ค้นหา :

ผลการค้นหา "นายกรัฐมนตรี"

การเมือง
24 พ.ย. 60

นายกฯป้อง 'ประวิตร' ไม่ตั้งใจพูดแรงปม 'น้องเมย' เสียชีวิต แจง ตปท.ก็มีหลักสูตรโดนซ่อม

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงความคืบหน้าการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ของนักเรียนนายร้อยทหาร ภัคพงค์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ว่าส่วนตัวไม่อยากให้บาดเจ็บ หรือสูญเสียจากการฝึกซ้อม ส่วนที่สังคมยังสับสนว่าสาเหตุการเสียชีวิตจากฝึกหรือไม่ ที่ผ่านมาก็มีเพียงการฝึกซ่อมเท่านั้น ทำอย่างอื่นไม่ได้ และที่ผ่านมาสื่อมวลชนได้เข้าไปทำข่าวการฝึกทหาร ทั้งจู่โจม โดดร่ม ดำน้ำ ทั้งหมดมีวิธีการของการฝึกอยู่แล้ว ถ้าเป็นนักเรียนก็ฝึกอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งตนก็เคยการฝึกแบบนี้มาเช่นกัน   ส่วนที่มีกระแสวิพากวิจารณ์ ถ้าไม่อยากถูกซ่อมก็ไม่ต้องมาเรียนเตรียมทหารนั้น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ตั้งใจจะตอบสื่อแบบนั้น แต่ถูกถามให้อารมณ์เสีย   ขณะที่จะมีการเปลี่ยนปรับระเบียบ ธำรงวินัย หรือไม่นั้น ยืนยันทุกอย่างมี บรรทัดฐานอยู่แล้ว ถ้าแก้ปัญหาผิดวิธีก็จะเกิดความเสียหาย วันนี้ต้องมองว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งต่างประเทศ ก็มีหลักสูตรธำรงวินัยแบบนี้เช่นกัน ยืนยัน ถ้าไม่ฝึกหนักก็จะได้คนธรรมดา ที่ไม่มีความอดทน ซึ่งการฝึกกับความสูญเสีย มันคนละเรื่อง ส่วนที่จะให้มีธำรงวินัยหรือไม่นัน ขึ้นอยู่กับกองทัพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vdjHaUdWi3U    

 25,534
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ย. 60

"บิ๊กตู่" ระบุผบ.สส.เชิญครอบครัวน้องเมยคุยวันนี้ ยันฝึกมีขั้นตอน ชี้ประวิตรไม่ได้ตั้งใจพูด ขณะเจ้าตัวงดสัมภาษณ์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เปิดเผยว่า พลเอกธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือ ผบ.สส. เข้าพบตนเมื่อเช้านี้ เพื่อเชิญร่วมพิธีมงคลสมรสของบุตรเท่านั้น    ซึ่งตนได้สอบถามถึงความคืบหน้าการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ ของนักเรียนเตรียมทหารภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย ว่าวันนี้ ผบ.สส.จะเชิญครอบครัวของน้องเมยมาพูดคุยเพื่อหาทางออกและให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน   ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่อยากให้บาดเจ็บหรือสูญเสียจากการฝึกซ้อม ส่วนที่สังคมยังสับสนว่าสาเหตุการเสียชีวิตจากฝึกหรือไม่ ที่ผ่านมาก็มีเพียงการฝึกซ่อมเท่านั้น ทำอย่างอื่นไม่ได้ และที่ผ่านมาสื่อมวลชนได้เข้าไปทำข่าวการฝึกทหาร ทั้งจู่โจม โดดร่ม ดำน้ำ ทั้งหมดมีวิธีการของการฝึกอยู่แล้ว ถ้าเป็นนักเรียนก็ฝึกอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งตนก็เคยการฝึกแบบนี้มาเช่นกัน    ส่วนที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์คำกล่าวของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่กล่าวว่า "ถ้าไม่อยากถูกซ่อมก็ไม่ต้องมาเรียนเตรียมทหาร" นั้น พลเอกประยุทธ์ระบุว่าพลเอกประวิตรไม่ได้ตั้งใจจะตอบสื่อแบบนั้น แต่ถูกถามให้อารมณ์เสีย    ขณะที่จะมีการเปลี่ยนปรับระเบียบการธำรงวินัยหรือไม่นั้น ยืนยันว่าทุกอย่างมีบรรทัดฐานอยู่แล้ว ถ้าแก้ปัญหาผิดวิธีก็จะเกิดความเสียหาย วันนี้ต้องมองว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งต่างประเทศก็มีหลักสูตรธำรงวินัยแบบนี้เช่นกัน ยืนยันถ้าไม่ฝึกหนักก็จะได้คนธรรมดาที่ไม่มีความอดทน ซึ่งการฝึกกับความสูญเสียมันคนละเรื่อง ส่วนที่จะให้มีธำรงวินัยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับกองทัพ    ขณะที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เดินฝ่าวงล้อมผู้สื่อข่าวปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ตอบเพียงสั้นๆว่า "ไม่มีแล้ว"

 79,323
การเมือง
23 พ.ย. 60

นายกฯโชว์ขับโกคาร์ทไฟฟ้า ผลงานเด็กเทคนิค รอบตึกสันติไมตรี

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 3   โดยก่อนการประชุม ได้เยี่ยมชมผลงานจากนักเรียน และสถานศึกษา ที่อยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก หรือ อีอีซี โดยเฉพาะนักเรียนจากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ได้นำรถโกคาร์ทไฟฟ้าต้นแบบ ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนประดิษฐ์ขึ้นมาจัดแสดง   ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ทดลองขับขี่ภายในตึกสันติไมตรี 1 รอบ โดยขณะที่จอดรถได้ครูดกับเสาอาคารเล็กน้อย พร้อมกล่าวชื่นชมความสามารถ โดยกล่าวว่านี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น คือยานยนต์ไฟฟ้า ที่เป็นฝีมือของคนไทย และแม้จะเป็นรถต้นแบบแต่ก็ขอให้พัฒนาต่อไปในอนาคต และขอให้ทำระบบให้ดี ให้น่าขับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rZru7QuFJ3Y  

 20,563
การเมือง
22 พ.ย. 60

'นายกฯ' อุ้ม 'น้องซีจี' หอมแก้ม ฟัง 'ตั๊กแตน' ร้องเพลง 'ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้' ก่อนประชุม ครม.

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยก่อนการประชุม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย นำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรีและติดเข็มโบว์แดง เพื่อรณรงค์เนื่องในวันเอดส์โลก ประจำปี 2560 และประชาสัมพันธ์การจัดงานเทียนส่องใจ ครั้งที่ 26   นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้”ปักหมุด...หยุดเชื้อดื้อยา” ของกระทรวงสาธารณสุขเพื่อแสดงความมุ่งมั่นเดินหน้าจัดการเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ และชมนิทรรศการการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ.2560-2564 จัดโดยคณะกรรมการนโยบายดื้อยาต้านจุลชีพแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมี 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ   ภายหลังเยี่ยมชมบูธต่างๆ นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับศิลปินนักแสดง และได้ฟังศิลปิน ตั๊กแตน ชลดา จุลทองกลาง ร้องเพลง “ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้” จากนั้นได้กล่าวว่า ไม่ใช่แฟนทำแทนได้ไง ใช่ไหมจ๊ะ ขอให้ทุกคนช่วยกันทำงาน ช่วยกันเปลี่ยนแปลงประเทศ และปฏิรูปประเทศ ถ้าไม่ใช่คสช.ก็ทำแทนไม่ได้ เพราะคสช.มาเริ่มต้นการปฏิรูปให้ แต่อย่างไรทุกคนก็ต้องทำอยู่แล้ว ต้องมีส่วนร่วมทั้งหมด อย่ากังวลกับคสช. จากนั้น ดาราเด็กชื่อ น้องซีจี ได้บอกกับนายกรัฐมนตรีว่า “ขอให้ลุงตู่เป็นนายกฯนานๆนะครับ” ซึ่งก็สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบตัว จากนั้นนายกฯก็อุ้มโดยดาราเด็กทั้งกอดทั้งหอม และนายกรัฐมนตรียังอวยพรด้วยว่า “ขอให้ฉลาดตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี และขอให้วันหน้าเป็นนายกฯนะ”   นอกจากนี้ ตั๊กแตน ชลดา ยังโชว์ลูกคอร้องเพลงใหม่ ชื่อเพลง ลำซิ่งสายโสด (ท่อนจบร้องว่า แค่โสดบ่ตายจงยิ้มไว้ เราหายใจด้วยตัวเอง) นายกรัฐมนตรีจึงกล่าวว่า แต่คสช.ทำไม่ได้ไง จึงต้องให้คนอื่นมาช่วย เพราะทำด้วยตัวเองคนเดียวไม่ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ghdhqcVTVzw    

 18,857
การเมือง
21 พ.ย. 60

นายกฯปัดขัดแย้ง 'พล.อ.ประวิตร' เชื่อเป็นการดิสเครดิต

นายกรัฐมนตรี เผยอยู่ระหว่างนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ ทูลเกล้าฯ แย้มมีคนใหม่เข้ามาบ้าง แต่ทหารมีออกมากกว่าเข้า โอดทำดีที่สุดแล้ว พร้อมรับผิดชอบ ปัดขัดแย้งประวิตร เชื่อเป็นการดิสเครดิต   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการเปิดงานมหกรรมทางเรือนานาชาติครบรอบ 50 ปีอาเซียน ณ จ.ชลบุรี พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรี ว่าขณะนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งการปรับครั้งนี้ไม่ได้คำนึงถึงสัดส่วน และมีคนใหม่เข้ามาบ้างเล็กน้อย แต่ในส่วนของทหารมีออกมากกว่าเข้า พร้อมยอมรับว่าการปรับ ครม.ไม่สามารถทำให้ถูกใจได้ทั้ง 100% อาจมีทั้งพอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา และทำดีที่สุดแล้ว พร้อมยอมรับความรับผิดชอบ เพราะตนต้องรับผิดชอบมาตั้ง 22 พ.ค.57 แล้ว   ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างนายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร นั้น ไม่เป็นความจริง เชื่อว่าเป็นการดิสเครดิตส่วนหนึ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/87CTwBc340E    

 6,877
การเมือง
18 พ.ย. 60

นายกฯ เผยรายชื่อบางส่วน 'ครม.ประยุทธ์ 5' ย้ำตั้ง 6 คำถามเพื่อสื่อสารปชช.

หลังจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เก็บตัวเงียบไม่ให้สัมภาษณ์สื่อถึง 2 วัน โดยคาดว่าได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการจัดทัพครม.ประยุทธ์ 5 อย่างเต็มที่ ล่าสุดได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนแล้วว่า นายกรัฐมนตรีได้จัดทำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดที่ 5 เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะยังมีขั้นตอนทางเอกสารอีกมาก แต่ไม่ต้องเป็นห่วง จะทำให้ดีที่สุด ส่วนกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ยืนยันว่า ไม่มี   จากนั้นสื่อมวลชนยังคงระดมยิงคำถามอย่างต่อเนื่อง จนนายกรัฐมนตรีเริ่มหงุดหงิดและตอบคำถามสื่อแบบมีอารมณ์ แต่ก็ยังยืนยันว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังอยู่ในรายชื่อครม.ประยุทธ์ 5 รวมถึงพลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ยังอยู่แต่จะอยู่ตรงไหนยังไม่รู้ ส่วนจะมีรายชื่อครม.ใหม่มาเพิ่มกี่คนนั้นนายกรัฐมนตรีตอบสั้นๆ ว่า ไม่รู้   ได้เสียงนายกรัฐมนตรี พูดว่า "ประวิตรอยู่ อนุพงษ์อยู่ ทำไมละ รังเกียจเขาหรือไง ข่าวใครเป็นคนพูด หนังสือพิมพ์ลง คุณก็ไปเชื่อหนังสือพิมพ์สิ" และถามต่อว่า “พล.อ.ฉัตรชัย เพื่อนของนายกฯยังอยู่ด้วยใช่หรือไม่” นายกฯ ตอบว่า “ยังอยู่ แต่อยู่ตรงไหนยังไม่รู้”   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ขอให้รอความชัดเจนไม่อยากให้พูดไปต่างๆนานา อย่างกระแสข่าวที่ระบุว่าจะปรับ พลตำรวจเอก จักษ์ทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกจากตำแหน่งนั้น ยืนยันว่าไม่มีการปรับเพราะว่าทำงานดีอยู่แล้ว ส่วนที่บอกว่าตนเองจะไปควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน เพราะตอนนี้ก็ทำงานดูแลทุกกระทรวงด้วยนโยบายและวิสัยทัศน์   นายกรัฐมนตรียืนยันว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจำเป็นจะต้องเลือกคนที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งจะต้องดูคุณสมบัติและความเชื่อมั่น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยการปรับคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้งก็ได้มีการพูดคุยหารือร่วมกันเพื่อให้ได้คนที่เหมาะสมมาทำหน้าที่   นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ 6 คำถามให้ประชาชนตอบ ว่า ตนเองต้องการสื่อสารกับประชาชนโดยตรง และขอย้ำว่าไม่ได้เกณฑ์คนมาตอบคำถาม ถ้าประชาชนจะเชิญชวนกันมาตอบคำถามก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ใช่เอารถไปรับคนมาตอบคำถาม หรือไปสั่งว่าบ้านนี้ต้องมา ถ้ามีแบบนี้ก็จะลงโทษ เพราะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ขณะเดียวกัน โพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนนั้นไม่ใช่โพลของรัฐบาล แต่เป็นการสำรวจความคิดเห็นของภาคประชาชน พร้อมทั้งอยากบอกว่าถ้าประชาชนที่เคยตอบคำถาม 4 ข้อไปแล้ว จะมาตอบคำถาม 6 ข้อก็ได้ จะตอบกี่ครั้งก็ได้ ไม่ใช่ให้ตอบครั้งเดียว   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอร้องว่าอย่าไปเชื่อคำบิดเบือนว่าประชาชนที่มาตอบคำถามแล้วต้องแสดงเลขบัตรประจำตัวประชาชนจะเอามาใช้ประโยชน์ต่อ และขอชี้แจงว่าให้เซ็นต์ทับไป รับรองสำเนาถูกต้อง แค่นี้ก็จะเอาไปใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้ว จะไปให้พวกเขามาบิดเบือนทำไม                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/vetanzFZcYA

 7,237
การเมือง
16 พ.ย. 60

ลุ้นโผ ครม. 'ประยุทธ์ 5' คาดนายกฯยื่นทูลเกล้าฯแล้ว

หลังจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเวลาประมาณตี 3 บรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลช่วงเช้ายังไร้วี่แววนายกรัฐมนตรีเดินทางมาปฏิบัติงาน จนเมื่อเวลา 11.00น. ขบวนรถของนายกรัฐมนตรีได้เข้าจอดหน้าตึกไทยคู่ฟ้า และคาดว่าจะปฏิบัติภารกิจในตึกไทยคู่ฟ้าเท่านั้น เนื่องจากไม่มีกำหนดการอื่นๆภายนอกทำเนียบรัฐบาล   ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่า จะมีการทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงลงพระปรมาภิไธยเรื่องขยายเวลาให้เข้าชมนิทรรศการการจัดแสดงพระเมรุมาศ จากเดิมจะจัดแสดงถึงวันที่ 30 พ.ย. จะขยายไปจนถึงวันที่ 30 ธ.ค. จึงคาดการณ์ว่าจะมีการทูลเกล้าฯถวายรายชื่อคณะรัฐมนตรี พร้อมกันด้วย   อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนได้คาดการณ์โผ ครม.ประยุทธ์ 5 ที่คาดว่าจะมีการปรับตำแหน่งสำคัญในหลายกระทรวง อาทิ กระทรงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LmbjB7KIvMM    

 4,867
การเมือง
13 พ.ย. 60

นายกฯ-ภริยา สวมชุดประจำชาติฟิลิปปินส์ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 31

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมคณะ เดินทางถึงกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 และการประชุมสุดยอดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันนี้ (13 พ.ย.60)   ทันทีที่เดินทางถึง นายกรัฐมนตรีเข้ารับฟังบรรยายสรุป และประชุมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องสำหรับการประชุม หลังจากร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อเตรียมการดังกล่าว   จากนั้น นายกรัฐมนตรี และภริยา เดินทางไปยังศูนย์การประชุม SMX ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งอาเซียน โดยนายโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ประธานาธิบดี แห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และนางฮันนี่เล็ท อาวันเซนยา ภริยา ให้การต้อนรับ และถ่ายภาพที่ระลึก โดยนายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมผู้นำชาติอาเซียน และประเทศคู่เจรจา สวมใส่ชุดประจำชาติฟิลิปปินส์ เรียกว่า บารอง ตากาล๊อก ทำจากใยสัปปะรด ภายในงานมีการจัดเลี้ยงอาหารฟิลิปปินส์-เอเชี่ยน และการแสดงดนตรี โดยวงออเครสตร้า วงร๊อค การแสดงพื้นเมืองประจำชาติฟิลิปปินส์   ก่อนเริ่มงาน ประธานาธิบดี ฟิลิปปินส์ กล่าวต้อนรับ และเชิญผู้ร่วมงาน ดื่มเฉลิมฉลอง ในโอกาสครบรอบ 50 ปี การก่อตั้งอาเซียน บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง การประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมสุดยอดอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่จะใช้กรอบการประชุมต่างๆ เป็นเวทีโน้มน้าวให้ประเทศนอกภูมิภาค สนับสนุนกระบวนการสร้างประชาคมอาเซียน และนโยบายสำคัญของอาเซียน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cWzz5NkQtVY  

 21,569
การเมือง
10 พ.ย. 60

นักการเมือง-นักวิชาการ พาเหรดวิจารณ์คำถาม 6 ข้อจากนายกฯ

แกนนำพรรคการเมืองเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ รวมทั้งนักวิชาการ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากคำถามถึงประชาชนเพิ่ม 6 ข้อ ในประเด็นเกี่ยวกับอนาคตการเมืองและพรรคการเมืองในการเลือกตั้งใหม่ ว่าจำเป็นต้องมีพรรคทางเลือกใหม่หรือไม่ ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ส่วนใหญ่เชื่อเป็นการโยนหินถามทางเพื่อสืบทอดอำนาจ คสช. หรือวางแผนตั้งพรรคเพื่อเล่นการเมืองในอนาคต    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9x7L2DK2dWw  

 6,339
การเมือง
09 พ.ย. 60

"พิชัย-นิพิฎฐ์-ศรีสุวรรณ-องอาจ" หลากขั้วการเมืองพาเหรดตอบ 6 คำถามนายกรัฐมนตรี

"พิชัย-นิพิฎฐ์-ศรีสุวรรณ-องอาจ" หลากขั้วการเมืองพาเหรดตอบคำถาม 6 ข้อนายกรัฐมนตรี    นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ตามที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ถามคำถาม 6 ข้อ ซึ่งเป็นคำถามที่น่าจะสะท้อนกลับไปในความคิดที่น่าจะดูสับสนของผู้ถาม ไม่แน่ใจว่ามีจุดประสงค์ในการถาม 6 คำถามนี้เพราะอะไร ต้องการที่จะอยู่ต่อ หรือต้องการตั้งพรรคทหารของ คสช. เองใช่หรือไม่ หรือต้องการเบี่ยงเบนความนิยมลดลงของซุปเปอร์โพล เพราะน่าจะผลสะท้อนเข้าตัวของผู้ถามเองมากกว่า ว่ามีความเชื่อและความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยดีขนาดไหน    ทั้งนี้ได้ตอบคำถามทั้ง 6 ข้อ โดยเฉพาะข้อ 1 กับ 2 ใจความสำคัญ ระบุ ในเรื่องการมีพรรคการเมือง และนักการเมืองใหม่ เห็นว่าในอดีตเกิดขึ้นมาโดยตลอด แต่ประชาชนจะเลือกหรือไม่ อยู่ที่ผลงานและมีหลักคิดที่ดี ซึ่งต้องถามประชาชนว่า 3 ปีที่ผ่านมา มีความสุขไหม ดีกว่าของเดิมหรือไม่ หากมีความสุขก็เลือกพรรคการเมืองที่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ แต่ถ้าไม่มีความสุขก็ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทย    ส่วนการที่คสช.สนับสนุนพรรคการเมืองใดนั้น มองว่า มีสิทธิ์ทำได้ในฐานะประชาชนทั่วไป แต่คสช. ในฐานะผู้กุมอำนาจรัฐที่ให้คุณให้โทษได้ การสนับสนุนพรรคใดก็จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมือง และอาจมีการใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิดๆ เพราะแม้นายกฯ จะลงเลือกตั้งไม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้นายกฯ สามารถมาเป็นนายกคนนอกได้ซึ่งสามารถเอื้อประโยชน์ให้ตัวเองกลับมาเป็นนายกอีกได้ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ทับซ้อน นอกจากพลเอกประยุทธ์และคสช.ทุกคน จะประกาศเลยว่าจะไม่กลับมาเป็นนายกและไม่มาเป็นรัฐบาลอีกหลังการเลือกตั้ง    อย่างไรก็ตาม อยากให้พลเอกประยุทธ์ได้ศึกษาหลักการทางประชาธิปไตยให้ชัดเจนก่อนและมีหลักคิดที่ถูกต้อง หากจะคิดตั้งพรรคเพื่อสนับสนุนตนเองให้เป็นนายกต่อหลังการเลือกตั้ง   ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตอบคำถามนายกรัฐมนตรี 6 ข้อ ดังนี้    1. เป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้วของการเลือกตั้งที่มักจะเกิดพรรคการเมืองใหม่ นักการเมืองใหม่ขึ้นมาอยู่แล้ว จึงไม่สามารถบอกได้หรือไม่ได้ว่ามีความจำเป็นหรือไม่ เพราะประชาชนจะเป็นผู้ตอบคำถามเองในเรื่องนี้ว่าจำเป็นหรือไม่เมื่อมีการเลือกตั้ง    2. ถือเป็นคำถามที่ผิดกฏหมายและไม่ควรจะถาม เพราะต้องปฏิบัติการอย่างเป็นกลาง โดยเฉพาะรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจที่มี ม.44 หากประกาศสนับสนุนพรรคการเมืองใดจะส่งผลให้ข้าราชการต้องเดินตาม เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องวางตัวอย่างเป็นกลางแบบเคร่งครัดที่สุดในเรื่องนี้   3. รัฐบาลตั้งคำถามแบบทวงบุญคุณ เพราะการแก้ปัญหาให้กับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ IUU  หรือ ICAO เป็นหน้าที่ซึ่งรัฐบาลต้องทำอยู่แล้ว  จึงไม่ควรตั้งคำถามแบบนี้เพราะเหมือนกำลังทวงบุญคุณกับประชาชน    4. เป็นคำถามที่ผิดหลักการเช่นกัน เพราะอำนาจเผด็จการและประชาธิปไตยไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ ไม่ต่างจากถามเรื่องนักมวยกับนักฟุตบอลชอบแบบไหน จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้   5. คนถามแยกไม่ออกระหว่างบุคคลกับระบบบ  ปัญหาที่ผ่านไม่ได้เกิดขึ้นจากระบอบประชาธิปไตยมีปัญหาแต่มีปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว แม้จะเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยไม่ได้ดีที่สุด แต่ก็เห็นว่ายังไม่มีระบอบไหนที่เลวน้อยที่สุดเท่ากับระบอบประชาธิปไตย   6. การที่นักการเมืองออกมาเคลื่อนไหวเป็นสิทธิที่จะออกมาอยู่แล้วในช่วงนี้เพราะกฏหมายลูกเสร็จแล้ว พรรคการเมืองต้องออกมาวิจารณ์ได้ ส่วนรัฐบาลเมื่อมีปัญหาก็ต้องรับทุกปัญหาอยู่แล้ว จึงคิดว่าคำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ไม่ควรจะถามเลย   ขณะที่นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ออกแถลงการณ์ต่อ 6 คำถามของนายกรัฐมนตรี ว่านายกฯ หมดเวลาที่จะสร้างวาทะกรรมเพื่อกลบเกลื่อนกระแสขาลงของรัฐบาลที่สะท้อนผ่านโพลกระแสนิยมจาก 78.4 % เหลือเพียง 52 % อยู่ในขณะนี้ และขอตอบคำถามเป็นข้อๆดังนี้    คำถามที่ 1 การที่จะมีพรรคการเมืองใหม่ๆ หรือนักการเมืองหน้าใหม่ๆ หรือไม่นั้นไม่สำคัญเท่าการเป็นนักการเมืองต้องกล้าเปิดเผยตัวเองออกมาให้ประชาชนได้เลือก    คำถามที่ 2 คสช.ไม่มีสิทธิที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองใด ต้องวางตัวเป็นกลางเท่านั้น เพราะ คสช.และแม่น้ำ 5 สายเป็นผู้วางกฎระเบียบใหม่ของสังคม    คำถามที่ 3 สิ่งที่ คสช.และรัฐบาลนี้ได้ดำเนินการไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนมองไม่เห็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติเลย เช่น IUU, ICAO, ยุทธศาสตร์ชาติ   คำถามที่ 4 ตลอดระยะเวลากว่า 85 ปีของระบอบประชาธิปไตยของไทย หากการจัดตั้งรัฐบาลต้องคำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่หรือฉันทามติของประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยไม่มีมือที่สามหรืออำนาจแฝงมาคอยควบคุมการจัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลในยุคใด พ.ศ.ใด ก็สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้เพราะนิสัยคนไทยชอบรักสงบ    คำถามที่ 5 รัฐบาลและการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยที่ผ่านมาของไทย แม้จะขาดประสิทธิภาพ ขาดธรรมาภิบาลไปบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาครบวาระประชาชนก็สามารถที่จะใช้สิทธิในการเลือกตัวแทนของตนขึ้นไปเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและตรวจสอบได้    คำถามที่ 6 จากที่พรรคการเมืองออกมาเคลื่อนไหว ด่า คสช., รัฐบาล, ว่านายกรัฐมนตรี บิดเบือนข้อเท็จจริงในการทำงาน ก็เพราะประชาชนขาดความเชื่อถือ ในคสช., รัฐบาล, นายกรัฐมนตรีต่างหาก นายกรัฐมนตรีต้องหันกลับไปทบทวนตัวเองบ้างว่าเคยสัญญิงสัญญาอะไรไว้กับประชาชนแล้วทำไม่ได้บ้าง    ดังนั้น นายกฯ จึงไม่ต้องมาถามประชาชนว่าเป็นเพราะอะไร แต่ควรกลับไปศึกษาอดีตเมื่อปี 2535 ว่า “การเสียสัตย์เพื่อชาติ” นั้นมันคุ้มหรือไม่ต่างหาก   และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตั้ง 6 คำถามของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อให้ประชาชนมาตอบว่า ไม่ใช่เรื่องปกติ ซึ่งจะเป็นการถามเพื่อรับฟังความคิดเห็นประชาชน แต่เป็นการตั้งคำถามเพื่อหวังผลทางการเมืองว่าควรจะตั้งพรรคการเมือง และเป็นการโจมตีพรรคการเมืองเก่าไปในตัว ซึ่งเป็นการหวังผลทางการเมือง ที่ คสช.จะสืบทอดอำนาจ ทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงที่จะเผชิญหน้า และไม่ใช่คำถามที่จะก่อให้เกิดการแก้ปัญหาเหมือนกับการตั้งคำถามในเรื่องปากท้องของประชาชน สื่อให้เห็นว่า คำถามโดยเฉพาะข้อ 2 คสช.มีความพยายามที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะเป็นพรรคการเมืองเก่าแต่ทำการเมืองอย่างเปิดเผย พร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้งและปฏิบัติตามกฏหมาย

 8,421
การเมือง
09 พ.ย. 60

นายกฯตั้งคำถาม 6 ข้อ ฝาก ปชช.ตอบปมอนาคตการเมืองไทย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากคำถามถึงประชาชนเพิ่ม 6 ข้อ หลังก่อนหน้านี้ เคยถาม 4 ข้อ แล้วให้กระทรวงมหาดไทยไปสอบถามประชาชนตามช่องทางเดิม ทั้งนี้ คำถามดังกล่าวนายกรัฐมนตรีเขียนด้วยตนเองเช้าวันนี้ ขอสื่ออย่าเขียนให้ทะเลาะกัน เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการพูดกับประชาชน ไม่ได้พูดกับนักการเมือง   1.วันนี้เราจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองใหม่หรือนักการเมืองหน้าใหม่ ที่มีคุณภาพให้ประชาชนได้พิจารณาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปบ้างหรือไม่ และการที่มีแต่พรรคการเมืองเดิมและนักการเมืองหน้าเดิม แล้วได้เป็นรัฐบาลจะทำให้ประเทศชาติเกิดการปฏิรูปและทำงานต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่   2.การที่คสช. จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดก็เป็นสิทธิของคสช.ใช่หรือไม่เพราะนายกฯ ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยอยู่แล้ว   3.สิ่งที่คสช.และรัฐบาลนี้ได้ดำเนินการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนมองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติบ้างหรือไม่ และเห็นด้วยกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่หมักหมมเป็นเวลานานด้วยการรื้อใหม่ และการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนหรือไม่ นอกจากนี้ เห็นด้วยให้มียุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูป เพื่อให้การเมืองไทยในอนาคตมีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาลและมีความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศหรือไม่ อีกทั้งการทำงานของทุกรัฐบาลต้องคำนึงถึงภาพรวมทั้งประเทศไม่ใช่ทำตามเพียงนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้ หรือดูแลเฉพาะพื้นที่ฐานเสียงใช่หรือไม่   4.การเอาแนวทางจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอดีตมาเปรียบเทียบกับการจัดตั้งรัฐบาลวันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองก่อนที่คสช.และรัฐบาลเข้ามา มีความขัดแย้ง ความรุนแรงและการแบ่งแยกประชาชนเป็นกลุ่มๆ เพื่อมาสนับสนุนทางการเมืองใช่หรือไม่   5.รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาลและมีการพัฒนาประเทศที่มีความต่อเนื่องชัดเจนเพียงพอหรือไม่   และ 6.เหตุใดพรรคการเมืองและนักการเมือง จึงออกมาเคลื่อนไหวด้อยค่าคสช. รัฐบาล และนายกฯ บิดเบือนข้อเท็จจริงในการทำงานในช่วงนี้อย่างมากผิดปกติ จึงขอฝากถามประชาชนว่าเพราะอะไร เนื่องจากอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ จึงขอฝากถามประชาชนว่าเพราะอะไร เนื่องจากอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ จึงอยากให้ทุกคนที่เป็นคนไทยช่วยพิจารณาตัดสิน   จากนั้นพลเอกประยุทธ์ ร่วมออกกำลังกายประจําสัปดาห์ กับข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานภายในทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นการออกกำลังกาย นายกรัฐมนตรี ได้หันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวและข้าราชการที่มาร่วมออกกำลังกายว่า "อย่าลืมไปตอบคำถามกันนะ"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Gdzbyx_2bJ0    

 21,536
การเมือง
08 พ.ย. 60

มท.1 รับลูก "6 คำถามบิ๊กตู่" ขณะแกนนำปชป.-พท.ชี้ เจตนาโยนหินถามทางเล่นการเมือง-หนุนพรรค

"ถาวร" แกนนำประชาธิปัตย์ถอดนัยจากคำถาม 6 ข้อของ "บิ๊กตู่" ฟันธงวางแผนเล่นการเมือง ระบุยินดีที่ คสช. ตั้งพรรค ขณะ "สามารถ" แกนนำเพื่อไทยมองเจตนาโยนหินถามทางหนุนพรรคการเมือง เรียกร้อง คสช. แสดงท่าทีชัดเจน ด้านมท.1 รับลูกเตรียมให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นจุดรับความเห็นประชาชนต่อคำถามทั้ง 6 ข้อ   แม้จะดักทางไว้ล่วงหน้าว่าคำถาม 6 ข้อใหม่จากนายกรัฐมนตรีต้องการถามประชาชน ไม่ใช่ถามนักการเมือง แต่ก็มีปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมืองต่อคำถามทั้ง 6 ข้อนี้   นายถาวร เสนเนียม แกนนำพรรคพรรคประชาธิปัตย์และอดีตแกนนำ กปปส. กล่าวถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ที่ตั้ง 6 คำถามรับฟังความเห็นจากประชาชนว่า จากดูคำถามทั้งหมดแล้ว ชัดเจนว่าพล.อ.ประยุทธ์ ต้องการคำตอบเพื่อวางแผนในการเล่นการเมืองในอนาคต ซึ่งจะต้องเปิดใจและเข้าใจนักการเมืองและข้าราชการ ที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ดังนั้นขณะนี้เมื่ออยู่ยังในอำนาจขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งปราบปรามนักการเมืองที่ไม่ดี และมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างแท้จริง เพื่อวันข้างหน้าอาจจะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก และยินดีที่ คสช.จะตั้งพรรคการเมือง   ทั้งนี้ตนขอแนะนำว่า ให้เร่งประกาศจัดตั้งพรรคและทำการประชาสัมพันธ์เปิดตัวผู้ที่รับผิดชอบหรือผู้ก่อตั้งพรรค รวมถึงเปิดตัวนโยบายเป็นทางเลือกให้ประชาชน เพราะในวันข้างหน้าอาจจะได้ร่วมกันทำงานหรือแข่งขันกันทางการเมืองก็ได้   ด้านนายสามารถ แก้วมีชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีคำถาม 6 ข้อนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมืองใหม่ว่า เป็นเจตนาชี้นำสังคมให้คล้อยตาม หวังผลเพียงโจมตีและทำลายนักการเมืองในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้นการตั้งคำถามแบบนี้ ถ้ามองในเชิงวิชาการถือเป็นคำถามที่ด้อยคุณภาพและไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ออกมาอย่างน้อยทำให้สังคมเห็นว่า คสช. คิดอย่างไรกับพรรคการเมืองที่มีอยู่ รวมถึงแนวโน้มในอนาคต จากนัยยะที่มองได้คือความตั้งใจให้มีพรรคการเมืองที่ตัวเองสนับสนุนจึงรีบโยนหินถามทางออกมา จึงขอเรียกร้องให้คสช.แสดงท่าทีให้ชัดเจนว่าจะเดินหน้าอย่างไร    นายสามารถเชื่อว่า คำถาม 6 ข้อล่าสุดคงมีบทสรุปไม่ต่างจาก 4 คำถามก่อนหน้านี้ เพราะสุดท้ายไม่ได้ผลอะไร เพียงแต่เป็นการถามเองตอบเองเหมือนที่ผ่านมา    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับลูกแนวคิด 6 คำถามเกี่ยวกับการตั้งพรรคการเมืองใหม่ เตรียมใช้กลไกลศูนย์ดำรงธรรมรังฟังความเห็นประชาชน ส่วนขั้นตอนระบุ นายกฯ จะชี้แจงรายละเอียดในวันศุกร์นี้   ด้านพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ตั้งคำถาม 6 ข้อกับประชาชนเกี่ยวกับอนาคตการเมืองไทยว่า ทราบเรื่องนี้จากนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งจะใช้กลไกเดิมในการรับฟังความเห็นของประชาชนที่ผ่านศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศและจะสรุปข้อมูลให้นายกรัฐมนตรีทราบ และยังไม่มีกำหนดเวลาว่าจะต้องดำเนินการถึงเมื่อไหร่    ส่วนการรับฟังความคิดเห็นประชาชน 4 คำถามก่อนหน้านี้ ก็ยังคงดำเนินการอยู่ และมีการสรุปผล ล่าสุดเป็นครั้งที่ 9 มีประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นกว่า 1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี จะชี้แจงให้ประชาชนทราบอีกครั้งผ่านรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในวันศุกร์ที่จะถึงนี้

 5,548
การเมือง
08 พ.ย. 60

"ควรมีพรรคใหม่หรือไม่-ผิดหรือไม่ที่คสช.หนุนพรรค?" นายกฯ ส่งคำถาม 6 ข้อใหม่ถามประชาชน

นายกรัฐมนตรีฝากคำถาม 6 ถึงประชาชน ควรมีพรรคใหม่เป็นทางเลือกหรือไม่ และคสช.จะหนุนพรรคใดเป็นสิทธิใช่หรือไม่ ขอสื่ออย่าเขียนให้ขัดแย้ง เพราะพูดกับประชาชน ไม่ได้พูดกับนักการเมือง   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ฝากคำถามถึงประชาชนเพิ่ม 6 ข้อ หลังก่อนหน้านี้เคยถาม 4 ข้อ แล้วให้กระทรวงมหาดไทยไปสอบถามประชาชนตามช่องทางเดิม ทั้งนี้ คำถามดังกล่าวนายกรัฐมนตรีเขียนเองเมื่อเช้าวันนี้ โดยระบุว่าขอสื่ออย่าเขียนให้ทะเลาะกัน เพราะนายกรัฐมนตรีต้องการพูดกับประชาชน ไม่ได้พูดกับนักการเมือง   สำหรับคำถาม 6 ข้อดังกล่าว ประกอบด้วย   1.วันนี้เราจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองใหม่ หรือนักการเมืองหน้าใหม่ ที่มีคุณภาพให้ประชาชนได้พิจารณาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปบ้างหรือไม่ และ การที่มีแต่พรรคการเมืองเดิม และนักการเมืองหน้าเดิมแล้วได้เป็นรัฐบาล จะทำให้ประเทศชาติเกิดการปฏิรูป และทำงานต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่   2.การที่ คสช.จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดเป็นสิทธิของ คสช.ใช่หรือไม่เพราะนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยอยู่แล้ว   3.สิ่งที่ คสช.และรัฐบาลนี้ได้ดำเนินการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนมองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติบ้างหรือไม่ คำถามนี้มีคำถามย่อย ประกอบด้วย        3.1 เห็นด้วยกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่หมักหมมเป็นเวลานานด้วยการรื้อใหม่ และการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอน เป็นระยะสั้น-กลาง-ยาว อาทิ การแก้ปัญหา IUU (การทำประมงผิดกฎหมายและขาดการควบคุม), ICAO (ปัญหาการบินที่ไทยเพิ่งพ้นจากธงแดง) ฯลฯ หรือไม่      3.2 เห็นด้วยให้มียุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูป เพื่อให้การเมืองไทยในอนาคตมีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล และ มีความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศหรือไม่      3.3 การทำงานของทุกรัฐบาลต้องคำนึงถึงภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ใช่ทำตามเพียงนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้ หรือดูแลเฉพาะพื้นที่ฐานเสียงใช่หรือไม่      4.การเอาแนวทางจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอดีตมาเปรียบเทียบกับการจัดตั้งรัฐบาลวันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองก่อนที่ คสช.และรัฐบาลเข้ามา มีความขัดแย้ง ความรุนแรง และการแบ่งแยกประชาชนเป็นกลุ่มๆ เพื่อมาสนับสนุนทางการเมืองใช่หรือไม่   5.รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล และ มีการพัฒนาประเทศที่มีความต่อเนื่องชัดเจนเพียงพอหรือไม่    และ 6.เหตุใดพรรคการเมือง และนักการเมือง จึงออกมาเคลื่อนไหวตำหนิ คสช.รัฐบาล และนายกรัฐมนตรี บิดเบือนข้อเท็จจริงในการทำงานในช่วงนี้อย่างมากผิดปกติ จึงขอฝากถามประชาชนว่าเพราะอะไร   ทั้งนี้ ในคำถามชุดดังกล่าวเขียนลงท้ายไว้ว่า "เนื่องจากอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ จึงอยากให้ทุกคนที่เป็นคนไทยช่วยพิจารณาตัดสิน"    

 8,586
การเมือง
08 พ.ย. 60

นายกฯแจงปรับ ครม.ตามสถานการณ์ ยันไม่มีโควต้าทหาร-พลเรือน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับ ครม. ว่า ก็เป็นวิธีการหนึ่งของการบริหารราชการของข้าราชการการเมือง ส่วนจะมีการปรับลดโควต้าทหารลงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจทำไมต้องรังเกียจทหาร และถามกลับสื่อว่าในช่วงแรกก่อนมี ครม. ที่ยังไม่มีพลเรือนเข้ามาใครเป็นคนทำทุกอย่างและเริ่มต้นไว้ให้ วันนี้จำเป็นก็ต้องปรับ   ยืนยันว่าไม่มีทั้งโควต้าทหาร ตำรวจและพลเรือน ขออย่าวิพากษ์วิจารณ์ นายกรัฐมนตรีจะไม่ใช้วิธีการนี้ในการปรับ ครม. แต่การปรับจะพิจารณาจากผลงานและสถานการณ์ การปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติให้เดินหน้าไปได้ เพื่อไม่ให้เสียของ รวมถึงรับฟังเสียงประชาชนด้วย พร้อมยืนยันว่าทุกคนไม่มีบกพร่อง แต่อาจจะไม่ถูกใจบ้าง ซึ่งขอให้นำเหตุผลมาพูดกันรวมถึงสื่อที่รู้ดีทั้งหมด ขอให้ช่วยคิดด้วย หากปรับ ครม. แล้วยังไม่ดีขึ้นแสดงว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คน แต่อยู่ที่ระบบที่ผิดเพี้ยนมายาวนาน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย   นายกฯยืนยันว่าการปรับครม.จะทำให้ดีที่สุด ทำอย่างไรให้การปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติเดินหน้าไปให้ได้ รวมถึงการปรับครม.และการปลดล็อคต่างๆ จึงขออย่าให้วุ่นวายอีกเลย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JamLlWwXXqU    

 3,148
การเมือง
08 พ.ย. 60

นายกฯปัด คสช.ตั้งพรรคพลังชาติไทย ย้ำยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง อ้างติด กม.ลูก

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวว่า คสช.จะมีการจัดตั้งพพรคพลังชาติไทย ยันวันนี้ยังไม่ได้ตั้งก็คือยังไม่ได้ตั้ง ก็แค่นั้นเองไม่ใช่พอวันนี้ไม่ตั้ง ก็ถามอีกว่าวันหน้าจะไม่ตั้งใช่ไหม ก็ไปอีกไม่มีจบ ถามแบบนี้ถามไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่อยู่อย่างนี้ เรื่อง คสช.ตั้งพรรคการเมืองยังไม่ได้คิดตอนนี้ ดูสถานการณ์ไปก่อน มีเวลาอีกตั้งปี วันนี้บ้านเมืองต้องการความสงบ   ส่วนประเด็นปลดล็อกพรรคการเมือง พลเอกประยุทธ์ เปิดเผยว่า ทุกอย่างเดินหน้าตามโรดแม็ป ทุกคนต้องช่วยกัน อีกทั้งมีกฎหมายอยู่แล้วชัดเจน เป็นเรื่องของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยืนยันสิ่งที่ทำอยู่ไม่ได้ใช้อำนาจของตนเอง หากสามารถใช้อำนาจของตนเองได้คงไม่มีปัญหาน้ำท่วมกันมากมาย   ขณะนี้กฎหมายลูกยังไม่เสร็จ กกต.ก็ยังไม่เรียบร้อย แต่จะไม่ปล่อยให้ทำไม่ทันเพราะตนมีอำนาจขยายเวลาอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าตนเองไปสั่งชะลอหรือทำให้ช้าลง แต่อยู่ที่ปัจจัยต่างๆที่ได้กล่าวไปแล้ว ว่าจะปลดล็อกอะไรก่อนหรือหลัง หรือปลดล็อกพร้อมกัน ก็จะต้องพิจารณาต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MrJkbFKIgfY    

 4,765

Top