขายทำกำไร

     ความเคลื่อนไหวหุ้นไทยวันที่ 10 ต.ค. ปิดการซื้อขายที่ 1,457.02จุด ลดลง 47.32 จุด หรือ 3.15%        ด้าน นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สาเหตุที่ดัชนีหุ้นไทยลงแรงเนื่องจากราคาหุ้นไทยขึ้นมาอยู่ในระดับสูง ทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรและเลือกถือเงินสด แต่เชื่อว่าปัจจัยที่เกิดขึ้นจะเป็นปัจจัยระยะสั้น ที่ตลาดเจอมาหลายครั้งและคาดว่าหลังจากนี้ตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติได้

 1,616
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 59

อุทาหรณ์! ครูฝึกชาวรัสเซียเชือกกระโดดร่มพันตัว ตกกระแทกพื้นเสียชีวิต คาดสภาพอากาศแปรปรวน

        ตำรวจ สภ.หนองขาม จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุชาวต่างชาติกระโดดร่มตกมาเสียชีวิต ที่บริเวณพื้นที่ริมอ่างเก็บน้ำหนองค้อ บ้านเนินแสนสุข หมู่ 7 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา ในที่เกิดเหตุพบศพ นายสกานอฟ เวียเชสสลาฟ สัญชาติรัสเซีย อายุ 35 ปี เป็นครูฝึกกระโดดร่ม นอนเสียชีวิตอยู่ในชุดกระโดดร่ม โดยยังมีอุปกรณ์การกระโดดร่มติดอยู่ที่ด้านหลัง พร้อมหมวกกันน็อค โดยมีร่มหลักกางออกมาคลุมร่างไว้ และร่มสำรองกางออกมาเล็กน้อย          เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผย หลังสอบปากคำพยานว่า ผู้เสียชีวิตเป็นครูฝึกกระโดดร่มชาวรัสเซีย ซึ่งมีใบรับรองถูกต้อง โดยเมื่อช่วงเช้านายสกานอฟ ได้ขึ้นไปกระโดดร่มพร้อมกับผู้ร่วมการฝึก ในขณะที่อยู่กลางอากาศ ทุกอย่างก็เป็นปกติ แต่พอขณะที่จะถึงพื้นประมาณ 50 เมตร ได้เกิดลมผวนพัดมาอย่างแรง ทำให้ร่มของนายสกานอฟเสียการทรงตัว เชือกร่มพันร่าง ซึ่งนายสกานอฟพยายามดึงร่มสำรอง แต่ระยะที่ดึงร่มสำรองนั้นต่ำเกินไปจึงทำให้กางไม่ทัน นายสกานอฟจึงตกลงมาที่พื้น จนเสียชีวิตดังกล่าว             โดยหลังจากนี้จะส่งร่างนายสกานอฟไปชันสูตร พร้อมทั้งตรวจสอบประวัตินายสกานอฟ และบริษัทที่ทำงาน เพื่อให้ทราบว่ามีใบอนุญาตจริงหรือไม่ ถ้าไม่มีก็จะดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวตามกฎหมายต่อไป

 10,194
ข่าวภูมิภาค
07 ต.ค. 59

ตร.รวบหนุ่มเกาหลีกรีดยางรถยนต์ลูกค้าห้างใน จ.เชียงใหม่ สารภาพอยากระบายอารมณ์หลังถูกคนไทยผลักอกในสถานบันเทิง

         สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ใช้มีดแทงยางรถยนต์ของลูกค้าที่มาใช้บริการในห้างเซ็นทรัสเฟส เชียงใหม่ ได้รับความเสียหายทั้ง 4 ล้อ สอบสวนทราบชื่อ 'GIDON TOUNGLEE' อายุ 30 ปี พบของกลางคือมีดพก 1 เล่ม และมีดขนาดยาวประมาณ 7 นิ้ว 1 เล่ม         โดยผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองได้ไปเที่ยวสถานบันเทิง และถูกคนไทยคนหนึ่งมาเดินชนและผลักหน้าอก จนทำให้สร้อยที่ห้อยเครื่องรางของขลังขาดและตกแตกเสียหาย ทำให้รู้สึกเกิดความแค้นฝังใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งต่อมาระหว่างมาเที่ยวห้างได้คิดถึงเรื่องดังกล่าวจึงเกิดความแค้นและอยากระบาย ทำให้ตัดสินใจลงมือก่อเหตุดังกล่าว           เบื้องต้นตำรวจเปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท พร้อมทั้งทำประวัติไว้ ก่อนปล่อยตัวไป โดยหลังจากนี้จะประสานกับผู้เสียหายเพื่อให้มาแจ้งความดำเนินคดีกันอีกครั้ง

 7,371
ต่างประเทศ
07 ต.ค. 59

เซเลบตัวใหม่! สื่อนอกชื่นชมความน่ารัก 'ยูโร' น้องหมาหน้ายิ้มจากเมืองไทย

       สำนักข่าวต่างประเทศอย่าง metro รายงานข่าวความน่ารักของ 'ยูโร' น้องหมาพันธุ์ แจ๊ค รัสเซล เทอร์เรีย จากประเทศไทย ที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าเป็นเอกลักษณ์        โดยพูดถึงคลิปวีดีโอที่ได้โพสต์ลงอินสตาร์แกรม eurosaurus ขณะที่มีตั๊กแตนบินมาเกาะบนหัวของเจ้ายูโร แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้แสดงออกถึงท่าทางรำคาญหรือหงุดหงิดแต่อย่างใด อีกทั้งยังโชว์ยิ้มกว้างที่ดูเป็นมิตรออกมาอีกด้วย       ทั้งนี้ มีผู้เข้าชมความน่าของเจ้ายูโร ในคลิปวีดีโอสั้น ๆ นั้น มากกว่า 4 หมื่นครั้งเลยทีเดียว เรียกได้เป็นน้องหมาอีกตัวที่โกอินเตอร์ไปแล้วจริง ๆ        friend A video posted by euro&family (@eurosaurus) on Oct 1, 2016 at 10:58pm PDT   >.< A video posted by euro&family (@eurosaurus) on Oct 2, 2016 at 7:06pm PDT

 30,315
กีฬา
06 ต.ค. 59

'ซิโก้' ชม 'ยูเออี' เป็นทีมที่ดี 'สินทวีชัย' ชี้ช้างศึกต้องทำงานหนักหากหวังเก็บแต้ม

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา เวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น “ซิโก้”  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย พร้อมด้วย สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตูจอมเก๋า ร่วมแถลงข่าวความพร้อมก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่ไทยมีคิวลงสนามพบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ที่สนาม มูฮัมหมัด บิน ซายิด กรุงอาบูดาบี   ซิโก้ กล่าวว่า แม้ว่าสองเกมที่ผ่านมาเราจะไม่มีแต้มแต่เราแสดงให้เห็นแล้วว่าในแมตช์กับซาอุดิอาระเบียเราทำได้ดีที่สุด แล้วก็ขอบคุณโค้ชยูเออีเมื่อกี้ได้พูดคุยกันเขาก็ให้กำลังใจบอกว่าเราน่าจะมีแต้มจากเกมนั้น ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับยูเออีด้วยที่สามารถเอาชนะญี่ปุ่นได้ 3 คะแนนแรกมา   “แน่นอนยูเออีเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ครั้งแรกทุกคนอาจจะคิดว่ามีแค่ ญี่ปุ่น กับ ออสเตรเลีย เป็นทีมที่แข็งแกร่งในกลุ่มเรา แต่วันนี้เราคิดว่ายูเออีจะเป็นงานหนักของพวกเรา แต่เราจะใช้พลังของวัยรุ่นแสดงพลังในสนามให้เต็มที่ แล้วก็จะทำให้ดีที่สุด”   “ส่วนตัวผู้เล่นของยูเออีก็มีความเก่งกาจกลายคนไม่ว่าจะเป็นเบอร์ 10 ,เบอร์ 11 ซึ่งเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจคงต้องหาคนไปดูแล แต่ภาพรวมยูเออีเป็นทีมที่มีแท็คติคดีและโค้ชก็เชี่ยวชาญในแท็คติควิธีการเล่น เราก็จพพยายามทำให้เต็มที่ที่สุด”   “ก่อนเริ่มทัวร์นาเม้นท์นี้ทุกคนมองไปที่ญี่ปุ่นกับออสเตรเลียแต่ยูเออีแสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่จะแย่งอันดับในกลุ่มนี้ ซึ่งสองเกมแรกเราไม่มีแต้ม แต่เราหวังลึกๆว่าถ้าเรามีแต้มจากยูเออี หรือแม้กระทั่งกับอิรัก มันก็จะเหมือนเป็นงูกินหางเพื่อซื้อเวลาในการลุ้น แต่เราก็ไม่ได้มีความกดดันเพราะเราถือเป็นทีมน้องใหม่ที่เข้ามา ฉะนั้นเราต้องเชื่อว่าเด็กของเราต้องเล่นโดยภายใต้ที่ไม่มีแรงกดดัน”   “เราเดินทางมาปรับตัวและอากาศก็ไม่ได้มีปัญหาเหมือนเกมแรกที่เรามาเล่นกับซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเวลานี้อากาศก็ใกล้เคียงกับประเทศไทยแล้ว ฉะนั้นก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร”   “ตอนนี้ลีกของเราพัฒนาขึ้นและนานแล้วที่เราไม่ได้เล่นรอบ 12 ทีมเอเชีย 10 กว่าปีซึ่งตอนนั้นยังเป็นรอบ 10 ทีม เวลานี้เราเหมือนกลับมาอยู่ในเส้นทางเดิม เราอยากโชว์ให้แฟนที่เมืองไทยและทุกชาติที่เราเจอได้เห็น พรุ่งนี้เราก็อยากให้แฟนบอลของยูเออีเข้ามาเต็มสนาม เพราะเชื่อว่าถ้าเด็กๆของเราเห็นแฟนเข้ามาเต็มสนามก็จะมีความกระหายมีความอยากที่จะชนะ แน่นอนฟุตบอลเป็นเรื่องของเกมกีฬาเราอยากให้แฟนๆสนุกกับเกมและเห็นความสัมพันธ์ที่ดีหลังจบการแข่งขัน” ซิโก้ กล่าวทิ้งท้าย   ด้าน สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย กล่าวว่า เกมนี้เป็นเกมที่หนักแน่นอน เราเห็นแล้วว่ายูเออีชนะญี่ปุ่นมาในเกมนอกบ้านด้วย ซึ่งไม่ใช่การเซอร์ไพรส์ด้วย อย่างที่โค้ชซิโก้บอกว่ายูเออีมีนักเตะที่มีความสามารถ ซึ่งเกมนี้คงเป็นเกมที่หนักของเรา     “เกมในระดับนี้มันกดดันอยู่แล้วและการที่แพ้ 2 ครั้ง ซึ่งเราก็ไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไร เพราะเราก็อยากชนะ แต่มันทำให้เราทำงานหนักมากขึ้น หาข้อผิดพลาดและแก้ไข ส่วนการที่แฟนบอลจะมาดูเยอะเชื่อว่าจะทำให้เกมสนุก ที่สำคัญจะช่วยให้เรามีความกระตือรือร้นที่จะโชว์การเล่นให้แฟนๆได้ดู”   การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 ระหว่างทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กับ ทีมชาติไทย จะมีขึ้น ในวันที่ 6 ตุลาคม 2559 เวลา 23.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ณ สนาม มูฮัมหมัด บิน ซายิด กรุงอาบูดาบี  ถ่ายทอดสดทางช่อง 7

 2,193
การเมือง
05 ต.ค. 59

'โจชัวร์ หว่อง' เผย โชคดีแล้วที่ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

     หลังจากถูกทางการไทยเข้าควบคุมตัวและไม่ให้เดินทางเข้าประเทศเพื่อมาร่วมการปาฐกถาพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 6 ต.ค. ในหัวข้อการเมืองของคนรุ่นใหม่ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย        ล่าสุด โจชัวร์ หว่อง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ หลังเดินทางถึงสนามบินฮ่องกง ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของไทยไม่ได้ชี้แจงว่าเหตุใดจึงไม่อนุญาตให้เขาเดินทางเข้าประเทศ โดยบอกแต่เพียงว่า เราไม่มีคำอธิบายใดๆให้คุณ แต่คุณมีรายชื่อติดอยู่ในblacklist หรือบัญชีรายชื่อเป็นบุคคลต้องห้ามของไทย        นายหว่องบอกด้วยว่า ทันทีที่เครื่องลงจอดในไทย มีตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอย่างน้อย 20 คน มารอรับตัวเขาแล้ว จากนั้นจึงยึดพาสปอร์ตและนำตัวเขาไปพักภายห้องพักเล็กๆ ห้องหนึ่งในสถานีตำรวจประจำสนามบินเป็นเวลากว่า 12 ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ไทยยังไม่ยอมให้ติดต่อครอบครัวและทนาย        ก่อนหน้านี้นายหว่องเคยถูกทางการมาเลเซียห้ามเข้าประเทศแล้วโดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้กระทบต่อความสัมพันธ์กับรัฐบาลปักกิ่ง         โจชัวร์ หว่อง บอกด้วยว่า เขาโชคดีแล้วที่ได้เดินทางกลับมา ถ้าเขาไม่ได้เดินทางกลับมาฮ่องกง ก็ไม่อาจคิดได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง และโชคดีแล้วที่ไม่ได้เป็นบุคคลสูญหายรายถัดไป  

 6,745
การเมือง
05 ต.ค. 59

ส่ง 'โจชัวร์ หว่อง' ขึ้นเครื่องกลับฮ่องกงแล้ว หลังถูกกักตัวที่สุวรรณภูมิ

        จากกรณี โจชัว หว่อง แกนนำนักศึกษาฮ่องกงที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีน ถูกเจ้าหน้าที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิกักตัวไว้ หลังเดินทางมาไทยเพื่อเป็นแขกรับเชิญพิเศษของงานปาฐกถา 6 ตุลาคม 59 ในหัวข้อ 'การเมืองของคนรุ่นใหม่' ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย            ล่าสุด โจชัว หว่อง ถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินเดินทางออกจากประเทศไทยแล้วเมื่อเวลา 14.05 น. (ตามเวลาประเทศไทย) กำหนดถึงฮ่องกง 15.45  น. (ตามเวลาฮ่องกง)

 7,180
การเมือง
05 ต.ค. 59

ชี้แจงกรณี 'โจชัว หว่อง' ถูกกักตัวที่สุวรรณภูมิ เป็นไปตามดุลยพินิจหน้าที่ของ สตม.

        จากกรณีแกนนำ นศ.ฮ่องกง โจชัว หว่อง แกนนำนักศึกษาเข้าร่วมกับการชุมนุมชาวฮ่องกงประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีนอาจถูกปฏิเสธเข้าไทย เพื่อเข้าร่วมงานปาฐกถา 6 ตุลาฯ ในหัวข้อ “การเมืองของคนรุ่นใหม่” ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในวันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม นี้         ขอเรียนว่า ปกติสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จะมีหน้าที่สกรีนคนเข้าออกอยู่แล้ว โดยจะมีการประสานความร่วมมือเรื่องข้อมูลบุคคลกับต่างประเทศอยู่ตลอด อาจเป็นดุลยพินิจตามหน้าที่ปกติเฉพาะของหน่วยงานรับผิดชอบตรงก็คือ สตม. เช่น ถ้าบุคคลจะเข้ามามีประวัติเกี่ยวข้องการทำผิดกฎหมาย หรือวัตถุประสงค์การเข้ามาไม่ชัดว่าท่องเที่ยว , ทำงาน หรือดำเนินกิจกรรมผิดไปจากวัตถุประสงค์ การขอเข้ามาก็มีโอกาสถูกปฏิเสธจากทางเจ้าหน้าที่ได้         ในส่วน โฆษก.คสช. ยังไม่มีข้อมูลเรื่องรัฐบาลจีนขอมาหรือจากทาง สตม. เป็นไปได้ว่าอาจเป็นการประสานกันระหว่างหน่วยงานด้าน สตม.ที่มีสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลถึงกันกับหลาย ๆ ประเทศอยู่แล้ว ตามแนวทางด้านนี้        ส่วนการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ของหน่วย. สตม. ในหลายกรณีอาจจำเป็นต้องมีข้อจำกัดบ้างเหมือนประเทศอื่น ๆ ด้วยลักษณะเฉพาะงานโดยเฉพาะข้อมูลด้านการข่าวที่คาบเกี่ยวความมั่นคง        

 4,543
ต่างประเทศ
05 ต.ค. 59

'โจชัว หว่อง' แกนนำนศ.ฮ่องกง ถูกกักตัวที่สุวรรณภูมิ 'โฆษกกองทัพบก' ยันยังไม่ทราบสาเหตุการกักตัว

โจชัว หว่อง แกนนำนักศึกษาฮ่องกงที่เข้าร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลจีน ถูกเจ้าหน้าที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิกักตัวไว้ หลังเดินทางมาไทยเพื่อเป็นแขกรับเชิญพิเศษของงานปาฐกถา 6 ตุลาคม 59 ในหัวข้อ 'การเมืองของคนรุ่นใหม่' ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นผู้เชิญ ทั้งนี้ พันเอกวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าเพิ่งทราบข่าวเหมือนกัน จะไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น คาดน่าจะเป็นกระบวนการตรวจสอบของฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่กักตัว   

 1,566
ต่างประเทศ
27 ก.ย. 59

คู่รักต่างชาติโพสต์ภาพอ้างถูกโจรในคราบเด็กไร้เดียงสาฉกนาฬิกา หลังย้อนดูรูปตอนมาเที่ยวเมืองไทย

สำนักข่าว metro รายงานข่าวคู่สามีภรรยาอ้างว่าพบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับนาฬิกาที่ถูกขโมยไป ขณะย้อนดูอัลบั้มรูปภาพที่ถ่ายระหว่างเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนสามีจะโพสต์ภาพลงบนเว็บไซต์ดัง Reddit จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากภายในเวลาอันรวดเร็ว     สำหรับภาพดังกล่าวเป็นภาพขณะที่ภรรยาของเขายืนอยู่ตรงกลาง โดยมีเด็กหญิงหน้าตาไร้เดียงสาแต่งกายชุดชาวเขา 2 คน ยืนประกบซ้ายขวา บริเวณหน้าบันไดวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จ.เชียงใหม่ และเมื่อสังเกตดูอย่างละเอียดจะพบว่าเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังจับนาฬิกาอยู่ จึงเชื่อได้ว่าเด็กหญิงคนนี้น่าจะเป็นคนปลดมันออกไป ซึ่งเมื่อมีคนถามว่าพวกเขาไม่รู้สึกตัวเลยหรือตอนที่ถูกขโมยนาฬิกาไป เจ้าตัวก็ยอมรับว่าตอนนั้นทั้งเขาและภรรยาอยู่ในอาการเมาเล็กน้อย ทำให้ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ     ขณะที่ 1 ในคอมเมนท์อธิบายถึงขั้นตอนการโจรกรรมว่า มิจฉาชีพมักจะใช้มือสัมผัสไปตามร่างกายของเหยื่อเพื่อสร้างความคุ้นเคย กว่าจะรู้ตัวอีกทีของมีค่าก็หายไปแล้ว ซึ่งความเห็นนี้มีผู้เข้ามาสนับสนุนโดยยืนยันว่าเป็นเพราะเรื่องจริง อ้างอิงจากเพื่อนที่เป็นนักมายากล ซึ่งเขาบอกแต่เพียงว่ามันเป็นเคล็ดลับ ที่จะไม่ทำให้เหยื่อรู้สึกตัว   ทั้งนี้มีหลายความเห็นกล่าวโจมตีไปที่พ่อแม่ของเด็กหญิง ซึ่ง 1 ในนั้นอ้างว่าตัวเองก็เป็นคนเผ่าม้ง เด็กพวกนี้ก็เป็นเหยื่อถูกพ่อแม่ใช้ให้ทำเรื่องน่าละอาย ในขณะที่พวกเขามักจะรออยู่บริเวณใกล้เคียง จึงถือเป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่เด็กถูกเลี้ยงดูโดยพ่อแม่แบบนี้      

 42,761
สังคม-อาชญากรรม
26 ก.ย. 59

ศพเจ้าของร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ ที่ถูกลูกจ้างปล้นฆ่าถึงไทยแล้ว แม่เตรียมบำเพ็ญกุศลที่วัดขุนจันทร์

จากกรณี นายสมพจน์ อารมณ์สุข อายุ 34 ปี เจ้าของร้านอาหารไทย 'ไหมไทย' ในรัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ถูกลูกจ้างสาวและแฟนหนุ่มปล้นร้านและยิงเสียชีวิต ล่าสุด ศพของนายสมพจน์ถูกส่งถึงประเทศไทยแล้ว โดยสายการบินเดลต้า แอร์ไลน์ เที่ยวบิน DL283 ซึ่งมารดาของผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยญาติและเพื่อน ได้เดินทางไปรับศพที่บริเวณคลังสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยได้นิมนต์พระมาเพื่อทำพิธีก่อนเคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศล และจะตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่วัดขุนจันทร์ ถนนเทอดไท กทม. ระหว่างวันที่ 26-28 กันยายน และฌาปนกิจศพวันที่ 29 กันยายน นี้ เวลา 17.00 น. ก่อนจะลอยอังคารที่แม่น้ำเจ้าพระยาใกล้ๆ วัด หรือไม่ก็อาจจะเป็นบริเวณสะพานตากสิน    ทั้งนี้ มารดาของผู้เสียชีวิตได้กล่าวขอบคุณทุกคน ทุกหน่วยงานรวมถึงสื่อที่ช่วยกันจนสามารถนำศพลูกชายกลับมาได้โดยเร็ว แต่ก็ยังขอติงการทำงานของเจ้าหน้าที่สถานฑูตบางคน ในเรื่องการประสานงานทำเอกสารขอรับศพ ที่เหมือนไม่ค่อยเต็มใจให้บริการ เพราะพอทางครอบครัวสอบถามคำแนะนำในการเดินทาง และการทำเอกสารมาติดต่อขอรับศพ ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดอะไรเลย         ข่าวที่เกี่ยวข้อง : รวบแล้ว ลูกจ้างหญิงพร้อมแฟนหนุ่ม มือฆ่าชิงทรัพย์หนุ่มเจ้าของร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ  

 16,414
กีฬา
21 ก.ย. 59

ช้างศึก u19 เจ๊าเมียนมา 1-1 คว้าแชมป์กลุ่มบี ศึกชิงแชมป์อาเซียน

ทีมชาติไทย เสมอ ทีมชาติเมียนมา 1-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่สนามฮั่งได๋ สเตเดี้ยม ประเทศเวียดนาม ทำให้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ในฐานะแชมป์กลุ่มบี มี 13 แต้ม จากผลงาน ชนะ 4 เสมอ 1 เข้ารอบรองชนะเลิศไปตัดเชือกกับ ติมอร์ เลสเต อันดับ 2 ของกลุ่มเอ ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ เวลา 16.00 น.

 887
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 59

กทม. พบผู้ติดเชื้อไวรัสซิกาแล้ว 22 ราย มีหญิงตั้งครรภ์ป่วยด้วย

นายเมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผอ.กองควบคุมโรคติดต่อ เปิดเผยว่าขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกาในกรุงเทพฯ  แล้วจำนวน 22 คน โดย 2 คน ยังเป็นหญิงตั้งครรภ์ คลอดลูกไปแล้ว 1 ราย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่บ้านของผู้ป่วยในย่านสาทร เตือนประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกเพราะสามารถป้องกันได้ โดยการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและระวังไม่ให้ถูกยุงกัด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DiLo492h0Sc    

 12,566
ต่างประเทศ
08 ก.ย. 59

'ไต้หวัน' ครองแชมป์ประเทศที่เป็นมิตรที่สุดในโลก 'ไทย' ติดโผอันดับที่ 21

ผลสำรวจในรายงาน Expat Insider โดย InterNations ที่ทำการสอบถามประชาชนกว่า 14,000 คนใน 67 ประเทศทั่วโลก ได้จัดอันดับประเทศที่เป็นมิตร และเหมาะกับชาวต่างชาติในการอาศัยมากที่สุด ซึ่งในปีนี้ตกเป็นของ ไต้หวัน โดยพิจารณาจากคุณภาพชีวิต, ค่าครองชีพ, การตั้งถิ่นฐาน และความสมดุลในการใช้ชีวิต ในการทำงานและการพักผ่อน (Photo : Courtesy of Taiwan Travel and Living Channel) โดย 5 อันดับแรกของโลกได้แก่ ไต้หวัน, อูกันดา, คอสตาริกา, เม็กซิโกและโคลัมเบีย ด้าน 5 ประเทศที่เป็นมิตรน้อยที่สุดในโลก ตกเป็นของนอร์เวย์, สวิตเซอร์แลนด์, สาธารณรัฐเช็ก, ซาอุดิอาระเบีย และคูเวต ขณะที่ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่เป็นมิตรในลำดับที่ 21 และเป็นประเทศที่ 4 ในแถบอาเซียน รองจากฟิลิปปินส์, เวียดนามและอินโดนีเซีย ที่ติดอันดับ รายชื่อประเทศที่ติดอันดับประเทศที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลก ประจำปี 2016 1.ไต้หวัน 2.อูกันดา 3.คอสตาริกา 4.เม็กซิโก 5.โคลัมเบีย 6.โอมาน 7.ฟิลิปปินส์ 8.นิวซีแลนด์ 9.เวียดนาม 10.โปรตุเกส 11.บราซิล 12.สเปน 13.เอกวาดอร์ 14.แคนาดา 15.โรมาเนีย 16.บาห์เรน 17.มอลตา 18.อินโดนีเซีย 19.ยูเครน 20.ไอร์แลนด์ 21.ไทย 22.อาร์เจนตินา 23.ออสเตรเลีย 24.ไซปรัส 25.สหรัฐอเมริกา 26.กรีซ 27.เปรู 28.โมร็อกโก 29.ญี่ปุ่น 30.อิสราเอล 31.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 32.มาเลเซีย 33.แทนซาเนีย 34.อินเดีย 35.เคนยา 36.ตุรกี 37.อียิปต์ 38.คาซัคสถาน 39.โมซัมบิก 40.โปแลนด์ 41.ลักเซมเบิร์ก 42.สหราชอาณาจักร 43.จีน 44.ไนจีเรีย 45.เนเธอร์แลนด์ 46.ฮังการี 47.อิตาลี 48.ปานามา 49.แอฟริกาใต้ 50.เกาหลีใต้ 51.สิงคโปร์ 52.ฮ่องกง 53.เบลเยียม 54.ฟินแลนด์ 55.เยอรมัน 56.ฝรั่งเศส 57.ชิลี 58.ออสเตรีย 59.รัสเซีย 60.เดนมาร์ก 61.กาตาร์ 62.สวีเดน 63.นอร์เวย์ 64.สวิตเซอร์แลนด์ 65.สาธารณรัฐเช็ก 66.ซาอุดิอาระเบีย 67.คูเวต   ข้อมูลจาก Expat Insider 2016  indy100.independent.co.uk

 6,284

Top