ค้นหา :

ผลการค้นหา "นายกรัฐมนตรี"

สังคม-อาชญากรรม
13 ธ.ค. 60

ออกหมายเรียก 'ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง' ฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ล่าสุดเรื่องถึงนายกฯแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีการที่ จนท.จับกุม ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง เน็ตไอดอลรายหนึ่งใน จ.ชลบุรี ในข้อหาครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า และมีการวิจารณ์ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลนำบุหรี่ไฟฟ้ามาเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลด ละ เลิกบุหรี่ว่า   "ตนเห็นข่าวแล้ว มันเรื่องเล็กๆ น้อย ๆ และพวกคุณเห็นหรือไม่เขาดิ้นรนขนาดไหน แล้วมันผิดหรือไม่ ต้องดำเนินคดีหรือไม่ที่บอกว่าคดีเล็กๆ น้อยๆ นั้น หมายถึงเราต้องผ่อนผันและปล่อยไปหรืออย่างไร ทุกอย่างมันจะเกิดจากกฎหมายเล็กๆ และพวกท่านละเมิดกันนั่นแหละ และบานปลายไปใช้กฎหมายแรงๆ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นมา ดังนั้น ท่านต้องหยุดตั้งแต่แรก ซึ่งเน็ตไอดอลเขาก็ยอมรับว่าผิด แล้วพอตำรวจจับก็ดิ้นรนเกลือกกลิ้งอยู่นั่นแหล่ะ แล้วก็มาประชาสัมพันธ์ให้คนรู้สึกว่ารุนแรงเกินไป แล้วจะทำอย่างไร ปล่อยไป หรืออุ้ม เดี๋ยวก็บอกเอาเจ้าหน้าที่ไปอุ้มประชาชนอีก ต้องช่วยผมหน่อย เข้าใจหรือยัง"   ขณะที่ผู้กำกับ สภ.เมืองพัทยา ระบุขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการดำเนินคดีกับ ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง ด้วยการรวบรวมพยายานหลักฐาน ฐานความผิดกรณีการดูหมิ่นเจ้าพนักงาน นอกจากนี้ผู้ต้องหาได้มีการโพสต์ข้อความและออกให้สัมภาษณ์กับสื่อ จนทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูล หลักฐานทั้งหมด เพื่อเตรียมออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาใน 2 คดี ได้แก่ ข้อหาดูหมิ่นและหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน ซึ่งสำหรับโทษดูหมิ่นเจ้าพนักงานนั้นจะต้องขึ้นศาลแขวง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี   ส่วนกรณีที่โพสต์ว่าได้รับบาดเจ็บจาการทำร้ายของเจ้าหน้าที่ และหากเข้ามาแจ้งความว่าถูกกระทำ ซึ่งความจริงเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำร้ายร่างกายใดๆ ก็จะถือเป็นการแจ้งความเท็จ และจะตั้งข้อหาเพิ่มอีก 1 กระทงซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหายังไม่มีการแจ้งความใดๆ โดยกรณีดังกล่าวคาดว่าจะใช้เวลา 2 วันก็จะสามารถดำเนินการแจ้งข้อหาได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xcinJzJDFrc

 110,156
การเมืองเข้มข้น
10 ธ.ค. 60

'ชวน' ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ปมคนใต้รายได้ลด - 'สรรเสริญ' เผยรายงานธนาคารโลกไทยเริ่มหลุดพ้นความจน

ความคืบหน้ากรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวตำหนิสนามบินตรังชี้ถึงเวลาต้องปรับปรุง ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยที่ จ.ตรัง เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น   ล่าสุด นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ  ได้ออกมากล่าวถึงกรณีนี้ว่า ก่อนหน้านี้เคยทำเรื่องขอให้ปรับปรุงโดยผู้ว่าราชการจังหวัด เคยรายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ ทราบแล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ถามกลับมาว่า "ท่านอดีตนายกฯ ชวน อนุมัติหรือยัง" แต่ก็ไม่ได้มีการจัดงบให้ ซึ่งตนก็อยากบอกว่า เคยของบประมาณไปแล้ว แต่รัฐบาลให้งบมา 100 กว่าล้านบาทซึ่งไม่พอ และคาดว่าในการขยายสนามบิน จะใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาท    ทั้งนี้ยังได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ ผ่านทาง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรื่องรายได้ต่อครัวเรือนประชาชนในภาคใต้ลดลง   โดยเนื้อหาจดหมาย ระบุว่า ตามที่รัฐบาลนี้ได้ประกาศนโยบายเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนให้สูงขึ้น เพื่อก้าวให้พ้นประเทศมีรายได้ปานกลาง ซึ่งหลังจากรัฐบาลได้บริหารงานมาระยะหนึ่งแล้ว ผลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปรากฎว่ารายได้ต่อครัวเรือนทั่วราชอาณาจักรโดยรวม เพิ่มขึ้นจาก 25,194 บาท เป็น 26,915 บาท ในปี 2558   อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายละเอียดของข้อมูลดังกล่าว ปรากฏว่า รายได้ต่อครัวเรือนในภาคเหนือและภาคใต้ลดน้อยลง และเมื่อศึกษาโดยละเอียดจากข้อมูลนี้ ปรากฏว่า ภาคใต้รายได้ลดลงมาก โดยเฉพาะจังหวัดระนอง จังหวัดตรัง และจังหวัดยะลา กล่าวคือ จังหวัดระนอง ลดลงจาก 32,292 บาท ในปี 2556 เหลือเพียง 22,035 บาทในปี 2558 ลดลง 10,528 บาท จังหวัดตรัง รายได้ลดลง จาก 33,270 บาท ในปี 2556 เหลือเพียง 23,309 ในปี 2558 ลดลง 9,961 บาท ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้รายได้ครัวเรือนต่อเดือนลดลงประมาณหนึ่งในสามของรายได้ทั้งหมด จังหวัดยะลา ลดลงจาก 22,483 บาท เหลือเพียง 15,584 บาท ลดลง 6,999 บาท   ดังนั้นจะนำข้อมูลนี้เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรี ดร.วิษณุ เพื่อพิจารณา ปัญหาของภาคใต้ และจังหวัดที่ประสบปัญหารุนแรง ด้วยมาตรการและนโยบายพิเศษที่มีความสอดคล้องกับ สภาพปัญหาของแต่ละพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะอย่างยั่งยืนต่อไป     ด้าน พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายงานแนวโน้มการเติบโตแบบมีส่วนร่วมของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในระยะยาวของธนาคารโลก ได้ระบุว่า ประเทศไทยได้เริ่มหลุดพ้นจากความยากจน และกำลังก้าวสู่ความมั่งคั่ง พร้อมกับเสนอ 3 แนวทางที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม คือ    1.ให้โอกาสด้านเศรษฐกิจกับผู้มีรายได้น้อย    2. มีระบบการดูแลด้านสังคม สาธารณสุข ประกันสังคม และการส่งเสริมการออม    3.การใช้มาตรการทางการเงินการคลัง เช่น มาตรการภาษี ช่วยลดปัญหาความไม่เสมอภาค ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวทางที่รัฐบาลได้ดำเนินการในปัจจุบัน และแผนที่วางไว้ในอนาคตด้วย                      ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/cj1hRyqCMmE

 41,324
การเมืองเข้มข้น
09 ธ.ค. 60

นายกฯ ยันมีเลือกตั้งแน่แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ วอนอย่ากดดัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการเลือกตั้งระหว่างลงพื้นที่จ.ตรัง ระบุว่า การเลือกตั้งใหม่จะทำอย่างไรให้ได้รัฐบาลที่ทำงานให้คนทั้งประเทศได้จริง การเลือกตั้งต้องมีขึ้นอย่างแน่นอน แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะเสร็จหรือไม่ ขออย่ามากดดันตนเรื่องนี้ ตนไม่บิดพลิ้วอะไรทั้งสิ้น                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/4DFSJrg-GDo

 8,856
การเมืองเข้มข้น
09 ธ.ค. 60

นายกฯ ลงพื้นที่ตรังตรวจน้ำท่วม ลั่นเป็นคนพูดตรง วอนอย่าโกรธ หยอด "รักคนใต้"

เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะลงเรือไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมกับมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัย จ.ตรัง โดยบางช่วงบางตอนนายกฯ ได้กล่าวกับชาวบ้านว่า  จริงๆ แล้วตนเองเป็นคนจริงใจ ปากกับใจตรงกัน เป็นเรื่องปกติที่บางครั้งมีโมโหกันบ้าง เพราะเป็นคนธรรมดา พร้อมกับกล่าวขอโทษที่ใส่อารมณ์กับประชาชน เมื่อครั้งมาประชุม ครม.สัญจรที่จ.สงขลา ไม่ได้มีเจตนาจะหมิ่นน้ำใจคนใต้ ตนเองรักคนใต้ วอนอย่าโกรธตนเลย                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/WXthNeLcl_Q

 9,793
ครอบครัวบันเทิง
09 ธ.ค. 60

'ตูน' ใจสู้! วิ่งถึงชัยนาทแล้ว ยอดบริจาคทะลุ 691 ล้าน - นายกฯ ยกย่องมีศรัทธาแรงกล้า

เมื่อเวลา 03.30 น. วันนี้ (9 ธ.ค.) ตูน บอดี้สแลม นำคณะเริ่มออกวิ่งในเซตแรกจากจุดเริ่มต้นที่ ปั้ม ปตท.เดิมบางนางบวช  จ.สุพรรณบุรี มุ่งหน้าไปยัง CP SEED ชัยนาท ระยะทาง 15 กิโลเมตร เซตที่ 2  จาก CP seed ถึงเทศบาลตำบลสรรคบุรี จ.ชัยนาท 12.8 กิโลเมตร ส่วนเซตที่ 3 จะเริ่มจากเทศบาลตำบลสรรคบุรี ถึง SHELL โชคเสถียร และ เซตที่ 4 SHELL โชคเสถียร ถึง หมวดทางหลวงชัยนาท โดยขณะนี้ตูนวิ่งเข้าพื้นที่ จ.ชัยนาทแล้ว ท่ามกลางประชาชนที่แห่เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมบริจาคเงินเป็นจำนวนมาก   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ออกรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยตอนหนึ่งได้กล่าวถึงโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของตูน บอดี้สแลม ว่านอกจากจะสานต่อพระราชดำริโครงการจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมให้ประชาชนร่วมกันทำในสิ่งดีๆ เพื่อบ้านเมืองของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังมีคุณประโยชน์แฝงอยู่ในโครงการของ ตูน อีกมาก เช่น 1.ความต้องการ“เงินบริจาคจำนวนน้อยๆ จากคนจำนวนมาก มากกว่าเงินบริจาคจำนวนมากจากคนส่วนน้อย” สะท้อนถึงความตั้งใจ โดยเขาจะเริ่มทำจากจุดเล็กๆ ที่ต้องการทำให้ดีที่สุด ส่วนผลที่ได้รับจะเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของคนไทยทั้งประเทศ โดยต้องการให้คนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด มากกว่าจำนวนเงินที่ได้รับบริจาค ซึ่งตูนก็ได้ฝากผม ให้ขอบคุณคนไทยทุกคน ที่มีส่วนร่วมด้วยในกิจกรรมครั้งนี้     2.เพื่อเป็นการสร้างรอยยิ้ม ให้กลับคืนมาสู่สังคมไทย เป็นสะพานเชื่อมสายใยแห่งความรัก ความสามัคคีของคนทั้งประเทศ จากทั่วทุกสารทิศ ให้จดจ่อในกิจกรรมเดียวกัน นับว่าเป็นการ “คืนความสุขให้กับคนในชาติ”อย่างแท้จริง ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกันได้ทั้งหมด   3.เป็นกิจกรรมที่ได้มากกว่า “เงินบริจาค” ก็คือการปลุกคนไทยให้หันมาสนใจ หันมาออกกำลัง เพื่อรักษาสุขภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก ต่อวงการสาธารณสุขของประเทศ เป็นมาตรการ “เชิงรุก” เน้นการป้องกัน มากกว่าการรักษาซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก เพราะการวิ่งนั้น การออกกำลังกายนั้น ลงแต่แรง ไม่ต้องลงทุน แต่ได้สุขภาพกายที่แข็งแรง สุขภาพใจที่เข้มแข็ง เราที่หาซื้อไม่ได้ เราต้องทำเอง   ตนได้สัมผัสได้ถึงศรัทธา อันแรงกล้าของตูน ในการปฏิบัติภารกิจนี้ ให้สำเร็จลุล่วงโดยสวัสดิภาพ ตามที่ตั้งใจไว้ ไม่ใช่สิ่งง่ายๆ วิ่งระยะทางไกลๆ มากขนาดนี้ ซึ่งคงจะเป็นพลังศรัทธาที่มีต่อประชาชนและชาติบ้านเมือง เป็นจุดหมายปลายทาง เหมือนกับสิ่งที่ผม รัฐบาล คสช. ได้พยายามดำเนินการมาแล้ว 3 ปี แตกต่างกันเพียงรูปแบบและวิธีการเท่านั้น แต่ความคาดหวัง ก็คือสิ่งที่สร้างมาในวันนี้ จะยังคงอยู่ และสร้างคุณประโยชน์แก่ส่วนรวมต่อไปในอนาคต เพราะประเทศชาติไม่อาจหยุดพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้     สำหรับการวิ่งโครงการก้าวคนละก้าว ระดมทุนบริจาค เพื่อให้กับโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศในโครงการก้าวคนละก้าว โดยเริ่มการวิ่งจาก อ.เบตง จ.ยะลา สู่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมระยะทางกว่า 2,191 กิโลเมตร โดยเริ่มวิ่งในวันที่ 1 พ.ย.60 เป็นวันแรกจาก อ.เบตง จ.ยะลา ล่าสุดยอดบริจาคอยู่ที่ 691 ล้านบาท           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/I8oK3ODPReM

 19,440
การเมืองเข้มข้น
08 ธ.ค. 60

'หมวดเจี๊ยบ' ตอกกลับ หลังถูก คสช.ฟ้อง พ.ร.บ.คอม ฐานวิจารณ์นายกฯ

แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ให้ดำเนินคดีกับ ร.ท.หญิง สุนิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย   ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาญามาตรา 116 หลังจากโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียระบุถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม แต่ไม่เปิดรับม็อบโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเลยเถิด ดูหมิ่น และเหยียดหยาม เพราะเรื่องนี้เป็นคนละบริบท จะนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ทำให้สังคมคิดว่านายรัฐมนตรีเลือกที่รักมักที่ชัง   ด้าน ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย หรือหมวดเจี๊ยบ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการถูก คสช.ฟ้องด้วย พ.ร.บ.คอมพ์ โดยระบุว่า ถ้าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งลูกน้องไปแจ้งความดิฉันเพราะวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลหนักเกินไป ก็แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เหมาะที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะท่านไม่กล้ารับฟังความคิดเห็นของคนอื่น คนใจแคบอย่างนี้จะเป็นผู้นำของประเทศได้อย่างไร    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vZsA01_o6Sg  

 38,508
การเมืองเข้มข้น
02 ธ.ค. 60

นายกฯ วอนทุกฝ่ายรับฟังเหตุผล ปมโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกรายการ ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยตอนหนึ่งได้กล่าวถึงโครงการโรงไฟฟ้าที่ภาคใต้ว่า ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไปดำเนินการให้ได้ข้อยุติปราศจากความขัดแย้ง ที่ผ่านมาเดิมก็ไม่ได้ไปกำหนดว่าต้องสร้าง หรือไม่ต้องสร้าง แต่เมื่อทำไม่ได้ รัฐบาลก็ได้สั่งการลงไปว่าไปทบทวนว่าถ้าทำได้ก็จะดีกว่าทำไม่ได้     นายกฯ ยังได้กล่าวถึงผู้ชุมนุมคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาว่า อย่าไปบิดเบือนว่ารัฐบาลกำลังผลักคนเหล่านี้ไปอยู่ทางโน้น ไม่เคยคิดอย่างนั้น มีคนมาใช้ประโยชน์เอาไป บิดเบือน เอาไปเป็นปัญหาการเมือง กระทั่งสิ่งดีๆ ไม่ได้รับความสนใจไม่ค่อยออกเป็นข่าว ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวเรื่องความขัดแย้ง ปัญหาการเมือง เรื่องประชาธิปไตย                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/Xes3CvAQ9zc

 13,886
ข่าวในพระราชสำนัก
01 ธ.ค. 60

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสต่อ ครม.ใหม่ ยึดพระราชปณิธาน ร.๙ ทำงานเพื่อประเทศ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชทานวโรกาสให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งใหม่ จำนวน 18 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่    ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก วิลาส อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย โอกาสนี้ ได้มีพระราชดำรัส ถึงการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความสุข ความปลอดภัยของประชาชนและประเทศชาติ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ei5-K34_gds  

 18,713
เศรษฐกิจเข้มแข็ง
29 พ.ย. 60

ครม.เห็นชอบแผนพัฒนาภาคใต้ สั่งส่วนราชการใช้ยางพาราเพิ่ม

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่12 ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เสนอ โดยจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวของภาคใต้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพชั้นนำของโลก   โดยจะส่งเสริมธุรกิจต่อเนื่องในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของภาครวมถึงการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวหลักให้เป็นสมาร์ทซิตี้ เช่นที่ จ.ภูเก็ต นอกจากนี้จะต้องพัฒนาระบบขนส่งมวลชนตามเมืองใหญ่ พัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพาราและปาล์มน้ำมันแห่งใหม่ของประเทศที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน   พร้อมออกนโยบายแก้ปัญหายางพารา ด้วยการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในส่วนราชการให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความสมดุลกับผลผลิตที่ออกมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FC3vK1Gn360

 6,813
การเมืองเข้มข้น
29 พ.ย. 60

นายกฯปัดดีลการเมือง-เลือกพวกพ้อง หลังปรับ ครม.ใหม่ ยันขอทำงานดีเป็นพอ

นายกรัฐมนตรี ไม่สนใจถูกวิจารณ์ดึง นักนักการเมืองพรรคชาติไทยร่วม ครม. ไม่ใช่ดีลการเมือง ขอทำงานดีพอ ไม่มีเลือกพี่น้องพ้องเพื่อน คาดหวัง ครม.ใหม่ทำงานดีขึ้น เมิน 2 พรรคใหญ่จับมือหลังเลือกตั้ง ขอเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศต่อไป   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ไม่สนใจ ถูกวิจารณ์ การปรับคณะรัฐมนตรี ที่ให้นายวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ คนของพรรคชาติไทย มาดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า วันนี้ไม่มีดีลกับพรรคการเมือง แต่มองที่ผลงาน ที่ผ่านมา นายวีระศักดิ์ เคยทำงานร่วมกับรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ ซึ่งหลายคนมองว่า รัฐบาลนี้มีรัฐมนตรีสัดส่วนทหารมาก จึงเปลี่ยนแปลงและคาดหวังว่าจะดีขึ้น จากเดิมที่ดีอยู่แล้ว ตนไม่มีทางเลือกมาก ไม่ใช่ว่าเลือกพี่น้องหรือพวกพ้อง   เช่นเดียวกับการปรับ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร ออกจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการแจ้งล่วงหน้า และ พลเอกอุดมเดช ยังเป็น คสช. และให้พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล ซึ่งดูงานเรื่องปรองดองอยู่แล้วมาแทน และให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นหัวหน้าคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ แทน พลเอกอุดมเดช ซึ่งแม้ไม่มีตำแหน่ง แต่ก็พร้อมจะช่วยทำงาน   ส่วนการปรับคณะรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยกชุดนั้น เป็นเรื่องบริหารจัดการที่อยากให้คนใหม่เข้ามาทำงาน ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด การปรับคณะรัฐมนตรีไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สำคัญอยู่ที่ รัฐบาลและนายกรัฐมนตรั จะขับเคลื่อนการทำงาน ซึ่งต้องรอบรู้ มีวิสัยทัศน์ อดทน   อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยังระบุ ไม่สนใจที่ 2 พรรคการเมืองใหญ่ จะจับมือกันหลังเลือกตั้ง โดย นยันจะเดินหน้าทำงานให้ประเทศต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/K8vUtIN58lo  

 3,724
การเมืองเข้มข้น
29 พ.ย. 60

'สรรเสริญ' ยันรัฐบาลรับฟังเสียง ปชช.ทุกด้าน ปัดคุมตัว 'แบร์มุส' แกนนำโรงไฟฟ้าถ่านหิน

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุม คณะรัฐมนตรี ที่มีผู้ประกอบการพบนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมาแล้วถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดุด้วยเสียงดังว่า จากกรณีที่มีข่าวผู้ประกอบการประมงยื่นหนังสือแล้วถูกนายกรัฐมนตรีดุเสียงดังทำให้เกิดความไม่สบายใจ   ส่วนตัวในฐานะที่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย พบว่าบทสนทนาของผู้ประกอบการเรือประมง ในความเป็นจริง คือใช้คำที่ก้าวร้าวรุนแรง ทั้งๆที่มายื่นขอให้รัฐบาลช่วยเหลือโดยที่ไม่ฟังเหตุและผลมาก่อน เช่น นายกรัฐมนตรีรู้ไหมว่าพวกเราเดือดร้อนแสนสาหัสทำไมจึงให้ต่างชาติมาบังคับรัฐบาลไม่ดูแลชาวประมง ขอให้สนใจชาวประมงไทยอย่าได้นำกฎกติกาของสหภาพยุโรปเข้ามา ซึ่งนายกฯพยายามชี้แจง แต่ด้วยถือไมโครโฟนอยู่จึงทำให้เสียงดังจึงดูเหมือนนายกรัฐมนตรีดุกลับทั้งๆ ที่นายกรัฐมนตรีกำลังอธิบาย   นายกรัฐมนตรีพยายามอธิบายว่ากติกาของอียูเป็นสากล ถ้าเราไม่ทำ วันหนึ่งชาวประมงทั้งประเทศที่จับปลามาได้จะไม่สามารถขายให้ต่างประเทศได้ แต่ต้องบริโภคภายในประเทศให้หมด ผู้คนเขาก็จะบอยคอร์ดเรา จึงจำเป็นต้องทำให้ผู้จับสัตว์น้ำกับสัตว์น้ำที่มีอยู่มีความสมดุลกันด้วยวิธีการต่างๆ เช่น เรือประมงที่มีอุปกรณ์จับปลาตาถี่เกินไปไปจับสัตว์น้ำทั้งที่ยังไม่วางไข่เสียแล้ว หรือที่ผู้ประกอบการบอกว่า   วันนี้ให้จับปลาได้ 220 กว่าวัน ขอให้รัฐบาลกำหนดให้สามารถจับปลาปีหนึ่ง 360 วัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องทำตามหลักการสากลของโลกที่จะลดปริมาณการจับปลาให้เหมาะสม จึงอยากทำความเข้าใจว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ดุ แต่ต้นเหตุเกิดจากกริยาคำพูดที่ผู้ประกอบการใช้วาจาค่อนข้างรุนแรงและเหมือนออกแนวการเมืองเล็กๆ คือจะบอกว่าอย่าไปสนใจกฎสากล แล้วให้ดูคนไทยเป็นหลักซึ่งมันเป็นไปไม่ได้   ต่อกรณีม็อบต้านโรงไฟฟ้าเทพา ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า จริงๆแล้วกลุ่มดังกล่าวได้ประสานกับพลเอกวิลาศ อรุณศรี เลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าจะยื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ได้เปลี่ยนใจกะทันหันขอยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรีโดยตรง ขณะที่นายกรัฐมนตรีปฏิบัติภารกิจอยู่ที่จ.ปัตตานี และไม่ยอมเจรจาต่อรองใดๆ บอกแต่เพียงว่าจะยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีเท่านั้น แม้จะมีการเจรจาต่อรองให้พลเอกวิลาศ นั่งเฮลิคอปเตอร์จากจ.ปัตตานีมารับหนังสือ แต่แกนนำได้ปฏิเสธ และยื่นคำขาดว่า หากพลเอกวิลาศมา หมายความว่าจะต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของกลุ่มเท่านั้น จนสุดท้ายได้เกดการปะทะและถูกจับกุม 16 คน   พลโทสรรเสริญ ยืนยันว่า รัฐบาลรับฟังข้อมูลประชาชนทุกด้านและทุกช่องทาง ส่วนกระแสข่าวรัฐบาลควบคุมตัวนายมุสตาร์ซีดีน วาบา หรือ แบร์มุส แกนนำไว้ ยืนยันไม่ได้ทำเช่นนั้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m5iSG4hSCis  

 5,239
การเมืองเข้มข้น
29 พ.ย. 60

นายกฯยัน จับ 16 แกนนำไม่ละเมิดสิทธิ์ ยังไม่ตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

นายกรัฐมนตรี ยืนยันจับ 16 แกนนำ กลุ่มชุมนุมต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทำตามกฎหมาย ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ระบุ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อน ยอมไม่ได้จะเป็นตัวอย่างให้ทำตาม ยังไม่ตัดสินใจสร้างโรงไฟฟ้าอยู่ในขั้นตอนศึกษา   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึง การจับแกนนำต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ว่า รัฐบาลไม่ได้ละเมิดสิทธิ แต่ทำตามกฎหมาย และการจับกุมไม่ใช่คำสั่ง คสช. แม้จะเป็นการเรียกร้อง แต่ที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมไม่ทำตามกฎหมาย ไม่ขออนุญาตชุมนุม เจ้าหน้าที่รัฐเจรจาก็ไม่ยอม การอ้างพบนายกรัฐมนตรี มีเจตนาที่จะให้เกิดเหตุบานปลายต่อหน้าสื่อ และมีการใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่ สื่อและสังคมต้องเข้าใจว่าเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ เป็นตัวอย่างให้คนอื่นทำตามไม่ได้   พร้อมยืนยัน ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติ (กพช.) และยังไม่นำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ดังนั้น ทุกคนต้องเข้าใจ รัฐบาลนี้ระมัดระวังอย่าวเต็มที่ และต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนให้ พลเอก วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไปพบก็ไม่ยอม ดังนั้นจะมาบอกว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้ เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ขอสื่อทำความเข้าใจและนำเสนอให้ถูกต้องด้วย   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าม็อบดังกล่าวที่ออกมาคัดค้านกระทำความผิดซึ่งหน้า ขัดขวางการทำงานเจ้าหน้าที่ และตีตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ความจริงถ้าจะยื่นหนังสือคัดค้านถึงนายกรัฐมนตรี ส่งแค่กระดาษแผ่นเดียวก็ได้ และก่อนหน้านี้มีการประสานแล้วว่า ไม่ต้องเดินทางมา แต่เขาไม่หยุด แล้วจะให้ทำอย่างไร   เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมปะทะกันจนมีคนบาดเจ็บทั้งสองฝ่ายคือ อะไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “คนหนึ่งถือไม้ก็มี เขามาทำเจ้าหน้าที่ โดยขณะนี้ทั้ง 16 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ ซึ่งเป็นพวกฮาร์ดคอร์ เป็นพวกใจร้อน ไม่ใช่แกนนำอะไรทั้งสิ้น เราไม่ได้ใช้เรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองเลย”   ทั้งนี้ จะแจ้งข้อกล่าวหาผิดพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะกับ 16 คนด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ปล่อยให้เจ้าหน้าที่พิจารณาดำเนินการไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ygi0N_UsGPM    

 5,441
การเมืองเข้มข้น
29 พ.ย. 60

นายกฯเสียงอ่อน ขอโทษชาวประมง แจงจำเป็นต้องพูดเสียงดังใส่

นายกรัฐมนตรี ชี้แจงจำเป็นต้องพูดเสียงดังกับชาวประมง ขณะลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เพราะถูกพูดจารุนแรงก่อน พร้อมขอโทษ ยืนยันจำเป็นต้องแก้กฎหมาย IUU อ้างเสียประโยชน์ไม่ได้ พร้อมรับฟังทุกภาคส่วน   พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. ชี้แจงเหตุตวาดชาวประมงที่ จังหวัดปัตตานี ว่าจำเป็นต้องเสียงดัง เพราะการพูดจาต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน จะเรียกร้องแต่ประโยชน์ของตนไม่ได้ ต้องให้สอดคล้องกับกฎหมายต่างประเทศด้วย ซึ่งการแก้กฎหมาย IUU หรือการทำประมงผิดฎหมายมีห้วงเวลาชะลอให้จับสัตว์น้ำอยู่ จะอ้างสูญเสียรายได้ไม่ได้ และจะมาพูดจารุนแรงกับตนก็ไม่ได้เช่นกัน ต้องรับฟังทุกฝ่าย ประมงพื้นบ้านบอกจับปลาได้มากขึ้นตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T_CkCKQSWc4  

 50,062
การเมืองเข้มข้น
28 พ.ย. 60

หนุ่มประมงแจงแค่พูดเสียงดัง ปัดขึ้นเสียงใส่นายกฯ หลังโดนตวาดใส่ "อย่ามาทำเสียงกับผม พูดดีๆก็ได้"

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางมาถึงตลาดกลางปศุสัตว์กลางจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.บ่อทอง ต.หนองจิก จ.ปัตตานี   ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้ติดตามการขับเคลื่อนงานนโยบายของรัฐบาล ตามโครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่นคั่ง ยั่งยืน เพื่อพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจเฉพาะ ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดใกล้เคียง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   โดยมี นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี กล่าวรายงาน จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีเปิดป้ายตลาดกลางปศุสัตว์กลางจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลางในการค้าขายปศุสัตว์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อไป โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา เกษตรกร และประชาชน เข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน   หลังจบงาน นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินทักทายประชาชนที่มาร่วมในงาน โดยขณะนั้นมีชายคนหนึ่งใส่เสื้อสีชมพู อายุประมาณ 35 ปี เข้ามาร้องเรียนกับนายกรัฐมนตรีว่า ตนมีความเดือดร้อนเรื่องการทำประมง เกี่ยวกับจำนวนวันทำประมง   ทันใดนั้นทุกคนต้องตกใจเมื่อนายกรัฐมนตรีได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงดังผ่านไมโครโฟน พูดกับชายคนดังกล่าวว่า “อย่ามาทำเสียงกับผม เข้าใจหรือเปล่า ผมฟังคุณอยู่ พูดดีๆ ก็ได้”   จากนั้นนายกรัฐมนตรีจึงรับเรื่องไว้ก่อนจะให้ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มาคุยกับชายคนดังกล่าว ก่อนจะทราบชื่อ นายภรันยู เจริญ อายุ 34 ปี มีอาชีพประกอบธุรกิจประมงใน จ.ปัตตานี ซึ่งนายภรันยูกล่าวว่าไม่ได้มีความตั้งใจที่จะขึ้นเสียงใส่นายกฯ แต่อาจพูดเสียงดังเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีเสียงดัง ทำให้จำเป็นต้องพูดเสียงดังเพื่อให้ท่านนายกฯได้ยิน จากนั้นทาง จนท.จึงได้พานายภรันยู ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมที่ตั้งเต้นท์อยู่บริเวณงาน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OiwGBC4lHyk    

 116,165
การเมืองเข้มข้น
26 พ.ย. 60

นายกฯ แจงปมปรับครม. ย้ำเพิ่มประสิทธิภาพ วอนให้รอดูผลงาน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง การปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า ไม่ได้สบายใจหรือดีใจที่มีบางคน ซึ่งเคยทำงานร่วมกันมาเป็นเวลานาน ต้องพ้นจากตำแหน่ง หรือบางคนจะต้องถูกปรับออกจากตำแหน่งเดิม และมีคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน แต่อยากให้คิดว่าการปรับครั้งนี้เพื่อจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานให้ได้มากที่สุด จึงมีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน ดังนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์การปรับครม.ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะไม่ว่ารัฐบาล คสช. หรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกครั้งที่มีการปรับ ครม.จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาอยู่แล้ว จึงอยากให้ดูผลการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ                     ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/LnCLIiB-uVI      

 7,661

Top